“AumAum”ครั้งที่ 9 มาแซ่บอีกแล้ว“อั้ม พัชราภา”ชวน “ไมค์ พิรัชต์-โซล โมเน่” เปิดตลาดพร้อมมินิคอนเสิร์ตวง “Fellow Fellow”เจ้าของเพลง”ดาวหางฮัลเล่ย์ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว วันที่ 23 ถึง 29 เมษายนนี้

มาแล้วค่ะ มาอีกแล้ว งาน “AumAum” ครั้งที่ 9 เปิดตลาดของ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ กันอีกแล้ว อั้มมาแล้ว มามอบทุกสิ่ง ทั้งความแซ่บ ความอร่อย มาเปิดตลาดให้ชิม ให้ช้อปแบบถูกอกถูกใจ เต็มอิ่มกับร้านอาหารมากกว่า 100 ร้าน มีอาหารร้านอร่อย ร้านดารา มาให้ชิม ให้ช้อปกันแบบจุใจ มากันได้ตั้งแต่วันที่ 23 ถึง 29 เมษายน ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัล ลาดพร้าว

    โดยงานเปิดตลาดในวันที่ 23 เมษายนนี้ เจ้าของตลาดของเรา อั้ม พัชราภา เพิ่มความพิเศษด้วยมินิคอนเสิร์ตของ “Fellow Fellow”(เฟลโล่ เฟลโล่) วงดนตรีคู่หูดูโอ้ ข้าว ปณิธิ กับ ที พิษณุ มีเพลงฮอตที่รู้จักกันอย่างมากคือ ดาวหางฮัลเลย์, Proud และ ไม่เปลี่ยนเลย  โดยในงานจะมีพิธีกรคนเก่ง คือ ดีเจมะตูม เตชินท์ และ หนิง ปณิตา พร้อม พี่เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร ร่วมงานด้วย และคนพิเศษอีกคนที่ยินดีมาร่วมงานเปิดตลาดครั้งนี้ คือ ไมค์ พิรัชต์ แฟนๆพี่ไมค์มาเจอกันได้

ที่สำคัญในวันที่ 26 เมษายน พบกับน้องแฝดสุดฮอต “โซล โมเน่” พร้อมกันนั้นในแต่ละวันจะมีวงดนตรีโฟล์คซองให้ได้ฟังกันทุกวัน อาจจะมีนักร้องคนดังมาเซอร์ไพรส์ร้องเพลงให้ฟังด้วย จะเป็นใครต้องมาลุ้น มาฟัง มาเดินตลาดด้วยกัน เรียกว่ามางานเดียวมีทุกสิ่ง จัดให้ครบ กินให้ฟิน ช้อปให้สุด พร้อมกิจกรรมความสนุกสนาน

บอกเลยว่ามาตลาด “AumAum”ไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะ ผู้จัด อั้ม พัชราภา จัดหนัก จัดเต็มทุกตลาด มาพบกันที่งาน ”AumAum” ครั้งที่ 9 ได้ตั้งแต่วันที่ 23 ถึง 29 เมษายน ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัล ลาดพร้าว ห้ามพลาดเชียว

“พิ้งกี้-ปู มามี ตา” นักแสดงชาวเมียนมา ทุ่มสุดตัวประเดิมเล่นหนังครั้งแรกในชีวิต ใน “โกฮัง..หัวใจโกโฮม”

สร้างความฮือฮา ตั้งแต่ประกาศรายชื่อนักแสดงภาพยนตร์ “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” งานนี้ GDH คว้าตัว พิ้งกี้-ปู มามี ตา นักแสดงชื่อดังจากเมียนมา มาประเดิมผลงานภาพยนตร์ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก! ด้วยผลงานการแสดง การถ่ายแบบ และไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น ทำให้ พิ้งกี้ มียอดผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียนับล้านคน (Official Instagram: @poe_mamhe_thar) ซึ่งการรับบท “น้ำชา” ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ถือเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญ โดย พิ้งกี้ ขอทุ่มสุดตัวสุดหัวใจ เพื่อเข้าถึงบทบาทนี้ให้ดีที่สุด

ซึ่ง พิ้งกี้ ก็ไม่ทำให้ผู้กำกับ บาส พูนพิริยะ ผิดหวัง โดยเรื่องราวในช่วงชีวิตของ ‘โกฮัง’ วัยหนุ่ม ได้โคจรมาพบกับเจ้าของคนที่สองอย่าง ‘น้ำชา’ (พิ้งกี้) แม่บ้านชาวเมียนมาที่คอยดูแลและปกป้อง ‘โกฮัง’ ในบ้านพักพิงสุนัขจรจัด ทั้งคู่เป็นทั้งเพื่อนกิน เพื่อนนอน และเพื่อนร่วมผจญภัย ที่พร้อมเดินทางเคียงข้างไปด้วยกันทุกที่

