ส่องไฮไลต์ JGAB 2026 ปรากฏการณ์เหนือระดับแห่งอุตสาหกรรมอัญมณีอาเซียน ใจกลางกรุงเทพฯ 22-25 เม.ย.69 นี้ ณ ศูนย์สิริกิติ์ฯ

วงการอัญมณีและเครื่องประดับเตรียมพบกับความยิ่งใหญ่ระดับนานาชาติอีกครั้ง ในงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG พร้อมปักหมุดเป็น ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางแหล่งผลิตและจัดหาอัญมณีและเครื่องประดับของอาเซียน และเป็นประตูที่เชื่อมโยงผู้ซื้อ ผู้ผลิต และนักลงทุนจากทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบสำคัญภายใต้แนวคิด The Ultimate ASEAN Jewellery and Gemstone Sourcing Hub

เมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่จัดแสดง ผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การจัดหาวัตถุดิบและสินค้าที่ครอบคลุมทุกมิติของอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำจรดปลายน้ำ โดยมีการออกแบบพื้นที่เป็นสัดส่วนเพื่อยกระดับบรรยากาศการเจรจาธุรกิจ และตอบสนองทุกโจทย์การลงทุนและการสร้างสรรค์คอลเลกชันใหม่ ประกอบด้วย

  • Fine Jewellery & Silver พื้นที่รวมเครื่องประดับสำเร็จรูปและเครื่องประดับเงินที่โดดเด่นด้วยงานดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซ สะท้อนความประณีตและรสนิยมเหนือระดับ
  • Gemstone & Diamond แหล่งค้นพบพลอยสีและอัญมณีหายาก รวมถึงเพชรแท้คุณภาพสูงจากซัพพลายเออร์ชั้นนำที่เชื่อถือได้
  • Lab-Grown Diamond โซนนวัตกรรมทางเลือกใหม่ที่กำลังพลิกโฉมเทรนด์ตลาดโลก ตอบโจทย์ทั้งแง่ของความยั่งยืนและโอกาสทางธุรกิจที่กำลังเติบโต
  • Tools & Equipment ศูนย์รวมเทคโนโลยี เครื่องมือ และอุปกรณ์ล้ำสมัย ที่ช่วยปลดล็อกขีดจำกัดและยกระดับมาตรฐานการผลิตให้ก้าวไปอีกขั้น

งานในปีนี้ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับงานศิลป์และงานฝีมือผ่านสองเวทีไฮไลต์ เริ่มต้นด้วย The Next Gem Contest 2026 พื้นที่ประลองไอเดียของนักออกแบบรุ่นใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Quiet Luxury Jewellery” ที่นำเสนอความหรูหราอันสงบนิ่งและเปี่ยมรสนิยม ต่อด้วยเวทีแข่งขัน Goldsmith Craftsmanship Competition 2026 รวมช่างฝีมือชั้นนำของไทยมาถ่ายทอดเอกลักษณ์ศิลปะไทยผ่านแนวคิด “The Secret of Thai Legacy” นำเสนอมรดกอันล้ำค่าในภาษาของเครื่องประดับร่วมสมัย

ในงานยังถูกเติมเต็มด้วยกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อการต่อยอดเครือข่ายธุรกิจโดยเฉพาะ ตลอดทั้ง 4 วัน ไม่ว่าจะเป็น อัปเดตเทรนด์ผ่าน Seminar & Workshop โดยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ การแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้นำอุตสาหกรรมจากอาเซียน ใน ASEAN JEWELLERY AND GEM SUMMIT ตลอดจนบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟในงานพบปะผู้ประกอบการและผู้ซื้อชั้นนำอย่าง Business Networking Night ปิดท้ายด้วยความตระการตาของ JGAB Runway แฟชั่นโชว์อัญมณีแห่งเอเชียที่จะสะกดทุกสายตา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เหนือระดับและค้นหาโอกาสทางธุรกิจในงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 ระหว่างวันที่ 22-25 เมษายน 2569 ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

โดยเปิดให้เข้าชมในเวลา 10:00 – 18:00 น. (สำหรับวันที่ 22-24 เมษายน 2569) และเวลา 10:00 – 17:00 น. (สำหรับวันที่ 25 เมษายน 2569) ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.jewellerygemaseanbkk.com และลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า ได้แล้ววันนี้ผ่านทาง https://ers-th.informa-info.com/jgb26?cid=PR

SCBX จับมือ Net Zero Carbon พลิกโฉมข้าวไทยสู่ Low Carbon ยกระดับเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX ได้เดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรไทย ผ่านความร่วมมือกับ บริษัท เนทซีโรคาร์บอน จำกัด (NZC) ในการส่งเสริม “ข้าว Low Carbon” จากโครงการนาข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ณ ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีการปลูกข้าวยั่งยืน อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับภาคการเกษตรไทย โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้มาพัฒนาการเพาะปลูก เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

หัวใจสำคัญของโครงการคือการทำนาแบบ “เปียกสลับแห้ง” (Alternate Wetting and Drying: AWD) ซึ่งเป็นวิธีการจัดการน้ำในนาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสลับช่วงการปล่อยน้ำเข้าและระบายน้ำออก แตกต่างจากวิธีดั้งเดิมที่มีน้ำขังต่อเนื่องยาวนาน วิธีการนี้ช่วยลดการเกิดก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่มีความรุนแรงสูง ส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ

โครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 30–40% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 อีกทั้งยังสามารถต่อยอดสู่การสร้างคาร์บอนเครดิต เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในอนาคต

ข้าว Low Carbon จากโครงการนี้ SCBX ได้นำไปต่อยอดสร้างคุณค่าในหลากหลายมิติ ทั้งการพัฒนาเป็นของขวัญสำหรับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ การใช้ในกิจกรรมองค์กรเพื่อสื่อสารแนวคิดด้านความยั่งยืน ตลอดจนการต่อยอดเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อสังคม (CSR) ซึ่งช่วยสะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการสนับสนุนสินค้าเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างการรับรู้ในวงกว้าง

นายสุธีพันธุ์ สักรวัตร Chief Customer Officer ของ SCBX กล่าวว่า “SCBX ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างธุรกิจและสังคม ความร่วมมือกับ NZC ในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับสินค้าเกษตรของไทยให้มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการนำผลิตภัณฑ์ที่มีความหมายไปเชื่อมโยงกับลูกค้าและสังคม เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืน”

ด้าน นายธนนนท์ เตรียมชาญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ NZC กล่าวว่า
“NZC เชื่อว่าการขับเคลื่อนความยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การทำงานร่วมกับ SCBX ในครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และโอกาสใหม่ ๆ ที่สามารถสร้างทั้งรายได้และผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้พร้อมกัน”

สำหรับ NZC เป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้านความยั่งยืนด้านสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและการออกแบบโมเดลผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม

ความร่วมมือในครั้งนี้ยังช่วยเพิ่มโอกาสทางรายได้ให้กับเกษตรกรไทย ซึ่งปัจจุบันมีครัวเรือนเกษตรกรที่ปลูกพืชเป็นหลักประมาณ 4.5–5 ล้านครัวเรือน จากเกษตรกรผู้ถือครองทำการเกษตรกว่า 8.7 ล้านรายทั่วประเทศ

ทั้งนี้ SCBX ยังมีแผนต่อยอดความร่วมมือกับ NZC ในโครงการนาข้าวแบบเปียกสลับแห้งอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อร่วมกันสร้างระบบเกษตรกรรมที่ยั่งยืน

“ช่องวัน31” สาดความสุขทะลุจอ กับ “ละครมาราธอน” จัดเต็ม 4เรื่อง 4รส ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์

สงกรานต์ปีนี้ไม่ต้องกลัวเหงา ช่องวัน31 เตรียมเสิร์ฟความบันเทิงแบบฉ่ำๆ  ด้วยการขนทัพละครเด็ดครบรสมาให้แฟนๆ ได้รับชมกันตลอดวันหยุดยาว 4 เรื่อง 4 รส

เริ่มต้นในวันเสาร์ที่ 11 – วันอาทิตย์ที่ 12 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป  กับละครดราม่าครบรส ตามหารักที่เธอลืมที่เคยสร้างเรตติ้งสุดปัง กับเรื่องราวภารกิจตามหาพ่อ  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการนำพาให้เธอได้กลับไปไขปมในอดีตที่ถูกปิดบัง  นำแสดงโดย แจม รชตะ และ เบสท์ รักษ์วนีย์ 

ต่อเนื่องความร้อนแรงในวันจันทร์ที่ 13 – วันอังคารที่ 14 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป กับละครจักรวาลตระกูลเรือนเรือนโชนแสง ที่สุดแห่งความเป็นเอกลักษณ์ฉบับช่องวัน  นำแสดงโดย แจม รชตะ, ทอย ปฐมพงศ์, มิลลี่ คามิลล่า, ปลายฟ้า ณัชภรณ์ ร่วมด้วยทีมตัวมัม ตัวแด๊ด ฝีมือเก๋า โฬม ฬชฏะ, หญิง รฐา, ปูเป้ รามาวดี, นุก สุทธิดา, กิ๊ก สุวัจนี  ที่จะทำให้วันสงกรานต์ของคุณสนุกแซ่บ!! กว่าเดิม   

นอกจากนี้ในวันพุธที่ 15 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 08.00 – 22.00 น. เตรียมพบกับซีรีส์เรื่องดัง ทิชากับการประชันบทบาทสุดเดือดของ นักแสดงระดับ A-LIST  อย่าง  ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, พีช พชร และ       ลูกเกด เมทินี มาร่วมตีแผ่ เรื่องราวของคนชายขอบ ที่เต็มไปด้วย การแบ่งชนชั้นทางสังคม จนนำมาซึ่งความ อยุติธรรม

และปิดท้ายความยิ่งใหญ่สุดตระการตา กับซีรีส์ฟอร์มยักษ์แห่งปี หงสาวดีTHE LAST DUEL       ที่กำลังโด่งดังเป็นไวรัลอยู่ในขณะนี้  ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ ไทย-พม่า “เมื่อคมดาบเพื่อประเทศชาติ จะตัดขาดสายสัมพันธ์ของพี่น้อง”  ก่อเกิดเป็นสงครามยุทธหัตถีระหว่างสองแผ่นดิน  ดูแบบฟินกันยาวๆ ในวันพฤหัสบดีที่ 16 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 08.00 – 22.00 น. บอกเลยว่า ช่องวัน31 คัดความสนุกมาให้แล้วแบบเน้นๆ เพื่อแฟนๆ โดยเฉพาะ  รีบกดรีโมทเลข 31 แล้วมาจอยความสนุกแบบครบรสไปด้วยกันตลอดเทศกาลสงกรานต์ได้นี้

เตรียมไปเล่นสงกรานต์กับ FLI:P, MINDY, VVV และ ALTERS“บรรทัดทอง Water Street 2026” เสิร์ฟความสนุกที่จุฬาฯ ซอย 5 12–14 เม.ย.

