“ไวไว” สร้างปรากฏการณ์ความว้าว เปิดตัว WaiWai WOW 3 รสชาติใหม่ เดินเกมพรีเมียมในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

“ไวไว” ชวนเปิดประสบการณ์ความ “ว้าว” กับการเปิดตัว “WaiWai WOW 3 รสชาติใหม่” ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเติมเต็มมิติรสชาติของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้ได้รสสัมผัสที่เกินคาดจนต้องร้องว้าว ได้แก่ รสกระดูก  หมูพริกไทยดำ, รสหมูผัดยี่หร่า และรสไก่กรอบซอสเผ็ด แต่ละรสชาติถ่ายทอดเอกลักษณ์แห่งรสสัมผัสได้อย่างโดดเด่น ตั้งแต่กลิ่นหอมของเครื่องเทศ ความกลมกล่อมของน้ำซุป เส้นที่เหนียว..นุ่ม เป็นรสสัมผัสใหม่  ไปจนถึงรสจัดจ้านที่ประสานกันอย่างลงตัว สะท้อนแนวคิดของ WaiWai WOW ที่ต้องการให้การรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นมากกว่ามื้ออาหารง่าย ๆ แต่เป็นช่วงเวลาแห่งการลิ้มรสที่ปลุกทุกประสาทสัมผัสทั้ง 5 ให้ตื่นตัวในทุกคำ จนต้องร้อง “ว้าว”

ว้าวที่ซุป ยิ่งซู้ดยิ่งว้าวว กับ WaiWai WOW รสกระดูกหมูพริกไทยดำ ที่โดดเด่นด้วยซุปเข้มข้นหอมพริกไทยดำแท้ ๆ อย่างชัดเจน ให้กลิ่นหอม เผ็ดร้อนกำลังดีในทุกคำ ผสานความกลมกล่อมของซุปกระดูกหมูที่ให้รสลึกและหนักแน่น ยิ่งซดก็ยิ่งหอม ยิ่งกินก็ยิ่งเพลิน เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบรสชาติสไตล์ซุปเข้มข้น

ว้าวเผ็ดร้อน แบบแห้งมิติใหม่ กับ WaiWai WOW รสหมูผัดยี่หร่า ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของเมนูผัดกระทะร้อนสไตล์ไทยได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวของยี่หร่า ผสานรสหมูผัดเข้มข้น และเครื่องเทศที่ให้รสจัดจ้านแบบถึงเครื่อง ทำให้ทุกคำเต็มไปด้วยมิติของกลิ่น และรสชาติที่แตกต่าง เป็นอีกหนึ่งรสชาติที่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ว้าวไฟลุกด้วยพริกโกสท์เปปเปอร์ กับ WaiWai WOW รสไก่กรอบซอสเผ็ด เผ็ดจัดจ้านแบบไล่ระดับ โดดเด่นด้วยรสเผ็ดจัดจ้านของ พริก Ghost Pepper ที่ให้ความเผ็ดแบบไล่ระดับ เข้ากันอย่างลงตัวกับความหอมของไก่กรอบ รสชาติจัดจ้าน กินแล้วได้อารมณ์เหมือนเมนูไก่ทอดคลุกซอสสุดฮิต เพิ่มความพิเศษในมื้อบะหมี่ตามสไตล์สายว้าว

สำหรับผู้ที่อยากลิ้มลองประสบการณ์ความอร่อยจนต้องร้อง “ว้าว” สามารถหาซื้อ WaiWai WOW ทั้ง          3 รสชาติใหม่” ได้แล้ววันนี้ที่ร้านสะดวกซื้อและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ :

Facebook: https://www.facebook.com/waiwaithaipreservefood

Youtube : www.youtube.com/@WAIWAITHAI
Line: https://linevoom.line.me/user/_dfboT6q1cnjjJ5wCl9UrWuadcNEQmNnqWL32G8g
Tiktok : https://www.tiktok.com/@waiwainooddle

BUSINESS+ จับมือ ม.หอการค้าไทย จัดงาน “Thailand Top Company Awards 2026”เชิดชูองค์กรธุรกิจไทยต้นแบบแห่งความสำเร็จ

กรุงเทพฯ, 23 มีนาคม 2569 – นิตยสาร BUSINESS+ โดย บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดงานมอบรางวัล Thailand Top Company Awards 2026 เพื่อเชิดชูองค์กรธุรกิจไทยที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นและมีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการธุรกิจ พร้อมเป็นแรงบันดาลใจด้านแนวคิดและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้แก่องค์กรอื่น ๆ อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยในอนาคต โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Thrive on Resilience: การปรับตัวเพื่ออยู่รอดและสร้างการเติบโต” โดย เน้นย้ำความสำคัญของความยืดหยุ่นและความสามารถขององค์กรธุรกิจในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ผ่านการเรียนรู้ การพัฒนา และการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

