Netflix พา “อาโป-แจ็คกี้-ท็อป-เป้” ฉีดน้ำสงกรานต์ ม่วนฉ่ำรอบคูเมืองเชียงใหม่ ชวนรับชมคอนเทนต์ไทยให้หนำใจที่ Netflix*

“สงกรานต์นี้ ดูไทยหนำใจที่ Netflix” ที่ได้ยกทัพนักแสดงขวัญใจแฟนๆ ไม่ว่าจะเป็น อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ จากภาพยนตร์เรื่อง ตี๋ใหญ่ ฤกษ์ดาวโจร, แจ็คกี้-ชาเคอลีน มึนช์ จากภาพยนตร์เรื่อง ดีว่า..ราวี, ท็อป-ทศพล หมายสุข จากภาพยนตร์เรื่อง เส้นตาย สายลวง และ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ จากละครเรื่อง 7 ประจัญบาน ไปร่วมสาดความบันเทิงกันอย่างม่วนฉ่ำบริเวณคูเมือง ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ แคมเปญ “สงกรานต์นี้ ดูไทยหนำใจที่ Netflix” มุ่งเชิญชวนให้ใช้ช่วงเวลาที่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันในเทศกาลปีใหม่ไทยนี้ รับชมคอนเทนต์ไทยบนสตรีมมิ่งที่รับชมได้ทุกที่ทุกเวลา โดยปีนี้ Netflix พร้อมเป็นศูนย์รวมความบันเทิงไทยที่ตอบโจทย์ความหลากหลายของคนไทยทั้งครอบครัว ด้วยไลน์อัปคอนเทนต์ไทยซึ่งคัดสรรมาให้ได้รับชมกันอย่างจุใจที่สุดเท่าที่เคยมีมา

#ดูไทยหนำใจที่Netflix #NetflixTH

“เพื่อนหรือมากกว่านั้น?” Twist Noize ปล่อยหมัดแรก ‘เพื่อนกันจริงเหรอ’ นัดดู MV 20 เมษานี้พร้อมกันทั่วประเทศ

สะเทือนวงการเพลงน้องใหม่ตั้งแต่ก้าวแรก สำหรับวง Twist Noize (ทวิสต์นอยซ์) ที่เปิดตัวซิงเกิลแรก “เพื่อนกันจริงเหรอ” พร้อมพลังดนตรีสไตล์ Pop Punk สุดซ่า ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เกินคำว่าเพื่อนแบบโดนใจคนรุ่นใหม่ งานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่ประกาศชัดว่า “นี่แหละตัวตนของพวกเขา”

Twist Noize คือวง Pop Rock หน้าใหม่ที่น่าจับตามอง ก่อตั้งขึ้นในปี 2026 จากการรวมตัวของเพื่อน 4 คนที่มีแพสชันทางดนตรีเต็มเปี่ยม และเคยผ่านเวทีประกวดระดับประเทศอย่าง The Power Band 2025 และ Hua Hin Music Contest 2025 มาแล้ว ก่อนจะพัฒนาซาวด์และคาแรกเตอร์ของวงจนชัดเจน กลายเป็นสไตล์ที่ทั้งสนุก แสบ ซน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ชื่อวง “Twist Noize” ก็สะท้อนตัวตนได้ตรงเป้า — “Noise” คือพลัง ความซ่า และความสนุกของเสียงดนตรี ส่วน “Twist” คือการบิด ผสม และสร้างความแปลกใหม่ จนกลายเป็นซาวด์ Pop Punk ที่ฟังแล้วติดหูตั้งแต่ครั้งแรก

สมาชิกของวงประกอบด้วย
• ชนกนพ สุเมรุรัตน์ (ดีน) – นักร้องนำ
• กิจบดินทร์ พรตระกูล (ออกัส) – กีตาร์
• ธราธิป ยูวะเวส (สมาร์ท) – กีตาร์
• วิชญปัณณ์ กรองทอง (มาร์ตี้) – คีย์บอร์ด / ซินธิไซเซอร์

ซิงเกิลเปิดตัว “เพื่อนกันจริงเหรอ” ได้ คมกริช พรตระกูล มารับหน้าที่ทั้งคำร้อง ทำนอง และโปรดิวซ์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโปรดิวเซอร์ฝีมือคุณภาพในวงการ การร่วมงานครั้งนี้ยิ่งช่วยยกระดับซาวด์ของเพลงให้มีความลงตัวและเป็นมืออาชีพตั้งแต่เดบิวต์

ตัวเพลงเล่าเรื่องความรู้สึกของ “เพื่อน” ที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว จากความใกล้ชิดกลายเป็นความพิเศษที่เกินจะอธิบาย เป็นเพลงจังหวะสนุก ฟังง่าย แต่แฝงอารมณ์ชัดเจนในแบบ Pop Punk ที่ทั้งอินและเข้าถึงได้ไม่ยาก

นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของ Twist Noize ในการเดินเข้าสู่เส้นทางศิลปินเต็มตัว พร้อมเป้าหมายพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง และขยับสู่เวทีใหญ่ทั้งในและต่างประเทศในอนาคต

เตรียมปักหมุด! Music Video เพลง “เพื่อนกันจริงเหรอ”
จะปล่อยให้ชมพร้อมกันทั่วประเทศ วันที่ 20 เมษายนนี้ ทาง YouTube