เตรียมตัวไปเปียกให้สุด แล้วสนุกไปกับไลน์อัปศิลปินที่พร้อมขึ้นเวทีใน “บรรทัดทอง Water Street 2026” เทศกาลสงกรานต์กลางเมืองที่มัดรวมทั้งความสนุกและความอร่อยไว้ในที่เดียว โดยปีนี้ได้ 3 ศิลปินอย่าง FLI:P, MINDY x BDLMD และ VVV มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน

ไลน์อัปคอนเสิร์ตภายในงาน ได้แก่
12 เมษายน

  • 16:00-17:00 DJ ASYS
  • 17:30-18:30 La Moon + RedSpin
  • 19:00-20:00 FLI:P
  • 20:30-21:30 Lamun Band

13 เมษายน

  • 16:30-17:30 DJ Zaragift
  • 18:00-19:00 foolscape band
  • 19:30-20:30 MINDY + BDLMD TRAINEE

14 เมษายน

  • 16:00-17:00 ALTERS + INC
  • 17:30-18:30 DJ LINGICE
  • 19:00-20:00 VVV

“บรรทัดทอง Water Street 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–14 เมษายน 2569 ณ จุฬาฯ ซอย 5 โดยเนรมิตพื้นที่ 2 บล็อกให้กลายเป็น water playground กลางเมือง ให้ชาวสงกรานต์ได้สนุกกับกิจกรรมเล่นน้ำแบบจัดเต็ม ทั้งอุโมงค์น้ำ (water tunnel), water tower และจุดเติมน้ำฟรีตลอดแนวถนน

นอกจากความสนุกจากการเล่นน้ำและคอนเสิร์ตฟรี งานนี้ยังเป็นงานสงกรานต์ พร้อมบรรยากาศที่เชื่อมต่อกับย่านบรรทัดทอง แหล่งรวมร้านอาหารยอดนิยมของกรุงเทพฯ ให้ผู้ร่วมงานสามารถสลับระหว่างการเล่นน้ำและการกินได้ตลอดทั้งวัน

“บรรทัดทอง Water Street 2026” จัดโดยสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ NYLON THAILAND ร่วมกับ Sword of Justice, havaianas, นมตราหมียูเอชที, เนสกาแฟ เรดี้ทูมิกซ์, กุ๊งกิ๊ง, Bolt Thailand และ Sukishi

Netflix ปล่อยตัวอย่าง เลือดรัก นักฆ่า ภาพยนตร์แอ็คชั่น-โรแมนติกรสชาติใหม่ ถ่ายทอดโดย ‘ใบเฟิร์น-ต่อ-ปอร์เช่’ รับชมพร้อมกัน 7 พฤษภาคมนี้

Netflix ปล่อยตัวอย่างอย่างเป็นทางการของ เลือดรัก นักฆ่า ภาพยนตร์แอ็คชั่น โรแมนติก ดราม่าเรื่องแรกจาก Netflix ประเทศไทย ที่ผสมผสานการต่อสู้ระยะประชิดสุดเดือด เข้ากับเรื่องราวของกรุ๊ปเลือดหายากที่ดึงดูดแต่อันตราย และหญิงสาวที่ตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อจะได้หลุดพ้นจากการต้องตกเป็นเหยื่อไปตลอดชีวิต

ภาพยนตร์ เลือดรัก นักฆ่า จะพาไปติดตามเรื่องราวของ “ลัน” (รับบทโดย ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) หญิงสาวผู้เกิดมามีกรุ๊ปเลือดพิเศษหายาก และตกเป็นเป้าหมายการถูกตามล่ามาตั้งแต่เด็ก หลังจากพ่อแม่ของเธอถูกสังหาร ลันก็ได้รับความช่วยเหลือจาก ‘บ้าน 89’ ตระกูลนักฆ่าที่กลายมาเป็นครอบครัวเพียงครอบครัวเดียวที่เธอรู้จัก เมื่อเวลาผ่านไป ชายที่สังหารพ่อแม่ของลันอย่างโหดเหี้ยมกลับยังคงตามล่าเลือดของเธออย่างไม่ลดละ แต่ครั้งนี้ แทนที่จะหนีอย่างที่แล้วมา ลันตัดสินใจลุกขึ้นสู้เคียงบ่าเคียงไหล่คนที่เธอรัก  

