“OLYMPOP 2” จุดไฟ T-POP สะเทือนทั้งไทม์ไลน์! สร้างโมเมนต์ประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ ดันแฮชแท็ก #OLYMPOP2026DAY ขึ้นเทรนด์ X อันดับ 1 ของโลก

จบลงแบบยิ่งใหญ่ สมการรอคอย กับ “OLYMPOP 2” มหกรรมกีฬาสายป๊อปที่ไม่ได้มีดีแค่กีฬา แต่คือพื้นที่รวมพลังของเหล่าศิลปิน T-POP ตัวท็อปของวงการ ที่ขนทั้งเอเนอร์จี้ ความสนุก และโชว์ระดับตำนาน มาเสิร์ฟแฟนๆ แบบเต็มแม็กซ์ตลอดทั้งวัน ณ Queen Sirikit National Convention Center พร้อมพลังแฟนคลับที่ช่วยกันดันแฮชแท็ก #OLYMPOP2026DAY พุ่งขึ้นเทรนด์อันดับ 1 บน X ทั้งในประเทศไทย และทั่วโลก สะท้อนพลังของ T-POP ที่กำลังถูกจับตามองจากทั่วโลก

ปีนี้ “OLYMPOP 2” กลับมาใหญ่กว่าเดิม x100 พร้อมศิลปินกว่า 180 ชีวิต ที่แท็กทีมกันมาสร้างอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ให้วงการ T-POP ตลอด 10 กว่าชั่วโมง ทั้งการแข่งขันกีฬาที่อัดแน่นความสนุกแบบจุกๆ 6 ชั่วโมงเต็ม รวมถึงการโชว์ ที่เน้น Collaboration Stage และคอนเสิร์ตยาวกว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นความพิเศษ ของ Olympop ทึ่หาชมได้ยาก เรียกได้ว่าเป็นงานที่รวมทั้งเสียงกรี๊ด เหงื่อ น้ำตา และความประทับใจไว้ครบในวันเดียว

เปิดสนามแบบเดือดตั้งแต่วินาทีแรก กับขบวนพาเหรดของสองทีมตัวตึง BLUE DEVIL นำทีมโดย NONT TANONT และ ORANGE MONSTER นำโดย Jeff Satur ก่อนเข้าสู่โหมดแข่งขันแบบไม่มีใครยอมใคร ทั้ง Fit For All, Chair Ball, Archery, Volleyball, Basketball, Futsal และ Human Bowling สุดท้ายทีม BLUE DEVIL คว้าชัยประจำปีนี้ไปแบบสมศักดิ์ศรี แต่ของจริงเพิ่งเริ่ม… เมื่อเวทีคอนเสิร์ตเปิดขึ้น ความมันก็พุ่งสุดเพดาน! เริ่มด้วยโชว์เปิดสุดเฟียสจาก อองรี, อ๊ะอาย, จั๋ง และ มาเบล ในเพลง “WAKE UP, DON’T WAIT! (ไปกันต่อ)” ก่อนส่งต่อเวทีให้เหล่าศิลปิน T-POP แถวหน้าของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น BUS, 4EVE, BAMM, DICE, PiXXiE, ATLAS, DAOU, PP KRIT, NUNEW, PORSCHE, JACKIE, THIRD, JAYLERR, OABNITHI, ICE PARIS, SARAH, CHEER, Justmine และศิลปินอีกมากมาย ที่สลับกันขึ้นมาแจกทั้งความเท่ ความโวคอล และเพอร์ฟอร์แมนซ์แบบไม่มีพัก ไฮไลต์ที่ทำเอาทั้งฮอลล์ร้องลั่น คงหนีไม่พ้นโชว์ปิดท้ายจาก 3 ตัวพ่อสายร้อง NONT TANONT, Billkin และ Jeff Satur ที่จับไมค์ร่วมกันในเพลง “One Moment in Time” และ “We Are The Champions” โมเมนต์ที่ทั้งทรงพลัง อบอุ่น และทำให้แฟนๆ ขนลุกทั้งฮอลล์

“OLYMPOP 2” ไม่ได้เป็นแค่งานกีฬา หรือคอนเสิร์ต แต่คือภาพสะท้อนว่าพลังของ T-POP วันนี้ไปไกลกว่าที่เคย และกำลังเปล่งแสงสู่สายตาโลกอย่างเต็มภาคภูมิ แล้วเจอกันใหม่ปีหน้า… เพราะถ้าปีนี้ว่าเดือด ปีหน้ามีคำว่า “ยิ่งกว่า” รออยู่แน่นอน

