เอเซอร์เปิดไลน์อัป Copilot+ PC ปี 2026 แท็กทีม Swift และ Aspire ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

  • Swift Spin 14 AI โน้ตบุ๊ก AI พรีเมียม พกพาง่าย พับได้ 4 โหมด รองรับปากกาแรงกด 4,096 ระดับ มี 2 รุ่นให้เลือก คือ Intel Core Ultra 9 processor 386H (Platinum Silver) และ Snapdragon X2 Elite (Cobalt Blue)
  • Swift Air 14 โน้ตบุ๊กสายคุ้ม น้ำหนักเบา 1.25 กก. พกพาสะดวก ลำโพง 4 ตัวเสียงดี แบตเตอรี่ใช้งานสูงสุด 19 ชม. และ Aspire Go 15 สำหรับใช้งานทั่วไป ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • Aspire X 16 AI และ Aspire 18 AI โน้ตบุ๊กสายแรง Aspire X 16 AI ให้ประสิทธิภาพสูงสุด 180 TOPS มาพร้อมจอ 3K OLED สีแม่นยำ ส่วน Aspire 18 AI มาพร้อมจอใหญ่ 18 นิ้ว รีเฟรชเรต 165 Hz เหมาะทั้งทำงาน ดูหนัง และเปิดหลายแอปพร้อมกันได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด
  • Aspire C27 AI และ C24 AI คอมพิวเตอร์ All-in-One สำหรับใช้งานบ้านและออฟฟิศ มาพร้อมขาตั้ง ErgoStand ใช้งานสบาย เลือกได้ทั้งขุมพลัง AMD Ryzen™ AI 400 Series และ Intel Core Ultra Series 3

ไทเป (29 พฤษภาคม 2026) เอเซอร์ (Acer) เปิดไลน์อัป Copilot+ PC ปี 2026 ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊กตระกูล Swift ที่เน้นความบางเบาและพลัง AI ระดับพรีเมียม ไปจนถึงตระกูล Aspire ทั้งโน้ตบุ๊กและ All-in-One ตอบโจทย์ตั้งแต่นักเรียน ผู้ใช้งานทั่วไป ไปจนถึงครีเอเตอร์มืออาชีพ ทุกรุ่นเป็น Windows 11 Copilot+ PC มาพร้อม NPU และเครื่องมือ AI จากเอเซอร์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในชีวิตประจำวัน ครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้งาน

Swift – เครื่องบางเบา พรีเมียม สำหรับสาย AI ตัวจริง

ไฮไลต์ของตระกูล Swift ปีนี้คือดีไซน์พับได้ (Convertible) ครั้งแรกกับ Acer Swift Spin 14 AI ใช้บานพับ 360 องศา เปลี่ยนการใช้งานได้ 4 โหมด ได้แก่ โหมดโน้ตบุ๊ก โหมดนำเสนอ โหมดแชร์หน้าจอ และโหมดแท็บเล็ตสำหรับวาดภาพหรือจดโน้ต มาพร้อมหน้าจอ IPS WUXGA ขนาด 14 นิ้ว รีเฟรชเรต 120 Hz รองรับปากกา Acer Active Stylus (Wacom AES 2.0) แรงกด 4,096 ระดับ ตอบโจทย์ทั้งงานเอกสาร พรีเซนต์ และงานครีเอทีฟในเครื่องเดียว ใช้งานได้ยืดหยุ่นทุกสถานการณ์

จุดเด่นของรุ่นนี้คือมีให้เลือก 2 เวอร์ชันชิปตามรูปแบบการใช้งาน รุ่น Swift Spin 14 AI (SFSP14-I51T) ใช้ Intel Core Ultra 9 processor 386H พร้อม NPU สูงสุด 50 TOPS (รวมพลังประมวลผลสูงสุด 100 TOPS) ตัวเครื่องอะลูมิเนียมสี Platinum Silver แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 26 ชั่วโมง รองรับงานหลากหลาย ทั้งตัดต่อ มัลติทาสก์ สตรีม และเกมเบา ๆ ส่วนรุ่น Swift Spin 14 AI (SFSP14-Q51T) ใช้ Snapdragon X2 Elite / X2 Plus เน้นพลัง AI เต็มรูปแบบ ด้วย NPU สูงสุด 80 TOPS รองรับงาน AI ยุคใหม่แบบ agentic และ multi-modal พร้อมต่อจอ 4K ได้สูงสุด 3 จอ ใช้เป็นเครื่องหลักในการทำงานได้เต็มรูปแบบ ตัวเครื่องสี Cobalt Blue น้ำหนักเบา 1.34 กก. และใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานตลอดวัน

Acer Swift Air 14 (SFA14-I31) รุ่นเริ่มต้นสายคุ้มค่าในตระกูลเดียวกัน ออกแบบมาเพื่อการพกพาในชีวิตประจำวัน น้ำหนักเพียง 1.25 กก. บางเพียง 12.9 มม. ตัวเครื่องอะลูมิเนียม เลือกได้ระหว่างสี Sage Green และ Frost Blue พร้อมบานพับที่กางได้ราบ 180 องศา ขับเคลื่อนด้วย Intel Core Series 3 processors รุ่นใหม่ ให้พลังประมวลผลสูงสุด 40 TOPS และ NPU 17 TOPS รองรับการเรียนและการทำงานทั่วไปได้อย่างลื่นไหล มาพร้อมลำโพง 4 ตัว ระบบเสียง DTS Ultra ให้มิติเสียงสมจริง เหมาะทั้งการดูหนังและฟังเพลง  ด้านแบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 19 ชั่วโมง รองรับชาร์จเร็ว 50% ภายใน 30 นาที ใช้งานนอกบ้านได้ตลอดวัน

Aspire Laptop – ไลน์อัปเดียวจบ ตอบโจทย์ครบทุกสายงาน

สำหรับผู้ที่มองหาโน้ตบุ๊กราคาจับต้องได้ไว้ทำงานเอกสาร ท่องเว็บ หรือดูสตรีมมิง Acer Aspire Go 15 (AG15-Q31P) คือคำตอบที่ลงตัว โดดเด่นกว่าเครื่องระดับเดียวกันด้วยขุมพลัง Snapdragon C รุ่นใหม่ ที่ดีไซน์มาให้ทำงานได้อย่าง “เย็นและเงียบสนิท” ไร้เสียงพัดลมกวนใจแม้ใช้งานต่อเนื่อง จัดเต็มด้วยสเปกครบครัน ทั้งหน้าจอขนาด 15.6 นิ้วขอบบาง, RAM สูงสุด 8GB, ความจุ 512GB และ Wi-Fi 6E ยิ่งไปกว่านั้น ยังตอบโจทย์สายกรีนด้วยตัวเครื่องและบรรจุภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิล ผ่านการรับรองมาตรฐาน Energy Star และ EPEAT นับเป็นตัวเลือกงบประหยัดที่ใช่ สำหรับผู้ใช้ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

Acer Aspire X 16 AI (AX16-I71M) โน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมที่ออกแบบมาเพื่อครีเอเตอร์โดยเฉพาะ มาพร้อมขุมพลัง Intel Core Ultra X9 ที่ให้ประสิทธิภาพ AI สูงสุดถึง 180 TOPS แรงที่สุดในไลน์อัป รองรับงาน AI และงานสร้างสรรค์หนัก ๆ ทั้งการเรนเดอร์ภาพและวิดีโอได้อย่างลื่นไหล  โดดเด่นด้วยหน้าจอ 3K OLED ขนาด 16 นิ้ว ให้สีสันแม่นยำระดับ 100% DCI-P3 พร้อมคอนทราสต์ดำลึกสมจริง เสริมประสิทธิภาพด้วยกราฟิก Intel Arc และระบบระบายความร้อนพัดลมคู่ Vortex Flow ที่เงียบและมีประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้อยู่ในดีไซน์บางเพียง 15.9 มม. น้ำหนักเบาเพียง 1.6 กก. พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานยาวนานสูงสุด 24 ชั่วโมง ให้คุณสร้างสรรค์ผลงานได้เต็มที่ทุกที่ทุกเวลา