พิ้งกี้ เผยถึงเบื้องหลังการทำงานว่า “พิ้งกี้เดินทางมาอยู่กรุงเทพฯ ประมาณ 1 เดือนก่อนเริ่มการถ่ายทำ เพื่อใช้เวลาอยู่กับ ‘มีโชค’ (น้องหมาผู้รับบทโกฮังวัยหนุ่ม) ให้ได้มากที่สุด จนพวกเราต่อกันติดและสนิทกันมากค่ะ มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากจริงๆ มีโชคเป็นหมาหนุ่มน้อยที่ฉลาดและแอ็กทีฟสุดๆ ส่วนในพาร์ตการทำงาน ฉากที่พิ้งกี้กับมีโชคต้องถ่ายด้วยกันค่อนข้างยากและท้าทายมากค่ะ เพราะมีทั้งซีนที่ต้องเปียกน้ำ ตากแดดตอนเที่ยงวัน แถมยังต้องลุยโคลนด้วยกัน เราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะมาก เลยทำให้พิ้งกี้ยิ่งรู้สึกผูกพันกับมีโชคมากขึ้น และสิ่งนี้เองที่ช่วยให้เข้าถึงความเป็นตัวละคร ‘น้ำชา’ ได้ง่ายขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีโมเมนต์ที่น่ารักมากคือ ฉากที่โกฮังต้องหอน พี่ๆ ทีมงานหลายคนต้องช่วยกันหอนเป็นตัวอย่าง เพื่อให้มีโชคหอนตาม ซึ่งมันเป็นภาพที่น่าเอ็นดูมากค่ะ พิ้งกี้เชื่อว่าเมื่อทุกคนได้เห็นความสัมพันธ์ของน้ำชากับโกฮัง ในโรงภาพยนตร์ จะต้องรู้สึกซาบซึ้งและรักหนังเรื่องนี้เหมือนที่พวกเรารักแน่นอนค่ะ”

สัมผัสมิตรภาพระหว่างการผจญภัยสุดซาบซึ้ง และเสน่ห์ทางการแสดงของ พิ้งกี้ พร้อมความน่ารักแสนรู้ของ เจ้าโกฮัง ได้ใน “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์

#โกฮังหัวใจโกโฮม #GOHANTheMovie

ททท. ร่วมรุกตลาด Luxury MICE เต็มสูบ ผ่านงานเลี้ยงต้อนรับ Amazing Thailand Bangkok Night Luxe คณะผู้จัด MICE ระดับไฮเอนด์ในงาน InVoyage Global 2026 ย้ำชัดไทยคือจุดหมายปลายทางที่มีมาตรฐานระดับสากล หรูหรา และมีเอกลักษณ์

ททท. ตอกย้ำบทบาทผู้ให้การสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้าน MICE คุณภาพสูงของโลก ด้วยการเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงต้อนรับ Amazing Thailand Bangkok Night Luxe เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ณ Seen Rooftop Bar Bangkok โรงแรม Avani+ Riverside Bangkok โดยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้เกียรติกล่าวต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมงาน InVoyage Global 2026 พร้อมด้วย Mr.Richard Joslin CEO and Co-Founder InVoyage ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เเละ Mr. Michael Parker General Manager Anantara Riverside Bangkok

งานดังกล่าวถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทย ภายใต้แนวคิด “THE SOUL OF THAI” ในมิติแห่งความสง่างามและคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สืบทอดอย่างลึกซึ้ง สะท้อนนิยามของ “Luxury” ที่มิได้จำกัดเพียงความหรูหรา หากแต่ครอบคลุมถึงประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าและเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ ผ่านการนำเสนอศิลปวัฒนธรรมชั้นสูง งานหัตถศิลป์จากชุมชน และองค์ความรู้ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Health & Wellness) อันเป็น Soft Power สำคัญของประเทศไทย

โดยงานต้อนรับครั้งนี้มีการแสดงวิจิตรนาฏศิลป์ไทย เเละได้จัดโซนการแสดง Heritage Terrace มรดกของแผ่นดินไทยผ่านการสาธิตงานฝีมือชุมชนของไทย ประกอบด้วย การสาธิตร้อยมาลัยชาววัง การสาธิตทำเครื่องเงินชนเผ่าจาก Stories of Silver ภูมิปัญญาเครื่องเงินชนเผ่ากะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) พร้อมกันนี้ได้จัดแสดงนิทรรศการ The Soul Gallery ให้ผู้เข้าชมงานได้ชมนิทรรศการจิตวิญญาณของไทยผ่านการนำเสนอภูมิปัญญาวิถีชีวิตชุมชนของไทยที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ศิลปะระดับโลก ประกอบไปด้วย สาธิตการปักสะดึง กลึงไหม จากช่างฝีมือในวังหญิง สาธิตการทำเครื่องประดับพลอย จากช่างฝีมือในวังชาย งานฝีมือหัวโขนไทยจากโรงเรียนช่างฝีมือในวังชาย งานพวงมาลัยไม้ไผ่จักสานจากแบรนด์ วาสนา (Vassana) หนึ่งใน 7 แบรนด์ดีไซเนอร์ไทยที่สร้างสรรค์คอลเลคชั่นกระเป๋า Lady Dior ไม้ไผ่สานที่ถูกจัดแสดงภายใน Dior Gold House งานทอผ้ามือโบราณ จังหวัดชัยนาท นอกจากนี้ แบรนด์ DIVANA ได้ให้การสนับสนุนกิจกรรม DIY ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม Sachet จากสมุนไพรไทยแก่ผู้เข้าร่วมงานด้วย

การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกในการสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นในตลาด Luxury Incentive Travel & Events ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่ม Luxury Travelers เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 85,951 บาท : คน : ทริป และมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยยาวนานถึง 12.68 คืน โดยนิยมเดินทางมายังกรุงเทพฯ ภูเก็ต และชลบุรี ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานการบริการระดับสากลของไทย แต่การพำนักระยะยาวกว่าสิบวันยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นและเข้าถึงหัตถศิลป์ชุมชนเชิงลึก ช่วยให้เม็ดเงินกระจายสู่ฐานรากและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากปริมาณสู่คุณภาพ Volume to Value อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ งาน InVoyage Global 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–20 เมษายน 2569 ณ กรุงเทพฯ
โดยประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วยผู้ซื้อ (Buyers) และผู้ขาย (seller) ระดับนานาชาติ กว่า 200 คน สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการจัดงาน MICE ระดับโลกอย่างยั่งยืน