สมฐานะเจ้าพ่อเพลงรัก “No One else” ขนเพลงรัก เสิร์ฟความละมุนแบบทวีคูณ ใน “มาม่า พรีเซนต์ No One Else Symphonique”

เป็นค่ำคืนอันแสนพิเศษจริงๆ สำหรับวง No One Else (โน วัน เอลส์) กับการแสดงที่ไม่ได้หาชมได้ง่ายๆ กับคอนเสิร์ต  “มาม่า พรีเซนต์ No One Else Symphonique” A Soul R&B Orchestra Experience ณ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ที่บัตรคอนเสิร์ตถูกจับจองจน Sold Out ทุกโซน โดยได้สร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ ไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (9 พ.ค. 69) กับการรวบรวมบทเพลงของพวกเขามารีอเรนจ์ใหม่ร่วมกับสาขาวิชาธุรกิจดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์มหาวิทยาลัยมหิดล กับนักดนตรีออร์เคสตรากว่า 72 ชีวิต! จาก Thailand Philharmonic Pops Orchestra ภายใต้การอำนวยเพลงโดย  ผศ.ดร.ธนพล เศตะพราหมณ์วาทยากรและหัวหน้าสาขาวิชาการ อำนวยเพลง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล บรรยากาศภายในงานถูกเติมเต็มด้วยหมู่มวลคนรัก โน วัน เอลส์ ที่เดินทางกันมาตั้งแต่ช่วงบ่ายของวัน รวมถึงบรรดาเพื่อนพ้องคนสนิทต่างก็เดินทางมาให้กำลังใจพวกเขาอย่างอบอุ่น นำโดยบอสใหญ่จากค่าย SPICYDISC (สไปร์ซซี่ ดิสก์) คุณเต้งพิชัย จิราธิวัฒน์, คุณหน่อง อรุโณชา, แทน ลิปตา, โค้ดดี้ที่มาพร้อมภรรยาและน้องสบาย เป็นต้น ซึ่งในระหว่างที่รอเข้าไปชมคนเสิร์ตในฮอลล์ทางผู้จัดงานอย่างค่ายเพลง สไปร์ซซี่ ดิสก์ก็ได้จัดเตรียมสินค้าที่ระลึกของงานในครั้งนี้ให้ทุกคนได้หาซื้อติดไม้ติดมือกันไป รวมไปถึงโซนอาหารต่างๆ ให้แฟนเพลงได้อิ่มท้องก่อนจะเข้าไปอิ่มเอมกับเพลงเพราะๆ จาก No one Else