Acer Aspire 18 AI (A18-I71M) โน้ตบุ๊กจอใหญ่ 18 นิ้ว สำหรับใช้งานที่บ้าน เรียน และทำคอนเทนต์ ขับเคลื่อนด้วย Intel Core Ultra Series 3 processors รองรับ AI สูงสุด 100 TOPS พร้อมหน้าจอ WUXGA รีเฟรชเรต 165 Hz ขอบจอบาง ให้ภาพคมชัดและพื้นที่ใช้งานกว้างเต็มตา มาพร้อมทัชแพดขนาดใหญ่ บานพับกางได้ 180 องศา แบตเตอรี่ใช้งานยาวนานสูงสุด 22 ชั่วโมง และบรรจุภัณฑ์รีไซเคิล 100% ที่พร้อมสำหรับการขึ้นทะเบียน EPEAT Gold

Aspire All-in-One – เครื่องสเปกแรงในดีไซน์ประหยัดพื้นที่

Acer Aspire All-in-One มีให้เลือกทั้ง Aspire C27 AI หน้าจอ 27 นิ้ว และ Aspire C24 AI 23.8 นิ้ว ดีไซน์ทันสมัย ประหยัดพื้นที่ เหมาะสำหรับใช้งานในบ้าน เรียน และทำงานทั่วไป เลือกขุมพลังได้ตามความต้องการ ทั้งรุ่นที่ใช้ AMD Ryzen™ AI 400 Series จับคู่กราฟิกสูงสุดระดับ Radeon 880M เน้นประสิทธิภาพ AI และความลื่นไหลในการทำงานหนัก หรือรุ่นที่ใช้ Intel Core Ultra Series 3 พร้อมกราฟิก Intel เน้นประสิทธิภาพระดับพรีเมียมและการใช้พลังงานที่เหมาะสม มาพร้อมหน้าจอ FHD รีเฟรชเรตสูงสุด 144 Hz รองรับแรมสูงสุด 64 GB และขาตั้ง ErgoStand แบบใหม่ที่ปรับมุมได้ตามหลักสรีรศาสตร์ เสริมความเป็นส่วนตัวด้วยกล้อง IR 5MP ที่สามารถเก็บซ่อนตัวกล้องได้เมื่อไม่ใช้งาน พร้อมรองรับระบบจดจำใบหน้า

มาพร้อม Copilot+ PC และ AI อัจฉริยะจากเอเซอร์

จุดเด่นของไลน์อัปนี้คือทุกรุ่นมาพร้อม Copilot+ PC รองรับฟีเจอร์ AI อย่าง Click-to-Do ที่ช่วยสั่งงานตามบริบทบนหน้าจอได้ทันที เสริมด้วยโซลูชัน AI จากเอเซอร์ ทั้ง AcerSense สำหรับจัดการระบบเครื่องได้ง่าย และ Acer Intelligence Space ที่รวมฟีเจอร์ AI ไว้ในที่เดียว ช่วยให้การทำงานและการสร้างสรรค์สะดวกและชาญฉลาดยิ่งขึ้น

เอเซอร์ลุยตลาดเกมมิ่ง 2026! เปิดตัว Predator Helios 18 AI พร้อม Nitro 16 และ Aethon 750 TKL จัดเต็มครบทุกไลน์อัปเกมเมอร์

  • Predator Helios 18 AI เกมมิ่งแล็ปท็อปเรือธง คว้ารางวัล iF Design Award 2026 มาพร้อม Intel Core Ultra 9 290HX Plus, การ์ดจอสูงสุด RTX 5090 Laptop GPU, จอ Mini LED ขนาด 18 นิ้วแบบ Dual-Mode และระบบระบายความร้อน AeroBlade 3D Gen 6 ตอบโจทย์เกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์และอีสปอร์ตระดับแข่งขัน
  • Acer Nitro 16 เกมมิ่งแล็ปท็อปสายคุ้ม รุ่นแรกของเอเซอร์ที่ใช้ AMD Ryzen™ 9 9955HX3D จับคู่กับการ์ดจอสูงสุด RTX 5070 Ti Laptop GPU พร้อมจอ 240 Hz ให้ประสิทธิภาพแรงเต็มพลังในราคาที่คุ้มค่า
  • Predator Aethon 750 TKL คีย์บอร์ดเกมมิ่ง มาพร้อมสวิตช์แม่เหล็กปรับระยะกดได้ รองรับ polling rate สูงสุด 8,000 Hz ดีไซน์ TKL กะทัดรัด และซอฟต์แวร์ QuarterMaster 2.0 สำหรับปรับแต่งการใช้งานได้ตามความต้องการ

ไทเป (29 พฤษภาคม 2026) เอเซอร์ (Acer) เปิดตัวไลน์อัปเกมมิ่งใหม่ปี 2026 นำโดย Predator Helios 18 AI เกมมิ่งแล็ปท็อปเรือธงที่มาพร้อมประสิทธิภาพระดับสูง ตามด้วย Acer Nitro 16 พลังแรงในราคาคุ้มค่า และ Predator Aethon 750 TKL คีย์บอร์ดสำหรับสายแข่งขัน เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ครบทั้งความแรง ความลื่นไหล และความแม่นยำสำหรับเกมเมอร์ยุคใหม่

Predator Helios 18 AI: เกมมิ่งแล็ปท็อปเรือธง ที่อัดแน่นด้วยพลังระดับท็อป

Predator Helios 18 AI (PH18-I71) คือเกมมิ่งแล็ปท็อปเรือธงของเอเซอร์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดในงาน Computex 2026 และยังคว้ารางวัล iF Design Award 2026 มาครองอีกด้วย ตัวเครื่องมาพร้อมขุมพลังสูงสุด Intel Core Ultra 9 processor 290HX Plus จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 5090 Laptop GPU มอบประสิทธิภาพระดับสูงสำหรับการเล่นเกมและงานหนักแบบเต็มกำลัง รองรับแรมสูงสุด 256 GB และพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 6 TB ให้เกมเมอร์ใช้งานได้ลื่นไหล พร้อมเก็บคลังเกมและไฟล์ขนาดใหญ่ได้อย่างจุใจ

อีกจุดเด่นที่สายเกมภาพสวยต้องชอบ คือหน้าจอ Mini LED ขนาด 18 นิ้ว ความละเอียดระดับ WQUXGA ให้ความสว่างสูงสุด 1,000 nits ในโหมด HDR พร้อมสีสันแม่นยำระดับ Calman Verified และยังมาพร้อมระบบ Dual-Mode Display ที่สามารถสลับการใช้งานได้ระหว่างโหมด 4K 120 Hz ให้ภาพคมชัดสมจริง และ Full HD 240 Hz เพื่อการเล่นเกมที่ลื่นไหลในการแข่งขัน เรียกได้ว่าให้ประสบการณ์เหมือนได้สองหน้าจอในเครื่องเดียว ปรับโหมดได้ตามความต้องการ Predator Helios 18 AI มาพร้อมพัดลม Predator AeroBlade 3D เจเนอเรชัน 6 จำนวน 2 ตัว ใช้ใบพัดโลหะบางเพียง 0.05 มม. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนอากาศได้ดีกว่าพัดลมทั่วไปถึง 20% เสริมด้วยระบบเสียง Predator Vox ลำโพง 6 ตัว ให้มิติเสียงสมจริงยิ่งขึ้น  ด้านการเชื่อมต่อรองรับ Intel Killer DoubleShot Pro และพอร์ต Thunderbolt 5 จำนวน 2 พอร์ต เพื่อการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็ว พร้อมดีไซน์ไฟ RGB รอบตัวเครื่อง และสวิตช์กลไก Predator MagKey™ 4.0 ที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์เกมมิ่งระดับพรีเมียม