แอ็คชั่นเดือด แต่หยั่งลึกในอารมณ์

ทวีวัฒน์ วันทา ผู้กำกับซึ่งเป็นที่จดจำจากผลงานแนวสยองขวัญ ได้นำเอาสไตล์ที่ดิบและสมจริงมาใช้กับฉากแอ็คชั่นในภาพยนตร์เรื่องนี้ ในตัวอย่างผู้ชมจะได้เห็นฉากการต่อสู้มือเปล่าที่ลุ้นระทึก รวมถึงฉากการยิงปะทะกัน และการต่อสู้กันในพื้นที่แคบๆ โดยการต่อสู้ของแต่ละตัวละครยังสะท้อนถึงตัวตนที่แตกต่างกัน โดย ปรานต์ (รับบทโดย ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร) ทายาทตระกูลบ้าน 89 เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว มีทักษะการต่อสู้ที่มีความคล่องตัวสูง ทั้งวิ่ง กระโดด และปีนป่าย ในขณะที่ เอ็ม (รับบทโดย ปอร์เช่-ศิวกร อดุลสุทธิกุล) เด็กกำพร้าที่โตมาในบ้าน 89 ถนัดการสู้ด้วยพละกำลัง และความสามารถในการหยิบสิ่งของรอบตัวมาใช้เป็นอาวุธ ส่วนลันที่แม้จะดูตัวเล็กและบอบบาง แต่ก็มีความว่องไวและแม่นยำ สามารถเปลี่ยนมีดเล่มเล็กๆ ในมือให้กลายเป็นอาวุธสังหารสุดอันตรายได้ดั่งใจ โดยพวกเขาทั้งสามต่างต้องมาเห็นบ้าน 89 แปรเปลี่ยนจากที่พักพิงอันอบอุ่นกลายไปเป็นสมรภูมิรบด้วยตาตนเอง

ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร เล่าถึงการที่ภาพยนตร์ เลือดรัก นักฆ่า ได้พาให้เขาก้าวข้ามขีดจำกัดในบทบาทแอ็คชั่นมากกว่าเรื่องอื่นๆ ที่เคยแสดงมาว่า “เรื่องนี้เป็นบทแอ็คชั่นที่ทั้งโหดและยาก เพราะฉะนั้นความอึดของนักแสดงสำคัญมากครับ ต้องเตรียมพร้อมด้านร่างกาย ประเมินขีดจำกัดด้านสมรรถภาพ ทั้งยังต้องคำนึงถึงความสำคัญด้านความปลอดภัย ไม่ใช่เพียงแค่ตัวนักแสดง แต่ยังรวมถึงทีมงานที่อยู่รอบๆ ด้วย ผมคิดว่าถ้าผมเตรียมพร้อมด้านร่างกายและซ้อมมาหนักขนาดนี้ ก็อยากจะลองเล่นด้วยตัวเอง ผมเลยพยายามมากๆ ในการไม่ใช้สแตนด์อินครับ”

ด้านปอร์เช่-ศิวกร อดุลสุทธิกุล ที่มาเล่นบทบู๊เต็มตัวเป็นครั้งแรก เปิดเผยว่า “บทแอ็คชั่นในเรื่องนี้โหดมาก ด้วยการที่ “เอ็ม” ได้ซึมซับและซักซ้อมการต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก การต่อสู้ของเอ็มจึงจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และไม่เหมือนกันเลยในแต่ละฉาก ผมได้เรียนรู้ศาสตร์ของสตันท์ที่ต้องต่อสู้ให้กล้องเห็นโดยมีเทคนิคต่างๆ รวมถึงการคำนวนน้ำหนักตัวและเวลาหมุน โดยทีมสตันท์และผู้กำกับช่วยกันพยายามให้ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเราลื่นไหล เป็นธรรมชาติ และออกมาดูสนุกมากยิ่งขึ้นครับ”

ความรัก สายเลือด และสายสัมพันธ์ของครอบครัวที่เลือกเอง

ภายใต้ฉากหน้าอันดุเดือด ตัวอย่างภาพยนตร์ยังบอกใบ้ถึงประเด็นหลักในด้านอารมณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ นั่นคือสายสัมพันธ์ภายในบ้าน 89 และคำถามที่ชวนนึกตามว่า “ครอบครัว” ของเราคือใคร

ทวีวัฒน์ วันทา ผู้กำกับ อธิบายว่า “สิ่งที่จะได้เห็นในภาพยนตร์เรื่องนี้คือความรักในหลากหลายรูปแบบ ทั้งความรักของหนุ่มสาว ความรักของคนในครอบครัว และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรักและความสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามคำว่าสายเลือด เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของกลุ่มนักฆ่าในบ้าน 89 ทุกคนอยู่ด้วยกัน เติบโตมาพร้อมกัน และพร้อมที่จะยืนหยัดต่อสู้ ปกป้องกัน กลายเป็นความรักที่แม้จะต้องแลกชีวิตเพื่อกันและกันก็สามารถทำได้ครับ”

ลันคือตัวละครที่เป็นศูนย์รวมความรู้สึกภายในครอบครัวนี้ จากเด็กที่เคยหวาดกลัวเพราะต้องสูญเสียทุกสิ่ง เติบโตมาเป็นหญิงสาวที่เลือกจะยืนหยัดและลุกขึ้นสู้เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อการไล่ล่าไปตลอดชีวิต ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ พูดถึงเรื่องครอบครัวที่เลือกเองซึ่งเป็นประเด็นหลักในชีวิตของตัวละครลันเอาไว้ว่า “ถึงแม้จะไม่ใช่ครอบครัวที่มีสายเลือดเดียวกันโดยกำเนิด แต่เราสามารถเลือกผู้คนในชีวิตที่เรารัก ดูแล และปกป้องกันได้ นี่คือสิ่งที่ลันค้นพบในบ้าน 89 ค่ะ” 