ช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงเมื่อประตูฮอลล์ที่จัดงานเปิดให้ทุกคนได้เข้าไปนั่งประจำที่ของตนเองเรียบร้อย สปอตไลท์บนเวทีเริ่มสว่างขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของสมาชิกทั้ง 3 ใหม่ – กุ๊ก – แนตตี้ ในชุดสูทเต็มยศ ก่อนต้อนรับทุกคนด้วยเพลง ปีนี้ไม่ต้องเหงาคนเดียวแล้วโว้ย พร้อมกล่าวทักทายทุกคนกันก่อนจะต่อเนื่องด้วยเซ็ตเพลงซึ้งกับ ยังไม่ลืม, นักสะสม, เราคงได้พบกันในสักวัน, เริ่มต้นใหม่กี่ครั้งก็ยังเป็นเธอ ก่อนจะสลับมาเป็นมู้ดเพลงหวานกับ วันที่นาฬิกาหมุนไปพร้อมกัน, เธอคือกาแฟในตอนเช้า ที่แนตตี้ ขอลงไปใกล้ชิดแฟนๆ มากขึ้นด้วยการโซโลกีตาร์ ตามมาด้วยเพลง ต่อจากนี้เพลงรักทุกเพลงจะเป็นของเธอเท่านั้น ที่ในเวอร์ชั่นปกติก็ว่าเพราะแล้วในเวอร์ชั่นออเครสตรายิ่งทวีคูณความเพราะขึ้นไปอีกด้วยทีมประสานเสียงที่มาช่วยเพิ่มอรรถรสให้เพลงนี้เพราะยิ่งขึ้น จากนั้นเป็นช่วง Half Time ที่มีเพลงสมาชิกทั้ง 3 คนอยู่บนสเตจมาพร้อมเซ็ตเพลงฟังสบายอย่าง กลับด้วยกันมั้ย หลังจากนั้นก็ได้เวลาเฉิดฉายของ กุ๊กและแนตตี้ ขึ้นมาโชว์สกิลร้องเพลงกับ แค่เธอเท่านั้น, ขอให้ฉันเป็นวันดีๆ ของเธอ, Pure ไปกันต่อกับโชว์ถัดไปกับเซ็ตลิสต์เพลงที่วงตั้งใจเลือกมาร้องในงานนี้โดยเฉพาะอย่างเพลง ตัดสินใจ (B5), I don’t want to miss a thing, Beauty and the best มาพร้อมแขกรับเชิญคนพิเศษกับ พลอย วง HERS ขึ้นมาขับกล่อมทุกคนได้เต้นรำด้วยกัน ไปกันต่อกับ โนบิตะ, ตรงนี้ตลอดไป, เมดเลย์เพลงชื่อยาวบ้างสั้นบ้างกับ คนที่ยังไม่รู้ว่าใคร, อาจจะเรียกว่ารัก, แค่มีเธอให้รัก ก็นับเป็นโชคดีของฉัน, เหตุผลของการมีชีวิตอยู่คือการได้พบเธอ, แค่มีเธอไปเดินเตะคลื่นทะเลด้วยกัน, คำตอบของทุกอย่าง ที่โนวันเอลส์อยากมอบให้ทุกได้ฟังกันเป็นการปิดโชว์อย่างสมบูรณ์

ซึ่งแน่นอนว่าทุกเพลงของ No One Else (โน วัน เอลส์) ล้วนเป็นเพลงโปรดของหลายคนที่ฟังซ้ำได้ไม่มีเบื่อ แต่เมื่อได้ฟังในเวอร์ชั่นออเครสตรายิ่งเพิ่มพูนความไพเราะแบบคูณสองที่เชื่อว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้จะอยู่ในความทรงจำของทุกคนไปอีกนาน และสำหรับใครที่อยากชมภาพบรรยกาศอันอบอุ่นในวันนั้นสามารถติดตามชมได้ทาง  www.facebook.com/NoOneElseFanPage และ www.facebook.com/Spicydiscrecord

“นิกร” รมว.พม. เร่งรัดทำ “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” ใน 166 ศูนย์-สถาน-บ้าน-นิคม ทั่วประเทศ พร้อมยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย จ.เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า วันนี้ ตนพร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. มาลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อีกครั้ง เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) สำหรับกลุ่มเปราะบางพิเศษในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) โดยได้เร่งรัด ศูนย์-สถาน-บ้าน-นิคม จำนวน 83 แห่งมีความพร้อม ในพื้นที่ภาคเหนือ 8 จังหวัด ดำเนินการทำ “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” สำหรับกลุ่มเปราะบางที่อยู่ในความดูแล ซึ่งขณะนี้ กระทรวง พม. มีศูนย์-สถาน-บ้าน-นิคม จำนวน 166 แห่งทั่วประเทศ ที่มีความพร้อมในการดำเนินการทำ “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” ทั้งนี้ กระทรวง พม. ได้บูรณาการความร่วมมือกับกระทรวง อว. ทั้งในเรื่องเทคโนโลยีและงบประมาณ สำหรับการดำเนินการทำ “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร”

นายนิกร กล่าวเพิ่มติมว่า วันนี้ ตนพร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ยังได้ขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมาย ตามนโยบาย 8 ด้าน เพื่อ “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยลงพื้นที่ ณ ศูนย์ประสานงานโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง ตามพระราชดำริ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับฟังรายงานผลการดำเนินงานของศูนย์ฯ และการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายท้องถิ่น รวมถึงข้อมูลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ จากนั้น ได้มอบสิทธิสวัสดิการสังคมต่างๆ แก่กลุ่มเปราะบาง อาทิ เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง , เงินอุดหนุนตามโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย และเงินอุดหนุนตามโครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้กับคนพิการ พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

