le coq sportif Thailand เปิดตัวรองเท้ารุ่นดังระดับตำนาน LCS R980ฉลองครบรอบ 35 ปี ซีรีส์ LCS R พร้อมวางจำหน่ายแล้ว

le coq sportif Thailand (เลอ คอก สปอร์ทีฟ ไทยแลนด์) แบรนด์กีฬาระดับโลก ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศเปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุด “LCS R980” เนื่องในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปี ของรองเท้าวิ่งสุดคลาสสิกซีรีส์ “LCS R” จากการเปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1991 สู่ดีไซน์ใหม่ที่ล้ำกว่าเดิม แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ และนวัตกรรมเทคโนโลยีพื้นรองเท้าแบบ “Dynactif System” ที่มีจุดเด่นช่วยกระจายน้ำหนักให้สมดุล รองรับทุกจังหวะการเดินและการวิ่งอันเป็นหัวใจหลัก พร้อมพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัยให้เข้ากับปี 2026 ได้อย่างลงตัว  

การกลับมาของ LCS R980 รองเท้าวิ่งรุ่นล่าสุดฉลองครบรอบ 35 ปีครั้งนี้ เกิดจากการหลอมรวมดีไซน์และผสานดีเอ็นเอระดับตำนาน โดยการนำโครงสร้างของรองเท้า รุ่น R800 รุ่นระดับมาสเตอร์พีชมาเป็นพื้นฐานในการออกแบบ ปรับเปลี่ยนรูปโฉมใหม่อย่างพิถีพิถัน ไร้รอยต่อ ด้วยรูปทรงที่กระชับ และยังคงเอกลักษณ์ตราไก่ที่เป็นตำนาน พร้อมด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นและความสบายที่เหนือกว่า (Enhanced Comfort) ของแผ่นรองพื้นรองเท้า POLIYOU ที่ช่วยระบายอากาศ รองรับแรงกระแทก และลดการสะสมของกลิ่น ซึ่งทำงานร่วมกับ EVA heel cup ช่วยโอบรับส้นเท้า เพิ่มความกระชับและความมั่นคง มอบสัมผัสการสวมใส่เพื่อการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติและนุ่มนวล ความพิเศษนี้ทำให้ LCS R980 เป็นรองเท้าไลฟ์สไตล์เพื่อชาวสตรีทยุคใหม่ ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและความสบายในทุกย่างก้าว เติมเต็มทุกลุคด้วยดีไซน์ระดับพรีเมียมที่สะท้อนรสนิยม มากกว่าแค่รองเท้า

จำหน่ายแล้ววันนี้ที่ เคาน์เตอร์ le coq sportif Thailand ทุกสาขา ช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ ICC Shopping, Lazada และ Shopee

 “Allowrie” เปิดกลยุทธ์ “แบรนด์แห่งความพิถีพิถัน” สู่ผู้นำตลาดเนยอันดับ1 ตลอด 10ปีซ้อน พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก “เจมมี่เจมส์” สะท้อนเชฟรุ่นใหม่ระดับมืออาชีพ ตั้งเป้าเติบโต 10% ภายในปี 2526

    

บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ ประกาศชัยชนะครั้งสำคัญส่ง Allowrie (อลาวรี่) แบรนด์เนยและชีสพรีเมียมระดับโลก คว้าตำแหน่งผู้นำตลาดเนยอันดับ 1 ในประเทศไทยต่อเนื่องยาวนานถึง 10 ปีซ้อน โดยโชว์ศักยภาพส่วนแบ่งการตลาดมูลค่าตลาดสูงถึง 49.5% ด้วยกลยุทธ์เบื้องหลังความสำเร็จ “แบรนด์แห่งความพิถีพิถัน” โดยอลาวรี่ตั้งเป้าเติบโต 10 % ในปี 2026 ต่อยอดภาพลักษณ์ของความใส่ใจในระดับมืออาชีพผ่าน “เจมมี่เจมส์ – ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ” แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก
ของ Allowrie



            นายดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG เปิดเผยว่า “Allowrie เป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน หรือเป็นตำนานมากว่า 156 ปี และอยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 50 ปี ซึ่งความสำเร็จที่ทำให้เราครองส่วนแบ่งตลาดเนยอันดับ 1 ในไทยอย่างต่อเนื่องถึง 10 ปีซ้อนนี้ สะท้อนผ่านตัวเลขการครองสัดส่วนมูลค่าตลาดสูงถึง 49.5% และในด้านปริมาณที่สูงถึง 47.8% โดยปัจจัยหลักเกิดจากการมองเห็นโอกาสในตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลจาก Euromonitor International ระบุว่าตลาดเนยในไทย ช่วงปี 2019-2024 ขยายตัวเฉลี่ย (CAGR) 4.2% โดยเฉพาะช่วงปี 2023-2024 เติบโตสูงประมาณ 10% สอดคล้องกับรายงานของ NielsenIQ ปี 2025 ที่ระบุว่าตลาดเนยมีอัตราการเติบโตประมาณ 10% ต่อปี ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบคุณภาพมากขึ้นและพร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้ Allowrie รักษาความเป็นผู้นำตลาดได้อย่างยั่งยืน คือการยกระดับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ไปสู่การสร้างจุดยืนเป็น “Trusted Provider” เพื่อทำหน้าที่เป็นคู่คิดที่ช่วยแก้ปัญหาให้พาร์ทเนอร์ธุรกิจ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ เราใช้ความได้เปรียบจากการมีข้อมูล Customer Insight ที่ลึกซึ้ง ผสานกับฐานข้อมูลเทรนด์อาหารทั่วโลกและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เข้ามาช่วยแก้ Pain Point ให้กับลูกค้าได้อย่างตรงจุด โดยไม่ต้องยัดเยียดสิ่งที่ต้องการขายเพียงอย่างเดียว นอกจากความมุ่งมั่นในด้านคุณภาพแล้ว เรายังให้ความสำคัญ
กับการสร้างมาตรฐานความยั่งยืนที่คนรุ่นใหม่มองหา เพื่อเป้าหมายในการนำแบรนด์ไทยก้าวไปสู่การเป็น Regional Brand ในระดับอาเซียนอย่างเต็มตัว ด้วยมาตรฐานความพิถีพิถันที่สม่ำเสมอในทุกจานอาหาร”

                เจาะลึก Consumer Insight: การสร้างความได้เปรียบจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

