Olivia Rodrigo ประกาศชื่ออัลบั้มเต็มชุดที่ 3 กับ ‘you seem pretty sad for a girl so in love’การกลับมาของซูเปอร์สตาร์ขวัญใจ Gen Z ที่ทุกคนรอคอย ฟังพร้อมกันทั่วโลก 12 มิ.ย. นี้

Olivia Rodrigo นักร้อง นักแต่งเพลง ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการเพลงป็อปขวัญใจวัยรุ่น เจ้าของรางวัลแกรมมี และยอดขายระดับมัลติแพลตินัม ประกาศชื่ออัลบั้มเต็มชุดที่ 3 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าเป็น you seem pretty sad for a girl so in love แฟนเพลงสามารถรอฟังได้พร้อมกันทั่วโลก 12 มิถุนายนนี้

อัลบั้ม you seem pretty sad for a girl so in love นี้ เธอได้หวนกลับมาทำเพลงร่วมกับโปรดิวเซอร์คู่ใจที่เคยร่วมงานกับเธอในอัลบั้มเดบิวต์ SOUR (6x แพลตินัม) และอัลบั้มที่สอง GUTS (3x แพลตินัม) อย่าง Daniel Nigro อีกครั้ง

อัลบั้มชุดที่ 3 นี้เป็นผลงานที่แฟน ๆ ตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันอย่างมาก Olivia Rodrigo เองก็บอกใบ้ถึงอัลบั้มใหม่มาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ตอนปล่อยภาพกำแพงสีม่วงที่ใจกลางเมืองลอสแองเจลิส และค่อย ๆ เปลี่ยนสีอ่อนลงเรื่อย ๆ ทีละวันจนกลายเป็นสีชมพูในที่สุด ในประเทศไทยเองก็ร่วมตื่นเต้นไปกับแฟนเพลงชาวไทยด้วย ขึ้นภาพสีม่วงที่ค่อย ๆ ไล่สีเป็นชมพูอ่อนลงทีละวัน พร้อมตัวอักษร OR บนจอ LED ของตึก True Alpha Hub ใจกลางสยามสแควร์เช่นเดียวกัน แฟน ๆ แห่ไปถ่ายรูปกันเพียบ ต่างตั้งตารอคอยว่าที่ผลงานมาสเตอร์พีซในอนาคตกันอย่างใจจดใจจ่อ

ที่ทำให้แฟนเพลง และสื่อมวลชนในวงการดนตรีต่างต้องหันมาสนใจอัลบั้มใหม่ของ Olivia Rodrigo ในครั้งนี้ เพราะเธอคือศิลปินวัย 23 ปี เจ้าของยอดขายอัลบั้มทั่วโลกกว่า 36 ล้านชุด ดีกรีเข้าชิงแกรมมีมากถึง 14 รางวัล ทั้งสาขาใหญ่ ๆ อย่าง  Album of the Year, Song of the Year และ Record of the Year ทั้งจากอัลบั้ม SOUR และ GUTS จนคว้ารางวัล Best New Artist, Best Pop Vocal Album และ Best Pop Solo Performance จากเวทีแกรมมีครั้งที่ 64 ในปี 2022 ไปได้ในที่สุด

อัลบั้ม SOUR ครองอันดับ 1 ชาร์ต Billboard 200 และกลายเป็นอัลบั้มเปิดตัวที่สามารถครองชาร์ตใน 10 อันดับแรกได้ยาวนานที่สุดในศตวรรษที่ 21 อีกทั้งยังสามารถครองชาร์ตอัลบั้มอันดับ 1 ได้ในอีกหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสหราชอาณาจักร แคนาดา ไอร์แลนด์ นอร์เวย์ ฮอลแลนด์ สวีเดน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ส่วนอัลบั้ม GUTS ก็ได้ชื่อว่าเป็นอัลบั้มป็อปคลาสสิกโดย Rolling Stone ที่สามารถเดบิวต์อันดับ 1 บนชาร์ต Billboard 200 ได้สำเร็จตามคาด ทำให้ Olivia Rodrigo ได้ชื่อว่าเป็นศิลปินหญิงคนแรกในรอบเกือบทศวรรษที่ส่งสองอัลบั้มแรกในชีวิตของตัวเองครองอันดับ 1 บนชาร์ตนี้ได้ และยังเป็นศิลปินที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาร์ต Billboard Hot 100 ที่เดบิวต์เพลงฮิตขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ได้ถึง 3 เพลง  (“vampire”, “drivers license” และ “good 4 u”) อีกด้วย

คาดหวังกับอัลบั้มชุดที่ 3 กับ you seem pretty sad for a girl so in loveของ Olivia Rodrigo กันได้เลย ว่าจะมาพร้อมสถิติอะไรใหม่ ๆ มาให้เราว้าวกันได้อีกหรือไม่ อย่าลืมกด pre-save อัลบั้มรอไว้ก่อนกันด้วยนะ

#OliviaRodrigo #youseemprettysadforagirlsoinlove #OR3

ติดตาม Olivia Rodrigo ที่

FACEBOOK: @OliviaRodrigoOfficial

INSTAGRAM: @oliviarodrigo

X: @oliviarodrigo

TIKTOK: @livbedumb

YOUTUBE: @OliviaRodrigo

ซูเลียน ล่องใต้สะเทือนสงขลา จุดไฟความสำเร็จครั้งใหญ่ ปลุกพลังนักธุรกิจสู่ชีวิตที่เลือกเอง

