“Toxic Relationship” ภัยเงียบทำลายใจ เสี่ยงซึมเศร้า–ปัญหาสุขภาพจิตชี้ 3 หลักสื่อสารเชิงบวกเป็นเกราะป้องกันสำคัญ

ความสัมพันธ์ที่ดีคือแรงผลักดันที่ทำให้คนเรามีความสุขและความมั่นคงทางอารมณ์ แต่ในทางตรงกันข้าม หากความสัมพันธ์เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ การสื่อสารผิดพลาด หรือพฤติกรรมที่บั่นทอนกันอย่างต่อเนื่อง ก็อาจกลายเป็น “ความสัมพันธ์เป็นพิษ” ที่ค่อย ๆ กัดกร่อนหัวใจและสุขภาพจิตโดยไม่รู้ตัว

นพ.ธนานันต์ นุ่มแสง จิตแพทย์ โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่า ความล้มเหลวในการสื่อสารคือรากเหตุสำคัญของปัญหาความสัมพันธ์ โดยเฉพาะคำพูด สีหน้า ท่าทาง หรือเจตนาแฝงที่ทำให้ผู้รับสารรู้สึกถูกกดทับหรือด้อยคุณค่า ปัจจุบันผู้คนมัก “พูดมากกว่าฟัง” ส่งผลให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนสะสมจนกลายเป็นความขัดแย้งเรื้อรัง คำพูดเชิงลบที่ได้รับซ้ำ ๆ อาจทำให้ผู้ฟังตั้งคำถามกับคุณค่าของตนเอง และเสี่ยงต่อภาวะ Gaslighting เมื่อการบั่นทอนเกิดขึ้นต่อเนื่อง โครงสร้างความคิดเชิงลบจะฝังลึก มองโลกในแง่ดีได้ยาก และอาจลุกลามไปสู่ความเครียด วิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้าในที่สุด

ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษมักเริ่มจากสัญญาณเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม เช่น ความรู้สึกอึดอัด เหนื่อยใจ อารมณ์แปรปรวนผิดปกติ หรือมีอาการทางกายทันทีเมื่อพบเจออีกฝ่าย หากปล่อยให้เหตุการณ์ลบเกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนมีอิทธิพลเหนือกว่าด้านดี ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพจิตในระยะยาว แม้เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้อื่นได้เสมอไป แต่สามารถปรับวิธีมองและปกป้องใจตัวเองได้ โดย นพ.ธนานันต์ เปรียบเทียบการรับมือความสัมพันธ์พิษร้ายกับการใช้ “กล้องถ่ายรูป” ดังนี้
1. เลนส์ที่ใช้มอง เปลี่ยนมุมมองต่อคนที่ทำร้ายใจ มองเขาเป็น “ครูสอนอารมณ์” ช่วยให้ตั้งสติและจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้นเมื่อเผชิญหน้า
2. ฟิลเตอร์ที่ใช้กรอง เลือกรับเฉพาะสาระสำคัญของคำพูด ไม่แบกรับอารมณ์ด้านลบที่อีกฝ่ายโยนมา เพื่อลดผลกระทบต่อจิตใจ
3. เกราะป้องกันภายใน สร้างคุณค่าในตัวเอง (Self-worth) ให้มั่นคง เมื่อแกนกลางแข็งแรง ปัจจัยภายนอกก็ยากจะทำให้ใจสั่นคลอน

นพ.ธนานันต์ บอกเพิ่มเติมว่า การสื่อสารอย่างมีคุณภาพคือกุญแจสำคัญในการลดความขัดแย้ง ซึ่งทำได้ด้วย 3 หลักง่าย ๆ ได้แก่ ฟังอย่างตั้งใจ คิดก่อนพูด และมีเจตนาเชิงบวก การสื่อสารเชิงบวกช่วยให้ผู้ฟังรู้สึกได้รับการเข้าใจ ลดการปะทะทางอารมณ์ และป้องกันไม่ให้ความสัมพันธ์พัฒนาไปสู่ความเป็นพิษ

การตั้งขอบเขตที่เหมาะสม การยอมรับความจริงของความสัมพันธ์ และการรู้ว่าเมื่อใดควรถอยออกมา เป็นทักษะสำคัญในการดูแลใจตนเอง เพราะสุขภาพจิตที่ดีคือรากฐานของคุณภาพชีวิต การหมั่นฟังเสียงหัวใจและใส่ใจตัวเอง คือวิธีที่ช่วยให้เราห่างไกลความสัมพันธ์พิษร้ายและก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง

“สาธุ” เพลงแทนใจของคนที่เคยเจ็บปวดจากความรักแต่ก็ยังไม่หมดศรัทธา และขอภาวนาให้เจอรักแท้สักที ซิงเกิลใหม่จาก ASIA7 feat. ปลาย กนกพร

ส่งท้ายอัลบั้ม DeepMind จากวง ASIA7 กับเพลงที่เล่าถึงความปรารถนาและความผิดหวังเกี่ยวกับความรักที่ถูกแสดงออกผ่านพิธีกรรม กับเรื่องราวของการอธิษฐาน ปรารถนาให้รักครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย

โดยความพิเศษของเพลงนี้ ได้ศิลปินหมอลำดาวรุ่ง ‘ปลาย กนกพร’ มาร่วม Featuring ร้องภาวนาคำอธิษฐานด้วยกลิ่นอายของภาษาอีสาน ทำให้ความจริงใจของผู้หญิงที่ช้ำในความรักถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้ยังเป็นอีกเพลงที่ ‘โอม COCKTAIL’ มาร่วมโปรดิวซ์ และมี ‘ครูสลา คุณวุฒิ’ มาช่วยเรียบเรียงคำร้องภาษาอีสานให้ซึ้งกินใจยิ่งขึ้น

โดย Music Video สะท้อนการบอกเล่าความรักที่นำมาซึ่งความเสียใจ และปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะมีความรักครั้งสุดท้ายที่ไม่ทำให้ต้องเสียใจอีก มานำเสนอโดยตีความออกมาในรูปแบบ ‘การเล่นของ’ ความเชื่อหรือวัฒนธรรมที่ใช้ความหวังนำทางของคนกลุ่มหนึ่งที่คิดว่าจะสามารถมัดใจคนที่เราชอบ หรือได้ตามสิ่งที่หวัง ผ่านพิธีกรรมดำมืดบางอย่างได้ ทำให้ MV นี้มีความน่ากลัว น่าค้นหา แต่แอบซ่อนไปด้วยความหมายต่าง ๆ จนทำให้ผู้ชมอยากติดตามดูไปจนจบว่าบทสรุปปลายทางจะออกมาเป็นเช่นไร

ในส่วนของการกำกับเพลงนี้ได้ ‘ต้องเต ธิติ ศรีนวล’ ผู้กำกับภาพยนตร์แถวหน้ามาร่วมตีความและถ่ายทอดความเข้มข้นทางอารมณ์ของเพลงนี้ได้อย่างมีเอกลักษณ์ โดยมี Sa-Tun Production ร่วมสร้างสรรค์งานภาพและบรรยากาศ ทำให้บทเพลง ‘สาธุ’ แสดงถึงความศรัทธาและความเจ็บปวดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ฟัง ‘สาธุ (Sathu)’ – ASIA7 Feat. ปลาย กนกพร ได้แล้ววันนี้ทุกช่องทาง
และสามารถรับชม MV ได้ที่ Youtube: GeneLab
https://www.youtube.com/watch?v=vxHVQtJj2uQ&list=RDvxHVQtJj2uQ&start_radio=1

สาธุ #ASIA7 #ปลายกนกพร

GeneLab #grammygold #GMMMusic

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.facebook.com/asia7band และ www.facebook.com/genelabrecords
Instagram : Asia7band และ Genelabrecords

“เมเบิ้ล–แป้งจี่” ชวนแฟนๆ ลุ้นบทสรุปความรักสุดเข้มข้นในงาน “CLAIREBELL : The Final Chapter” ปักหมุดเตรียมกดบัตร 1 ธ.ค.นี้

ด้วยกระแสบอกต่อความสนุกเข้มข้นของซีรีส์ “CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ” จาก ค่าย Mine Medie Production ที่โดนใจคนดูอย่างหนัก จนส่งให้ส่งแฮชแท็คพุ่งทะยานติด X TREND ของไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลกในทุกตอนที่ออกอากาศ ล่าสุด 2 ผู้จัดคุณภาพ ใหม่–ดาวิกา โฮร์เน่ และ เต๋อ–ฉันทวิชช์ ธนะเสวี เตรียมปิดฉากเส้นทางความรักสุดลุ้นระทึกของ “แคลร์-เบล” ในงาน “CLAIREBELL : The Final Chapter” ที่จะเปิดพื้นที่ให้แฟนๆ ตามไปหายใจรอคำตอบกันแบบประชิดติดขอบจอร่วมกันว่าความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางกำแพงเรือนจำสูงใหญ่จะลงเอยอย่างไร เมื่ออำนาจมืดกำลังชักใยชะตาชีวิตของทั้งคู่จนแทบไร้ทางหนี

นำทีมโดยสองนักแสดงคู่เคมีดีต่อใจ เมเบิ้ล–สิริวลี สิริวิบูลย์ และ แป้งจี่–ปภาวรินท์ สวัสดิเวช ที่โคจรมาส่งแรงดึงดูดแบบไม่ยั้ง พร้อมสาดอารมณ์ทั้งหวานละมุนและดราม่าเข้มข้นให้แฟนๆ ได้อินครบทุกมิติ ร่วมด้วยทีมนักแสดงเสริมทัพความสนุกอย่าง แองจี้ ภัณฑิรา, อัตต้า นัชชา, ซานต้า วัชรวิศน์, และ บาเบล จิรกิตติ์ ที่พร้อมพาเรื่องราวไปสู่จุดไคลแม็กซ์แบบไม่มีแผ่ว ในวันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงภาพยนตร์ 15, SF WORLD CINEMA ชั้น 9 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด งานนี้แฟนๆ เตรียมตั้งรับแรงสั่นสะเทือนดีกรีความฟินแบบจุดเต็มและความเข้มข้นสุดลุ้นระทึก เพราะบทสรุปครั้งนี้อาจทำให้หัวใจเต้นแรงกว่าที่เคย!!

สำหรับผู้สนใจสามารถจับจองบัตรร่วมงาน “CLAIREBELL : The Final Chapter” ได้ในวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคมนี้ เวลา 9.00 น. ทาง www.ticketmelon.com บัตรราคา 2,000 บาท และVIP 2,500 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook/Instagram/X/Youtube : Mine Media Production

ClaireBell

ClaireBellคลั่งรักนักโทษ

มาดามแป้ง ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม สนับสนุนศิลปินแห่งชาติและเครือข่ายศิลปวัฒนธรรม รวมพลังน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณองค์อัคราภิรักษศิลปิน เคาะ 25 โครงการ รับทุนครั้งที่ 1 ปีงบประมาณ 2569

นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมว่า คณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม มีนโยบายสนับสนุนการขับเคลื่อนงานศิลปวัฒนธรรมของชาติ นำความเป็นไทยให้เป็นที่รู้จักระดับนานาชาติ ตามนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะมิติทางด้านวัฒนธรรมที่จะมีส่วนผลักดันสังคมและเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่าที่ผ่านมากองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ชุดปัจจุบัน ได้ส่งเสริม สนับสนุน ศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม ผู้มีผลงานดีเด่น ทางวัฒนธรรม ศิลปินพื้นบ้าน คณะบุคคล องค์กรภาครัฐและเอกชน ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ ผ่านการเสนอโครงการเข้ารับการอุดหนุนทุนสนับสนุนมากกว่า 109 โครงการ เป็นจำนวนเงินมากกว่า 16,800,000 บาท (สิบหกล้านแปดแสนบาทถ้วน)

ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กล่าวต่ออีกว่า สำหรับในปีงบประมาณ 2569 เพื่อถวายคารวาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะที่ทรงเป็น “อัคราภิรักษศิลปิน” ซึ่งมีความหมายว่า “ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ปกปักรักษางานศิลปะ” จึงร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในการสนับสนุนศิลปินแห่งชาติและเครือข่ายทางวัฒนธรรม ได้รวมพลังน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณองค์อัคราภารักษศิลปิน โดยผ่านโครงการที่ยื่นขอรับการจัดสรรทุนอุดหนุนของปีนี้ ซึ่งมีจำนวนโครงการที่ยื่นขอรับทั้งสิ้น 119 โครงการ

ซึ่งคณะกรรมการกองทุนฯ ได้พิจารณาคัดเลือกโครงการเพื่อรับทุน ตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ว่าด้วยเงื่อนไขและรายละเอียดของโครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับการอุดหนุนจากกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม พ.ศ. 2562 ในการประชุมครั้งนี้ จำนวน 25 โครงการ เป็นเงิน 2,800,000 บาท (สองล้านแปดแสนบาทถ้วน) โดยมีศิลปินแห่งชาติ ทั้ง 3 สาขา ได้รับการสนับสนุน จำนวน 22 ท่าน ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม จำนวน 1 ท่าน เครือข่ายสถาบันการศึกษา จำนวน 2 แห่ง และจากรายละเอียดโครงการที่ได้รับทุนในครั้งนี้ 25 โครงการ ซึ่งคาดว่าจะมีกลุ่มเป้าหมาย นักเรียน นักศึกษา เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปจากทั่วประเทศ ที่จะเข้าร่วมกิจกรรม และร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการถวายคารวาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะที่ทรงเป็น “อัคราภิรักษศิลปิน“ ในพระมหากรุณาธิคุณองค์อัคราภารักษศิลปิน ผ่านการจัดกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม ทั้งในรูปแบบ Onsite และแบบ Online จำนวนไม่น้อยกว่า 300,000 คน อาทิเช่น

สาขาทัศนศิลป์

1) โครงการ The Two journeys II InSon Wongsam Venetia Walkey อินสนธิ์ วงค์สาม เวเนเซีย วอล์คกี้ ของนายอินสนธิ์ วงค์สาม

2) โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาทักษะวิชาชีพภาพพิมพ์แกะไม้ (Woodcut) และจัดแสดง งานนิทรรศการภาพพิมพ์แกะไม้ (Woodcut) และภาพพิมพ์โลหะ (Etching) โดยศิลปินแห่งชาติ ทวี รัชนีกร ของนายทวี รัชนีกร

3) โครงการจัดนิทรรศการเคลื่อนที่และสอนการถ่ายภาพมรดกศิลปวัฒนธรรม ของนายสิงห์คม บริสุทธิ์

4) โครงการการบูรณาการงานศิลปะของศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง : “My Life : Preecha Thaothong” ของศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง

สาขาวรรณศิลป์

1) โครงการถ่ายทอดความรู้ “การเขียนนิยายและการใช้ภาษาอย่างสร้างสรรค์” ของนางเพ็ญศรี เคียงศิริ

2) โครงการหนังสือเสียง “สารคดีชีวิต พาร์กินสันไดอารี่” บันทึกการเดินทางจากโลก (โรค) ภายใน ของธีรภาพ โลหิตกุล ของนายธีรภาพ โลหิตกุล

3) โครงการหนังสือและเสียงบันทึกแผ่นดิน เรื่อง “เขียนแผ่นดินสุวรรณภูมิมาเลเซีย เมียนมา กัมพูชา ชุด ร่วมภูมิแผ่นดิน” เล่มที่ 2 อารยธรรม และ เล่มที่ 3 วัฒนธรรม ของนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

4) โครงการจัดพิมพ์ตำราวรรณกรรมสำหรับเด็ก ของศาสตราจารย์เกริก ยุ้นพันธ์

สาขาศิลปะการแสดง

1) โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการดนตรีพัฒนาคุณภาพชีวิต ภายใต้หัวข้อ “ลมหายใจ…ดนตรี…ชีวิต” ของนางดุษฎี พนมยงค์ บุญทัศนกุล

2) โครงการบันทึกวีดิทัศน์เพื่อเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ ละครเวทีผสมภาพยนตร์ เรื่อง “พระเจ้าช้างเผือก” ของนายประดิษฐ ประสาททอง

3) โครงการ “นาฏยศิลปินแห่งชาติ สร้างยุวศิลปินของชาติ” ของนางรัจนา พวงประยงค์

4) โครงการสืบสานศาสตร์เพลงโคราช กับศิลปินแห่งชาติ : อบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อถ่ายทอดความรู้สู่ครูแกนนำและเยาวชนรุ่นใหม่ ของนายกำปั่น นิธิวรไพบูลย์

5) โครงการประพันธ์เพลงคลาสสิกร่วมสมัยและเผยแพร่เกียรติภูมิของผลงานศิลปินแห่งชาติ สู่ประชาคมโลก พ.ศ. 2569 ของศาสตราจารย์ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร

6) โครงการพัฒนาการเรียนรู้ด้านการขับซอพื้นบ้านล้านนา ครั้งที่ 7 ประจำปี 2569 ของนางบัวซอน ถนอมบุญ

7) โครงการสืบสานศิลปะการแสดงพื้นเมืองเชียงราย ครั้งที่ 10 ของนางบัวเรียว รัตนมณีภรณ์

8) โครงการถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เพลงพื้นบ้านภาคกลาง : สามถิ่น สามศิลปินแห่งชาติ ของนางเกลียว เสร็จกิจ

9) โครงการดนตรีพื้นบ้านเชื่อมอีสานสู่สากล Bridging Isan Folk Music to the Global Stage ของนายทรงศักดิ์ ประทุมสินธุ์

10) โครงการ “สืบศิลป์ อินเทรนด์ (in trend) มหานคร หมอลำกลอนประยุกต์” ของนางราตรีศรีวิไล บงสิทธิพร

11) โครงการยื่นมะเหงก เขกกบาล Master Class – One on One กับชนประคัลภ์ จันทร์เรือง ของนายชนประคัลภ์ จันทร์เรือง

12) โครงการคอนเสิร์ต “84 ปี ชัยชนะ : ร้อง-รำ-แหล่-แร็ป” ของนายชัยชนะ บุญนะโชติ

13) โครงการอนุรักษ์สืบสานองค์ความรู้ด้านศิลปะการแสดงดนตรีไทยประเภทเครื่องเป่า (ขลุ่ย) เพื่อถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สู่เยาวชน ของนายปี๊บ คงลายทอง

14) โครงการขลุ่ยนิมิตใหม่ ใส่ใจเยาวชน ของนายธนิสร์ ศรีกลิ่นดี

ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม

1) โครงการ “สอนเยาวชนหนังตะลุง ตอน 3 ปฏิบัติการ การแสดงหนังตะลุงแก้เหมรยบน ฝั่งทะเลตะวันตก” ของนายอนันต์ สิกขาจารย์

สถาบันการศึกษา

1) โครงการเผยแพร่แลกเปลี่ยนศิลปะและวัฒนธรรมไทย – เกาหลี ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมร่วมกับศิลปินแห่งชาติ ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

2) โครงการนิทรรศการแสดงผลงานศิลปกรรมคณาจารย์ภาควิชาศิลปไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ทศวรรษ ภาควิชาศิลปไทย คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ของภาควิชาศิลปไทย คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นต้น

นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม มีภารกิจในการยกย่องเชิดชูเกียรติ ดูแลสวัสดิการ จัดเก็บรวบรวมองค์ความรู้ เผยแพร่ผลงานภูมิปัญญาอันทรงคุณค่า ส่งเสริมสนับสนุนให้ศิลปินแห่งชาติ ทั้ง 3 สาขา ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม ได้มีบทบาทและโอกาสสำคัญในการสร้างสรรค์งานศิลป์ ต่อยอดมรดกศิลป์ ถ่ายทอดองค์วามรู้ประสบการณ์อันทรงคุณค่า เปิดบ้านศิลปินแห่งชาติให้เป็นแหล่งเรียนรู้ พัฒนาและสร้างศิลปินรุ่นใหม่ ให้เป็นศิลปินของชาติ เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอดศิลปวัฒนธรรมไทยให้เจริญรุ่งเรืองจากรุ่นสู่รุ่น มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ

ดังนั้น การพิจารณาคัดเลือกโครงการให้ได้รับทุนอุดหนุนทั้ง 25โครงการ ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นไปตามภารกิจของกรมส่งเสริมวัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นโอกาสที่จะได้มีการผนึกกำลัง รวมพลังศิลปินแห่งชาติ และพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการ ถวายคารวาลัยแด่สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะที่ทรงเป็น “อัคราภิรักษศิลปิน” รวมพลังน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณองค์อัคราภารักษศิลปิน รวมถึงรวมพลังรำลึกองค์อัครศิลปิน ในโอกาสครบรอบ 4 ทศวรรษ แห่งการน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา “อัครศิลปิน” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้เป็นใหญ่ในหมู่ศิลปิน” หรือ “ผู้มีศิลปะอันเลอเลิศ” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านการจัดกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมมีทั้งในรูปแบบ Onsite และแบบ Online ที่ได้รับการสนับสนุนทุนในครั้งนี้อีกด้วย

ท้ายที่สุดนี้ นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม อยากจะขอเชิญชวนทุกท่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการดำเนินงานด้านวัฒนธรรม สนับสนุนศิลปินแห่งชาติ สืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาต โดยการบริจาคเงินสมทบผ่านกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม สามารถบริจาคง่าย ๆ ด้วยตนเอง เพียงสแกน QR Code โอนผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาถนนรัชดาภิเษก ชื่อบัญชี กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม เลขที่บัญชี 060-216511-7 หรือสามารถบริจาคด้วยตนเอง โดยเช็คสั่งจ่ายในนามกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม นอกจากท่านจะเป็นผู้ร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติแล้ว ท่านยังสามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า อีกด้วย

บาดลึกแต่ฮีลใจ! ‘getsunova’ สรุปจบอัลบั้ม “The Grateful Sorrow” ใน “ยินดีให้กับความเสียใจ” ชวนจดจำเรื่องราวที่มี พร้อมยินดีแม้ต้องจากกันตลอดกาล

เป็นการเดินทางครั้งใหม่ ที่เต็มไปด้วยความแปลกใหม่อย่างแท้จริงของ getsunova (เนม – นต – ไปร์ท – นาฑี) วงร้อยล้านวิวจากค่าย White Music ในเครือ GMM Music ที่กลับมาพร้อม “ The Grateful Sorrow” อัลบั้มที่นำเสนอเรื่องราวสุดเจ็บปวดในมุมที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ ก่อนจะถึงบทสรุป “ยินดีให้กับความเสียใจ (Grateful Sorrow)” บทเพลงที่เป็นตัวแทนของการปล่อยวาง พร้อมเดินทางสู่วันที่ไม่รู้สึกเจ็บปวดต่อการจากลาในอดีตอีกต่อไปโดยได้มีการเล่นสดเพลงนี้ครั้งแรกไปแล้วในงานแฟนมีตเมื่อวาน ให้แฟนๆที่มาร่วมงานได้ฟังกันก่อนใคร พร้อมตัดเค้กฉลองการจากลาครั้งนี้อีกด้วย

“ยินดีให้กับความเสียใจ (Grateful Sorrow)” เป็นผลงานที่บอกเล่าความรู้สึกของคนที่สามารถก้าวผ่านบาดแผลของการจากลา การแยกทาง พร้อมเข้าใจถึงเหตุและผลของการเปลี่ยนแปลงนั้น และยังสามารถที่จะเฝ้ามองหรือยินดีกับคนที่จากไปได้อย่างมีความสุข ถือเป็นบทสรุปส่งท้ายอัลบั้ม “The Grateful Sorrow” ที่พูดถึงการมองความเศร้าและปล่อยวางจากความเจ็บปวดอย่างสมบูรณ์

นอกจากดนตรีที่สื่อสารความเศร้าและฟีลกู้ดได้ในเวลาเดียวกันแล้ว “ยินดีให้กับความเสียใจ (Grateful Sorrow)” ก็มาพร้อมมิวสิกวิดีโอที่มากับเรื่องราวของหญิงสาวที่ก้าวเข้าไปในงานวิวาห์ของคนสำคัญในชีวิต ที่ถึงแม้ความสัมพันธ์ทั้งคู่จะมีความหลังที่เจ็บปวด แต่หญิงสาวกลับเลือกที่จะมองถึงความสุข ก่อนจากไปกับความรู้สึกยินดี ถือเป็นอีกหนึ่งการนำเสนอเรื่องราวที่แปลกใหม่ แต่ชวนให้ผู้ชมมีทั้งรอยยิ้มและน้ำตาได้ในเวลาเดียวกัน

การกลับมาของ getsunova กับอัลบั้มชุด “The Grateful Sorrow” ถือเป็นการยกระดับทางเรื่องราว ดนตรีและการนำเสนอผลงานของ getsunova ที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้ง โดยเรื่องราวของอัลบั้มได้เริ่มต้นกับเพลง “ไม่ต้องมีที่ที่ให้ฉันอยู่ แต่ขอแค่มีฉันอยู่ก็พอ (Spaceless)” ที่ทางวงได้เดินทางไปทำผลงานกับ Song Camp ทีมดนตรีต่างชาติจนเกิดซาวด์ใหม่ๆ ก่อนตามด้วย “เลิกตั้งแต่เริ่ม (EndBeforeStart)” ที่มีสีสันความเป็นบริทร็อคและท่อนแร็ปจากมือกีตาร์ ปณต และผลงานสุดเซอร์ไพรส์อย่าง “คิดถึงเป็นประจำ (Daily Life)” ที่ได้ ‘ดัง พันกร’ ศิลปินรุ่นพี่ที่เข้ามาเติมสีสัน รวมถึงเพลง “ความทรงจำที่ไม่อยากจำ (Memory)” และปิดท้ายด้วย “ยินดีให้กับความเสียใจ (Grateful Sorrow)”

ร่วมตีความเรื่องราวการจากลาในมุมใหม่ๆ ไปพร้อมกับ getsunova ผ่านมิวสิกวิดีโอ “ยินดีให้กับความเสียใจ (Grateful Sorrow)” ได้ทาง YouTube OfficialWhiteMusic และฟังเพลงนี้ได้แล้วทุกช่องทางมิวสิคสตรีมมิ่ง ใครที่กำลังอยู่ในช่วงฮีลใจเพื่อผ่านความเจ็บปวด หรือสัมผัสการเติบโตครั้งใหม่ทางดนตรีของ getsunova สามารถฟังผลงานทุกเพลงจากอัลบั้ม “The Grateful Sorrow” ได้แล้วทางทุกช่องทางสตรีมมิ่ง

MV www.youtube.com/watch?v=UZQrtF3_vnY

THEGRATEFULSORROWALBUM

ยินดีให้กับความเสียใจGratefulSorrow

getsunova

WhiteMusic

GMMMusic

“ถิรไทย” เปิดทิศทางปี 2569 คาดรายได้พุ่งแตะ 3,000 ล้านบาทรับดีมานด์หม้อแปลงจากสหรัฐ–ยุโรป และงานรัฐกลับมาเดินหน้า

  • รายได้รวมคาด 3,000 ล้านบาท (เติบโตโดดเด่นจากปี 2568), Backlog สูงสุดในรอบหลายปี แตะ 1,700 ล้านบาท
  • ตลาดส่งออกโตแรง โดยเฉพาะสหรัฐฯ–ยุโรป, ภาครัฐเริ่มลงทุนต่อเนื่อง หนุนตลาดหม้อแปลง
  • มาร์จิ้นคงเป้าหมาย 20% พร้อม เดินหน้ากลยุทธ์ กระจายซัพพลายเออร์ + เพิ่มกำลังผลิต + บริหารความเสี่ยง

“ถิรไทย” (TRT) เดินหน้าปี 2569 ด้วยทิศทางเติบโตชัดเจน หลังตุนงานในมือแน่น 1,700 ล้านบาท พร้อมคาดรายได้ปีหน้าแตะ 3,000 ล้านบาท หนุนจากดีมานด์หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและยุโรป ขณะที่งานภาครัฐเริ่มขยับปลายปีนี้ พร้อมการขยายตัวของ Data Center ที่ต้องใช้พลังงานไฟเยอะ ดันภาพรวมอุตสาหกรรมไฟฟ้ากลับมาคึกคัก

นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมบริษัทฯว่า ภาพรวมผลดำเนินงานปี 2568 คาดปิดรายได้รวมราว 2,000 ล้านบาท แม้มีผลกระทบจากการเลื่อนรับรู้รายได้หลายโครงการ แต่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นตามกรอบนโยบายไว้ที่ 20%

โดย ณ สิ้นไตรมาส 3/2568 บริษัทมีงานในมือ (Backlog) สูงถึง 1,700 ล้านบาท และยังมีงานใหม่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากโครงการที่เลื่อนจากปีนี้ รวมถึงงานระยะยาวจากลูกค้าต่างประเทศ ส่งผลให้ในปี 2569 บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถรับรู้รายได้รวม ไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 750 ล้านบาทต่อไตรมาส

หนึ่งในปัจจัยบวกสำคัญ คือ การเติบโตของตลาดส่งออก โดยเฉพาะ สหรัฐอเมริกา หลังอุตสาหกรรมในสหรัฐมีความต้องการหม้อแปลงสูง แต่หลีกเลี่ยงการนำเข้าจากจีน บริษัทจึงได้รับออเดอร์หม้อแปลงขนาดใหญ่จากลูกค้ารายสำคัญแล้ว

ซึ่งตลาด ยุโรป ก็มีแนวโน้มเชิงบวกเช่นกัน คาดเริ่มรับงานในปี 2569 ต่อเนื่องไปถึง 2571 ส่งผลให้ถิรไทยมีงานระยะยาวในมือสำหรับ 3 ปีข้างหน้า สัดส่วนรายได้ส่งออกปีหน้า คาดอยู่ที่ประมาณ 33% ของรายได้รวม

นายสัมพันธ์ กล่าวอีกว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการขยาย Data Center ในหลายประเทศ เป็นแรงขับสำคัญของอุตสาหกรรมหม้อแปลง ส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อในภาพรวม แม้จะมีเสียงตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าในบางประเทศก็ตาม ขณะเดียวกันฝั่ง ภาครัฐ เริ่มขับเคลื่อนโครงการสำคัญปลายปี 2568 หลังผ่านช่วงความไม่แน่นอนด้านนโยบาย ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนในรูปแบบงานใหม่ในปี 2569

ปัจจุบันบริษัทฯ เดินหน้ากระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) มากขึ้น ทั้งเพิ่มแหล่งจัดหาจากเกาหลี ญี่ปุ่น และเริ่มขยายไปยังอินเดีย รวมถึงเพิ่มการผลิตชิ้นส่วนในประเทศ เพื่อให้รับมือต้นทุนผันผวนและการส่งมอบล่าช้าได้ดีขึ้น

“ในปี 2569 บริษัทเตรียมลงทุนในเครื่องจักรใหม่ การเพิ่มกำลังผลิต และการพัฒนาทักษะบุคลากร เพื่อรองรับงานต่างประเทศที่เริ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายคือการสร้างความสามารถแข่งขันระยะยาวและเติบโตอย่างยั่งยืน” นายสัมพันธ์ กล่าวปิดท้าย

พม. นำคณะคนพิการ ร่วมโครงการ “พม. ใกล้คุณ : ร้อยดวงใจพาคนพิการมาใกล้แม่” กราบสักการะพระบรมศพ “พระพันปีหลวง” ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายให้นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) ลงพื้นที่ ณ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ในบริเวณลานกลางแจ้ง ท้องสนามหลวง (ฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) เพื่อพบปะพูดคุย ให้กำลังใจคนพิการ ผู้ดูแลคนพิการ และผู้นำองค์กรคนพิการทุกประเภทความพิการ ที่ร่วมโครงการ “พม. ใกล้คุณ : ร้อยดวงใจพาคนพิการมาใกล้แม่” ซึ่งเป็นภารกิจสร้างโอกาส และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนพิการและครอบครัว ตามนโยบาย “พม.ใกล้คุณ” ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของคนพิการในกิจกรรมทางสังคมอย่างเท่าเทียม ตลอดจนเสริมสร้างความเข้าใจและเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการและความพิการ พร้อมทั้งส่งมอบรถเข็นนั่ง (วีลแชร์) จำนวน 30 คัน ให้กับศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน และกรุงเทพมหานคร เพื่อใช้ประโยชน์ในภารกิจของหน่วยงานและอำนวยความสะดวกสำหรับประชาชนที่มาถวายความอาลัยและถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยได้รับเกียรติจาก ดร.หม่อมหลวง ณฐภา กิติยากร ประธานโครงการ ใจเราเท่ากันเสมอภาคด้วยคุณค่า พร้อมด้วยนางสาวสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และคณะผู้บริหารกระทรวง พม. เข้าร่วม จากนั้น นำคนพิการ ผู้ดูแลคนพิการ และผู้นำองค์กรคนพิการทุกประเภทความพิการ จำนวน 350 คน เดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ช้อปคุ้ม! ไอ.ซี.ซี. แฟร์ แอนด์ เฟส ครั้งที่ 26 จัดมหกรรมสินค้าแบรนด์ดังในเครือสหพัฒน์ฯ ลดราคาสูงสุด 80%

กลับมาอีกครั้งกับมหกรรมช้อปสุดคุ้มส่งท้ายปีของ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในงาน ICC Fair & Fest ครั้งที่ 26 (ไอ.ซี.ซี. แฟร์ แอนด์ เฟส ครั้งที่ 26) พบสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ดัง กว่า 60 แบรนด์ ในเครือสหพัฒน์ฯ ขนมาลดกระหน่ำสูงสุด 80% อาทิ ARROW / GUY LAROCHE LACOSTE เครื่องสำอางและของใช้สตรี BSC /ELLE / WACOAL, ของใช้สำหรับแม่และเด็ก ABSORBA / ENFANT สินค้าอุปโภคบริโภคอย่าง เปา / มาม่า / เอสเซนส์ สินค้าญี่ปุ่นยอดนิยมจาก TSURUHA / Daiso พิเศษ! สมาชิก His & Her รับสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม และ บริการบูธตัดผมฟรี จากสมาคมช่างตัดผมแห่งประเทศไทย

พบกัน วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 (เวลา 12.00 น.) และ วันเสาร์ที่ 29 – วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น. ณ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซอยสาธุประดิษฐ์ 58 (ที่จอดรถในงานกว่า 500 คัน)

สำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกเดินทาง สามารถช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ที่ >> https://o2o.to/i/tPoBRY (ส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ) พิเศษ! เมื่อซื้อสินค้าครบ 2,500 บาท รับ CATHERINE COCO (แคทเธอรีน โกโก้) จำนวน 1 แพ็ค (10ซอง) ฟรี!

ICCFairAndFest #ICCFair2025 #ICCFair #HisAndHer

14 ธ.ค. เตรียมพร้อมสู่งานวิ่ง “ทีทีบี | ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2025” สานต่อก้าวแห่งการให้…ไม่มีสิ้นสุด พร้อมชวนสายบุญร่วมบริจาคส่งต่อโอกาสให้น้อง ๆ มีชีวิตที่ดีขึ้น

เตรียมพร้อมสู่งานเดิน-วิ่งมินิมาราธอนการกุศลแห่งปี “ทีทีบี | ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2025” ในวันที่ 14 ธันวาคม 2568 ร่วมวิ่งเพื่อก้าวสู่เส้นชัยแห่งการให้…ไม่มีสิ้นสุด โดยในงานพบ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” ซุปตาร์มหาชน เพื่อร่วมภารกิจสำคัญในครั้งนี้ พร้อมด้วยเหล่านักวิ่งคนดัง ท่ามกลาง 4 สวนใจกลางกรุงเทพฯ ได้แก่ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนจากภูผา สู่มหานที สวนจตุจักร และสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)
ในโอกาสนี้ ขอเชิญชวนผู้เข้าร่วมงานแต่งกายด้วยเสื้อวิ่งพาร์ครัน หรือเสื้อวิ่งสีขาว-ดำ หรือโทนสีสุภาพ พร้อมติดริบบิ้นสีดำเพื่อแสดงความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยหัวใจแห่งความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

งานเดิน-วิ่งมินิมาราธอนการกุศล “ทีทีบี | ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2025” จัดขึ้นโดย ทีทีบี ร่วมกับพันธมิตรหลัก ธนชาตประกันภัย ภายใต้แนวคิด “Run for Change เส้นชัยแห่งการให้…ไม่มีสิ้นสุด” เพื่อเปลี่ยนให้ทุกก้าววิ่งไม่ได้จบที่เส้นชัย แต่เป็นการส่งต่อโอกาสให้น้อง ๆ มีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งหากซื้อบัตรไม่ทัน หรือไม่สะดวกวิ่ง สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อการให้ที่ไม่มีสิ้นสุด ผ่านการร่วมบริจาคได้ตั้งแต่วันนี้ – 14 ธันวาคม 2568 ที่ parkrun.ttbfoundation.org โดยเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