จากนั้น ได้เดินทางไปลงพื้นที่อำเภอไชยปราการ ซึ่งเป็นอำเภอทางตอนบนของจังหวัดเชียงใหม่ติดกับจังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่เขาสูง เป็นบ้านป่าบนดอย ที่แวดล้อมด้วยภูเขา ทำให้มีความยากลำบากในการเข้าถึงเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางของกระทรวง พม. ซึ่ง ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์คนแรกที่เดินทางมาลงพื้นที่อำเภอไชยปราการ เพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง โดยเป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย ณ เทศบาลตำบลไชยปราการ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมมอบสิทธิสวัสดิการสังคมต่างๆ แก่กลุ่มเปราะบาง อาทิ เงินสงเคราะห์ครอบครัวอุปถัมภ์ผู้สูงอายุ , เงินอุดหนุนตามโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย , เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง , เงินอุดหนุนช่วยเหลือเด็กในครอบครัวอุปถัมภ์ และเงินกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพของคนพิการ  พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอน , ชุดแทนใจ , ถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และชุดของแทนใจ นอกจากนี้ ได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการกิจกรรมและผลงานของหน่วยงานทีม พม.จังหวัดเชียงใหม่ และเครือข่ายท้องถิ่น

#พม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง #เชียงใหม่

สสว. เดินหน้าช่วย SME ลดต้นทุนการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ร่วมงานอบรมสัมมนาประเมิน CFP และเปิดตัวแคมเปญ VB SAVE+ต่อยอดองค์ความรู้ เพื่อยกระดับมาตรฐาน SME ไทยก้าวทันเวทีการค้าโลก

กรุงเทพฯ – 11 พฤษภาคม 2569: สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมเปิดงานอบรมสัมมนาให้ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การประเมิน CFP และระบบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของประเทศไทยให้กับ SME พร้อมร่วมแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “VB SAVE+” (วี บี เซฟ พลัส) ซึ่งดำเนินการโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพื่อร่วมขับเคลื่อนการก้าวสู่ Net Zero ของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ณ ห้อง TIJ COMMON GROUND สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) เมื่อเร็ว ๆ นี้

เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่รุนแรงที่ส่งผลให้ประเด็นสิ่งแวดล้อมกลายเป็นวาระสำคัญระดับโลก จึงเกิดเป็นนโยบายและมาตรการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นส่วนหนึ่งของกฎกติกาการค้าโลกใหม่อย่างมาตรการกีดกันทางการค้าสีเขียว (Green Trade Barriers) เป็นสาเหตุให้ SME ไทย ต้องปรับตัวและยกระดับมาตรฐานสินค้าเพื่อเข้าสู่ตลาดสากล และเพื่อรองรับนโยบายดังกล่าว เครื่องมือขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการเก็บข้อมูลและประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจก และพัฒนาต่อไปเป็นเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Product: CFP) สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ISO 14067 เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างศักยภาพการแข่งขันของ SME ไทยในการแข่งขันเวทีโลก

ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า “เพื่อที่จะก้าวทันตลาดโลก ผู้ประกอบการ SME ไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อกติกาใหม่ของโลกโดยเฉพาะการมีข้อมูลด้านคาร์บอนที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ซึ่งทางสสว. เอง เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนและพัฒนาผู้ประกอบการ SME ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ต่างๆ ที่สามารถนำมาต่อยอดธุรกิจได้ เทคโนโลยี มาตรฐานธุรกิจ หรือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อสร้างขีดความสามารถของ SME ไทย ในการแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ การร่วมกันขับเคลื่อนโครงการนี้ จะต่อยอดศักยภาพ SME ไทย ให้เติบโตในบริบทเศรษฐกิจใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน”

โดยการเข้าร่วมอบรมสัมมนาให้ครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถระบุและแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ฝังอยู่ในผลิตภัณฑ์ได้ และสามารถวางแผนและดำเนินมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างถูกวิธี เพื่อยกระดับศักยภาพธุรกิจตนเองให้เติบโตทัดเทียมกับสากล