จังหวัดสงขลา ลุกเป็นไฟด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่น เมื่อ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเวทีสัมมนาครั้งสำคัญภายใต้หัวข้อ “พลิกวิสัยทัศน์ธุรกิจ สู่ชีวิตที่คุณเลือก” เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางสมาชิกและผู้สนใจที่หลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนกระแสตื่นตัวของผู้คนที่ต้องการ “เปลี่ยนเกมชีวิต” ด้วยพลังธุรกิจของตนเอง

บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังแห่งความหวังและแรงบันดาลใจ ผู้เข้าร่วมงานทุกคนมาพร้อมเป้าหมายเดียวกัน คือการยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างรายได้อย่างมั่นคง และก้าวสู่การเป็นนักธุรกิจซูเลียนอย่างเต็มภาคภูมิ เวทีแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงงานสัมมนา หากคือพื้นที่แห่งการจุดประกายศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวทุกคนให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง

เนื้อหาการบรรยายเข้มข้น ครบทุกมิติแห่งความสำเร็จ ตั้งแต่การวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจในช่วงเปลี่ยนผ่าน กลยุทธ์การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน การพัฒนาภาวะผู้นำ การสร้างทีมงานคุณภาพ ไปจนถึงการปลูกฝังแนวคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมพร้อมก้าวสู่การแข่งขันในโลกธุรกิจยุคใหม่      ทุกช่วงเวลาถูกออกแบบเพื่อสร้าง “นักธุรกิจตัวจริง” ที่มีทั้งวิสัยทัศน์ ระบบ และหัวใจที่ไม่ยอมแพ้

ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ คุณณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO)       ผู้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์เชิงลึกด้านการวางรากฐานธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมส่งต่อพลังความเชื่อมั่นให้ผู้เข้าร่วมทุกคนที่สะท้อนหัวใจขององค์กรว่า “ซูเลียนไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอดและความมั่นคงที่คุณออกแบบได้เอง”

ปิดท้ายบรรยากาศแห่งพลังด้วยกิจกรรมคืนกำไรสุดคึกคัก การจับฉลากอั่งเปาเงินสด พร้อมมอบของที่ระลึกสุดพิเศษ ท่ามกลางเสียงเชียร์ เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มแห่งความหวัง สร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นในก้าวต่อไปของแต่ละคน

งานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมทางธุรกิจ หากคือ “จุดเปลี่ยนของชีวิต” สำหรับผู้ที่เลือกจะคว้าโอกาสไว้ด้วยสองมือ และกล้าที่จะออกแบบอนาคตของตนเอง ซูเลียนได้ตอกย้ำอีกครั้งว่า ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากเป็นผลลัพธ์ของวิสัยทัศน์ การลงมือทำ และความเชื่อมั่นที่ไม่สั่นคลอน

Meko เร่งเครื่องสู่ Top Aesthetic Hospital เอเชีย เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ครั้งแรกตอกย้ำผู้นำ “ออกแบบความงามเฉพาะบุคคล”

Meko International Hospital โรงพยาบาลศัลยกรรมความงามที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 40 ปี ประกาศก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ เดินหน้าสื่อสารแบรนด์ครั้งใหญ่ผ่านการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ 2 คนแรกขององค์กร “ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ และ ดวงดาว จารุจินดา” ภายใต้แนวคิด “Think it, Be it.” สะท้อน DNA แบรนด์บน 3 แกนหลัก Tailored – Trusted – Timeless พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ “ผู้นำโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามครบวงจร” ที่เชื่อมต่อทั้งศาสตร์การแพทย์ เทคโนโลยี และความเข้าใจเชิงลึกด้านผู้บริโภค

พญ.วรารัตน์ สิริกุตตา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลเมโกะ อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้นำตลาดด้าน Medical Aesthetic Ecosystem อย่างเต็มรูปแบบ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดศัลยกรรมความงามในปัจจุบันมีการแข่งขันสูง และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่ม Upper to High Income ที่ให้ความสำคัญกับ “ความเป็นตัวเอง” และ “ผลลัพธ์ระยะยาว” มากกว่าการตามเทรนด์ Meko จึงวางกลยุทธ์การตลาดใหม่ โดยยกระดับจาก Mass Aesthetic ไปสู่ Personalized Beauty อย่างเต็มรูปแบบ เราไม่ได้ขายความสวย แต่เราสร้าง ‘ความมั่นใจที่ออกแบบได้’ ให้กับแต่ละบุคคล

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ Meko International Hospital คือการขับเคลื่อนแบรนด์ผ่านแนวคิด Brand Humanization และ Authenticity Marketing โดยเลือกผู้ใช้บริการจริงที่สามารถถ่ายทอดผลลัพธ์และประสบการณ์ได้อย่างน่าเชื่อถืออย่าง ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ และ ดวงดาว จารุจินดา มาร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์คู่แรกขององค์กร

การเปิดตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการใช้พรีเซ็นเตอร์เพื่อเสริมภาพลักษณ์ แต่คือการนำ “ตัวแทนประสบการณ์จริง” มาถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ในทุกมิติ ทั้งในด้านผลลัพธ์ ความปลอดภัย และการสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืนในระยะยาว สะท้อนอัตลักษณ์และมาตรฐานความงามของ โรงพยาบาลเมโกะ ผ่านมุมมองและประสบการณ์จริงของทั้งสองท่าน ถ่ายทอดเรื่องราวอย่างจริงใจ อบอุ่น และเข้าถึงง่าย เพื่อให้ผู้รับชมได้สัมผัสบรรยากาศการบริการ ความใส่ใจในทุกรายละเอียด ตลอดจนมาตรฐานสถานที่ที่ออกแบบมาเพื่อความมั่นใจและความสบายใจในทุกขั้นตอนของการดูแลความงาม

ด้าน พญ.แพรมาลา ฉายาวิจิตรศิลป์ ผู้อำนวยการแพทย์ โรงพยาบาลเมโกะ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้ Meko แตกต่าง คือการพัฒนาโปรแกรม P.A.M (Personalized Aesthetic Mapping) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการวิเคราะห์ใบหน้าแบบองค์รวม เราไม่ได้มองแค่จุดใดจุดหนึ่ง แต่เรามองทั้งโครงสร้างใบหน้า สัดส่วน และบุคลิก เพื่อออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนจริง ๆ โดยไม่ทำเกินความจำเป็น และยังคงเอกลักษณ์ของตัวเองไว้

โดยแนวคิดการใช้พรีเซ็นเตอร์ 2 เจเนอเรชัน สะท้อน 2 มิติของแบรนด์ ซึ่ง ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของแนวคิด Tailored for You สะท้อนภาพผู้หญิงยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมชาติและเอกลักษณ์ของตัวเอง โดยเข้ารับการดูแลผ่านโปรแกรม P.A.M (Personalized Aesthetic Mapping) เพื่อปรับสมดุลใบหน้าอย่างเฉพาะบุคคล นอกจากนี้ การที่ลีเดียและครอบครัวเลือกใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ยังสะท้อน “ความเชื่อมั่นระดับครอบครัว” ซึ่งเป็น Insight สำคัญของลูกค้ากลุ่มพรีเมียม

ขณะที่ ดวงดาว จารุจินดา เป็นตัวแทนของแนวคิด Timeless in Beauty and Care หรือความงามที่ยั่งยืนในระยะยาว สะท้อนกลุ่มลูกค้าที่ต้องการผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตในทุกช่วงวัย โดยดวงดาวได้เข้ารับการรักษาศัลยกรรมแก้ไขตาสองชั้นร่วมกับการแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โดยจักษุแพทย์เฉพาะทางด้าน Oculoplastic (Oculoplastic and Reconstructive Surgery) เพื่อฟื้นฟูการทำงานของดวงตาและเสริมความสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ ควบคู่กับการดูแลผิวพรรณแบบองค์รวมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการผสานตัวแทนทั้ง 2              เจเนอเรชัน จึงช่วยตอกย้ำว่า Meko สามารถตอบโจทย์ความงามได้ “ในทุกช่วงวัย และทุกตัวตน”

พญ.วรารัตน์ กล่าวอีกว่า Meko ได้พัฒนา Aesthetic Ecosystem ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ วางแผนการรักษา ไปจนถึงการดูแลหลังการรักษาในระยะยาว ภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์ระดับสากล ด้วยการลงทุนโรงพยาบาลมูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท ทำให้สามารถให้บริการได้ครบทั้ง Aesthetic และ Surgery ในที่เดียว พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและระบบความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ซึ่งปัจจุบัน Meko มีฐานลูกค้ากว่า 100,000 ราย โดยแบ่งเป็นคนไทย 80% และต่างชาติ 20% จากอินโดนีเซีย จีน มาเลเซีย และสิงคโปร์

ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักคือ Upper to High Income Segment ที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 100,000 บาทต่อครั้ง และให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ระยะยาว ขณะเดียวกัน ยังพบการเติบโตใน 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่

  • กลุ่ม Gen Y และวัยทำงาน ที่เน้น Natural Look และ Personal Branding
  • กลุ่มผู้ชาย ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์มากขึ้น
  • กลุ่ม Medical Tourism ที่มองหามาตรฐานระดับสากลควบคู่ความคุ้มค่า

โดยสัดส่วนบริการแบ่งเป็น Aesthetic 35% และศัลยกรรม 65% ครอบคลุมบริการยอดนิยม เช่น ศัลยกรรมจมูก หน้าอก ดูดไขมัน และดึงหน้า โดยคาดว่าในระยะ 5 ปี Meko ตั้งเป้าก้าวสู่ Top 5 โรงพยาบาลศัลยกรรมความงามในเอเชีย พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical Hub ของภูมิภาค

พญ.วรารัตน์ กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า การเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ครั้งแรกของ Meko จึงไม่ใช่เพียงแคมเปญการตลาด แต่เป็น “Strategic Move” ที่สะท้อนวิสัยทัศน์ขององค์กรในการก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดศัลยกรรมความงามครบวงจรระดับภูมิภาค พร้อมตอกย้ำจุดยืนของ Meko ว่า “ความงามที่แท้จริง ไม่ใช่การเหมือนใคร แต่คือการเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด”