#AmazingThailand #LuxuryTravel #BangkokNightLuxe #MICEThailand #TheSoulOfThai #InVoyage2

“ซีวู พาร์ค”แชมป์ ซุปเปอร์ เจนซ์ บอย ‘บางจาก มาสเตอร์ 2026’ สนาม 2 คว้าตั๋วลุยศึกใหญ่นานาชาติ FCG ที่สหรัฐฯ

จบลงอย่างสวยงามสำหรับการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนรายการ “บางจาก มาสเตอร์ 2026” สนามที่ 2 ของฤดูกาล ผนึกกำลังจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ระหว่าง บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด และ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เดินหน้าพัฒนานักกอล์ฟเยาวชนไทยสู่ระดับสากล

สนามที่ 2 ทำการแข่งขัน ณ สนามกบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ จ.ปราจีนบุรี ระหว่างวันที่ 18-19 เมษายน 2569
เป้าหมายแห่งชัยชนะของสนามนี้เพื่อเฟ้นหายอดนักกอล์ฟเข้าสู่โครงการพัฒนาของ GENZ และรับสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันรายการนานาชาติ และในปีนี้ยังได้ยกระดับมาตรฐานการแข่งขันสู่ระดับสากล โดยผลแข่งขันทั้ง 5 สนามตลอดฤดูกาลได้รับการบันทึกในระบบ Junior Golf Scoreboard (JGS) ฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการยื่นขอทุนการศึกษาต่อในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสนามที่ 1, 4 และ 5 ยังได้รับการรับรองจาก WAGR (World Amateur Golf Ranking) เพื่อให้นักกอล์ฟรุ่น Super GENZ และ Special GENZ ได้สะสมคะแนนอันดับโลกอีกด้วย

รอบสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2569 ไฮไลท์สำคัญของสนามที่ 2 อยู่ที่รุ่น Super GENZ Boy ผู้ชนะเลิศที่นอกจากได้รับถ้วยรางวัลยังได้รับรางวัลพิเศษอีกด้วย และแชมป์รุ่นนี้เป็นของ ซีวู พาร์ค จากเกาหลีใต้ ที่โชว์ฟอร์มได้สุดยอดจบสกอร์รวมสองวันที่ 6 อันเดอร์พาร์ 138 รับรางวัลพิเศษบินตรงสู่สหรัฐอเมริกา เข้ารับการฝึกซ้อมส่วนตัว (Private Coaching) กับโค้ชชื่อดัง จอช แอ็ล-เพิร์ท (Josh Alpert) (PGA – FlowCode Junior Golf) และทีมโค้ชจาก Division 1 เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดก่อนเข้าร่วมแข่งขันรายการใหญ่ระดับนานาชาติ “19th Annual FCG International Junior Golf Championship 2026”ช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ปีนี้
ขณะที่ผลงานรุ่นนี้ฝ่ายหญิง ภัสธนมนท์ สุทธิรักษ์พงศ์ คว้าถ้วยรางวัลด้วยสกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ 134

ผลแข่งขันในรุ่น Special GENZ Girl (อายุ 19-23 ปี) บรรยากาศเป็นไปอย่างเข้มข้นจนต้องตัดสินด้วยการ ดวลเพลย์ออฟ หลังจากที่ ซอฮยอน แบค จากเกาหลีใต้ ผู้นำในรอบแรก และ อิสยาภรณ์ จีรัฐสกุล สวิงสาวไทย ทำคะแนนรวมมาเท่ากันที่ 8 โอเวอร์พาร์ 152 หลังจบ 36 หลุม การดวลเพลย์ออฟเกิดขึ้นที่ หลุม 10 โดยทั้งคู่ต่างโชว์ความนิ่งท่ามกลางสภาพสนามที่ท้าทายและระยะเล่นที่ยาวที่สุดในประเทศ ผลปรากฏว่าเป็นทางด้าน ซอฮยอน แบค สามารถปิดเกมไปได้ในการเพลย์ออฟหลุมแรก คว้าแชมป์ได้สำเร็จ