  • Premiumization & Western Bakery Culture: ในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน แต่ตลาดเนยพรีเมียมยังคงเติบโต
    อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อรสชาติและคุณภาพที่เหนือกว่า ประกอบกับการขยายตัว
    ของวัฒนธรรมเบเกอรี่ตะวันตกและการแพร่หลายของเมนูขนมปังอาร์ทิซาน (Artisan Bread) ทำให้ความต้องการเนยชนิดจืด (Unsalted Butter) เพิ่มสูงขึ้น เพื่อความแม่นยำในการควบคุมรสชาติอาหาร เช่น อลาวรี่ เนยแท้ ชนิดจืด (Allowrie Pure Creamery Unsalted Butter) และอลาวรี่ เนยแท้ ชนิดเค็ม (Allowrie Pure Creamery Salted Butter)
  • Holistic Wellness & Creative Cooking: ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสารอาหารมากขึ้น (Functional Nutrition) เช่น เนยที่มีไขมันดีหรือเสริมคุณประโยชน์ โดยเปลี่ยนพฤติกรรมมาเป็น “Creative Cooking” หรือการทำอาหารที่บ้านอย่างสร้างสรรค์ โดยคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงเหมือนเชฟมืออาชีพ
    เพื่อยกระดับมื้ออาหารของครอบครัว เช่น อลาวรี่ เนยแท้ ชนิดจืด (Allowrie Pure Creamery Unsalted Butter) และอลาวรี่ เนยแท้ ชนิดเค็ม (Allowrie Pure Creamery Salted Butter)
  • Affordable Premium & Sensory Experience: กลุ่มผู้บริโภค Gen Z และ Millennials มองหาความสะดวกสบาย
    แต่ต้องมาพร้อมคุณภาพในรูปแบบสินค้าพร้อมใช้ (Ready-to-use) ที่ยังคงรสชาติระดับพรีเมียม ที่สำคัญการตัดสินใจเลือกซื้อไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึง “ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส”
    (Multi-sensory) เช่น กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์และเนื้อสัมผัสที่ช่วยเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อพิเศษ  เช่น อลาวรี่ ทรัฟเฟิล บัตเตอร์ (Allowrie Truffle Butter)

ถอดบทเรียน 4 วิธีคิด “แบรนด์แห่งความพิถีพิถัน” เบื้องหลังผู้นำตลาดตลอด 10 ปีของ Allowrie

  1. บทพิสูจน์ความพิถีพิถันผ่านความสำเร็จระดับสากล

                Allowrie พิสูจน์ความเป็นเบอร์ 1 ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในประเทศ การันตีด้วย รางวัลรับรองรสชาติระดับสากล Superior Taste Award 2026 และ รางวัลสุดยอดแบรนด์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากผู้บริโภคสูงสุด Thailand’s Most Admired Brand โดยในปีนี้ KCG และ Allowrie พร้อมยกระดับสู่การเป็น “Trusted Provider” เต็มรูปแบบผ่าน Excellence Center ที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากทีมเชฟและนักวิจัย (R&D) ทำหน้าที่พัฒนาโซลูชันที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ
ของลูกค้าแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นสูตรหรือเมนูใหม่ๆ เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้า ไปจนถึงการปรับแต่งวัตถุดิบ
ให้เหมาะสมกับกระบวนการผลิตของลูกค้า ซึ่งดูแลพาร์ทเนอร์ B2B มานานกว่า 14 ปี พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050

  • นวัตกรรมแห่งความพิถีพิถันเพื่อคุณภาพและไลฟ์สไตล์

                นวัตกรรมเพื่อคุณภาพ ตอกย้ำความน่าเชื่อถือจากประวัติศาสตร์กว่า 156 ปี ของการเป็นแบรนด์ออสเตรเลียแท้
ที่ไม่เคยประนีประนอมในการคัดสรรนมดิบคุณภาพสูง เพื่อให้ได้เนยที่มีเนื้อสัมผัส (Texture) กลิ่นหอม และรสชาติที่คงที่
สม่ำเสมอ (Consistency) ในทุกครั้งที่ใช้งาน ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดที่มืออาชีพไว้วางใจ

            นวัตกรรมเพื่อไลฟ์สไตล์ เปลี่ยน Consumer Insight ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบาย (Convenience) เช่น “เนยนุ่ม” ที่ปาดได้ทันที แม้แช่เย็น, นวัตกรรมหลอดบีบ “Butter Squeeze”, “ชีสสควีซ” และผลิตภัณฑ์กลุ่ม Specialty & Wellness อย่าง “เนยผสมเห็ดทรัฟเฟิล” ที่ช่วยยกระดับการทำอาหารที่บ้าน
(Home Cooking) ให้เหมือนมืออาชีพ

  • มาตรฐานความพิถีพิถันที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่าย

                ลงทุนกว่า 350 ล้านบาท ในระบบ Logistic Park และ Cold Chain Logistics ที่ผสานเทคโนโลยี AI เพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าให้สดใหม่ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ จนได้รับการยอมรับจากวงการอาหารระดับ Fine Dining และโรงแรมหรู รวมถึงเชฟชั้นนำระดับประเทศ อาทิ เชฟวิลแมน ลีออง, เชฟเมย์-พัทธนันท์ และเชฟพลอย-ฐาติกานต์ ที่รังสรรค์เมนูสุดพิเศษด้วยวัตถุดิบหลักจาก KCG และ Allowrie

  • ตัวแทนแห่งความพิถีพิถันที่สะท้อนความเป็นมืออาชีพ

                การเปิดตัว “เจมมี่เจมส์ – ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ” แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของ Allowrie เพื่อเชื่อมต่อตำนาน 156 ปี เข้ากับคนรุ่นใหม่ เจมมี่เจมส์ไม่ได้เป็นแค่ศิลปิน แต่เป็นคนรุ่นใหม่ที่เป็นนักธุรกิจ และเป็นเชฟที่มี Passion อย่างแท้จริง มีความละเมียดละมัย ใส่ใจรายละเอียด และให้ความสำคัญกับรสชาติมาเป็นอันดับ 1 ซึ่งตรงกับ DNA ของ Allowrie ที่มีความเป็นมืออาชีพ, ความน่าเชื่อถือ และความมุ่งมั่นตั้งใจ ในฐานะเจ้าของร้านอาหาร “ทะเลใจ” และเป็นผู้ใช้สินค้าจากแบรนด์ Allowrie ตัวจริง เจมส์จึงเป็นตัวแทนของพาร์ทเนอร์มืออาชีพที่มีความพิถีพิถัน และใส่ใจกับทุกจานที่ได้ทำ

 เพื่อถ่ายทอดแนวคิดของความพิถีพิถันนี้สู่ผู้บริโภค Allowrie จึงเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ภายใต้แคมเปญ “Allowrie Most Pleasured ยกระดับทุกความพอใจ” โดยมีคอนเซปต์หลักคือ “Jamie’s Most Pleasured” บอกเล่าเรื่องราวการรังสรรค์เมนูพิเศษผ่านความมุ่งมั่นตั้งใจของเจมมี่เจมส์ ด้วยกิมมิคตัวเลข #43 หรือจำนวนจานที่
เจมมี่เจมส์ พยายามพัฒนาสูตรขนมปังฝรั่งเศสที่มีส่วนผสมของเนยคุณภาพดี ให้เนื้อสัมผัสนุ่ม ชุ่มชื้น หอมมัน และมีสีเหลืองทอง
หรือ Brioche เมนูที่ขึ้นชื่อเรื่องความยาก จนนำมาสู่ “ความพยายามครั้งที่ 43” หรือจานได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจในที่สุด สะท้อนถึงมาตรฐานความใส่ใจที่ Allowrie มอบให้คนไทยมาตลอด 10 ปี เพื่อให้ทุกครั้งที่ผู้บริโภคหรือมืออาชีพเลือกใช้ จะได้รับความพอใจที่เหนือระดับในทุกจานอาหาร

นายธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ (เจมมี่เจมส์) แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Allowrie กล่าวว่า “ในฐานะคนที่กำลังศึกษาศาสตร์ของเบเกอรี่อย่างจริงจัง ผมเข้าใจดีว่าหัวใจสำคัญที่จะมองข้ามไม่ได้เลยคือวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เพราะเบเกอรี่คือวิทยาศาสตร์ที่ต้องการความพิถีพิถัน ในทุกรายละเอียด โดยเฉพาะเนยที่ต้องมีคุณภาพสูงและสม่ำเสมอ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่ง Allowrie คือพาร์ทเนอร์ที่ผมไว้วางใจให้มาช่วย ยกระดับทุกรสชาติ ของเมนูที่ผมสร้างสรรค์ เพื่อส่งต่อจานพิเศษของผมให้กับทุกคนครับ”

            ร่วมสัมผัสแรงบันดาลใจจากความใส่ใจในระดับมืออาชีพ และรับชมภาพยนตร์โฆษณา “Jamie’s Most Pleasured” ได้ตั้งแต่วันนี้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ของแบรนด์

            ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Allowriethailand 

https://www.instagram.com/allowrie.th

และ https://www.kcgcorporation.com/

#AllowrieThailand  #แบรนด์ดั้งเดิมจากออสเตรเรีย #allowriecampaignxjamyjamess  #AllowrieButter  #เนยอันดับหนึ่ง  #อลาวรี่ยกระดับทุกความพอใจ  #เนยชีสจิงโจ้  #KCGCorporation

ไทยแลนด์ขึ้นเทรนด์โลก! ‘Lisa–ป่าน ณิชาภัทร สุภาพ’ 2 สาวไทยใน Robert Wun สะกด Met Gala ดันยอดเอนเกจพุ่งไม่หยุด

Met Gala 2026 ลุกเป็นไฟตั้งแต่วินาทีแรก เมื่อ 2 สาวไทยอย่าง “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” และ “ป่าน ณิชาภัทร สุภาพ” ปรากฏตัวบนพรมแดงเดียวกันในผลงานของดีไซเนอร์ระดับโลก Robert Wun โมเมนต์นี้ไม่ใช่แค่การเดินพรมแดงธรรมดา แต่กลายเป็นภาพของ “การผนึกกำลัง” ที่ทั้งวงการแฟชั่นจับตามอง

โดยในปีนี้ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” กลับมาเข้าร่วมงานเป็นครั้งที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ และก้าวขึ้นไปอีกระดับด้วยการได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งใน Host Committee ของ Met Gala 2026 ซึ่งถือเป็นบทบาทสำคัญระดับตัวแทนของบุคคลที่มีอิทธิพลในวงการแฟชั่นและวัฒนธรรมระดับโลก การได้รับตำแหน่งนี้ตั้งแต่การเข้าร่วมเพียงปีที่ 2 ยิ่งตอกย้ำสถานะ global icon ของเธออย่างชัดเจน

ขณะที่ “ป่าน ณิชาภัทร สุภาพ” กลับมาเหยียบพรมแดง Met Gala เป็นครั้งที่ 6 สร้างสถิติเป็นคนไทยที่เข้าร่วมงานนี้มากที่สุด พร้อมตอกย้ำบทบาทตัวจริงสายแฟชั่นระดับสากล และยังคงได้รับเชิญในฐานะแขกคนสำคัญของ Anna Wintour อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในตัวเธอในฐานะหนึ่งในบุคคลสำคัญของวงการแฟชั่นโลก Met Gala ซึ่งจัดขึ้น ณ The Metropolitan Museum of Art ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นพรมแดงที่รวบตึงที่สุดของโลกแฟชั่น รวมเหล่าซุปเปอร์สตาร์และแฟชั่นไอคอนจากทั่วโลก มาร่วมประชันลุคสุดล้ำตามธีมของปีนี้ “Fashion Is Art” ซึ่งเชื่อมโยงกับนิทรรศการ “Costume Art” ได้อย่างทรงพลัง

ปีนี้ “ป่าน ณิชาภัทร สุภาพ” เสิร์ฟลุคที่สะท้อนโลกอนาคต ผ่านการตีความเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ในชีวิตมนุษย์
โดยร่วมงานกับดีไซเนอร์ชื่อดัง Robert Wun ที่ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างสรรค์แฟชั่นเชิงศิลปะที่ฉีกกฎเดิม พร้อมเพิ่มกิมมิกสุดล้ำด้วย “มือหุ่นยนต์สีเงิน” ที่สามารถเคลื่อนไหวได้จริง ซึ่งเป็นการคอลแลประหว่าง Robert Wun และ Casey Curran ศิลปินด้าน Mechanical Art ทำให้ลุคนี้กลายเป็น “งานศิลปะที่มีชีวิต” และสร้างเสียงฮือฮาทันทีหลังปรากฏตัว

ขณะเดียวกัน Robert Wun ยังตอกย้ำความฮอตในปีนี้ ด้วยการได้รับเลือกให้นำผลงานไปจัดแสดงในนิทรรศการ Met Gala 2026 และยังเป็นผู้ออกแบบลุคให้ “ลิซ่า” ในปีนี้อีกด้วย ส่งผลให้การที่ 2 สาวไทยเลือกดีไซเนอร์คนเดียวกัน กลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของค่ำคืน

แม้จะมาในคนละลุค คนละสไตล์ แต่ “ลิซ่า” ในฐานะ global superstar รุ่นใหม่ และ “ป่าน ณิชาภัทร สุภาพ” ในฐานะตัวแม่พรมแดง Met Gala ปีที่ 6 กลับสร้างพลังร่วมที่สะกดสายตาทั้งสื่อและผู้ชมทั่วโลกได้อย่างลงตัว นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแฟชั่นไทย ที่ไม่ได้แค่ “ไปถึง” เวทีโลก แต่สามารถ “ยืนอยู่ในจุดที่ถูกพูดถึง” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

และเมื่อ 2 พลังจากไทยแลนด์มาบรรจบกันในคืนเดียวกัน ก็ไม่แปลกที่ Met Gala ปีนี้…โลกจะต้องหันมามองประเทศไทยอีกครั้ง

โอ๊ต-ป๊อบ เตรียมสร้างปรากฏการณ์ยักษ์ปะทะยักษ์ !!! เบิกฤกษ์เปิดขายบัตร “เบิ้ม เบิ้ม Concert” 25 กรกฎาคมนี้

