แชมป์ (ในใจ) คนไทยทุกคน! “MILLI (มิลลิ)” คว้าอันดับ 4 รายการ Show Me The Money 12 แม้จะไม่ได้คว้าแชมป์ Show Me The Money ซีซัน 12 แต่ “MILLI (มิลลิ)” ก็คว้าแชมป์ในใจคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง!

รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Show Me The Money ซีซัน 12 ซึ่งแรปเปอร์สาวชาวไทยจากค่าย YUPP! อย่าง MILLI ก็สร้างประวัติศาสตร์ เป็นแรปเปอร์ต่างชาติคนแรกที่ทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ และเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา (2 เมษายน 2569) เธอก็คว้าอันดับ 1 สำหรับ Global Vote หลังจากนั้นโชว์ในรอบไฟนอลของเธอก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แฟนๆ ในห้องส่งและทีมหน้าจอได้ตกตะลึงกันอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นท่อนแร็ปสุดดุเดือด มากับคอนเซ็ปต์ “MSG” นั่นก็คือ Money Stage Glory และ Master Still Growing การใส่ดนตรีสามช่าแบบไทยสไตล์สุดครื้นเครงลงไปในบีต ให้ได้เซิ้งให้ได้แดนซ์กันแบบยับๆ ได้ Omega Sapien แรปเปอร์หนุ่มสุดซ่าชาวเกาหลีใต้มาร่วมสเตจ แถมยังมาพร้อมคอสตูม “เชฟมิลลิ” ที่ขอเสิร์ฟรสชาติใหม่ในการแร็ปแบบสุดขั้วให้ทุกคนได้ทึ่งแบบอ้าปากค้าง!

ทว่าท้ายที่สุด เมื่อรวมคะแนนจากการโหวตทุกช่องทาง MILLI คว้าอันดับที่ 4 Show Me The Money ซีซัน 12 ไปครองอย่างน่าภาคภูมิใจ

และ MILLI ยังไม่หยุดอยู่แค่ที่เกาหลีใต้ รอเซอร์ไพรส์ต่อไปจากแรปเปอร์สาวคนนี้… เร็วๆ นี้

#SMTM12

#MILLIonSMTM12

#เชียร์นวยสุดใจคนไทยไม่ทิ้งกัน

ไทยเร่งเครื่องสู่อุตสาหกรรมยานยนต์อนาคต เปิดเวที “Future Mobility Thailand 2026 และ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026” เชื่อมโลกธุรกิจ–เทคโนโลยี ดันประเทศสู่ Technology-Driven Hub

กรุงเทพมหานคร – ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยการประกาศจัดงาน Future Mobility Thailand 2026 (FMT 2026) ร่วมกับ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 เวทีแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่อนาคต ผ่านการผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจในห่วงโซ่อุตสาหกรรมครบวงจร

งานแถลงข่าว “Future Mobility Thailand 2026 TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026” โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) และ Informa Markets พร้อมพันธมิตรจากทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในยุค Future Mobility

ด้าน นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ไปสู่เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ขณะที่ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตยานยนต์อันดับ 10 ของโลก จำเป็นต้องพัฒนาอุตสาหกรรมในรูปแบบ Multiple Track ควบคู่กัน ทั้งการรักษาฐานการผลิตเครื่องยนต์สันดาป และการเร่งขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้นโยบาย 30:30 “Future Mobility Thailand 2026 จะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับพันธมิตรจากทั่วโลก อาทิ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เยอรมนี และเกาหลี เพื่อสนับสนุนการ Transform อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทยสู่อนาคตอย่างเป็นรูปธรรม” นายสมพลกล่าว

ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เผยภาพรวมนโยบายและโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า ว่ากำลังเผชิญ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ในการก้าวสู่ยุคยานยนต์แห่งอนาคต โดยมีแรงขับจาก การแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์มีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้แต่ละภาคส่วน ต้องปรับเปลี่ยนและเร่งพัฒนาให้สอดรับกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมรับมือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งกระทบต่อโครงสร้างการผลิตต่อจุดคุ้มทุนในปัจจุบันต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน การที่ยานยนต์สมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญแก่ระบบอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ได้กลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการพลิกโฉมระบบนิเวศทางอุตสาหกรรม นอกจากเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อีกด้านหนึ่งเราจำเป็นต้องเร่งสร้างทักษะแรงงานใหม่เพื่อรองรับนวัตกรรมดังกล่าว จุดเปลี่ยนเหล่านี้ตอกย้ำว่า ประเทศไทยต้องบูรณาการความร่วมมือ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตแบบเดิม สู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยนโยบายและทิศทางที่อยู่ภายใต้กรอบของความยั่งยืน
นอกจากนี้ ดร.เกรียงศักดิ์ ยังชี้ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของความเป็นผู้นำในการบูรณาการความร่วมมือเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทยในระดับภูมิภาค ท่ามกลางยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม ทุกภาคส่วนต้องเริ่มต้นจากการสร้างจุดแข็งภายในองค์กร อาทิความคล่องตัวที่พร้อมปรับเปลี่ยนและปรับตัวต่อทุกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนานวัตกรรม ให้เกิดขึ้นจริงในภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการยกระดับการบริหารจัดการต้นทุนและทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
เมื่อองค์กรมีความแข็งแกร่งจากภายในแล้ว ภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องทลายกรอบการทำงานแบบเดิม สู่ การสร้างเครือข่ายพันธมิตร โดยร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ร่วมกันตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมไทยสามารถก้าวทันเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และตอกย้ำศักยภาพการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์และนวัตกรรมขับเคลื่อนของภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน

นางอนุษฐา เชาว์วิศิษฐ เลขาธิการสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยต้องการขยายสู่ตลาดใหม่ในระดับภูมิภาคและระดับโลก ควบคู่ไปกับการสร้างพันธมิตรด้านเทคโนโลยี เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน การเข้าถึงผู้ซื้อโดยตรง และการพัฒนามาตรฐานสู่ระดับสากล ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเดินหน้าภายใต้วิสัยทัศน์ Thailand Automotive Industry Vision 2030 ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบนิเวศอุตสาหกรรม ตั้งแต่ผู้ผลิตไปจนถึงซัพพลายเชน งาน“Future Mobility Thailand จะเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับพันธมิตรระดับโลก สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผู้จัดงาน TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 เปิดเผยมุมมองเชิงกลยุทธ์ต่ออุตสาหกรรมยางรถยนต์และตลาดอาฟเตอร์มาร์เก็ตยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยชี้ให้เห็นว่า”อาเซียนกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในโลก จากปัจจัยสนับสนุนทั้งการเพิ่มขึ้นของจำนวนยานพาหนะ การขยายตัวของเครือข่ายโลจิสติกส์ และจำนวนรถยนต์ใช้งานระยะยาว (aging fleet) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการสินค้าและบริการด้านอะไหล่ การบำรุงรักษา และโซลูชัน MRO เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ Mr.Alwin Seow (นายอัลวิน เซียว) รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ – เอเชียและสิงค์โปร์ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ กล่าวว่า “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ได้เป็นเพียงตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ยังกำลังก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และอะไหล่ทดแทนระดับโลก ด้วยแรงหนุนจากการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป”
การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วทั้งภูมิภาคยังเป็นตัวเร่งสำคัญที่ผลักดันนวัตกรรมในอุตสาหกรรมยาง ตั้งแต่การออกแบบและสมรรถนะ ไปจนถึงความต้องการด้านการบำรุงรักษารูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังผลักดันให้ผู้ผลิตต้องพัฒนาเทคโนโลยีของตนอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดยุคใหม่
ขณะเดียวกัน โครงสร้างพื้นฐานด้านบริการหลังการขายกำลังขยายตัวเพื่อรองรับจำนวนยานยนต์ที่เพิ่มขึ้นและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น การเปิดตัว AutoMROtive 2026 มาในจังหวะที่สำคัญยิ่ง โดยมุ่งเติมเต็มช่องว่างสำคัญในระบบนิเวศด้านการบำรุงรักษา ซ่อมแซม และดำเนินงาน (MRO) ของตลาดอะไหล่ทดแทนยานยนต์ในภูมิภาค
ในส่วนของการเลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน TyreXpo Asia Bangkok และ AutoMROtive นั้น อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ได้เน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ระดับภูมิภาค พร้อมระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ผลิต OEM ผู้ผลิตชิ้นส่วน และห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการสนับสนุนที่เข้มแข็งและสม่ำเสมอจากหน่วยงานภาครัฐและสมาคมอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังทำหน้าที่เป็นประตูยุทธศาสตร์สู่กลุ่มตลาด CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม รวมถึงภูมิภาคอาเซียนในวงกว้าง ด้วยทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม โครงสร้างพื้นฐาน และศักยภาพด้านโลจิสติกส์ที่รองรับการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาค
“ประเทศไทยมีทุกองค์ประกอบที่เหมาะสม ทั้งความลึกของอุตสาหกรรม ทำเลยุทธศาสตร์ และศักยภาพการเติบโต ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดงาน TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026” นายอัลวิน เซียว กล่าว
การจัดงาน TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive ควบคู่กับ Future Mobility Thailand สะท้อนวิสัยทัศน์ของ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ในการก้าวข้ามบทบาทของผู้จัดงานแสดงสินค้าแบบดั้งเดิม สู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มอุตสาหกรรม ที่เชื่อมโยงผู้เล่นทุกรายตลอดห่วงโซ่คุณค่าภายใต้ระบบนิเวศเดียวที่บูรณาการเข้าด้วยกัน
“เราไม่ได้มองตัวเองแค่ในฐานะผู้จัดงาน แต่เรากำลังสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงระบบนิเวศอุตสาหกรรมทั้งหมด ตั้งแต่ยางและชิ้นส่วนยานยนต์ ไปจนถึงบริการ MRO และเทคโนโลยีการเดินทางแห่งอนาคต เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้พบปะ สร้างเครือข่าย และขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายอัลวิน เซียว กล่าวเพิ่มเติม
การบรรจบกันของธุรกิจยาง MRO ยานยนต์ และเทคตโนโลยีเพื่อการเดินทางสมัยใหม่ จะไม่เพียงสร้างการเชื่อมโยงข้ามอุตสาหกรรมที่มีความหมาย แต่ยังยกระดับคุณค่าที่มอบให้แก่ทั้งผู้แสดงสินค้าและผู้เข้าชม ผ่านโอกาสทางธุรกิจใหม่ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเข้าถึงนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์

ภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากบริษัทชั้นนำระดับโลก เข้าร่วมกิจกรรม Business Matching รับฟังการประชุมสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญ และร่วมกิจกรรมเครือข่ายที่ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่ชิ้นส่วน OEM อะไหล่ทดแทน ยาง และเทคโนโลยีและบริการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงระบบออโตเมชัน หุ่นยนต์ และโซลูชันการเดินทางขั้นสูง
ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้สนใจทุกท่านได้รับเชิญเข้าร่วมงานและลงทะเบียนรับบัตรเข้างานฟรี สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.futuremobilitythailand.com // www.tyrexpoasia.com // www.automrotive.com

เอส แอนด์ พี พัฒนาเมนู “ข้าวแช่” เสิร์ฟคลายร้อนแล้ววันนี้

เอส แอนด์ พี พัฒนาเมนู “ข้าวแช่” ที่จำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2531 ให้ตอบโจทย์สุขภาพและความยั่งยืน โดยเน้นคุณค่าทางโภชนาการและใช้วัตถุดิบคุณภาพจากชุมชน เช่น กะปิคลองโคน เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังใช้บรรจุภัณฑ์ Bio-Corn ที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม “ข้าวแช่” เอส แอนด์ พี จึงเป็นเมนูที่สะท้อนการพัฒนาอาหารไทยเพื่ออนาคต ทั้งด้านสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม วางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้- 31 พฤษภาคม

ปังระดับโลก!! “สลักรักในแสงจันทร์” Love in The Moonlight และ “พีค ภีมพล” คว้า 2 รางวัล จากงานประกาศรางวัล HUB Awards 2025 เวทีที่ใหญ่ที่สุดของวงการ BL & GL ในประเทศบราซิล – ภูมิภาคตะวันออก

ประสบความสำเร็จปังไกลระดับโลก กับคอนเทนต์คุณภาพของ One31 ที่ล่าสุด คว้า 2 รางวัล ในงานประกาศรางวัล HUB Awards 2025  เป็นงานประกาศรางวัลที่ใหญ่ที่สุด ที่จัดขึ้นเพื่อ คอนเทนต์ BL (Boys Love) และ GL (Girls Love) นอกทวีปเอเชีย โดยละคร “สลักรักในแสงจันทร์”Love in the Moonlight ที่นำแสดงโดย เพิร์ล-ศัจกร ฉลาด และพีค-ภีมพล พาณิชย์ธำรงกำกับการแสดงโดย ผอูน จันทรศิริ  ได้รับรางวัลในสาขา BEST PERIOD OR HISTORICAL SERIES (ซีรีส์ย้อนยุคหรือซีรีส์อิงประวัติศาสตร์ยอดเยี่ยม) จากการโหวตของแฟนคลับ BL และ GL ทั่วโลก  โดยในงานนี้ มีจำนวนการโหวตทั่วโลกมากถึง 80 ล้านโหวต และมีแฟนๆ ที่ร่วมโหวตมากถึง 140,000 คนจากทุกมุมโลก  นอกจากนี้นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ  พีค-ภีมพล พาณิชย์ธำรง ยังได้รับรางวัล BEST PERFORMANCE : ACTOR (นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม) จากการตัดสินโดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  จากบทบาทของ เจ้าแสนแก้ว  ในละคร  “สลักรักในแสงจันทร์”Love in the Moonlight  จนชนะใจกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้วยฝีไม้ลายมือที่ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างลึกซึ้ง จนแฟนๆ ทั่วโลกต่างยอมรับ  

