“เกรท วรินทร” แท็กทีม “พาย รินรดา” และ “แบม สราลี”เสิร์ฟความฟินใกล้ชิดแฟนละคร ในงาน “รักหักหลัง Fin Meeting”

ช่อง 3 ชวนแฟนละคร “รักหักหลัง” มาสนุกและฟินแบบเอ็กซ์คลูซีฟในงาน “รักหักหลัง Fin Meeting” นำทีมโดย “เกรท วรินทร” พร้อมสองสาว “พาย รินรดา” และ “แบม สราลี” มาร่วมพูดคุย แจกความสดใส และสร้างโมเมนต์สุดประทับใจให้แฟน ๆ อย่างใกล้ชิด ณ อาคารมาลีนนท์ ทาวเวอร์ เมื่อวันก่อน

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะตั้งแต่เริ่มต้น โดยพิธีกรอารมณ์ดี “สายฝน ชีช้าง” พาแฟน ๆ ร่วมพูดคุยถึงกระแสความเข้มข้นของละคร พร้อมกิจกรรมสนุก ๆ และเกมเกี่ยวกับ “ความลับ” ที่ทั้งนักแสดงและแฟนละครร่วมเล่นกันแบบไม่มีใครยอมใคร ก่อนที่ “พาย” จะคว้าชัยจากเกมตอบคำถามไปครอง นอกจากนี้แฟน ๆ ยังร่วมส่งข้อความถึงตัวละคร พี่ปั้น, พาย, วิน และ มุ้งมิ้ง ถ่ายทอดทั้งความรู้สึก ความในใจ และกำลังใจให้ตัวละครแต่ละคนแบบจัดเต็ม สร้างทั้งรอยยิ้มและความประทับใจตลอดงาน ก่อนปิดท้ายด้วยกิจกรรม Lucky Fan ถ่ายภาพหมู่กับทีมนักแสดงแบบใกล้ชิด งานนี้ทั้ง เกรท, พาย และ แบม ยังแอบสปอยล์ความเข้มข้นของละคร พร้อมแจกสติกเกอร์หัวใจเป็นของที่ระลึกให้แฟน ๆ เก็บโมเมนต์สุดพิเศษกลับบ้าน

ติดตามความลับของ “พาย” ที่ซ่อนอยู่กำลังจะถูกเปิดเผยหรือไม่ มาลุ้นไปพร้อมกัน ในละคร “รักหักหลัง” ทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูออนไลน์ที่ 3Plus

มุมละมุนของตัวพ่อตัวแม่สายร็อก! “แพท KLEAR” และ “ปั๊บ POTATO”แชร์โมเมนต์สุดคิ้วท์ในการเลี้ยงลูก ในงาน Alpha Skill Summit & Expo 2026

นาน ๆ ทีจะได้เห็นภาพอบอุ่นแบบนี้ เมื่อสองศิลปินแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “แพท วง KLEAR” และ “ปั๊บ POTATO” วางไมค์ชั่วคราว มาร่วมเป็นสปีคเกอร์ในงาน Alpha Skill Summit & Expo 2026 ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การเลี้ยงลูกในแบบฉบับ “Rocker Parents” ที่ทั้งจริงใจ อบอุ่น และเต็มไปด้วยไอเดียสุดสร้างสรรค์ โดยงานจัดขึ้นที่ ICONSIAM HALL ชั้น 7

ด้านคุณแม่แพทเล่าโมเมนต์เรียกรอยยิ้มกับเรื่องราว “เมื่อชุดคอนเสิร์ตกลายเป็นชุดกล่อมลูก” พร้อมเผยการบาลานซ์ชีวิตศิลปินและคุณแม่ ที่บางครั้งต้องลงจากเวทีในชุดโชว์เต็มยศ แล้วกลับบ้านมาป้อนนมลูกในลุคจัดเต็ม ทั้งเสื้อผ้าและถุงน่องตาข่ายแบบไม่มีกั๊ก นอกจากนี้ แพทยังเล่าว่าเธอเคยแต่งเพลงกล่อมลูกในสไตล์ของตัวเองให้เข้ากับจังหวะการนอนของเจ้าตัวเล็ก พร้อมโชว์ร้องสดบนเวที สร้างบรรยากาศที่ทั้งเท่และอบอุ่น จนกลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ไฮไลต์ของงาน

ขณะที่คุณพ่อปั๊บย้อนเล่าถึง “วินาทีมหัศจรรย์ที่โลกเปลี่ยนไป” ในวันคลอดลูก หลังได้เห็นความทุ่มเทของภรรยา “น้องเตย” ในช่วงเวลาสำคัญที่ต้องเปลี่ยนจากความตั้งใจคลอดธรรมชาติ สู่การผ่าตัดด่วน ปั๊บเผยว่าเพียงได้เห็นหน้าลูกเป็นครั้งแรก ก็รู้สึกได้ทันทีว่า “โลกเปลี่ยนไป” จากความสงสัยว่าเจ้าสิ่งเล็ก ๆ นี้คืออะไร กลายเป็นความรักที่อธิบายไม่ได้ และเป็น จุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาตั้งใจเรียนรู้บทบาทคุณพ่ออย่างเต็มที่

นอกจากเรื่องราวซึ้งๆ แล้ว ปั๊บยังแชร์เทคนิคปลอบลูกในสไตล์นักร้องนำสายร็อก ด้วยการใช้อารมณ์ร่วมและการฮัมเพลงผ่านเสียง Chest Voice จนกลายเป็น “เพลงปลอบเด็กเวอร์ชันร็อก” ที่คุณแม่เตยเองยังนำไปใช้ต่อด้วย