ตำนานดูโอ้สุดฮา ที่โคจรมาฟาดกัน (อีกแล้ว!) แบบตัวต่อตัว โอ๊ต ปราโมทย์ และ ป๊อบ ปองกูล ครั้งนี้กลับมาภายใต้บริษัทโฮ่ ฮี้ โฮ่ จำกัด ที่ทั้งคู่ก่อตั้งขึ้นเพื่อรับจัดคอนเสิร์ตและอีเว้นท์เต็มรูป ประเดิมงานแรกกับวาไรตี้คอนเสิร์ต ยักษ์ใหญ่ที่สุดในสยามประเทศใน “เบิ้ม เบิ้ม Concert” ตอน เวรี่ไทย ในวันเสาร์ที่ 26 และอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ที่พร้อมจะระเบิดเวทีให้กลายเป็นกรุงลงกา เปลี่ยนภาพจำเดิมๆ ให้กลายเป็นตำนานบทใหม่ พร้อมโปรดักชั่นจัดเต็ม อัดแน่นด้วยคลังแสงเพลงฮิตแสงออกหูให้ฟังอย่างจุใจ สาดความฮาแบบไทยแท้ ที่จะทำให้คุณหัวเราะจนกรามค้าง และแขกรับเชิญอีกเพียบ ที่ซ่อนไว้ในโปสเตอร์คอนเสิร์ต ให้แฟนๆไปตามเดากันได้เลยแต่รับรองว่าแต่ละคนที่มา ขนทัพความฮาไม่หยุดชนิดที่ว่าหลายด้อมต้องสะเทือน

เตรียมวอร์มนิ้วกันให้ดี เบิกฤกษ์เปิดขายบัตรเพื่อรับชมความเบิ้ม 25 กรกฎาคม นี้ เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป บัตรราคา :
5,000 / 4,500 / 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,000 และ 1,500 บาท (บัตรนั่งทุกที่)
จำหน่ายบัตรที่ : ทาง EVENTPOP หรือ www.eventpop.me

เตรียมไปสู้กันให้สะใจ

2 รอบการแสดง วันเสาร์ 26 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. และ วันอาทิตย์ 27 กันยายน 2569 เวลา 18.00 น.
สถานที่ : พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน

ติดตามรายละเอียดได้ที่ : เพจ Ho Hee Ho, Khotkool และ PONGKOOL24

https://www.facebook.com/share/1B81eBLm5S/?mibextid=wwXIfr

#เบิ้มเบิ้ม #เวรี่ไทย #OATPRAMOTE #PONGKOOL #HOHEEHO #โฮ่ฮี้โฮ่

ทัพดารารวมใจวิ่งการกุศล “หมอออร์โธฯ ชวนก้าว เพื่อ 13 โรงพยาบาล”น้องเนย นำทีมโชว์สเต็ปวอร์มอัพ – Bodyslam ระเบิดความมันส์ปิดท้ายสุดประทับใจ

คิกออฟอย่างคึกคักและอบอุ่นหัวใจ! สำหรับงานวิ่งการกุศลที่รวมทุกโมเมนต์แห่งความสุข “หมอออร์โธฯ ชวนก้าว เพื่อ 13 โรงพยาบาล” เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ณ ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่ามกลางบรรยากาศนักวิ่งนับหมื่นคน พร้อมด้วยเหล่าคนดังในวงการบันเทิงที่แท็กทีมเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ไฮไลต์เปิดงานที่เรียกเสียงกรี๊ดอย่างล้นหลาม ยกให้ไอดอลขวัญใจมหาชน น้องเนย (Butterbear) ปรากฏตัวในชุดกีฬาสุดคิ้วท์ นำขบวนวอร์มอัพร่างกาย ยืดเส้นยืดสายก่อนปล่อยตัวนักวิ่ง ทำเอาลานกิจกรรมเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ กลายเป็นการปลุกพลังบวกให้กับทุกคนก่อนจะเริ่มออกสตาร์ท

งานนี้บอกเลยว่าคนดังมากันแน่นสนาม นำทีมดารานักแสดงโดย เกรท วรินทร, ภณ ณวัสน์, เฟิร์ท เอกพงษ์, ท็อป จรณ, สมิธ ภาสวิชญ์, อ๋อง สิทธานต์, เป็นไต๋ นัฐนิช, นีน่า ณัฐชา, ตี๋ ธนพล, ภูมิ เกียรติภูมิ, จาด้า อินโตร์เร, ดีแลนด์ เดโชชัย, ซัน ก้องภพ รวมถึงศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรงจากค่าย SCHOOLDiO ทั้ง วินเนอร์, บีบาส และจอแจ้ง ที่มาร่วมวิ่งระดมทุนเสริมทัพความแข็งแกร่งให้กับกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อช่วย 13 โรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ด้านกระดูกและข้อ

และเมื่อเหล่านักวิ่งเข้าสู่เส้นชัย บรรยากาศยิ่งทวีความประทับใจ เพราะปิดท้ายงานด้วยคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบจากวงร็อกในตำนาน Bodyslam ที่ขนเพลงฮิตมาสร้างความมันส์แบบไม่ยั้ง แสงสีเสียงจัดเต็ม เปลี่ยนสนามกีฬาให้กลายเป็นคอนเสิร์ตฮอลล์ขนาดย่อมที่อบอวลไปด้วยพลังและความสุข

ตูน – อาทิวราห์ คงมาลัย กล่าวว่า “ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นพลังของทุกคนในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่ง แพทย์ หรือพี่น้องประชาชน ทุกก้าวที่เราวิ่ง ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อโอกาสของผู้ป่วยอีกหลายชีวิต ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมสร้างสิ่งดี ๆ ไปด้วยกันครับ” เรียกได้ว่าสมกับเป็นอีกหนึ่งอีเวนต์การกุศลที่เต็มไปด้วยหัวใจของการให้อย่างแท้จริง

#หมอออร์โธฯชวนก้าวเพื่อ13โรงพยาบาล #ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์​

เมืองไทยรัชดาลัย” คว้า “บอย-ปกรณ์ , นุ่น ศิรพันธ์ , ยูโร ยศวรรธน์ , เอม ภูมิภัทร” ลงละครเวทีเรื่องใหม่

เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์  ส่งละครเวทีพูดเรื่องใหม่  “Once Again” อีกสักครั้ง…ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก  ถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นในบ้านเช่าหลังหนึ่ง กับความรักความสัมพันธ์ของคน 3 คู่  แม้ต่างเวลาแต่เชื่อมโยงกัน  เพื่อมาทบทวนความหมายของความสัมพันธ์ว่า ถ้าหากมีโอกาส “อีกสักครั้ง” จะ “เจ็บ” เหมือนเดิม..หรือจะ “เริ่มใหม่อีกครั้ง     

พบกับเหล่านักแสดงชั้นนำมากฝีมือ  อาทิ  บอย ปกรณ์, นุ่น ศิรพันธ์ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของคู่สามีภรรยาที่ต้องแบกรับบาดแผลในวันที่ความหวังพังทลายลง ความเงียบงันและความไม่เข้าใจที่สะสม ทำให้บ้านที่เคยอบอุ่นกลายเป็นเพียงที่พักพิงที่เต็มไปด้วยรอยร้าว ในวันที่ความรักไม่สามารถรักษาทุกอย่างไว้ได้ การเลือกที่จะซ่อมแซมความสัมพันธ์ หรือปล่อยให้มันเป็นเพียงอดีตที่งดงาม ทางไหนคือทางเลือกที่ถูกต้อง  

