โฮมโปร–เมกาโฮม เดินหน้าสร้าง “Flexible Home Living” จับมือ ทรูมันนี่ ขยายทางเลือกการชำระเงิน ผ่านบริการ “แอสเซนด์ เพย์ เน็กซ์ เอ็กซตร้า” ยกระดับประสบการณ์ช้อปเรื่องบ้านและงานช่างครบวงจร รองรับทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยยุคใหม่

โฮมโปร-เมกาโฮม ภายใต้บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้านครบวงจร (Home Solution and Living Experience) เดินหน้าขยายระบบนิเวศด้านการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเชื่อมต่อสินค้า บริการเรื่องบ้าน-งานช่าง และโซลูชันทางการเงิน เพื่อยกระดับประสบการณ์เรื่องบ้านให้ตอบรับการใช้ชีวิตยุคใหม่ พร้อมผนึกกำลังกับ “ทรูมันนี่” ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์และผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดทางเลือกการชำระเงินรูปแบบใหม่ผ่านบริการ “แอสเซนด์ เพย์ เน็กซ์ เอ็กซตร้า” (Ascend Pay Next Extra) ช่วยให้ลูกค้าโฮมโปรและเมกาโฮมทั่วประเทศเข้าถึงสินค้าและบริการ เพื่อการสร้าง รีโนเวต และตกแต่งที่อยู่อาศัยได้คล่องตัวยิ่งขึ้น

นางอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า “บ้านไม่ได้เป็นเพียงสถานที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนคุณภาพชีวิตของผู้คน โฮมโปร-เมกาโฮม มีความเข้าใจในพฤติกรรมและความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ในแต่ละช่วงเวลา ลูกค้ามีความต้องการและความพร้อมทางการเงินที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การซ่อมแซมเล็กน้อย ไปจนถึงการปรับปรุงบ้านครั้งใหญ่

บทบาทของโฮมโปร-เมกาโฮม จึงไม่ใช่เพียงการนำเสนอสินค้าและบริการที่ครอบคลุม แต่เป็นการช่วยให้ทุกการตัดสินใจเรื่องบ้านและงานช่างเป็นเรื่องที่จัดการได้ง่ายขึ้น และตอบรับการใช้ชีวิตในแต่ละช่วงเวลา

“ความร่วมมือกับ ‘ทรูมันนี่’ ครั้งนี้ เป็นอีกความตั้งใจในการขยายทางเลือกด้านการชำระเงินที่ยืดหยุ่นให้กับลูกค้าโฮมโปรและเมกาโฮม ช่วยให้ลูกค้าสามารถดูแล ซ่อมแซม ปรับปรุง หรือดีไซน์บ้านตัวเองได้ตามความพร้อมและจังหวะของชีวิต พร้อมสร้างคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น (Better Living) ในระยะยาว”

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบมากขึ้น พฤติกรรมการใช้จ่ายเรื่องบ้านของคนไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่” สู่ “การลงทุนระยะยาว” ที่คำนึงถึงคุณภาพ ความคุ้มค่า และอายุการใช้งาน ขณะที่เทรนด์การปรับปรุงและรีโนเวทที่อยู่อาศัยเดิมก็เติบโตต่อเนื่อง ทั้งจากความต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตในบ้าน ไปจนถึงการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ความร่วมมือระหว่างโฮมโปร-เมกาโฮม และทรูมันนี่ ในครั้งนี้ จึงเข้ามาตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด และช่วยให้การดูแลที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่าย สะดวก และคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

ภายใต้ความร่วมมือนี้ ลูกค้าโฮมโปรและเมกาโฮมจะได้รับทางเลือกที่ออกแบบมาเพื่อรองรับรูปแบบการใช้จ่ายที่หลากหลาย ทั้งลูกค้าที่ต้องการบริหารกระแสเงินสด สามารถเลือกผ่อนชำระ 0% สูงสุด 4 เดือน ผ่านบริการ ‘แอสเซนด์ เพย์ เน็กซ์ เอ็กซตร้า’ เหมาะกับการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ วัสดุก่อสร้าง หรือการตกแต่ง-รีโนเวทที่อยู่อาศัย รวมถึงทางเลือกสำหรับลูกค้าที่พร้อมชำระเต็มจำนวน เมื่อซื้อสินค้าหรือบริการที่โฮมโปรและเมกาโฮมทุกสาขา ครบ 2,500 บาท และชำระผ่านบัญชีวอลเล็ทในแอปทรูมันนี่ รับเงินคืนทันที 50 บาท ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน 2569 นี้

นายธนรัฐ ธุวสุจิเรข ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า “การร่วมมือกับ ‘โฮมโปร’ และ ‘เมกาโฮม’ ในครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของทรูมันนี่ในการนำบริการ ‘แอสเซนด์ เพย์ เน็กซ์ เอ็กซตร้า’ มาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเรื่องบ้านที่ครบวงจร ด้วยจุดเด่นของบริการที่สมัครง่ายผ่านแอปทรูมันนี่ ใช้เอกสารน้อย รู้ผลอนุมัติรวดเร็ว และมอบวงเงินพร้อมใช้สูงสุด 500,000 บาท จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยขยายทางเลือกทางการเงินให้กับลูกค้าโฮมโปรและเมกาโฮม ให้สามารถวางแผนการใช้จ่ายเรื่องบ้านได้อย่างยืดหยุ่นและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัวได้ดียิ่งขึ้น”

ลูกค้าที่สนใจสามารถสมัครใช้บริการ แอสเซนด์ เพย์ เน็กซ์ เอ็กซตร้า ได้ง่าย ๆ ผ่านแอปทรูมันนี่ และเริ่มใช้สิทธิ์ผ่อน 0% สูงสุด 4 เดือน หรือรับเงินคืน 50 บาท เมื่อชำระเต็มจำนวนด้วยบัญชีวอลเล็ท ที่โฮมโปรและเมกาโฮมทุกสาขาทั่วประเทศ

#โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #homepropr #MegaHome #เมกาโฮม #ช่างเลือกเมกาโฮม #แอสเซนด์เพย์เน็กซ์เอ็กซ์ตร้า #AscendPayNextExtra

วงการบิวตี้ไทยสั่นสะเทือน! “จ้าวลู่ซือ” เผยเคล็ดลับฉบับตัวแม่ เลือกใช้แบรนด์ไทยจนกลายเป็นกระแส Viral ทั่วโลก

ยังไม่ทันหายคิดถึงนางเอกสาวซุปตาร์แดนมังกร “จ้าวลู่ซือ (Zhao Lusi)” ที่เพิ่งมาโปรยเสน่ห์เสิร์ฟความประทับใจเปิดคอนเสิร์ตต่างประเทศเป็นครั้งแรกในเมืองไทยไปหมาดๆ กลับไปปุ๊บเจ้าตัวก็เสิร์ฟความฟินต่อไม่พัก!ตอกย้ำความรักที่มีต่อเมืองไทย โพสต์คลิปลงใน Douyin อวดโมเมนต์ไลฟ์สไตล์วันพักผ่อนของคนสวยขา ตอนอยู่ที่ไทยด้วยคลิปนั่งกินขนมชิลสุดน่ารัก พร้อมวางของกระจุกกระจิกไว้บนโต๊ะ แต่ที่ทำเอาโซเชียลฮือฮาสุดๆไม่ใช่แค่ความสดใส เพราะแฟนคลับตาดีดันไปสะดุดตาเห็นขวดน้ำหอมวางอยู่ข้างกาย เลยพร้อมใจกันซูมยกใหญ่ ว่าระดับตัวแม่อย่าง “จ้าวลู่ซือ” เค้าใช้น้ำหอมอะไร ที่แท้คือแบรนด์ไทย “น้ำหอมมาดามฟิน (Madame Fin)” ที่เจ้าตัวเลือกพกติดตัวไปทุกที่ ขวดนี้คือรุ่น YES! WELCOME COLLECTION ที่มี 2 กลิ่น คือ The Starry Night กลิ่นหอมลุ่มลึก อบอุ่น แฝงไปด้วยความน่าค้นหา และ Take It Easy กลิ่นสะอาด สดชื่น เบาสบาย สร้างแรงสั่นสะเทือนวงการบิวตี้ไทย จนกลายเป็นกระแส Viral ทั่วโลก คนแห่ตามหาพิกัดกันสนั่นว่า “กลิ่นเดียวกับเจ้าลู่ซือคือกลิ่นไหน

ด้าน ทราย-นรี ชีวสุทธิศิลป์ CEO มาดามฟิน ถึงกับปลื้มปริ่มโพสต์ความในใจหลังเห็นภาพนี้ ว่า “ก็เป็นแค่การได้เห็นแบรนด์ของเรา อยู่เงียบ ๆ ในชีวิตจริงของใครบางคน เห็นมาดามฟินอยู่ข้าง ๆ จ้าวลู่ซือ ตอนมาไทยแล้วใจฟูมากเลยค่ะ ขอบคุณที่ให้แบรนด์ไทยเล็ก ๆ อย่างมาดามฟิน ได้อยู่ในเฟรมของทริปนี้นะคะ thank you for bringing us with you :)” เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจขึ้นแท่นแบรนด์ไทยครองใจซูเปอร์สตาร์ระดับโลก

จ้าวลู่ซือ มาดามฟิน น้ำหอมมาดามฟิน madamefin

น่ารักเกินต้าน! “แม่ชม” ควง “น้องเกล” โชว์สกิล EF กับ เอนฟา สมาร์ท คลับ พร้อมเผยเคล็ดลับเลี้ยงลูกสไตล์ซุปตาร์ โดยให้ความสำคัญกับ EF ทักษะแห่งอนาคต

เรียกเสียงฮือฮาและรอยยิ้มได้ล้นฮอลล์! เมื่อคุณแม่ซุปตาร์ ชมพู่-อารยา อัลเบอร์ต้า ฮาร์เก็ต จูงมือลูกสาวสุดน่ารัก น้องแอบิเกล รังสีสิงห์พิพัฒน์ ร่วมแชร์เคล็ดลับการเลี้ยงลูกยุคใหม่ไปกับ เอนฟา สมาร์ท คลับ ในหัวข้อ “ส่งลูกถึงฝันด้วยทักษะ EF: รากฐานความสำเร็จในอนาคต ที่สร้างได้เลยวันนี้” ซึ่งจัดบนเวทีในงาน Alpha Skills Summit & Expo 2026 งานเตรียมพร้อมลูกสู่อนาคตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมี เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ มารับหน้าที่เจาะลึกกุญแจสำคัญของทักษะ EF

ไฮไลต์ที่ทำให้บรรดาผู้ชมประทับใจ คือช่วงที่น้องเกลได้ร่วมทดสอบทักษะ EF (Executive Functions) หรือ ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จในอนาคต บนเวทีร่วมกับ รศ. นพ.เทอดพงศ์ ทองศรีราช กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก ซึ่งงานนี้น้องเกลโชว์ความจดจ่อ และความยืดหยุ่นทางความคิด ผ่านเกมทดสอบได้อย่างน่าเอ็นดู จนคุณหมอชมว่านี่คือผลลัพธ์ของการสร้างพื้นฐานสมองที่ดีมาตั้งแต่ต้น

แม่ชมเผยว่า การเลี้ยงลูกให้พร้อมรับกับโลกอนาคตที่มีแต่สิ่งเร้า ทักษะ EF คือสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องสร้างให้กับลูก โดยแม่ชมเน้นการฝึกผ่านกิจวัตรประจำวัน เช่น การฝึกให้รอคอย หรือการให้ช่วยงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ เพื่อฝึกความยั้งคิดไตร่ตรองและการใช้ความจำ

นอกจากการเลี้ยงดู “หัวใจ” สำคัญที่ขาดไม่ได้ คือโภชนาการ ซึ่งหากได้องค์ประกอบสารอาหารที่ครบถ้วน รวมทั้ง MFGM (Milk Fat Globule Membrane) หรือเยื่อหุ้มไขมันในนมแม่ ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างสมอง IQ และพัฒนา EF ของลูก การให้นมแม่จึงเป็นวิธีที่ดีในการส่งเสริม EF ให้ลูกน้อยเติบโตอย่างมีศักยภาพ สำหรับคุณแม่ที่ไม่สามารถให้นมลูกได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อ เลือกโภชนาการที่เหมาะสมกับลูก โดยแพทย์อาจแนะนำโภชนาการที่มี MFGM เป็นส่วนผสม เพราะ MFGM คือเยื่อหุ้มอนุภาคไขมันที่พบในนมแม่ มีไขมันและโปรตีนที่เป็นประโยชน์สำหรับพัฒนาการของเด็กอยู่จำนวนมาก ช่วยเสริมสร้างเซลล์สมอง ทั้งยังเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย

“ในฐานะแม่ ชมเลือกมาเยอะมากค่ะ ชมให้ความสำคัญกับงานวิจัย ซึ่ง MFGM ก็มีงานวิจัยในนมแม่รองรับมากมายว่านอกจากจะช่วยให้เซลล์ประสาทเชื่อมต่อได้ไวขึ้น ยังช่วยให้การเชื่อมต่อมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกด้วย ทำให้ลูกมี IQ และ EF ที่เหนือกว่า และเป็นรากฐานให้เขาเติบโตไปอย่างมีคุณภาพ” แม่ชมกล่าว

ด้าน รศ. นพ.เทอดพงศ์ ได้ให้ข้อมูลสรุปในเชิงการแพทย์แบบเข้าใจง่ายว่า การที่เด็กจะมีทักษะสมองเพื่อความสำเร็จหรือ EF ที่ดีได้นั้น เป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนสามารถสร้างให้ลูกได้ ซึ่งเกิดจากการที่สมองต้องได้รับสารอาหารที่ถูกต้องควบคู่กับการเลี้ยงดูที่เหมาะสม ซึ่งนมแม่ที่มี MFGM คือตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ลูกมีทักษะ EF ที่เหนือกว่า

งานนี้ทำเอาเหล่าแม่ๆ ที่มาร่วมงานได้ทั้งความน่ารักของน้องเกล และได้เทคนิคการเลี้ยงลูกกลับบ้านไปแบบเต็มอิ่ม พร้อมเริ่มสร้างและพัฒนาทักษะสมองด้วยรากฐานสำคัญได้ทันที

เรียนรู้เพิ่มเพิ่มเติมเรื่องทักษะเพื่อความสำเร็จในอนาคต EF และ MFGM ได้ที่ https://www.enfababy.com/pages/executive-function

#EFต้องสร้างMFGMสร้างให้ #ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จEF #ExecutiveFunctions #Enfasmartclub #MFGMเพื่อIQและEFที่เหนือกว่า​

บอย LOMOSONIC สุดฟิต ปั่นจักรยาน จากกรุงเทพฯ – พิษณุโลก กว่า 147 กิโลเมตร ภายใน 26 ชั่วโมง!

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งชาเลนจ์สุดเดือดของ “บอย” LOMOSONIC ที่ล่าสุดลุกขึ้นมาทดสอบร่างกายและจิตใจตัวเองอีกครั้ง กับการปั่นจักรยานจากกรุงเทพมหานครสู่จังหวัดพิษณุโลก รวมระยะทางกว่า 147.35 กิโลเมตร ใช้เวลาทั้งหมด 26 ชั่วโมงรวมพัก

โดยเจ้าตัวเริ่มออกเดินทางเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 เวลา 19:41 น. ก่อนจะถึงจังหวัดพิษณุโลกในเวลา 22:30 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2026 ท่ามกลางกำลังใจจากแฟนๆ ที่เข้ามาติดตามและเอาใจช่วยตลอดเส้นทาง นอกจากขึ้นเวทีจะพลังล้นแล้ว พลังขาก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน เพราะปั่นยาวข้ามจังหวัดแบบไม่ยอมแพ้ง่ายๆ สมกับสไตล์ร็อกเกอร์ตัวตึงสายอึดตัวจริง

#บอยLOMOSONIC #LOMOSONIC

สั่นสะเทือนทั่วไทย !! น้ำมันเครื่อง PULZARสร้างปรากฎการณ์ รีแบรนด์ปรับภาพลักษณ์ครั้งยิ่งใหญ่ คว้า ” หนุ่ม กรรชัย – ลำไย ” พรีเซนเตอร์ No.1 ระดับประเทศ ชูนวัตกรรมปกป้องความร้อนที่เหนือกว่าใคร ล็อกเครื่องยนต์คุณให้หนุ่มตลอดการใช้งาน

กรุงเทพฯ – เมื่อน้ำมันเครื่องไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ “ช่าง” แต่คือไอเทมสำคัญของ “คนรักรถ” PULZAR (เพาวซ่าร์ ) แบรนด์น้ำมันเครื่องที่มีเทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตระดับโลก เป็นผู้นำตลาดที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 15 ปี ภายใต้ชายคา บริษัทน้ำมันปิโตรเลียมไทย จำกัด ประกาศก้าวสำคัญในปี 2569 ด้วยการทุ่มงบกว่า 150 ล้านบาท Re-branding ครั้งใหญ่ เปลี่ยนภาพจำสินค้าให้กลายเป็นพรีเมียมแบรนด์ที่เข้าถึงง่าย พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์ระดับท็อปของประเทศ หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย และ ลำไย ไหทองคำ โดยได้จัดงานแถลงข่าว “ การรีแบรนด์ปรับภาพลักษณ์ครั้งยิ่งใหญ่ และเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง PULZAR ” ภายใต้แนวคิด “ LONG LIFE TECH, LONG LIFE ENGINE ” สะท้อนถึงนวัตกรรมที่ยกระดับมาตรฐานการปกป้องเครื่องยนต์ครบทุกมิติ โดยงานจัดขึ้นในวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 ณ ห้อง Ballroom ชั้น B1 โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ

ภายในงาน แบม ปีติภัทร คูตระกูล รับหน้าที่พิธีกร นำทุกคนเข้าสู่ห้วงเวลาสำคัญ และกล่าวต้อนรับ คุณสัมพันธ์ ติงธนาธิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำมันปิโตรเลียมไทย จำกัด ผู้บริหารรุ่นใหม่ พร้อมด้วย คุณสมเชษฐ์ บุญสนอง ผู้อํานวยการส่วนการตลาด นำเสนอวิสัยทัศน์และทิศทางของแบรนด์ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมในการเปลี่ยนผ่านไปสู่แบรนด์น้ำมันเครื่องที่มีเทคโนโลยี และมาตรฐานการผลิตระดับโลก พร้อมจัดเซอร์ไพรส์หนัก! สร้างปรากฎการณ์แรงสั่นสะเทือนให้กับวงการครั้งใหญ่! ด้วยการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา กับ 2 พรีเซนเตอร์ชั้นนำของเมืองไทย หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย : ตัวแทนของนวัตกรรม LONG LIFE TECH และความชัดเจน ตรงไปตรงมา น่าเชื่อถือระดับผู้นำ และ ลำไย ไหทองคำ : ตัวแทนของผู้ใช้รถบรรทุกรถกระบะ และเป็นสาวแกร่งยุคใหม่ ที่มีความสดใส เข้าถึงง่าย สู้งานหนัก มาเป็นตัวแทนส่งต่อแนวคิดซึ่งเปรียบเปรยการดูแลรถเหมือนการดูแลร่างกาย หากเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดไปหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ก็จะยังฟิตและอ่อนเยาว์ (Young at Heart) อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุกใช้งานหนัก หรือ รถบ้านในชีวิตประจำวัน

โดยการจับคู่ของ 2 พรีเซนเตอร์ครั้งนี้ เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถทุกกลุ่ม ผ่านการสื่อสารแบบ 360 องศา รวมถึงสื่อภาพยนตร์โฆษณา ทั้งบนโลกออนไลน์และออฟไลน์และกิจกรรมอีเว้นท์ทั่วไทย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การตลาดในปี 2569 ต่อการรุกเข้าสู่สนามการ
แข่งขันในธุรกิจน้ำมันเครื่อง ที่ PULZAR มีจุดแข็งในเรื่องของสุดยอดเทคโนโลยี และมาตรฐานการผลิตระดับโลก

นอกจากนี้ PULZAR ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่กล้าฉีกกฎการตลาด โดยนำ Insight จากผลวิจัยผู้บริโภคทั่วประเทศกว่า 500 ราย มาเปลี่ยนเป็นนวัตกรรมที่จับต้องได้ ตั้งแต่การทำ
  • Modern Design: ปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้เหมือนกันทุกกลุ่ม และปรับโลโก้ให้เรียบง่ายในโทน เหลือง-ดำ ดูโฉบเฉี่ยว ทันสมัย และทรงพลัง มากขึ้นกว่าเดิม
  • New Label: ฉลากใหม่ดีไซน์สวยอ่านง่าย ระบุประเภทการใช้งานที่ชัดเจน และวิธีการเลือกน้ำมันเครื่องให้เหมาะกับการใช้งานรถแต่ละประเภท เพื่อให้จบปัญหาเดินเข้าร้านแล้วเลือกซื้อไม่ถูก
  • Captain PULZAR: เป็นฮีโร่ สัญลักษณ์ผู้นำนวัตกรรมของแบรนด์ Pulzar ให้ผู้บริโภครับรู้ได้ถึงประสิทธิภาพภายใต้สินค้าแบรนด์ Pulzar ได้อย่างมั่นใจ การรีแบรนด์ครั้งนี้ คือ การยืนยันว่า PULZAR พร้อมจะเป็นพลังนวัตกรรมใหม่ที่ช่วย “ล็อคความฟิต” ให้กับทุกเครื่องยนต์ เพื่อขับเคลื่อนทุกความเชื่อมั่น ของการขับขี่ที่สามารถพุ่งทยานไปได้ไกลกว่าเดิม
    สแกน QR Code เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว PULZAR บนช่องทางออนไลน์

“สะเทือนวงการเพลงตั้งแต่เดบิวต์!” Twist Noize แรงเกินคาด! ‘เพื่อนกันจริงเหรอ’ ทะลุ 200,000 วิว ภายใน 3 สัปดาห์

เรียกได้ว่าเปิดตัวได้อย่างร้อนแรงเกินความคาดหมาย สำหรับวงน้องใหม่มาแรง “Twist Noize (ทวิสต์นอยซ์)” ที่ล่าสุดซิงเกิลเดบิวต์ “เพื่อนกันจริงเหรอ” สามารถทะยานทะลุ 200,000 วิว ภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ หลังปล่อยมิวสิกวิดีโอ พร้อมกระแสตอบรับที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องบนโลกออนไลน์ จนกลายเป็นอีกหนึ่งศิลปินหน้าใหม่ที่ถูกจับตามองอย่างมากในเวลานี้

Twist Noize ประกอบด้วย 4 สมาชิกไฟแรง ชนกนพ สุเมรุรัตน์ (ดีน) – นักร้องนำ, กิจบดินทร์ พรตระกูล (ออกัส) – กีตาร์, ธราธิป ยูวะเวส (สมาร์ท) – กีตาร์ และ วิชญปัณณ์ กรองทอง (มาร์ตี้) – คีย์บอร์ด / ซินธิไซเซอร์ โดยทั้ง 4 คนมีจุดเริ่มต้นจากการรวมตัวของเพื่อนที่มีแพสชันด้านดนตรี และเคยผ่านเวทีประกวดระดับประเทศอย่าง The Power Band 2025 และ Hua Hin Music Contest 2025 มาแล้ว ก่อนจะพัฒนาสไตล์ดนตรีและตัวตนของวงจนชัดเจน กลายเป็นซาวด์ Pop Punk / Pop Rock ที่ทั้งสนุก มีพลัง และเต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว

สำหรับซิงเกิลเปิดตัว “เพื่อนกันจริงเหรอ” ได้ คมกริช พรตระกูล มารับหน้าที่ทั้งแต่งคำร้อง ทำนอง และโปรดิวซ์ ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ของคนที่เริ่มรู้สึกว่า “เราเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ เหรอ?” ผ่านดนตรีจังหวะสนุก ฟังง่าย แต่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกที่เข้าถึงคนฟังได้ไม่ยาก จนทำให้เพลงนี้กลายเป็นกระแสและได้รับการแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว

แม้จะเพิ่งเดบิวต์เป็นครั้งแรก แต่ Twist Noize ก็กำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของวงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง ทั้งพลังบนเวที คาแรกเตอร์ที่ชัดเจน และแนวดนตรีที่สดใหม่ ทำให้ชื่อของพวกเขากลายเป็นอีกหนึ่งคลื่นลูกใหม่ที่อาจเข้ามาเขย่าวงการเพลงไทยในอนาคตอันใกล้นี้

รับชม Music Video เพลง “เพื่อนกันจริงเหรอ” ได้ที่
https://youtu.be/6boSLt9dmFA?si=Y9KeylohiYlkyLoz

TwistNoize เพื่อนกันจริงเหรอ

TwistNoize_เพื่อนกันจริงเหรอ

PopPunkThai NewGenBand วงหน้าใหม่มาแรง

ทะลุสองแสนวิว

TwistNoizeBand

“BNK48” บุกโตเกียวแจกความสดใสล้นเวที พร้อมโชว์ซีนคอลแลป ศิลปินญี่ปุ่นระดับตำนาน “ทัตสึยะ อิชิอิ” ในงาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่26

สร้างสีสันความสดใสไปถึงแดนปลาดิบ โดยศิลปินไอดอลจากวง BNK48 ประกอบด้วย (โรส) ปาณิสรา บูรณาภา, (ลูกศร) ทัศน์ลักษณ์ แก้วบัวรบัติ, (น้ำมนต์) ณัฐมนต์ สองทิศ, (อาหลี) ชนากานต์ โอสถานุภาพ,(ฮูพ) ปาฏลี ประเสริฐธีระชัย, (แนล) แนลริยา วิภาคกิจ, (แพรว) แพรวา ศิริวัฒนศักดิกุล,(สาวน้อย) พิชญ์สินี อิทธิรัตนะโกมล จากค่าย iAM ซึ่งได้เตรียมการแสดงสุดพิเศษมาโชว์ในงาน “26th Thai Festival Tokyo” ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 9 – 10 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยแฟนคลับหนาแน่น โดยศิลปิน BNK48 และศิลปินระดับตำนานจากประเทศญี่ปุ่น Tatuya Ishii (ทัตสึยะ อิชิอิ) ได้เข้าร่วมเดินขบวนพาเหรดในงานด้วยกัน เรียกว่าทำเอาเหล่าบรรดาแฟนๆ ทั้งชาวไทย และญี่ปุ่นต่างฮือฮากันอย่างมากมาย ซึ่งเหล่าศิลปิน BNK48 ได้ขนเพลงสนุกไปโชว์ ทั้งร้อง เต้น ใส่สุดกันแบบจุกๆ พร้อมทั้งโชว์พิเศษดวลความสนุกกับศิลปิน Tatuya Ishii (ทัตสึยะ อิชิอิ) ในเพลง “แค่เพียงมีเธอ” Kimi ga Iru Dake de (2026 Thai-Japanese Ver.) และการแสดงพิเศษครั้งแรก “รำวง Matsuri” เพลง Official Theme Song ของงาน Thai Festival 2027 (ปีหน้า) Executive Producer F.HERO ซึ่งเตรียมลงสตรีมมิ่งเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้เข้าร่วมกิจกรรมจับมือกันอย่างฟินสุดๆ ทั้ง 2 วันเลยทีเดียว

#BNK48inThaiFestival2026

#ThaiFestivalTokyo2026

#2026THJP_KimigaIruDakede

#แค่เพียงมีเธอ #Kimiiru

#BNK48 #TatuyaIshii

“ณิชา-ณัฏฐณิชา” เตรียมบินร่วมงานคานส์ 2026เสิร์ฟภาพเซ็ตแรกก่อนเดินพรมแดง

แลนดิงสู่ความปังพร้อมเฉิดฉายบน Red Carpet เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 (Cannes Film Festival 2026) สำหรับ ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ นักแสดงสาวสุดฮอตรวมถึงบทบาทพรีเซนเตอร์กับแบรนด์โกลบอลหลากหลาย ปีนี้ณิชาเข้าร่วมงานเป็นปีที่ 2 ในฐานะ L’Oréal Paris Brand Ambassador ร่วมส่งต่อพลังความงามและคุณค่าของผู้หญิงกับ L’Oréal Paris พันธมิตรระดับโลกของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มายาวนานเกือบ 3 ทศวรรษ โดยเธอเตรียมอวดโฉมและเดินพรมแดงในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ตามวันและเวลาที่คานส์ ฝรั่งเศส

ก่อนหน้านี้ณิชาได้สร้างความฮือฮาจากการเดินทางร่วมงานคานส์ครั้งแรกในฐานะตัวแทนของ L’Oréal Paris ได้รับความสนใจจากแฟน ๆ รวมถึงสื่อมวลชนระดับโลก แฟน ๆ รอติดตามลุคพรมแดงของเธอในปีนี้ ว่าจะสร้างโมเมนต์แฟชั่นสุดไอคอนิกและความประทับใจให้กับเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลกได้มากเพียงใด สมกับการเป็นหนึ่งในตัวแทนคนบันเทิงไทยที่เฉิดฉายบนเวทีคานส์อย่างงดงามและเหนือระดับอีกครั้ง

#Nychaa #ณิชา #ณิชาณัฏฐณิชา

เซ็นทรัล รีเทล แกร่ง! Core Profit Q1/69 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 2,888 ล้านบาท พิสูจน์ผลสำเร็จของการปรับพอร์ตธุรกิจและอีโคซิสเต็มที่ครบวงจร

กรุงเทพฯ 14 พฤษภาคม 2569 – บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2569 รายได้พุ่ง 66,514 ล้านบาท (+1.4% YoY) และมีกำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงจากการดำเนินงานต่อเนื่อง (Core Profit from continuing operations) ทะยานถึง 2,888 ล้านบาท (+12.5% YoY) ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนความสำเร็จของการปรับพอร์ตธุรกิจที่ชัดเจน พร้อมการดำเนินงานบนกลยุทธ์ New Heights, Next Growth ที่สร้างการเติบโตให้กับองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม

นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า “ในช่วงต้นปี 2569 แม้ภาคธุรกิจทั่วโลกยังต้องเผชิญกับแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์และวิกฤตพลังงานที่ท้าทาย แต่ เซ็นทรัล รีเทล ยังคงมองเห็นความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มอบความไว้วางใจเข้ามาเลือกซื้อสินค้าที่ธุรกิจในเครืออย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเห็นผลสำเร็จจากการปรับพอร์ตโฟลิโอที่มุ่งโฟกัสในตลาดหลักที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ได้แก่ ประเทศไทยและเวียดนาม โดยเราได้เดินหน้าขยายและต่อยอดธุรกิจใน 2 ประเทศอย่างเข้มข้น ภายใต้กลยุทธ์ New Heights, Next Growth ทั้ง 5 ด้านที่ได้ดำเนินการมาตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี โดยเฉพาะด้านการขยายฐานลูกค้า (Reinforce Customer Focus) และการเสริมแกร่งธุรกิจหลัก (Strengthen CRC Foundation) ผ่านการขยายสาขาต่าง ๆ การรีโนเวทห้างร้าน และการอัพเกรดแบรนด์ใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น อาทิ การคว้าสิทธิ์ Master Franchise เปิดตัว “No Brand” จากเกาหลีใต้ และการเข้าถือหุ้นใน JD Sports Thailand เพื่อรุกตลาดพรีเมียมสปอร์ตไลฟ์สไตล์อย่างเต็มรูปแบบซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการยกระดับอีโคซิสเต็มของ CRC ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น”

นายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กล่าวเสริมว่า “นอกจากการขับเคลื่อนทางธุรกิจแล้ว เซ็นทรัล รีเทล ยังให้ความสำคัญกับการบริหารการเงินด้วยความรอบคอบและยืดหยุ่น ตลอดจนจัดสรรเงินลงทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้สามารถรักษาสมดุลในการสร้างการเติบโตและการทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง สะท้อนผ่านผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 ด้วยรายได้รวม 66,514 ล้านบาท และกำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงจากการดำเนินงานต่อเนื่อง 2,888 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขกำไรในไตรมาสแรกที่เป็นนิวไฮของบริษัทฯ ทั้งนี้เรายังคงติดตาม ประเมินความเสี่ยง และปรับ
กลยุทธ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้เท่าทันสถานการณ์อยู่เสมอ พร้อมเดินหน้ารักษาฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้นต่อไป”

ด้านความยั่งยืน เซ็นทรัล รีเทล ยังคงเดินหน้าดูแลลูกค้าและสังคมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้บริบทเศรษฐกิจที่ยัง      ท้าทาย พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐเพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ผ่านการเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” โดยท็อปส์และโก โฮลเซลล์ ที่นำสินค้าจำเป็นกว่า 2,300 รายการมาจำหน่ายในราคาพิเศษ รวมถึงบริการตรวจเช็คสภาพรถฟรี 38 รายการจากออโต้วัน ควบคู่กับการเดินหน้าโครงการด้านสิ่งแวดล้อม เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์ และเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถ EV เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์ของ เซ็นทรัล รีเทล ในการเป็น Retail and Wholesale for All ผู้นำค้าปลีก-ค้าส่งที่พร้อมเติบโตไปกับทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

“บอย – พีท” ชวนแฟนเพลงร่วมสร้างปาฏิหาริย์ เปลี่ยน “ช่อดอกไม้” ให้เป็น “ชีวิตใหม่” ในคอนเสิร์ตใหญ่ PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT 2026

นอกจากจะเป็นคอนเสิร์ตแห่งความทรงจำที่แฟนเพลงรอคอยมากที่สุดในรอบ 23 ปี ของวง PEACEMAKER แล้ว “PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT 2026” ยังเต็มไปด้วยโมเมนต์แห่งการ “ให้” ที่อบอุ่นหัวใจ เมื่อ “บอย พีซเมคเกอร์ – พีท พีระ” ขอเป็นอีกหนึ่งพลังในการส่งต่อโอกาสและความหวังให้กับผู้ป่วยทารกแรกเกิด ผ่านแคมเปญสุดพิเศษ “เปลี่ยนช่อดอกไม้…ให้เป็นชีวิตใหม่”

       โดยภายในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ศิลปินจะงดรับช่อดอกไม้จากแฟนๆ และขอเปลี่ยนทุกความรัก ความยินดี และกำลังใจ ให้กลายเป็นพลังแห่งการช่วยเหลือ ด้วยการร่วมสมทบทุนเข้ากองทุนเพื่อผู้ป่วยทารกแรกเกิด โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อช่วยเหลือเด็กแรกเกิดที่ต้องการโอกาสในการรักษาและดูแลอย่างดีที่สุด

    งานนี้ทำเอาแฟนเพลงต่างชื่นชมในหัวใจของ “บอย – พีท” ที่ไม่เพียงส่งต่อบทเพลงฮีลใจตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ยังใช้เวทีคอนเสิร์ตครั้งสำคัญ เป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปันและสร้างคุณค่าให้กับสังคมอีกด้วยเรียกได้ว่า “PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT 2026” ไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ตรียูเนียนแห่งความคิดถึง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนแห่งความรัก ความหวัง และปาฏิหาริย์ที่ทุกคนจะได้ร่วมสร้างไปด้วยกัน

พบกันวันที่ 16–17 พฤษภาคม 2569 ณ UOB LIVE, EMSPHERE ประตูเปิดเวลา 18.00 น. 

และการแสดงเริ่มเวลา 19.00 น. พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการ “ให้” ที่ยิ่งใหญ่ไปพร้อมกันทั้งฮอลล์