Acer Nitro 16: แล็ปท็อปเกมมิ่งพลังแรง คุ้มค่า

Acer Nitro 16 (AN16-A91) คือเกมมิ่งแล็ปท็อปที่ตอบโจทย์พลังแรงในงบคุ้มค่า เป็นรุ่นแรกของเอเซอร์ที่ใช้ซีพียูสูงสุด AMD Ryzen™ 9 9955HX3D พร้อมเทคโนโลยี AMD 3D V-Cache™ เจเนอเรชัน 2 ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านเกม ทำให้เล่นเกมได้ลื่นไหลแม้ใช้งานแบบไม่เสียบชาร์จ จับคู่กับการ์ดจอสูงสุด NVIDIA GeForce RTX 5070 Ti Laptop GPU ให้ภาพกราฟิกสวยและแรงต่อเนื่อง

หน้าจอเป็นแบบ WQXGA (2560 x 1600) สี sRGB 100% รีเฟรชเรตสูงสุด 240 Hz และตอบสนองเร็ว 3 ms ให้ภาพคมชัดและลื่นไหล ระบบระบายความร้อนใช้พัดลมคู่ พร้อมช่องลมเข้า–ออกอย่างละ 4 ช่อง ช่วยระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับ USB 4 และ Wi-Fi 6E เพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อ พร้อม Acer NitroSense ที่ใช้ปรับโหมดการทำงานและความแรงพัดลมได้ง่าย ๆ เหมาะทั้งเล่นเกมและสตรีมมิงระหว่างเดินทาง

Predator Aethon 750 TKL: คีย์บอร์ดสายแข่ง ความเร็วระดับโปร

ปิดท้ายไลน์อัปด้วยอุปกรณ์เสริมที่สายแข่งรอคอย Predator Aethon 750 TKL (PKR750) คีย์บอร์ดเกมมิ่งมาพร้อม Custom Predator Magnetic Switches สวิตช์แม่เหล็กที่ตอบสนองไว และปรับระยะกด (actuation) ได้ตามต้องการ เสริมความแม่นยำด้วย polling rate สูงสุด 8,000 Hz และระบบ anti-ghosting แบบเต็มรูปแบบ แม่นยำและเสถียรในทุกจังหวะการเล่น

ดีไซน์แบบ Tenkeyless (TKL) ช่วยให้คีย์บอร์ดมีขนาดกะทัดรัด พื้นที่บนโต๊ะดูโล่งขึ้น ใช้งานได้สะดวกและโฟกัสการเล่นได้มากขึ้น มีลูกกลิ้งปรับระดับเสียงในตัว ใช้เพิ่ม–ลดเสียงได้ทันที และไฟ RGB ที่ตั้งค่าได้รายปุ่มรองรับการเชื่อมต่อ 3 รูปแบบ คือ แบบมีสายที่ตอบสนองรวดเร็วเป็นพิเศษ, Bluetooth และไร้สาย 2.4 GHz ให้เลือกใช้งานได้ตามสถานการณ์ มาพร้อมซอฟต์แวร์ Predator QuarterMaster 2.0 ใช้ตั้งค่าโปรไฟล์แยกตามเกม เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ทำให้พร้อมลุยได้ทุกการแข่งขัน

“COSMOPROF CBE ASEAN 2026” ตอกย้ำเวทีความงามระดับโลกเปิดประตูธุรกิจสู่ตลาดอาเซียนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาวฟรานเชสกา โดนาติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชีย BolognaFiere Cosmoprof และ นางเกศมณี เลิศกิจจา รองประธาน
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แถลงข่าวจัดงาน “Cosmoprof CBE ASEAN 2026” งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมความงามระดับนานาชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 26 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ตอกย้ำบทบาทการเป็นเวทีศูนย์กลางธุรกิจความงามของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการ แบรนด์ ผู้ผลิต นักลงทุน และผู้ซื้อจากทั่วโลก สู่ตลาดความงามที่เติบโตเร็วที่สุดของโลกอย่างภูมิภาคอาเซียน โดยมี นายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, นายธัชพล วงษ์รักษา ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย,
นางสุกัญญา อมรนุรัตน์กุล ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ณ โรงแรม สยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

TRT เขียนประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมไฟฟ้าไทย ครั้งแรกของการ ส่งหม้อแปลงกำลังขนาดใหญ่ฝีมือคนไทยเจาะตลาดสหรัฐฯ

นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT เป็นประธานในพิธีประวัติศาสตร์ในการส่งออกหม้อแปลงกำลังขนาดใหญ่ฝีมือคนไทยล็อตแรกไปยังสหรัฐอเมริกา มูลค่ารวมกว่า 1,600 ล้านบาท รับแรงหนุนเมกะเทรนด์ AI, Data Center และการลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าโลกที่กำลังขยายตัว ส่งผลให้บริษัทสู่การเป็นผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่เพื่อป้อนตลาดโลก ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Siemens Energy พันธมิตรด้านพลังงานระดับโลก ซึ่งจะเข้ามาเสริมศักยภาพทั้งด้านเทคโนโลยี มาตรฐานการผลิต และการขยายตลาดสู่สหรัฐอเมริกาและยุโรปอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี นายอวยชัย ศิริวจนา, นายกานต์ วงษ์ปาน ร่วมงานด้วย ณ โรงงาน 2 บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู

เอเซอร์ ยกระดับไลฟ์สไตล์ดิจิทัล ผ่าน Swift Series รุ่นใหม่ ที่ออกแบบมาให้ชีวิตลงตัวทุกวัน

ในวันที่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนมีความหลากหลายและมีมากกว่าหนึ่งบทบาทในแต่ละวัน ทำให้ต้องมองหาตัวช่วยในการทำสิ่งต่างๆ ได้สะดวกขึ้น โน้ตบุ๊กถือเป็นหนึ่งอุปกรณ์สำคัญของทุกคน บางคนใช้เวลาส่วนใหญ่นอกออฟฟิศ บางคนต้องการหน้าจอกว้างให้ไอเดียได้โลดแล่น บางคนแค่อยากได้เครื่องที่พกไปได้ทั้งวันแบบไม่ต้องคิดมาก — Acer Swift Series รุ่นใหม่ จึงมองเห็นความต้องการเหล่านั้น ผ่านการนำเสนอทางเลือกที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันในดีไซน์ที่บอกตัวตนผู้ใช้ได้ทุกรายละเอียด