อีกหนึ่งช่วงที่ทำให้ผู้ฟังยิ้มตาม คือการปลอบประโลมลูกน้อย โดยทั้งสองบ้านมีสไตล์เฉพาะตัว

  • บ้านพี่ปั๊บ เน้นเล่นท่าทางประกอบ เคลื่อนไหวเหมือนการโยกเบาดึงความสนใจลูก แค่โยกปุ๊บ น้องฌานก็เงียบปั๊บ!
  • บ้านแม่แพท เผยเคล็ดลับคุณสามีที่ชอบอุ้มลูกแล้ววิ่ง ใช้ความเคลื่อนไหวทำให้ลูกรู้สึกเพลินและหยุดร้องไปเอง

​ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งมุมมองที่ทำให้เราเห็นว่า ไม่ว่าภาพลักษณ์บนเวทีจะดูร็อกแค่ไหน แต่ในบทบาทคุณพ่อคุณแม่ของ
ทั้งคู่คือความตั้งใจและพลังงานบวกที่ส่งต่อให้ลูกอย่างเต็มเปี่ยมจริง ๆ

“เจฟ ซาเตอร์” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ MITHถ่ายทอดเสน่ห์ ตัวตนผ่านน้ำหอมกลิ่นใหม่ “LEGEND”

สร้างปรากฏการณ์ความฟินอย่างต่อเนื่อง “MITH” (มิตท์) น้ำหอมพรีเมียมแบรนด์ไทย เล่นใหญ่! คว้าศิลปินหนุ่มเจ้าเสน่ห์ มากความสามารถ “เจฟ ซาเตอร์” (Jeff Satur) นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนใหม่ล่าสุด พร้อมเปิดตัวน้ำหอมกลิ่นใหม่ “LEGEND” ที่หลอมรวมเสน่ห์จากน้ำหอมดังระดับตำนานทั่วทุกมุมโลกมาไว้ในขวดเดียว รังสรรค์กลิ่นโดยนักปรุงน้ำหอมระดับตำนาน Alberto Morillas (อัลแบร์โต โมริยาส) ให้แฟน ๆ ได้พิสูจน์ความหอมแบบใกล้ชิด พิเศษสุด ๆ กับครั้งแรกของการรับฟังเพลงใหม่ “LEGEND” จาก เจฟ ซาเตอร์ ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจของกลิ่นน้ำหอมเข้าไว้กับดนตรีอย่างลงตัว ในงาน MITH “THE TIME OF A LEGEND” ณ ลาน Central Court ชั้น 1 (โซนลิฟท์แก้ว) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

งานนี้นำโดย คุณพอ – จุติณัฏฐ์ ปิยวีรวงศ์ นักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์น้ำหอม MITH กล่าวว่า “การเลือก เจฟ ซาเตอร์ มาเป็นพรีเซนเตอร์ของแบรนด์น้ำหอม MITH ในครั้งนี้ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน สอดคล้องกับน้ำหอมกลิ่นใหม่ ‘LEGEND’ ได้อย่างลงตัว เจฟมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน ลึกลับ น่าค้นหา ซึ่งสามารถถ่ายทอดอารมณ์และเสน่ห์ของน้ำหอมได้เป็นดี สำหรับ MITH น้ำหอมไม่ใช่เพียงแค่กลิ่น แต่คือการสะท้อนห้วงอารมณ์ และตัวตนที่ชัดเจนของผู้ใช้ ตัวตนของ เจฟ ที่มีความเป็นศิลปิน นักร้อง นักแสดง และโปรดิวเซอร์ มีความเป็น ‘อาร์ติสต์’ สูง จึงช่วยยกระดับแบรนด์อย่างมีชั้นเชิง ตอกย้ำภาพลักษณ์น้ำหอมพรีเมียมคุณภาพระดับโลกได้อย่างแท้จริง”

“LEGEND” โดดเด่นด้วยความบาลานซ์ที่ลงตัว เป็นกลิ่นที่เข้าถึงง่าย แต่ยังคงทรงพลัง เรียบหรู มีมิติ ร่วมสมัย และไม่ตกยุค เปิดสัมผัสแรก ด้วยความฉ่ำของ Apple ให้ความรู้สึกฟรุตตี้สะอาด ผสานความเขียวสง่างามของ Galbanum และความใสสว่างของ Lemon ก่อนเพิ่มมิติด้วยความเผ็ดซ่าบางเบาจาก Pepper ช่วงกลาง เผยความเนี้ยบสะอาดของ Geranium ตัดกับความโปร่งนุ่มของ Lily of the Valley และ Floral Notes ที่ช่วยเสริมความหรูหราและเข้าถึงง่าย ปิดท้ายด้วยดรายดาวน์ โทนวู๊ดดี้จาก Cedarwood เป็นแกนหลัก ผสาน Incense และ Patchouli เพิ่มความลุ่มลึกของคาแรคเตอร์ พร้อมโทนกลิ่นหนังที่ช่วยเพิ่มความหนักแน่น ทิ้งสกินเซนท์ที่น่าค้นหาและมีเสน่ห์ “LEGEND” คือกลิ่นที่มีบาลานซ์ระหว่างความเรียบหรูคลาสสิค และความร่วมสมัยที่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง เป็นน้ำหอมที่ได้รับการออกแบบให้เข้ากับสภาพอากาศของประเทศไทยได้อย่างลงตัว สามารถเพิ่มเสน่ห์ให้ได้ในทุกช่วงเวลา ตั้งแต่ช่วงกลางวันที่เน้นความสดชื่น ไปจนถึงยามค่ำคืนที่ต้องการความโดดเด่น สะท้อนภาพลักษณ์ความมาสคิวลิน (Masculine) ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่ยังคงไว้ซึ่งความเข้าถึงง่ายอย่างมีระดับ

