เอเซอร์เสริมทัพตลาดองค์กรยุค AI เปิดตัว Veriton RI110 พร้อม Acer Vero 16 ยกระดับประสิทธิภาพควบคู่ความยั่งยืน

  • Acer Veriton RI110 AI Mini Workstation เวิร์กสเตชัน AI ขนาดกะทัดรัด รองรับการประมวลผลโมเดล AI ขนาดสูงสุด 120,000 ล้านพารามิเตอร์ พร้อมการเชื่อมต่อ OCuLink ที่แบนด์วิดท์สูงสุด 64 Gbps เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการประมวลผล AI ได้โดยตรง
  • Acer Vero 16 โน้ตบุ๊ก Copilot+ PC ที่ออกแบบให้เปลี่ยนแบตเตอรี่และ SSD ได้ง่าย ช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ พร้อมตัวเครื่องที่ผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิลและอะลูมิเนียมคาร์บอนต่ำ และประสิทธิภาพการประมวลผล AI สูงสุด 180 TOPS ตอบโจทย์การทำงานยุค AI

เบอร์ลิน (2 กันยายน 2026) – เอเซอร์ (Acer) เปิดตัวสองผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับภาคธุรกิจภายในงาน IFA 2026 ได้แก่ Acer Veriton RI110 AI Mini Workstation เวิร์กสเตชันขนาดกะทัดรัดที่มาพร้อมประสิทธิภาพการประมวลผล AI ระดับสูง และ Acer Vero 16 โน้ตบุ๊กพรีเมียมที่ออกแบบโดยคำนึงถึงการดูแลและอัปเกรดได้ง่าย พร้อมแนวคิดด้านความยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์การทำงานขององค์กรยุค AI ทั้งด้านประสิทธิภาพและการใช้งาน

Acer Veriton RI110 AI เวิร์กสเตชัน ขนาดกะทัดรัด พลัง AI ระดับมืออาชีพ

Acer Veriton RI110 AI Mini Workstation (VRI110) ออกแบบสำหรับองค์กรที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้าน AI โดยไม่ต้องใช้พื้นที่มาก ตัวเครื่องมาพร้อมหน่วยประมวลผลสูงสุด Intel Core Ultra X7 358H จับคู่กราฟิก Intel Arc B390 บนระบบปฏิบัติการ Windows 11 Pro รองรับหน่วยความจำสูงสุด 96 GB และ SSD แบบ PCIe Gen 4 ความจุสูงสุด 4 TB จุดเด่นสำคัญคือความสามารถในการรองรับโมเดล AI ขนาดสูงสุด 120,000 ล้านพารามิเตอร์ ช่วยให้องค์กรสามารถประมวลผล AI ได้โดยตรงบนเครื่อง ลดความจำเป็นในการส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์หรือบริการภายนอก เพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน พร้อมตอบโจทย์ด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล

อีกจุดเด่นคือการเชื่อมต่อ OCuLink ผ่านอินเทอร์เฟซ PCIe 4.0 x4 ซึ่งเชื่อมตรงกับการ์ดจอภายนอกและอุปกรณ์เก็บข้อมูล NVMe ความเร็วสูง ให้แบนด์วิดท์สูงสุด 64 Gbps ช่วยลดค่าความหน่วงและเพิ่มประสิทธิภาพในงานเรนเดอร์ 3 มิติ แมชชีนเลิร์นนิง และงานเวิร์กสเตชันได้ในระดับมืออาชีพ ด้านการเชื่อมต่ออื่นรองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth® 5.4, พอร์ต LAN 2 พอร์ต (10GbE และ 2.5GbE), USB 4 Type-C 2 พอร์ต, HDMI 2.1 และ DisplayPort พร้อมการยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือ ให้การปกป้องข้อมูลเป็นเรื่องง่ายขึ้น

Veriton RI110 ยังรองรับสภาพแวดล้อมแบบแซนด์บ็อกซ์สำหรับงาน hybrid agentic AI ให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดและติดตั้ง AI agent ที่ต้องการได้เอง รวมถึงมี Acer Qubi Claw ที่รันเวิร์กโฟลว์ภายในเครื่องในแซนด์บ็อกซ์แยกต่างหาก ติดตั้งได้ในคลิกเดียว มาพร้อมทักษะที่ใช้ได้ทันที เช่น การค้นคว้าข้อมูลออนไลน์ การจัดตารางเดินทาง และการบันทึกเสียงพร้อมแปลงเป็นข้อความ ตั้งเวลาให้ทำงานอัตโนมัติได้ตามต้องการ

Acer Vero 16 โน้ตบุ๊กขุมพลัง AI เพื่อการใช้งานที่ยั่งยืน

Acer Vero 16 (V16-I71 / V16-I71T) โน้ตบุ๊ก Vero เจเนอเรชัน 4 ที่พัฒนาต่อยอดแนวคิดด้านความยั่งยืน ด้วยการออกแบบให้ดูแล ซ่อมบำรุง และอัปเกรดได้ง่ายขึ้น ควบคู่กับหลักการ “ลดการใช้ ใช้ซ้ำ และรีไซเคิล” เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ตัวเครื่องมาพร้อมฝาครอบด้านล่างที่เปิดได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่และ SSD ได้ด้วยตัวเอง พร้อมออกแบบให้บานพับภายนอกและฝาครอบพอร์ต I/O ทั้งสองด้านสามารถถอดเปลี่ยนได้ นอกจากนี้ ยังมีคู่มือภาพประกอบบนตัวเครื่อง เพื่อช่วยให้การซ่อมบำรุงและอัปเกรดทำได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงรองรับการอัปเกรดหน่วยประมวลผลได้อย่างน้อย 2 เจเนอเรชัน ช่วยยืดอายุการใช้งานและลดการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่โดยไม่จำเป็น

Acer Vero 16 ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล ฝาครอบด้านบนและส่วนพักข้อมือผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิลจากกระบวนการอุตสาหกรรม (PIR) 50% ผสานกับอะลูมิเนียมคาร์บอนต่ำ 50% ขณะที่ฝาครอบด้านล่างใช้พลาสติกรีไซเคิลหลังการบริโภค (PCR) 60% และขอบจอใช้พลาสติก PCR 30% ตัวเครื่องผ่านมาตรฐานความทนทาน MIL-STD-810H พร้อมเคลือบผิวด้วยกระบวนการเคลือบผงแบบปลอดตัวทำละลาย ซึ่งช่วยลดการปล่อยสาร VOC และเพิ่มความทนทานต่อการสึกหรอเมื่อเทียบกับการใช้สีทั่วไป นอกจากนี้ ยังจัดส่งในบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% และเตรียมขึ้นทะเบียน EPEAT Silver ตามเกณฑ์ EPEAT 2.0 ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป สะท้อนแนวทางของเอเซอร์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรการใช้งาน

“ความยั่งยืนควรได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบไปจนถึงบรรจุภัณฑ์” เจมส์ ลิน ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจโน้ตบุ๊ก เอเซอร์ อิงค์ กล่าว “Acer Vero 16 สะท้อนแนวคิดดังกล่าวผ่านการเลือกใช้วัสดุอย่างพิถีพิถันและการออกแบบที่คำนึงถึงการดูแลและซ่อมบำรุง ขณะเดียวกันยังมอบประสิทธิภาพการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อตอบรับความต้องการของผู้ใช้พีซียุคใหม่”

ในด้านประสิทธิภาพ Vero 16 ใช้หน่วยประมวลผลสูงสุด Intel Core Ultra X9 388H ให้พลังประมวลผลระดับแพลตฟอร์มสูงสุด 180 TOPS ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ 71 Wh ใช้งานได้ตลอดวัน หน้าจอมีให้เลือกสูงสุดแบบ OLED WQXGA+ 3K ขนาด 16 นิ้ว สี DCI-P3 100% รีเฟรชเรตสูงสุด 120 Hz รองรับแรมสูงสุด 32 GB และ SSD สูงสุด 512 GB พร้อมกล้อง IR 5 MP ที่มีม่านปิดกล้องในตัว ส่วนของพอร์ต มี Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต, HDMI® 2.1, ช่องอ่านการ์ด SD, USB Type-A 2 พอร์ต และพอร์ต USB 3.2 Gen 2 ที่ใช้จ่ายไฟให้อุปกรณ์เสริมได้แม้ปิดโน้ตบุ๊กแล้ว พร้อมการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Intel Wi-Fi 7