โดยในปีนี้มีองค์กรที่ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 18 รางวัล ประกอบด้วยรางวัลประเภทอุตสาหกรรม 7 รางวัล และรางวัลความเป็นเลิศ 11 รางวัล ซึ่งล้วนเป็นแบบอย่างของความสำเร็จขององค์กรธุรกิจไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย ร่วมปาฐกถาพิเศษ ถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจและบทบาทขององค์กรธุรกิจไทยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยจัดขึ้น ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีที่่ผ่านมา เราประสบกับภัยวิบัติทางธรรมชาติที่สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและเศรษฐกิจเป็นอันมาก รวมถึงภัยทางเศรษฐกิจที่แปรเปลี่ยนไปตามภาวะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จากสองฝั่งอำนาจ และความขัดแย้งของพื้นที่ชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอน และฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเหนือความคาดเดาของภาคธุรกิจ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ท่านผู้บริหารองค์กรต่างๆ จะต้องปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ในนามนิตยสาร Business+ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รางวัล Thailand Top Company Awards 2026 นี้ จะเป็นอีกหนึ่งรางวัลสำคัญในการเสริมสร้างกำลังใจ ให้องค์กรทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เสริมสร้างความมุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพในการบริหารจัดการธุรกิจให้เจริญงอกงามยั่งยืน อันเป็นรากฐานสำคัญของเศรษกิจไทยต่อไปในอนาคต

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูทีซีซี วิทยบริการ จำกัด กล่าวว่า การคัดเลือกองค์กรที่ได้รับรางวัล Thailand Top Company Awards 2026 ได้พิจารณาจากข้อมูลและตัวชี้วัดทางธุรกิจในหลากหลายมิติ ทั้งผลประกอบการ ศักยภาพในการแข่งขัน กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ นวัตกรรม ความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการองค์กรที่มุ่งสู่ความยั่งยืน โดยอาศัยกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การพิจารณารางวัลสะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งขององค์กรธุรกิจไทยได้อย่างแท้จริง ในปี 2569 นี้ เราเองต้องพบกับความท้าทายใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และเราไม่อาจคาดเดาได้ ทุกท่านในที่นี้คือผู้ที่สามารถฝ่าฟันทุกอุปสรรคในปีที่ผ่านมาได้จนเป็นที่ประจักษ์ ผมจึงขอแสดงความยินดีกับทุกองค์กรที่เข้ารับรางวัลในครั้งนี้

ทั้งนี้ การมอบรางวัล Thailand Top Company Awards 2026 ไม่เพียงเป็นการยกย่ององค์กรที่ประสบความสำเร็จในด้านผลประกอบการเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีบทบาทในการสร้างคุณค่าให้กับสังคมและเศรษฐกิจโดยรวม โดย “รางวัล Thailand Top Company Awards 2026 จึงถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการสะท้อนศักยภาพขององค์กรธุรกิจไทยที่สามารถพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการธุรกิจให้ทัดเทียมกับองค์กรชั้นนำในระดับสากล พร้อมทั้งเป็นต้นแบบให้กับภาคธุรกิจไทยในการนำแนวคิดด้านนวัตกรรม การบริหารจัดการ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปปรับใช้ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว”

สำหรับรายชื่อองค์กรที่ได้รับรางวัล “THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2026” ได้แก่
ประเภทอุตสาหกรรม

  1. อุตสาหกรรมการเงิน ได้แก่ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM
  2. อุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
  3. อุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ ได้แก่ J&T Express
  4. อุตสาหกรรมจัดจำหน่าย ได้แก่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด
  5. อุตสาหกรรมประกันชีวิต ได้แก่ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
  6. อุตสาหกรรมประกันวินาศภัย ได้แก่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)
  7. อุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ ได้แก่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

ประเภทความเป็นเลิศ

  1. Best Bank for RMB Foreign Exchange Trading ได้แก่ Bank of China (Thai) Public Company Limited
  2. Best Customer Experience Award ได้แก่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด
  3. Best Financial Services of the Year ได้แก่ บริษัท อัลฟ่า เอกซ์ จำกัด
  4. Best Innovative Technology Award ได้แก่ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด
  5. Fast-Growing Company Award ได้แก่ อีซี่มันนี่
  6. Most Admired Brand Award ได้แก่ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
  7. Most Trusted Brand Award ได้แก่ “โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ
  8. Outstanding Award ได้แก่ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)
  9. Top Innovative Company Award ได้แก่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
  10. RISING STAR จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) และ
  11. บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด

“7HD รวมพลังปรับ เพื่อโลกเปลี่ยน” ตอกย้ำต้นแบบสื่อรักษ์โลก โชว์ผลลัพธ์ลดใช้พลังงานในองค์กรพุ่งสูง 18%

ช่อง 7HD เดินหน้าตอกย้ำบทบาทสื่อมวลชนที่มุ่งมั่นทำหน้าที่เพื่อสังคม ขับเคลื่อนแคมเปญใหญ่ “คนปรับ โลกเปลี่ยน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” รณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมส่งต่อแนวคิด “ทุกการปรับ…นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่” เริ่มต้นสร้างจิตสำนึกจากภายในองค์กรสู่การขยายผลลัพธ์เชิงบวกสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน
ตลอดระยะเวลากว่า 17 ปีที่ผ่านมา ช่อง 7HD ได้สานต่อภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ “7 สีปันรักให้โลก” อย่างต่อเนื่อง ทั้งการรณรงค์คัดแยกขยะ การลดใช้พลาสติก และการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ล่าสุดท่ามกลางวิกฤตการณ์พลังงานในปัจจุบัน

คุณพัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการ ได้นำคณะผู้บริหาร ผู้ประกาศข่าว และตัวแทนพนักงาน ร่วมประกาศเจตนารมณ์ลดใช้พลังงานอย่างจริงจังภายใต้โครงการ “7HD รวมพลังปรับ เพื่อโลกเปลี่ยน” โดยเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริง เช่น กิจกรรม “ปิดเพื่อเปลี่ยน” รณรงค์ปิดไฟและเครื่องปรับอากาศในช่วงพักเที่ยง หรือหลังเลิกงานในพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งาน รวมถึงการส่งเสริมให้ใช้บันไดแทนการใช้ลิฟต์ในระยะใกล้ เพื่อประหยัดพลังงานควบคู่ไปกับการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับบุคลากร

นับตั้งแต่เริ่มคิกออฟแคมเปญเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 จนถึงปัจจุบัน พลังความร่วมมือร่วมใจของชาวช่อง 7HD สามารถสร้างสถิติที่น่าภาคภูมิใจ โดยช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในองค์กรลงได้สูงถึง 18% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน

นอกจากการขับเคลื่อนภายในองค์กรแล้ว ช่อง 7HD ยังทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงส่งต่อพลังบวกสู่สังคม โดยล่าสุดได้ส่ง 2 นักแสดงดาวรุ่ง ภูมิ-เกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์ และ แอนน่า กลึคส์ เข้าร่วมกิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน ปี 2569″ (60+ Earth Hour 2026) กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม จัดขึ้น เพื่อเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศพร้อมใจกันปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 ระหว่างเวลา 20.30 – 21.30 น. เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดภาวะโลกร้อน
การปรับเปลี่ยนเล็ก ๆ ในวันนี้ คือพลังสำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้า ช่อง 7HD ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่มากกว่าการเป็นสื่อมวลชน แต่พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อโลกที่น่าอยู่ให้กับคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน

“อันดา-ลูกแก้ว” แรงไม่หยุด! คว้า BEST VIRAL GL COUPLE AWARD เวที GLOBAL EMPOWER AWARDS 2026 ตอกย้ำกระแสคู่จิ้นระดับอินเตอร์

กระแสแรงไม่แผ่วจริง ๆ สำหรับสองนักแสดงสาว “อันดา อนันตา เตียวิรัตน์” และ “ลูกแก้ว กมลลักษณ์ แสงทรัพย์สิน” คู่จิ้น GL สุดฮอตจากสังกัด STAR HUNTER ENTERTAINMENT ที่ล่าสุดสร้างความภาคภูมิใจให้แฟนคลับ  ด้วยการคว้ารางวัล BEST VIRAL GL COUPLE AWARD (สาขา คู่จิ้น GL สร้างกระแสยอดเยี่ยม) จากเวที GLOBAL EMPOWER AWARDS 2026 มาครองได้สำเร็จ 

ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศสุดคึกคัก เมื่อเหล่าแฟนคลับทั้งชาวไทยและแฟนอินเตอร์พากันมาร่วมให้กำลังใจอย่างล้นหลาม ส่งเสียงเชียร์สนั่นฮอลล์ ณ Calypso Theatre, Asiatique The Riverfront ตอกย้ำพลังความนิยมของสองสาวที่กำลัง มาแรงสุด ๆ ในโลกโซเชียล

สำหรับรางวัล BEST VIRAL GL COUPLE AWARD ถือเป็นเครื่องการันตีความปังของ “อันดา-ลูกแก้ว” ที่สามารถสร้างกระแสไวรัลและได้รับความรักจากแฟน ๆ อย่างกว้างขวาง ไม่เพียงในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมีแฟนคลับจากหลายประเทศทั่วโลกที่คอยติดตามและสนับสนุนผลงานอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จครั้งนี้ยังสะท้อนศักยภาพของ STAR HUNTER ENTERTAINMENT บริษัทผู้ผลิตคอนเทนต์บันเทิงครบวงจร ทั้งซีรีส์ ละคร เพลง รายการ คอนเสิร์ต และอีเวนต์ ที่มุ่งพัฒนาศิลปินนักแสดงคุณภาพเข้าสู่วงการ พร้อมผลักดันผลงานไทยให้โด่งดังในระดับสากล

เรียกได้ว่ารางวัลในครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำความฮอตของ “อันดา-ลูกแก้ว” เท่านั้น แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญ ที่พิสูจน์ว่า คู่จิ้น GL ไทยสามารถสร้างปรากฏการณ์ความนิยม และครองใจแฟน ๆ ทั่วโลกได้อย่างแท้จริง โดยในปีนี้ “อันดา-ลูกแก้ว” จะมีผลงานการแสดงเรื่องซีรีส์ใหม่ Remain The Series (สิ่งที่เหลืออยู่) ให้ติดตามชม เร็ว ๆ นี้

ANDALOOKKAEW GL AWARD

#GEA2026xADLK #TheViralHits #GlobalEmpowerAwards2026 #StarHunterEntertainment

ไดกิ้น จับมือ โฮมโปร เปิดตัว “เครื่องปรับอากาศรักษ์โลก” เครื่องแรกในไทย ยกระดับ Closed Loop Circular Product เปลี่ยนของเก่าสู่การอยู่อาศัยตอกย้ำบทบาทผู้นำความยั่งยืน

ไดกิ้น ผู้นำด้านระบบปรับอากาศระดับโลก และ โฮมโปร ผู้นำด้าน Home Solution & Living Experience ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าไทย เปิดตัว “เครื่องปรับอากาศรักษ์โลก” (Circular Air Conditioner) ครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้โมเดล Closed Loop Circular Product เปลี่ยนขยะจากโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่”
ของโฮมโปร เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค พร้อมวางจำหน่ายผ่านทุกช่องทางของโฮมโปรทั่วประเทศ สะท้อนบทบาทสององค์กรในการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ประสิทธิภาพการใช้งานและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