นอกจากนี้ MITH ยังได้เปิดตัวโปรเจกต์พิเศษ โดยให้ “เจฟ ซาเตอร์” ถ่ายทอดเรื่องราวของกลิ่น “LEGEND” ออกมาเป็นบทเพลงใหม่เชื่อมโยงกับดนตรี ภายในงานยังเซอร์ไพรส์แฟน ๆ ด้วยโชว์สุดพิเศษ และมินิคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ครั้งแรกของการรับฟังเพลงใหม่จาก เจฟ ซาเตอร์ ที่แต่งขึ้นเพื่อกลิ่น “LEGEND” โดยเฉพาะ ถ่ายทอดเรื่องราวของน้ำหอม พร้อมเชื่อมโยงกลิ่นเข้าไว้กับดนตรีอย่างลงตัว ผ่านเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์และอินเนอร์จัดเต็ม ทำแฟน ๆ หลงเสน่ห์ความหอมกันทั้งงาน ร่วมพิสูจน์และสัมผัสเอกลักษณ์ความหอมของ MITH (มิตร) ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน MITH ทุกสาขา หรือติดตามความหอมเพิ่มเติมได้ทาง Line Official: @mith, Instagram: @mithbangkok, X: @mithbangkokTH และ Facebook: MITH : The Original Taste.

MITH #MITHBANGKOK #MITHxJeffSatur #JeffSatur

7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล@พาราไดซ์ พาร์ค ปิดฉากอบอุ่น “ก้อง สหรัถ”– MR.TEAM” ส่งมอบความสุขแฟนเพลง

ปิดฉากลงอย่างอบอุ่นและประทับใจ เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงเพลงแห่งความทรงจำกับ 7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล@Paradise Park ที่ยกความสุขมาเสิร์ฟถึงใจกลางศรีนครินทร์ ณ ชั้น 1 ลานรอยัล พาร์ค พลาซ่า พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ครั้งนี้ได้ศิลปินคุณภาพ ก้อง สหรัถ & Benja Band นักร้องเสียงอบอุ่นที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว พร้อมเติมความมันส์กับวงดนตรีป๊อปร็อกระดับตำนาน MR.TEAM มาร่วมสร้างสีสันบนเวที ท่ามกลางแฟนเพลงที่มาร่วมให้กำลังใจกันอย่างคับคั่งกว่า 2,000 คน
เริ่มต้นเปิดเวทีด้วยความอบอุ่นจาก ก้อง สหรัถ ที่ขนเพลงฮิตมาถ่ายทอดอย่างละมุน ไม่ว่าจะเป็นเพลงช้าซึ้งกินใจ หรือจังหวะสนุกที่ชวนโยกตาม เสียงร้องนุ่มลึกและเสน่ห์เฉพาะตัวทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความประทับใจ ก่อนจะส่งต่อความมันส์ให้กับวง MR. TEAM ที่จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง พร้อมเพลงดังที่แฟน ๆ ร้องตามได้ สร้างความคึกคักและพลังความสนุกแบบไม่แผ่ว

ก้อง สหรัถ กล่าวว่า “ปกติเล่นเวที 7 สีคอนเสิร์ตจะเป็นแบบเอาท์ดอร์ วันนี้ดีมากเราเล่นอยู่ในพาราไดซ์ พาร์ค มีแอร์เย็นสบาย มีแฟน ๆ มารอเยอะมาก มีทั้งเพลงฮิตประจำตัวผม ทั้งเพลงสนุก ๆ เพราะ ๆ ซึ้ง ๆ ครบรส”

ขณะที่ MR. TEAM ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน โดย “ต้าร์” กล่าวว่า “คัดเอาเพลงที่คิดว่าคุณนั่งไม่ติดเก้าอี้ แน่นอน ทำให้คุณลุกขึ้นให้หมด วันนี้จัดให้แบบเต็ม ๆ รับรองว่าจะเป็นเวที 7 สีคอนเสิร์ต ที่อิ่มเอมกลับบ้าน” ส่วน “ติ๊ก” อีกหนึ่งสมาชิกของวง MR. TEAM กล่าวเสริมว่า “แฟน ๆ เพลงมารอตั้งแต่เช้า แต่ละท่านตั้งใจมารอจริง ๆ ทั้งแฟนคลับพี่ก้อง แฟนคลับ MR.TEAM และน้องอีฟ กัญณัฐสินี นักแสดงจากช่อง 7HD เป็นอีกวันที่สนุก ๆ สุด แน่นอน เพราะแฟนคลับเหนียวแน่นเยอะมาก”