ผู้ที่สนใจสามารถรับชมภาพยนตร์โฆษณาชุดพิเศษของ

ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ และ ดวงดาว จารุจินดา

ได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของ Meko International Hospital

www.mekohospital.com  หรือ YouTube : Meko Hospital

เพื่อสัมผัสมุมมองความงามที่ออกแบบได้เฉพาะคุณ

และประสบการณ์จริงที่สะท้อนความเชื่อมั่นในทุกมิติของแบรนด์

อุตสาหกรรมอัญมณีไทยเร่งปรับเกม รับส่งออกหดตัว 20% ชูโมเดล “Selected Strategy” ดันงานแฟร์ไทยสู่เวทีสากล มั่นใจฝีมือช่างยังเหนืออาเซียน

กลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประเมินภาพรวมการส่งออกอัญมณีไทยช่วงต้นปี พบสัญญาณชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยมูลค่าการส่งออกปรับลดลงกว่า 20% ครอบคลุมทุกหมวดสินค้า ทั้งกลุ่มพลอยเจียระไน เครื่องประดับทอง เครื่องประดับเงิน และสินค้ากึ่งสำเร็จรูป สะท้อนแรงกดดันจากกำลังซื้อในตลาดหลัก โดยเฉพาะประเทศตะวันตกที่เผชิญภาวะเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม พร้อมแนะผู้ประกอบการเร่งปรับยุทธศาสตร์ มุ่งสร้างความแตกต่าง ยกระดับมาตรฐานสินค้า และพัฒนาแบรนด์ให้มีความเป็นสากล เพื่อรักษาฐานตลาดในระยะยาว

นายวิบูลย์ หงษ์ศรีจินดา รองประธานที่ปรึกษากลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตัวเลขที่หดตัว 20% อาจยังไม่สะท้อนภาพรวมทั้งหมด เนื่องจากราคาโลหะมีค่าในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2568 ยังช่วยพยุงมูลค่าการส่งออกรวมไว้ ขณะที่ในเชิงปริมาณการผลิตและคำสั่งซื้อจริงลดลงมากกว่าที่ปรากฏอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนภาวะตลาดขาลงที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยแนวโน้มในช่วง 9 เดือนข้างหน้ายังอยู่ภายใต้ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อัตราดอกเบี้ย และกำลังซื้อผู้บริโภค

ทั้งนี้ โครงสร้างอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยยังพึ่งพาแรงงานฝีมือสูงถึง 80–85% ของกระบวนการผลิต ตั้งแต่การขึ้นรูป การฝังพลอย ไปจนถึงการขัดเงาขั้นสุดท้าย ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนแรงงานค่อนข้างสูง ท่ามกลางสถานการณ์ที่คำสั่งซื้อชะลอตัว

เพื่อเร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้ผ่านพ้นความผันผวนดังกล่าว ภาคอุตสาหกรรมเตรียมนำแนวคิด “Selected Strategy” มาใช้เป็นกรอบยุทธศาสตร์ในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่าการแข่งขันด้านปริมาณ พร้อมยกระดับมาตรฐานคุณภาพ และคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายทางการค้าอย่างชัดเจน เพื่อให้การเติบโตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

การจัดงาน JGAB 2026 ระหว่างวันที่ 22–25 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถูกวางให้เป็นงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทั้งระบบ โดยมุ่งสร้างแพลตฟอร์มกลางในการขยายเครือข่ายธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ซื้อคุณภาพจากต่างประเทศ และยกระดับการจับคู่ธุรกิจให้เกิดผลเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง แนวทางดังกล่าวไม่เน้นจำนวนผู้เข้าชม แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของผู้ซื้อ” และโอกาสทางการค้าที่ต่อยอดได้ในระยะยาว

หัวใจสำคัญของ Selected Strategy คือการผลักดันมาตรฐานสินค้าไปสู่ระดับ “No Return” หรือมาตรฐานที่สร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ผู้ซื้อจนไม่เกิดการคืนสินค้า อาศัยการบูรณาการตั้งแต่กระบวนการผลิต การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการสื่อสารแบรนด์อย่างมืออาชีพ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดโลก

นายวิบูลย์ ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการที่ต้องการก้าวสู่เวที International Show จำเป็นต้องสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน สินค้าต้องมีเอกลักษณ์ ไม่ใช่แข่งขันด้านราคา แต่ต้องพร้อมพัฒนาดีไซน์ให้มีความเป็นสากล สอดคล้องกับรสนิยมผู้บริโภคในตลาดหลักอย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกา

ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมควรใช้จุดแข็งด้านฝีมือช่างไทย ซึ่งมีความประณีตในขั้นตอนการตกแต่งขั้นสุดท้าย เป็นหัวใจของการสร้างมูลค่าเพิ่ม แม้ไทยจะมีข้อจำกัดด้านวัตถุดิบต้นน้ำ แต่ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและการควบคุมคุณภาพยังเป็นข้อได้เปรียบสำคัญเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในอาเซียน

ในด้านการเตรียมความพร้อมเชิงระบบ ผู้จัดงาน JGAB จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการรับรู้ในระดับนานาชาติ โดยวางแผนประชาสัมพันธ์เชิงรุกล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 6 เดือน ผ่านการสื่อสารแบบบูรณาการทั้งสื่อดิจิทัล เครือข่ายพันธมิตรการค้า และฐานข้อมูลผู้ซื้อคุณภาพจากต่างประเทศ พร้อมผลักดันภาพลักษณ์ของงานในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น สนามบินและศูนย์กลางธุรกิจ เพื่อเพิ่มการมองเห็นในระดับสากล

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายยกระดับ JGAB ให้เป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการรวมพลังผู้ประกอบการ ลดภาระการทำตลาดรายบุคคล และสร้างแรงขับเคลื่อนร่วมกันในการดึงดูดผู้ซื้อคุณภาพจากทั่วโลก

“การปรับตัวในช่วงเวลาที่ท้าทาย ไม่ใช่เพียงการรอให้ตลาดฟื้นตัว แต่คือการยกระดับมาตรฐานทั้งระบบ ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การตลาด ไปจนถึงการจัดงานแสดงสินค้า              เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมอัญมณีไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างมั่นคงบนเวทีเศรษฐกิจโลก”

ผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า (Visitor Pre-Registration) ได้ที่เว็บไซต์งานwww.jewellerygemaseanbkk.com

หรือดูรายละเอียดและติดข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง
Website: https://jewellerygemaseanbkk.com
Facebook: https://www.facebook.com/JGABThailand
IG: https://www.instagram.com/jewelleryandgemaseanbangkok/
LinkedIn: https://www.linkedin.com/in/jewellery-and-gem-asean-bkk/
Line: https://lin.ee/cp9sd85

“โฮมโปร จับมือพันธมิตร จัดเต็มโปร #แรงส์ห้ามพลาด ในมหกรรมช้อปครั้งใหญ่ HomePro x Mega Home SUPER EXPO

คุณอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” จับมือพันธมิตร ร่วมมอบประสบการณ์ช้อปสุดคุ้ม ในมหกรรม HomePro x Mega Home SUPER  EXPO ยกระดับแคมเปญใหญ่รับซัมเมอร์ ด้วยดีลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ครบ ครอบคลุมทั้งสินค้า Home Improvement เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในบ้าน ไปจนถึงวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์งานช่าง ตลอด 5 วันเต็ม 2-6 เม.ย.69 ทุกสาขาทั่วประเทศและออนไลน์ โดยมีคุณกนกวรรณ เหลืองอรุณโรจน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบัตรเครดิตพันธมิตรธุรกิจ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด, คุณศุภมาศ เผ่าธัญลักษณ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด, คุณณัฐนาถ ดนตรี ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารลูกค้า บริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นเนล ประเทศไทย จำกัด และคุณพงศธร ตั้งเสรีจิตสกุล  ผู้จัดการทั่วไป สาย Payment Strategy บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน ณ โฮมโปร สาขาราชพฤกษ์ เมื่อเร็วๆ นี้

เผยเสน่ห์ความมั่นใจ ต้อนรับซัมเมอร์อย่างสง่างามไปกับ ELLE Lingerie

ELLE Lingerie (แอล ลองเจอเรย์) แบรนด์ชุดชั้นในพรีเมียมจากฝรั่งเศส ในเครือ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ชวนผู้หญิงทุกคนเผยความงดงามในแบบของตัวเอง ผ่านเซ็ตชุดชั้นในที่ถ่ายทอดเสน่ห์ ความมั่นใจ และความสดใสของฤดูกาลได้อย่างประณีต ด้วยบราทรงเกาะอกคัพเรียบ พร้อมสายบ่าโลโก้ ELLE ที่ผสานความสบายและความสง่างามไว้ได้อย่างลงตัว ช่วยเสริมรูปทรงให้สวยอย่างเป็นธรรมชาติ เนื้อผ้าเรียบเนียน สัมผัสนุ่ม ยืดหยุ่น และแนบกระชับไปกับสรีระ เติมรายละเอียดด้วยสายบ่าดีไซน์ Logo ELLE Signature ที่สะท้อนเอกลักษณ์แฟชั่นอันเปี่ยมเสน่ห์แบบสาวปารีเซียงได้อย่างชัดเจน จับคู่กับกางเกงชั้นในทรง Hipster Fit ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์โลโก้ ELLE บริเวณขอบเอวและด้านหลัง เสริมมิติให้ลุคดูสปอร์ตโมเดิร์น มั่นใจในทุกการเคลื่อนไหว เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการถ่ายทอดตัวตน และเปล่งประกายอย่างมีระดับ วางจำหน่ายชุดชั้นในราคาเริ่มต้น 1,190 ถึง 1,590 บาท และกางเกงชั้นในราคาเริ่มต้น 320 ถึง 520 บาท

สามารถช้อปได้ที่เคาน์เตอร์ ELLE Lingerie ทุกสาขา และช่องทางออนไลน์ ICC Shopping, Lazada, Shopee และ TikTok