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการแถลงข่าวเปิดแคมเปญ “VB SAVE+” (วี บี เซฟ พลัส) ซึ่งดำเนินงานโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เพื่อช่วยลดต้นทุนในกระบวนการประเมิน และทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และการตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบสำหรับโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) โดย ดร.อภิรดี ขาวเธียร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า “โครงการ ‘SME ปัง ได้เงินคืน’ ผ่านระบบ BDS (Business Development Service) เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาธุรกิจของ SME ไทย ในลักษณะ Matching Fund โดยสนับสนุนในรูปแบบ co-payment ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ภาคการผลิตที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 100 ล้านบาท และภาคอื่นๆ ที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้สูงสุดถึง 80% ภายใต้วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท ครอบคลุมทั้งค่าที่ปรึกษา ค่าทวนสอบ และค่าธรรมเนียมการรับรองในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) คาร์บอน ฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) และโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (T-VER) สอดคล้องกับเป้าประสงค์ และการดำเนินงานของโครงการ VB SAVE+ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้มีมาตรฐานเดียวกับนานาชาติ”

ในอนาคตข้างหน้า สสว. ยังพร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการ เพื่อต่อยอดขีดความสามารถของ SME ไทยให้พุ่งทะยานต่อไปด้วยความมั่นคง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของโลกอย่างยั่งยืน

อุทัยธานีเปิดตัวชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี บ้านท่าโพ”ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

จังหวัดอุทัยธานี ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุทัยธานี จัดโครงการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมด้วยนวัตกรรมภูมิปัญญา “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมกิจกรรมเปิดตัวชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าโพ อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น

เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์การเรียนรู้และอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพ นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายพัฐศิษฏ์ ธนชวาลย์ ผู้อำนวยการกองตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, นางสาวพรทิพย์ กำเหนิดแจ้ง วัฒนธรรมจังหวัดอุทัยธานี, เรือตรีวิทยา เกล้าวิกรณ์ นายอำเภอเมืองอุทัยธานี และนายนฤเบศวร์ จีระพงศ์เอกธนา นายอำเภอหนองขาหย่าง ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยสีสันแห่งวิถีชุมชนและกลิ่นอายวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยมีกิจกรรมไฮไลต์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนบ้านท่าโพ อาทิ การแข่งขันทำอาหารคาวจากวัตถุดิบ “ปลาแรด” สินค้าขึ้นชื่อจากลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง ซึ่งแต่ละทีมได้นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมารังสรรค์เมนูพื้นบ้านอย่างสร้างสรรค์ สร้างความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนกว่า 30 ร้านค้า ให้ผู้เข้าร่วมงานได้เลือกชมและเลือกซื้อสินค้าพื้นถิ่นคุณภาพ ตลอดจนกิจกรรมสาธิตการประกอบอาหาร “The Lost Taste รสชาติ…ที่หายไป” ที่ถ่ายทอดเมนูพื้นบ้านโบราณซึ่งหารับประทานได้ยาก สะท้อนคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน

อีกทั้งยังมีการแข่งขันทำขนมไทยพื้นบ้าน “ข้าวแดกงา” ขนมโบราณที่สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชุมชน โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานที่ร่วมชมและร่วมเชียร์กันอย่างอบอุ่น ท่ามกลางบรรยากาศแห่งรอยยิ้มและความสามัคคีของคนในชุมชน

ภายในพิธีเปิดยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจากชุมชนบ้านท่าโพ ทั้งการแสดงเพลงพื้นบ้านท่าโพ เพลงพระมหาชนกจักรี และเพลงชักเย่อ ที่ถ่ายทอดเสน่ห์และเอกลักษณ์ของท้องถิ่นได้อย่างน่าประทับใจ
ปิดท้ายด้วยการแสดงดนตรีจากนักเรียนโรงเรียนหนองฉางวิทยา ที่ร่วมสร้างสีสันและมอบความบันเทิงให้กับผู้ร่วมงาน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง

กิจกรรม “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าโพ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตริมลุ่มแม่น้ำสะแกกรังอย่างใกล้ชิด

จังหวัดอุทัยธานีขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมมาเยือนชุมชนบ้านท่าโพ เพื่อสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งวิถีชุมชน อาหารพื้นถิ่น และวัฒนธรรมอันงดงามของจังหวัดอุทัยธานีด้วยตนเอง

สายมูตัวจริง! คนบันเทิงไทยแห่บูชา “ท้าวเวสสุวรรณ” ขอพรโชคลาภ-งานปัง ชีวิตพลิกสู่ความสำเร็จ