ด้านแฟนเพลง คุณไก่ เจ้าของธุรกิจส่วนตัว ที่มารอดูศิลปินคนโปรด กล่าวว่า “พอทราบว่าจะมี ก้อง สหรัถ และ MR.TEAM มาร่วมขึ้นเวที 7 สีคอนเสิร์ต ที่พาราไดซ์พาร์ค ก็รีบเดินทางมารอตั้งแต่ศูนย์การค้าเปิด โดยรู้สึกประทับใจกับทุกเพลงที่ศิลปินเตรียมมา ส่วนเพลงที่ชื่นชอบ “เพลงคำบรรยาย” ของ MR.TEAM เป็นเพลงโปรดและยิ่งได้ฟังสดหน้าเวที รู้สึกอิ่มเอมใจมาก และขอชื่นชมการจัดงานที่พาราไดซ์ พาร์ค ว่าจัดได้อย่างดี บรรยากาศไม่ร้อน นั่งชมได้สบาย ๆ อยากให้มีการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นในครั้งต่อไป เพื่อให้แฟนเพลงได้ร่วมสนุกกันมากยิ่งขึ้น และหากได้ศิลปินยุค 90 โดยเฉพาะ “อัสนี-วสันต์” มาร่วมแสดงด้วย ก็เชื่อว่าจะยิ่งสร้างความประทับใจให้กับแฟนเพลงหลายคนแน่นอน”
คุณศรัณพร บุญศรีพัฒนกิจ กล่าวว่า “วันนี้ตั้งใจมากับกลุ่ม เพื่อน ๆ เพื่อมาสนุกกับ 7 สีคอนเสิร์ตโดยเฉพาะ รู้สึกมีความสุขสุด ๆ ทุกครั้ง ที่จัด 7 สีคอนเสิร์ต ที่พาราไดซ์ พาร์ค ไม่เคยพลาดมาร่วมชมทุกครั้ง ศิลปินที่มาวันนี้คุณภาพมาก ก้อง สหรัถ ร้องเพลงได้เพราะมาก ฟินสุด ๆ ขณะที่ MR.TEAM ก็สร้างความสนุกได้อย่างเต็มที่ ทำให้บรรยากาศภายในงานคึกคักตลอดการแสดง

ส่วนในครั้งต่อไปอยากเห็นศิลปินอย่าง “ใหม่ เจริญปุระ” และ “หนุ่ย อำพล” มาร่วมขึ้นเวทีบ้าง เชื่อว่าจะถูกใจแฟนเพลงอีกไม่น้อย” เรียกว่าปิดท้ายด้วยรอยยิ้มและเสียงปรบมือที่ยังคงดังก้อง ก่อนจะส่งต่อความสุขไปสู่ครั้งหน้า กับ 7 สี คอนเสิร์ต เฟสติวัล@เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2569 ที่ Center Zone พบกับไหมไทย หัวใจศิลป์ และบิ๊กเอ็ม สุเมธา รับรองว่าสร้างความสนุก รอยยิ้มและความประทับใจทุกคนอีกครั้งอย่างแน่นอน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชั่นดี ๆ ของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตาแกรม paradisepark_th และยูทูป paradiseparkchannel

#ParadisePark #พาราไดซ์พาร์ค #7HD #7สีคอนเสิร์ต #7สีคอนเสิร์ตเฟสติวัล #ก้องสหรัถ #MRTEAM #เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์

“ซูเลียน” จุดไฟความสำเร็จครั้งใหญ่ รวมตัวท็อปนักธุรกิจแชร์สูตรพลิกชีวิตสร้างรายได้มั่นคง สู่อนาคตที่ “เลือกเองได้”

บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทย จัดงานสัมมนาสุดยิ่งใหญ่ “The Success Vision : พลิกวิสัยทัศน์ธุรกิจ สู่ชีวิตที่คุณเลือก” ณ สำนักงานใหญ่ของบริษัท ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและอบอวลไปด้วยพลังแห่งความสำเร็จ โดยมีนักธุรกิจซูเลียนจากหลากหลายพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เพื่อเปิดมุมมองใหม่ในการสร้างรายได้ และต่อยอดสู่ความมั่นคงในชีวิตผ่านโมเดลธุรกิจซูเลียน

ภายในงานได้รับเกียรติจากนักธุรกิจระดับแนวหน้าขององค์กร ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริงบนเส้นทางความสำเร็จ ทั้งแนวคิดการทำธุรกิจ การพัฒนาตัวเอง และกลยุทธ์การสร้างทีมอย่างมืออาชีพ นำโดย อภิชาติ ทิศรักษ์ ตำแหน่ง RCM, ยงเกียรติ พฤฒิวรกุลชัย ตำแหน่ง CDM, ควรคิด แดงคงแก้ว ตำแหน่ง RCD และ ปราโมทย์ คงชัย ตำแหน่ง RCD โดยวิทยากรทุกท่านต่างสะท้อนมุมมองเดียวกันว่า “ความสำเร็จเริ่มต้นจากการเปิดใจเรียนรู้ และลงมือทำอย่างมีระบบ” พร้อมย้ำว่าธุรกิจซูเลียนสามารถเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนคุณภาพชีวิตได้จริง

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ การถ่ายทอดวิสัยทัศน์จาก ณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ที่มาร่วมตอกย้ำความแข็งแกร่งขององค์กร ทั้งด้านระบบการตลาด ความมั่นคงของบริษัท และทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต ที่พร้อมสนับสนุนให้นักธุรกิจซูเลียนเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