นอกจากลันแล้ว ยังมีหลากรสชาติของความสัมพันธ์ที่ภาพยนตร์เลือกเล่าผ่านตัวละครต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ปรานต์ ผู้ถูกนิยามด้วยความเดือดดาลในการปกป้องผู้คนที่ตนรัก ในโลกที่เขาเองแทบไม่เคยเอ่ยความรู้สึกของตนออกมาดังๆ เอ็ม ผู้เป็นดั่งตัวแทนของความภักดีที่เกิดจากความกตัญญูต่อครอบครัวบ้าน 89 ซึ่งผู้นำบ้าน 89 อย่าง โป (รับบทโดย ชาย-ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ) เป็นผู้รับเด็กกำพร้าอย่างเขาเข้ามาในครอบครัว เอ็มจึงมองสมาชิกครอบครัวนักฆ่านี้เป็นครอบครัวเพียงครอบครัวเดียวที่เขารู้จัก และยินดีจะสละชีวิตตนเองเพื่อให้พวกเขาปลอดภัย รวมถึงการยอมถอยเมื่อทั้งเอ็มและปรานต์ต่างมีใจให้ลันเช่นเดียวกัน

เตรียมพบกับ เลือดรัก นักฆ่า ภาพยนตร์ที่ไม่เพียงเต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่นที่ทั้งเท่และดุเดือด แต่ยังมาพร้อมคำถามที่จะชวนผู้ชมร่วมหาคำตอบไปพร้อมกันว่า เราจะยอมเสียสละได้แค่ไหน เพื่อปกป้องคนที่เรา “รัก” หาคำตอบพร้อมกันในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น 

#เลือดรักนักฆ่า #NetflixTH

4NOLOGUE ยกระดับ “SUPERFLUID 2026 PRESENTED BY KING POWER”สู่เทศกาลดนตรีสงกรานต์ระดับโลก เนรมิต “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ”สร้างประสบการณ์ใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ 9-14 เม.ย นี้

กรุงเทพฯ – 4NOLOGUE ผู้นำด้านการสร้างสรรค์ประสบการณ์ความบันเทิงของประเทศไทย เดินหน้ายกระดับเทศกาลสงกรานต์สู่เวทีสากล ผ่านการสร้างสรรค์ “SUPERFLUID 2026 PRESENTED BY KING POWER” มหกรรมดนตรีและสาดน้ำรูปแบบใหม่ ภายใต้ความร่วมมือกับ คิง เพาเวอร์ ในงาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ THE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย ” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 14 เมษายน 2569 ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

“SUPERFLUID 2026 PRESENTED BY KING POWER” ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่างานเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ แต่เป็นแพลตฟอร์มเทศกาลรูปแบบใหม่ของไทย ที่ผสานดนตรี ศิลปิน และวัฒนธรรมการเล่นน้ำเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีเป้าหมายในการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่สายตานานาชาติ พร้อมสร้างภาพจำใหม่ของกรุงเทพฯ ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านเทศกาลระดับโลก

ไฮไลต์สำคัญของงานอยู่ที่การรวมตัวของศิลปินแถวหน้าของไทย อาทิ เจฟ ซาเตอร์, อาโป ณัฐวิญญ์, เจมีไนน์ – โฟร์ท, ปอนด์ – ภูวินทร์, จิมมี่ – ซี และศิลปินกลุ่ม LYKN ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและประสบการณ์ความสนุกตลอดทั้งงาน
นอกจากนี้ “SUPERFLUID 2026 PRESENTED BY KING POWER” ยังยกระดับประสบการณ์ด้วยโซนกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เล่นน้ำขนาดใหญ่ที่ขยายเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า เวทีการแสดงดนตรีสด มินิคอนเสิร์ต และกิจกรรมยอดนิยมอย่างแรนดอมแดนซ์ ที่สะท้อนวัฒนธรรมป๊อปของคนรุ่นใหม่ พร้อมการออกแบบพื้นที่ให้เป็นเทศกาลที่ผู้เข้าร่วมสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่ รองรับทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ในส่วนของกิจกรรมดนตรี จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 13 เมษายน 2569 โดยเปิดให้เข้าร่วมงานฟรี พร้อมขนทัพศิลปินและโชว์พิเศษที่ออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์ความสนุกแบบไร้ขีดจำกัด ตอกย้ำบทบาทของ 4NOLOGUE ในฐานะผู้นำด้านการสร้างเทศกาลบันเทิงร่วมสมัยของไทย

“SUPERFLUID 2026 PRESENTED BY KING POWER” จึงไม่ใช่เพียงเทศกาลดนตรี แต่เป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดันวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก ผ่านการผสานพลังของดนตรี ศิลปิน และประสบการณ์ที่สร้างสรรค์อย่างมีเอกลักษณ์

#SuperFluid2026 #4NOLOGUE #KingPowerSongkran2026

ธนชาตประกันภัย ผนึก ไทร์พลัส มอบสิทธิพิเศษลูกค้า ตรวจสภาพรถ 24 รายการ เติมลมไนโตรเจนฟรี เสริมความมั่นใจก่อนทุกการเดินทาง

บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ TYREPLUS (ไทร์พลัส) ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรมาตรฐานระดับสากล  มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าธนชาตประกันภัย ด้วยบริการตรวจสภาพรถยนต์ 24 รายการ พร้อมเติมลมไนโตรเจนฟรี เพื่อเสริมความพร้อมและความมั่นใจก่อนออกเดินทาง

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวคิดในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการเสริมความปลอดภัยในการใช้งานรถยนต์ในชีวิตประจำวัน ผ่านบริการตรวจเช็กสภาพรถในจุดสำคัญต่าง ๆ ครอบคลุมระบบการทำงานของรถ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและเพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่