กลายเป็นอีกหนึ่งกระแสความเชื่อที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในวงการบันเทิงไทย สำหรับการบูชา “ท้าวเวสสุวรรณ” เทพแห่งโชคลาภ ผู้ปกปักรักษาและขจัดสิ่งไม่ดี ซึ่งเหล่าดารา นักแสดง และคนดังจำนวนไม่น้อย ต่างออกมาเผยประสบการณ์ความปัง หลังเดินทางไปกราบไหว้ขอพร ทั้งเรื่องงาน เงิน และความสำเร็จในชีวิต

โดยหนึ่งในคู่คนดังที่มักพูดถึงเรื่องราวความศรัทธาอยู่เสมอคือ แจ๊ส ชวนชื่น และ แจง ปุณณาสา ที่เคยเล่าถึงการบูชาท้าวเวสสุวรรณจนงานและธุรกิจเติบโต รวมถึงยอดวิวช่องยูทูบที่พุ่งแรงแบบต่อเนื่อง ขณะที่ ฝ้าย ณัฏฐพัชร์ ก็เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่ศรัทธาในองค์ท้าวเวสสุวรรณ เชื่อว่าช่วยส่งเสริมทั้งเรื่องการงานและความรักให้ราบรื่นมากขึ้น

ด้าน จ๊ะ นงผณี ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นสายมูตัวแม่ ที่มักเดินสายไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ รวมถึงกราบขอพรท้าวเวสสุวรรณเพื่อเสริมดวงด้านงานและความสำเร็จอยู่เป็นประจำ

ขณะที่นักแสดงสาวสายมูอย่าง “มายด์ ณภศศิ สุรวรรณ” ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ให้ความเคารพศรัทธา พร้อมแชร์โมเมนต์เดินทางไปไหว้ขอพรให้แฟนๆได้ติดตามอยู่บ่อยครั้ง ด้าน แมน การิน เจ้าพ่อแห่งศาสตร์ตัวเลข เผยว่าปีนี้ถือเป็นอีกปีทองของการบูชา “ท้าวเวสสุวรรณ” โดยเฉพาะเรื่องโชคลาภ การงาน และโอกาสใหม่ๆ ที่อาจพลิกชีวิตสู่ความสำเร็จได้แบบก้าวกระโดด จึงไม่แปลกใจว่าทำไมเหล่าคนดังและสายมูทั่วประเทศ ต่างพากันเดินทางไปกราบไหว้ขอพรเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตกันอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีวัดชื่อดังหลายแห่งที่คนบันเทิงนิยมเดินทางไปสักการะ ไม่ว่าจะเป็น วัดจุฬามณี รวมถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศที่มีองค์ท้าวเวสสุวรรณประดิษฐานอยู่ จนกลายเป็นจุดหมายของสายมูที่หวังขอพรเรื่องโชคลาภ หน้าที่การงาน และความมั่นคงในชีวิต

แม้ความเชื่อจะเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่สำหรับคนบันเทิงหลายคน “ท้าวเวสสุวรรณ” ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งโชคลาภเท่านั้น หากยังเป็นเหมือนพลังใจสำคัญ ที่ช่วยเสริมความมั่นใจและสร้างพลังบวกในการเดินหน้าทำงานและใช้ชีวิตอีกด้วย

นักสืบโซเชียลทำงาน! โจอี้ ภูวศิษฐ์ สปอยเพลงใหม่ จนแฟนๆ ทนไม่ไหว ล่าสุดปล่อยแผ่นเสียง TikTok ให้ฟังแล้ว เพลงน่ารักจนอยากเป็นเบบี๋ของใครสักคน

ช่วงนี้แฟนเพลงโจอี้ ภูวศิษฐ์ น่าจะกำลังเล่นเกมนักสืบกันทั้งโซเชียล หลังเจ้าตัวเริ่มหยิบเพลงใหม่ออกมาสปอยตามงานต่างๆ จนคนดูอัดคลิปแชร์กันเต็มฟีด พร้อมเริ่มแกะเนื้อเพลงและเดาชื่อเพลงกันสนั่น

“มีใครอยากรักฉันไหม มีใครต้องการมาเป็นเบบี๋ฉันไหม”