นายวรพงศ์ กียปัจจ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า  ไดกิ้นมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ความเย็นสบายที่สมบูรณ์แบบ ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อโลก ความร่วมมือกับโฮมโปรในครั้งนี้ คือการนำเทคโนโลยีวิศวกรรมขั้นสูงของไดกิ้นมาหลอมรวมกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศไทย โดยเรายังคงยึดมั่นใน DNA ของแบรนด์ ทั้งด้านความทนทานและการประหยัดพลังงานสูงสุด เพราะสำหรับเรา ความยั่งยืนไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นแกนหลักในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างแท้จริง ความร่วมมือนี้จึงตอกย้ำว่า “Perfecting the Air” ของไดกิ้น ไม่ได้หยุดอยู่แค่การส่งมอบอากาศที่ดีที่สุด แต่คือความยั่งยืนตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ถือเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยในวันนี้และการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคต

ด้าน นายอนิรุทธ์ จินดาดำรงวนิช ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า ไดกิ้นได้กำหนดวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม Environmental Vision 2050 โดยตั้งเป้าหมายมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งส่งเสริมการรีไซเคิลแบบหมุนเวียน (Horizontal Recycling) แม้เมื่อผลิตภัณฑ์สิ้นสุดอายุการใช้งานแล้วก็ตาม

สำหรับสินค้ารักษ์โลกจากความร่วมมือครั้งนี้ หรือ เครื่องปรับอากาศรุ่น MAX INVERTER STAR KC SERIES FTKC-ZV2S-5 เป็นนวัตกรรมที่มีสัดส่วนการนำพลาสติก PCR จากโครงการแลกเก่าเพื่อโลกใหม่มาเป็นส่วนประกอบของเครื่องปรับอากาศในสัดส่วนที่เหมาะสม พร้อมยังคงจุดเด่นด้านเทคโนโลยีการใช้งานที่ทันสมัยไว้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น AI Bills on Demand ฟีเจอร์อัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบและควบคุมการใช้พลังงาน ได้แบบเรียลไทม์ ส่งเสริมการใช้งานพลังงานอย่างยั่งยืน, DAIKIN Mobile Controller ช่วยให้ควบคุมการทำงานได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา, Streamer Technology ที่ช่วยฟอกอากาศสะอาดและยับยั้งสาเหตุภูมิแพ้รวมถึงเชื้อโรค และ Powerful Mode ที่ช่วยเร่งลมเย็นได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ หากพิจารณาจากปริมาณการใช้วัตถุดิบตลอดทั้งปี สามารถช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ได้มากถึง 2.27 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับการลดการใช้น้ำมันดิบในการผลิตพลาสติกใหม่ได้ประมาณ 4,538.52 ลิตร สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์เชิงรูปธรรมของการนำแนวคิด Circular Economy มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า

การเปิดตัวเครื่องปรับอากาศรักษ์โลก เครื่องแรกของไทย ยังถือเป็นการแสดงให้เห็นผู้บริโภครับรู้ว่าการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และสามารถส่งต่อไปถึงมือคนรักบ้านได้จริง โดยเฉพาะเมื่อมองผ่านบทบาทผู้นำด้าน Home Solution & Living Experience ของโฮมโปรที่เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคและมีช่องทางการจำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศ

ทางด้าน นายอาเทพ พันธุ์อุทัยวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า โฮมโปรมุ่งมั่นจะเป็นกลไกในการช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนได้ง่ายขึ้น ผ่านบทบาทการพัฒนา Closed Loop Circular Product ที่ดำเนินการภายใต้โครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” โดยนำสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าและวัสดุใช้แล้วจากแหล่งต่าง ๆ มาผ่านกระบวนการคัดแยกและผลิตเป็นเม็ดพลาสติก PCR (Post-Consumer Recycled Plastic) เพื่อนำไปสู่กระบวนการผลิตเป็นสินค้าใหม่อีกครั้ง ส่งผลให้ไดกิ้นกลายเป็นแอร์แบรนด์แรกในประเทศไทยที่นำเม็ดพลาสติก PCR มาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ ช่วยสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นอย่างครบวงจร และพิสูจน์ให้เห็นว่าการดำเนินธุรกิจสามารถเดินหน้าไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม

“ความร่วมมือกับ ไดกิ้น ในครั้งนี้ จึงเป็นความสำเร็จอีกขั้นของการพัฒนา Post-Consumer Recycled Products หรือสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของโฮมโปร ที่บริษัททำหน้าที่จัดหาผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์, ออกแบบบรรจุภัณฑ์ รวมถึงคำนวณอัตราส่วนการใช้เม็ดพลาสติก PCR โดยได้รับการสนับสนุนด้านวิศวกรรมจากผู้เชี่ยวชาญด้านระบบปรับอากาศอย่างไดกิ้น ในการออกแบบและช่วยคำนวณสัดส่วนการใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ได้เครื่องปรับอากาศรักษ์โลก ที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดตามมาตรฐานสากล”

“โฮมโปรและไดกิ้นกำลังเปลี่ยนแนวคิด Circular Economy ขยับจากเรื่องที่ดูไกลตัวให้กลายเป็นทางเลือกใหม่ของการใช้ชีวิตในบ้านที่ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมได้โดยตรง”

