โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 33 ปี ภายใต้แนวคิด “Good Health Grows With Care” เปิดตัว “9 SMART” ยกระดับสู่การเป็นพันธมิตรสุขภาพยุคดิจิทัล

โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 33 ปี แสดงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านการแพทย์ โดยเฉพาะการดูแลรักษาโรคซับซ้อน พร้อมเดินหน้าสู่การเป็น “พันธมิตรสุขภาพ” ที่      ทุกคนเข้าถึงได้ ภายใต้แนวคิด “Good Health Grows With Care สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการดูแลอย่างใส่ใจ” พร้อมเปิดตัว “9 SMART” ที่เชื่อมต่อการดูแลสุขภาพระหว่างแพทย์และผู้ใช้บริการแบบ        ไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ทุกที่ ทุกเวลา

นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า “ตลอด 33 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลพระรามเก้าไม่เคยหยุดพัฒนาทั้งในด้านนวัตกรรมการแพทย์ การบริการ และระบบที่เข้าถึงง่าย ปลอดภัย และคุ้มค่า เรายังคงยึดมั่นในคำมั่นสัญญา ‘Healthcare You Can Trust’ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์คุณภาพสูงได้อย่างเท่าเทียม ในราคาที่สมเหตุสมผล”

แนวคิด “ดูแลอย่างใส่ใจ” ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่เป็นหัวใจขององค์กรที่สะท้อนผ่านทุกกระบวนการ ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟูสุขภาพ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความเข้าใจบริบทเฉพาะของแต่ละบุคคล เพื่อมอบประสบการณ์การดูแลที่ “เข้าใจจริง” และ “เข้าถึงได้จริง”

โรงพยาบาลพระรามเก้ายังมีจุดแข็งด้านการดูแลโรคยากและซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นโรคไต หัวใจ มะเร็ง โรคกระดูกและข้อ รวมถึงการผ่าตัดแผลเล็ก (Minimal Invasive Surgery) โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ครอบคลุมการดูแลสุขภาพทุกมิติ ผ่านกลยุทธ์หลัก 4 ด้าน ได้แก่

• Global Standard – ยกระดับมาตรฐานการรักษาสู่ระดับสากล

• World-Class Hospitality – มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าการรักษา

• Efficiency with Cooperation – สร้างความร่วมมือเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

• Digital Transformation – พลิกโฉมการดูแลสุขภาพด้วยเทคโนโลยี

นพ.วิทยา วันเพ็ญ รองกรรมการผู้อำนวยการ สำนักงานแผนยุทธศาสตร์ กล่าวว่า “ตลอด 33 ปี        ที่ผ่านมา เรามองเห็น Pain point ต่างๆ จากประสบการณ์จริงของผู้รับบริการ จึงออกแบบและพัฒนา 9 SMART ผ่าน LINE Application ซึ่งเป็นแอปที่ผู้ใช้งานคุ้นเคยอยู่แล้ว ลดความยุ่งยากในการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันใหม่ โดยออกแบบภายใต้แนวคิด 3 แกนหลัก คือ Decentralized บริการสุขภาพไม่ต้องเริ่มที่โรงพยาบาลอีกต่อไป, Personalized ทุกคนจะได้รับบริการสุขภาพที่ปรับให้เหมาะความต้องการเฉพาะบุคคล และ Seamless เชื่อมต่อทุกขั้นตอนแบบไร้รอยต่อ สะดวก รวดเร็ว เพื่อให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายและเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา

สำหรับ “9 SMART” ประกอบด้วย 5 ฟังก์ชันหลัก ได้แก่

  • เปิดประวัติและนัดหมายออนไลน์ได้ผ่านมือถือ
  • ตรวจสอบคิวและสถานการณ์ให้บริการแบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องนั่งรอ
  • ดูผลตรวจสุขภาพและผลตรวจภาพวินิจฉัย เช่น ผลเลือด X-ray ข้อมูลยา ได้ทันที
  • จัดการแพ็กเกจสุขภาพของคุณได้ ไม่ว่าจะนัดหมายเอง หรือส่งต่อเป็นของขวัญให้คนที่รักได้อย่างสะดวก
  • สะสมแต้มและแลกรางวัลผ่านระบบสมาชิก

นอกจากนี้ ระบบยังถูกออกแบบภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล โดยใช้กระบวนการระบุตัวตนและยืนยันตัวตน (Identification & Authentication) เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้อย่างปลอดภัยและถูกต้อง โดยผู้ใช้ต้องลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชน จากนั้นระบบจะมีขั้นตอนยืนยันตัวตนก่อนเข้าถึงข้อมูลสำคัญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลสุขภาพจะถูกเข้าถึงได้เฉพาะเจ้าของข้อมูลเท่านั้น

นางสาวขมาภรณ์ ธัมพิพิธ รองกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน กล่าวเสริม ในไตรมาส 1/2568 โรงพยาบาลพระรามเก้าสามารถทำรายได้รวมสูงถึง 1,251.2 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 200.5 ล้านบาท เติบโตแข็งแกร่ง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2568 โรงพยาบาลมีแผนขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วย ด้วยการรีโนเวทพื้นที่เพื่อเพิ่มจำนวนเตียงอีก 20 เตียง รวมถึงปรับปรุงหอผู้ป่วยหนัก (ICU) โดยจัดตั้ง หน่วย Stroke Unit จำนวน 9 เตียง พร้อมทั้งขยายแผนกฟอกไตจาก 17 เตียง เป็น 20 เตียง นอกจากนี้ ยังมีแผนลงทุน

ในเครื่องมือทางการแพทย์ อาทิ เครื่อง MRI รุ่นใหม่ระดับ 3 Tesla ซึ่งช่วยให้ในตรวจวินิจฉัยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้รับบริการ รวมถึงการติดตั้ง Cath Lab เพื่อเสริมศักยภาพในการรักษาเส้นเลือดหัวใจและสมอง พร้อมทั้งวางแผนจัดตั้งศูนย์บริการใหม่ในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้และอัตรากำไร (Margin) อย่างยั่งยืน