นอกจากสาระและแรงบันดาลใจแบบจัดเต็ม ภายในงานยังเต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนาน โดยมีพิธีมอบรางวัล iPhone ให้แก่ผู้ชนะจากแคมเปญ “แจกหนัก แจกจริง Season 2” เพื่อเชิดชูความสำเร็จและความทุ่มเทของนักธุรกิจซูเลียน พร้อมคืนกำไรให้ผู้ร่วมงานแบบไม่มีกั๊ก ด้วยกิจกรรมลุ้นรับอั่งเปาเงินสดฟรี และจับรางวัลของที่ระลึกพิเศษ สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดทั้งงาน

งาน “The Success Vision” ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเวทีสัมมนาทางธุรกิจ แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ การสร้างเครือข่ายคุณภาพ และการเติมพลังบวกให้ผู้เข้าร่วมทุกคนได้เห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมก้าวไปสู่การ “เลือกชีวิตในแบบที่ต้องการ” ร่วมกับครอบครัวซูเลียนอย่างมั่นคงและยั่งยืน

T&B จับมือ จับมือ วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตจุดไอเดียความคิดให้เด็กมัธยมปลายใน “ค่ายผู้นำนวัตกรรมสังคม รุ่นที่ 2/1”

T&B Media Global Thailand นำ “Shelldon หอยกู้โลก” แอนิเมชันชื่อดังจาก T&B Media Global ที่ออกอากาศมาแล้วในกว่า 180 ประเทศทั่วโลก และมีบทบาทในการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างต่อเนื่อง จับมือกับ วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โดย รศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม จัดกิจกรรม “ค่ายผู้นำนวัตกรรมสังคม รุ่นที่ 2/1” ภายใต้แนวคิด “Shelldon’s Ocean Guardians”โดยมีทุนการศึกษารวมกว่า 18,000 บาท พร้อมรับเกียรติบัตรใส่ Portfolio โดยจุดประกายความคิดให้น้องๆ มัธยมปลายที่สร้างสรรค์กิจกรรมหลังจากการฟังวิทยากรแนะแนวแนวคิดจนออกมาอย่างน่าชื่นชมกันทีเดียวโดยมี คุณรัชต์ จิรธรศิริ Acting Group Chief operating officer และ คุณเมธวิน อังคทะวานิช Group chief partnership officer ของ บริษัท T&B Media Global Thailand เข้าร่วมงาน

สำหรับการจัดกิจกรรม “ค่ายผู้นำนวัตกรรมสังคม รุ่นที่ 2/1” ภายใต้แนวคิด “Shelldon’s Ocean Guardians” เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้พัฒนาทักษะสำคัญสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมสังคมในอนาคต เปิดความสนุกสนานกับ ทีม RSU Cheerleading ตามติดกันมาด้วย มาสคอตเชลล์ดอน พร้อมด้วย ซีโมน – ปุณณาสา ต้นวิชา และ เรมี่ – ไอริณ รณเกียรติ สองศิลปินสาวจากค่าย Rabbit Moon ในเครือ T&B Media Global
​สำหรับ workshop สำหรับน้องๆที่เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วยน้องๆ นักเรียน มัธยมปลายที่มาร่วมกิจกรรมที่ก้าวสู่บทบาท “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง”

ในค่ายผู้นำนวัตกรรมสังคม รุ่น 2/1 ตอน Shelldon’s Ocean Guardians เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลงมือจริง กับสกิลสำคัญในโลกอนาคต กับ 3 วิทยากรที่มาจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับน้องๆใน 4 mission คือ
Mission 1 : วิธีคิดผู้นำแบบเชลล์ดอน IP ไทยก้าวไกลระดับโลก
โดย คุณพรวิรุณ แก้วทอง (พี่ตอง) Director of Leaning Business
Mission 2: Ocean Crisis & SDG 14 เจาะลึกวิกฤตใต้ทะเล และแนวคิดควํามยั่งยืน (ESG)
โดย คุณคณิน แก้วอินทร์(พี่แอมป์) Social Innovation Director
Mission 3: Design Mindset คิดเชิงออกแบบเพื่อพิทักษ์เชลล์แลนด์ กิจกรรม Workshop แบบกลุ่ม
โดย คุณชรภัทธ์ สันติมํากร (พี่อ๋อง) Chief Experience Officer
Mission 4: Pitching & Communication เวทีนำเสนอแนวคิดผู้นำเยาวชน
สำหรับผลการจัดกิจกรรมทำให้น้องๆที่เข้าร่วมงานได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Workshop-based Learning) โดยได้ฝึกฝนทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ผ่านสกิลสำคัญในโลกอนาคต ได้แก่

  • Leadership & Teamwork — ฝึกการเป็นผู้นำและการทำงานเป็นทีม
  • Design Thinking — คิดเป็นระบบ แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
  • Communication — สื่อสารไอเดียให้โดนใจ
  • Social Innovation — สร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน
    นอกจากนี้ยังจะได้สร้างผลงานเพื่อใช้ประกอบ Portfolio สำหรับการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา พร้อมลุ้นรับทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 18,000 บาท และรับเกียรติบัตรจากมหาวิทยาลัยรังสิตและ T&B Media Global ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต

ลิ้มรสความหอมหวานผ่านเมนูของหวานประจำฤดูกาล ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