ร่วมด้วย เอม ภูมิภัทร, เพิร์ธ วีริณฐ์ศรา กับเรื่องราวของเพื่อนสนิทที่แชร์ทุกช่วงเวลาของชีวิตร่วมกันในบ้านเช่าหลังนี้ เมื่อเส้นบางๆ ระหว่างคำว่า “เพื่อน” เริ่ม     สั่นไหว พวกเขาจะเลือกเสี่ยงเพื่อความรัก หรือถอยกลับไปเพื่อรักษาความเป็นเพื่อนเอาไว้  และ ยูโร ยศวรรธน์, ต้นข้าว ชยุตม์ กับเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจากแรงดึงดูดของคนสองคน นำพาพวกเขามาพบกันในจุดที่สมองบอกให้หยุด แต่หัวใจกลับเรียกร้องให้อยู่ต่อ พวกเขาต้องเผชิญกับคำถามที่ว่า ความสัมพันธ์ที่ไร้สถานะและไม่มีชื่อเรียกนี้  คือทางออกของความเหงา หรือจะเป็นเพียงรอยแผลที่ทิ้งไว้ให้จดจำ  

ละครเวที“Once Again” อีกสักครั้ง…ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก บทละครโดย ปริดา มโนมัยพิบูลย์ กำกับการแสดงโดย พันพัสสา ธูปเทียน อำนวยการสร้างโดย ถกลเกียรติ วีรวรรณ  เปิดแสดงวันที่ 15 มิถุนายน – 5 กรกฎาคมนี้ ณ  เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์  บัตรราคาเริ่มต้น 600 บาท  เปิดขายบัตรแล้ววันนี้ ที่ไทยเก็ตเมเจอร์ ทุกช่องทาง คลิกซื้อบัตร https://bit.ly/ONCEBit

คลั่งรักไม่ไหว!!! “ภณ ณวัสน์” เปิดตัว “น้องชายสุดรัก”

นอกจากจะเป็น Sport Man ที่ชื่นชอบกีฬาหลายอย่างแล้ว พระเอกหนุ่มนิสัยดี “ภณ-ณวัสน์” ยังเป็นหนุ่มคลั่งรักอีกต่างหาก รายการ “PET Planet รักนี้มีหาง” โดย 3 พิธีกรสุดคิวบ์ เอ ไชยา, เอ๋ ดาเรศ และ น้องแป้ง ศรัณฉัตร พาไปคุยกับหนุ่มคลั่งรัก พร้อมเปิดตัวน้องชายสุดที่รักอย่าง “น้องชบาตัน” น้องหมา พันธุ์ปอมของหนุ่มภณ ด้วย

โดย 3 พิธีกร มีนัดกับ หนุ่มภณ ที่ DOOB DOG SPACE ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาจะพาน้องชายสุดรักของเค้ามาออกกำลังที่นี่ แว่วมาว่า น้องชบาตัน ก็เป็นน้องหมาที่บ้าพลัง ชอบออกกำลังเหมือนเจ้าของเลย…!!

ไม่เพียงแค่นั้น น้องชบาตัน ยังเป็นที่รักของคนทั้งบ้าน ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ต่างหลงรัก น้องชบาตัน แบบสุดพลัง!!! แถมสปอยหนักมาก ถึงขั้นที่เรียกว่า รักมากกว่าลูกชายอย่าง หนุ่มภณ ด้วยนะ

จะเป็นเรื่องจริง หรือเรื่องเล่าต้องไปติดตาม 3 พิธีกร “เอ-เอ๋-แป้ง” ยังแอบล้วงความลับเรื่อง “สายมูตัวพ่อ” และ ”สาวคนสนิท” ของ หนุ่มภณ ด้วย ห้ามพลาดเชียวล่ะ!!!

ติดตามชมความสนุก สดใสของ 3 พิธีกร และแขกรับเชิญได้ในรายการ “PET Planet รักนี้มีทาง” วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.00 น. ทางช่อง 3HD กด 33 และติดตามชมได้ทาง youtube : Pet Planet รักนี้มีหาง , IG: petplanetonline.th , Facebook: Pet Planet รักนี้มีหาง , TikTok: รักนี้มีหาง แอป : ch3plus.com

ห้ามพลาด!!! แฟนๆ รายการสามารถร่วมสนุก โดยส่ง “คลิปลูกรัก” ลุ้นขึ้นจอช่วง “แจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง” กันได้ เพียงกด Follow Subscribe ช่องทาง Social Media ของรายการในทุกช่องทาง แล้วโพสต์คลิปน้อง ๆ ลงโซเชียลตัวเอง ติดแฮชแท็ก #แจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง พร้อมตั้งค่าเป็นสาธารณะ เพียงแค่นี้ก็สามารถลุ้นแจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง ในรายการ “PET Planet รักนี้มีหาง” พร้อมรับของที่ระลึกกันได้ทุกสัปดาห์

เต้-มารีญา-ปืน-นัทนิสา-เลดี้ปราง นำทัพคนดังเปิดรันเวย์ สร้างปรากฏการณ์วาระแฟชั่นแห่งชาติ ฉลองต้อนรับภาพยนตร์ตัวแม่ “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” เซเลบริตี้-แฟชั่นไอคอน ร่วมพรมแดงคับคั่ง ก่อนทวงบัลลังก์ความปัง 30 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ 

ต้องบอกว่าจึ้งทั้งงาน! เมื่อภาพยนตร์ภาคต่อที่คนทั่วโลกรอคอย “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” จัดงาน Thailand Gala Premiere ณ Fashion Hall ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดรันเวย์กลางกรุงเทพฯ พา เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก, มารีญา พูลเลิศลาภ, นัท นิสามณี และ เลดี้ปราง กัญญ์ณรัณ นำทัพศิลปิน ดารา และไอคอนระดับประเทศร่วมแฟชั่นโชว์สุดพิเศษ สร้างปรากฏการณ์ค่ำคืนแห่งแฟชั่นและความปังที่สุดแห่งปี ท่ามกลางบรรยากาศหรูหราอลังการ คับคั่งด้วยเหล่าเซเลบริตี้ แฟชั่นไอคอน และคนดังทั้งสายแฟและบันเทิง ตลอดจนสาวก Runway Magazine ที่มาร่วมฉลองต้อนรับการกลับมาของบรรดาตัวแม่ Miranda, Andy, Emily และ Nigel ที่กำลังจะมาทวงบัลลังก์ความปัง 30 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์
 
โดยบรรยากาศภายในงานถูกเนรมิตให้เป็นอาณาจักรแห่งแฟชั่นสุดไฮเอนด์ เริ่มต้นการต้อนรับด้วยกิจกรรมของ TRESemmé Thailand พาร์ตเนอร์ระดับโลกของภาพยนตร์ ที่มอบความเอ็กซ์คลูซีฟให้ทุกคนได้สัมผัสความแกลมแบบตัวแม่อย่างเหนือระดับ และ ธนบุรีพานิช ที่นำ Mercedes-Maybach ยนตรกรรมสุดหรูที่ปรากฏในภาพยนตร์มาโชว์ความลักซ์ชูรีแบบตะโกน และพิเศษสุด ๆ กับการอัปลุคให้สวยสะกดแบบ Runway-ready จาก JUNGSAEMMOOL นอกจากนี้ผู้ร่วมงานยังได้สนุกกับ Photo Booth สุดชิคจาก Havaianas พร้อมรื่นรมย์กับเครื่องดื่มพิเศษจาก Starbucks ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครหลัก และท่ามกลางนวัตกรรมสุดล้ำของ Samsung Galaxy S26 Ultra ที่เข้ามาร่วมเติมเต็มแฟชั่นโชว์ให้สมบูรณ์แบบ ถือเป็นการรวมพลังของพาร์ตเนอร์ระดับโลกที่พิสูจน์ว่าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ทำให้ทุกคนเฉิดฉายได้ในแบบของตัวเองอย่างแท้จริง