สิ่งที่ Swift Series ทั้งสามรุ่นแชร์ร่วมกันคือรากฐานด้านประสิทธิภาพ ทุกรุ่นขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Intel® Core™ Ultra Series 3 processors พร้อม NPU ที่รองรับงาน AI ได้ถึง 50 TOPS และมาตรฐาน Copilot+ PC จาก Microsoft ที่ปลดล็อกฟีเจอร์อย่าง Recall ตัวช่วยค้นหาทุกสิ่งบนหน้าจอย้อนกลับได้, Live Captions ผู้ช่วยแปลเรียลไทม์กว่า 40 ภาษา และ Click to Do ที่ลดเวลาสลัปแอปลงถึง 55% นอกจากนี้ทุกรุ่นยังมาพร้อมกับ Acer PurifiedVoice™ และ Acer PurifiedView™ ฟีเจอร์เฉพาะตัวที่ทำหน้าที่เป็นทีมงานเบื้องหลังห้องประชุม ช่วยตัดเสียงรบกวน และปรับใบหน้าให้พร้อมเข้ากล้องทุกสภาพแสงโดยไม่ต้องตั้งค่าเอง

Acer Swift Edge 14 AI — โน้ตบุ๊กเครื่องบางที่พกไปได้ทุกที่

ดีไหม ถ้าโน้ตบุ๊กทั้งเบา บาง และพร้อมลุยไปกับคุณทุกที่ Swift Edge 14 AI โน้ตบุ๊กที่เบาไม่ถึง 1 กก. เหมาะกับสายทำงานที่มักเน้นความคล่องตัว และต้องเดินทางบ่อยๆ สามารถที่จะพกพาไปทุกที่ มีงานเร่งด่วน หรืออยู่ๆ ไอเดียดีๆ ก็โผล่ขึ้นมา โน้ตบุ๊กเครื่องนี้ก็พร้อมจะเปิดขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรับช่วงต่อทันที โดย AI ในเครื่องจะคอยจัดเตรียมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไว้ให้โดยไม่ต้องสั่งการ ไม่ว่าจะเป็นการร่างอีเมล สรุปประชุม หรือพิสูจน์อักษรก่อนคลิกส่งงาน

Acer Swift Edge 16 AI — พื้นที่ไอเดียไซส์ใหญ่ ในดีไซน์บางเฉียบ

ดีไหม ถ้าไม่ต้องเลือกระหว่างพื้นที่ทำงานกับความคล่องตัว สำหรับคนที่ไอเดียเยอะจนต้องการหน้าจอขนาดใหญ่ คนที่ทำงานหลายอย่างพร้อมกันเป็นปกติ Swift Edge 16 AI เข้ามาลบภาพจำเดิมๆ ว่าเครื่องจอใหญ่ต้องหนัก เพราะหน้าจอ OLED 16 นิ้วในตัวเครื่องที่น้ำหนักเพียง 1.19 กก. เมื่อกางออกมาก็เห็นทั้งไฟล์เอกสารและช่องประชุมพร้อมกันได้ และเมื่องานเริ่มซับซ้อนขึ้น ตัว AI ในเครื่องก็เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัว จัดลำดับสิ่งที่ยุ่งเหยิงให้กลับมาเรียบง่าย เพื่อให้ความคิดลื่นไหลต่อเนื่องไม่มีสะดุด

Acer Swift Go 16 AI — เพื่อนที่ทำให้ทุกเรื่องง่ายขึ้น

ดีไหม ถ้ามีโน้ตบุ๊กเครื่องเดียวอยู่กับคุณได้ทั้งวัน ตั้งแต่จิบกาแฟแก้วแรกจนถึงซีรีส์เรื่องโปรดก่อนนอน Swift Go 16 AI คือเพื่อนคนนั้น เครื่องที่ทุกจุดเด่นถูกออกแบบมาให้ชีวิตง่ายขึ้น หน้าที่ของมันคือทำให้ทุกเรื่องที่เคยใช้เวลานานสั้นลง ทำให้เรื่องที่เคยยุ่งยากเข้าใจง่ายขึ้น ทำให้ไอเดียในหัวออกมาเป็นรูปร่างเร็วกว่าเดิม ขุมพลัง Intel® Core™ Ultra X7 จับคู่กับการ์ดจอ Intel® Arc™ รองรับตั้งแต่งานเอกสารยามเช้า ไปจนถึงการเจนภาพ AI หรือตัดต่อคลิปสั้นระหว่างวัน พร้อมเครื่องมืออย่าง Drawing Assistant และ Media Assistant ที่เข้ามาช่วยย่นขั้นตอนครีเอตคอนเทนต์ระหว่างทาง

บางเบา ทรงพลัง เรียบหรู ตระกูล Swift ที่ดีไซน์ในบทพูดเดียวกัน

ถ้าลองวาง Swift Series ทั้งสามรุ่นเรียงไว้ด้วยกัน สิ่งแรกที่มองเห็นคือลายเส้นเรขาคณิตเรียวยาวที่ตัดผ่านฝาหลังเป็นรูปตัว S เส้นสายเดียวกันทุกรุ่น สื่อถึงความเร็วและบางที่รวมไว้ด้วยกัน แต่ถ้ามองที่สีและสัมผัส แต่ละรุ่นจะเล่าบุคลิกออกมาต่างกันอย่างชัดเจน Swift Edge 14 AI ในสี Aurora White ผิวเรียบขาวสะอาด เมื่อเอียงรับแสงจะเห็นประกายเหลือบเขียวฟ้าวิ่งผ่านขอบเครื่อง ทำให้ดูพรีเมียมในความเงียบ Swift Edge 16 AI เลือกสี Elemental Blue น้ำเงินเข้มที่ลึกและสุขุม ของคนที่อยากให้เครื่องสะท้อนความเป็นมืออาชีพโดยไม่ต้องบรรยาย ส่วน Swift Go 16 AI มาในสี Titanium Gray เทาด้านที่สะอาดและเข้ากับทุกบรรยากาศ และทั้งสามรุ่นยังใช้ Multi-Control Touchpad ปิดทับด้วย Corning® Gorilla® Glass ให้สัมผัสเรียบลื่นและสลับเป็นแถบควบคุมได้ในเวลาใช้งาน

ทุกรายละเอียดเล็กๆ คือสิ่งที่บอกว่า Swift Series ผ่านการคิดมาเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับรายละเอียดที่อยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพเหนือระดับ

Acer Swift Edge 14 AI (SFE14-I51-501Q)

  • หน่วยประมวลผล: Intel® Core™ Ultra 5 Processor 325
  • หน่วยความจำ: 16GB LPDDR5X | สตอเรจ: 512GB NVMe PCIe Gen4 SSD
  • หน้าจอ: 14 นิ้ว WQXGA+ (2880×1800) OLED 120Hz อัตราส่วน 16:10
  • การเชื่อมต่อ: Wi-Fi 7, Bluetooth® 5.4, Dual Thunderbolt™ 4, HDMI, USB-A x2
  • น้ำหนัก: 0.99 กก. | ความบาง: 7.4–13.9 มม. | สี: Aurora White
  • แบตเตอรี่: เล่นวิดีโอได้สูงสุด 26 ชั่วโมง พร้อมอะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 100W
  • ระบบปฏิบัติการ: Windows 11 Home (Copilot+ PC) | Microsoft Office Home 2024 ติดตั้งมาให้
  • รับประกัน: 3 ปี (Parts/Labor/Onsite) + 1 ปี International Travelers Warranty

Acer Swift Edge 16 AI (SFE16-I51-73UQ)