ฤดูกาลแห่งความหวานฉ่ำของ “มะม่วงน้ำดอกไม้” พร้อมแล้วที่จะให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อย ณ มิลค์ แอนด์ โค ชั้น G และ ที แอนด์ ทิปเปิ้ล ชั้น 23 ขอชวนคุณร่วมสัมผัสเสน่ห์ของผลไม้ไทยประจำฤดูกาลผ่านเมนูของหวานที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ด้วยความหวานละมุน กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ และเนื้อสัมผัสนุ่มเนียนของมะม่วงน้ำดอกไม้ นำมารังสรรค์เป็นเมนูของหวานหลากหลาย อาทิ เดนิชมะม่วง ราคา 130 บาท++ แป้งกรอบอบใหม่ หอมเนย เสิร์ฟคู่มะม่วงสุกและครีมเนียนนุ่ม เพิ่มมิติความหอมหวานอย่างพอดีคำ, ชีสเค้กมะม่วง ราคา 190 บาท++ เนื้อเค้กเนียนละเอียด รสเปรี้ยวหวาน ตัดกับซอสมะม่วงเข้มข้นอย่างลงตัว และ มูสมะม่วง ราคา 190 บาท++ เนื้อเบานุ่มละลายในปาก นอกจากนี้คุณยังสามารถเพลิดเพลินไปกับเบเกอรี่ ครัวซองต์ เดนิช เค้ก แซนด์วิช สลัด อาหารไทย และเครื่องดื่มชา กาแฟ พร้อมความโดดเด่นรายล้อมด้วยการตกแต่งหรูหราทันสมัย ให้ความรู้สึกเพลิดเพลินผ่อนคลายสบายตา เหมาะสำหรับเช็คอินเก๋ๆลงโซเชียลอวดเพื่อนได้ทั้งเดือน ที่ มิลค์ แอนด์ โค ชั้น G และ ที แอนด์ ทิปเปิ้ล ชั้น 23 ของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคมนี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มิลล์ แอนด์ โค ชั้น G โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ โทร. 02-100-1234 ต่อ 2321 หรืออีเมล์: diningcgcw@chr.co.th

KGI DW13 ครบ 17 ปี ครองมาร์เก็ตแชร์ 70% ยืนหนึ่งเครื่องมือเทรดตลาดผันผวน

KGI ฉลอง DW13 ครบ 17 ปี ตอกย้ำผู้นำมาร์เก็ตแชร์ 70% ท่ามกลางตลาดหุ้นผันผวน ชี้ Fund Flow ยังเป็นตัวแปรหลักในการเก็งกำไรหุ้นไทย หนุนดีมานด์ DW โดยเฉพาะ SET50 Call/Put สำหรับทั้งเก็งกำไรและป้องกันความเสี่ยง พร้อมชูจุดแข็งด้านสภาพคล่องและแนวคิด “Localized Standard” ที่ตอบโจทย์นักลงทุนไทย เดินหน้าปี 2569 ตั้งเป้าออก DW มากกว่า 1,100 ตัว สร้างสถิติใหม่ ขยายฐานผู้ลงทุนและรองรับกลยุทธ์ที่หลากหลายมากขึ้น

โดยจากตลาดหุ้นไทยในปีนี้เริ่มต้นได้อย่างแข็งแกร่ง ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 1,500 จุด ให้ผลตอบแทนในกรอบราว 15%-20% อย่างไรก็ตาม แรงหนุนสำคัญในช่วงต้นปีมาจากความคาดหวังต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ที่มีแนวโน้มเป็นขาลง แต่สถานการณ์ล่าสุดจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเงินเฟ้อ ทำให้โอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้มีข้อจำกัดมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มอยู่แถวระดับ 1,500 จุดต่อไปอีกสักระยะ

นายเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI เปิดเผยว่า “ในภาวะตลาดลักษณะนี้ นักลงทุนควรให้น้ำหนักกับการวิเคราะห์ทิศทาง Fund Flow มากกว่าปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศ เนื่องจากภาพการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยได้สะท้อนผ่านระดับ P/E ที่อยู่ในระดับต่ำมาหลายปี ขณะที่การเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างตลาดยังคงเป็นปัจจัยหลัก โดยตลาดหุ้นไทยมี P/E ราว 17 เท่า เทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐที่อยู่ในระดับ 25–30 เท่า แม้หุ้นเทคโนโลยีในต่างประเทศจะยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดเงินลงทุนทั่วโลก แต่ในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูงควบคู่กับเงินเฟ้อ ข่าวลบเพียงเล็กน้อยก็สามารถกระตุ้นแรงขายได้อย่างรุนแรง ส่งผลให้เงินทุนบางส่วนไหลกลับมายังตลาดที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า ซึ่งตลาดหุ้นไทยถือเป็นหนึ่งในตัวเลือก ด้วยระดับ P/E ที่ต่ำและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ”

จากพฤติกรรมการเก็งกำไรหุ้นไทย ตาม Fund Flow ตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้การเก็งกำไรผ่าน Derivative Warrant (DW) โดยเฉพาะ DW ที่อ้างอิงหุ้นขนาดใหญ่และ SET50 ของ KGI หรือ “DW13” ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนผลักดันให้ KGI DW13 ครองส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ในหุ้นไทยสูงถึง 70% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำหรับกลยุทธ์ของนักลงทุน พบว่าในช่วงที่ดัชนีปรับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 1,500 จุด นักลงทุนมักเลือกใช้ SET50 Put DW เพื่อป้องกันความเสี่ยงพอร์ตหุ้น เปรียบเสมือน “โล่” สำหรับพอร์ตการลงทุน ขณะที่ในภาวะตลาดแกว่งตัวในกรอบ นักลงทุนจะเน้นการเทรดสลับระหว่าง SET50 Call DW และ Put DW ภายในวัน พร้อมตั้งจุด Stop Loss สิ้นวันเพื่อบริหารความเสี่ยง