งานประกาศรางวัล HUB Awards 2025 ครั้งที่ 5  จัดขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อยกย่อง เฉลิมฉลอง และส่งเสริมผลงาน ศิลปิน และผู้เชี่ยวชาญที่ขับเคลื่อนตลาดโลกที่เติบโตอย่างต่อเนื่องนี้ HUB Awards              เป็นโครงการริเริ่มโดย HUB – Y Media Group  และได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ต่างๆ เช่น  BoysLove Hub และ GirlsLove Hub  เพื่อให้ผลงานที่เคยถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มเฉพาะ  ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติมากขึ้น รางวัลนี้เชื่อมโยงแฟนๆ ผู้สร้างสรรค์ และอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างตลาดตะวันตกและตลาดเอเชีย

นับเป็นรางวัลที่สะท้อนให้เห็นถึงความนิยม และคุณภาพของผลงานที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก  สร้างความภาคภูมิใจให้กับช่องone31 อีกครั้ง  ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้นักแสดง และทีมงานผู้สร้างสรรค์มุ่งมั่นที่จะพัฒนาคอนเทนต์ที่หลากหลาย และต่อยอดไปสู่ตลาดต่างประเทศต่อไป

ปิยภูมิ ปักธง “Advance Design” พลิกเกมอัญมณีไทยสู่ตลาดโลกยกระดับ Soft Power ฝีมือคนไทย สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจไทย

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทั้งสงคราม ภาวะเงินเฟ้อ และราคาโลหะมีค่าที่ปรับตัวสูงขึ้น บริษัท ปิยภูมิอัญมณี จำกัด ยังคงเดินหน้าขยายศักยภาพธุรกิจอย่างมั่นคง ด้วยกลยุทธ์ “Advance Design” ยกระดับงานออกแบบไทยให้ล้ำหน้าเทรนด์โลก พร้อมยึดหลักธรรมา      ภิบาลเป็นรากฐานการเติบโตระยะยาว ตั้งเป้าผลักดันมูลค่าส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับสู่ตลาดโลก

นายวิบูลย์ หงษ์ศรีจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปิยภูมิอัญมณี จำกัด และรองประธานที่ปรึกษากลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดันรอบด้าน     แต่บริษัทยังรักษาอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10–15% ต่อปี และในช่วง 2 เดือนแรกของปีล่าสุด ยอดขายเติบโตเกือบ 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

หัวใจสำคัญคือการรักษา “DNA” ของแบรนด์ ผ่านการพัฒนา Advance Design หรือการออกแบบที่ล้ำหน้าเทรนด์ตลาด 2–3 ซีซัน เพื่อสะท้อนศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ที่เหนือกว่าการแข่งขันด้านกำลังการผลิต

นายวิบูลย์ ให้ข้อมูลต่อว่า ตราบใดที่โลกยังมีความต้องการความงาม อุตสาหกรรมเครื่องประดับย่อมเติบโตได้ บริษัทให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ และการคุ้มครองสิทธิ์งานออกแบบของลูกค้าอย่างเคร่งครัด โดยจะไม่นำแบบไปผลิตซ้ำ เพื่อลดการแข่งขันภายในตลาดเดียวกัน และสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ซึ่งการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และโปร่งใส ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

บริษัทยังได้นำเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ CAD ขั้นสูงมาใช้พัฒนางานออกแบบและต้นแบบสินค้า     เพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ขณะเดียวกันมองว่า AI ยังไม่สามารถทดแทนความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะในมิติอัตลักษณ์แบรนด์และความละเอียดเชิงศิลปะ

ในปี 2026 บริษัทเตรียมเข้าร่วมงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 (JGAB 2026) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่  22-25 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญในการขยายเครือข่ายธุรกิจ  และสร้างโอกาสทางการค้าระดับนานาชาติ โดยมองว่าการที่ Informa Markets เข้ามาเป็นผู้จัดงาน ถือเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ที่ช่วยยกระดับมาตรฐานงานแสดงสินค้าไทยสู่สากล อย่างไรก็ตาม ยังต้องเผชิญกับปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์สงครามในหลายภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดงาน

ในฐานะผู้ประกอบการ อยากเสนอให้เพิ่มความเข้มข้นด้านการประชาสัมพันธ์ ผ่านแพลตฟอร์ม Social Media โดยเฉพาะ TikTok และ Instagram ให้มากขึ้น เพื่อเข้าถึงกลุ่มนักลงทุนและผู้ซื้อรุ่นใหม่ พร้อมทั้งสร้าง “แม่เหล็ก” ภายในงาน อาทิ การจัดสัมมนา หรือกิจกรรมพิเศษที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนและผู้เข้าชมงานใช้เวลาอยู่ภายในงานนานขึ้น และเกิดโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า (Visitor Pre-Registration) ได้ที่เว็บไซต์งานwww.jewellerygemaseanbkk.com