ขอนแก่น-อุดร ชวนม่วนคักจัดเต็ม!!“สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน”ในงาน “Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย”

จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอุดรธานี เตรียมเนรมิตเทศกาลมหาสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ในงาน “Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ที่จัดขึ้นต่อเนื่องปีที่ 11 เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติมาร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งความสุข ความสนุกสนานกันแบบจัดเต็ม ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายนนี้

ภายในงานพบกับกิจกรรมหลากหลายที่ผสานความสนุกไว้อย่างลงตัว กับสีสันความม่วนซื่นแบบวิถีอีสาน “ม่วนซื่น ม่วนคัก สงกรานต์บ้านเฮา” แถมงานนี้ที่สายมูต้องไม่พลาดกับกิจกรรมมหามงคล 8 ประการ ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมสิริมงคลรับปีใหม่ไทย โดยการจัดงานดังกล่าวยังคงมุ่งเน้นการเชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่น ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการสร้างรายได้ให้กับชุมชน และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่การพัฒนาให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากลอย่างยั่งยืน

จังหวัดขอนแก่น ร่วมสัมผัสเสน่ห์ประเพณีบุญสงกรานต์อีสานดั้งเดิม ในงาน Khon Kaen Water Festival 2026 ณ วัดไชยศรี บ้านสาวะถี พบพิธีสำคัญที่สืบทอดยาวนาน อาทิ พิธีเสียเคราะห์ เสริมสิริมงคล รับปีใหม่ไทยร่วมทำบุญตักบาตรหน้าสิม สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้สูงอายุของชุมชน สะท้อนวิถีวัฒนธรรมอบอุ่น ตื่นตากับขบวนแห่ดอกไม้ ขบวนแห่ต้นเงิน พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านเพลิดเพลินกับกิจกรรมชุมชน และเลือกซื้อสินค้าท้องถิ่น ถ่ายทอดภูมิปัญญาอันเป็นเอกลักษณ์ ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2569

จังหวัดอุดรธานี จัดขึ้นที่ลานวัฒนธรรมมรดกโลกบ้านเชียงแหล่งมรดกโลก สัมผัสเสน่ห์วิถีไทยพวนแบบ “อีสานบ้านเฮา” ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง พบไฮไลต์กิจกรรมห้ามพลาด ทั้งขบวนแห่พระพุทธรูปแบบเกวียนโบราณให้ได้ “สรงน้ำเอาฤกษ์เอาชัย” พิธีตักบาตรถนนสายบุญ รดน้ำขอพรพ่อใหญ่แม่ใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมม่วนกับการประกวดเจดีย์ทราย และนางสงกรานต์ไทพวนบ้านเชียง รวมถึงกิจกรรมวัฒนธรรมและตลาดชุมชนที่คึกคัก “ม่วนคัก ม่วนหลาย” ร่วมสืบสานฮีตคองประเพณีดีงามของไทย ในงาน “Udon Thani Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ระหว่างวันที่ 12-13 เมษายน 2569

นอกจาก จังหวัดขอนแก่น และอุดรธานี ยังมีการจัดงาน “Water Festival เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ขึ้นพร้อมกันทั้ง 4 ภาค 6 จังหวัด ทั่วประเทศไทย ดังนี้ ภาคกลาง จัดที่ กรุงเทพมหานคร บนแลนด์มาร์คที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น, ท่ามหาราช, ท่ายอดพิมาน ริเวอร์วอร์ค, สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม และท่าศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2569 ภาคเหนือ ที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และชุมชนช้างม่อยจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 และ 15 เมษายน 2569 และจังหวัดลำพูน ที่ถนนรถแก้ว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2569 ภาคใต้ ที่วัดไม้ขาว และหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2569

มาร่วมสัมผัสบรรยากาศ “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน” สะท้อนความงดงามของประเพณีไทยที่ผสานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าให้ทุกคนได้ “ม่วนซื่น ม่วนคัก สงกรานต์บ้านเฮา” ในงาน “Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 เมษายนนี้ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook: Water Festival Thailand

“แพร ชนา” ปล่อยซิงเกิลใหม่ “ฝันเปราะบางกับทางเส้นนี้”ถ่ายทอด 10 ปีบนเส้นทางความฝันของนักสู้

“แพร ชนา”ศิลปินแนว Folk Pop จากค่าย GMM MUSIC สังกัด Grammy Gold ปล่อยซิงเกิลใหม่ล่าสุด “ฝันเปราะบางกับทางเส้นนี้” บทเพลงที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงตลอดกว่า 10 ปี บนเส้นทางสายดนตรี จากเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ยืนร้องเพลงหน้ากระจก สู่การเติบโตบนโลกแห่งความจริงที่เต็มไปด้วยบททดสอบ “ฝันเปราะบางกับทางเส้นนี้” ยังคงเป็น กบ Big Ass ขจรเดช พรมรักษา นั่งแท่น Executive Producer และแต่งเนื้อร้อง ส่วนทำนองเป็น พชร รัตนอรุณ โดยเพลง “ฝันเปราะบางกับทางเส้นนี้” ไม่ใช่เพียงเพลงของคนที่ประสบความสำเร็จ แต่คือบทเพลงของ “คนที่ยังสู้” ถ่ายทอดทุกความรู้สึกของการเดินตามฝัน ทั้งความผิดหวัง คำปฏิเสธ ความลังเล และน้ำตา ที่หลายคนอาจเคยเผชิญ