รายการนี้ยังเป็นโอกาสทองของนักกอล์ฟรุ่น Junior GENZ และ Super GENZ ที่ทำคะแนนสะสมดีที่สุดจากสนามที่ 1-3 (รวม 6 คน) ได้รับสิทธิ์เดินทางไปแข่งขันรายการ Yonex Junior Golf Championship 2026 ณ ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงสิทธิ์เข้าสู่โครงการ GENZ CREW สำหรับผู้ที่มีคะแนนสะสมอันดับ 1-3 เมื่อจบฤดูกาล รับสิทธิ์แข่งขันในปี 2570 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมทั้งกิจกรรมพิเศษ GENZ Mind Training Camp ที่ เดอะ เจ็นซ์ ได้ร่วมมือกับ Golfing Ground และ ทีม FlowCode มาสอนเรื่องของ Mental Game ทั้งนี้น้องๆ นักกอล์ฟที่เข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่สนามที่ 1-5 จำนวนรวม 28 คน และผ่านการคัดเลือก ยังได้เข้าร่วมแคมป์กอล์ฟในช่วงปลายปีนี้อีกด้วย สรุปผลการแข่งขัน “บางจาก มาสเตอร์ 2026” รอบสุดท้าย (19 เม.ย.69) มีดังนี้ • รุ่น Super GENZ Boy : ที่ 1 ซีวู พาร์ค สกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์(70-68) ที่ 2 ฐิติวัฒน์ ปิตุรงคพิทักษ์ สกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์(72-67) ที่ 3 ศาสตร์ศิลป์ ฉันทะอุไร สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์(71-69) ที่ 4 พุทธ นุกูลอุดมพานิชย์ สกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์(71-70) ที่ 5 วรวิช เจิมพงศ์ สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์(72-70) • รุ่น Super GENZ Girl : ที่ 1 ภัสธนมนท์ สุทธิรักษ์พงศ์ สกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์(68-66) ที่ 2 ขวัญ นภัช สวนอินทร์ สกอร์รวม 9 อันเดอร์พาร์(67-68) ที่ 3 สุธันยา โกมลเกษรักษ์ สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์(65-77) ที่ 4 เอมาอร มณีฤทธิ์ สกอร์รวม อีเวนพาร์(73-71) ที่ 5 ปราณิสา สุคนธโอสถ สกอร์รวม 1 โอเวอร์พาร์(74-71) • รุ่น Junior GENZ Boy : ที่ 1 ชิฮยูน ลี สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์(70-70) ที่ 2 วรวิวรรธน์ ทยาวิวัฒน์ สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์(72-70) ที่ 3 ปรมะ ไชยจารุวณิช สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์(70-72) ที่ 4 กฤชนนท์ เปลี่ยนสินไชย สกอร์รวม 7 โอเวอร์พาร์(71-80) ที่ 5 อมตะ รอดใหญ่ สกอร์รวม 8 โอเวอร์พาร์(78-74) • รุ่น Junior GENZ Girl : ที่ 1 กีรติกา กมลปราณี สกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์(68-69) ที่ 2 แฮดรึม โอ สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์(67-73) ที่ 3 พิมพ์ญาดา นุชนาฎ สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์(70-72) ที่ 4 อาทิอร ก้อนในเมือง สกอร์รวม อีเวนพาร์(72-72) ที่ 5 ธัญวัลย์ นพคุณธรรมชาติ สกอร์รวม อีเวนพาร์(71-73) • รุ่น Special GENZ Boy : ที่ 1 ณภัทร ประเศรษฐสุต สกอร์รวม 6 โอเวอร์พาร์(76-74) ที่ 2 ศิวกร ประทีปเสน สกอร์รวม 16 โอเวอร์พาร์(80-80) ที่ 3 กฤตภาส นิติโยธิน สกอร์รวม 16 โอเวอร์พาร์(78-82) ที่ 4 ชนะพายุ จีระประพันธุ์กุล สกอร์รวม 18 โอเวอร์พาร์(79-83) ที่ 5 ปรัตถกร ประทุมสิทธิ์ สกอร์รวม 23 โอเวอร์พาร์(90-77) • รุ่น Special GENZ Girl : ที่ 1 ซอฮยอน แบค สกอร์รวม 8 โอเวอร์พาร์(75-77) ชนะเพลย์ออฟ ที่ 2 อิสยาภรณ์ จีรัฐสกุล สกอร์รวม 8 โอเวอร์พาร์(78-74) ที่ 3 ธรณ์ณัชชา ปานเทพอินทร์ สกอร์รวม 9 โอเวอร์พาร์(80-73) ที่ 4 ณัฐนิชา ประจวบเหมาะ สกอร์รวม 12 โอเวอร์พาร์(79-77) ที่ 5 ศิวัชญา ดีจังวิภาต สกอร์รวม 20โอเวอร์พาร์(80-84) ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Official Line: @genzgolf หรือโทร. 065 696 2229

“Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” “เชียงใหม่–ลำพูน” ม่วนไม่มีเบรก สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน

Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” เทศกาลแห่งความสุขที่จะชวนทุกคนสัมผัสเสน่ห์              แห่งเมืองล้านนา สืบสานวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่าที่สืบทอดความงดงามของวิถีความเป็นไทย จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ภายใต้แนวคิด “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน”  พร้อมกัน 4 ภาค 6 จังหวัดของไทย เชื่อมพื้นที่วัฒนธรรมสำคัญและประวัติศาสตร์ริมสายน้ำ ตอกย้ำคุณค่าของประเพณีสงกรานต์ในฐานะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาร่วมสัมผัสเสน่ห์ของวิถีน้ำ…วิถีไทย ที่กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, ลำพูน, อุดรธานี, ขอนแก่น และภูเก็ต  ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569  

ปีนี้การจัดงานทุกพื้นที่ยังคงมุ่งเน้นการนำอัตลักษณ์ และเสน่ห์ของแต่ละชุมชนมาถ่ายทอดผ่านกิจกรรมร่วมสมัยที่เชื่อมโยงอดีตสู่ปัจจุบันอย่างกลมกลืน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และเครือข่ายวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ต่อสังคม                และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การเชื่อมโยงเครือข่ายชุมชนในระดับภูมิภาค เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาที่จะสร้างความยั่งยืนของการต่อยอดทุนวัฒนธรรม ที่จะนำไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ไม่เพียงสร้างรายได้ แต่ยังสร้างโอกาสมากมาย และความภาคภูมิใจของทุกภาคส่วนที่เข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง

ในส่วนของภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ที่ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร วันที่ 11-13 และ 15 เมษายน 2569 และ จ.ลำพูน ที่ ถ.รถแก้ว – ถ.อินทยงยศ วันที่ 11-13 เมษายน 2569  โดยทั้ง 2 จังหวัดได้มีกิจกรรม  ที่จัดเตรียมให้ผู้เข้าชมงานทั้งชาวไทยและต่างชาติได้ร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมล้านนาที่เต็มเปี่ยม ไปด้วยความสุข