ทั้งนี้ การตรวจสภาพรถอย่างสม่ำเสมอถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ และช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการใช้งานรถต่อเนื่องหรือเดินทางระยะไกล ซึ่งการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ลูกค้าธนชาตประกันภัยสามารถรับสิทธิ์ดังกล่าวได้ผ่าน Line Official Account “ธนชาตประกันภัย” เมนู “สิทธิพิเศษ” และนำไปใช้บริการได้ที่ศูนย์บริการไทร์พลัสทั่วประเทศ โดยสิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31ธันวาคม 2569

#ธนชาตประกันภัย #thanachartinsurance #TYREPLUSTHAILAND

GDH จัดงาน ‘โกฮัง’ น่ารักเกินร้อย ฮีลใจเกินล้าน ดูกันยกบ้าน สงกรานต์ปีนี้ส่งต่อโมเมนต์อบอุ่นหัวใจ ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทย

ครองใจผู้ชมไปทั่วประเทศ สำหรับ “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” ภาพยนตร์ที่สร้างทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตาแห่งความสุข ล่าสุด GDH จัดงาน ‘โกฮัง’ น่ารักเกินร้อย ฮีลใจเกินล้าน ดูกันยกบ้าน สงกรานต์ปีนี้ โดยเนรมิต ชั้น 8 SF WORLD CINEMA ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำสุดพิเศษ แทนคำขอบคุณจากใจถึงผู้ชมและทุกคนที่ร่วมเดินทางมาพร้อมกับ “โกฮัง”
เพิ่มสีสันด้วยธีมการแต่งกาย “เสื้อลายด๊อก (Dog)” สุดคัลเลอร์ฟูล ที่เติมความน่ารักให้ทั้งงานเต็มไปด้วยความสดใส นำทีมโดยผู้บริหารและทีมงาน พร้อมผู้กำกับ หมู-ชยนพ บุญประกอบ, บาส พูนพิริยะ, อัตต้า-อัตตา เหมวดี, โปรดิวเซอร์ วัน-วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์, บาส พูนพิริยะ รวมถึงทีมนักแสดง เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน, คิตะ-ยาสุชิ คิตะจิมะ นักแสดงชาวญี่ปุ่น และ ตาต้า-ชาติชาย ชินศรี โดย แพรว หัสสยา อิสริยะเสรีกุล รับหน้าที่เป็นพิธีกร

ชวนทุกคนถ่ายทอดความรู้สึกและความผูกพันที่มีต่อหนัง “โกฮัง..หัวใจโกโฮม”
ไฮไลต์ที่เรียกเสียงฮือฮาและทำเอาเหล่าทาสใจละลาย คือช่วงเวลาเปิดตัว “ครอบครัวตัวจริง” ของนักแสดงสี่ขาผู้รับบท ‘โกฮัง’ ทั้ง 3 ช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็น น้องโคริ (โกฮังวัยเด็ก), น้องมีโชค (โกฮังวัยหนุ่ม), ลุงหิมะ (โกฮังวัยแก่) และน้องตี๋น้อย (สตั๊นท์แมนโกฮัง) เพื่อเป็นการขอบคุณที่คุณพ่อคุณแม่ของเจ้าหมาทั้งสี่ที่ไว้ใจให้น้องมาร่วมโปรเจกต์หนังเรื่องนี้ และเป็นบ้านที่อบอุ่นให้น้องๆ จากนั้นเข้าสู่ช่วงเวลาสุดซาบซึ้ง เมื่อเหล่าผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และนักแสดง คล้องมาลัยและโปรยดอกไม้อวยพรให้เจ้าหมาทั้งสี่ มีสุขภาพที่แข็งแรง และมีความสุขกับบ้านที่แท้จริงของพวกเขา

ต่อด้วยพ่อแม่ของเจ้าหมาทั้งสี่ลงมือแต้มแป้งดินสอพองที่หน้าผากลูกๆ เพื่อให้พร พร้อมส่งต่อความรักและความปรารถนาดีให้กับน้อง ๆ ท่ามกลางรอยยิ้มที่อบอวลไปทั้งงาน ปิดท้ายโมเมนต์ความประทับใจ ที่สะท้อนถึงคำว่า “บ้าน” ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในจอภาพยนตร์ แต่ยังคงเติบโตและเดินทางต่อไปในชีวิตจริง
สงกรานต์ปีนี้ เตรียมจูงมือคนที่คุณรัก และสมาชิกในครอบครัวไปพิสูจน์ความน่ารักของ ‘โกฮัง’ กันได้ใน “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