สำหรับผู้ที่สนใจ “เครื่องปรับอากาศรักษ์โลก” สามารถสัมผัสได้แล้วที่ โฮมโปรทุกสาขาทั่วประเทศ และโฮมโปรออนไลน์ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.homepro.co.th หรือโทร Call Center หมายเลข 1284

โฮมโปร จับมือ ไดกิ้น เปิดตัว “เครื่องปรับอากาศรักษ์โลก” เครื่องแรกในไทย ยกระดับ Closed-Loop Circular Products เปลี่ยนของเก่าสู่การอยู่อาศัย ตอกย้ำบทบาทผู้นำความยั่งยืน

โฮมโปร ตอกย้ำบทบาทผู้นำสินค้าและบริการเรื่องบ้าน Total Home Solution & Living Experience
และ ไดกิ้น ผู้นำด้านระบบปรับอากาศระดับโลก ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าไทย เปิดตัว “เครื่องปรับอากาศรักษ์โลก” (Circular Air Conditioner) ครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด Closed-Loop Circular Products เปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าและวัสดุที่ไม่ใช้แล้วจากโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ของโฮมโปร เป็น “สินค้ารักษ์โลกจากวัสดุหมุนเวียน หรือ Circular Products” พร้อมวางจำหน่ายผ่านโฮมโปรทุกสาขาทั่วประเทศ สะท้อนบทบาท 2 องค์กรขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ประสิทธิภาพการใช้งานและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน 

นายอาเทพ พันธุ์อุทัยวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานจัดซื้อ Home Electric บริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า “โฮมโปรมุ่งมั่นขับเคลื่อน Sustainable Living ให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน โดยเชื่อว่าบทบาทผู้ค้าปลีกยุคใหม่ต้องเป็นมากกว่าช่องทางจำหน่ายสินค้า แต่ต้องเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงทางเลือกที่ยั่งยืนได้ง่ายขึ้น โครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างระบบ Closed-Loop Circular Products โดยนำเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าและวัสดุที่ไม่ใช้แล้วจากบ้านลูกค้า เข้าสู่กระบวนรีไซเคิล เป็นเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง PCR (Post-Consumer Recycled Plastic) และนำกลับมาผลิตเป็นสินค้าใหม่อีกครั้ง ทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างครบวงจร

ความร่วมมือกับไดกิ้นในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนา “เครื่องปรับอากาศรักษ์โลก” ภายใต้บทบาทของโฮมโปร ตั้งแต่การกำหนดแนวคิดสินค้ารักษ์โลก ไปจนถึงการแนะนำสัดส่วนการใช้เม็ดพลาสติก PCR โดยได้รับการสนับสนุนด้านวิศวกรรมจากผู้เชี่ยวชาญด้านระบบปรับอากาศอย่างไดกิ้น เพื่อให้ได้เครื่องปรับอากาศรักษ์โลก ที่มีความปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพสูงสุดตามมาตรฐานสากล”

ด้าน นายวรพงศ์ กียปัจจ์กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า ไดกิ้นมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ความเย็นสบายที่สมบูรณ์แบบ ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อโลก ความร่วมมือกับโฮมโปรในครั้งนี้ คือการนำเทคโนโลยีวิศวกรรมขั้นสูงของไดกิ้นมาหลอมรวมกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศไทย โดยเรายังคงยึดมั่นใน DNA ของแบรนด์ ทั้งด้านความทนทานและการประหยัดพลังงานสูงสุด เพราะสำหรับเรา ความยั่งยืนไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นแกนหลักในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างแท้จริง ความร่วมมือนี้จึงตอกย้ำว่า “Perfecting the Air” ของไดกิ้น ไม่ได้หยุดอยู่แค่การส่งมอบอากาศที่ดีที่สุด แต่คือความยั่งยืนตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ถือเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยในวันนี้และการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคต 

ทางด้าน นายอนิรุทธ์ จินดาดำรงวนิช ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ไดกิ้น
อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า ไดกิ้นได้กำหนดวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม Environmental Vision 2050 โดยตั้งเป้าหมายมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งส่งเสริมการรีไซเคิลแบบหมุนเวียน (Horizontal Recycling) แม้เมื่อผลิตภัณฑ์สิ้นสุดอายุการใช้งานแล้วก็ตาม 

สำหรับสินค้ารักษ์โลกจากความร่วมมือครั้งนี้ หรือ เครื่องปรับอากาศรักษ์โลก รุ่น MAX INVERTER STAR KC SERIES FTKC-ZV2S-5 เป็นนวัตกรรมที่มีสัดส่วนการนำพลาสติก PCR จากโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” มาเป็นส่วนประกอบของเครื่องปรับอากาศในสัดส่วนที่เหมาะสม พร้อมยังคงจุดเด่นด้านเทคโนโลยีการใช้งานที่ทันสมัยไว้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น AI Bills on Demand ฟีเจอร์อัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบและควบคุมการใช้พลังงาน ได้แบบเรียลไทม์ ส่งเสริมการใช้งานพลังงานอย่างยั่งยืน, DAIKIN Mobile Controller ช่วยให้ควบคุมการทำงานได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา, Streamer Technology ที่ช่วยฟอกอากาศสะอาดและยับยั้งสาเหตุภูมิแพ้รวมถึงเชื้อโรค และ  Powerful Mode ที่ช่วยเร่งลมเย็นได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ หากพิจารณาจากปริมาณการใช้วัตถุดิบตลอดทั้งปี สามารถช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ได้มากถึง 2.27 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับการลดการใช้น้ำมันดิบในการผลิตพลาสติกใหม่ได้ประมาณ 4,538.52 ลิตร สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์เชิงรูปธรรมของการนำแนวคิด Circular Economy มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า