หลายคนบอกว่าแค่ฟังไม่กี่วินาทีก็ติดหูแล้ว ล่าสุดยิ่งทำเอาคนอยากฟังเต็มเพลงกว่าเดิม เมื่อโจอี้ปล่อย “แผ่นเสียง” ให้แฟนๆ ได้ลองฟังแบบ Pre-Release พร้อมแอบสปอยสั้นๆ ว่า เพลงนี้คือ “เพลงน่ารักและเบาที่สุดในอัลบั้มโพนทรายStyleSound”

แต่ที่ทำเอาแฟนคลับตื่นเต้นไม่แพ้กัน คือเพลงนี้เหมือนจะไม่ได้ร้องคนเดียว เพราะมี “เสียงผู้หญิง” โผล่มาแบบสั้นๆ แต่คุ้นหูสุดๆ จนหลายคนเริ่มเดากันแล้วว่าเป็นใคร งานนี้โซเชียลเลยเริ่มเปิดโหมดนักสืบเต็มตัว ทั้งเดาชื่อเพลง เดาเนื้อเต็ม และเดากันต่ออีกว่า นักร้องหญิงเสียงนี้คือใครกันแน่ แล้วโจอี้กำลังจะพาแฟนเพลงไปเจอมุมใหม่แบบไหนในเพลงปิดอัลบั้มเพลงนี้

ใครอยากร่วมวงสืบ ไปลองฟังแผ่นเสียงกันได้ที่ https://vt.tiktok.com/ZS9tNvp3c/ และรอติดตามฟังเพลงเต็มพร้อมกันในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ไม่นานเกินรอ!

โจอี้ภูวศิษฐ์ #JoeyPhuwasit #genierecords #GMMMUSIC

ยินดีบัณฑิตป้ายแดง! “แอลลี่-อชิรญา” คว้าเกียรตินิยมจาก Berklee College of Music สถาบันดังระดับโลก

ทั้งสวย ทั้งเก่ง ครบเครื่อง สำหรับสาวมากความสามารถ แอลลี่-อชิรญา นิติพน ศิลปินจาก 411Music ล่าสุดคว้าความสำเร็จอีกหนึ่งก้าวสำคัญในชีวิต ด้วยการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี การันตีความเก่งด้วยเกียรตินิยม สาขา music business จาก berklee college of music มหาวิทยาลัยที่ได้รับการยกย่องให้เป็นอันดับ 1 ของโลกด้านการบริหารธุรกิจ ดนตรี (music business) ณ เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

งานนี้ “แอลลี่” ควงคุณแม่และครอบครัวบินลัดฟ้าไปร่วมโมเมนต์แห่งความสุข ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่นที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความภาคภูมิใจของคนในครอบครัว โดยเจ้าตัวมาในลุคบัณฑิตสาวสวย ออร่าความสำเร็จพุ่งแรงจนแฟนๆ ต่างร่วมแสดงความยินดีอย่างล้นหลามผ่านโซเชียล

ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตป้ายแดง “แอลลี่-อชิรญา” กับอีกหนึ่งความสำเร็จที่ทั้งสวยและเก่งครบเครื่องสุดๆ

#ALLY #allynitibhon #แอลลี่

#411Music

M STUDIO ผนึกภาครัฐ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และกระทรวงพาณิชย์ ประกาศศักดาหนังไทย! ส่ง “แบมแบม-กันต์พิมุกต์” เหินฟ้าสู่คานส์ ในฐานะตัวแทนภาพยนตร์ไทยและนักแสดงจาก “คำสารภาพของหมอผี”

M STUDIO ค่ายภาพยนตร์อันดับ 1 ของไทย ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงพาณิชย์ สร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้นครั้งใหม่ให้กับอุตสาหกรรมบันเทิงไทย ด้วยการประกาศส่งศิลปินระดับโลก “แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” หรือ แบมแบม GOT7 เหินฟ้าสู่ประเทศฝรั่งเศส เพื่อปรากฏตัวบนพรมแดงในงาน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 79 (Cannes Film Festival 2026) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-23 พฤษภาคม 2026 ในฐานะตัวแทนของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยและนักแสดงรับเชิญคนพิเศษ (Cameo) จากภาพยนตร์สยองขวัญฟอร์มยักษ์แห่งปี “คำสารภาพของหมอผี” (Confessions of a Shaman)