หรือดูรายละเอียดและติดข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง
Website: https://jewellerygemaseanbkk.com
Facebook: https://www.facebook.com/JGABThailand
IG: https://www.instagram.com/jewelleryandgemaseanbangkok/
LinkedIn: https://www.linkedin.com/in/jewellery-and-gem-asean-bkk/
Line: https://lin.ee/cp9sd85

นายวิบูลย์ กล่าวปิดท้ายว่า ปัจจุบันประเทศไทยครองอันดับ 1 ของโลกด้านการผลิตและส่งออกเครื่องประดับเงิน และถือเป็นหนึ่งในกลไกหลักที่ขับเคลื่อนมูลค่าการส่งออกในกลุ่มสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับอย่างต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพเชิงแข่งขันของประเทศทั้งด้านทักษะฝีมือแรงงาน ความประณีตในการออกแบบ และโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานครบวงจรที่ได้รับการยอมรับจากตลาดโลก

พร้อมกันนี้ยังเน้นย้ำว่า อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับถือเป็น Soft Power สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากโครงสร้างธุรกิจส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการไทย (Thai Ownership) ทำให้ผลกำไร การจ้างงาน และเม็ดเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างแท้จริง เกิดการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายกลาง รายย่อย และช่างฝีมือในหลายพื้นที่

 หากภาครัฐและเอกชนร่วมกันผลักดันเชิงยุทธศาสตร์อย่างจริงจัง ทั้งด้านการพัฒนานวัตกรรมการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ การขยายตลาดต่างประเทศ และการเจรจาการค้า อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับจะไม่เพียงสร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้ประเทศ แต่ยังช่วยยกระดับอำนาจต่อรองของไทยในเวทีการค้าโลกอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมขยับบทบาทสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าสำคัญของภูมิภาคในอนาคต.

ไอ.ซี.ซี. รวมพลังพนักงาน พายเรือคายัคเก็บขยะฟื้นฟูคลองรอบวัดชลอลดก๊าซเรือนกระจกสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) นำทีมพนักงานกว่า 30 คน ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพายเรือคายัคเก็บขยะทางน้ำ เพื่อคืนความสะอาดให้กับแหล่งน้ำธรรมชาติ ภายใต้โครงการ “ICC Green Legacy : มรดกสีเขียวสู่อนาคตที่ยั่งยืนกับภารกิจ “พายดี มีเครดิต เพื่อชุมชนน่าอยู่” ณ ท่าน้ำวัดชลอ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ซึ่งจะครอบคลุมเส้นทางน้ำ 2 สาย ได้แก่ คลองอ้อมนนท์ และคลองบางกอกน้อย

กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ผ่านการลงพื้นที่พายเรือคายัคเก็บขยะที่ตกค้างในลำคลอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นขยะพลาสติก อาทิ ขวดพลาสติก กล่องพลาสติก โฟม และขยะติดเชื้อ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและคุณภาพน้ำ รวมถึงขยะอินทรีย์ที่แม้จะย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ แต่หากสะสมในปริมาณมากอาจก่อให้เกิดการอุดตันของทางน้ำ และนำไปสู่ปัญหาน้ำเน่าเสียได้

ซึ่งภายหลังจากการเก็บรวบรวมขยะทั้งหมด จะถูกนำขึ้นฝั่งเพื่อคัดแยกตามประเภท พร้อมชั่งน้ำหนักและบันทึกข้อมูล ก่อนส่งต่อสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการขยะพลาสติกอย่างเป็นระบบ และช่วยลดการผลิตพลาสติกใหม่ที่ใช้พลังงานสูง อีกทั้งยังเพิ่มมูลค่าการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

โดยกิจกรรมดังกล่าวรวบรวมขยะได้ทั้งสิ้น 81.54 กิโลกรัม สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 56.8 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO₂e)

ด้าน ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กล่าวว่า“บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ  นอกเหนือจากการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง เพื่อส่งต่อไปยังกระบวนการรีไซเคิลแล้ว บริษัทฯ ยังรณรงค์ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน อาทิ ลดการใช้พลังเชื้อเพลิงจากรถยนต์ สนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV), เลือกใช้วัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ รวมถึงส่งเสริมพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า”

และกล่าวปิดท้ายว่า “สำหรับกิจกรรมพายเรือคายัคเก็บขยะในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกและเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านการเรียนรู้กระบวนการจัดการขยะอย่างถูกวิธี เห็นคุณค่าของทรัพยากรที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) รวมถึงเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในชีวิตประจำวัน”

ปัจจุบัน ไอ.ซี.ซี. ยังคงเดินหน้าสานต่อกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมลดปัญหาขยะพลาสติกและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ โดยการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ (Purpose) ของบริษัทฯ ภายใต้แนวคิด “นำความมั่นใจให้ทุกชีวิต” ที่มุ่งสร้างคุณค่าแก่สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม พร้อมกับการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว

Miley Cyrus ส่งเพลงใหม่ “Younger You” ฉลองครบรอบ 20 ปี Hannah Montanaย้อนรำลึกซิตคอมวัยรุ่น 2000s ในตำนาน สุดยอดป็อปคัลเจอร์ที่ทุกคนไม่เคยลืม

Miley Cyrus ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกขวัญใจวัยรุ่น เจ้าของรางวัลแกรมมีและยอดขายระดับแพลตตินัม ปล่อยผลงานใหม่ “Younger You” ที่เธอร่วมเขียนเนื้อเพลง และโปรดิวซ์ด้วย เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของ Hannah Montana ที่ปล่อยออกมาพร้อมกับสารคดี Hannah Montana 20th Anniversary Special ที่พาทุกคนย้อนไปดูซิตคอมวัยรุ่นในตำนานที่แจ้งเกิด Miley Cyrus ได้อย่างสวยงาม พร้อมบทสัมภาษณ์สุด Exclusive เบื้องหลังที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และอื่น ๆ อีกมากมาย แฟน ๆ สามารถรับชมได้ใน Disney+

ใครที่ยังจำกันได้ ซิตคอม Hannah Montana ประสบความสำเร็จอย่างสูง เป็นซีรีส์ที่เด็กยุค 2000s’ ทุกคนรู้จักและชื่นชอบกันอย่างมาก จนส่งผลให้ Miley Cyrus ก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ได้สำเร็จ รวมถึงเพลงเพราะ ๆ จากเรื่องนี้ก็ฮอตฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมืองเช่นเดียวกัน โดยเพลงประกอบ Hannah Montana ทำยอดขายได้ในระดับแพลตินัม 6 เพลง และระดับโกลด์ถึง 9 เพลงด้วยกัน ในขณะที่อัลบั้มเพลงประกอบ Hannah Montana ที่ปล่อยออกมาในปี 2006 ก็สามารถทำยอดขายได้ทะลุ 3x แพลตินัม รวมถึงอัลบั้ม Hannah Montana 2: Meet Miley Cyrusที่ปล่อยออกมาในปี 2007 ก็กวาดยอดขายได้ในระดับ 4x แพลตินัมเช่นเดียวกัน จากนั้นไม่ว่าจะเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ภาคไหนของ Hannah Montana ก็สามารถทำยอดจายได้เกินระดับแพลตินัมอยู่เรื่อย ๆ

การกลับมาของ Hannah Montana กับสารคดี Hannah Montana 20th Anniversary Special จึงเปรียบเสมือนจดหมายรักถึงแฟน ๆ ที่ Miley Cyrus พาทุกคนย้อนกลับไปดูภาพความประทับใจในเรื่องราวต่าง ๆ ของซิตคอมนี้ ที่เคยทำให้วัยรุ่นทุกคนหลงรักในคาแรกเตอร์และเพลงต่าง ๆ จนกลายเป็นเพลงในความทรงจำชีวิตวัยรุ่นของใครหลาย ๆ คน ผ่านบทสัมภาษณ์ร่วมกับพิธีกร Alex Cooper ที่นอกจากแฟน ๆ จะได้ย้อนนึกถึงฉากที่ประทับใจหลาย ๆ ฉากแล้ว ยังได้ชมเบื้องหลังที่ไม่เคยออกอากาศที่ไหนมาก่อน รวมถึงการปรากฏตัวของแขกรับเชิญสุดพิเศษที่มาเซอร์ไพรส์ทุก ๆ คน และการแสดงสดเพลง “Younger You” สุดประทับใจที่ทำให้ทุกคนคิดถึง Hannah Montana กันมากขึ้น

หากจะบอกว่า Hannah Montana เป็นป็อปคัลเจอร์ยุค 2000s ของวัยรุ่นทั่วโลกก็ดูจะไม่เกินจริง ใครโตมากับ Hannah Montana อย่าลืมฟังเพลง “Younger You” พร้อมชมมิวสิควิดีโอ ที่บอกได้คำเดียวว่า ไม่ใช่แค่เราที่ได้เห็นการเติบโตของ Miley Cyrus ผ่าน Hannah Montana เท่านั้น แต่เป็นพวกเราเองนี่แหละ ที่โตมากับ Hannah Montana และ Miley Cyrus อย่างแท้จริง

#MileyCyrus  #YoungerYou #HannahMontana #HannahMontana20

ติดตาม Miley Cyrus ที่

FACEBOOK: @MileyCyrus

INSTAGRAM: @mileycyrus

X: @MileyCyrus

TikTok: @mileycyrus

YOUTUBE: @MileyCyrus

สาดความสนุกแบบฉ่ำ! “BNK48 & CGM48” พาแฟนคลับปลดปล่อยพลังร้องเพลงเล่นเกมเต็มอิ่มต้อนรับสงกรานต์