การเปิดตัวเครื่องปรับอากาศรักษ์โลกเครื่องแรกของไทยครั้งนี้ เป็นการแสดงให้ผู้บริโภครับรู้ว่าการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน (Sustainable Living) เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ พร้อมสามารถส่งต่อไปถึงมือคนรักบ้านได้จริง และเป็นการตอกย้ำบทบาทของโฮมโปร เพื่อผลักดันแนวคิดให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย

“โฮมโปรและไดกิ้นกำลังเปลี่ยนแนวคิด Circular Economy ขยับจากเรื่องที่ดูไกลตัวให้กลายเป็นทางเลือกใหม่ของการใช้ชีวิตในบ้านที่ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมได้โดยตรง” คุณอาเทพ กล่าว 

สำหรับผู้ที่สนใจ “เครื่องปรับอากาศรักษ์โลก” สามารถสัมผัสได้แล้วที่ โฮมโปรทุกสาขาทั่วประเทศ และโฮมโปรออนไลน์ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2569 เป็นต้นไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.homepro.co.th หรือโทร Call Center หมายเลข 1284

#สินค้ารักษ์โลกจากวัสดุหมุนเวียน #สินค้ารักษ์โลก #CircularProducts #CircularEconomy #HomeProCircularProducts

#ร่วมรักษ์โลกไปกับโฮมโปร #โฮมโปร #HomePro #BetterLiving #Homepropr #DAIKIN #DAIKINThailand #HomePro#Sustainability

“ไวไว” ฉลองครบรอบ 54 ปี “ทุกวัยมีไวไว” เปิดวิสัยทัศน์แบรนด์ พร้อมส่ง “WaiWai WOW” 3 รสชาติใหม่เดินเกมท้าชนคู่แข่ง เขย่าตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

นายวีระ นภาพฤกษ์ชาติ (กลาง)กรรมการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย นายยศสรัล แต้มคงคา (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย ฉลองเส้นทางกว่า 54 ปี ภายใต้แนวคิด “ทุกวัยมีไวไว” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการเติบโตของแบรนด์ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนกลายเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่กับทุกครอบครัวมาอย่างยาวนาน โดยภายในงานมีการเปิดตัว “WaiWai WOW” 3 รสชาติใหม่ ได้แก่ กระดูกหมูพริกไทยดำ, หมูผัดยี่หร่า และไก่กรอบซอสเผ็ด เดินเกมการแข่งขันในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขยายพอร์ตสินค้าเจาะตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพรีเมียม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยมี นายสุทธิพงศ์ พร้อมพงศ์ศรี (ที่ 2 จากขวา) รองผู้อำนวนการฝ่ายการคลังสินค้า, นายธีรเมธ เลาวานันท์พันธ์ (ที่ 3 จากขวา) รองผู้อำนวนการฝ่ายขายส่วนกลาง, นายเจ จวง ผู้จัดการฝ่ายขายต่างประเทศ (ที่ 2 จากซ้าย) , นางสาวณิชรัตน์ ชำนาญกิจ (ที่ 1 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาด และ นายธนปกรณ์ วูวงศ์ (ที่ 1 จากขวา) ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริหารผลิตภัณฑ์ บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย ร่วมงานด้วย ณ Gaysorn Urban Resort เมื่อเร็วๆ นี้

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ :

Facebook: https://www.facebook.com/waiwaithaipreservefood

Youtube : www.youtube.com/@WAIWAITHAI
Line: https://linevoom.line.me/user/_dfboT6q1cnjjJ5wCl9UrWuadcNEQmNnqWL32G8g
Tiktok : https://www.tiktok.com/@waiwainooddle

ภาพยนตร์ “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” เปิดตัวเดือด เนรมิตงานแต่งเลือดสาด พาเจ้าสาวสายโหด ฉลองใหญ่ใจกลางกรุง ก่อนฉายจริง 26 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

สร้างความระทึกรับซัมเมอร์ เมื่อภาพยนตร์ภาคต่อที่หลายคนรอคอย “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” จัดงาน Thailand Gala Premiere  เนรมิตพื้นที่ SF World Cinema เซ็นทรัลเวิลด์ ให้กลายเป็นงานแต่งงานโชกเลือด ที่สวยปนสยอง พร้อมพาเจ้าสาวและน้องสาว มาชวนทุกคนเข้าสู่เกมล่าชีวิตครั้งใหม่ ที่จะพาทุกอย่างไปไกลกว่าเดิม คลั่งยิ่งกว่า เสิร์ฟความมันส์ในสไตล์ดาร์กคอเมดี้ ที่ทั้งสะเทือนใจ น่าสะพรึง และขำไปในฉากหลอน ก่อนฉายจริงในโรงภาพยนตร์ 26 มีนาคมนี้

งานนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ในธีมงานแต่งงาน ทว่าทันทีที่ก้าวเข้าสู่ภายในงานก็ทำเอาแขกเหรื่อและสื่อมวลชนต่างแปลกใจ เพราะงานแต่งนี้ไม่ได้หวานละมุนชวนฝันเหมือนงานแต่งงานทั่วไป แต่เป็นงานแต่งงานโชกเลือด ที่ทั้งโหด ทั้งคลั่ง ให้ความรู้สึกสยดสยองด้วยกราฟิกสีเลือดที่กระจายอยู่ทั่วทั้งพื้นที่ เสริมด้วยเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ มอบประสบการณ์แบบ Immersive ให้ผู้ร่วมงานรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเกมล่าชีวิตเจ้าสาวในคฤหาสน์สุดหรูจริง

ไฮไลต์ของงานคือการเปิดตัวเจ้าสาว ซึ่งได้นางแบบสุดฮอต “ซาบีน่า ไมซิงเกอร์” มาสวมลุคสุดไอคอนิกเป็น “Grace” เจ้าสาวเลือดสาด คาแรกเตอร์ที่แฟน ๆ จดจำได้เป็นอย่างดี โดยงานนี้เธอไม่ได้มาพร้อมเจ้าบ่าว แต่ควงคู่มากับ “แจน – พลอยชมพู ศุภทรัพย์” ที่มาในลุคของ “Faith” น้องสาวต่างแม่ของ Grace ตัวละครใหม่ที่เข้ามาเพิ่มมิติความเข้มข้นให้กับเรื่องราว ก่อนที่ทั้งสองจะร่วมพูดคุยถึงความประทับใจจากภาพยนตร์ภาคแรก พร้อมเผยความน่าติดตามของภาคต่อที่ยกระดับทั้งความโหด ความเดือด และความคลั่งแบบจัดเต็ม ซึ่งทั้งคู่ต่างยืนยันว่า “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” จะทำให้ผู้ชมนั่งไม่ติดเก้าอี้อย่างแน่นอน

ภายในงานยังมีกิจกรรมสนุก ๆ อย่าง Photo Booth ในธีม “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เป็นส่วนหนึ่งของเกมล่าชีวิต ด้วยการเก็บภาพโมเมนต์สุดระทึกในสไตล์เจ้าสาวเลือดสาด โดยแฟน ๆ ที่อยากเก็บภาพความประทับใจในธีมพิเศษนี้ สามารถนำบัตรชมภาพยนตร์เรื่อง “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” รับสิทธิ์ถ่ายภาพในตู้ถ่ายรูปธีม Ready or Not 2 ได้ฟรี! ที่ SF World Cinema เซ็นทรัลเวิลด์ บัตรชมภาพยนตร์ 1 ที่นั่ง รับสิทธิ์ถ่ายภาพได้ 1 ครั้ง ตั้งแต่วันนี้ – 29 มีนาคม 2569

นอกจากนี้อีกหนึ่งความพิเศษคือการจัดฉายรอบสื่อมวลชน ที่ได้รับเสียงตอบรับในเชิงบวกจากนักวิจารณ์และสื่อที่มาร่วมงาน โดยหลายเสียงชื่นชมว่า ภาคนี้ขยายจักรวาลของ Ready or Not ได้อย่างบ้าคลั่งและสนุกยิ่งกว่าเดิม พร้อมยกให้เป็นภาคต่อที่ทั้งโหด ทั้งมัน และเต็มไปด้วยพลังของความตลกร้ายในแบบที่แฟน ๆ รัก สมกับความตั้งใจของผู้กำกับ Matt Bettinelli-Olpin และ Tyler Gillett ที่ออกแบบเรื่องราวให้เป็นดาร์กคอเมดี้ซึ่งคาดเดาไม่ได้ ด้วยความเชื่อที่ว่า “ความสามารถในการหัวเราะท่ามกลางสถานการณ์น่ากลัวคือความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง คุณไม่มีวันรู้ว่าฉากหนึ่งจะพาคุณไปที่ใด อาจสะเทือนใจ อาจน่าสะพรึง หรืออาจขบขัน และช่วงเวลาที่เราชื่นชอบที่สุดก็คือ เมื่อทั้งสามอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน” Bettinelli-Olpin กล่าว 

สำหรับ “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญภาคต่อจาก Searchlight Pictures ที่ขยายสเกลความโหดแบบจัดเต็ม เมื่อ Grace เจ้าสาวผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจากภาคแรก ไม่ได้หนีจากการไล่ล่าเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เธอต้องก้าวเข้าสู่ด่านใหม่ที่เดิมพันด้วยอำนาจสูงสุดของโลก และยังต้องจับมือกับน้องสาว Faith เพื่อเอาชีวิตรอดและชิงตำแหน่งสูงสุดแห่งสภาลับ ท่ามกลางการตามล่าจาก 4 ตระกูลคู่แข่งที่พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อครองบัลลังก์แห่งอำนาจ

“Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” เป็นการกลับมาของ Samara Weaving ในบท Grace เจ้าสาวเลือดสาด พร้อมทีมผู้สร้างจากภาคแรก ทั้งคู่หูผู้กำกับ Matt Bettinelli-Olpin และ Tyler Gillett ที่เคยฝากผลงานสุดระทึกไว้ใน Ready or Not, Scream VI และ Abigail อีกทั้งยังได้บทภาพยนตร์จาก Guy Busick และ R. Christopher Murphy ที่กลับมาร่วมกันขยายโลกของ Ready or Not ให้กว้างขึ้นและเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม เสริมทัพด้วยทีมนักแสดงมากฝีมือ ไม่ว่าจะเป็น Kathryn Newton (Ant-Man and the Wasp: Quantumania, Abigail), Sarah Michelle Gellar (Cruel Intentions, I Know What You Did Last Summer, Buffy the Vampire Slayer), Shawn Hatosy (The Pitt) และ Elijah Wood (The Monkey) ร่วมด้วย Néstor Carbonell, Kevin Durand และ David Cronenberg ที่จะเข้ามาเติมเต็มเกมล่าชีวิตครั้งใหม่ให้ทวีความดุเดือดยิ่งขึ้น