นางสาวขมาภรณ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า โรงพยาบาลพระรามเก้าได้วางเป้าหมายสู่การเป็น AI-Driven Hospital ด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในกระบวนการดูแลรักษาอย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับประเด็น Climate Change ผ่านแนวคิด การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction) และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การลดการใช้กระดาษ ไฟฟ้า และน้ำ โดยตั้งเป้าหมายสู่ ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 และ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ภายในปี 2065 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน 

“โรงพยาบาลพระรามเก้า จะไม่เป็นเพียงสถานที่รักษาอีกต่อไป แต่คือ ‘พันธมิตรด้านสุขภาพ’ ที่ผู้คนไว้วางใจได้ พร้อมอยู่เคียงข้างทุกคนในทุกช่วงชีวิต”

ว้าวให้สุด! “Have a WOW Day” กับไวไวว้าว – เปิดประสบการณ์ใหม่ใจกลางสยาม ที่ต้องไปลองด้วยตัวเอง!

บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์ “ไวไวว้าว”

เดินหน้าสร้างโมเม้นท์สุดว้าวกับวัยรุ่น GenZ ผ่านกิจกรรมพิเศษ “Have a WOW day” ที่จะเปลี่ยนวันธรรมดาเป็น    วันสุดว้าวสำหรับคุณ พร้อมนำ 2 รสชาติใหม่ “Japanese Curry Cheese”และ “Korean Spicy Seafood” ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรุ่นใหม่ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้

“Have a WOW day” จัดขึ้นในวันที่ 12–13 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00–21.00 น. ณ ลานกิจกรรม CenterPoint Siam Square พร้อมไฮไลต์พิเศษ WOW AI–AR Experience: เทคโนโลยีเสมือนจริง ที่ออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ “ว้าว” อย่างแท้จริง และมีกิจกรรมสุดว้าว เช่น DIY Keychain Workshop: พวงกุญแจที่ออกแบบได้เอง       มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก, โชน Creative Photo Zone: พื้นที่ถ่ายรูปคุมโทน ลงโซเชียลได้แบบมือโปร จนไปถึงการพบปะอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง

นายยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด กล่าวว่า “ไวไวว้าว” ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดตัวรสชาติ ‘Japanese Curry Cheese’ และ ‘Korean Spicy Seafood’ ที่สะท้อนความชอบของคนรุ่นใหม่ ทั้งในเรื่องของรสชาติ และไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสนุกสนานในการบริโภค เราจึงต้องการเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด ผ่านกิจกรรมที่มากกว่าแค่การสื่อสารแบรนด์       แต่เป็นการมอบความว้าวที่จับต้องได้จริงในพื้นที่จริง”

กิจกรรม ‘Have a WOW day’ ไม่ใช่แค่แคมเปญการตลาด แต่เป็นเครื่องมือที่เรานำมาใช้เชื่อมโยงแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ชอบลองของใหม่ ชอบแชร์ และชอบประสบการณ์พิเศษ ซึ่งไวไวว้าวต้องการเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของพวกเขา”

กิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแบรนด์ “ไวไวว้าว” ในการตอกย้ำความแตกต่าง และสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคในยุคที่ประสบการณ์แบรนด์มีความสำคัญไม่แพ้คุณภาพของสินค้า โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาแนวทางการสื่อสารและทำตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างตรงจุด ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อยกระดับแบรนด์       ให้ครองใจผู้บริโภคอย่างยั่งยืน นายยศสรัล กล่าวปิดท้าย

Acer x Butterbear แถลงข่าวเปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นลิมิเต็ด“Acer x Butterbear Aspire Lite 15 Limited edition”

นายเจฟ ลี กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทย พร้อมด้วย นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและ นายสุพงศ์ ตั้งตรงเบญจศีล รองผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัดร่วมกับ “Butterbear” ขวัญใจสายคิวท์แห่งยุค แถลงข่าวเปิดตัวแล็ปท็อปรุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน “Acer x Butterbear Aspire Lite 15 Limited edition” ที่สะท้อนการผสมผสานของเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่เปี่ยมด้วยความอบอุ่นหัวใจ ช่วยตอบโจทย์ทั้งด้านฟังก์ชันการใช้งานและอารมณ์ความรู้สึกของผู้ใช้ได้อย่างลงตัว ณ Butterworld @Siam Paragon ชั้น 5 เร็วๆ นี้

“ซูเลียน” เปิดเกมรุกภาคใต้ โชว์ยอดครึ่งปีแรงทะลุเป้า พร้อมแจกโบนัสกระหน่ำทั่วประเทศ

บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด  เปิดเกมรุกครั้งใหญ่ ขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ภาคใต้ จัดงาน “OPP แนะนำธุรกิจภาคใต้” อย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงแรมชฎา @ นคร จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักที่อัดแน่นไปด้วยพลังแห่งความฝันและความสำเร็จจากนักธุรกิจทั่วภาคใต้ที่เดินทางมาร่วมงานอย่างล้นหลาม พร้อมประกาศความสำเร็จในช่วงครึ่งปีแรก ด้วยยอดธุรกิจที่เติบโตแรงทะลุเป้าอย่างแข็งแกร่ง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเครือข่ายทั่วประเทศที่พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตครั้งใหม่อย่างมั่นคง

ภายในงานได้รับเกียรติจากนักธุรกิจแถวหน้าของซูเลียน อาทิ RCD วิลินรัตน์ ยานยา, CDM ยงเกียรติ พฤฒิวรกุลชัย และ RCD ปราโมทย์ คงชัย ขึ้นเวทีแบ่งปันประสบการณ์ตรง พร้อมถ่ายทอดเคล็ดลับการสร้างทีมที่แข็งแกร่งและวิธีคิดสู่ความสำเร็จ เสริมแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคนได้อย่างเต็มเปี่ยม

ไฮไลท์สำคัญของงานอยู่ที่การขึ้นเวทีของ คุณณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ที่ประกาศผลประกอบการครึ่งปีแรกของ “ซูเลียน” ว่าเติบโตได้เกินคาดจากพลังของนักธุรกิจทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวแผนการตลาดใหม่ล่าสุดที่ทันสมัยและตรงจุดมากยิ่งขึ้น เพื่อขยายโอกาสให้กับทั้งนักธุรกิจรุ่นใหม่และผู้มีประสบการณ์ โดยมีแคมเปญ “Xtra Reward” เป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะมอบผลตอบแทนแบบจัดหนักจัดเต็ม ทั้งเงินสด ของรางวัล และสิทธิพิเศษมากมาย เพื่อตอบแทนความมุ่งมั่นและทุ่มเทของนักธุรกิจซูเลียนทั่วประเทศ

นายณัฐชานนท์ กล่าวว่า “ผลประกอบการของเราครึ่งปีนี้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งเกินคาด เป็นผลจากพลังของนักธุรกิจซูเลียนทั่วประเทศ เราพร้อมเดินหน้าขยายโอกาสให้มากขึ้น ด้วยแผนการตลาดฉบับใหม่ และแคมเปญ Xtra Reward ที่จะมอบผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าและทันสมัย ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่และนักธุรกิจมืออาชีพ”

ซึ่งการเปิดตัวแคมเปญ Xtra Reward ในงานครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความจริงใจของซูเลียนในการส่งเสริมและผลักดันความสำเร็จของนักธุรกิจอย่างแท้จริง บรรยากาศของงานอบอวลไปด้วยแรงบันดาลใจ ความมั่นใจ และความมุ่งมั่นจากนักธุรกิจที่พร้อมจะเติบโตไปกับซูเลียนอย่างไม่หยุดยั้ง

นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของ “ซูเลียน” ในภาคใต้ ที่ไม่ได้มาแค่แนะนำธุรกิจ…แต่มาพร้อมพลังจริง เป้าหมายจริง และโอกาสที่ใครก็เริ่มได้ ซูเลียนพร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ เริ่มวันนี้…ก้าวทันความสำเร็จทันที

Acer เปิดตัวโน้ตบุ๊กลิมิเต็ด “Acer x Butterbear” ดีไซน์พิเศษ สเปกครบ จบในเครื่องเดียว

ถึงเวลาที่โลกไอทีจะถูกเติมด้วยความน่ารักขั้นสุด! เอเซอร์ จับมือ “Butterbear” ปล่อยหมัดเด็ดเอาใจมัมหมีและพ่อหมีสายคิวท์ เปิดตัวแล็ปท็อปลิมิเต็ด “Acer x Butterbear Aspire Lite 15 Limited Edition” ที่ไม่ใช่แค่น่ารัก แต่ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

 คำเตือน: เปิดเครื่องโน้ตบุ๊คแล้วอาจอยากกอดมากกว่าอยากส่งงาน!

แล็ปท็อปรุ่นนี้ออกแบบบนพื้นฐานของรุ่น Aspire Lite 15 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่า พกพาง่าย และรองรับการใช้งานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียนออนไลน์ การทำงาน หรือความบันเทิงภายในบ้าน พร้อมเติมความสดใสผ่านลวดลายเฉพาะ วอลเปเปอร์ ไอคอน และของแถมในธีมคอลแลบสุดพิเศษ

ไฮไลต์ของ Acer x Butterbear Aspire Lite 15 Limited Edition:

ชิป AMD Ryzen™ 5 7430U  แรงและลื่น ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งพิมพ์งาน ตัดต่อรูป หรือเปิดใช้งานโปรแกรมพร้อมกันได้ไม่มีสะดุด

RAM 32GB / SSD 512GB   ใช้งานหนักแค่ไหนก็ไหว ทั้งทำงาน เล่นเน็ต หรือเก็บไฟล์เยอะ ๆ ก็สบาย

หน้าจอ 15.6” Full HD IPS  ภาพคมชัด สีสวย มองมุมไหนก็ไม่เพี้ยน เหมาะกับการดูหนัง ทำงาน หรือเรียนออนไลน์

Windows 11 Home + Microsoft Office 2024  เปิดเครื่องก็พร้อมใช้งานได้ทันที ทั้ง Word, Excel, PowerPoint

ปุ่ม Copilot AI  มีผู้ช่วยอัจฉริยะในตัว กดครั้งเดียวก็ช่วยหาข้อมูล สรุปเนื้อหา หรือช่วยจัดการงานให้คุณง่ายขึ้น

ดีไซน์พิเศษแบบกันรอยนิ้วมือ  ลุคดูดี ไม่เปื้อนง่าย ใช้งานได้ทุกวัย

รับประกัน 2 ปีฟรีอะไหล่และค่าแรง  บริการซ่อมถึงบ้าน  มั่นใจใช้งานยาว ๆ หมดห่วงเรื่องบริการหลังการขาย

มาพร้อมสเปกแน่น ๆ จะสายเรียน สายทำงาน หรือพกไว้คิวท์ ๆ ก็ปัง! ด้วยขุมพลังสุดแรง

  • AMD Ryzen™ 5 7430U Processor
  • RAM 32GB DDR4 / SSD 512GB
  • จอ 15.6” IPS Full HD (1920×1080)
  • Windows 11 Home  + Microsoft Office 2024
  • Microsoft Office Home & Student 2024 and Microsoft 365 Basic (12 month)
  • 2 Years (Parts/Labor/Onsite) Warranty 
  • ราคา 19,990 บาท (รวม VAT)

แถมฟรี!  Gift Set สุดน่ารัก มูลค่า 1,990 บาท  เมาส์ , แผ่นรองเมาส์ ,  กระเป๋าโน้ตบุ๊ก ลายน้องเนยสุดคิ้วต์

ช่วงเวลาจำหน่าย:

เปิดให้จองแล้ว ระหว่างวันที่ 3 – 31 กรกฎาคม 2568 นี้เท่านั้น  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และเว็บไซต์ AcerStore / Facebook: Acer Thailand

โฮมโปร – เมกาโฮม ผนึกกำลัง TOA มอบวัสดุและอุปกรณ์ซ่อมแซมห้องน้ำและอาคาร “บ้านพิงพัก” ด้วยแนวคิด “มากกว่าที่พัก…แต่คือที่พักใจ” ส่งต่อความอบอุ่น สร้างพื้นที่ความสุขสำหรับผู้ป่วย

โฮมโปร-เมกาโฮม ผนึกความร่วมมือพันธมิตร “ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย)” ส่งต่อการดูแลคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วย “บ้านพิงพัก” โรงพยาบาลเพื่อโรคมะเร็งขนาดเล็ก ภายใต้การดูแลของมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ โดยมอบวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปรับปรุง ซ่อมแซมห้องน้ำและอาคาร รวมมูลค่ากว่า 3 แสนบาท เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี เหมาะสม รองรับการดูแลผู้ป่วย ให้ได้ใช้ชีวิตในพื้นที่ที่ปลอดภัย และอบอุ่น เติมเต็มกำลังใจให้ตลอดทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต

นางสาววรรณี จันทามงคล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร (HomePro) กล่าวว่า “กิจกรรมส่งมอบวัสดุและอุปกรณ์ซ่อมแซมห้องน้ำและอาคาร “บ้านพิงพัก” โรงพยาบาลเพื่อโรคมะเร็งขนาดเล็ก เป็นภารกิจที่สะท้อนแนวคิดของโฮมโปรในการดำเนินธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกมิติ โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพชีวิตและการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้ป่วยที่ยากไร้และขาดโอกาส โฮมโปรจึงร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อให้ผู้ป่วยให้ได้รับการดูแลในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและอบอุ่น ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของชีวิต โดยส่งมอบวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมห้องน้ำและอาคารให้กลับมาพร้อมใช้งาน เพื่อเป็นพื้นที่แห่งความเข้าใจและความหวัง เป็นมากกว่าที่พัก แต่คือที่พักใจอย่างแท้จริง”

การสนับสนุนในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่างโฮมโปร เมกาโฮม และ ทีโอเอ เพ้นท์ ในการส่งมอบอุปกรณ์และวัสดุก่อสร้างต่างๆ ที่จำเป็น รวมมูลค่า 329,420 บาท อาทิ อุปกรณ์ห้องน้ำ สีทาอาคาร ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบระบายอากาศ และเครื่องมือช่าง เพื่อใช้ในการซ่อมแซมห้องน้ำและอาคารผู้ป่วยที่ชำรุด เสื่อมสภาพลง ไม่ว่าจะเป็น อาคารที่สีหลุดร่อน เชิงชายที่เกิดเชื้อรา ปัญหาฝ้าเพดาน-รางไฟ-ไฟฉุกเฉินชำรุดเสียหาย รวมถึงห้องน้ำของอาคารต่าง ๆ ที่มีสภาพไม่พร้อมใช้งาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการดูแลความเป็นอยู่ของผู้ป่วยอย่างเหมาะสม

บ้านพิงพัก ดำเนินงานภายใต้การดูแลของมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ ภายใต้พระบรมราชินูปถัมภ์ โดยมีเป้าหมายในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ไร้ญาติ หรือไม่มีผู้ดูแล และไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่เหมาะสมได้ โฮมโปรและบริษัทพันธมิตรจึงตั้งใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารบ้านพิงพัก ให้อบอุ่นพร้อมใช้งาน รองรับการดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มประสิทธิภาพ และช่วยเติมเต็มกำลังใจ พร้อมสร้างคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมที่ดีตลอดการรักษาในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต

#โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #เมกาโฮม #MegaHome #ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่าง #Homepropr #บ้านพิงพัก #มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ

Predator x Intel เปิดแคมเปญใหญ่! พาแฟน VALORANT บินลัดฟ้าเชียร์ VCT 2025 PACIFIC Stage 2 รอบไฟนอลที่ญี่ปุ่น

Predator แบรนด์เกมมิ่งจาก Acer ชวนแฟน VALORANT ชาวไทยร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ลุ้นบินฟรีไปชม “VCT 2025: Pacific Stage 2” รอบ Finals ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ การแข่งขันระดับภูมิภาคสุดเข้มข้นที่จะตัดสินแชมป์ Pacific และสองทีมสุดท้ายที่จะได้สิทธิ์เข้าสู่เวทีระดับโลกในศึก VALORANT Champions 2025 นำทัพโดยทีมอีสปอร์ตชั้นนำอย่าง T1, Paper Rex, DRX, ZETA DIVISION และอีกมากมาย

เพื่อให้แฟนชาวไทยได้มีส่วนร่วมกับโมเมนต์ความมันระดับโลก Predator จึงจับมือกับ Intel จัด 3 กิจกรรมใหญ่ตลอดทัวร์นาเมนต์ VCT 2025: Pacific Stage 2

กิจกรรมที่ 1: ลุ้นบินฟรีเชียร์รอบ Finals ถึงโตเกียว!

ร่วมสนุกกับแคมเปญพิเศษ ลุ้นรับแพ็กเกจสุดพรีเมียมแบบครบเซ็ต ทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และบัตรเข้าชมการแข่งขันรอบ Finals เพียงร่วมกิจกรรมกับ Predator ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน – 26 กรกฎาคม 2568 ทาง Facebook: Predator Gaming Thailand

กิจกรรมที่ 2: Influencer Watch Party

รวมพลดูเกมมันทุกเย็นวันศุกร์ตลอดเดือนกรกฎาคม ชวนแฟน ๆ ร่วมชมการแข่งขันรอบ Playoffs และ Finals ไปพร้อมกับอินฟลูเอนเซอร์สาย FPS ชื่อดัง พร้อมพูดคุย วิเคราะห์เกม และแจกของรางวัลลิมิเต็ดจาก Predator และ Intel เฉพาะในกิจกรรมนี้เท่านั้น

ปิดท้ายด้วยกิจกรรมพิเศษให้แฟน VALORANT ชาวไทย สัมผัสบรรยากาศสุดมันแบบไม่ต้องบินไกลถึงญี่ปุ่น กับงาน Predator x Intel VCT Pacific 2025 Viewing Party” ร่วมชมแมตช์ไฟนอลสุดเดือดผ่านจอยักษ์ใจกลางกรุงเทพฯ ณ Lido Connect Hall 2 (ชั้น 2) ในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 สนุกไปกับบรรยากาศสุดมัน เสียงเชียร์และ บทวิเคราะห์จากอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง พร้อมกิจกรรมแจกของรางวัลและของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพียงลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อเข้าร่วมงาน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

ติดตามรายละเอียดและอัปเดตความเคลื่อนไหวทุกกิจกรรม ได้ทาง Facebook: Acer Gaming Thailand และ Predator Gaming Thailand แล้วมาเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์เกม VALORANT ที่เดือดที่สุดแห่งปีไปพร้อมกัน!

โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 33 ปี ชวนเปลี่ยน “กระเช้า” เป็น “ต้นไม้” สร้างพื้นที่สีเขียว เติมเต็มสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

โรงพยาบาลพระรามเก้า ก้าวเข้าสู่ปีที่ 33 สานต่อแนวคิด “โรงพยาบาลสีเขียว” (Green Hospital) ภายใต้คอนเซ็ปต์Good Health Grows With Care สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการดูแลอย่างใส่ใจ” ผ่านกิจกรรมรักษ์โลกสุดสร้างสรรค์ “เปลี่ยนกระเช้า” เป็น “ต้นไม้” เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในโรงพยาบาล ส่งต่อความสดชื่นและอากาศบริสุทธิ์ให้แก่ผู้มาใช้บริการ ทีมแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกคน

นพ. เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า บอกว่า “ในโอกาสครบรอบ 33 ปีของโรงพยาบาล เราอยากมอบสิ่งที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงกลับคืนสู่สังคม และขอเชิญชวนทุกท่านที่ประสงค์จะร่วมแสดงความยินดี เปลี่ยนจากการมอบกระเช้าของขวัญ มาเป็นการมอบต้นไม้แทน เพราะต้นไม้หนึ่งต้นสามารถช่วยดูดซับมลพิษ เพิ่มออกซิเจน และสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่น ส่งเสริมให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดี นำไปสู่สุขภาพที่ดีในทุก ๆ วัน”

ในโอกาสพิเศษนี้ โรงพยาบาลพระรามเก้าขอเชิญชวนทุกท่านร่วมส่งต่อความใส่ใจเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการมอบ “ต้นไม้” แทน “กระเช้าของขวัญ” เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่สีเขียวที่เติบโตเคียงคู่สุขภาพดีของ  ทุกคน ตามแนวคิด Good Health Grows With Care สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการดูแลอย่างใส่ใจ            

ถือเป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณค่า สะท้อนความห่วงใยของโรงพยาบาลพระรามเก้าได้อย่างแท้จริง เพราะสุขภาพดีไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของร่างกาย แต่ยังรวมถึงสิ่งแวดล้อมที่เราทุกคนอาศัยอยู่ด้วย

Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2025 Sets Impressive Records and Boosts ASEAN Beauty Industry Growth

Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok2025 has finally come to a close at Queen Sirikit National Convention Center (QSNCC), the modern and elegant exhibition venue located in the heart of Bangkok. The exhibition proved to be a dynamic and performing platform for networking, professional updates and discovery of the next trends and products shaping the future of beauty in ASEAN region.

BolognaFiere Cosmoprof, Informa Markets, and Shanghai Baiwen Exhibition Co. Ltd., the organizers of the event, expressed their strong satisfaction highlighting the strategic role of Cosmoprof CBE ASEAN in supporting the growth of the beauty industry across Southeast Asia. According to Statista, the Beauty & Personal Care market in the ASEAN region is projected to reach a value of USD 36 billion by 2025, with a compound annual growth rate (CAGR) of 3.8% expected from 2025 to 2030. Thailand remains a key regional hub, with the market forecast to grow by 11% in 2025. Other major markets in the region, including Malaysia, Indonesia, the Philippines, and Vietnam, are also experiencing remarkable performance, positioning ASEAN as one of the most dynamic areas globally for beauty industry development.

Over 23,000 visitors from 66 countries and regions attended Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2025, marking a +20% increase compared to the 2024 edition. The majority of attendees came from ASEAN countries and the Asia-Pacific region, with particularly strong growth recorded in Thailand (+20%) and from international markets (+16%).

The top visiting countries included Thailand, China, India, the Philippines, South Korea, Myanmar, Singapore, and Malaysia.

Visitors gathered under one roof to discover the latest products and services presented by more than 2,000 beauty brands, showcased by 650 exhibiting companies from 21 countries and regions, across over 25,000 square meters of exhibition space. Compared to 2024, the exhibition area increased by 16%, with a significant rise in international participation (+22%).

The presence of five Country and Group Pavilions, China, Italy, South Korea, the Taiwan Region, and Thailand, further emphasized the show’s international scope. The dynamic exchange among global industry leaders, local entrepreneurs, innovative suppliers, finished product brands with impactful launches, and pioneering start-ups and indie labels showcasing the latest trends created a vibrant and forward-looking environment.

Further enhancing the event’s strong business profile, over 540 high-profile hosted buyers, a +46% increase compared to 2024, attended the show, representing Thailand, ASEAN, Asia-Pacific, Europe, and the Americas. Their presence reinforced Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok’s role as a premier platform for business networking, trend scouting, and regional market expansion. Among Asian markets, India stood out as one of the most represented, reflecting its growing influence and active engagement in the ASEAN beauty landscape.

“We see Cosmoprof CBE ASEAN as more than just a trade show; it’s where our industry converges, and it’s vital for our success. It’s a prime opportunity to present our full range of capabilities, our scale, our innovative solutions, and our latest offerings to both current partners and new prospects. Mylott understands that with the market changing so quickly, and with consumers and brands demanding more adaptable and complete solutions, exhibiting at Cosmoprof CBE ASEAN isn’t just about showing what we do, it’s about fueling our growth and ensuring we remain at the forefront of the industry”.

Ms. Varinthorn Vamasiri, Executive Director-Business Development, Milott Laboratories Co., Ltd., Thailand – Exhibitor

“Italy is globally recognized for its excellence in design, creativity, and craftsmanship, which values deeply embedded in our cosmetics sector. Cosmoprof CBE Asean is turning out to be the proper tool to meet top-tier Italian exhibitors in beauty and cosmetic industry, to discover a curated selection of products from premium cosmetics, luxurious skincare, professional hair care, to cutting-edge devices and inclusive beauty lines in the Asean Region. As the Italian Trade Commission, we are confident Cosmoprof CBE Asean is becoming one of the most relevant gateways to discover and reach the world of beauty from Italy and develop increasing business partnership between Italian companies and Thai and Asean entrepreneurs.”

Ms. Paola Guida, Italian Trade Commissioner, Italian Trade Agency – Bangkok – Exhibitor

“Being at Cosmoprof CBE ASEAN is incredibly significant for us. While our company is based in France, we proudly distribute our products to 17 countries worldwide, with success in Asia, especially China. Our primary goal at this event (Cosmoprof CBE ASEAN) is to establish new distribution channels and partnerships within the ASEAN market, as we’ve just begun our expansion into Thailand and the broader region. We’re here to grow our brand, expand our market knowledge, and, of course, enjoy the beauty of Thailand.”

Mr. Jean Noel, CEO, Ocean International Trade (Color & Soin), France 

“Cosmoprof CBE ASEAN 2025 was an eye-opening experience, truly a gateway into the thriving world of Thai manufacturing. This year’s show was even better than the last, with a strong focus on innovation, quality, and partnerships. A big thank you to the incredible Cosmoprof CB EASEAN team, for their warm hospitality and for introducing me to some of the best manufacturers in the region. From high-performing formulations to new packaging innovations, Thailand’s manufacturing landscape is truly world-class. We’re walking away with fresh ideas, new collaborations, and a strong sense of possibility. Looking forward to returning next year with even more purpose and partnership.”

Mr. Aankith Aroraa, Founder & CEO, Streamline Beauty India Pvt Ltd, India – Buyer

“Participating in Cosmoprof CBE ASEAN is a valuable opportunity for us to strengthen our presence in the region. We are confident in the high quality of Made in Italy products, and we believe that strong, lasting business relationships can grow from events like this. Being here allows us to meet new potential partners capable of managing the distribution of our brand in a professional and structured way across the ASEAN market. Above all, we are proud to invite local visitors to discover the Professional By FAMA brand and to build meaningful, long-term business collaborations”

Ms. Silvia Teli, Export Manager, Professional By FAMA, Italy – Exhibitor

“Cosmoprof CBE ASEAN has been invaluable in helping us find the suppliers and products we need. It’s a comprehensive event that showcases skincare and health products, highlights industry trends and innovations, and creates opportunities to build new connections. Participating has expanded our network, increased our B2B customer base, and helped take our business to the next level. We highly recommend it to anyone in the beauty industry.”

Mr. Chathipoo Wiriyathanyajit, Business Development Manager, Opulence Global, Thailand – Buyer

“Cosmoprof CBE ASEAN was a truly eye-opening experience, reshaping our view of beauty innovation for years to come. The event brought together diverse market trends and incredible brands from across Southeast Asia, highlighting the region’s innovation. Thailand’s role as a sourcing and manufacturing hub is clearly growing, with many manufacturers and R&D partners driving active collaborations. This year, we discovered new opportunities and trends that promise a stronger future for the beauty industry.”

Ms. Vaishali Gupta, Co-Founder, PEP TECHNO (MCAFFEINE), India – Buyer

HIGH QUALITY EDUCATIONAL SESSIONS AND INITIATIVES

Cosmoprof CBE ASEAN was an occasion for in-depth education and updates for stakeholders. CosmoTalks, the educational program of the Cosmoprof network, brought together global thought leaders and experts to explore a range

of timely topics, from beauty trends and branding strategies to tech-driven sustainability and ASEAN market entry insights. The contribution of the main partners of the program, such as Future Snoops, BEAUTYSTREAMS, MINTEL, ASEAN Cosmetics Association (ACA), SGS, provided exclusive insights into consumers’ trends and business opportunities in the ASEAN market, as well as sustainability and low impact ingredients, new packaging solutions, and regulations.

Great participation was recorded during the Spa and Wellbeing Congress, organized in partnership with the Thai Spa Association and focusing on the evolution of the segment in Thailand.

WHAT’S NEXT AT COSMOPROF CBE ASEAN 2026

Stakeholders and beauty industry players are expected to reunite from June 24 to 26, 2026, for the next edition of Cosmoprof CBE ASEAN, which promises significant new developments. Most notably, Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 will make its debut. This “show within the show” will spotlight cutting-edge innovations across the entire

beauty supply chain, from ingredients and raw materials to packaging, machinery, private label and contract manufacturing, print & label, and full-service solutions.

Bringing Cosmopack to Bangkok is both a natural evolution and a strategic decision, as Southeast Asia is fast becoming a global hub for high-quality manufacturing and technological innovation. The region’s growing influence in the international beauty industry is increasingly evident. In particular, Thailand is widely recognized as a key sourcing destination for natural ingredients and a preferred production site for international beauty brands.

Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2025 สร้างสถิติใหม่ดันอุตสาหกรรมความงามอาเซียนเติบโต

Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2025 ปิดฉากลงอย่างงดงาม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมความงามอาเซียน ตอกย้ำบทบาทในฐานะแพลตฟอร์มอันทรงพลังในการสร้างเครือข่ายธุรกิจ อัปเดตความรู้ระดับมืออาชีพ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์และเทรนด์ล่าสุดที่กำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมความงามในอาเซียน

งานครั้งนี้จัดโดยความร่วมมือระหว่าง BolognaFiere Cosmoprof, Informa Markets และ Shanghai Baiwen Exhibition โดยชี้ให้เห็นถึงบทบาทเชิงกลยุทธ์ของเวที Cosmoprof CBE ASEAN ในการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมความงามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากข้อมูลจาก Statista คาดว่าตลาดความงามและการดูแลส่วนบุคคลในอาเซียนจะมีมูลค่าสูงถึง 36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และมีอัตราเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ปีละ 3.8% จนถึงปี 2573 ขณะที่ไทยยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญของภูมิภาค โดยคาดว่าจะเติบโตถึง 11% ในปี 2568

งานในปีนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 23,000 คน จาก 66 ประเทศและภูมิภาค เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2567 โดยเฉพาะประเทศไทยมีผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้น 20% และจากตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น 16% ประเทศที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุด ได้แก่ ไทย จีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ เมียนมา สิงคโปร์ และมาเลเซีย ด้านพื้นที่จัดแสดงมีมากกว่า 25,000 ตร.ม. ครอบคลุมการแสดงสินค้าจาก 650 บริษัท 2,000 แบรนด์ความงาม จาก 21 ประเทศและภูมิภาค เพิ่มขึ้นจากปีก่อนทั้งในด้านพื้นที่ 16% และการเข้าร่วมจากต่างประเทศ 22%

ในงานมีการเข้าร่วมของพาวิลเลียนชั้นนำ 5 ประเทศ ได้แก่ จีน อิตาลี เกาหลีใต้ ไต้หวัน และไทย ตอกย้ำความเป็นเวทีระดับนานาชาติของงาน ทำให้บรรยากาศงานเต็มไปด้วยพลังแห่งการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำอุตสาหกรรมระดับโลก ผู้ประกอบการท้องถิ่น ซัพพลายเออร์นวัตกรรม แบรนด์สินค้าสำเร็จรูปที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่างยิ่งใหญ่ รวมถึงสตาร์ทอัพและแบรนด์อิสระ ที่เข้ามาสร้างบรรยากาศให้เปี่ยมด้วยพลังแห่งอนาคตและความคิดสร้างสรรค์

เพื่อเสริมโอกาสทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง งานในปีนี้จึงมีผู้ซื้อรายใหญ่ที่ได้รับเชิญกว่า 540 ราย เพิ่มขึ้น 46% จากปี 2024 โดยมาจากไทย ภูมิภาคอาเซียน เอเชียแปซิฟิก ยุโรป และอเมริกา การเข้าร่วมของผู้ซื้อระดับสากลเหล่านี้ได้ตอกย้ำบทบาทของ Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok ในฐานะแพลตฟอร์มชั้นนำด้านการสร้างเครือข่ายธุรกิจ การค้นหาเทรนด์ใหม่ และการขยายตลาดในระดับภูมิภาค ในขณะเดียวกัน “อินเดีย” ยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้แทนเข้าร่วมมากที่สุด สะท้อนถึงอิทธิพลและบทบาทที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมความงามของอาเซียน

คุณวรินธร วามะศิริ กรรมการบริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไมลอทท์ แลบบอราทอรี่ส์ จำกัด ประเทศไทย– ผู้ร่วมแสดงสินค้า มองว่า Cosmoprof CBE ASEAN ไม่ใช่แค่งานแสดงสินค้า แต่เป็นจุดรวมพลังของอุตสาหกรรม และเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อความสำเร็จของบริษัท ซึ่งถือเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมในการนำเสนอศักยภาพทั้งในด้านขนาดธุรกิจ โซลูชันนวัตกรรม และผลิตภัณฑ์ของเราต่อพันธมิตรเดิมและลูกค้าใหม่ Mylott มองว่าท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดและความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาโซลูชันที่ยืดหยุ่นและครบวงจร การเข้าร่วมงานนี้ไม่เพียงเป็นการโชว์ศักยภาพ แต่ยังเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการเติบโตและรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม

คุณเปาลา กุยด้า (Paola Guida) ข้าหลวงพาณิชย์ประจำสำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนประจำประเทศไทย ผู้ร่วมแสดงสินค้า กล่าวว่า อิตาลีได้รับการยอมรับในระดับโลกด้านความเป็นเลิศในการออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ และงานฝีมือ ซึ่งเป็นคุณค่าที่ฝังรากลึกในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของประเทศ งาน Cosmoprof CBE ASEAN กำลังกลายเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้พบกับผู้แสดงสินค้าชั้นนำจากอิตาลี ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่เครื่องสำอางระดับพรีเมียม สกินแคร์ที่หรูหรา ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมืออาชีพ อุปกรณ์ความงามล้ำสมัย จนถึงไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอาเซียนทุกกลุ่ม ในฐานะสำนักงานส่งเสริมการค้าอิตาลี เราเชื่อมั่นว่า Cosmoprof CBE ASEAN จะเป็นหนึ่งในประตูหลักในการเข้าถึงโลกแห่งความงามจากอิตาลี และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบริษัทอิตาเลียนกับผู้ประกอบการในไทยและอาเซียนให้เติบโตมากขึ้น

คุณฌอง โนเอล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Ocean International Trade (Color & Soin),
ประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า การได้เข้าร่วมงาน Cosmoprof CBE ASEAN มีความสำคัญอย่างมาก แม้บริษัทเราจะมีฐานธุรกิจในฝรั่งเศส แต่เราภูมิใจที่สามารถจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้ใน 17 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียและจีนที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เป้าหมายของการร่วมงานนี้คือการสร้างช่องทางจัดจำหน่ายและพันธมิตรใหม่ ๆ ในตลาดอาเซียน และกำลังเริ่มขยายเข้าสู่ประเทศไทย เรามาที่นี่เพื่อสร้างการเติบโตให้แบรนด์ เรียนรู้ตลาด และแน่นอน เพื่อดื่มด่ำกับความงดงามของประเทศไทยด้วย