นอกจากนี้ ยังเริ่มเห็นนักลงทุนกลุ่มใหม่ที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกมากขึ้น หรือ Beyond Buy & Hold โดยเลือกลงทุนใน DW ที่มีอัตราทดสูงมาก (Extreme Leverage) บนหุ้นรายตัวที่ปรับฐานลึก แต่เริ่มมีสัญญาณวอลุ่มกลับเข้ามาและมีโอกาสปรับตัวขึ้นแรง ถึงแม้จะมีความเสี่ยงสูง แต่ก็เปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระดับสูงเช่นกัน

นายเจนวิทย์ กล่าวอีกว่า อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ KGI DW13 ครองมาร์เก็ตแชร์และได้รับความนิยมสูงสุด มาจากประสิทธิภาพในการดูแลสภาพคล่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความแกว่งตัว ผันผวนรุนแรงถึงขั้นวิกฤติ เช่น เหตุการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งทีมงานและระบบคอมพิวเตอร์ของ KGI สามารถดูแลราคาและสภาพคล่องได้อย่างต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้อย่างชัดเจน

ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา KGI DW13 ให้ความสำคัญกับแนวคิด “Localized Standard” หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และระบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักลงทุนไทย มากกว่าการยึดตามมาตรฐานสากลเพียงอย่างเดียว อาทิ การพัฒนาจัดตั้งเว็บไซต์ Thaiwarrant.com การกำหนดมาตรฐานตารางราคา DW รวมถึงการออก DW รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ KGI DW13 เป็นผู้กำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม DW ในประเทศไทยอย่างแท้จริง

สำหรับเป้าหมายในปี 2569 KGI DW13 ตั้งเป้าสร้างสถิติใหม่ด้วยการออก DW มากกว่า 1,100 ตัวเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพื่อรองรับการเติบโตของมาร์เก็ตแชร์และขยายฐานนักลงทุนที่มีกลยุทธ์หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น DW อัตราทดสูงเป็นพิเศษ หรือ DW อายุยาว

“เรายังเชื่อมั่นว่า KGI DW13 จะสามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม และรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ ในอนาคต ตามกรอบที่หน่วยงานกำกับดูแลอนุญาต” นายเจนวิทย์ กล่าวเสริม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaiwarrant.com

เคาท์ดาวน์!! “มาม่า presents GDH โตมาด้วยกัน ออร์เคสตรามูฟวี่คอนเสิร์ต” ซ้อมเข้ม เตรียมอิ่มเอมไปกับบทเพลงในความทรงจำ 14 มิ.ย. นี้

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้วสำหรับ “มาม่า presents GDH โตมาด้วยกัน ออร์เคสตรามูฟวี่คอนเสิร์ต” คอนเสิร์ตที่จะพาคุณย้อนกลับไปดื่มด่ำความทรงจำผ่านภาพยนตร์และบทเพลงอันประทับใจจาก GTH และ GDH ในเวอร์ชันที่ยิ่งใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยมีมา จัดแสดงเพียง 2 รอบเท่านั้น!! วันที่ 14 มิถุนายน 2569 ณ One Bangkok Forum

โดยบรรยากาศการซ้อมล่าสุดเต็มไปด้วยพลังและความตั้งใจของเหล่าศิลปินและนักแสดงชื่อดังที่แท็กทีมกันมาร่วมสร้างโชว์สุดพิเศษ โดยเริ่มจากกรุ๊ปนางเอกที่รวมตัวกันอย่างคึกคัก นำโดย คริส หอวัง, เจนเย่ เมธิกา, โฟกัส จีระกุล, มิว นิษฐา, หนูนา หนึ่งธิดา และ อาม่าแต๋ว อุษา ที่ต่างทุ่มเทซ้อมทั้งร้องและแสดงกันแบบจัดเต็ม จนได้เพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ทั้งสนุกและน่าประทับใจ นอกจากนี้ยังมีโมเมนต์อบอุ่น เมื่อทาง GDH ทำเซอร์ไพรส์จัดเค้กวันเกิดก้อนโตมาให้กับหนูนา งานนี้ทำเอาเจ้าตัวถึงกับยิ้มปลื้มและใจฟูขั้นสุดเลยทีเดียว ต่อเนื่องด้วยการซ้อมในวันที่สอง ซึ่งเป็นคิวของทีมนักแสดงจากซีรีส์สุดฮิต “Hormones วัยว้าวุ่น”  อาทิ เก้า สุภัสสรา, ปันปัน สุทัตตา, เบล เขมิศรา, ฟรัง นรีกุล, แพรว นฤภรกมล, แพรวา ณิชาภัทร, ต้าเหนิง กัญญาวีร์, ฝน ศนันธฉัตร, พีช พชร, สกาย วงศ์รวี, ไมเคิล ศิรชัช, แบงค์ ธิติ, ท็อป ณภัทร, พี สาริษฐ์, อัด อวัช, โอบ นิธิ  รวมถึงไอซ์ พาริส ที่มาซ้อมกันยาวนานกว่า 5 ชั่วโมงแบบไม่มีดร็อปเอ็นเนอร์จี้ เรียกว่าทั้งร้องทั้งเต้นกันอย่างสนุกสนาน ปิดท้ายด้วยการซ้อมในวันที่สามของ เจมมี่เจมส์, เจ้านาย จินเจษฎ์, ตั้ว คณิศร, มาร์ช จุฑาวุฒิ และศิลปินรุ่นใหญ่ อ้อง สุรสีห์ ที่ต่างใส่พลังกันแบบไม่มีกั๊ก จนทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ยิ่งน่าจับตามองว่าบนเวทีจริงจะมีโชว์พิเศษอะไรมาเซอร์ไพรส์ผู้ชมอีกบ้าง