สำหรับ “Chiang Mai Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” จัดที่ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ได้รับเกียรติจาก นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นประธานเปิด ร่วมด้วย นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ และ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้แทน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) ที่มากล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ โดยภายในงานจัดเต็มไปด้วยกิจกรรมมากมาย ได้แก่ ไหว้พระขอพร ชำระล้างจิตใจที่จัดภายในวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ตักบาตรโชติกา ห่มผ้าพระธาตุเจดีย์หลวง พิธีสืบชะตาหลวง ร่วมขบวนแห่สรงน้ำพระสุดยิ่งใหญ่ ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ และร่วมขบวนแห่พระอัฏฐารส นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมและการแสดงต่างๆ อาทิ แข่งขันประกวดก่อเจดีย์ทรายแบบวิจิตรตามแบบแผนเจดีย์โบราณ เพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีพื้นเมือง และ วันที่ 15 เมษายน 2569  จัดที่ ชุมชนช้างม่อยสัมผัสเสน่ห์ย่านเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่ บนถนนช้างม่อยเก่าถึงขัวสะพานช้างม่อย พบกับภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นกลายเป็นงานคราฟล้านนาร่วมสมัยผ่านงานจักสาน ข้าวยาคูสูตรเฉพาะ ขนมจีน ผ้าซิ่นตีนจก ฯลฯ

บรรยากาศภายเป็นไปอย่างคับคั่งไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาร่วมสัมผัสเสน่ห์ทางวัฒนธรรมล้านนาและเพลิดเพลินกับภูมิปัญญาพื้นถิ่นเชื่อมโยงพหุวัฒนธรรมจากชุมชนในเมืองและรอบเมือง

ทางด้าน “Lamphun Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” จัดที่ถนนรถแก้ว – ถนนอินทยงยศ จ.ลำพูน บรรยากาศได้มีประชาชนได้มาร่วมขบวบแห่สรงน้ำพระฉลองชาติกาล 150 ปีครูบาศรีวิชัยกันอย่างอบอุ่น และต่อด้วยไปดื่มด่ำบรรยากาศสงกรานต์ในสวน พบ Local Chef Table เมนูอาหารที่เน้นวัตถุดิบท้องถิ่นโดยเชฟเป็นผู้ออกแบบรังสรรค์เมนู นอกจากนี้พบกับตลาดนัดสินค้าคุณภาพมากมายที่มาให้เลือกซื้อมากมาย  

“โออิชิ กรีนที” จับมือ Magnolia ภายใต้ F&N รุกนวัตกรรมใหม่เขย่าซัมเมอร์! เปิดตัวไอศกรีม ‘โออิชิ ไอซี่ เจล-โตะ น้ำผึ้งมะนาว’ เสิร์ฟความฟิน x 2 ครั้งแรก

ซัมเมอร์นี้ “โออิชิ กรีนที” เดินหน้าสร้างสีสันให้ตลาดเครื่องดื่มอีกครั้ง ด้วยการยกระดับประสบการณ์ความสดชื่นผ่านนวัตกรรมใหม่ จับมือ Magnolia ภายใต้ F&N เปิดตัว ‘ไอศกรีม Oishi Icy Jell-To รสชาเขียวน้ำผึ้งมะนาว’ ที่ต่อยอดจากรสชาติยอดนิยม “โออิชิ น้ำผึ้งมะนาว” สู่รูปแบบใหม่ที่ทั้ง “กัดได้ เคี้ยวได้” มอบความฟินแบบ x2 ในทุกคำ

ผลิตภัณฑ์นี้โดดเด่นด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยว ด้านนอกเป็นไอศกรีมหวานเย็นหอมกลิ่นน้ำผึ้งและเลเยอร์เจลลี่หนึบด้านในที่ สร้างประสบการณ์การทานที่แปลกใหม่และสนุกยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ผู้บริโภคสายรีเฟรชในช่วงหน้าร้อน

คุณสุภรณ์ เด่นไพศาล ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ประเทศไทย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โออิชิ กรีนที ยังคงมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำตลาดชาพร้อมดื่ม ด้วยการขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแตกต่างและเติมสีสันให้ตลาด ล่าสุดได้นำรสชาติขายดีอันดับ 1 ‘น้ำผึ้งมะนาว’ มาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ไอศกรีม ภายใต้แนวคิด ‘ความรู้สึกดีที่กัดได้’ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากแคมเปญ ‘รู้สึกดีทุก Tea เลย’ พร้อมวางเป็นไอเท็มซัมเมอร์ที่เข้าถึงง่าย วางจำหน่ายแล้วที่ 7-Eleven ในราคา 20 บาท และเตรียมขยายสู่ช่องทางอื่นต่อไป”

ด้านคุณอนิรุทธิ์ มหธร ผู้จัดการทั่วไป เอฟแอนด์เอ็น ยูไนเต็ด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของสองแบรนด์ผู้นำตลาด โดยโออิชิเป็นผู้นำในตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม ขณะที่ Magnolia เป็นผู้นำในตลาดไอศกรีม จึงเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีเอกลักษณ์และมีศักยภาพในการสร้างกระแสในตลาดได้”