แพร ชนา เผยว่า จุดเริ่มต้นของเพลงนี้เกิดจากการได้ฟังเมโลดี้ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ จนรู้สึกทันทีว่าเป็นเพลงที่อยากถ่ายทอดออกมา “หนูรู้สึกว่าเพลงนี้มันมีความดรามาติกและใช้อารมณ์สูงมาก ตอนแรกยังไม่ได้ใช้เมโลดี้นี้ แต่พอพี่กบส่งเนื้อเพลงมา หนูรู้สึกเลยว่ามันคือเพลงของหนูจริงๆ เนื้อหาของเพลงสะท้อนการเดินทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วย “คนข้าง ๆ” ที่คอยประคับประคอง ทั้งครอบครัว และเพื่อนร่วมวง ที่ร่วมกันแบกความฝันไปในทุกก้าว
ในส่วนของมิวสิกวิดีโอ แพรตั้งใจถ่ายทอดความผูกพันนี้อย่างชัดเจน โดยเลือกให้สมาชิกในวงอยู่ใน MV เพื่อสะท้อนภาพของ “การเดินทางร่วมกัน” “เรารู้สึกว่าเราไม่ได้เดินคนเดียว เราแบกความฝันของกันและกันไปด้วย”

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการถ่ายทำที่ “เขาใหญ่” ซึ่งเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงกับความทรงจำในวัยเด็กของแพรที่เติบโตในจังหวัดโคราช ทำให้ MV นี้เต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นและความหมายเชิงลึกของคำว่า “บ้าน” และ “จุดเริ่มต้นของความฝัน”เพลงนี้ต้องการสื่อสารกับทุกคนที่กำลังเหนื่อยล้าบนเส้นทางชีวิตว่า “ความเปราะบาง ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ แต่มันแปลว่าเรารักความฝันนั้นมากพอ” และตราบใดที่ยังไม่หยุดเดิน ความฝันก็ยังไม่สิ้นสุด
ติดตามฟังและชม MV เพลง “ฝันเปราะบางกับทางเส้นนี้” ศิลปิน แพร ชนา ได้แล้ววันนี้ที่ GrammyGold Official https://youtu.be/LwVWFsviNBQ

ฝันเปราะบางกับทางเส้นนี้ #แพรชนา

แกรมมี่โกลด์ #GMMMusic

ขอขอบคุณฝ่ายประชาสัมพันธ์ GMM MUSIC

ไลฟ์แตกสมศักดิ์ศรีตัวแม่! “อั้ม พัชราภา” สวมบทพรีเซนเตอร์นักไลฟ์ ควง “มิกค์ ทองระย้า” เสิร์ฟโมเมนต์ฟิน “โดสแดง The Elf” Sold out 2 หมื่นขวด ใน 30 นาที

ทำเอาโซเชียลแทบลุกเป็นไฟ เมื่อซุปตาร์ตัวแม่ของเมืองไทยอย่าง “อั้ม – พัชราภา ไชยเชื้อ” กระโดดลงสนามไลฟ์ครั้งแรกในชีวิต กับบทบาท “พรีเซนเตอร์นักไลฟ์” ให้กับแบรนด์ “The Elf” เปิดขายโปรดักส์โฉมใหม่ “The Elf NANO WHITE DOSE Premium White Plus+” หรือที่แฟนๆเรียกกันติดปากว่า “โดสแดงพี่อั้ม” งานนี้กระแสแรงเกินต้าน ยอดคนดูพุ่งกระฉูดตั้งแต่เริ่มไลฟ์ พร้อม Sold out 2 หมื่นขวด ภายใน 30 นาที สมกับเป็นตัวแม่ตัวจริงของวงการ

ทันทีที่อั้มเปิดไลฟ์ บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความคึกคัก แฟนคลับแห่เข้ามาดูแบบถล่มทลาย พร้อมเสียงกรี๊ดผ่านหน้าจอไม่ขาดสาย ยิ่งได้ตัวช่วยสายเอนเตอร์เทนอย่าง “ดีเจมะตูม” มาร่วมสร้างสีสัน ยิ่งทำให้ไลฟ์ครั้งนี้สนุกครบรส ทั้งฮา ทั้งฟิน และช้อปกันแบบไม่มีพัก

ไฮไลต์ที่ทำเอาแฟนๆใจละลาย คงหนีไม่พ้นการไลฟ์คู่กันของพระเอกหนุ่ม “มิกค์ ทองระย้า” ที่ควงคู่มาไลฟ์กับ “อั้ม” แบบใกล้ชิด ตอกย้ำกระแสข่าวจิ้นที่ถูกพูดถึงก่อนหน้านี้ งานนี้ชาวเน็ตถึงกับแซวกันสนั่นว่า “ไหนบอกพี่น้อง แต่ทำไมมีอั้มที่ไหน ต้องมีมิกค์ที่นั่น!” เพิ่มดีกรีความฟินให้ไลฟ์ครั้งนี้แบบเต็มสิบไม่หัก ซึ่งทั้งคู่ก็ออกมาเปิดปากพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์คู่กัน โดยยืนยันว่าเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน และซัปพอร์ตกันในทุกๆเรื่อง