Vero 16 ยังเป็นเครื่องมือ AI ที่ทรงพลังในฐานะ Copilot+ PC โดยตัวเครื่องรองรับฟีเจอร์อย่าง Click to Do, Cocreator, Live Captions พร้อมการแปลภาษา และ Windows Studio Effects ช่วยงานเอกสารและการประชุมข้ามภาษาในที่ทำงาน เรื่องการประชุมทางไกลมี Acer PurifiedView ที่ปรับภาพจากกล้องด้วย AI และ Acer PurifiedVoice ลดเสียงรบกวนรอบข้าง พร้อมรองรับไมโครโฟนและหูฟังภายนอก รวมถึง AcerSense ที่ใช้ปรับโหมดประสิทธิภาพ จัดการแบตเตอรี่และพื้นที่เก็บข้อมูล และตรวจสอบสถานะเครื่องได้ในทันที

ราคาและการวางจำหน่าย

Acer Veriton RI110 AI Mini Workstation จะวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือในไตรมาส 4 ปี 2026 และในภูมิภาค EMEA (ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา) ในไตรมาส 1 ปี 2027

Acer Vero 16 จะวางจำหน่ายในภูมิภาค EMEA (ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา) ในไตรมาส 1 ปี 2027 รายละเอียดสเปก ราคา และความพร้อมใช้งานจะแตกต่างตามภูมิภาค ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางจำหน่าย ข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ และราคาในการจัดจำหน่าย โปรดติดต่อสำนักงาน Acer ผ่านทาง www.acer.com

เอเซอร์ เปิดตัว Swift Blade 14 และ Swift Air 16 พร้อมไลน์อัปจอเกมมิ่ง 5 รุ่น ตอบโจทย์ทั้งคนทำงาน เกมเมอร์ และครีเอเตอร์

  • Acer Swift Blade 14 โน้ตบุ๊กบางเบา 14 นิ้ว หนักเพียง 799 กรัม บางเพียง 12.9 มม. พร้อมหน่วยประมวลผลสูงสุด Intel Core 7 350 และตัวเลือกจอ OLED ความละเอียด 3K ตอบโจทย์การพกพา-ทำงานได้ทุกที่
  • Acer Swift Air 16 โน้ตบุ๊ก 16 นิ้ว ตัวเครื่องอะลูมิเนียมแบบ Unibody พร้อม Intel® Core™ 7 350 จอ WQXGA+ รีเฟรชเรตสูงสุด 120Hz และลำโพง 4 ตัว ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและความบันเทิง
  • Predator XB273K V7 จอเกมมิ่ง 27 นิ้ว ความละเอียด UHD รีเฟรชเรต 160Hz พร้อมสลับเป็น FHD ที่สูงสุด 500Hz ด้วยเทคโนโลยี DFR ตอบโจทย์ทั้งภาพคมชัดและการเล่นเกมที่รวดเร็วลื่นไหล
  • Acer Nitro เกมมิ่งมอนิเตอร์ 4 รุ่นใหม่ ครบทั้ง Nitro XV275X P ความละเอียด 5K พร้อม Mini LED 2,304 โซน, Nitro XZ340CKR P จอโค้ง Ultrawide 34 นิ้ว, Nitro XV275U Z2 พร้อม Mini LED 1,152 โซน และ Nitro XV270U Z3 ที่รองรับ DFR 3 โหมด ครอบคลุมทุกสไตล์การเล่นเกม

เบอร์ลิน (2 กันยายน 2026) เอเซอร์ (Acer) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน IFA 2026 ตอบโจทย์ทั้งสายไฮบริดเวิร์กและเกมเมอร์ นำโดยโน้ตบุ๊กบางเบา Acer Swift Blade 14 ที่มีน้ำหนักเพียง 799 กรัม และ Acer Swift Air 16 จอใหญ่ 16 นิ้ว พร้อมไลน์อัปเกมมิ่งมอนิเตอร์ 5 รุ่นจากตระกูล Predator และ Nitro ที่รองรับเทคโนโลยี DFR ช่วยสลับโหมดการแสดงผลระหว่างภาพคมชัดระดับสูงและการตอบสนองที่ลื่นไหล ครบทั้งความคล่องตัว คุณภาพของภาพ และความเร็วในการเล่นเกม

Acer Swift Blade 14 โน้ตบุ๊กบางเบา พกพาไปได้ทุกที่

Acer Swift Blade 14 (SFB14-53CF) ตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัว ด้วยดีไซน์บางเบาเป็นพิเศษ พร้อมฟังก์ชันที่รองรับการทำงานนอกสถานที่ พกพาสะดวก โน้ตบุ๊กขนาด 14 นิ้วรุ่นนี้มีน้ำหนักเพียง 799 กรัม และบางเพียง 12.9 มม. มาพร้อม Intel® Core™ 7 350 หน่วยความจำ LPDDR5 ขนาด 12GB และ SSD สูงสุด 1TB ตัวเครื่องผสานวัสดุแมกนีเซียม-อะลูมิเนียมอัลลอยและคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมให้เลือก 2 สี ได้แก่ Marshmallow Blue และ Marshmallow White

ด้านการแสดงผล Swift Blade 14 มาพร้อมตัวเลือกจอ OLED ความละเอียดสูงสุด 3K ครอบคลุมขอบเขตสี DCI-P3 สูงสุด 100% ให้ภาพคมชัดและสีสันสดใส พร้อมอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 90% และขอบจอบางเพียง 4.3 มม. บนสัดส่วน 16:10 เพิ่มพื้นที่การใช้งานบนหน้าจอ ให้จัดการเอกสารและทำงานหลายหน้าต่างได้สะดวกยิ่งขึ้น

Swift Blade 14 ยังตอบโจทย์การใช้งานตลอดวัน ด้วยแบตเตอรี่ 50 Wh พอร์ต USB 3.2 Gen 1 Type-C จำนวน 3 พอร์ต และกล้องหน้าความละเอียด FHD พร้อมสวิตช์ปิดกล้องข้างตัวเครื่อง เหมาะสำหรับการทำงานที่ต้องการความคล่องตัวในทุกสถานที่

Acer Swift Air 16 โน้ตบุ๊กจอใหญ่ ดีไซน์โดดเด่น พร้อมพลัง AI รองรับทุกการทำงาน

Acer Swift Air 16 (SFA16-I31T / SFA16-I31) โน้ตบุ๊กจอใหญ่ 16 นิ้วที่โดดเด่นด้วยพลัง AI และดีไซน์บางเบา พร้อม Intel® Core™ 7 350 ให้พลังประมวลผลสูงสุด 40 TOPS พร้อม NPU สำหรับงาน AI โดยเฉพาะ รองรับหน่วยความจำ LPDDR5x สูงสุด 16GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุด 512GB

มาพร้อมตัวเลือกจอ OLED ครอบคลุมสี DCI-P3 100% หรือจอ IPS ครอบคลุมสี sRGB 100% ความละเอียดสูงสุด WQXGA+ (2880 x 1800) พร้อมตัวเลือกหน้าจอสัมผัส อัตราส่วน 16:10 ความสว่างสูงสุด 500 nits และรีเฟรชเรตสูงสุด 120Hz รองรับทั้งการทำงานและความบันเทิงบนหน้าจอขนาดใหญ่  

ตัวเครื่องอะลูมิเนียมแบบ Unibody บางเพียง 13.3 มม. น้ำหนัก 1.5 กก. มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Elemental Blue, Sage Green และ Sandstone Gold พร้อมคีย์บอร์ดแบบมีไฟส่องสว่างสำหรับการใช้งานในสภาพแสงน้อย ลำโพง 4 ตัว พร้อม DTS® Virtual และพอร์ต Thunderbolt™ 4 จำนวน 2 พอร์ต สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอกและอุปกรณ์ความเร็วสูง ขณะที่แบตเตอรี่ 70Wh รองรับชาร์จเร็วถึง 50% ภายใน 30 นาที เมื่อใช้อะแดปเตอร์ 100W

จอเกมมิ่ง Predator และ Nitro เปิดตัว 5 รุ่นใหม่ ยกระดับความคมชัดและความลื่นไหล

Predator XB273K V7 จอเกมมิ่ง 27 นิ้วสำหรับทั้งการเล่นเกมและงานสร้างสรรค์ มาพร้อมความละเอียด UHD รีเฟรชเรต 160Hz และเทคโนโลยี DFR ที่สลับเป็น FHD พร้อมรีเฟรชเรตสูงสุด 500Hz รองรับเกมจังหวะเร็ว ขณะที่ความแม่นยำสีระดับ Delta E<1 พร้อม AMD FreeSync™ Premium และ NVIDIA® G-SYNC® Compatible เข้ามาช่วยลดอาการภาพฉีก เสริมด้วย Acer Smart Dial สำหรับปรับความสว่าง คอนทราสต์ และสลับช่องสัญญาณได้สะดวก