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดการเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำครั้งสำคัญ บัตรคอนเสิร์ตยังคงเปิดจำหน่าย โดยการแสดงจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 14:00 น. และ 19:30 น. ณ One Bangkok Forum ราคาบัตร 8,000 / 6,000 / 5,000 / 4,000 / 3,500 / 3,000 บาท สามารถซื้อได้ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา และเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com ทั้งนี้รายได้จากการจำหน่ายบัตรจำนวน 5,000,000 บาท จะนำไปมอบให้กับมูลนิธิดวงใจใหม่ เพื่อช่วยเหลือการผ่าตัดหัวใจผู้ป่วยระยะเร่งด่วนจำนวน 111 ดวง  สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย Facebook / Instagram / Tiktok / X : GDH

#GDHโตมาด้วยกันคอนเสิร์ต

#GDHโตมาด้วยกันขายบัตรแล้ววันนี้

โฮมโปร คว้าอันดับ Top 5% โลก ด้านความยั่งยืนปี 2026 จาก S&P Globalตอกย้ำผู้นำค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้าน สู่มาตรฐาน ESG ระดับสากล ขับเคลื่อนองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้านของไทย สร้างความภาคภูมิใจให้วงการธุรกิจไทย หลังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม Top 5% ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีก จากการประเมินโดย S&P Global Corporate Sustainability Assessment และได้รับคัดเลือกอยู่ใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 สะท้อนศักยภาพขององค์กรไทยในการยกระดับการดำเนินธุรกิจสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว

พร้อมกันนี้ โฮมโปรยังได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Best-in-Class Indices (DJBIC) ประเภท กลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ตอกย้ำความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG ที่บูรณาการอย่างเป็นระบบในทุกมิติขององค์กร

ขับเคลื่อน ESG สู่ “Core Business Strategy”

โฮมโปรวาง ESG เป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์และกรอบการตัดสินใจทางธุรกิจ โดยผสานแนวคิดความยั่งยืนอย่างเป็นระบบเข้ากับทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า การบริหารซัพพลายเชน ไปจนถึงการส่งมอบประสบการณ์ให้ลูกค้า ภายใต้เป้าหมาย “We Make a Better Living”

ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) โฮมโปรขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการพัฒนาสินค้ากลุ่ม ECO Product, ECO Choice และ Circular Products หรือสินค้ารักษ์โลกที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล รวมถึงโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ที่นำเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่ากลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี ช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งมีการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนผ่านการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) ในสาขาและศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงการนำรถบรรทุกEV มาใช้ในกระบวนการขนส่ง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ สอดรับกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050

ในมิติด้านสังคม (Social) โฮมโปรมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และชุมชน โดยเริ่มจากการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสในการเติบโตอย่างมั่นคงในสายอาชีพ ขณะเดียวกันเดินหน้าพัฒนาสินค้าและบริการที่ครอบคลุมทุกเรื่องบ้านแบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของลูกค้าในระยะยาว

ในมิติด้านธรรมาภิบาล (Governance) โฮมโปรดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ด้วยความโปร่งใสและมีความรับผิดชอบ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง การต่อต้านคอร์รัปชัน และการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีจริยธรรม ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรองรับการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

การประเมินของ S&P Global ในปีที่ผ่านมา ครอบคลุมบริษัทชั้นนำกว่า 9,200 แห่งทั่วโลก โดยการที่โฮมโปรก้าวขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Top 5% ของโลก และคงสถานะสมาชิก DJBIC (เดิมชื่อ Dow Jones Sustainability Indices – DJSI) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 สะท้อนถึงการบูรณาการแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างแท้จริง ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และเป็นเครื่องหมายยืนยันบทบาทโฮมโปร ที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพภายใต้เป้าหมาย “We Make a Better Living”

 โฮมโปรเชื่อว่า “ความยั่งยืนเป็นแนวทางที่องค์กรยึดถือในการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง และความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ แต่เป็นบทพิสูจน์ว่าองค์กรได้ดำเนินกลยุทธ์มาถูกทาง ทั้งในด้านสร้างการเติบโตที่มั่นคงควบคู่กับการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน โฮมโปรเชื่อว่าธุรกิจที่ยั่งยืน คือธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และความสำเร็จในวันนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้องค์กรเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยความมุ่งมั่นมากยิ่งขึ้น”

“การได้รับการยอมรับในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความตั้งใจและความสม่ำเสมอของโฮมโปรในการสร้างการเติบโตที่สมดุลระหว่างธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยโฮมโปรยังเดินหน้าดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้าง Better Environment, Better Society และ Better Business พร้อมส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับทุกคนอย่างยั่งยืน และก้าวสู่การเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างผู้คนในทุกช่วงชีวิต ในฐานะ Home Lifetime Companion เพื่อร่วมสร้าง Better Living อย่างยั่งยืนในระยะยาว”

#S&PGlobalSustainabilityYearbook2026 #DJBIC #ESG #Sustainable #HomeProESG #HomeLifetimeCompanion #โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #homepropr