การเดินทางสู่เมืองคานส์ในครั้งนี้ แบมแบมจะปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยเพื่อโปรโมทและยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่สายตาชาวโลกอย่างเป็นทางการ โดยไฮไลต์สำคัญที่ทั่วโลกจับตามองคือการเข้ามามีส่วนร่วมของแบมแบมในบทบาท Cameo ปริศนา ซึ่งถูกเก็บเป็นความลับสุดยอด โดยทางค่ายแง้มเพียงว่าเป็นบทบาทสำคัญที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนและเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องราว ซึ่งถือเป็นการพิสูจน์ฝีมือทางการแสดงครั้งสำคัญเพื่อพาซอฟต์พาวเวอร์ภาพยนตร์ไทยก้าวสู่มาตรฐานใหม่ในระดับโลก

นอกจากภารกิจการเป็นตัวแทนประเทศและวินาทีประวัติศาสตร์บนพรมแดงพาลส์ เดส์ เฟสติวาล (Palais des Festivals) แล้ว แฟนๆ ภาพยนตร์ยังสามารถติดตามเบื้องหลังสุด Exclusive ความยิ่งใหญ่และความทุ่มเทของนักแสดงจากโปรเจกต์ “คำสารภาพของหมอผี” ในการปฏิบัติหน้าที่ ณ เมืองคานส์ครั้งนี้ได้ ผ่านคลิปซีรีส์ “The Journey to Cannes: Behind Confessions of a Shaman” ทางโซเชียลมีเดียหลักของ M STUDIO

เตรียมสัมผัสความระทึกขวัญ และร่วมลุ้นบทบาทสุดเซอร์ไพรส์ของแบมแบมในภาพยนตร์สยองขวัญที่ทั่วโลกตั้งตารอคอย “คำสารภาพของหมอผี” ร่วมด้วยทัพนักแสดงแถวหน้า อาทิ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ, ชาคริต แย้มนาม และ เดนิส-เจลีลชา คัปปุน “คำสารภาพของหมอผี” มีกำหนดเข้าฉายพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

MSTUDIO #กระทรวงวัฒนธรรม #กรมส่งเสริมวัฒนธรรม # กระทรวงพาณิชย์ #BamBam #Cannes2026 #BamBamXCannes2026 #BamBam_ConfessionsOfaShaman #คำสารภาพของหมอผี #ConfessionsOfaShaman #อาเล็กธีรเดช #เดนิสเจลีลชา

Special Hint Teaser สุดพิเศษ “คำสารภาพของหมอผี”
https://youtu.be/zvIR9MhmXx8

เบลล่า–เอวา ปล่อยพลังความม่วน แอโรบิกสวนลุมฯ คึกคัก ทำโซเชียลแห่แชร์รัวๆ

กลายเป็นโมเมนต์สุดไวรัลที่ทั้งน่ารักและเต็มไปด้วยพลังบวก เมื่อสองสาวสายเอ็นเนอร์จี้อย่างนางเอกคนสวย เบลล่า ราณี กับน้องสาวคนสนิทคุณหนูหมื่นล้าน เอวา ปวรวรรณ ที่แท็กทีมกันไปออกกำลังกายเต้นแอโรบิกกลางสวนลุมพินี งานนี้ทั้งคู่จัดเต็มทั้งรอยยิ้มและสเต็ปแดนซ์แบบไม่มีใครยอมใคร ทำเอาบรรยากาศรอบๆ คึกคักสุดๆ

โดยเฉพาะลีลาการเต้นที่เข้าขากันแบบสุดๆ ทั้งโยก ทั้งเต้น ทั้งหัวเราะกันอย่างเป็นธรรมชาติ จนหลายคนที่อยู่ในสวนต่างหยิบมือถือขึ้นมาาถ่ายคลิปเก็บโมเมนต์ความสดใสกันรัวๆ ขณะที่โลกโซเชียลก็พร้อมใจกันแชร์ความน่ารักของทั้งคู่แบบต่อเนื่อง

แฟนๆ ต่างเข้ามาคอมเมนต์แซวกันสนั่น อาทิ “สวนลุมแทบแตก”, “น่ารักมากดูแล้วยิ้มตาม”, “พลังงานดีเกินต้าน” และ “อยากไปเต้นด้วยเลย” เรียกว่าแค่ทั้งคู่ปรากฏตัว ก็เปลี่ยนบรรยากาศการออกกำลังกายธรรมดาให้กลายเป็นความม่วนจอยที่ทั้งสวนต้องหันมามองเลยทีเดียว