  • หน่วยประมวลผล: Intel® Core™ Ultra 7 Processor 355
  • หน่วยความจำ: 16GB LPDDR5X | สตอเรจ: 1TB NVMe PCIe Gen4 SSD
  • หน้าจอ: 16 นิ้ว WQXGA+ (2880×1800) OLED 120Hz อัตราส่วน 16:10
  • การเชื่อมต่อ: Wi-Fi 7, Bluetooth® 5.4, Dual Thunderbolt™ 4, HDMI 2.1, USB-A x2
  • น้ำหนัก: 1.19 กก. | ความบาง: 7.6–14.6 มม. | สี: Elemental Blue
  • แบตเตอรี่: เล่นวิดีโอได้สูงสุด 20 ชั่วโมง พร้อมอะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 100W
  • ระบบปฏิบัติการ: Windows 11 Home (Copilot+ PC) | Microsoft Office Home 2024 ติดตั้งมาให้
  • รับประกัน: 3 ปี (Parts/Labor/Onsite) + 1 ปี International Travelers Warranty

Acer Swift Go 16 AI (SFG16-I71-708E)

  • หน่วยประมวลผล: Intel® Core™ Ultra X7 Processor 358H
  • การ์ดจอ: Intel® Arc™ B390 GPU
  • หน่วยความจำ: 16GB LPDDR5X | สตอเรจ: 512GB NVMe PCIe Gen4 SSD
  • หน้าจอ: 16 นิ้ว WUXGA (1920×1200) OLED อัตราส่วน 16:10
  • การเชื่อมต่อ: Wi-Fi 7, Bluetooth® 5.4, Dual Thunderbolt™ 4, HDMI, USB 3.2 x2
  • น้ำหนัก: 1.36 กก. | ความบาง: 10.4–15.7 มม. | สี: Titanium Gray
  • แบตเตอรี่: เล่นวิดีโอได้สูงสุด 24 ชั่วโมง พร้อมอะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 100W
  • ระบบปฏิบัติการ: Windows 11 Home (Copilot+ PC) | Microsoft Office Home 2024 ติดตั้งมาให้
  • รับประกัน: 3 ปี (Parts/Labor/Onsite) + 1 ปี International Travelers Warranty

Acer Swift Series ทั้งสามรุ่นใหม่ไม่ได้ออกแบบมาให้คุณเลือก “เครื่องที่ดีที่สุด” แต่มาเพื่อให้คุณเลือกเครื่องที่ลงตัวกับชีวิตคุณได้พอดีที่สุด เริ่มวางจำหน่ายภายในเดือนมิถุนายน 2569 นี้ ติดตามความเคลื่อนไหวและรายละเอียดเพิ่มเติมของ New Swift Series ได้ที่ acerthailand.com

เกี่ยวกับเอเซอร์

เอเซอร์ ก่อตั้งในปี 1976 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในบริษัท ICT ชั้นนำของโลก มีสำนักงานอยู่ในกว่า 160 ประเทศ เอเซอร์มองเห็นอนาคตที่มุ่งเน้นการผนวกฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการ เพื่อเปิดโอกาส และธุรกิจใหม่ ให้กับผู้บริโภคและธุรกิจ ทั้งเทคโนโลยีการให้บริการ อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ เกมมิ่ง และ วีอาร์ (VR: Virtual reality). พนักงานกว่า 7,000 คนของเอเซอร์ ทุ่มเทกับการวิจัย, ออกแบบ, การตลาด, การขาย และการสนับสนุนผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ทลายอุปสรรคระหว่างผู้คนและเทคโนโลยี ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.acer.com

© 2021 Acer Inc. All rights reserved. Acer and the Acer logo are registered trademarks of Acer Inc. Other trademarks, registered trademarks, and/or service marks, indicated or otherwise, are the property of their respective owners. All offers subject to change without notice or obligation and may not be available through all sales channels. Prices listed are manufacturer suggested retail prices and may vary by location. Applicable sales tax extra.

โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมสนับสนุนกิจกรรม “EM-ROBIC DANCE @ BENCHASIRI PARK”ส่งเสริมคนไทยสุขภาพดี พร้อมดูแลความปลอดภัยด้วยเจ้าหน้าที่และรถพยาบาลฉุกเฉิน

โรงพยาบาลพระรามเก้า เดินหน้าสนับสนุนการสร้างสังคมสุขภาพดี ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “EM-ROBIC DANCE @ BENCHASIRI PARK” ณ อุทยานเบญจสิริ ใจกลางสุขุมวิท ซึ่งจัดขึ้นโดยกรุงเทพมหานคร ร่วมกับกลุ่มเดอะมอลล์ พร้อมพันธมิตรภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยหันมาใส่ใจสุขภาพผ่านการออกกำลังกาย และร่วมผลักดันกรุงเทพมหานครสู่การเป็น “เมืองสุขภาพดี” หรือ Wellness City อย่างยั่งยืน

ในการสนับสนุนกิจกรรมครั้งนี้ โรงพยาบาลพระรามเก้า ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ พร้อมรถพยาบาลฉุกเฉิน (Ambulance) เข้าดูแลความปลอดภัยและให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ร่วมกิจกรรมตลอดการจัดงาน เพื่อสร้างความมั่นใจด้านสุขภาพและความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เข้าร่วมออกกำลังกายภายในสวนสาธารณะ

นพ.วิทยา วันเพ็ญ รองกรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า “โรงพยาบาลพระรามเก้า มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน เพราะเราเชื่อว่าการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด คือการดูแลเชิงป้องกัน การออกกำลังกายถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างสุขภาพที่แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ การได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม EM-ROBIC DANCE @ BENCHASIRI PARK ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของโรงพยาบาลในการสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงกิจกรรมเพื่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งดูแลความปลอดภัยด้วยทีมแพทย์ พยาบาล และรถพยาบาลฉุกเฉิน เพื่อให้ทุกคนสามารถออกกำลังกายได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย”

กิจกรรม “EM-ROBIC DANCE @ BENCHASIRI PARK” ถือเป็นคอมมูนิตี้สุขภาพแห่งใหม่ของคนเมือง เปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ร่วมออกกำลังกายผ่านการเต้นแอโรบิก ท่ามกลางบรรยากาศใจกลางเมือง โดยจัดขึ้นทุกวันพุธ วันพฤหัสบดี และวันศุกร์ ตลอดเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2569 จำนวน 2 รอบ ได้แก่ เวลา 18.00 – 19.00 น. และเวลา 19.00 – 20.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ภายในงานได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรร่วมนำเต้นชื่อดัง อาทิ เบล-หวาหว่า by Character, Virgin Active และ Peaches by Sport Mall รวมถึงเหล่าเซเลบริตี้และบุคคลมีชื่อเสียงที่มาร่วมสร้างสีสันและเชิญชวนคนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพ นำโดย ฟอส-จิรัชพงศ์ ศรีแสง พร้อมด้วย Top 5 Miss World Thailand 2026 ได้แก่ น้ำผึ้ง-กานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล, พรฟ้า-ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์, ฉัตรนลิน โชติจิร-วราฉัตร และณิชา พูลโภคะ

โรงพยาบาลพระรามเก้า ยังคงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างสังคมแห่งสุขภาวะที่ดี และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้แข็งแรงอย่างยั่งยืนในทุกมิติ โดยสามารถติดตามข้อมูลความรู้ด้านสุขภาพจากโรงพยาบาลพระรามเก้าได้ที่

“ซูเลียน” เขย่าเวทีธุรกิจลำปาง รวมพลังนักสร้างฝัน ปลดล็อกชีวิตสู่ความสำเร็จ

บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปักหมุดจังหวัดลำปาง จัดกิจกรรม “พลิกวิสัยทัศน์ธุรกิจ สู่ชีวิตที่คุณเลือก” ณ โรงแรมบุษย์น้ำทอง จังหวัดลำปาง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความสำเร็จ ความรู้ และแรงบันดาลใจจากผู้เข้าร่วมงานที่เดินทางมาจากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเปิดมุมมองใหม่ด้านธุรกิจและต่อยอดศักยภาพสู่ความสำเร็จในยุคใหม่