Acer Nitro XV275X P จอเกมมิ่งขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 5K พร้อม Mini LED 2,304 โซน และ VESA DisplayHDR™ 1400 ให้ภาพคมชัด สีดำลึก และคอนทราสต์สูง รองรับรีเฟรชเรต 165 Hz และ DFR ที่สลับเป็น QHD สูงสุด 330 Hz พร้อมเวลาตอบสนอง 0.5 ms (GTG) แสดงสีครอบคลุม Adobe RGB, sRGB และ DCI-P3 สูงสุด 99% พร้อมความแม่นยำ Delta E<2 เชื่อมต่อครบด้วย USB Type-C จ่ายไฟ 90W, KVM และ PIP/PBP เหมาะทั้งเล่นเกม ความบันเทิง และการทำงาน

Acer Nitro XZ340CKR P จอโค้ง 34 นิ้วสำหรับเกมเมอร์ มาพร้อมความละเอียด 5120 x 2160 ที่ 180 Hz ให้ภาพคมชัดและมุมมองกว้าง เหมาะทั้งเกมโอเพนเวิลด์และงานสร้างสรรค์ พร้อม DFRที่สลับเป็น WFHD และเพิ่มรีเฟรชเรตสูงสุด 360 Hz พร้อมเวลาตอบสนอง 0.5 ms (GTG) สำหรับเกมการแข่งขัน รองรับ AMD FreeSync™ Premium, HDR10และครอบคลุมสี DCI-P3 90%

Acer Nitro XV275U Z2 หน้าจอที่ตอบโจทย์ทั้งเกม AAA อีสปอร์ต และงานสร้างสรรค์ ด้วยเทคโนโลยี DFR 3 โหมด รองรับ QHD ที่ 275 Hz, FHD ที่ 360 Hz และ HD สูงสุด 520 Hz พร้อมเวลาตอบสนอง 0.5 ms (GTG) เสริมด้วยแบ็กไลต์ Mini LED 1,152 โซน และ Acer HDR1000 ให้ภาพคมชัดและคอนทราสต์สูง ครอบคลุมสี DCI-P3 97% และ Adobe RGB 95% พร้อม AMD FreeSync™ Premium ลดอาการภาพฉีก รองรับทั้งการเล่นเกมและงานครีเอเตอร์ได้อย่างลงตัว

Acer Nitro XV270U Z3 หน้าจอ 27 นิ้ว ที่รองรับทั้งเกม AAA การทำงานประจำวัน และเกมโหมดแข่งขัน ด้วย DFR 3 โหมด สลับได้ในคลิกเดียวระหว่าง QHD 275 Hz, FHD 360 Hz และ HD สูงสุด 520 Hz มาพร้อมเวลาตอบสนอง 0.5 ms (GTG) ในทุกโหมด รองรับ AMD FreeSync™ Premium ลดอาการภาพฉีก ร่วมกับ HDR10และขอบเขตสี DCI-P3 90% ให้ภาพคมชัดและลื่นไหลในทุกการใช้งาน

ราคาและการวางจำหน่าย

Acer Swift Blade 14 จะวางจำหน่ายในภูมิภาค EMEA (ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา) ในเดือนธันวาคม 2026

Acer Swift Air 16 จะวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือในไตรมาส 1 ปี 2027 และในภูมิภาค EMEA (ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา) ในเดือนธันวาคม 2026

Predator XB273K V7 จะวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือในไตรมาส 4 ปี 2026 ราคาเริ่มต้น 449 ดอลลาร์สหรัฐ ในภูมิภาค EMEA ในไตรมาส 4 ปี 2026 ราคาเริ่มต้น 449 ยูโร ในออสเตรเลียในไตรมาส 2 ปี 2027 ราคาเริ่มต้น 899 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และในจีนในไตรมาส 4 ปี 2026 ราคาเริ่มต้น 2,999 หยวน

Acer Nitro XV275X P จะวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือในไตรมาส 1 ปี 2027 ราคาเริ่มต้น 1,199 ดอลลาร์สหรัฐ ในภูมิภาค EMEA ในไตรมาส 1 ปี 2027 ราคาเริ่มต้น 1,199 ยูโร และในจีนในไตรมาส 1 ปี 2027 ราคาเริ่มต้น 9,999 หยวน

Acer Nitro XZ340CKR P จะวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือในไตรมาส 4 ปี 2026 ราคาเริ่มต้น 699 ดอลลาร์สหรัฐ ในภูมิภาค EMEA ในไตรมาส 4 ปี 2026 ราคาเริ่มต้น 699 ยูโร และในจีนในไตรมาส 4 ปี 2026 ราคาเริ่มต้น 4,999 หยวน

Acer Nitro XV275U Z2 จะวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือในไตรมาส 4 ปี 2026 ราคาเริ่มต้น 329 ดอลลาร์สหรัฐ และในภูมิภาค EMEA ในไตรมาส 4 ปี 2026 ราคาเริ่มต้น 329 ยูโร

Acer Nitro XV270U Z3 จะวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือในไตรมาส 1 ปี 2027 ราคาเริ่มต้น 299 ดอลลาร์สหรัฐ ในภูมิภาค EMEA ในไตรมาส 1 ปี 2027 ราคาเริ่มต้น 299 ยูโร และในจีนในไตรมาส 1 ปี 2027 ราคาเริ่มต้น 1,999 หยวน

รายละเอียดสเปก ราคา และความพร้อมใช้งานจะแตกต่างตามภูมิภาค ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางจำหน่าย ข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ และราคาในการจัดจำหน่าย โปรดติดต่อสำนักงาน Acer ผ่านทาง www.acer.com

โลกเปลี่ยนเร็ว…อย่าให้ “ความคาดหวัง” ทำให้ลูกห่างจากเรา จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ “ฟังให้มากกว่าสอน” สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่ลูกกล้ากลับมาหา

ในวันที่เด็กและวัยรุ่นเติบโตท่ามกลางโลกที่หมุนเร็วกว่าเดิม ทั้งการแข่งขัน แรงกดดันจากโรงเรียน ความคาดหวังของครอบครัว และโลกออนไลน์ที่ไม่เคยปิดหน้าจอ คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า “เราจะเลี้ยงลูกอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ” แต่คือ “เรากำลังเลี้ยงลูกให้มีความสุขในแบบของเขา หรือกำลังพยายามสร้างลูกให้เป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น” เพราะบางครั้งความรักและความหวังดี เมื่อมาพร้อมความคาดหวังและการควบคุม อาจกลายเป็นแรงกดดันที่สร้างระยะห่างในครอบครัวโดยที่พ่อแม่ไม่ทันรู้ตัว

โรงพยาบาลพระรามเก้าให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพที่ไม่ได้มีเพียงเรื่องของร่างกาย แต่รวมถึงการสร้างสมดุลกายและใจ ไปจนถึงสุขภาวะของครอบครัว  ซึ่งสะท้อนผ่านกิจกรรม Doctor Talk  สื่อสารแนวคิด “Wellness for Life: ดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ เพื่อชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ” นำความรู้จากผู้เชี่ยวชาญมาพูดคุยผ่านเรื่องใกล้ตัว เพื่อให้ประชาชนเข้าใจตัวเอง เข้าใจคนในครอบครัว และนำไปปรับใช้กับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันได้จริง

ภายในงาน Mindful Fest ซึ่งจัดโดย มูลนิธิไทยคม ณ The Present Haus ราชวิถี 24 โรงพยาบาลพระรามเก้าได้ร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านสุขภาพใจผ่านทีมผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนักศิลปะบำบัดและนักจิตบำบัด จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น และจิตแพทย์ โดยหยิบยกประเด็นใกล้ตัว ตั้งแต่การดูแลใจของตนเอง การรับมือกับความเหนื่อยล้าและความเครียด ไปจนถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว เพื่อให้การดูแลสุขภาพใจเป็นเรื่องที่เข้าใจและนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ “พักกายแล้ว ใจได้พักหรือยัง โดย คุณวรัญญา ถวัลย์กิจดำรงค์ ผู้ชำนาญการ นักศิลปะบำบัด Registered Canadian Art Therapist และนักจิตบำบัด EMDR, Satir โรงพยาบาลพระรามเก้า และ “เหนื่อยนัก…ต้องพักฮีลใจ” โดย พญ.ปรานี ปวีณชนา แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพระรามเก้า

หนึ่งในเวทีสำคัญคือ “Healthy & Happy Family in the AI Era – สร้างครอบครัวสุขภาพดีและมีความสุขในโลกที่เปลี่ยนเร็ว” โดย นพ.วิทยา วันเพ็ญ รองกรรมการผู้อำนวยการ และจิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับ พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษากองส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต ชวนพ่อแม่กลับมาทบทวนความคาดหวัง เปิดพื้นที่รับฟัง และสร้างบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจ เพื่อสร้างครอบครัวให้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ ปรับตัว และเติบโตไปด้วยกันในโลกยุค AI

พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษากองส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่นในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็นผลจากหลายองค์ประกอบ ทั้งพื้นอารมณ์และตัวตนของเด็ก รูปแบบการเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมในโรงเรียน กลุ่มเพื่อน และโซเชียลมีเดีย ซึ่งล้วนมีอิทธิพลต่อความคิด อารมณ์ และการมองคุณค่าของตัวเอง