#โกฮังหัวใจโกโฮม #GOHANTheMovie

โตชิบาเปิดตัวตู้เย็น 2 ประตูใหม่ ฟังก์ชันจัดเต็ม ประหยัดไฟเบอร์ 5 สูงสุด 5 ดาว

โตชิบา เปิดตัวตู้เย็น 2 ประตูรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมดีไซน์ทันสมัยและฟังก์ชันการใช้งานครบครัน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานระดับสูงสุด ด้วยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว ครอบคลุมทุกรุ่นในซีรีส์ตู้เย็นซีรีส์ใหม่นี้มีให้เลือกทั้งหมด 7 รุ่น ครอบคลุมหลากหลายขนาดและดีไซน์ เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภค โดยแบ่งเป็น 2 โทนสีหลัก ได้แก่ สีดำด้าน (Matt Black) จำนวน 4 รุ่น ได้แก่ GR-RT349WE, GR-RT310WE, GR-RT268WE และ GR-RT236WE-PMTH(68) และสีเงินเข้ม (Dark Silver) จำนวน 3 รุ่น ได้แก่ GR-RT310WE, GR-RT268WE และ GR-RT236WE-PMTH(50) ซึ่งทั้งสอง โทนสีได้รับการออกแบบให้เข้ากับบ้านทุกสไตล์ เพิ่มความเรียบหรูให้กับพื้นที่ครัวได้อย่างลงตัว ในด้านการใช้งาน ตู้เย็นรุ่นใหม่นี้ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ด้วยฟังก์ชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลและจัดเก็บอาหารอย่างครบถ้วน

โดยมาพร้อมเทคโนโลยี Pure BIO Go ที่ช่วยดูดซับกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในช่องแช่เย็นและช่องแช่แข็ง ช่วยคงความสดและลดกลิ่นปะปนของอาหารได้ดียิ่งขึ้น เสริมด้วย Cooling Zone ช่องแช่เนื้อสัตว์ที่ช่วยรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสม คงความสดใหม่ของวัตถุดิบได้ยาวนาน ภายในยังออกแบบให้ใช้งานสะดวกมากขึ้น ด้วยชั้นวางกระจกที่มีความแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ดี พร้อมช่องเก็บผักและผลไม้ขนาดใหญ่ที่ช่วยจัดเก็บวัตถุดิบได้อย่างเป็นระเบียบ และตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวในชีวิตประจำวัน ขณะที่ดีไซน์ภายนอกยังให้ความสำคัญกับการใช้งานจริง ด้วยการออกแบบที่จับให้กว้างขึ้น ช่วยให้เปิดปิดได้สะดวกยิ่งขึ้นอีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือการประหยัดพลังงาน โดยตู้เย็นทุกรุ่นในซีรีส์นี้ได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว

ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายในระยะยาว สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญทั้งด้านความคุ้มค่าและความยั่งยืน นอกจากนี้ โตชิบายังมอบความมั่นใจในการใช้งานด้วยการรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี และรับประกันคอมเพรสเซอร์ยาวนานถึง 10 ปี ด้วยการมีให้เลือกหลากหลายขนาดและดีไซน์ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกตู้เย็นที่เหมาะสมกับพื้นที่และรูปแบบการใช้งานได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ หรือบ้านพักอาศัย โดยยังคงได้รับประสิทธิภาพและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วนในทุกขนาดชมข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/ToshibaLifestyleThailand  หรือ www.toshiba-lifestyle.com/th

LINE เดินหน้าหนุนสตาร์ทอัพไทยผ่าน LINE SCALE UPเผย 4 เคสจริง ขยายสเกลธุรกิจ ปลดล็อกสู่การเติบโต

LINE ประเทศไทย เดินหน้าขับเคลื่อน Startup Ecosystem อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ LINE SCALE UP เผย 4 กรณีศึกษาสตาร์ทอัพไทยที่สามารถต่อยอดธุรกิจและขยายผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม LINE อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมประกาศความร่วมมือกับ Venture Spark Cohort 2 ยกระดับการสนับสนุนสตาร์ทอัพอย่างครบวงจร

LINE SCALE UP คือโปรแกรมส่งเสริมสตาร์ทอัพจาก LINE ประเทศไทย เพื่อเฟ้นหาสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพและพร้อมต่อยอดธุรกิจร่วมกับ LINE สู่เป้าหมายยกระดับธุรกิจสตาร์ทอัพให้เติบโตได้ในระดับสากล ผ่านสิทธิประโยชน์มากมายทั้งในด้านเทคโนโลยี เครดิตการใช้งานแพลตฟอร์ม คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงโอกาสในการร่วมพัฒนาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ

ตลอดปี 2025 ที่ผ่านมา LINE SCALE UP ได้เดินหน้าคัดเลือกและสนับสนุนสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นกรณีศึกษา 4 สตาร์ทอัพสายเลือดไทย ที่สามารถต่อยอดธุรกิจผ่านโครงการ LINE SCALE UP ปลดล็อคศักยภาพสู่การเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ในวงกว้าง มีประสิทธิภาพขึ้นเพื่อการเติบโต

3 สตาร์ทอัพด้าน Healthcare ปลดล็อกการเข้าถึงบริการสุขภาพสู่คนไทยในวงกว้าง LINE SCALE UP มีบทบาทสำคัญในการผลักดันสตาร์ทอัพกลุ่ม HealthTech ให้สามารถ “สเกลการเข้าถึง” บริการสุขภาพ ผ่านการเชื่อมต่อสู่บริการ LINE HEALTH ซึ่งเป็น touchpoint สำคัญของผู้ใช้งานไทย

Clicknic ผู้ให้บริการเทเลเมดิซีนที่รองรับสิทธิบัตรทอง สามารถต่อยอดสู่การให้บริการบน LINE HEALTH ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงการพบแพทย์ผ่านวิดีโอคอล และรับยาถึงบ้านได้ง่ายขึ้น ลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ พร้อมขยายฐานผู้ใช้งานในวงกว้างผ่าน LINE เปิดโอกาสให้คนไทยทุกกลุ่มเข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่าย สะดวก และทั่วถึงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ใช้สิทธิบัตรทอง ให้สามารถใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมการเข้าใช้งานได้ง่ายเพียงไม่กี่ขั้นตอน