ภายในงานได้รับเกียรติจากวิทยากรคุณภาพและนักธุรกิจระดับแนวหน้า ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์กลยุทธ์การทำธุรกิจ และแนวคิดสู่ความสำเร็จอย่างใกล้ชิด นำโดย Master RCD ดร.ชาญชัย เจ้ยชุม, Master RCD วิมุกดา ภูทับทิม, RCD ชายแดน ภูทับทิม และ RCD วิลินรัตน์ ยานยา ที่ร่วมกันจุดประกายแนวคิดใหม่ให้กับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ตรงในการสร้างธุรกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านโมเดลธุรกิจยุคใหม่

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก คือการเปิดตัว CMO คุณณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางเสียงต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมเผยวิสัยทัศน์ด้านการตลาดปี 2569 ที่มุ่งสร้างโอกาสใหม่ให้กับนักธุรกิจยุคดิจิทัล สะท้อนแนวคิดว่า “ชีวิตที่เลือกได้” ไม่ใช่เพียงความฝัน แต่เป็นเป้าหมายที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นและลงมือทำให้เกิดขึ้นจริงได้

คุณณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา กล่าวว่า การจัดงาน “พลิกวิสัยทัศน์ธุรกิจ สู่ชีวิตที่คุณเลือก” ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของซูเลียน ในการส่งต่อแนวคิดการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทย พร้อมตอกย้ำพันธกิจในการเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนกล้าคิด กล้าฝัน และกล้าสร้างชีวิตในแบบที่ตนเองเลือกได้อย่างแท้จริง

นอกจากสาระความรู้และแรงบันดาลใจทางธุรกิจแล้ว ภายในงานยังเต็มไปด้วยกิจกรรมสร้างความสุข สนุกสนาน โดยเฉพาะช่วงจับรางวัลอั่งเปาเงินสด ที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้ร่วมงานอย่างอบอุ่น

“เพราะความสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโอกาสที่รออยู่ แต่อยู่ที่การกล้าลงมือเริ่มต้น”

Crystal Club คอมมูนิตี้ระดับ Ultra-Luxury แห่งประดิษฐ์มนูธรรม เปิดบทใหม่ของ Crystal Solana ผ่านค่ำคืน A Curated Dinner Experience for Living Well

Crystal Club ได้เชิญลูกบ้านผู้ประสบความสำเร็จของ Crystal Park, Grand Crystal, Crystal Solana รวมทั้งแขกคนสำคัญจาก AlphaX และ MGC Asia มาใช้เวลาร่วมกัน ณ โครงการ Crystal Solana เพื่อรังสรรค์ประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับ พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมที่คัดสรรมาอย่างตั้งใจ และต่อยอดเรื่องราวใหม่ของ Crystal Solana คฤหาสน์หรูระดับ 6 ดาวหนึ่งเดียวในย่านประดิษฐ์มนูธรรม

Crystal Club — คลับส่วนตัวของลูกบ้านคริสตัล

Crystal Club เกิดจากความตั้งใจของผู้บริหาร Crystal Brand ภายใต้กลุ่มบริษัท เค อี ที่ตั้งใจจะสร้าง Lifestyle Ecosystem ให้กับลูกบ้านในโครงการ Crystal Park, Grand Crystal, Crystal Solana และโครงการต่างๆ ภายใต้แบรนด์ Crystal ด้วยการคัดสรรกิจกรรมอย่างพิถีพิถันเพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยให้กับลูกบ้าน ไม่ว่าจะเป็น Private Dining Workshop งานศิลปะ หรือกิจกรรม Wellness ที่เน้นดูแลสุขภาพโดยรวม ทั้งหมดจัดขึ้นในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและเป็นกันเองให้กับลูกบ้านที่รักความมีรสนิยมในการใช้ชีวิต (Living Well)

ผู้บริหาร Crystal Brand ภายใต้กลุ่มบริษัท เค อี ตั้งใจและมุ่งมั่นในการวางรากฐานธุรกิจต่างๆ ในเครือให้เติมเต็มกันและกัน ตั้งแต่บ้านระดับ Ultra-Luxury ที่สะท้อนความสำเร็จของผู้อยู่อาศัย การคัดเลือกของตกแต่งบ้านด้วย Crystal Home ที่คัดสรรสินค้าตกแต่งบ้านระดับโลกเข้ามาอยู่ทุกมุมของบ้าน ตั้งแต่ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องแต่งตัว ตลอดจนการดูแลสุขภาพที่ Crystal Sports และ Crystal Sports G สนามเทนนิสในร่มมาตรฐานระดับโลก ITF และ Lifestyle destination อาทิ ร้านอาหารรูปแบบใหม่ สปา โยคะ และ Wellness ระดับพรีเมียม ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตตั้งแต่วันแรกและทุกๆ วันของการอยู่อาศัย

คุณศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เค อี ผู้อยู่เบื้องหลังอาณาจักร Crystal ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา กล่าวถึงแนวคิดของ Crystal Club ไว้ว่า “สิ่งที่เป็น identity ของ Crystal คือการสร้างคุณค่าให้กับทุกโครงการของเรา และที่สำคัญ การสร้างคอมมูนิตี้ ที่ทำให้ลูกค้าทุกท่านมีความสุขกับคุณภาพชีวิตที่มีรสนิยมเหนือระดับ”

Crystal Solana — โครงการ Flagship ภายใต้ Crystal Brand

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เราทุกคนต่างสร้างสิ่งต่างๆ ไว้ — สร้างธุรกิจ สร้างครอบครัว และสร้างตัวตนของเรา และเมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่ง เราต่างรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะสร้างบ้านที่สะท้อนทุกสิ่งที่เราเป็น ไม่ใช่เพียงบ้านที่ดีพอ แต่คือบ้านที่ดีที่สุด ไม่ใช่บ้านสำหรับทุกคน แต่คือบ้านที่ออกแบบมาเพื่อเราโดยเฉพาะ

Crystal Solana คือคำตอบของคฤหาสน์ระดับ 6 ดาว บนพื้นที่กว่า 31 ไร่ 47 แปลง เกิดจากแรงบันดาลใจของการเดินทางผ่านเมืองสำคัญที่อุดมไปด้วยวัฒนธรรมและศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น มิลาน ลอนดอน แคลิฟอร์เนีย และนิวยอร์ก เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของแต่ละวัฒนธรรมสู่การออกแบบที่อยู่อาศัยที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบของเราเอง ภายใต้แนวคิด “Crafted for a Lifetime” บ้านที่ถูกรังสรรค์อย่างประณีต เพื่ออยู่กับคุณไปตลอดชีวิต

Crystal Solana ต่างจากคฤหาสน์หรูอื่นด้วยแนวคิด Bespoke Living ที่มองว่าบ้านในฝันของคุณไม่ควรถูกจำกัดด้วย Floor Plan สำเร็จรูป แต่ควรเติบโตไปพร้อมกับทุกจังหวะของชีวิต ตั้งแต่วันที่ลูกๆ ยังวิ่งเล่นอยู่ในสวน วันที่คุณเปิดประตูต้อนรับแขกคนสำคัญในโถงต้อนรับ วันที่ครอบครัวมารวมกันรอบโต๊ะอาหารในคืนสิ้นปี ไปจนถึงวันที่คุณอยากใช้เวลานั่งอยู่ในห้องสมุดส่วนตัวพร้อม whisky แก้วโปรด — บ้านหลังนี้คือ legacy ที่บอกเล่าการใช้ชีวิตของคุณตลอดมา