เด็กยุคนี้ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่เฉพาะในบ้านหรือโรงเรียน แต่มีอีกโลกหนึ่งอยู่ในโทรศัพท์ โลกออนไลน์  ทำให้เขาเข้าถึงทั้งข้อมูล การเปรียบเทียบ และแรงกดดันได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันเด็กแต่ละคนก็มี  พื้นอารมณ์ ความถนัด และความสามารถไม่เหมือนกัน สิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องระวังคือการใช้มาตรฐานเดียวไปวัดเด็กทุกคน เพราะเมื่อสิ่งที่ครอบครัวหรือสังคมคาดหวังสวนทางกับตัวตนที่แท้จริงของเด็ก ความเครียด  ก็เกิดขึ้นได้

พญ.วิมลรัตน์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่พ่อแม่ควรสังเกตคือ “ความเปลี่ยนแปลงที่ผิดไปจากเดิม” ทั้งด้านพฤติกรรม อารมณ์ และร่างกาย เช่น เก็บตัว พูดน้อยลง หงุดหงิดหรือก้าวร้าวมากขึ้น ดูเศร้าหมอง อารมณ์แปรปรวน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือไม่อยากไปโรงเรียน เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าเด็กกำลังเผชิญกับความเครียด ความกลัว หรือปัญหาบางอย่างที่ยังไม่สามารถพูดออกมาได้

“ก่อนจะถามว่า ‘ทำไมลูกถึงเปลี่ยนไป’ ลองเปลี่ยนเป็น ‘ช่วงนี้เกิดอะไรขึ้นกับลูกหรือเปล่า’ อย่าเพิ่งตัดสินว่าเด็กดื้อ ไม่รับผิดชอบ หรือมีปัญหา ก่อนที่เราจะรู้ว่าเขากำลังเผชิญกับอะไร”

สำหรับโลกดิจิทัล การดูแลลูกไม่ควรหยุดอยู่เพียงการกำหนดเวลาใช้โทรศัพท์หรือคอยตรวจสอบว่าเด็กดูอะไร แต่พ่อแม่ควรมี ทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) เพื่อเข้าใจโลกที่ลูกใช้ชีวิต รู้เท่าทันสิ่งที่อาจส่งผลต่อความคิดและอารมณ์ และสามารถพูดคุยกับลูกได้โดยมีความสัมพันธ์ที่ดีเป็นพื้นฐาน

ท่ามกลางโลกยุค AI ที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนวิธีเรียน วิธีทำงาน และวิธีใช้ชีวิตอย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญสำหรับครอบครัวไม่ใช่การพยายามวิ่งให้ทันทุกความเปลี่ยนแปลง แต่คือ การรักษาความเข้าใจและความไว้วางใจระหว่างกัน เพราะท้ายที่สุด ความสำเร็จของการเลี้ยงลูกอาจไม่ได้วัดเพียงว่าเขาไปได้ไกลแค่ไหน แต่อยู่ที่ไม่ว่าวันหนึ่งเขาจะสำเร็จ ผิดหวัง หรือพลาดพลั้ง เขายังรู้ว่า “บ้าน” คือพื้นที่ที่กลับมาได้เสมอ

ด้าน นพ.วิทยา วันเพ็ญ รองกรรมการผู้อำนวยการ และจิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า โจทย์สำคัญของการเป็นพ่อแม่คือการแยกให้ออกระหว่าง “ความรัก” “ความหวังดี” และ “ความคาดหวัง” เพราะความตั้งใจอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี หากมาพร้อมความกลัวว่าลูกจะผิดพลาดหรือล้มเหลว อาจทำให้ความหวังดีกลายเป็นการกำหนดชีวิตลูกโดยไม่รู้ตัว

พ่อแม่ทุกคนรักลูกและอยากให้ลูกไปได้ไกล แต่เด็กก็เป็นคนอีกคนหนึ่ง เขาอาจไม่ได้ชอบสิ่งที่เราชอบ ไม่ได้ถนัดสิ่งที่เราถนัด และไม่จำเป็นต้องเดินในเส้นทางเดียวกับเรา การยอมรับความแตกต่างไม่ได้หมายถึงการตามใจ แต่คือการมีขอบเขตในเรื่องที่จำเป็น ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ลูกได้คิด ตัดสินใจ เรียนรู้จากความผิดพลาด และค้นพบตัวเอง สิ่งสำคัญไม่แพ้ผลการเรียนหรือความสำเร็จคือ “ความไว้วางใจ” ในครอบครัว เพราะหากทุกครั้งที่ลูกเล่าปัญหาแล้วถูกตำหนิ สอบสวน หรือรีบสั่งสอน เด็กอาจค่อย ๆ เรียนรู้ว่าการเงียบปลอดภัยกว่าการพูด

หัวใจของการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัยทางใจ” (Safe Zone) จึงไม่ใช่การตามใจลูกทุกเรื่อง แต่คือการทำให้เด็กรู้ว่า “ความผิดพลาดไม่ได้ทำให้ความรักหายไป” โดยมีหลักสำคัญคือ “ฟังให้จบ ก่อนสอน” เพราะในวันที่ลูกเปิดใจ สิ่งที่เขาต้องการอาจไม่ใช่คำตอบหรือคำแนะนำทันที แต่อาจเป็นเพียงคนที่พร้อมรับฟังโดยไม่รีบตัดสิน

“พ่อแม่มักถามว่า ‘ทำไมลูกไม่คุยกับเรา’ แต่บางครั้งอาจต้องย้อนกลับมาถามว่า ‘ตอนที่ลูกคุย เราฟังเขาอย่างไร’ พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาให้ลูกได้ทุกเรื่อง แต่ควรเป็นคนที่เขามั่นใจว่า ต่อให้วันนี้ผิดหวัง ล้มเหลว หรือทำผิด เขายังกลับมาหาเราได้”

นพ.วิทยา กล่าวปิดท้ายว่า อีกจุดเริ่มต้นสำคัญอยู่ที่ตัวพ่อแม่ ทั้งการรู้เท่าทันอารมณ์ ความเครียด ความเหนื่อยล้า และความคาดหวังของตัวเอง เพราะเมื่อผู้ใหญ่แบกรับภาระมากเกินไป ความสามารถในการอดทนและทำความเข้าใจลูกย่อมลดลง การสร้างครอบครัวที่มีความสุขจึงอาจไม่ใช่การพยายาม “เพิ่ม” ทุกอย่างให้ลูก แต่อาจเป็นการ “ลด” การเปรียบเทียบ การแข่งขันที่ไม่จำเป็น และมาตรฐานความสำเร็จที่ไม่เหมาะกับเด็กทุกคน เพื่อให้ทั้งพ่อแม่และลูกมีพื้นที่เติบโตในแบบของตัวเอง

โลกภายนอกอาจมีคนมากพอแล้วที่บอกลูกว่าเขาต้องเก่งกว่านี้ ต้องดีกว่านี้ หรือต้องพยายามมากกว่านี้ บ้านจึงไม่ควรเป็นอีกพื้นที่ที่เขาต้องพิสูจน์ว่าตัวเองดีพอ หน้าที่ของพ่อแม่อาจไม่ใช่การทำให้ลูกไม่เคยล้ม แต่คือทำให้เขารู้ว่า ถ้าวันหนึ่งล้มลง เขายังมีคนพร้อมฟังโดยไม่ซ้ำเติม และมีความรักที่ไม่ได้ลดลงเพียงเพราะวันนี้เขาไม่เป็นอย่างที่เราหวัง

“คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า วันนี้ลูกเรียนเป็นอย่างไร แต่คือ ถ้าวันหนึ่งเขามีปัญหาหนักที่สุดในชีวิต เขายังกล้าเดินกลับมาหาเราหรือเปล่า ถ้าเรื่องที่เจ็บที่สุด กลัวที่สุด หรือผิดพลาดที่สุด กลายเป็นเรื่องที่ลูกไม่กล้าพูดกับพ่อแม่ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเราต้องกลับมาดูความสัมพันธ์ในบ้าน” สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาปัญหาสุขภาพใจ สามารถทำนัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์ได้ที่ ศูนย์สุขภาพจิต (Mind Center) หรือที่ LINE: @praram9hospital หรือ โทร.1270

โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดบ้าน “ไตใหม่ ชีวิตใหม่” ชูความเป็นเลิศด้านการดูแลรักษาโรคไตแบบครบวงจร เสริมความมั่นใจตัวแทนประกันชีวิตในการดูแลลูกค้า