ไฮไลต์ของงานเริ่มขึ้นด้วยโชว์สุดจึ้งจาก Drag Performance ชื่อดัง Too Calderone, Mogass และ Jessica Hush ที่ผสมผสาน Drag Show เข้ากับ Runway Show ถ่ายทอดพลังและความแกลมจนสะกดทุกสายตา ก่อนต่อด้วยแฟชั่นโชว์สุดเริ่ดที่รวมตัวแม่และตัวท็อปของวงการไว้อย่างครบครัน ไล่ระดับความความปังจากโชว์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2”  ซึ่งได้ แนท อนิพรณ์, น้ำตาล ชลิตา, เพิร์ธ วีริณฐ์ศรา, นินน่า ญาณิน และสองผู้ชนะจากโปรเจ็กต์ The Next Devil เจนวิทย์ โพธิ์งาน และพิมพิศา เพชรวารีรัตน์ มาโชว์ attitude ผ่านลุคสุดเฉียบ สะท้อนพลังของแฟชั่นที่ทำให้กล้าเป็นตัวเองมากขึ้น

อนต่อด้วยโชว์เซ็ตที่ 2 กับการผสานแฟชั่นเข้ากับนวัตกรรมสุดล้ำของ Samsung Galaxy S26 Ultra โดยได้ตัวแม่สายบันเทิงและแฟชั่นอย่าง พิม พิมประภา, ซาบีน่า ไมซิงเกอร์, มิเรียม ศรพรหมมาศ, Frankie Wonga ผู้ชนะ Drag Race Thailand Season3, Gawdland ผู้ชนะDrag Race UK VERSSUS THE WORLD season 3 และ ปาว ปวรดา ร่วมถ่ายทอดลุคสมาร์ทของคนทำงานยุคใหม่พร้อมความเริ่ดของ Samsung Galaxy S26 Ultra
 
จากนั้นเพิ่มดีกรีความพีคขึ้นไปอีกขั้นกับโชว์เซ็ตที่ 3 ซึ่งรวมพลังแฟชั่นและภาพยนตร์เข้าด้วยกันกับลุคพิเศษจาก ปอม-กมลภพ ผู้ชนะจากเวที The Face Men 2026 และสามคนดังผู้ร่วมพากย์เสียงภาษาไทยใน “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” ทั้ง เต้ – ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก, มารีญา พูลเลิศลาภ, นัท นิสามณี และช่วงเวลาที่ทุกสายตาจับจ้องที่สุดของค่ำคืนคือฟินาเล่โดย เลดี้ปราง กัญญ์ณรัณ Brand Ambassador ของ TRESemmé Thailand พาร์ตเนอร์ระดับโลกของภาพยนตร์ ที่ปรากฏตัวในลุคสวยเริ่ด สมศักดิ์ศรีตัวแม่ของรันเวย์
 
นอกจากนี้ยังมีช่วง Special Talk ที่เปิดเวทีให้เหล่าคนดังที่มีส่วนร่วมในภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้งผู้มีส่วนร่วมในการพากย์เสียงภาษาไทย เต้ – ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก, มารีญา พูลเลิศลาภ, นัท นิสามณี, ปืน สธน และ เลดี้ปราง กัญญ์ณรัณ ตัวแทนดาราจากประเทศไทยที่ไปร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์ที่โตเกียว ได้แชร์ประสบการณ์สุดพิเศษที่ได้รับจากการร่วมงานกับภาพยนตร์ภาคต่อระดับปรากฏการณ์ และความผูกพันกับ The Devil Wears Prada ที่หลายคนยกให้เป็นแรงบันดาลใจด้านแฟชั่น

โดย เต้ – ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก เผยว่า  “The Devil Wears Prada เป็นหนังที่ทั้งสนุก ดราม่า และกลายเป็นมีมระดับไอคอนที่คนพูดถึงกันมาจนถึงวันนี้ ผ่านมา 20 ปี การกลับมาของ The Devil Wears Prada 2 สำหรับเต้คือโมเมนต์ระดับตำนานเลย แค่คิดว่าจะได้เห็นตัวแม่กลับมาอยู่บนจอยักษ์อีกครั้ง ก็ตื่นเต้นแล้ว ต้องไปดูด้วยตัวเอง และต้องดูตั้งแต่วันที่เข้าฉายวันแรก ๆ เลยเพราะกลัวเจอสปอยล์ ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ แล้วไปเจอกันในโรง 30 เมษายนนี้ครับ”

ด้าน มารีญา บอกว่า “สิ่งที่น่าสนใจมากของ The Devil Wears Prada 2 สำหรับมารีญา คือระยะเวลาที่ห่างกันถึง 20 ปี ลองคิดดูนะคะว่าเมื่อ 20 ปีก่อน ตอนภาคแรกออกฉาย โลกเรายังไม่มี Smart Phone เลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นการกลับมาครั้งนี้เลยทำให้น่าคิดว่า ทั้งโลกแฟชั่น วิธีการทำงาน หรือแม้แต่วิธีที่คนใช้ชีวิต จะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน นี่ไม่ใช่แค่การกลับมาของภาพยนตร์เรื่องเดิม แต่เป็นการกลับมาในโลกที่ไม่เหมือนเดิมแล้ว เลยอยากชวนทุกคนไปดูด้วยกันว่า เรื่องราวครั้งนี้จะพูดอะไรกับเราในยุคปัจจุบัน ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ แล้วไปติดตามการเติบโตของเหล่าไอคอนด้วยกัน 30 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ค่ะ”

ในส่วนของ ปืน สธน ซึ่งเป็นแฟน The Devil Wears Prada อยู่แล้ว กล่าวว่า “สำหรับผม The Devil Wears Prada คือหนึ่งในหนังที่เราจำได้ดีมาก เพราะฉะนั้นพอมี The Devil Wears Prada 2 สิ่งแรกที่รู้สึกเลยคือ อยากกลับไปเจอคนเดิม ๆ อีกครั้ง ยิ่งได้รู้ว่าทีมงานและนักแสดงหลายคนกลับมา ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่านี่เป็นการกลับมาที่น่าติดตามมาก ๆ ใครที่เคยผูกพันกับเรื่องนี้ น่าจะเข้าใจฟีลนี้ดี มันเหมือนเราได้กลับไปเจอโลกที่เราคุ้นเคยอีกครั้งหนึ่ง และยังได้ข่าวว่ามีดารามาเซอร์ไพรส์ในหนังเยอะมาก ดังนั้นห้ามพลาดครับ ซื้อตั๋วล่วงหน้า แล้วรีบไปดูก่อนโดยสปอยล์ 30 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ครับ”