เตรียมตัวให้พร้อม ซื้อตั๋วล่วงหน้าวันนี้ แล้วไปพบกับความโหด มันส์ สะใจ ใน “Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2” ภาพยนตร์ไล่เชือดตัวแม่ที่ทั่วโลกรอคอย เข้าฉายจริง 26 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

โซเชียลมีเดีย:
X: @20thCenturyTH
Instagram: @20thCenturyStudiosTH
Facebook: @20thCenturyStudiosTH
Youtube: @20thCenturyStudiosTH
Hashtag: #ReadyOrNot2TH #เกมพร้อมตาย2

“เซน Paper Planes” โชว์ฟิต!! ลงแข่ง HYROX ครั้งแรก จบเวลา 1:48 ชั่วโมง แฟนๆ แห่แซว หล่อแล้วยังแกร่งอีก!

เรียกว่าทำเอาโซเชียลสะเทือนอีกแล้ว เมื่อ “เซน” หนึ่งในสมาชิกวง Paper Planes ไม่ได้มาแค่ลุคเท่บนเวที แต่ล่าสุดขอพลิกบทบาทมาโชว์ความฟิต ลงสนามแข่ง HYROX (ไฮร็อกซ์) กีฬาฟิตเนสระดับโลกที่กำลังมาแรง ซึ่งเป็นการแข่งขันที่รวมทั้งการวิ่ง (Running) และการฝึกความแข็งแรงแบบ Functional Training ไว้ในสนามเดียว

งานนี้บอกเลยว่าไม่ใช่แค่ลงเล่นขำ ๆ เพราะเซนจัดเต็มทั้งร่างกายและความอึด ก่อนจะทำสถิติจบเกมใน 1 ชั่วโมง 48 นาที แบบขาโหด เรียกได้ว่าเป็นหนุ่มนักดนตรีที่ขยับสเต็ปเป็นสายสตรองเต็มตัว

งานนี้ใครอยากส่องไลฟ์สไตล์สายแกร่งของ “เซน” แบบใกล้ชิด ก็ไปตามต่อกันได้ที่ IG: soensenn เพราะช่วงนี้ Paper Planes ก็กำลังซุ่มทำอัลบั้มใหม่อยู่เงียบ ๆ บอกเลยว่า…ของดีแน่นอน ฟิตหูรอกันให้ดี!!

PaperPlanes #เซนPaperPlanes #HYROXTHAILAND2026

“เก้า สุภัสสรา” เตรียมชวนแฟนคลับ ฉลองวันเกิดสุดอบอุ่นในงาน “Kao Supassara Birthday Fanmeeting 2026″

เตรียมพบกับโมเมนต์สุดพิเศษที่แฟนคลับรอคอย ของนักแสดงมากความสามารถ “เก้า สุภัสสรา ธนชาต” ประกาศจัดงานแฟนมีตติ้ง ฉลองวันเกิดในปี 2026 ภายใต้ชื่องาน Kao Supassara Birthday Fanmeeting 2026” ที่มาในคอนเซ็ปต์ “Still Me Growing With You” เพื่อแทนคำขอบคุณแฟนๆที่สนับสนุนกันมาอย่างยาวนาน ในวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2569 ณ SF World Cinema, Central World ชั้น 9 (โรงภาพยนตร์ ที่ 15)

ความตั้งใจของเก้าในการจัดงานครั้งนี้ คือ การมอบความสุข และสิ่งดีๆ ให้กับแฟนคลับทุกคนที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอด แฟนมีตครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเติบโตไปด้วยกัน ในบรรยากาศที่อบอุ่น และโชว์พิเศษที่จะได้ชมอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความทรงจำที่มีค่าร่วมกับแฟนๆ ที่เตรียมมาเพื่อคนรักเก้าโดยเฉพาะ

“เก้าอยากให้งานนี้เป็นพื้นที่ ที่ทุกคนได้เห็นตัวตนของเก้าจริงๆ และเพื่อเป็นการขอบคุณแฟนๆ ที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอด แล้วเตรียมมาพบกัน ในวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคมนี้ ติดตามการขายบัตรเร็วๆนี้ อยากส่งต่อพลังงานดีๆให้ทุกคน เจอกันนะคะ”

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดโอกาสร่วมสร้างความทรงจำสุดพิเศษในวันเกิดปีนี้ของ เก้า สุภัสสรา” อย่าลืมตั้งนาฬิกาปลุกเตรียมกดบัตรกันให้ทัน เริ่มจำหน่ายบัตรใน วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569  ช่องทางการจัดจำหน่าย เคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขา (เริ่ม 09:00 น.) และ ทางเว็บไซต์ www.allticket.com (เริ่ม 10:00 น.)  ราคาบัตร: 3,500 บาท / 2,500 บาท / 1,500 บาท

ติดตามความเคลื่อนไหวและสอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ VelCurve Studio ทุกช่องทาง

#Supassra_sp #KaoSupassaraBirthdayFanmeeting2026 #VelCurveStudio