นอกจากนี้ตัวผลิตภัณฑ์ โออิชิยังเชื่อมต่อประสบการณ์ผ่าน “Oishi Club” โดยผู้บริโภคสามารถสแกน QR Code บนไม้ไอศกรีมเพื่อสะสมพอยท์ได้ทันที และรับคะแนนพิเศษ 2 พอยท์ เพื่อเพิ่มความสนุกในการร่วมกิจกรรมและแลกรับของรางวัล

ขณะเดียวกัน Oishi Club” ก็แสดงศักยภาพอย่างชัดเจนในฐานะ Ecosystem สำคัญของแบรนด์ โดยในช่วง 4 เดือนแรกหลังเปิดตัว สามารถสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้บริโภคผ่านการสแกนใต้ฝามากกว่า 6 ล้านครั้ง เพื่อร่วมสะสมพอยท์และแลกรับของรางวัลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสายกิน สายเที่ยว สายแก็ดเจ็ต และอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมสร้าง Engagement รวมได้มากกว่า 26 ล้านครั้ง ตอกย้ำบทบาทในการเชื่อมต่อแบรนด์กับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้านการสร้างประสบการณ์ตรง โออิชิเตรียมเดินหน้ากิจกรรมออนกราวนด์อย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการแจกชิมที่ตลาดนัด มศว. Night Market เพื่อสร้างแลนด์มาร์กความ ICY และเชื่อมต่อเข้าสู่ Oishi Club ได้ทันที ก่อนขยายสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้วยการแจกสินค้าทดลองมากกว่า 10 จุดทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเร่งการรับรู้และสร้างประสบการณ์จริงกับแบรนด์

เบื้องหลังความเคลื่อนไหวครั้งนี้ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของ “โออิชิ กรีนที” ที่ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดชาพร้อมดื่มของไทย การันตีด้วยรางวัล “Thailand Most Admired Brand” ต่อเนื่องยาวนานถึง 15 ปี

พร้อมกันนี้ โออิชิยังเดินหน้าขยายฐานผู้บริโภคผ่านกลยุทธ์ด้านขนาดและราคา ด้วยแคมเปญ “โออิชิ 10 บาท” สำหรับขนาด 280 มล. ในรสชาติยอดนิยมอย่าง “น้ำผึ้งมะนาว” และ “องุ่นเคียวโฮ” เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่า โดยเฉพาะในช่องทางร้านค้าดั้งเดิม ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีและช่วยผลักดันการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

ท้ายที่สุด การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การออกสินค้าใหม่ แต่เป็นการต่อยอดแบรนด์ “โออิชิ กรีนที” จากเครื่องดื่มสู่แบรนด์นวัตกรรม ที่สามารถสร้างประสบการณ์ความสดชื่นได้หลากหลายรูปแบบ และต่อยอดแนวคิด “รู้สึกดี ทุก Tea” ให้เกิดขึ้นในทุกโมเมนต์ของผู้บริโภค

แตกตื่นทั้งพาหุรัด! กองถ่ายปริศนาบุกวันสงกรานต์ ที่แท้คือหนังสั้นสุดพิเศษ จาก “พี่เก้ง–จิระ มะลิกุล” เพื่อคอนเสิร์ต “มาม่า presents GDH โตมาด้วยกัน ออร์เคสตรามูฟวี่คอนเสิร์ต”

กลายเป็นไวรัลสนั่นโซเชียลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา เมื่อย่านพาหุรัดเต็มไปด้วยความตระการตาทั้งสาหรีหลากสี เสียงกลองมฤดังคะ และบรรยากาศที่ราวกับหลุดไปอยู่ที่อินเดีย จนหลายคนตั้งคำถามว่า “หรือจะมีหนังอินเดียมาถ่ายทำในไทย?” หลังภาพและคลิปจาก TikTok รวมถึงสื่อที่ถูกแชร์ต่อกันอย่างรวดเร็ว ภาพเบื้องหลังความคึกคักต่างๆ ที่สนั่นโซเชียล จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดนั้น แท้จริงคือเป็นผลงานของ “พี่เก้ง–จิระ มะลิกุล” ผู้กำกับระดับตำนานของไทย ที่ยกทีมมาถ่ายทำหนังสั้นเรื่อง “คนตัดต่อ” ที่จัดทำขึ้นพิเศษสำหรับฉายในคอนเสิร์ต “มาม่า presents GDH โตมาด้วยกัน ออร์เคสตรามูฟวี่คอนเสิร์ต”

ความพิเศษของงานนี้ไม่ได้หยุดแค่โลเคชันสุดเซอร์ไพรส์ เพราะยังได้รวบรวมนักแสดงและทีมงานที่ “โตมาด้วยกัน” กับ GDH มาร่วมสร้างความทรงจำอีกครั้ง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สุดพิเศษที่เปลี่ยนย่านพาหุรัดให้กลายเป็นฉากแห่งความทรงจำ ท่ามกลางความสนุกของเทศกาลสงกรานต์ และยังสร้างความตื่นเต้นให้กับทั้งชาวไทยและโลกโซเชียลแบบไม่ทันตั้งตัว

ใครที่อยากเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำครั้งนี้ บัตรคอนเสิร์ต “มาม่า Presents GDH โตมาด้วยกัน ออร์เคสตร้ามูฟวี่คอนเสิร์ต” ยังคงเปิดจำหน่ายอยู่ โดยจัดแสดงทั้งหมด 2 รอบ ในวันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 14:00 น. และ 19:30 น. ณ One Bangkok Forum สามารถไปกดบัตรได้ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา และ www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 8,000 บาท / 6,000 บาท / 5,000 บาท / 4,000 บาท / 3,500 บาท / 3,000 บาท โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตร จำนวน 5,000,000 บาท จะมอบให้กับมูลนิธิดวงใจใหม่ เพื่อผ่าตัดหัวใจผู้ป่วยระยะเร่งด่วน จำนวน 111 ดวง