นัทนิสา ในฐานะคนดังรุ่นใหม่ ขอเป็นตัวแทนชวนเหล่าแฟนหนังรุ่นใหม่ให้ไปอินกับโลกแฟชั่นสุดเฉียบด้วยกัน “น้อง ๆ หรือคนรุ่นใหม่ที่อาจจะยังไม่เคยดู The Devil Wears Prada ภาคแรกมาก่อน บอกเลยว่าไม่ต้องกังวลว่าจะดูไม่รู้เรื่อง เพราะ The Devil Wears Prada 2 เป็นหนังที่หยิบเรื่องใกล้ตัวเรามาเล่า ทั้งเรื่องแฟชั่น และชีวิตการทำงาน ที่หลายคนน่าจะอินได้ไม่ยาก และยังเป็นหนังที่เหมาะกับการชวนเพื่อนไปดูมาก ๆ แบบไปเม้าท์ต่อได้หลังดูจบ ที่สำคัญคืออยากให้ซื้อตั๋วล่วงหน้าแล้วรีบไปดูก่อนใคร 30 เมษายนนี้ จะได้ไม่ตกเทรนด์”

สำหรับ เลดี้ปราง บอกว่า “ปรางเป็นแฟนของทั้ง Meryl Streep และ Anne Hathaway อยู่แล้ว การได้เห็นทั้งสองคนกลับมาในภาพยนตร์ที่เรารักอีกครั้ง ถือเป็นโมเมนต์ที่พิเศษมากจริง ๆ และเชื่อว่าหลายคนก็น่าจะรู้สึกแบบเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข่าวว่าภาคนี้มีเซอร์ไพรส์จากนักแสดงอีกหลายคน และโมเมนต์ที่ต้องไปลุ้นกันในโรงเท่านั้น เพราะฉะนั้นคือ ต้องไปดูในโรงภาพยนตร์เท่านั้นถึงจะได้ประสบการณ์ครบ ทั้งภาพ เสียง และความบันเทิง อย่าลืมซื้อตั๋วล่วงหน้า แล้วไปเจอกัน 30 เมษายนนี้ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศค่ะ”

ทั้งนี้นอกจากเหล่าคนดังบนรันเวย์ งานนี้ยังได้รับความสนใจจากแฟชั่นไอคอนที่ตบเท้าเข้าร่วมงาน ตั้งแต่บรรณาธิการแฟชั่นระดับประเทศ ตลอดจนบรรดาคนดังตัวท็อปของวงการแฟชั่นและบันเทิงไทยอีกมากมาย

และแล้วในที่สุด ผ่านไป 20 ปีหลังจากฝากการแสดงอันเป็นตำนานในบท Miranda, Andy, Emily และ Nigel — Meryl Streep, Anne Hathaway, Emily Blunt และ Stanley Tucci ก็หวนคืนสู่ถนนสายแฟชั่นแห่งนครนิวยอร์ก และออฟฟิศสุดเฉียบของ Runway Magazine อีกครั้ง ในภาพยนตร์ภาคต่อที่ทั่วโลกรอคอย สานต่อปรากฏการณ์จากปี 2006 ที่เคยสร้างนิยามใหม่ให้กับทั้งเจเนอเรชันมาแล้ว นอกจากนี้ “The Devil Wears Prada 2 นางมารสวมปราด้า 2” ยังเป็นการกลับมารวมตัวอีกครั้งของทีมงานจากภาคแรก ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ David Frankel และนักเขียนบท Aline Brosh McKenna อีกทั้งยังเสริมทัพด้วยนักแสดงชุดใหม่ที่จะมาสร้างมิติใหม่ให้กับรันเวย์ อาทิ Kenneth Branagh, Simone Ashley, Justin Theroux, Lucy Liu, Patrick Brammall, Caleb Hearon, Helen J. Shen, Pauline Chalamet, B.J. Novak และ Conrad Ricamora พร้อมการกลับมาของ Tracie Thoms และ Tibor Feldman ในบท “Lily” และ “Irv” ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงความต่อเนื่องจากภาคแรก 
 
เตรียมตัวให้พร้อม ซื้อตั๋วล่วงหน้า จับจองที่นั่งก่อนใคร แล้วไปพบกับความเริ่ดระดับตัวมารดา 30 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ
 
#TheDevilWearsPrada2TH #นางมารสวมปราด้า2
 

 

“North Star Entertainment” ขยายจักรวาลคอนเทนต์ Girl’s Love สุดยิ่งใหญ่!เปิดตัวซีรีส์ใหม่ 3 เรื่อง 3 รส ในงานแถลงข่าว “Northstar First Light Line Up 2026”

ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการผลิตคอนเทนต์ซีรีส์ Girl’s Love คุณภาพอย่างต่อเนื่อง สำหรับ บริษัท นอร์ธ สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด (North Star Entertainment) ภายใต้การบริหารของผู้บริหารและนางเอกแถวหน้าของเมืองไทย “คุณกัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ” ประธานกรรมการบริษัท ที่จัดงานแถลงข่าวสุดยิ่งใหญ่ “Northstar First Light Line Up 2026” ท่ามกลางสื่อมวลชน แขกผู้มีเกียรติ และแฟน ๆ ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ เซ็นเตอร์พ้อยท์ สตูดิโอ ไทยแลนด์

เพื่อประกาศเปิดตัวโปรเจกต์ซีรีส์ Girl’s Love ใหม่ล่าสุดถึง 3 เรื่อง 3 รส ที่เตรียมสร้างปรากฏการณ์ความฟินตลอดปี 2026 บรรยากาศภายในงานเริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่ด้วย VTR ถ่ายทอดเส้นทางความสำเร็จที่ผ่านมา สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และทิศทางของค่ายที่มุ่งมั่นพัฒนาคอนเทนต์คุณภาพ พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านซีรีส์ Girl’s Love ทั้งในประเทศไทยและระดับสากล ก่อนเข้าสู่ช่วงเปิดตัวไลน์อัปซีรีส์ที่ทุกคนรอคอย

เริ่มต้นด้วยเรื่องแรก “Beauty and the Bike” ซีรีส์โรแมนติกฟีลกู๊ด สร้างจากนิยายชื่อดัง “ไม่มีทางที่คุณหนูบ้านรวยอย่างดิฉัน จะหลงรักพี่สาวนักซิ่งคนสวย ที่ทั้งหล่อทั้งเท่ แถมเอาใจเก่งได้หรอกค่ะ!” ได้ผู้กำกับมากฝีมือ “ติ๊ก-วศินี คุณะนิติสาร ” มารับหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวสุดน่ารักลงจอ นำแสดงโดยคู่เคมีน่าจับตา “มิว-ธัญทิพย์ ทวีสินธนัตย์” และ “เรเน่ เวโรนิก้า ปากาโน่” ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมือ อาทิ มิเชล เบอร์แมนน์, เฟม พัชร์สิตา เพิงคง, ปลายฟ้า วราหะ และ บีม จิรัชญา จิรรัชชกิจ ที่มาร่วมพูดคุยถึงเบื้องหลังการถ่ายทำอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง

ต่อเนื่องด้วยโปรเจกต์เรื่องที่สอง “Third Person ถ้อยรัก…คำลวง” ซีรีส์ Girl’s Love ที่ผสมผสานความโรแมนติก ดราม่า ได้อย่างลงตัว เมื่ออุบัติเหตุเป็นจุดเริ่มต้นของความทรงจำที่ขาดหาย กำกับโดย “บี อริษา แวววรรณจิตร” พร้อมผู้ช่วยผู้กำกับ “ฟีม ฟภาวิส เสาร์ศรีอ่อน” นำแสดงโดยคู่ดาวรุ่งน้องใหม่ของค่าย “กานต์ ณัฐชา รัตน์ชยางคานนท์” และ “มีมี่ ภาพัชร อัจฉริยศรีพงศ์” เสริมทัพด้วยนักแสดงคุณภาพ อาทิ พิกเล็ท ชาราฎา อิมราพร, พลอย เอวรินทร์ อธิชัยเชาวกิตติ์, ปลายฟ้า วราหะ, บีม จิรัชญา จิรรัชชกิจ, ชมพู ชุติมณฑน์ ประสานวรรณ และ ปริม ฐิติยา ทนงแผลง

ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่ได้รับเสียงฮือฮามากที่สุด “Lunar Secret พระจันทร์ ซ่อนเงา ” ซีรีส์ Girl’s Love แนวดราม่า-โรแมนติก ที่ดัดแปลงจากผลงานยอดนิยม ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างนางแบบสาวมาดนิ่ง และนางเอกแถวหน้าที่ต้องเผชิญหน้ากันจากความเข้าใจผิดและข่าวฉาว ท่ามกลางอดีตที่ยังฝังใจ นำแสดงโดยคู่จิ้นสุดฮอต “จินนี่ ณัฐณิชา ประทีปนาฏศิริ ” และ “เจน่า-แองเจลิน่า สตีเวนส์ ” กำกับการแสดงโดยผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรง “แอปเปิ้ล-ลาภิสรา อินทรสูต “

นอกจากการเปิดตัวไลน์อัปซีรีส์ทั้ง 3 เรื่องแล้ว ภายในงานยังเต็มไปด้วยความประทับใจจากโชว์สุดพิเศษของเหล่านักแสดงในสังกัด North Star Entertainment ที่ตั้งใจมอบให้แฟน ๆ โดยเฉพาะ สร้างเสียงกรี๊ดและรอยยิ้มตลอดทั้งงาน ก่อนปิดท้ายค่ำคืนแห่งความทรงจำด้วย AFTER PARTY สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมดีเจเปิดเพลงสุดมันส์ ให้แฟน ๆ ได้ร่วมสนุกและใกล้ชิดกับศิลปินนักแสดงอย่างอบอุ่น

สำหรับงาน “Northstar First Light Line Up 2026” ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ North Star Entertainment ที่สะท้อนถึงศักยภาพในการเป็นผู้นำคอนเทนต์ซีรีส์ Girl’s Love ของไทย พร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพเพื่อผู้ชมทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบในปี 2026 นี้

แฟน ๆ สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรม และข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Northstar Entertainment ทุกแฟลตฟอร์ม

NorthStarLineUp2026

NorthStarEntertainment

“The Pizza Company” ผนึกกำลัง “The Coffee Club” เปิดตัวคอลแลปสุดพิเศษกับเมนูสัปปะรดฉ่ำรับซัมเมอร์ยกระดับประสบการณ์สุดฮาวายเอี้ยน

ครั้งแรกของการจับมือกันระหว่างสองแบรนด์ชั้นนำในเครือ The Minor Food อย่าง The Pizza Company ผู้นำตลาดพิซซ่าและเจ้าตำนานเมนูฮาวายเอี้ยนในประเทศไทย และ The Coffee Club ผู้เชี่ยวชาญด้าน All-day Dining และกาแฟ ร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ผ่านเมนู “สัปปะรด” เพื่อนำรสชาติยอดนิยมในช่วงหน้าร้อนนี้มาสร้างความแปลกใหม่ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และกลุ่มลูกค้าคาเฟ่มากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากโจทย์สำคัญในการสร้าง “ความแตกต่าง” ให้กับเมนูฮาวายเอี้ยนที่แม้จะ
เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย แต่ยังมีโอกาสในการยกระดับประสบการณ์การรับประทาน โดย The Pizza Company ผู้เชี่ยวชาญด้านรสชาติ (Taste Authority) นำพิซซ่า ซิกเนเจอร์ตลอดกาลอย่างพิซซ่าฮาวายเอี้ยน มาอัพเกรด
ความอร่อยให้ฟินกว่าเดิมกับสับปะรดครึ่งวงยักษ์ไซส์ใหญ่ หวานฉ่ำ เต็มคำ

พร้อมดับเบิ้ลเบคอนชิ้นยักษ์ ท็อปปิ้งแน่น ๆ ที่จัดมาแบบไม่มีกั๊ก กับ”พิซซ่าซูเปอร์ฮาวายเอี้ยน” นอกจากนี้ The Pizza Company ยังตอกย้ำความเป็น “ตัวจริงเรื่องฮาวายเอี้ยน” ด้วยการเปิดตัวไลน์เมนู “Hawaiian Paradise” พิเศษเฉพาะนั่งทานที่ร้าน ที่ผสานความสดชื่นของสับปะรดเข้ากับหลากหลายเมนู ทั้งพาสต้า สเต็ก
ข้าวผัด และพิเศษสุดกับเครื่องดื่ม “โมจิโต้สับปะรด” ที่พัฒนาร่วมกับ The Coffee Club มอบความสดชื่นเปรี้ยวหวาน หอมมิ้นต์ ซ่าชื่นใจ ตอบโจทย์ซัมเมอร์นี้ได้อย่างลงตัว

ขณะที่ The Coffee Club เติมเต็มด้วยงานคราฟต์ผ่านแป้ง Flatbread อบใหม่ทุกจาน เพื่อสร้าง Premium Cafe Experience ที่แตกต่างจากพิซซ่าทั่วไป กับเมนู “Hawaiian Flatbread” ที่คอลแลปกับแบรนด์ The Pizza Company โดยการสร้างรสชาติแบบฮาวายเอี้ยนต้นตำรับ  ผสานเข้ากับตัวแป้งกรอบนอกนุ่มใน ราดซอสมะเขือเทศเข้มข้น ท็อปด้วยแฮม ชีสเยิ้ม และสับปะรดฉ่ำ ให้รสชาติครบทุกมิติในคำเดียว พร้อมเสิร์ฟในราคาพิเศษเพียงชิ้นละ 85 บาท หรือ 69 บาทเมื่อซื้อคู่เครื่องดื่ม ที่ The Coffee Club ทุกสาขา

แคมเปญนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2569 – มิถุนายน 2569 ที่ร้าน The Pizza Company และ The Coffee Club สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

การคอลแลปครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์ แต่ยังเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้บริโภค ผ่านการผสาน “ความเชี่ยวชาญด้านรสชาติ” และ “ศิลปะแห่งการคราฟต์” ได้อย่างลงตัว พร้อมยกระดับเมนูฮาวายเอี้ยนสู่มิติใหม่ที่ทั้งอร่อยและมีสไตล์