งานนี้ขวด “Limited Edition” พร้อมลายเซ็น “อั้ม พัชราภา” จำนวน 20,000 ขวด ที่เปิดขายเฉพาะในไลฟ์ครั้งนี้ กลายเป็นของหายากทันที เพราะถูกกวาดเรียบหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว เรียกได้ว่า “ไลฟ์แตก” สมคำล่ำลือของตัวแม่จริงๆ

นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ตอกย้ำพลังซุปตาร์ของ “อั้ม พัชราภา” ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะขยับตัวไปทำอะไร ก็สามารถสร้างกระแสและแรงซื้อได้ทันที เรียกได้ว่าไลฟ์ครั้งแรกของตัวแม่ ไม่ได้มาเล่นๆแต่ “ปังจริง ขายจริง และเกลี้ยงจริง” สมศักดิ์ศรีซุปตาร์เบอร์หนึ่งของเมืองไทย

ไดกิ้น ยกระดับอาชีวะไทย ส่งมอบชุดปฏิบัติการ-เครื่องปรับอากาศ 42 ชุด ชูประสบการณ์จริง ปั้นช่างแอร์มืออาชีพสู่มาตรฐานสากล

บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ตอกย้ำความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เดินหน้าสร้างอนาคตช่างปรับอากาศไทย ส่งมอบเครื่องปรับอากาศและชุดปฏิบัติการติดตั้งรวม 42 ชุด ให้แก่ 15 สถานศึกษาทั่วประเทศ ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเรียนการสอน เปิดโอกาสให้นักศึกษาลงมือปฏิบัติกับอุปกรณ์จริง มุ่งลดการขาดแคลนแรงงานฝีมือ พร้อมยกระดับทักษะฝีมือแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล

คุณสึโทมุ คูริฮาระ ประธานบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงวิสัยทัศน์ขององค์กรว่า ไดกิ้นมีความเชื่อมั่นว่ารากฐานของแรงงานคุณภาพ ต้องเริ่มจากโอกาสทางการศึกษาที่ได้เข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย การส่งมอบอุปกรณ์ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2021 ได้สะท้อนความมุ่งมั่นของไดกิ้นในการสนับสนุนการศึกษาภาคปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาสฝึกฝนกับอุปกรณ์จริงที่ใช้งานในอุตสาหกรรมระดับสากล และต่อยอดเป็นบุคลกรที่มีศักยภาพที่พร้อมขับเคลื่อนให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า

ด้าน คุณวรพงศ์ กียปัจจ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวเสริมในมุมมองที่สอดคล้องกันว่า สยามไดกิ้นเซลส์ ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศสู่ครูอาชีวะและนักศึกษา ผ่านการอบรมทั้งในสถานศึกษาและในพื้นที่จริงร่วมกับช่างมืออาชีพ บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมที่เน้นการลงมือปฏิบัติ เพื่อสร้างแรงงานฝีมือคุณภาพเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรม และร่วมพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนของอาชีวศึกษาให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น พิธีส่งมอบจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ โรงงานไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี โดยเป็นการมอบชุดปฏิบัติการติดตั้งเครื่องปรับอากาศและเครื่องปรับอากาศ รวมทั้งสิ้น 42 ชุด แบ่งเป็นการสนับสนุนต่อเนื่องประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 25 ชุด และส่วนที่ได้รับการสนับสนุนจากงานแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ประจำปีการศึกษา 2568 อีกจำนวน 17 ชุด

โดยมีตัวแทนจาก สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นำโดย คุณเบญจวรรณ ปกป้อง ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ และ คุณสุรศักดิ์ แก้วหีด ผู้อำนวยการศูนย์ CVM วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม เป็นผู้รับมอบร่วมกับคณะผู้บริหารจากสถานศึกษาต่าง ๆ เพื่อกระจายไปยังสถานศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษา 15 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ประกอบด้วย

  1. วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ
  2. วิทยาลัยการอาชีพตรัง
  3. วิทยาลัยเทคนิคสุพรรณบุรี
  4. วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร
  5. วิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ์
  6. วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก
  7. วิทยาลัยเทคนิคแพร่
  8. วิทยาลัยเทคนิคอุทัยธานี
  9. วิทยาลัยเทคนิคพิจิตร
  10. วิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร
  11. วิทยาลัยเทคนิคระยอง
  12. วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี
  13. วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม

นอกจากการสนับสนุนด้านอุปกรณ์แล้ว อีกแรงขับเคลื่อนของความร่วมมือครั้งนี้ คือการเปิดโลกทัศน์ให้แก่คณะผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา ด้วยการเยี่ยมชมสายการผลิตจริงภายในโรงงานไดกิ้น หนึ่งในฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศที่สำคัญระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และชี้ให้เห็นถึงกระบวนการทำงานที่เป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมจริง ช่วยให้เกิดการสร้างแรงบันดาลใจและสามารถนำแนวทางที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน