YOUTHLABO จัดงาน “Exclusive Sneak Peek” เผยโฉมแบรนด์เดอร์มา-ไซเอนซ์จากเกาหลี พร้อมนักพัฒนาแบรนด์บินตรงร่วมงาน

COSMAX (คอสแมกซ์) และ aCommerce (เอคอมเมิร์ซ) จัดงาน Exclusive Sneak Peek” มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้สื่อมวลชนไทยได้เป็นกลุ่มแรกที่สัมผัส YOUTHLABO (ยูธลาโบ) แบรนด์สกินแคร์แนวคิดใหม่ที่ผสานศาสตร์แห่งความงามและนวัตกรรมวิทยาศาสตร์เพื่อผิว (Derma–Science) จากเกาหลีใต้ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

งานจัดขึ้น ณ Flat+White Café โดยได้รับเกียรติจาก คุณจีน่า เบ (Mrs. Gina Bae) นักพัฒนาและตัวแทนแบรนด์ YOUTHLABO ที่บินตรงจากเกาหลีใต้เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและจิตวิญญาณของแบรนด์ด้วยตนเอง

คุณจีน่า เบ (Mrs. Gina Bae) นักพัฒนาและตัวแทนแบรนด์ YOUTHLABO ให้ข้อมูลว่า “YOUTHLABO เกิดจากคำถามง่ายๆ ว่า ‘เราจะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลลัพธ์ทรงพลังเหมือนทรีตเมนต์ในคลินิก แต่ยังอ่อนโยนพอให้ใช้ได้ทุกวัน ได้อย่างไร’ หัวใจของเราคือวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้จริง            เราต้องการมอบโซลูชันที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงคำสัญญา และเรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้นำ YOUTHLABO มามอบให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัส”

ด้านคุณอภิรดา ธนพรวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ ประจำประเทศไทย               บริษัท เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ว่า

“การได้ทำงานร่วมกับคุณจีน่าและทีม COSMAX ทำให้เราได้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น เรามั่นใจว่า ด้วยเรื่องราวที่แข็งแกร่งและคุณภาพที่ยอดเยี่ยม YOUTHLABO จะก้าวขึ้นเป็นแบรนด์สกินแคร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศไทย”

YOUTHLABO จะเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ผ่าน Shopee Official Store เป็นช่องทางแรก ก่อนขยายสู่ TikTok Shop และ Lazada Shop ในเดือนถัดไป #youthlabo #youthlaboth  #สกินแคร์ลับจากเกาหลี #ผิวสวยก่อนใคร

ศรัทธาที่หายไปใน ITA , บทเรียนเรื่องความโปร่งใสและความเป็นอิสระ

ความสิ้นหวังในผลการประเมิน ITA ที่เกิดขึ้นในไทยเป็นเรื่องที่เข้าใจได้  ในต่างประเทศก็มีองค์การและเครื่องมือที่ใช้ประเมินความโปร่งใสและคุณธรรมในภาครัฐเหมือนกัน ต่างกันตรงที่ตปท.เน้นที่ความเป็นสากล ความเป็นอิสระ และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อสะท้อนภาพผลลัพธ์ที่แท้จริง

เครื่องมือและวิธีการประเมินของสากล องค์การระดับโลกอย่าง Transparency International(TI) เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เพราะไม่ได้ใช้แค่ตัวชี้วัดเดียว แต่ใช้ประกอบกัน หลาย ๆตัวอาทิ ดัชนีรับรู้การทุจริต Corruption Perceptions Index (CPI) ตัวดังที่สุดของ TI ทั่วโลกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงหลัก / CPI ไม่ได้ไปถามคนในภาครัฐโดยตรง แต่ใช้วิธีรวบรวมข้อมูลจากแหล่งสำรวจที่น่าเชื่อถือต่าง ๆ เช่น ธนาคารโลก, กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ World Economic Forum เป็นต้น ข้อมูลที่นำมาประเมินก็มาจากนักธุรกิจและนักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกให้เป็น “ภาพสะท้อนจากมุมมองภายนอก” ที่กว้างขวางและเป็นกลาง

ระบบความซื่อตรงแห่งชาติ National Integrity System (NIS) เป็นการวิเคราะห์แบบเจาะลึกในแต่ละประเทศ โดยประเมิน “เสาหลัก” ต่าง ๆ ของประเทศ เช่น ฝ่ายนิติบัญญัติ (รัฐสภา), ฝ่ายบริหาร (รัฐบาล), ฝ่ายตุลาการ (ศาล), ภาคประชาสังคม, และสื่อมวลชน เพื่อดูว่าแต่ละส่วนแข็งแกร่งแค่ไหนในการตรวจสอบถ่วงดุลและป้องกันการทุจริต การประเมินนี้ไม่ได้ดูแค่ว่ามีกฎหมายหรือนโยบายอะไรบ้าง แต่จะดูว่าในทางปฏิบัติแล้วมันทำงานได้จริงหรือเปล่า

บารอมิเตอร์การทุจริตโลก Global Corruption Barometer (GCB) เป็นการสำรวจ “ความคิดเห็นและประสบการณ์ตรงของประชาชนทั่วไป” เกี่ยวกับเรื่องการทุจริตที่เคยเจอ เช่น ประสบการณ์การจ่ายสินบนเพื่อใช้บริการของหน่วยงานรัฐ การประเมินแบบนี้ทำให้ได้ข้อมูลจากภาคประชาชนจริง ๆ ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญมาก ที่ถูกมองข้ามไป

ถ้าจะเทียบกับการประเมิน ITA ของไทยที่หลายคนรู้สึกว่าเป็นการ “สอบภายใน” ที่ต้องทำคะแนนเพื่อให้องค์การดูดี การประเมินของต่างประเทศเหมือนการ “ประเมิน 360 องศา” ที่มองจากหลายมุมมองมาก ๆ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผลการประเมินขององค์การเหล่านี้ถึงมีอิทธิพลในระดับโลกนั่นเอง

บทความโดย
น.ส.วีรินทร์ อรวัฒนพันธุ์ ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC

ห้ามพลาด! เสวนาวงการหนัง-ซีรีส์ จุดประกายคอนเทนต์ไทยบนเวทีโลก ภายใต้งาน “Content Project Market 2025” 10-12 กันยายน 2568 ที่ True Digital Park

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เตรียมเปิดเวทีสำคัญให้กับนักสร้างสรรค์ไทยในงาน “Content Project Market” ตลาดซื้อขายคอนเทนต์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี ซึ่งจัดเป็นปีที่ 2 ภายใต้โครงการ “Content Lab 2025 สร้างสรรค์คอนเทนต์ไทย ดันไกลสู่สากล” ในระหว่างวันที่ 10 – 12 กันยายน 2568 ณ True Digital Park (East) ชั้น 6 – 7 โดยภายในงานพบกับ 5 เวทีเสวนาที่เจาะลึกโอกาส การเข้าถึงแหล่งทุน ความท้าทายและทิศทางของวงการภาพยนตร์และซีรีส์ไทยในระดับภูมิภาคและระดับโลก พร้อมกับ 16 ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงจากอุตสาหกรรมคอนเทนต์ทั้งในและต่างประเทศ ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์และกลยุทธ์สร้างคอนเทนต์ให้โดดเด่นในตลาดโลก ห้ามพลาด! เข้าร่วมฟรี ลงทะเบียนได้ที่ sites.google.com/view/cpm2025-forum

“Content Project Market” เปิด 5 เวทีเสวนาเจาะลึกโอกาสของคอนเทนต์ไทย ดังนี้

  • วันที่ 10 กันยายน 2568
  • Session 1: “แหล่งทุนที่ยังรอสำรวจในเอเชีย: โอกาสและความท้าทายของคนทำหนัง” (Navigating the Landscape of Asian Film Funds: Opportunities and Challenges for Filmmakers) โดย SHU-KUAN SU ผู้อำนวยการ Taiwan Creative Content Agency (TAICCA) ดำเนินการเสวนาโดย คุณภาณุ อารี ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการลิขสิทธิ์ เนรมิตรหนัง ฟิล์ม ที่จะมานำเสนอภาพรวมของแหล่งทุนจากภาครัฐในเอเชีย ที่มีบทบาทต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์ พร้อมแนะนำโครงสร้างและกลไกของการให้ทุน จุดเด่นของแต่ละหน่วยงาน และกรณีศึกษาจากโปรเจ็กต์ที่ได้รับการสนับสนุน รวมถึงร่วมแลกเปลี่ยนเทคนิคการนำเสนอผลงาน การเลือกแหล่งทุนให้เหมาะกับโปรเจ็กต์ ตลอดจนแนวทางการรับมือกับความท้าทายด้านการตลาดในระดับนานาชาติอย่างสร้างสรรค์
  • เวลา 14.30 – 16.00 น. *เสวนาเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมผู้ดำเนินรายการแปลเป็นภาษาไทย
  • วันที่ 11 กันยายน 2568
  • Session 2: “การร่วมทุนสร้างในเอเชียแปซิฟิก – ความร่วมมือในภูมิภาคสู่ตลาดโลก” (Co-production and Collaboration in the Asia – Pacific Film Industry: Moving Towards the Global Stage) โดย หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล ประธานคณะอนุกรรมการภาพยนตร์และซีรีส์ ในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ, คุณคัทลียา เผ่าศรีเจริญ โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์เรื่อง ‘ผีใช้ได้ค่ะ’ จากค่ายหนังอิสระ 185 FILMS และ NELSON MOK ประธานกรรมการบริหาร บริษัท Mokster Films ที่จะพาไปสำรวจโอกาสและความท้าทายของการร่วมทุนสร้าง (Co-production) ระหว่างประเทศในเอเชียแปซิฟิก ตั้งแต่เรื่องนโยบายจากภาครัฐ กลยุทธ์การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ รวมถึงเรียนรู้รูปแบบการเงินที่หลากหลาย เทคนิคการนำเสนอโปรเจ็กต์ในต่างประเทศ และแนวทางการสร้างสมดุลระหว่างวิสัยทัศน์ทางศิลปะกับความเป็นไปได้ทางธุรกิจ
  • เวลา 13.30 – 15.00 น. *เสวนาเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมผู้ดำเนินรายการแปลเป็นภาษาไทย
  • Session 3: “กลยุทธข้ามแดน: ภาพยนตร์และซีรีส์อาเซียนสู่การเดินทางไกลไปทั่วโลก” (Beyond Borders: Strategies for ASEAN Films and Series to Travel and Thrive Across the Region) โดย RUBEN HATTARI ผู้อำนวยการนโยบายสาธารณะของ Netflix ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, LIZ SHACKLETON ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการ (Founder & Editor) Streamlined และ LE MINH HANG TRINH ผู้สร้างภาพยนตร์ โปรดิวเซอร์ และผู้ก่อตั้ง Skyline Media ชวนสำรวจอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของเนื้อหาภาพยนตร์และซีรีส์จากภูมิภาคอาเซียนในเวทีระดับโลก โดยมุ้งเน้นด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนกลยุทธ์เบื้องหลังความสำเร็จในระดับสากล ตั้งแต่การเล่าเรื่องที่หลากหลายของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงพฤติกรรมการรับชมของผู้ชมผ่านโรงภาพยนตร์ แพลตฟอร์มสตรีมมิง และโทรทัศน์ ไปจนถึงข้อมูลเชิงลึกด้านการตลาด กรณีศึกษาจากแต่ละประเทศ และเทรนด์เฉพาะของแต่ละแพลตฟอร์ม พร้อมการแบ่งปันประสบการณ์จริงและกลยุทธ์ช่วยผลักดันคอนเทนต์อาเซียนให้ก้าวข้ามพรมแดน และขยายการเข้าถึงตลาดโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม
  • เวลา 15.30 – 17.00 น. *เสวนาเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมผู้ดำเนินรายการแปลเป็นภาษาไทย
  • วันที่ 12 กันยายน 2568
  • Session 4: “ไม่ใช่แค่เรื่องงบ: เริ่มต้นจนจบกระบวนการสร้างสรรค์งานแบบโปรดิวเซอร์” (Beyond the Budget: How Producers Shape Creative Vision) โดย คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M STUDIO, คุณนลินา ชยสมบัติ Executive Producer และกรรมการผู้จัดการ จังก้า สตูดิโอ (Jungka Studio) และ คุณวรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ โปรดิวเซอร์ผู้บุกเบิกวงการภาพยนตร์ไทยจาก GDH559 พาไปสำรวจบทบาทของโปรดิวเซอร์ในทุกขั้นตอนการสร้างสรรค์ภาพยนตร์และซีรีส์ ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิด พิจารณาศักยภาพโปรเจ็กต์ การคัดเลือกทีมงาน การจัดการการผลิต ไปจนถึงกลยุทธ์การตลาดและจัดจำหน่าย พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงจากโปรดิวเซอร์แถวหน้าของไทย และมุมมองต่ออนาคตของบทบาทโปรดิวเซอร์ในอุตสาหกรรมบันเทิงไทยและระดับนานาชาติ
  • เวลา 13.30 – 15.00 น.
  • Session 5: “อนาคตของเทรนด์คอนเทนต์ไทย: การจุดกระแสความนิยมในภาพยนตร์และซีรีส์” (The Future of Thai Narrative: Trends Shaping Film and Series Production) โดย คุณพุฒิพงษ์ นาคทอง ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง ‘4 KINGS อาชีวะ ยุค 90’s’ และภาคต่อ ‘4 KINGS 2’, คุณอารักษ์ อมรศุภศิริ ผู้กำกับและคนเขียนบทภาพยนตร์ ‘The Stone พระแท้ คนเก๊’ และ คุณญฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับซีรีส์ ‘สงครามส่งด่วน’ ที่จะพาไปสำรวจภาพรวมของการพัฒนาและแนวโน้มคอนเทนต์ไทย ที่ก้าวขึ้นมาเป็นกระแสและประสบความสำเร็จทั้งในประเทศและระดับสากล ผ่านมุมมองของผู้อยู่เบื้องหลังผลงานระดับปรากฏการณ์ ร่วมเรียนรู้การพัฒนาไอเดียเฉพาะตัว กลยุทธ์การเล่าเรื่องที่เข้าถึงผู้ชมในวงกว้าง ไปจนถึงการขยายตลาดและแลกเปลี่ยนบทเรียนในการสร้างเทรนด์ใหม่ ๆ ให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์ไทยในอนาคต
  • เวลา 15.30 – 17.00 น.

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Content Lab 2025 และงาน Content Project Market ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก Content Lab หรือสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ที่ sites.google.com/view/cpm2025-forum

“Regalos – รีกาลอส” ฉลองครบรอบ 7 ปี มอบของขวัญขอบคุณแก่ลูกค้าและสังคมพร้อมจัดแคมเปญใหญ่ “ว้าว 7 ปี แฮปปี้ Regalos”นำรายได้ส่วนหนึ่งช่วยเหลือ“มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ”

นายปริติ เกียรติศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอติลุสฟู้ด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Regalos – รีกาลอส แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพเกรดพรีเมียม ในกลุ่มบริษัทพัทยาฟู้ด (PFG – Pataya Food Group) ฉลองครบรอบ 7 ปีแห่งความสำเร็จ ตอกย้ำการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง ด้วยการเดินหน้าจัดแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ “ว้าว 7 ปี แฮปปี้ Regalos” เพื่อถ่ายทอดความสุข ความผูกพัน และความตั้งใจส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีไปสู่ลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมกิจกรรมพิเศษร่วมกับพรีเซนเตอร์ของแบรนด์ “นนน กรภัทร์” อย่างใกล้ชิด นำรายได้ส่วนหนึ่งจากแคมเปญไปช่วยเหลือ “มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ” โดยมี นางสาวสุดาทิพ เกียรติศรีชาติ กรรมการ กลุ่มบริษัท พัทยาฟู้ด ร่วมงานด้วย ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันก่อน

สำหรับผู้ที่สนใจเป็นครอบครัวเดียวกับ Regalos – รีกาลอส สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: Regalos Pet Food

พร้อมติดตามโฆษณา Regalos ได้ที่

YouTube: https://youtu.be/ixJpvBH1JiI

TIKTOK: https://www.tiktok.com/@regalospetfood

FACEBOOK: https://www.facebook.com/Regalospetfood

JobThai – THiNKNET ส่งมอบรถตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ และตู้ชีวนิรภัยเสริมแกร่งโรงพยาบาลกำแพงเพชร ยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพชุมชนห่างไกล

เพราะสุขภาพที่ดีคือรากฐานของชีวิตที่มีคุณภาพ จ๊อบไทยแพลตฟอร์มหางานและหาบุคลากรออนไลน์ชั้นนำของไทย ร่วมกับ บริษัท ทิงค์เน็ต จำกัด เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ด้วยการมอบ “รถบริการตรวจสุขภาพและตรวจเลือดเคลื่อนที่” และ “ตู้เก็บตัวอย่างชีวนิรภัยแบบเคลื่อนที่ จำนวน 2 ตู้” ให้แก่โรงพยาบาลกำแพงเพชร เพื่อเสริมศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกลและยากต่อการเข้าถึง