ทั้งนี้ รายได้ทั้งหมดจากการขายบัตรวิ่งและเงินบริจาค ไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ มอบให้กับ 7 องค์กร ประกอบด้วย 6 โรงพยาบาลท้องถิ่น ได้แก่ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา โรงพยาบาลสระบุรี โรงพยาบาลพุทธโสธร โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) โรงพยาบาลราชบุรี และโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า เพื่อส่งต่อ “การให้” ไปยังผู้ป่วยเด็กในท้องถิ่น โดยนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เด็ก ๆ ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีเพิ่มโอกาสรอดชีวิต และช่วยให้ได้รับโอกาสการดูแลรักษาที่ดีขึ้น และอีก 1 องค์กร คือ มูลนิธิทีทีบี ผ่านโครงการไฟ-ฟ้า เพื่อบ่มเพาะและจุดประกายเยาวชนให้มีทักษะทางด้านศิลปะและการใช้ชีวิต เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิต เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต

สำหรับใครที่มีบัตรวิ่งในสวนแล้ว พบกันในงาน “ทีทีบี | ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2025” วันที่ 14 ธันวาคม 2568 มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของก้าววิ่งแห่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เพื่อส่งต่อการให้ที่ไม่มีสิ้นสุด

#ทีทีบีธนชาตประกันภัยพาร์ครัน2025

ttb #ThanachartInsurance

parkrun2025 #เส้นชัยแห่งการให้

ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต

เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #MakeREALChange

“ได้(ด้าย)ไหม” ซิงเกิลใหม่จาก “CGM48” เติมสีสันใหม่!แนวดนตรี J-POP ผสมกลิ่นอายล้านนา

“CGM48” ปล่อยเพลงออริจินอลซิงเกิลหลักลำดับที่ 10 ที่มีชื่อว่า “ได้(ด้าย)ไหม” ซึ่งเป็นแนวเพลง J-pop ผสมผสานกับดนตรีล้านนา แจกความน่ารักสดใสแบบจุกๆ ด้วยดับเบิ้ลเซ็นเตอร์ นำทีมโดย (เพลิน)ปณลี อักษรวนิช และ (นิชา)ณัฏฐณิชา สุภาพงษ์ พร้อมสมาชิกเซ็มบัตสึประกอบด้วย (จิงจิง)อรัญญา แก้วมาลัย, (ขวัญ)ธิดาทิพย์ จิระพันธุ์, (ลูกเกด)พิมพ์ลภัส สุวรรณน้อย, (นานา)เพ็ญพิชญา บุญเสนอ, (เอมม่า)ศศิชา วงศ์วัฒนอนันต์, (จีนน่า)มัญชุภา มูลกลาง, (หลิงหลิง)ศิรตรีทิพย์ พนาชนาภัทร์, (เอลฟ์)อนัญญา กุศลครอง และ (ชีเน่)ปวริศา สิงห์เพ็ชร จากค่าย iAM

“ได้(ด้าย)ไหม” เป็นเพลงหลักซิงเกิลลำดับที่ 10 และเป็นเพลง Original Song เรื่องราวของเพลงเล่าการเดินทางของ “ตัวไหม” ที่เริ่มจากเส้นใยเล็ก ๆ เติบโตและถักทอด้วยความพยายาม จนกลายเป็นผ้าไหมงดงาม สะท้อนการทำสิ่งที่ดูยากให้เป็นจริงได้ เหมือนกับความฝันที่เกิดขึ้นได้ด้วยความเชื่อและการลงมือทำ ชื่อเพลงเป็นการเล่นคำพ้องเสียงคำว่า “ด้ายไหม” ซึ่งหมายถึงเส้นใยวัตถุดิบในการทอผ้าไหมกับ “ได้ไหม” ซึ่งเป็นคำถามว่า ทำได้ไหม? แนวเพลง J-pop Beat Electronic, Synthesizer ผสมผสานกับดนตรีท้องถิ่นโดยใช้ทำนองส่วนหนึ่งมาจากเพลง “ฟ้อนสาวไหม” การเรียบเรียงเพลงโดยการใช้เสียงเครื่องดนตรีพื้นเมืองและเครื่องดนตรีสากล รวมทั้งเสียงร้องที่สอดประสานทำนองจนเป็นบทเพลงที่มีรายละเอียดซับซ้อนแต่งดงามลงตัว

โดยเพลงนี้เป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมร่วมสมัย และอยากเชิดชู ส่งเสริมให้คนไทยทุกคนรวมถึงแฟนเพลงได้เห็นในอีกมิติหนึ่งซึ่งเป็นความตั้งใจของ CGM48 ที่อยากจะสืบสานต่อในเรื่องราวของวัฒนธรรมอันสวยงามของล้านนา
สามารถติดตามฟังเพลงซิงเกิลหลักที่ 10 ของศิลปิน CGM48เพลง “ได้(ด้าย)ไหม” ได้แล้วทุกสตรีมมิ่ง และสามารถติดตามชม MV ได้ทาง Youtube CGM48 : https://www.youtube.com/watch?v=nWPeawAIMl0

CGM48_ได้ด้ายไหม

CGM4810thSINGLE

CGM48