ส่งความสนุกให้แฟนๆ ได้เอ็นจอยกันอย่างเต็มที่ไปเรียบร้อย สำหรับกิจกรรม “BNK48 & CGM48 Siam-Nippon Summer Fest 2026” จัดขึ้นโดย บริษัท อินดิเพนเด้นท์ อาร์ทิสท์ เมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ ค่าย iAM ซึ่งมีสมาชิก BNK48 & CGM48 ยกกำลังความสนุกมามอบให้เหล่าบรรดาแฟนคลับต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ก่อนใครพร้อมทั้งโชว์สุดพิเศษบนเวทีแบบจุกๆ ตลอด 3 วัน ไปเมื่อวันที่ 27 – 29 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา @JJ Hall  ณ ศูนย์การค้าเจเจมอลล์

เปิดโหมดความบันเทิงโดยมีกิจกรรม และเกมให้ทุกคนได้มาร่วมสนุกพร้อมกับชื่อของกิจกรรมแต่ละบูธที่เรียกว่าครีเอทสุดๆ  อาทิ (ไม่)พร้อมค่ะ เมมเบอร์จะดีไซน์การแต่งหน้าให้ท่านด้วยดินสอพอง, ดูแปลกนะคะ เป็นการเดินชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลก งานนี้ทุกท่านเตรียมตัวเปียกกันได้เลย, The Shoot Sisters ยิงเป้าบอลที่วางบนแก้วแข่งกับเมมเบอร์, โดนนนนตก สาวน้อยตกน้ำ ปาตกเพื่อลุ้นรับรูปเมมเบอร์, Shot Me Girls ท่านจะได้ถ่ายรูปเซลฟี่กับเมมเบอร์ด้วยมือถือของท่าน และ ฮับขวัญได้(ด้าย)ไหมเจ้า? กิจกรรมรับขวัญ CGM48 รุ่นที่ 5 เรียกว่ามีทั้งความสนุก ได้เล่นเกมกับเมมเบอร์แล้วยังได้ลุ้นรับรางวัลติดมือกลับบ้านกันอีกด้วย

ส่วนบนเวทีก็คึกคักสุดๆ เพราะเหล่าแฟนคลับต่างยกด้อมกันมารอคอยชมการเปิดตัว MV เพลง แค่เพียงมีเธอ Kimi ga Iru Dake de (2026 Thai-Japanese Version) ซึ่งเป็นโปรเจกต์คอลแลประหว่างไทยกับญี่ปุ่นพร้อมเปิดตัวโชว์ครั้งแรกแบบ Soft Launch ให้ชมกันก่อน! กับศิลปิน BNK48 ทั้งหมดจำนวน 8 คน ได้แก่ (โรส) ปาณิสรา บูรณาภา, (ลูกศร) ทัศน์ลักษณ์ แก้วบัวรบัติ, (น้ำมนต์) ณัฐมนต์ สองทิศ, (อาหลี) ชนากานต์ โอสถานุภาพ,(ฮูพ) ปาฏลี ประเสริฐธีระชัย, (แนล) แนลริยา วิภาคกิจ, (แพรว) แพรวา ศิริวัฒนศักดิกุล และ(สาวน้อย) พิชญ์สินี อิทธิรัตนะโกมล โดยจะมีการแสดงเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 เมษายน 2569 และในงาน Thai Festival Tokyo 2026  ณ ประเทศญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมนี้

ปิดท้ายด้วยการประกาศของวง CGM48 ที่กำลังเตรียมปล่อยซิงเกิลที่ 11 เพลง Koi Tsunjatta นำทีมโดยเซ็นเตอร์ จิงจิง พร้อมด้วยเซ็มบัตสึ เอลฟ์, เอมม่า, หงษ์หยก, ขวัญ, หลิงหลิง, ลูกเกด, นานา, นิชา, เพลิน, แพร, ชีเน่ ซึ่งจะได้ฟังกันเร็วๆ นี้ พร้อมประกาศโฟโต้บุ๊คเดี่ยวครั้งแรกของ แพนเค้ก BNK48 งานนี้แฟนๆ ต่างส่งเสียงเชียร์อัพกันอย่างมากมาย และประกาศการกลับมาอีกครั้งของ BNK48 Original Stage Season2 ให้ติดตามกันอีกไม่นาน

#BNK48CGM48SummerFest2026 #2026THJP_KimigaIruDakede #BNK48 #CGM48

“ชมพู่ อารยา” ร่วมฉลองครบรอบ 10 ปี ร้านโปรด Kay’sในบรรยากาศ Breakfast Party สุดอบอุ่น พร้อมปักหมุดสู่ Best Brunch in Bangkok