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย Facebook / Instagram / Tiktok / X : GDH

GDHโตมาด้วยกันคอนเสิร์ต

GDHโตมาด้วยกันขายบัตรแล้ววันนี้

เอ๋–พรทิพย์ ชวนคนไทย “ตรวจป(ล)อดภัย รู้ไว รักษาได้

เอ๋–พรทิพย์ สกิดใจ ร่วมแชร์ประสบการณ์การดูแลสุขภาพ บนเวทีเสวนา “ตรวจป(ล)อดภัย รู้ไว รักษาได้” จัดโดย บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพปอดเชิงป้องกันให้กับพนักงาน บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (GC) พร้อมจุดประกายให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพเชิงรุก ย้ำแม้ไม่สูบบุหรี่ก็มีความเสี่ยงมะเร็งปอด การตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะแรกช่วยเพิ่มโอกาสรักษาและลดความรุนแรงของโรคได้

เอ๋ พรทิพย์ สกิดใจ นักแสดง เล่าถึงประสบการณ์ตรวจเจอมะเร็งปอดระยะที่ 1 ว่า “เอ๋เป็นคนที่ดูแลสุขภาพมาโดยตลอด นอนหลับวันละประมาณ 8-10 ชั่วโมง ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ไม่สูบบุหรี่ และใส่หน้ากากทุกครั้งเพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5 จึงไม่เคยคิดว่าจะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งปอด”

“การตรวจพบครั้งนี้มาจากการตรวจสุขภาพพร้อมคุณป๋อ สามี ก่อนหน้านั้นเคยตรวจ Low-dose CT Scan พบเงาเล็กๆ ในปอด แพทย์แนะนำให้ติดตาม เมื่อตรวจครั้งถัดไปพบว่าจุดดังกล่าวใหญ่ขึ้นและน่าสงสัย จึงผ่าตัด และผลชิ้นเนื้อยืนยันว่าเป็นมะเร็งปอดระยะ 1A1 ระยะเริ่มต้น ช่วงแรกยอมรับว่าช็อกมาก”

“ในการรักษา รักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งมีโอกาสหายขาด 90% โดยไม่ต้องรับยาต่อ ก็อยากฝากให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพ ตรวจสุขภาพเป็นประจำ และเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น ฝุ่นควัน เพราะการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสหายขาดได้”

นพ.ภาสกร วันชัยจิระบุญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า “มะเร็งปอดเป็นโรคที่คนเป็นมากเป็นอันดับ 2 ในไทย แต่คร่าชีวิตผู้คนเป็นอันดับหนึ่งมากกว่ามะเร็งชนิดอื่นถึงสองเท่า และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจัยเสี่ยง อาทิ ฝุ่น PM 2.5 ควันบุหรี่ และสารก่อมะเร็ง ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ อายุน้อย ร่างกายแข็งแรงก็สามารถเป็นมะเร็งปอดได้”

“ปัญหาสำคัญคือผู้ป่วยจำนวนมากมักตรวจพบโรคเมื่ออยู่ในระยะลุกลามแล้ว ทำให้โอกาสในการรักษาลดลง ทั้งที่หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะระยะที่ 1 โอกาสหายขาดภายใน 5 ปีสูงถึง 92% ดังนั้นการตรวจคัดกรองจึงมีความสำคัญ โดยวิธีที่มีความแม่นยำสูง คือการตรวจ Low-dose CT Scan ซึ่งสามารถตรวจพบความผิดปกติในปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ปอดภายใต้การกำกับของแพทย์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับจุดผิดปกติที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้มากขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น”นพ.ภาสกร กล่าวสรุป

“คิม ซอนโฮ” คัมแบ็กไทย!เปิด LOVE FACTORY เสิร์ฟความฟินมิถุนายนนี้

เสียงกรี๊ดกำลังจะกลับมาดังกระหึ่มอีกครั้ง! เมื่อ คิม ซอนโฮ นักแสดงหนุ่มเจ้าของรอยยิ้มละมุนและเสน่ห์อบอุ่น เตรียมบินลัดฟ้าสู่ประเทศไทย เพื่อพบปะแฟนๆ อย่างใกล้ชิดในงานแฟนมีตสุดพิเศษ “2026 KIM SEONHO FANMEETING in Bangkok”

งานนี้ถูกเนรมิตให้เป็น “LOVE FACTORY” หรือโรงงานผลิตความรัก ที่จะเปลี่ยนทุกโมเมนต์ให้กลายเป็นความทรงจำแสนพิเศษของแฟนๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงพูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟ กิจกรรมบนเวทีที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน และเซอร์ไพรส์ที่เตรียมมาเพื่อแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ รับรองว่าอบอวลไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และโมเมนต์ชวนใจละลาย ให้หายคิดถึงตลอดทั้งงาน

การกลับมาครั้งนี้ของคิม ซอนโฮ ไม่ใช่แค่การพบกันธรรมดา แต่คือการใช้เวลาร่วมกันอย่างใกล้ชิด กับแฟนๆ ที่คอยสนับสนุนเขามาโดยตลอด ให้สมกับการรอคอยที่แสนยาวนาน พบกับพระเอกหนุ่มแสนดีได้วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ Thunder Dome เมืองทองธานี เตรียมซื้อบัตรกันได้ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2569 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิส ออลล์ทิคเก็ต ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่งประเทศ และทางเว็บไซต์ www.allticket.com บัตรราคา 6,500 บาท / 5,500 บาท / 4,500 บาท / 3,500 บาท และ 2,500 บาท พร้อมสิทธิพิเศษเอาใจแฟนคลับตัวจริงมากมาย เช่น Hi-Bye, Official 2 Photo Cards, Signed Poster, Signed Polaroid พร้อมลุ้นสิทธิ์ถ่ายรูป 1:10 Photo และ 1:5 Photo อีกด้วย