พิธีส่งมอบจัดขึ้น ณ วัดป่าดอยลับงา จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีพระครูอรรถกิจนันทคุณ (นพดล นันทโน) เจ้าอาวาสวัดป่าดอยลับงา และแพทย์หญิงอังคณา อุปพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำแพงเพชร ร่วมรับมอบอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยคุณแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการของจ๊อบไทยเป็นผู้แทนส่งมอบ

นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการของจ๊อบไทย (JobThai) กล่าวถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการดำเนินโครงการนี้ว่า “สุขภาพเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน แต่ยังมีผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะในชุมชนห่างไกลและกลุ่มเปราะบาง ที่ไม่สามารถเข้าถึงการตรวจสุขภาพหรือบริการทางการแพทย์ได้อย่างทั่วถึง เราจึงมุ่งมั่นสนับสนุนโครงการ CSR นี้ เพื่อส่งต่อโอกาสและเพิ่มความเท่าเทียมในการดูแลสุขภาพแก่ทุกคนในสังคม”

“รถบริการตรวจสุขภาพและตรวจเลือดเคลื่อนที่” ได้รับการออกแบบอย่างครบครัน ติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์มาตรฐานห้องปฏิบัติการสากล อาทิ เครื่องวัดความดันโลหิต วัดอัตราการเต้นหัวใจ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ วัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดและสามารถเจาะเลือดเพื่อเก็บส่งวิเคราะห์เลือดเพื่อใช้ในการประเมินสุขภาพและวางแผนการรักษาในอนาคต หรือเพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน

นอกจากนี้ “ตู้เก็บตัวอย่างชีวนิรภัยแบบเคลื่อนที่” จำนวน 2 ตู้ ยังได้รับการออกแบบตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง มีเป็นระบบความดันบวก และมีระบบกรองอากาศผ่าน HEPA Filter เพื่อให้ในตู้เก็บตัวอย่างปราศจากเชื้อโรคและสารปนเปื้อน ซึ่งมีมาตรฐานเดียวกันกับในห้องผ่าตัด รวมทั้งมีการติดตั้งระบบปรับอากาศเพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้งาน และติดตั้งระบบเก็บตัวอย่างในอุณหภูมิที่เหมาะสม สามารถเก็บตัวอย่างได้เป็นระยะเวลานาน ทั้งยังมีระบบฆ่าเชื้อโรคภายในห้องโดย UV-C และภายนอกด้วยการฉีดพ่นน้ำยาเชื้อโรคด้วย อีกทั้งสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ภาคสนามและสถานการณ์ฉุกเฉิน

ด้าน แพทย์หญิงอังคณา อุปพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำแพงเพชร กล่าวว่า “การได้รับอุปกรณ์สำคัญเหล่านี้ จะช่วยเสริมศักยภาพในการให้บริการด้านสุขภาพชุมชนของโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งอุปกรณ์จะช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการและทำให้การดูแลสุขภาพมีความครอบคลุมและทั่วถึงยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ รถตรวจสุขภาพและตู้ชีวนิรภัยเคลื่อนที่ ผลิตและพัฒนาโดยบริษัท พัลซ ไซเอนซ์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ระดับมาตรฐานสากล ครอบคลุมทั้งเครื่องมือแพทย์ ห้องปฏิบัติการ และการออกแบบก่อสร้างห้องคลีนรูมสำหรับห้องผ่าตัด ห้องปฏิบัติการด้านการเจริญพันธุ์ ห้องตรวจหาเชื้อแรงดันลบ (COVID) อ้างอิงตามเกณฑ์มาตรฐาน CDC และ WHO เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน ผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัท พัลซ ไซเอนซ์ จำกัด ติดต่อคุณธัชพนธ์ โชคสุชาติ 0924348228

จ๊อบไทย และ ทิงค์เน็ต ยังคงมุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่ ด้วยการสนับสนุนและส่งมอบเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยเสริมศักยภาพการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน เพื่อให้ทุกคนได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงในอนาคตต่อไป

ไดกิ้น ร่วมสัมมนา Eco Synergy Seminar 2025เปิดตัวแนวคิด “เย็นสบายแบบไม่เปลืองพลังงาน” สู่เป้าหมาย Net Zero

นายคาสุฮิสะ ฮินาสึ กรรมการบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมบรรยายแนวคิด “เย็นสบายแบบไม่เปลืองพลังงาน” สู่เป้าหมาย Net Zero ในงานสัมมนา Eco Synergy Seminar 2025 หัวข้อ “Risks and Opportunities in ESG” ซึ่งจัดขึ้นโดย Sumitomo Mitsui Banking Corporation (SMBC) สาขากรุงเทพฯ ภายในงานมีผู้บริหารจากกลุ่มไดกิ้นเข้าร่วม ได้แก่ นายอะคิโนริ อะตาราชิ ประธานกรรมการ, นายซาโตชิ จูโจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด, นายอิทธิ ภู่วรวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด และนายประยุทธ เถลิงนวชาติ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ที่ปรึกษาการขายงานโครงการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด โดยงานจัดขึ้น      ณ ห้อง Wanalai ชั้น 12 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี เมื่อเร็วๆ นี้

“ควิกแสบ” ปล่อยหมัดเด็ด ส่งแคมเปญ “อร่อยเต็มคัพ แจกจริงคัพ” เขย่าตลาด!!! แจก iPhone 16 Pro และรถยนต์ไฟฟ้า BYD Dolphin รวมมูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท

“ควิกแสบ” ปล่อยหมัดเด็ดเขย่าตลาดครั้งใหญ่ ส่งแคมเปญสุดฮอต “อร่อยเต็มคัพ แจกจริงคัพ” แจกหนักจัดเต็มกว่า 1.6 ล้านบาท ตลอดเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2568 งานนี้ไม่ใช่แค่ได้อร่อยแบบถึงเครื่องในทุกคำ แต่ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลสุดล้ำ ไม่ว่าจะเป็น iPhone 16 Pro, AirPods 4 หรือรางวัลใหญ่สุดอลังอย่างรถยนต์ไฟฟ้า BYD Dolphin Standard Range ที่พร้อมเปลี่ยนทุกการกินบะหมี่ให้กลายเป็นโอกาสคว้าโชคใหญ่แบบไม่มีมากั๊ก

 นายยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ “ควิกแสบ” เปิดเผยว่า “ครั้งนี้เราไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะควิกแสบต้องการยกระดับความสนุก  ในการบริโภคให้กลายเป็นประสบการณ์สุดเร้าใจ ตอบแทนผู้บริโภคที่รักในความแสบของเราอย่างแท้จริง  ด้วยรางวัลแบบ ‘แจกจริง จัดหนัก’ ไม่ว่าจะเป็น iPhone 16 Pro หรือรถยนต์ไฟฟ้า BYD Dolphin ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ เพราะเราอยากให้ทุกคนไม่เพียงแค่ได้อร่อย แต่ยังมีโอกาสลุ้นโชคกลับบ้านไปด้วย”

สำหรับวิธีร่วมสนุกก็ง่ายแสนง่าย เพียงซื้อ ควิกแสบ “แบบคัพ” ทุกรสชาติ อาทิ กุ้งนึ่งมะนาว, หมูสับต้มยำ, ต้มยำพริกเผา, ต้มยำมันกุ้ง, ต้มโคล้ง และต้มยำกุ้ง  รสชาติในก็ได้ให้ครบ 6 ถ้วยในใบเสร็จเดียวกัน จากร้านค้าที่ร่วมรายการทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น 7-Eleven,      Big C, Lotus, Makro, CJ Express, Go Wholesale, Shopee หรือ Lazada จากนั้นลงทะเบียนรับสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลได้ที่เว็บไซด์https://Quickzabbluckydrawcampaign.mcommerce.mobileconnect.co.th หรือผ่านทาง LINE Official Account: @Quickzabbofficial โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบภาพใบเสร็จหรือคำสั่งซื้อให้เรียบร้อย

กิจกรรมจะแบ่งการจับรางวัลเป็น 2 รอบ โดยรอบแรกตั้งแต่วันที่ 1–30 กันยายน 2568 แจก iPhone 16 Pro จำนวน 10 รางวัล และ AirPods 4 Noiseless อีก 10 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้น 503,900 บาท ส่วนรอบที่สองตั้งแต่วันที่ 1–31 ตุลาคม 2568 แจกใหญ่ยิ่งกว่า กับรถยนต์ไฟฟ้า BYD Dolphin Standard Range จำนวน 1 คัน พร้อม iPhone 16 Pro อีก 10 รางวัล และ AirPods 4 อีก 10 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,102,900 บาท

นายยศสรัล กล่าวทิ้งท้ายว่า แคมเปญนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่กล้าท้าชนตลาด พร้อมเติมสีสันให้วงการบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะควิกแสบไม่ใช่แค่แบรนด์ที่อร่อย แสบซ่า และทันสมัย แต่ยังแจกจริงแบบไม่กั๊ก ถึงเวลาหยิบควิกแสบแบบคัพขึ้นมาลิ้มรสความอร่อย แล้วลุ้นโชคไปด้วยกันทั่วประเทศ งานนี้ใครไม่ร่วมสนุก ถือว่าพลาด!

ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมต้องเก็บใบเสร็จหรือหลักฐานคำสั่งซื้อไว้ใช้เป็นหลักฐานในการรับรางวัล และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนดอย่างครบถ้วน หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดดังกล่าว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาให้ถือเป็นโมฆะ

สองยักษ์ใหญ่ “gamescom asia x Thailand Game Show” ผนึกกำลังเพื่อสร้างงานเกมระดับโลก ใจกลางกรุงเทพฯ

นายวินท์รดิศ กลศาสตร์เสนี ประธานฝ่ายดิจิทัลมีเดีย บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด พร้อมด้วย    นายพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ ไร้ขีด จำกัด และ นายปรากาศ รามาจิลลู  ผู้จัดการทั่วไป เอเชียแปซิฟิก โคโลญเมสเซ่ ร่วมกันแถลงข่าวจัดงาน gamescom asia x Thailand Game Show” ภายใต้คอนเซ็ปต์ World of Gaming” เปิดหน้าประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ของอุตสาหกรรมเกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 ถึง 19 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางสำหรับ เกมเมอร์ นักพัฒนา นักลงทุน จากทั่วโลก พร้อมเริ่มจำหน่ายบัตร 1 กันยายน 2568 นี้ ที่ zipevent

ติดตามความเคลื่อนไหวงาน “gamescom asia x Thailand Game Show” ได้ที่www.thailandgameshow.com  หรือ www.facebook.com/thailandgameshow

CEA to Launch “Content Project Market” Thailand’s Premier Content Marketplace for Film, Series, and Animation Connecting Thai Creator with Over 70 Local and International Investors to Elevate the Industry on a Global Stage 10 – 12 September 2025, True Digital Park (East), 6th – 7th Floors

The Creative Economy Agency (Public Organization), or CEA, is advancing its mission to bring Thailand’s content industry onto the global stage by hosting the second edition of the Content Project Market — a national platform for buying, selling, and pitching content projects. Held under the “Content Lab 2025” project, this event aims to spark business matching and showcase Thai content across international markets, reinforcing Thailand’s Soft Power strategy. The event will take place from 10 – 12 September 2025, at True Digital Park (East), 6th – 7th Floors.

Dr. Chakrit Pichyangkul, Executive Director of CEA, explained: “The Content Project Market is a national marketplace where Thai content creators — including filmmakers, screenwriters, and animators — can present their ideas, concepts, or in-development projects directly to production houses, content investors, distributors, and streaming platforms from both Thailand and abroad. More than 70 companies are expected to participate.”

The event will feature project pitching sessions, B2B business matching, and networking receptions, as well as industry forums led by Thai and international experts. These forum sessions will be open not only to content professionals but also to the general public interested in the Content & Media industry.

“CEA views the Content Project Market as more than just an event — it is a step toward building a comprehensive and sustainable ecosystem for Thai content creators,” Dr. Chakrit continued. “By connecting talent with funding and commercial platforms, we are opening doors for projects to progress into production while elevating the standard of Thai content to compete on the global stage. The event also reinforces Thailand’s image as a growing creative hub.”

CEA believes that Thai content offers value beyond entertainment. It inspires the audience, drives economic growth, and enhances the global perception of Thai identity.“Thai films and series have the power to attract international tourists and drive demand for Thai products and services featured in global content,” Dr. Chakrit noted. “This event not only boosts the visibility of content creators on the world stage, but also serves as a strategic driver for the long-term development of Thailand’s creative economy.”

The Content Project Market will run from 10 – 12 September 2025, at True Digital Park (East), 6th – 7th Floors. The event aims to strengthen Thailand’s Creative Content & Media industry to meet global market demands. A total of 54 creative teams will present their projects, including:

  • 34 teams from CEA’s Content Lab 2025 project, developed under the following programs:
    • Mid-Career: Project – For established creators developing content for international markets
    • Mid-Career: Story – For screenwriters developing commercially viable scripts
    • Mid-Career: Animation – For creators preparing Thai animations for production
  • In addition, 20 professional content teams were selected through an Open Call.

For more information about Content Lab 2025 and the Content Project Market, please visit the Content Lab Facebook page.

โฮมโปร – เมกาโฮม ร่วมแรงเคียงข้างคนไทยทุกสถานการณ์ สานต่อภารกิจ “ห่วงใย ร่วมใจฟื้นฟูบ้าน” ส่งทีม “ช่างโฮมโปร” ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบไฟฟ้า ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ

โฮมโปร และ เมกาโฮม สานต่อภารกิจส่งความห่วงใย ร่วมใจฟื้นฟูบ้าน ร่วมกับกระทรวงแรงงาน และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมในจังหวัดน่าน ส่งทีม CHANG HomePro – มือโปรประจำบ้านคุณ พร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือเข้าซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าและระบบไฟฟ้า ภายในที่อยู่อาศัยกว่า 100 หลังคาเรือน เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างปลอดภัยโดยเร็ว

โฮมโปร และ เมกาโฮม ตั้งใจในการดูแลคุณภาพชีวิตคนไทยมาโดยตลอด สะท้อนจากแนวคิดเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่ทุกคนในองค์กรต่างให้ความสำคัญ ในปีนี้ที่พื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดน่าน กำลังเผชิญกับผลกระทบจากอุทกภัย จึงเป็นอีกครั้งที่บริษัทฯ จะดำเนินการส่งมอบความช่วยเหลือผ่านการสานต่อโครงการ ‘โฮมโปร เมกาโฮม ห่วงใย ร่วมใจฟื้นฟูบ้าน’ โดยร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในการฟื้นฟูบ้านเรือนและดูแลความเป็นอยู่ของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ให้กลับสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว

ภารกิจโฮมโปร เมกาโฮม ห่วงใย ร่วมใจฟื้นฟูบ้าน ครั้งนี้ ได้มีการจัดส่งทีมช่าง CHANG HomePro – มือโปรประจำบ้านคุณ พร้อมด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือระบบไฟฟ้า ไปยังบ้านเรือนกว่า 100 หลังคาเรือนอย่างเร่งด่วน โดยสานต่อแนวทางการช่วยเหลือที่เคยใช้ในโครงการครั้งก่อน ไม่ว่าจะเป็น ขั้นตอนการตรวจเช็คระบบไฟฟ้า ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าเบื้องต้น มอบอุปกรณ์ทำความสะอาดและของใช้อื่นๆ และเข้าประเมินความเสียหายและให้คำปรึกษา เพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายทางไฟฟ้าหลังน้ำลด พร้อมสนับสนุนการทำงานภาครัฐอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้การฟื้นฟูมีประสิทธิภาพ ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย และเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชนในระยะยาว

“ความช่วยเหลือครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ทำกิจกรรม CSR หรือแค่ส่งคนไปซ่อมแซมบ้าน แต่เราตั้งใจเคียงข้างพร้อมส่งต่อความห่วงใย ส่งกำลังใจ และพลังใจให้กับผู้ได้รับผลกระทบทุกคน เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถกลับมามีชีวิตประจำวันที่มีรอยยิ้ม และมีบ้านที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นได้อีกครั้ง”

#โฮมโปรเมกาโฮมห่วงใยร่วมใจฟื้นฟูบ้าน #ช่างโฮมโปร #CHANGHomePro #มือโปรประจำบ้านคุณ #น้ำท่วมภาคเหนือ #โฮมโปร #HomePro #BetterLiving #MegaHome #เมกาโฮม #Homepropr