Kay’s ร้านอาหารเช้าและบรันช์ชื่อดังของกรุงเทพฯ จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีอย่างอบอุ่น กับอีเวนต์
สุดพิเศษ “Kay’s Breakfast Party” ที่ชวนแขกคนพิเศษมาร่วมแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขในบรรยากาศสบาย ๆ สไตล์ Breakfast Community ของคนรักอาหารเช้า พร้อมตอกย้ำเป้าหมายในการก้าวสู่การเป็น Best Brunch in Bangkok

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการปรากฏตัวของซูเปอร์สตาร์สาว “ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ที่มาร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ Kay’s โดยชมพู่เผยว่า Kay’s เป็นหนึ่งในร้านโปรดของเธอ ที่มักแวะมาทานอาหารเช้าและบรันช์อยู่เสมอ เพราะหลงรักทั้งเมนูที่มีเอกลักษณ์และบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง

ภายในงาน ชมพู่ยังร่วมสร้างโมเมนต์สุดน่ารัก ด้วยการเขียนการ์ดอวยพรให้กับ Kay’s โดยเขียนคำว่า “Congrats” พร้อมวาดรูป ขนมปัง ประกอบในข้อความอวยพรอย่างเป็นกันเอง สะท้อนความผูกพันและความประทับใจที่มีต่อร้านแห่งนี้ นอกจากนี้ ยังร่วมสนุกกับกิจกรรมไฮไลต์ของงานอย่าง “French Toast Painting Workshop” เวิร์กช็อปสุดสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้แขกได้เพ้นท์และตกแต่ง Signature French Toast ของ Kay’s ด้วยครีมชีสหลากสี โดยชมพู่ได้ร่วมลงมือเพ้นท์ French Toast อย่างสนุกสนาน ท่ามกลางบรรยากาศ Breakfast Party ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

ปาร์ตี้อาหารเช้าครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่งานครบรอบ แต่เป็นการรวมตัวของคอมมูนิตี้คนรักอาหารเช้าและคนเก๋ของเมืองกรุง ที่มาร่วมแชร์ช่วงเวลาสบาย ๆ พร้อมพิสูจน์ว่าเสน่ห์ของมื้อเช้า สามารถเปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นโมเมนต์พิเศษได้เสมอ ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยที่ยกระดับมื้อเช้าให้พิเศษกว่าที่เคย ได้ที่ร้าน Kay’s ทั้ง 4 สาขา ได้แก่ สาขาซอยรางน้ำ, สาขาสุขุมวิท 49 โครงการ YARD 49, สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ชั้น 6 และ สาขาสาทร พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวและข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Kay’s และ IG: kaysboutiques หรือร่วมแชร์ประสบการณ์ผ่านแฮชแท็ก #KaysBoutiques และ #Kays 

“พลพล – อิสร์ – โบนัส” ขนเพลงฮิตเสิร์ฟความสนุกสุดเย็นฉ่ำถึงฮ่องกง ในงาน “Thai Songkran Festival in Kowloon City 2026″

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เตรียมมอบความสนุกให้แฟนเพลงในต่างแดน เมื่อศิลปิน จากจีเอ็มเอ็ม มิวสิค แท็กทีมกันไปเสิร์ฟความสุขไกลถึงฮ่องกง นำโดย พลพล พลกองเส็ง,  อิสร์ อิสรพงศ์ และ โบนัส ภัทรธิรา ที่พร้อมขนเพลงฮิตและโชว์สนุกๆ ไปสร้างสีสันในงาน             “Thai Songkran Festival in Kowloon City 2026” จัดโดย กระทรวงการต่างประเทศ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ร่วมกับสำนักงานเขตเกาลูนซิตี้ โดยมีกำหนดจัดงานในวันที่ 11-12 เมษายน 2569       ณ สวนเกาลูนซิตี้ คาร์เพนเตอร์ โรด พาร์ค

ภายในงานพบกับคอนเสิร์ตจากศิลปิน พลพล, อิสร์ และ โบนัส ที่เตรียมขึ้นเวทีถ่ายทอด       บทเพลงเพราะๆ ให้ได้ร้องตามกันแบบเต็มอิ่ม และกิจกรรมที่สะท้อนเสน่ห์ความเป็นไทย                  อาทิ การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย การแสดงแม่ไม้มวยไทย บูทจำหน่ายสินค้าและอาหารไทย             ให้ชาวฮ่องกงและชาวไทยในฮ่องกงได้สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด

พลพล เปิดเผยว่า “พวกเราพร้อมแล้วที่จะไปมอบความสุขให้แฟนๆ ที่ฮ่องกง ผมขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมงาน ‘Thai Songkran Festival in Kowloon City’ สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทย รับรองว่า เต็มเปี่ยมไปด้วยสนุกและรอยยิ้มอย่างแน่นอน แล้วพบกันนะครับ”