งานนี้จัดโดย Grand Prix Xpectrum ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดมากฝีมือ ที่พร้อมมอบประสบการณ์แฟนมีตติ้งระดับพรีเมียมให้แฟนๆ ชาวไทยได้ใกล้ชิดศิลปินคนโปรดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการกดบัตรได้ทาง Social Media ของ Grand Prix Xpectrum ทุกแพลตฟอร์ม

เพราะครั้งนี้…ไม่ใช่แค่การเจอหน้า แต่คือการ “ตกหลุมรักอีกครั้ง” ที่คุณจะไม่มีวันลืม

โฮมโปรเขย่าวงการ ‘ค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้าน’เมื่อ “ขอความเป็นส่วนตัว-DO NOT DISTURB” กลายเป็นกลยุทธ์ใหม่ สู่โมเดล Home Lifetime Companion แบรนด์ที่จะอยู่เคียงข้างทำให้บ้านคุณดีขึ้น…ทุกช่วงชีวิต

โฮมโปรกำลัง “เขย่าเกมค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้าน” ด้วยแนวคิดที่สวนทาง เมื่อการ “ไม่รบกวนลูกค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของการสร้างประสบการณ์

จากไอเดียป้าย “ขอความเป็นส่วนตัว – DO NOT DISTURB” ภายในสโตร์ที่เปิดพื้นที่ให้ลูกค้าได้เลือกชม เปรียบเทียบ และตัดสินใจด้วยตัวเองได้อย่างสบายใจ สิ่งที่ดูเหมือนรายละเอียดเล็กๆ กลับสะท้อนการเปลี่ยนวิธีคิดครั้งใหญ่ จาก “การขาย” ไปสู่ “การเคารพจังหวะของลูกค้า”

สะท้อนความเข้าใจต่อพฤติกรรมลูกค้ายุคใหม่ที่ต้องการอิสระในการเลือกและตัดสินใจ โฮมโปรจึงเลือกลดบทบาทของ Push Selling และขยับสู่ Permission-Based Selling ให้ลูกค้าเป็นผู้กำหนดว่า “เมื่อไหร่” ที่ต้องการความช่วยเหลือ เพราะบางครั้ง…การถอยหนึ่งก้าวของแบรนด์ อาจกลายเป็นก้าวที่เข้าใกล้ลูกค้ามากที่สุด พร้อมกันนั้น โฮมโปรยังคงอยู่เคียงข้างในจังหวะที่ลูกค้าต้องการอย่างพอดี เพื่อสร้าง Safe Space ที่ทำให้การเลือกซื้อกลายเป็นประสบการณ์ที่ผ่อนคลายมากขึ้น

นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” ชี้ให้เห็นว่า “ผู้บริโภคในปัจจุบันจำนวนมากมีการศึกษาข้อมูลจากออนไลน์มาก่อนเข้าร้าน และบางส่วนยังต้องการใช้เวลาอยู่กับการเลือกซื้อสินค้าด้วยตัวเองมากขึ้น ดังนั้นการมีป้าย “ขอความเป็นส่วนตัวDO NOT DISTURB”ไม่ใช่แค่ไอเดียในสโตร์ แต่คือการออกแบบประสบการณ์ที่ให้ความเคารพลูกค้า เราอยากให้โฮมโปรเป็น Safe Space ที่ลูกค้ารู้สึกสบายใจ และมั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ เราจะอยู่เคียงข้างเสมอ ขณะเดียวกันยังช่วยให้พนักงานของเราสามารถเข้าไปดูแลลูกค้าได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไปในตัว

เบื้องหลังรายละเอียดเล็กๆ นี้ เป็นคือการขยับครั้งสำคัญของโฮมโปร จาก “ผู้ค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้าน” ไปสู่ แบรนด์ที่จะอยู่เคียงข้างทำให้บ้านคุณดีขึ้น…ทุกช่วงชีวิต หรือ “Home Lifetime Companion” ตั้งแต่การเลือกสินค้า การจัดส่ง การติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย ผ่านเครือข่ายทีมช่างมืออาชีพจากช่างโฮมโปร (CHANG HomePro) ที่เข้ามาทำให้ “บ้าน” ไม่ใช่แค่สถานที่ แต่เป็นประสบการณ์ที่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง

ทั้งหมดนี้สะท้อนการ Repositioning ของโฮมโปร สู่การเป็น “Home Lifetime Companion” แบรนด์ที่ไม่ได้มองลูกค้าเป็นเพียงการขายครั้งเดียว แต่คือความสัมพันธ์ระยะยาวตลอดทุกช่วงชีวิต (Customer Journey) ในวันที่ค้าปลีกไม่ได้แข่งกันแค่สินค้า แต่แข่งกันที่ “ความเข้าใจลูกค้า”

โฮมโปรกำลังพิสูจน์ว่า การฟังลูกค้า…อาจเป็นกลยุทธ์ธุรกิจที่ทรงพลังที่สุด

#HomeLifetimeCompanion #ขอความเป็นส่วนตัว #DONOTDISTURB #โฮมโปร #HomePro

#BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #homepropr