Health at Work ผู้ให้บริการด้านสุขภาพสำหรับพนักงานองค์กร ด้วยยอดผู้ใช้งานเกิน 100,000 คน สามารถขยายบริการผ่าน LINE HEALTH ให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานองค์กรได้ง่ายขึ้น พร้อมยกระดับสวัสดิการด้านสุขภาพให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของพนักงาน โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล พร้อมบริการส่งยาถึงที่ ลดเวลาและค่าใช้จ่าย รองรับสิทธิประกันกลุ่ม และประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก (OPD) เสริมสร้างสวัสดิการเชิงรุกที่ตอบโจทย์พนักงานองค์กรยุคใหม่

ooca ผู้ให้บริการปรึกษาสุขภาพจิตออนไลน์ ด้วยฐานผู้ใช้งานกว่า 4 แสนราย ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำกว่า 80 แห่ง พร้อมเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญกว่า 300 ท่านคอยให้บริการ ต่อยอดสู่การให้บริการบน LINE HEALTH เพื่อเป็นช่องทางสำคัญในการลด barrier การเข้าถึงบริการด้าน Mental Health โดยสามารถเชื่อมผู้ใช้งานเข้ากับจิตแพทย์และนักจิตวิทยาได้อย่างสะดวก

ทั้ง 3 รายสะท้อนให้เห็นว่า LINE SCALE UP ไม่เพียงช่วย “เปิดช่องทาง” แต่ยังช่วย “เร่งการเข้าถึง” (scale access) ของบริการด้านสุขภาพให้เข้าถึงผู้ใช้จำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว

HumanSoft เปลี่ยน HR Solution ให้เข้าถึง SME ผ่าน LINE MINI App

ในกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพด้าน B2B อย่าง HumanSoft ผู้ให้บริการโปรแกรมคิดเงินเดือนและบริหารงาน HR สำหรับธุรกิจยุคใหม่ LINE SCALE UP ได้มีบทบาทในการช่วย “สเกลการใช้งาน” (scale adoption) ต่อยอดสู่บริการใหม่ GoodHR โซลูชันบริหารจัดการ HR สำหรับ SME ไทยที่เข้าถึงและใช้งานง่าย โดยเจ้าของธุรกิจสามารถจัดการเงินเดือน ภาษี และข้อมูลพนักงานได้ในระบบเดียว ขณะที่พนักงานสามารถใช้งานฟีเจอร์สำคัญ เช่น ลงเวลา ลางาน และดูสลิปเงินเดือนได้ผ่าน LINE การผสานระบบเข้ากับ LINE MINI App ช่วยลด friction ในการใช้งาน เพิ่ม adoption ในกลุ่ม SME และเร่งการขยายฐานผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดต้นทุนในการเข้าถึงลูกค้าในระยะยาว

“สเกล” มากกว่าแค่ผู้ใช้ แต่คือการเติบโตทั้งระบบ

“ประเทศไทยยังมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงบริการในหลายมิติ ทั้งสุขภาพ การบริหารองค์กร และบริการดิจิทัลอื่น ๆ ซึ่งเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพเข้ามาเติมเต็มช่องว่างเหล่านี้ การที่ LINE SCALE UP เข้ามาช่วยต่อยอดและเร่งการ ‘สเกล’ ผ่านแพลตฟอร์ม LINE จึงเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้บริการเหล่านี้เข้าถึงผู้ใช้งานในวงกว้างได้จริง และสร้างผลกระทบเชิงบวกในระดับประเทศ” ศิรัญญา บัณฑรวรพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่าย Corporate Strategy & Incubation จาก LINE ประเทศไทย กล่าว

ต่อยอดการสนับสนุน สู่ความร่วมมือกับ Venture Spark

ล่าสุด LINE SCALE UP เดินหน้าต่อยอดการสนับสนุนสตาร์ทอัพไทย ด้วยการร่วมมือกับ Venture Spark Cohort 2 โดยผสานศักยภาพของแพลตฟอร์มและการสนับสนุนจาก LINE เพื่อร่วมขับเคลื่อนสตาร์ทอัพไทยแก้ปัญหาสำคัญในการเติบโตอย่างครบวงจร ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาบริการผ่านเทคโนโลยีบนแพลตฟอร์ม ด้านแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการใช้เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงเปิดโอกาสให้บริการของสตาร์ทอัพสามารถเข้าถึงฐานผู้ใช้ LINE กว่า 56 ล้านคนทั่วประเทศ เพื่อเร่งการเติบโตและการใช้งานผลิตภัณฑ์ในวงกว้างได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เร่งเส้นทางจาก product-market fit ไปสู่การสเกลธุรกิจในระดับประเทศ

ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ LINE SCALE UP ในการเป็นกลไกสำคัญช่วยกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพให้เติบโตและขยายสเกลได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเดินหน้าสร้าง ecosystem ที่เอื้อต่อการเติบโตของสตาร์ทอัพไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพสูงสามารถเติบโต สร้างการเข้าถึงในวงกว้าง และขับเคลื่อนผลกระทบเชิงเศรษฐกิจในระดับประเทศได้อย่างยั่งยืน

สำหรับสตาร์ทอัพผู้สนใจเข้าร่วม Venture Spark Cohort 2 สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ https://venturespark.asia