คุณอานคิด อาโรรา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Streamline Beauty India Pvt Ltd ประเทศอินเดีย กล่าวว่า Cosmoprof CBE ASEAN 2025 เป็นประสบการณ์ที่เปิดโลกอย่างแท้จริง และถือเป็นประตูสู่การผลิตในไทยที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง งานปีนี้ใหญ่กว่าปีก่อนชัดเจน ทั้งในด้านนวัตกรรม คุณภาพ และความร่วมมือทางธุรกิจ ขอขอบคุณทีมงาน Cosmoprof ที่ให้การต้อนรับอบอุ่น และพาไปรู้จักผู้ผลิตชั้นนำในภูมิภาค ตั้งแต่สูตรผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลลัพธ์สูง ไปจนถึงนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ในไทยและระดับโลก ทำให้เรากลับไปพร้อมกับไอเดียใหม่ ความร่วมมือใหม่ และแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยม พร้อมความตั้งใจที่จะกลับมาอีกในปีหน้า

คุณซิลเวีย เตลี ผู้จัดการฝ่ายส่งออก บริษัท Professional By FAMA ประเทศอิตาลี – ผู้ร่วมแสดงสินค้า กล่าวว่า การเข้าร่วม Cosmoprof CBE ASEAN คือโอกาสอันมีค่าในการเสริมสถานะของแบรนด์ในภูมิภาคนี้ เรามั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ Made in Italy และเชื่อว่างานลักษณะนี้จะนำไปสู่ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและยั่งยืน การร่วมงานในครั้งนี้ทำให้เราได้พบพันธมิตรธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในการบริหารการจัดจำหน่ายอย่างเป็นมืออาชีพ เรารู้สึกยินดีที่ได้แนะนำแบรนด์ Professional By FAMA ให้เป็นที่รู้จักและสร้างความร่วมมือที่มีคุณค่าร่วมกันในภูมิภาคอาเซียน

คุณชาติภู วริยธัญญจิตต์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท Opulence Global ประเทศไทย เผยว่า Cosmoprof CBE ASEAN มีคุณค่าอย่างมากในการช่วยให้บริษัทค้นหาซัพพลายเออร์และผลิตภัณฑ์ที่ตรงความต้องการ งานนี้เป็นเวทีครบวงจร ทั้งการแสดงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและสุขภาพ เทรนด์และนวัตกรรม รวมถึงโอกาสในการเชื่อมต่อพันธมิตรใหม่ ๆ การเข้าร่วมงานครั้งนี้ช่วยขยายเครือข่าย เพิ่มฐานลูกค้า B2B และยกระดับธุรกิจของเราไปอีกขั้น เราขอแนะนำงานนี้อย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมความงามทุกคน

คุณไวชาลี คุปตะ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท PEP TECHNO (แบรนด์ MCaffeine) ประเทศอินเดีย กล่าวว่า Cosmoprof CBE ASEAN เป็นประสบการณ์ที่เปิดโลกและเปลี่ยนมุมมองของเราเกี่ยวกับนวัตกรรมในอุตสาหกรรมความงาม งานนี้รวบรวมเทรนด์หลากหลายและแบรนด์ชั้นนำจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนถึงความล้ำหน้าของภูมิภาคนี้ และประเทศไทยกำลังเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในฐานะศูนย์กลางด้านการจัดหาและการผลิต ผ่านผู้ผลิตและพันธมิตรด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) จำนวนมาก โดยปีนี้เราได้พบทั้งโอกาสใหม่และเทรนด์ที่น่าจับตามอง ซึ่งล้วนส่งสัญญาณถึงอนาคตที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรมความงาม

งาน Cosmoprof CBE ASEAN ยังเป็นเวทีสำคัญในการให้ความรู้และอัปเดตข้อมูลเชิงลึกแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผ่านโปรแกรม CosmoTalks ซึ่งรวบรวมผู้นำความคิดและผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อที่ทันสมัย ตั้งแต่เทรนด์ความงาม กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ความยั่งยืนที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และแนวทางเข้าสู่ตลาดอาเซียน โดยมีพันธมิตรหลักอย่าง Future Snoops, BEAUTYSTREAMS, MINTEL, สมาคมเครื่องสำอางอาเซียน (ACA) และ SGS ที่ร่วมให้ข้อมูลเชิงลึก ทั้งด้านแนวโน้มผู้บริโภคและโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงวัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ และข้อกำหนดกฎระเบียบต่าง ๆ ในภูมิภาค โดยมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม คือ Spa and Wellbeing Congress ซึ่งจัดร่วมกับสมาคมสปาไทย โดยเน้นการพัฒนาและแนวโน้มของธุรกิจสปาและสุขภาพในประเทศไทย

Cosmoprof CBE ASEAN 2026 จะกลับมาอีกครั้งระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน 2569 โดยผู้เล่นในอุตสาหกรรมความงามทั่วภูมิภาคจะได้รวมตัวกันอีกครั้ง พร้อมการพัฒนาครั้งสำคัญที่น่าจับตามอง จากไฮไลต์สำคัญอย่างการเปิดตัว Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 ซึ่งเป็น “งานภายในงาน” ที่นำเสนอนวัตกรรมล้ำสมัยในห่วงโซ่อุปทานความงามครบวงจร ตั้งแต่ส่วนผสม วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ เครื่องจักร การผลิตแบบ OEM/ODM การพิมพ์ฉลาก ไปจนถึงโวลูชันบริการที่ครบวงจร

การนำ Cosmopack มาจัดในกรุงเทพฯ ถือเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สอดรับกับบทบาทของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตคุณภาพสูงและนวัตกรรมความงามระดับโลก โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะแหล่งวัตถุดิบธรรมชาติที่สำคัญ และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในการผลิตแบรนด์ความงามระดับนานาชาติ