ความพิเศษของ Crystal Solana สามารถสัมผัสได้ตั้งแต่ Facade ที่ทำจากหินไลม์สโตนจากอิตาลี สถาปัตยกรรมที่ได้แรงบันดาลใจจาก Robert A.M. Stern ผู้ออกแบบ 15 Central Park West แห่งแมนฮัตตัน ไปจนถึงสุขภัณฑ์ Kohler Artist Editions และ รวมถึงคลับเฮาส์ที่มีพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร สไตล์ Elegant Beaux-Arts ที่ออกแบบโดย PIA ครบครันตั้งแต่สระว่ายน้ำในร่มระบบน้ำเกลือขนาด Half-Olympic มาตรฐานสากล, สนามเทนนิสหญ้าเทียม, Private Golf Practice Area, Fitness Center, Spa Room, Yoga Room, Salon Room, Library Room ไปจนถึงสวนสไตล์อังกฤษ รวมพื้นที่กว่า 2 ไร่ และลู่วิ่งสีเขียวล้อมรอบโครงการ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัย 2 ชั้น (Double Gated Security) ตลอด 24 ชั่วโมง

A Curated Dinner Experience — ค่ำคืนของการใช้ชีวิตที่ดีที่สุด

ความตั้งใจและแนวคิดของ Crystal Club ได้ถูกถ่ายทอดผ่านงาน A Curated Dinner Experience for Living Well เมื่อค่ำคืนวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้เชิญชวนลูกบ้านในเครือ Crystal และแขกคนสำคัญจาก AlphaX และ MGC Asia มาสัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดีที่สุดในย่านนี้ด้วยตัวเอง ผ่านกิจกรรมมากมายที่ Curate by Crystal

ค่ำคืนดังกล่าวเปิดตัวด้วยการรับส่งแขกจากคลับเฮาส์ด้วยรถหรู Rolls-Royce, Aston Martin และ Maserati ไปชมบ้านตัวอย่างในรูปแบบที่ต่างจากเดิม เพราะลูกบ้านและแขกคนสำคัญได้เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมต่างๆ ที่คัดสรรอย่างตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็น Craft Cocktail Experience ที่มีคุณวัชรพล สุริยพันธุ์ รังสรรค์ Cocktail สูตรเฉพาะ หรือ Chocolate & Champagne Pairing by Läderach และกิจกรรมถ่ายภาพโดยช่างภาพชื่อดังคุณชยางกูร หวังสุวรรณชัย พร้อม Lettering Design บนกรอบรูปโดยคุณนริศา อารีรักษ์ ให้ภาพถ่ายกลายเป็นงาน Custom Art ชิ้นเดียวในโลก

ไฮไลต์ที่สำคัญที่สุดของค่ำคืนนี้เกิดขึ้นที่บ้านขนาดกว่า 1,010 ตร.ม. บนพื้นที่กว่า 300 ตารางวา ในรูปแบบของ Exclusive Long Table Dinner โดย Head Chef Lorenzo Scotto Di Santolo จากร้าน La Bottega Bangkok ร้านอาหารอิตาเลียนที่ติดอันดับ Gambero Rosso International พร้อม Live Jazz จาก Alone together Bangkok ปิดท้ายด้วย Whiskey Tasting Session โดยคุณวัชรพล สุริยพันธุ์ และการลุ้นรางวัลพิเศษ — บัตรเชิญ Sunset Cruise บนเรือ AZIMUT S7 ในงานได้รับเกียรติจาก ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทมิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC Asia, นายวศิน ไสยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลฟ่า เอกซ์ จำกัด พร้อมแขกคนสำคัญจาก AlphaX และ MGC Asia รวมถึงคุณศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร มาร่วมบรรเลงดนตรีเพื่อเติมเต็มค่ำคืนนั้นให้กลายเป็นช่วงเวลาพิเศษและมีความหมาย

ตลอดคืน ไม่มีตัวแทนขาย ไม่มีโบรชัวร์ในมือแขก — มีเพียงโอกาสสัมผัสชีวิตจริงที่เกิดขึ้นในย่านนี้ทุกวัน ลูกบ้าน Crystal Park, Grand Crystal, Crystal Solana ได้มาพบกับแขกคนสำคัญจาก AlphaX และ MGC Asia ผู้เชี่ยวชาญด้าน Luxury Assets ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์และความสำเร็จในแบบเดียวกัน — ค่ำคืนนี้จึงไม่ใช่แค่งาน Event ธรรมดา แต่คือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพใหม่ในสังคมของ Crystal Club คอมมูนิตี้ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ในขณะที่โลกกำลังนิยามคำว่า ‘หรูหรา’ เปลี่ยนไปทุกวัน Crystal Solana ยังคงยืนหยัดในความเชื่อเดิมภายใต้แนวคิด Crafted for a Lifetime — บ้านที่ถูกรังสรรค์อย่างประณีต เพื่ออยู่กับคุณไปตลอดชีวิต และงดงามมีคุณค่าขึ้นในทุกปีที่ผ่านไป

“เราออกแบบบ้านให้เติบโตไปกับชีวิตของเขาในทุกไลฟ์สไตล์ เพราะบ้านที่ดีที่สุดไม่ใช่บ้านที่สวยที่สุดในวันแรก แต่คือบ้านที่มีคุณค่าขึ้นเรื่อยๆ ในทุกปีที่ผ่านไป” คุณศุภานวิต กล่าวปิดท้าย

ปัจจุบัน Crystal Solana เปิดรับผู้สนใจเข้าชมโครงการและปรึกษาการสั่งสร้างบ้านในฝัน 6 แปลงสุดท้าย และบ้านพร้อมอยู่ 8 ยูนิต ผ่าน Private Appointment

สำหรับ Crystal Club เส้นทางนี้ได้เริ่มต้นขึ้น — ย่านประดิษฐ์มนูธรรมแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่คือคอมมูนิตี้ที่ออกแบบมาเพื่อคนที่เชื่อว่าชีวิตที่ดีไม่ใช่สิ่งที่ต้องออกไปตามหา แต่คือสิ่งที่ควรอยู่รอบตัวคุณทุกวัน สัมผัสบรรยากาศของ Crystal Club ในแบบที่คำพูดอธิบายไม่พอ ได้ที่ https://bit.ly/CrystalClub_CrystalSolana

Crystal Solana Contact

Call: 02 101 5775
Line: https://bit.ly/Line_Crystal
FB: https://bit.ly/FB_Crystal
IG: https://bit.ly/IG_Crystal
Google Map: https://bit.ly/GoogleMap_Crystal

TRT เขียนประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมไฟฟ้าไทย ส่งหม้อแปลงกำลังขนาดใหญ่ฝีมือคนไทยเจาะตลาดสหรัฐฯ เปิด S-Curve ใหม่ รุกตลาดพลังงานโลกเต็มตัว ดันรายได้ปีนี้แตะ 3 พันล้าน

บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT เดินเกมครั้งใหญ่ ปรับสถานะจากผู้ผลิตหม้อแปลงระดับประเทศสู่ผู้ผลิตระดับโลกเป็นครั้งแรก ผ่านการขยายตลาดหม้อแปลงกำลังขนาดใหญ่ร่วมกับ Siemens Energy พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ส่งออกหม้อแปลงกำลังขนาดใหญ่ฝีมือคนไทยล็อตแรกไปยังสหรัฐอเมริกา มูลค่ารวมกว่า 1,600 ล้านบาท รับแรงหนุนเมกะเทรนด์ AI, Data Center และการลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าโลก ตั้งเป้ารายได้แตะ 3,000 ล้านบาท ดันรายได้ต่างประเทศแตะ 50% ภายในปี 2569

นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้สร้างอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมไฟฟ้าไทย ด้วยการยกระดับองค์กรสู่การเป็น “Global Energy Infrastructure Player” หรือผู้เล่นในตลาดโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ โดยปี 2569 จะถือเป็น “จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์” ของ TRT จากเดิมที่เป็นผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าระดับประเทศ สู่การเป็นผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่เพื่อป้อนตลาดโลก ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Siemens Energy พันธมิตรด้านพลังงานระดับโลก ซึ่งจะเข้ามาเสริมศักยภาพทั้งด้านเทคโนโลยี มาตรฐานการผลิต และการขยายตลาดสู่สหรัฐอเมริกาและยุโรปอย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบันอุตสาหกรรมพลังงานโลกกำลังเข้าสู่รอบการลงทุนครั้งใหญ่ จากแรงหนุนของ Artificial Intelligence (AI), Data Center, รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าและการลงทุนระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Infrastructure) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั่วโลก ขณะที่ตลาดหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังเผชิญภาวะ Supply Shortage โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งเป็นตลาดที่มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงานขนาดใหญ่ต่อเนื่อง

“วันนี้โลกกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่ ขณะที่ความต้องการกลับเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเติบโตของ Data Center และ AI Infrastructure นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญของ TRT ในการก้าวขึ้นสู่ตลาดโลก เพราะผู้ผลิตที่มีมาตรฐานและกำลังการผลิตพร้อมส่งมอบ มีอยู่ไม่มาก” นายสัมพันธ์กล่าว

ทั้งนี้ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เร่งให้ตลาดหม้อแปลงไฟฟ้ากลายเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” คือ นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศให้ “หม้อแปลงไฟฟ้า” (Transformers) และ “สถานีไฟฟ้าสำรอง” (Substations) เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ หลังระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศเริ่มล้าหลัง และไม่สามารถรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ได้ทันเวลา

สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าระดับโลกถูกนักลงทุนกลับมา Repriced ใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Powell Industries (POWL), Hammond Power Solutions และ Eaton (ETN) ซึ่งล้วนได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการลงทุน Grid Modernization และ Data Center Infrastructure ในสหรัฐฯ

ในขณะเดียวกัน Siemens Energy AG พันธมิตรระดับโลกของ TRT ก็กำลังอยู่ในช่วงการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2569 บริษัทมียอดสั่งซื้อใหม่สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.77 หมื่นล้านยูโร และมียอด Backlog สูงถึง 1.54 แสนล้านยูโร พร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 2569 เป็น 14-16% รวมถึงเร่งโครงการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเป็น 3 พันล้านยูโร สะท้อนความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมพลังงานโลกในรอบใหม่

นายสัมพันธ์กล่าวเพิ่มเติมว่า TRT ได้วางกลยุทธ์ให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักเพื่อรองรับตลาดโลก พร้อมยกระดับศักยภาพการแข่งขันผ่านความร่วมมือกับ Siemens Energy ทั้งด้านเทคโนโลยี มาตรฐานการผลิต และการพัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน

อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ TRT ในปีนี้ คือ การประเดิมส่งออก “หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่” ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมหม้อแปลงไฟฟ้าของไทย โดยเป็นผลงานการออกแบบ วิศวกรรม และการผลิตโดยบุคลากรไทยทั้งหมด ภายใต้มาตรฐานระดับโลกของ Siemens Energy

โครงการดังกล่าวเป็นการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาด 132/176/220 MVA 3 Ph 60 Hz 230 – 34.5 – (13.8) kV จำนวนรวม 23 ยูนิต มูลค่าโครงการรวมกว่า 1,600 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานส่งออกหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของไทย โดยบริษัทจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2569 ประมาณ 600 ล้านบาท และรับรู้เพิ่มเติมอีกประมาณ 1,000 ล้านบาทในปี 2570

“นี่ไม่ใช่เพียงการส่งออกสินค้า แต่คือการพิสูจน์ว่า ฝีมือวิศวกรและอุตสาหกรรมไทย สามารถผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่ระดับโลก เพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของประเทศมหาอำนาจได้จริง ถือเป็นก้าวสำคัญของ TRT ในการเปลี่ยนผ่านสู่ Global Transformer Manufacturer อย่างเต็มตัว” นายสัมพันธ์กล่าว

ปัจจุบัน TRT อยู่ระหว่างการขยายสัดส่วนผลิตภัณฑ์หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มมูลค่างานต่อโครงการ แต่ยังสนับสนุนแนวโน้มอัตรากำไรของบริษัทในระยะยาว

สำหรับแผนธุรกิจในระยะต่อไป TRT ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจากปัจจุบันประมาณ 25% เป็น 50% ของรายได้รวมภายในปี 2570 พร้อมตั้งเป้ารายได้รวมแตะระดับ 3,000 ล้านบาท โดยจะมุ่งเน้นการขยายตลาดในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป และตลาดที่มีการลงทุนด้าน Grid Infrastructure อย่างต่อเนื่อง

บริษัทประเมินว่า เมกะเทรนด์พลังงานโลกในรอบนี้ ไม่ได้เป็นเพียงวัฏจักรระยะสั้น แต่เป็น “Structural Change” ของอุตสาหกรรมพลังงานโลก ทั้งการเติบโตของ AI, Data Center, EV และ Renewable Energy ซึ่งล้วนต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าขนาดใหญ่ ส่งผลให้ความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว

“ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ TRT เปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตระดับประเทศ สู่ผู้ผลิตระดับโลกอย่างจริงจัง เราไม่ได้ขายเฉพาะสินค้าอีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Global Energy Infrastructure Supply Chain ซึ่งจะเป็น S-Curve ใหม่ของบริษัทในอนาคต” นายสัมพันธ์กล่าวทิ้งท้าย

Crystal Club คอมมูนิตี้ระดับ Ultra Luxury แห่งประดิษฐ์มนูธรรม เปิดบทใหม่ของ Crystal Solana ผ่านค่ำคืน A Curated Dinner Experience for Living Well

นางศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทเคอี ผู้บริหารแบรนด์ “คริสตัล” (Crystal) พร้อมด้วย นางสุทธิภา สวัสดิ์-ชูโต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด นำทีมจัดงาน “A Curated Dinner Experience for Living Well” เปิดตัว Crystal Club คอมมูนิตี้สำหรับลูกบ้านในเครือ Crystal พร้อมต่อยอดเรื่องราวใหม่ของ Crystal Solana คฤหาสน์หรูระดับ 6 ดาว หนึ่งเดียวในย่านประดิษฐ์มนูธรรม ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทมิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA, นายวศิน ไสยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลฟ่า เอกซ์ จำกัด, นายชัชวาลย์ พงษ์สุทธิมนัส, นายพลพัชร์ เลาเศรษฐกุล และ นายดิศพล ศุภพิธ พร้อมแขกคนสำคัญจาก Alpha X และ MGC-ASIA ร่วมสัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตระดับ Ultra-Luxury ณ Crystal Solana
(คริสตัล โซลานา) เมื่อเร็ว ๆ นี้