โรงพยาบาลพระรามเก้า จัดกิจกรรม Open House “ไตใหม่ ชีวิตใหม่” เชิญกลุ่มตัวแทนประกันชีวิตเข้าร่วมรับฟังความรู้และเรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นเลิศด้านการดูแลรักษาโรคไตแบบครบวงจร     ทั้งการตรวจวินิจฉัย การป้องกัน การรักษา และการบำบัดทดแทนไต ตั้งแต่การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างไตทางช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติ ไปจนถึงการปลูกถ่ายไต เพื่อเสริมความรู้ความเข้าใจให้ตัวแทนสามารถแนะนำบริการสุขภาพแก่ลูกค้าได้อย่างเหมาะสมและมั่นใจยิ่งขึ้น  ณ ห้องประชุม Praram 9 Grand Hall ชั้น 5 อาคาร A โรงพยาบาลพระรามเก้า

ไฮไลต์สำคัญของกิจกรรมคือการบรรยายพิเศษ (Doctor Talk) ในหัวข้อ “ไตใหม่ ชีวิตใหม่: Advances in Kidney Care  & Transplantation” โดย นพ.น๊อต เตชะวัฒนวรรณา อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตและการปลูกถ่ายไต โรงพยาบาลพระรามเก้า ซึ่งจะถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่อาการและสัญญาณเตือนของโรคไต แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยในแต่ละระยะ ไปจนถึงความก้าวหน้าล่าสุดในการรักษาและการผ่าตัดปลูกถ่ายไต พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและซักถามข้อสงสัยโดยตรง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและทันสมัยเกี่ยวกับแนวทางการรักษาโรคไตในปัจจุบัน

นอกจากนี้ นพ.น๊อต ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันโรคไตตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไต ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคหัวใจ และผู้ที่มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง รวมถึงการใช้ยาหรือสมุนไพรบางชนิดที่อาจส่งผลเสียต่อไต พร้อมแนะนำแนวทางดูแลสุขภาพไตในชีวิตประจำวัน อาทิ การตรวจสุขภาพไตเป็นประจำ การควบคุมน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือด การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม และการหลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดที่อาจส่งผลเสียต่อไตโดยไม่จำเป็น ทั้งนี้เพื่อชะลอความเสื่อมของไตและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไตเรื้อรังในระยะยาว

นพ.น๊อต กล่าวว่า “ผู้ป่วยโรคไต โดยเฉพาะรายที่ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องหรือมีความซับซ้อน จำเป็นต้องอาศัยทั้งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและระบบการดูแลที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร การจัด Open House ในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้ตัวแทนประกันชีวิตเข้าใจแนวทางการรักษาและศักยภาพของโรงพยาบาลมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับช่องทางการเข้ารับบริการแก่ลูกค้าได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ

นอกจากการบรรยายให้ความรู้แล้ว ภายในงานยังนำเสนอแนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคไตแบบ     ครบวงจร ผ่านการทำงานร่วมกันของทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับความซับซ้อนของแต่ละราย พร้อมทั้งกิจกรรม Hospital Tour พาผู้เข้าร่วมงานเยี่ยมชมพื้นที่ให้บริการสำคัญของโรงพยาบาล ได้แก่ หอผู้ป่วยในพรีเมี่ยม (Ward 15B), ศูนย์ตรวจสุขภาพ (Checkup Center) และศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ (Fix&Fit Clinic) เพื่อให้เห็นภาพมาตรฐานการบริการและความพร้อมในการดูแลผู้รับบริการอย่างใกล้ชิด

สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาแพทย์โรคไต สามารถสอบถามข้อมูลหรือทำนัดหมายได้ที่ สถาบันโรคไตและเปลี่ยนไต โรงพยาบาลพระรามเก้า หรือที่ LINE: @praram9hospital หรือ โทร. 1270

เมื่อ “บ้าน” ของคนรุ่นใหม่เริ่มต้นที่ “ห้อง” โฮมโปรบุกตลาดคนรุ่นใหม่ ลุยจัดจำหน่ายแบรนด์ “SNAZZ” เสริมพอร์ตสินค้าตอบโจทย์ทุกพื้นที่ส่วนตัว ชูคอนเซ็ปต์ “Color Your Life. Vibe Your Space.”

โฮมโปร (HomePro) ตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็น “Home Lifetime Companion” หรือเพื่อนที่เข้าใจและจะอยู่เคียงข้างในทุกช่วงชีวิต เดินหน้าขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ (Gen Z & Millennials) ด้วยการ จัดจำหน่ายแบรนด์ “SNAZZ” Modern Home Lifestyle Brand แบรนด์น้องใหม่สายแต่งบ้าน เครื่องนอน และเฟอร์นิเจอร์ ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “เติมสีสันให้ชีวิต เติมชีวิตให้บ้าน” (Color Your Life. Vibe Your Space.) ตอบโจทย์รูปแบบการอยู่อาศัยในพื้นที่จำกัด ให้สามารถสะท้อนตัวตนได้ง่ายๆ ในราคาที่จับต้องได้และคุ้มค่า

Consumer Shift: เมื่อ “พื้นที่ส่วนตัว” คือจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิต ความเปลี่ยนแปลงด้านรูปแบบการอยู่อาศัยในปัจจุบัน เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ความหมายของคำว่า “บ้าน” เปลี่ยนไป ข้อมูลจาก Euromonitor ระบุว่า สัดส่วนครัวเรือนผู้พักอาศัยคนเดียว (Single Household) ในประเทศไทยสูงถึง 29.5% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก สำหรับคนรุ่นใหม่ “บ้าน” จึงไม่ได้หมายถึงบ้านหลังใหญ่เสมอไป แต่คือ “ห้องหนึ่งห้อง” ในคอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเมนต์ ที่ต้องรองรับทั้งการทำงาน การใช้ชีวิต และการพักผ่อน

จาก Consumer Insight ดังกล่าว ทำให้โฮมโปรในฐานะ Home Lifetime Companion ที่เป็นเพื่อนที่เข้าใจและพร้อมอยู่เคียงข้างในทุกจังหวะชีวิต มองเห็นโอกาสในการเติมเต็มความต้องการของ Gen Z ที่ไม่ได้มองหาแค่เครื่องใช้ภายในบ้าน แต่มองหาพื้นที่ที่สะท้อนเอกลักษณ์ (Personal Space) การสร้างบรรยากาศที่ฮีลใจ (Joyful Living) และคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกๆ วัน

นางสาวเยาวรี วงศ์สรรคกร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานจัดซื้อ Home Textile & Lighting บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘โฮมโปร’ เปิดเผยว่า“วิสัยทัศน์การเป็น Home Lifetime Companion ทำให้เรามุ่งมั่นที่จะเป็นเพื่อนที่เข้าใจและอยู่เคียงข้างผู้บริโภคในทุกช่วงวัย วันนี้เราเห็นพฤติกรรมลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป จากคำถามเดิมที่ว่า ‘สินค้าทนไหม’ กลายเป็น ‘สินค้านี้เข้ากับสไตล์ห้องหรือเปล่า’ การที่โฮมโปรดึงแบรนด์ SNAZZ เข้ามาจัดจำหน่ายในครั้งนี้ จึงเป็นการเปิดประตูให้เราเข้าถึงและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของ Gen Z ได้อย่างตรงจุด ด้วยดีไซน์ นวัตกรรม และระดับราคาที่คุ้มค่า จับต้องได้จริง”

SNAZZ: ดีไซน์ที่ใช่ พักผ่อนสบาย ในราคาที่จับต้องได้และคุ้มค่า แบรนด์ SNAZZ ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่ม เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน และสินค้าเครื่องนอน ที่ออกแบบมาภายใต้แนวคิด “ทุกพื้นที่เล็กๆ มีสไตล์ของตัวเองได้” เน้นความยืดหยุ่นให้ผู้ใช้งานนำไอเทมต่างๆ เช่น เบาะนั่ง เก้าอี้ พรม แผ่นรองโต๊ะทำงาน และของแต่งบ้าน มา Mix & Match ให้เข้ากับ Mood & Moment ของตัวเองได้อย่างอิสระ ในราคาที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่ากับคุณภาพที่ได้รับ

โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ “SNAZZ Bed in a Box” (ที่นอนกล่องสุญญากาศ) ที่ถูกคิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองและคนอยู่คอนโดโดยเฉพาะ ด้วยเทคโนโลยีอัดสุญญากาศบรรจุลงกล่อง ทำให้การขนย้าย ย้ายหอ หรือยกขึ้นชั้นสูงเป็นเรื่องง่าย ผสานระบบ Pocket Spring ที่รองรับสรีระ แยกการสั่นสะเทือนขณะพลิกตัว และช่วยลดการสะสมของไรฝุ่น เปลี่ยนจุดเริ่มต้นของการพักผ่อนให้เป็นเรื่องง่ายที่ใครก็ทำได้ด้วยตัวเอง

“เราตั้งใจให้ SNAZZ เป็นตัวแทนของการสร้างพื้นที่ความสุขที่ไม่ต้องรอโอกาส ไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างห้องใหม่ และได้สินค้าที่คุ้มค่าจับต้องได้ แค่เริ่มต้นเปลี่ยนจากที่นอนกล่องสุญญากาศ หรือเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กๆ เข้ามาเติมเต็ม ก็สามารถเปลี่ยนมู้ดของห้องให้กลายเป็นพื้นที่ Everyday Recharge ได้แล้ว” นางสาวเยาวรีฯ กล่าวทิ้งท้าย สัมผัสความสดใสและเลือกช้อปเฟอร์นิเจอร์ สินค้าแต่งบ้าน และที่นอนจาก SNAZZ ได้แล้ววันนี้ ที่โฮมโปร ทุกสาขาทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ www.homepro.co.th

สคส. มุ่งพัฒนาบุคลากรต่อเนื่อง ผ่านการสอบวัดผลยกระดับเจ้าหน้าที่ PDPC ให้พร้อมคุ้มครองสิทธิประชาชนอย่างเข้มข้น

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้ายกระดับศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดสอบวัดระดับความรู้และความเข้าใจด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อพัฒนาความพร้อมของเจ้าหน้าที่ให้สามารถปฏิบัติงาน ให้คำปรึกษา และดูแลสิทธิของประชาชนได้อย่างถูกต้อง ทันต่อสถานการณ์ และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งองค์กร

พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า ภารกิจด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งรูปแบบการใช้ข้อมูล เทคโนโลยีใหม่ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ และข้อร้องเรียนที่มีความซับซ้อนมากขึ้น สคส. จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้ของบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีทั้งความรู้เชิงกฎหมาย ความเข้าใจเชิงเทคนิค และทักษะในการสื่อสารกับประชาชน

“การสอบวัดระดับไม่ใช่เพียงการประเมินผลบุคลากร แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองของ สคส. เราต้องการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมรับมือกับโจทย์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพราะทุกคำปรึกษา ทุกเรื่องร้องเรียน และทุกการบังคับใช้กฎหมาย ล้วนเกี่ยวข้องกับสิทธิและความเชื่อมั่นของประชาชน” พ.ต.อ.สุรพงศ์กล่าว

การสอบวัดระดับครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ อาทิ หลักการและหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิของเจ้าของข้อมูล หน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล แนวทางการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียน การจัดการเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนกรณีศึกษาที่สะท้อนสถานการณ์ร่วมสมัย เพื่อให้บุคลากรสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ สคส. ยังส่งเสริมการเรียนรู้ในรูปแบบหลากหลาย ทั้งการอบรมเชิงปฏิบัติการ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างหน่วยงาน การทบทวนกรณีศึกษา และการติดตามแนวโน้มความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเติมองค์ความรู้ให้บุคลากรสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว รอบคอบ และเข้าใจบริบทของแต่ละปัญหา

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากบุคลากรที่มีความพร้อมและตื่นตัวอยู่เสมอ สคส. จึงมุ่งพัฒนามาตรฐานการทำงานภายในควบคู่กับการขยายบริการสู่ประชาชนทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าเมื่อประชาชนต้องการคำปรึกษา ใช้สิทธิ หรือขอความช่วยเหลือด้านข้อมูลส่วนบุคคล จะได้รับบริการจากเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และพร้อมทำงานอย่างเต็มที่ “สคส. จะไม่หยุดพัฒนา เพราะโลกดิจิทัลไม่เคยหยุดเปลี่ยนแปลง เราพร้อมยกระดับคน ยกระดับระบบ และยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าข้อมูลของตนจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและปลอดภัย” พ.ต.อ.สุรพงศ์กล่าวทิ้งท้าย

โฮมโปร เปิดเวที “HomePro Hackathon” ชวนคนรุ่นใหม่ คิดให้สุด เปลี่ยนดีไซน์ ออกแบบ ‘สินค้ารักษ์โลก….ในแบบที่ใช่กว่า’ ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 314,000 บาท พร้อมโอกาสเปลี่ยนไอเดียเป็นสินค้าจริงที่โฮมโปร

หากการรีไซเคิลคือการให้ชีวิตใหม่กับวัสดุที่ถูกทิ้ง การออกแบบอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญกว่านั้น เพราะเป็นช่วงเวลาที่เราสามารถกำหนดได้ตั้งแต่ต้นว่า สินค้าหนึ่งชิ้นจะใช้ทรัพยากรอย่างไร จะถูกใช้งานได้นานแค่ไหน และเมื่อหมดอายุแล้วจะกลับเข้าสู่วงจรเพื่อสร้างคุณค่าได้อย่างไร

ด้วยแนวคิดนี้ “โฮมโปร” เปิดตัว “HomePro Hackathon” ภายใต้โครงการ “HomePro Waste to Value for Better Living” เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศร่วมออกแบบสินค้าและของใช้ในบ้านจากวัสดุหมุนเวียน โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ 107 ทีม จากกว่า 18 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และผ่านการคัดเลือกในรอบแรกจำนวน 60 ทีม เพื่อเข้าสู่กระบวนการพัฒนาแนวคิดให้มีความเป็นไปได้ในการผลิตจริง

จาก Waste สู่ Value ต้องเริ่มที่ Design

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาขยะหลายรูปแบบ โดยเฉพาะขยะอิเล็กทรอนิกส์ (WEEE) ที่มีปริมาณมากกว่า 700,000 ตัน แต่มีเพียงไม่ถึงร้อยละ 10 เท่านั้นที่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี เพราะเมื่อสินค้าถูกออกแบบมาโดยไม่ได้คำนึงถึงการแยกชิ้นส่วน การซ่อม หรือการนำกลับมาใช้ใหม่ตั้งแต่แรก การจัดการที่ปลายทางก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โฮมโปรเดินหน้าสร้าง HomePro Circular Economy Ecosystem ครบวงจร ตั้งแต่การซ่อมก่อนทิ้ง เพื่อยืดอายุการใช้งานสินค้า การรับคืนเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าจากบ้านลูกค้า ไปจนถึงการส่งต่อของเก่าเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกวิธี ผ่านการรีไซเคิลร่วมกับพันธมิตร และนำวัสดุหมุนเวียนกลับมาผลิตเป็นสินค้าใหม่

แต่สิ่งที่วงจรนี้ยังขาดจึงไม่ใช่วัตถุดิบ แต่เป็น “งานออกแบบ” ที่จะเปลี่ยนวัสดุหมุนเวียนให้กลายเป็นสินค้าที่ไม่เพียงดีต่อโลก แต่ยังเป็นสินค้าที่ผู้คน “อยากใช้งาน” จริงในชีวิตประจำวัน

เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เป็น Change-Makers

HomePro Hackathon ไม่ใช่เพียงเวทีประกวดออกแบบ แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างมุมมองใหม่ให้กับสินค้าและการใช้ทรัพยากรในอนาคต

“ตั้งแต่วันแรกที่คิดโครงการนี้ เราไม่ได้มองว่าน้องๆ นักศึกษาคือผู้เข้าแข่งขัน เรามองว่าพวกเขาคือ Change-Makers หรือผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านมุมมองใหม่ๆ ความคิดสร้างสรรค์ และข้อมูลเชิงลึกจากคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะจากกลุ่ม Gen Z เพื่อนำมุมมองเหล่านี้มาต่อยอดในการพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตและความต้องการของลูกค้าในอนาคต”

Idea to Impact: ไม่ใช่แค่วาดให้สวย แต่ต้องผลิตได้จริง

ความท้าทายของงานนี้จึงไม่ใช่เพียงการ “วาดรูปให้สวย” แต่คือการทำให้ “Idea to Impact” เกิดขึ้นจริง ตั้งแต่การตั้งโจทย์ การเลือกใช้วัสดุ การออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งาน ไปจนถึงการพิจารณาความเป็นไปได้ในการผลิตและการนำไปใช้จริง

โจทย์ของเวทีนี้จึงยากกว่าประกวดออกแบบทั่วๆ ไป เพราะผลงานที่ส่งเข้ามาต้องสามารถผลิตได้จริงในระดับอุตสาหกรรม โดยมี Mentor ผู้เชี่ยวชาญจากโฮมโปรและพันธมิตรมาให้คำปรึกษาตลอดกระบวนการ อาทินักวิจัยเชี่ยวชาญ สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน, ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจกรีนพอลิเมอร์, ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกและเครื่องใช้ในครัวเรือน, ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนและเครื่องใช้ภายในบ้านที่ทำจากผ้า และผู้ผลิตเส้นใยรีไซเคิล (rPET) และผู้ให้บริการบดรีไซเคิลเศษพลาสติก ตั้งแต่ด้านการออกแบบ ข้อจำกัดทางเทคนิค การผลิต ไปจนถึงการทำตลาด

เปิด 2 Tracks เปลี่ยนวัสดุหมุนเวียนให้เป็นไอเดียสินค้า

กิจกรรม Hackathon เปิดโอกาสให้นักศึกษาลงสนามออกแบบใน 2 สายการแข่งขัน ได้แก่

  • Track 1 | Eco-Design – ออกแบบสินค้าโดยใช้กระบวนการผลิตผ่านแม่พิมพ์จากพลาสติกรีไซเคิลประเภท PP, ABS และ HIPS โดยมุ่งเน้นนำวัสดุหมุนเวียนมาพัฒนาเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานภายในบ้าน อาทิ กลุ่มผลิตภัณฑ์จัดเก็บภายในบ้าน เก้าอี้พลาสติก ถังเก็บน้ำเข้ามุม และกล่องเก็บเครื่องมือ
  • Track 2 | Free-Form Design – เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าแข่งขันออกแบบผลิตภัณฑ์จากเส้นใย PET อาทิ เฟอร์นิเจอร์ กระเป๋าช้อปปิ้ง และบีนแบค

ทั้งสองสายจะคัดผลงาน 20 ทีมสุดท้าย และแข่งขันในรอบตัดสินวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 โดยชิงรางวัล The Best รวม 7 รางวัล พร้อมรางวัล Special Prize และ Popular Vote รวมมูลค่ากว่า 314,000 บาท โดยผลงานที่ได้รับคัดเลือกมีโอกาสถูกพัฒนาต่อเป็นสินค้ารักษ์โลกที่วางจำหน่ายจริงที่โฮมโปร

จากโต๊ะออกแบบ สู่ชั้นวางสินค้า เส้นชัยของ Hackathon ไม่ได้อยู่ที่ภาพวาดหนึ่งหน้ากระดาษ แต่คือ วันที่ไอเดียเดินทางไปสู่สินค้าจริง และมีคนหยิบกลับไปใช้ที่บ้าน เพราะนั่นคือผลลัพธ์ที่จับต้องได้ของ “เปลี่ยน Waste ให้เป็น Value เปลี่ยนไอเดียให้เป็นของจริง”

Unbox ตัวแรงจากญี่ปุ่น! Bangkok Auto Salon 2026 บุกไทย ปลดล็อกมิติใหม่สาย Hybrid จูนแรง 26 – 30 ส.ค. ที่ไบเทค บางนา ฮอลล์ 100

(กรุงเทพฯ – 25 สิงหาคม 2569) – กลับมาตอกย้ำผู้บุกเบิกงานแสดงรถแต่งเป็นปีที่ 12 สำหรับ “Bangkok Auto Salon 2026” มหกรรมแสดงและจำหน่ายยนตรกรรมพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน พร้อมไฮไลต์เอกซ์คลูซิฟด้วยการ Unbox เผยโฉม 3 สุดยอดคัสตอมคาร์ระดับตำนานส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น การันตีความแรงและงานดีไซน์ด้วยรางวัลทรงเกียรติจากเวทีระดับโลกอย่าง Tokyo Auto Salon นำทัพโดย 3 สำนักแต่งชื่อดังระดับโลกอย่าง Blitz, KUHL Racing และ Crewch ที่พร้อมมาปล่อยพลังข้ามสายพันธุ์ ทั้งสไตล์ Racing, Off-Road และ JDM Sport Classic โดยเฉพาะไฮไลต์เด็ดในการปลดล็อกขีดจำกัดพลังงานทางเลือก นำรถเครื่องยนต์ Hybrid มาจูนอัพยกระดับความแรงและดีไซน์อย่างดุดัน มาร่วมสัมผัสวัฒนธรรมยานยนต์ระดับโลกเต็มรูปแบบตลอด 5 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 26 – 30 สิงหาคม 2569 ณ ฮอลล์ 100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

  1. HONDA BLITZ PRELUDE Type BZ

ผลงานไฮไลต์จากงาน Tokyo Auto Salon 2026 ที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของสำนักแต่งระดับตำนานอย่าง BLITZ ที่ชื่อแบรนด์เป็นภาษาเยอรมัน แปลว่า “สายฟ้า” เพื่อสื่อถึงความเร็วและพลังอันมหาศาล ภายใต้การนำทัพของ “คุณจุนอิจิ โคบายาชิ” ผู้บริหารคนปัจจุบัน BLITZ ได้พารถข้ามผ่านจากยุคสันดาปเข้าสู่ยุคอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ไฮบริดอย่างเต็มตัว ด้วยการนำสปอร์ตคูเป้ระดับตำนานที่ฟื้นคืนชีพกลับมาอย่าง Honda Prelude (เครื่องยนต์ e:HEV) มาปฏิวัติภาพลักษณ์ใหม่ กลายเป็นสปอร์ตไฮบริดสายพันธุ์แท้ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการควบคุมระดับสูง

ตัวรถสะกดทุกสายตาด้วยการเลือกใช้โทนสีดำเข้มดุดัน เคลือบผิวเนียนลึกเสริมมิติเงางามยามสะท้อนแสงไฟ พร้อมการตกแต่งดีคอลลวดลายกราฟิกพิเศษรอบคัน (Shared Livery) ซึ่งเป็นธีมการออกแบบร่วมของซีรีส์ TypeBZ ประจำปี 2026 จาก BLITZ ผสานเข้ากับชุดแต่งรอบคันของ BLITZ AERO SPEED นอกจากจะช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ก้าวร้าวและทรงพลังยิ่งขึ้นแล้ว ยังได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อเพิ่มแรงกด (Downforce) จัดระเบียบกระแสลม และเพิ่มเสถียรภาพยามขับขี่ความเร็วสูง ขณะที่ภายในห้องโดยสารได้รับการอัปเกรดอารมณ์สปอร์ตด้วยเบาะนั่งบัคเก็ตซีทจาก RECARO ผสานกับระบบไอเสีย BLITZ NUR-SPEC VSR CUSTOM EDITION พัฒนาขึ้นเพื่อปรับแต่งสุ้มเสียงของเครื่องยนต์ไฮบริดรหัส LFC-H4 (2,000 cc e:HEV) ให้ปล่อยซาวนด์โทนสปอร์ตที่เร้าใจ คมชัด และดุดันตามสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ BLITZ

ตอกย้ำสมรรถนะการควบคุมด้วยชุดช่วงล่างอัจฉริยะ BLITZ DAMPER ZZ-R SpecDSC PLUS โช้คอัพสตรัทปรับเกลียวระดับท็อปที่ทำงานร่วมกับระบบปรับระดับความหนืดไฟฟ้าอัตโนมัติ สั่งการปรับเซ็ตความนุ่มหนึบได้อย่างละเอียดสูงสุดถึง 96 ระดับจากภายในห้องโดยสาร เติมเต็มความมั่นใจด้วยระบบเบรกประสิทธิภาพสูง BLITZ BIG CALIPER KIT II ชุดคาลิเปอร์และจานเบรกขยายขนาดใหญ่พิเศษ ลงตัวพอดีในล้อแม็ก ENKEI Racing NVR5 ขนาด 19 นิ้ว (หน้า-หลังกว้าง 9.0J เท่ากัน) รัดด้วยยางไฮเพอร์ฟอร์มานซ์ DUNLOP SP SPORT MAXX RS ขนาด 265/35/19 ทั้ง 4 ล้อ โดยสปอร์ตไฮบริดดีกรีตัวโชว์งาน TAS 2026 คันนี้ ผ่านการตรวจสอบโครงสร้างทางวิศวกรรมเรียบร้อย ทำให้สามารถจดทะเบียนและวิ่งบนถนนหลวงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายประเทศญี่ปุ่น

2. TOYOTA GR86 KUHL RACING OUTROAD W

ผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่สร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัลดีเด่น (Excellence Award) สาขา Concept Car Category จากงาน Tokyo Auto Salon 2026 โดยโพรเจกต์ไฮไลต์จากสำนัก KUHL RACING คันนี้ พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “OUTROAD” ด้วยคอนเซปต์การตกแต่ง “GR86 x Off-Road Crossover” ฉีกกฎรถสปอร์ตคูเป้สายโหลดเตี้ย มาปฏิวัติรูปลักษณ์เป็นสายยกสูงสไตล์ซาฟารี/แรลลี ที่ยังคงความเท่ ดุดัน พร้อมลุยทางฝุ่นและใช้งานได้จริงในทุกสภาพถนน

ตัวรถโดดเด่นด้วยชุดแต่งรอบคันแบรนด์ KUHL OUTROAD ซีรีส์ใหม่ล่าสุด ประกอบด้วย กันชนหน้า-หลังดีไซน์ยกมุมล่างขึ้น เพื่อเพิ่มมุมไต่และมุมจาก (Approach/Departure Angle) เสริมด้วยสเกิร์ตหน้า-ข้าง และแผ่นกันกระแทกใต้ท้องสีเงิน (Skid Plate) ป้องกันความเสียหายจากกรวดหิน เพิ่มความบึกบึนด้วยคิ้วโป่งล้อ Wide Fender ที่ขยายมิติความกว้างตัวถังออกไปถึงข้างละ 60 มิลลิเมตร แมตช์กับชุดช่วงล่างยกสูง KUHL Lift-Up Suspension Kit ที่ปรับเพิ่มระยะ Ground Clearance ให้สูงขึ้นจากโรงงานถึง 3.0 นิ้ว (ประมาณ 75 มม.) รองรับการลุยทางออฟโรดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เติมเต็มความดุดันด้วยล้อแม็กฟอร์จสองชิ้น VERZ-WHEELS รุ่น Nexus NEX02 สีดำ ขนาด 18 นิ้ว ออฟเซ็ตลึกพิเศษยื่นรับพอดีกับโป่งล้อ หุ้มด้วยยาง All-Terrain ดอกหนา Yokohama Geolandar A/T ด้านท้ายติดตั้งท่อไอเสียดีไซน์ซ่อนปลายท่อ (Hidden Exhaust) อย่างมิดชิด เพื่อป้องกันการกระแทกหินหรือเนินดิน แต่ยังคงให้สุ้มเสียงทุ้มลึก ดุดัน และทรงพลังในรอบสูง เสมือนขับรถแข่งแรลลีชิงแชมป์โลก (WRC) ขณะที่ภายในห้องโดยสารตกแต่งสไตล์สปอร์ตด้วย เบาะนั่งกระชับลำตัวและพาร์ทจาก KUHL โดยรถแต่งดีกรีรางวัลคันนี้ผ่านการรับรองมาตรฐาน สามารถวิ่งบนถนนหลวงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายญี่ปุ่น และวางจำหน่ายในรูปแบบ New Complete Car รถใหม่ป้ายแดงแต่งจบหล่อครบจากโชว์รูมเครือ KUHL JAPAN

3. NISSAN FAIRLADY Z CREWCH CrazyZ

ผลงานคัสตอมระดับไฮไลต์ที่เปิดตัวสร้างความฮือฮาในงาน Tokyo Auto Salon 2026 (หมวด Concept Car) จากสำนักแต่งชื่อดัง CREWCH โดยคุณคุรุอุจิ เจ้าของสำนักผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์ “รักษารถสปอร์ตคลาสสิก JDM ให้อยู่ในประเทศญี่ปุ่น” เพื่อป้องกันไม่ให้รถหายากเหล่านี้ถูกส่งออกไปต่างประเทศทั้งหมด พร้อมมุ่งมั่นสร้างสังคมคนรักรถกลุ่มใหม่ (Gen Z) เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมงานจูนนิ่งและคัสตอมตามแบบฉบับญี่ปุ่นไม่ให้เลือนหาย โดยนำ Nissan Fairlady Z (RZ34) เจเนอเรชันล่าสุด มาปรับแต่งภายใต้คอนเซปต์ “RZ34 x Hardcore Customizing” ที่ฉีกภาพจำเดิม ๆ ด้วยงานบอดีพาร์ทและสีตัวถังสุดจัดจ้าน สะท้อนเอกลักษณ์ความบ้าพลังและความหลงใหลในรถสปอร์ต JDM ขนานแท้ตามชื่อรุ่น “CrazyZ”

ตัวรถโดดเด่นด้วยชุดบอดีพาร์ทและชุดแต่งรอบคันคัสตอมดีไซน์พิเศษจาก CREWCH เสริมด้วยชุดแอโรพาร์ท สไตล์สปอร์ตดุดันที่ช่วยเพิ่มแรงกด (Downforce) ตามหลักอากาศพลศาสตร์ ตกแต่งด้วยงานพ่นสีตัวถังแบบพิเศษเอฟเฟกต์เฉพาะตัวที่ช่วยเพิ่มมิติความโดดเด่นระดับ Show Car แมตช์กับชุดช่วงล่างปรับแต่งสเปกพิเศษ เพื่อการจัดฟิตเมนท์ (Fitment) ที่เฉียบคม งดงาม และโหลดเตี้ยแนบสนิทพื้นถนน พร้อมเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถัง (Chassis Reinforcement) เพื่อรองรับพละกำลังที่สูงขึ้น เสริมความอลังการด้วยล้อแม็กแต่งลายสปอร์ตขนาดใหญ่คัสตอมออฟเซ็ตแน่นพอดีซุ้มล้อ หุ้มยางสปอร์ตประสิทธิภาพสูง (High-Performance Tires) รองรับการยึดเกาะถนนอย่างเต็มขั้น ด้านระบบส่งกำลังยังคงความแรงด้วยเครื่องยนต์รหัส VR30DDTT (V6 DOHC ทวินเทอร์โบ ขนาด 3.0 ลิตร) ผสานกับชุดท่อไอเสียสปอร์ตคัสตอมพิเศษจาก CREWCH ที่ปรับแต่งระบบไหลเวียนไอเสียใหม่ พร้อมปลดปล่อยเสียงดิบดุดัน ขณะที่ห้องโดยสารภายในตกแต่งสไตล์รถแต่งตัวแรง ติดตั้งเบาะนั่งสปอร์ตแบบบัคเก็ตซีท (Bucket Seats) และพาร์ทตกแต่งสไตล์รถแข่งเต็มรูปแบบ

“สามารถ” โชว์กำไรครึ่งปีแรก 69 โต 30% เดินหน้าสร้าง New Growth Engine พร้อมเปิดตัว SAMART NEW GEN

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แถลงข่าว “SAMART Business Outlook 2026” โชว์ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 รายได้รวม 5,679 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% และกำไร 280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% พร้อมเผย Backlog 14,889 ล้านบาท และเดินหน้าขยาย New Growth Engine ในกลุ่ม AI, Green Energy และ Enterprise Business เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว พร้อมเปิดตัว “SAMART NEW GEN” ผู้นำรุ่นใหม่ นำโดย นายรัฐนันท์ วิไลลักษณ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจและนักลงทุนสัมพันธ์ พร้อมด้วย นางสาวพัทธนันท์ วิไลลักษณ์, นางสาวพรชนก วิไลลักษณ์, นายชัยชนก วิไลลักษณ์, และนายนิธินันท์ วิไลลักษณ์ ร่วมขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตด้วย ณ Central Park  Bangkok ชั้น 5 เมื่อเร็ว ๆ นี้

“สามารถ” ส่ง “เทด้า” คว้างาน EGAT รวมมูลค่ากว่า 2,080 ล้านบาท ดัน Backlog พุ่งเกือบ 16,000 ล้านบาท

20 สิงหาคม 69 – กรุงเทพฯ : บริษัท เทด้า จำกัด (TEDA) เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทสามารถ ที่เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานก่อสร้างโครงการสายส่งสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบครบวงจร ถือหุ้นโดย บริษัท สามารถ ยู-ทรานส์ ในสัดส่วน 94.35 % ได้ร่วมกับ บริษัท ซิโนไฮโดร (ไทยแลนด์) จำกัด ในนาม “The Consortium of TEDA and STC” ในสัดส่วน 52%  ได้รับหนังสือตกลงว่าจ้างจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) สำหรับโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ เพื่อรองรับการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

โครงการดังกล่าวครอบคลุมงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูง 500 kV เด่นชัย (GIS) รวมถึงงานจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างปรับปรุงสถานีไฟฟ้าแรงสูง 500 kV แม่เมาะ 3 และสถานีไฟฟ้าแรงสูง 500 kV ท่าตะโก  โดย The Consortium of TEDA and STC ได้รับหนังสือตกลงว่าจ้างจาก EGAT เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 มีมูลค่าสัญญาก่อสร้างรวม 2,080.71 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนของ TEDA มูลค่า 1,101.54 ล้านบาท และส่วนของบริษัท ซิโนไฮโดร (ไทยแลนด์) จำกัด มูลค่า 979.18 ล้านบาท 

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การได้รับงานโครงการขนาดใหญ่จาก EGAT ในครั้งนี้ นอกจากจะสะท้อนถึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญของ TEDA ในงานระบบไฟฟ้าแรงสูงและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแล้ว ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับงานในมือ (Backlog) ของกลุ่มบริษัทสามารถ โดยปัจจุบันมี Backlog รวม 14,889 ล้านบาท การได้งานครั้งนี้ส่งผลให้กลุ่มสามารถมี Backlog เพิ่มขึ้นเกือบ 16,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของโครงการในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า” สำหรับโครงการดังกล่าวมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 24 เดือนนับจากวันที่ยืนยันหนังสือตกลงว่าจ้าง โดยปัจจุบัน TEDA อยู่ระหว่างการจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำและลงนามในสัญญาอย่างเป็นทางการต่อไป