Twist Noize อาจเป็นชื่อใหม่ในวันนี้ แต่ด้วยพลัง ความสด และตัวตนที่ชัดเจน พวกเขากำลังกลายเป็นอีกหนึ่งวงที่น่าจับตามอง และอาจเป็นคลื่นลูกใหม่ที่เขย่าวงการเพลงไทยในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

ดาเมจแรง ‘แพค ศรรกรัฐ’หนุ่มตี๋มีของดาวเด่นจาก Building A ร่วมโปรเจกต์ซีรีส์

“School of Ruck The Series”จากค่าย Building A อีกหนึ่งนักแสดง ดาเมจแรงไม่พูดถึงคงต้องถูกสาปแน่ นั่นคือ “แพค -ศรรกรัฐ เหลืองอร่ามรัตน์” ผู้มารับบท “พี่ปิ๊ง”คนที่มีจุดยืนและใช้ชีวิตตามใจตัวเอง เหมือนจะเป็นคนเงียบๆ แต่จริงแล้ว พี่ปิ๊งคือเป็นคนทั่วไปที่มีความขี้ระเวงในตัวเอง ตัวละครที่มีมิติและกระทบกับความรู้สึกผู้ชมอีกคน ก่อนที่จะเห็นฝีมืองานแสดงของ “แพค ศรรกรัฐ” ไปเข้าใจ และรู้จักหนุ่มดาเมจแรงจนผู้บริหารค่าย – ผู้กำกับต้องรีบติดต่อมร่วมงานคนนี้กันซะหน่อย

“แพค” หรือ “ศรรกรัฐ เหลืองอร่ามรัตน์”หนุ่มไทยเชื้อสายจีน จากกรุงเทพมหานคร เกิดปี 2009 และตอนนี้กำลังเรียนชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ปกติแล้ว “แพค”จะเป็นสายแอคทีฟ – กีฬา แต่สายตาไม่ค่อยเป็นมิตรกับกิจกรรมที่เข้าชื่นชอบเท่าไหร่จนต้องสวมแว่นที่หนาพอตัว ตีกลอง, เล่นฟุตบอล, สปาเก็ตตี้ Carbonara, โกโก้เย็น, เมล่อน,สีน้ำเงิน คือสิ่งกลุ่มในสิ่งที่เขาชื่นชอบ
เมนูอาหารที่ไม่ชอบ : อาหารเผ็ด, ไม่ทานเมนูเนื้อวัว
เมนูเครื่องดื่มที่ไม่ชอบ : กาแฟ
เมนูผลไม้ที่ไม่ชอบ : ทุเรียน
IG : _SKR.PAX

“แพค ศรรกรัฐ”เปิดเผยถึงที่มา กับการร่วมโปรเจกต์”School of Ruck The Series”จากค่าย Building A ของ”แอนดี้ ราชิต กุศลคูณสิริ” ว่า ตนเองนั้นคือ”คนสุดท้าย”ของโปรเจกต์ ตอนนั้นจำได้ว่า “พี่แอนดี้” เห็นโปรไฟล์ตนเองจากอินสตาแกรมและได้ทำการติดต่อพูดคุย และนั้นคือการเริ่มต้นกับการร่วมงานวงการบันเทิง และซีรีส์เรื่องนี้ก็เป็นผลงานแสดงครั้งแรกของตนเองด้วย สำหรับพี่ปิ๊ง ในมุมของ “แพค”คืออีกตัวละครมีมิติความเป็นคนทั่วไปคือ “เหมือนจะเป็นคนเงียบๆ แต่จริงแล้ว พี่ปิ๊งคือมีความขี้ระเวงในตัวเอง นั่นจึงทำให้เขาไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยเข้าสังคม แต่เก็บรายละเอียดต่างๆ เป็นคนเฝ้ามอง” ยอมรับว่า คาแรกเตอร์นี้ค่อนข้างห่างกับ”แพค”พอสมควรเลยเพราะตนเองเป็นคนสบายๆ อะไรก็ได้ แต่จะมีขีดจำกัดและมีกำแพงในบางเรื่อง

เอาเป็นว่า พี่ปิ๊ง ที่แพค ตีความออกมาใน”School of Ruck The Series”จะโดนใจแค่ไหนอยากให้ช่วยให้กำลังใจ ลุ้นไปด้วยกัน ผมก็ลุ้นเพราะเรื่องแรกของผมด้วยเร็วๆ นี้

“School of Ruck The Series” มีกำหนดออนแอร์ในช่วงกลางปี 2026 ทางช่อง 9 กด 30
นับว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจับตามองของ “แพค -ศรรกรัฐ เหลืองอร่ามรัตน์” ทีมงาน และ”แอนดี้ ราชิต กุศลคูณสิริ” ผู้กำกับที่กลับมาอวดฝีมือให้วงการสะเทือนอีกครั้ง ติดตามความเคลื่อนไหวได้ผ่าน

FB : BUILDING A
IG : BUILDING A
YouTube : BUILDING A

#PAX #แพค #แพค ศรรกรัฐ

SchoolofRuckTheSeries

SchoolofRuck

BUILDINGA

จากปรากฏการณ์ร้อยล้านวิวสู่ “ปลายฟ้า (R&B Version)”การร่วมงานครั้งแรกของ เบิ้ล ปทุมราช และ Timethai ที่เปลี่ยนนิยามความเศร้าให้เท่กว่าที่เคย

หากจะพูดถึงเพลงลูกทุ่งที่เป็นไวรัลในปี 2025 คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเพลง “ปลายฟ้า”  โดยศิลปิน             หนุ่มมากความสามารถอย่าง “เบิ้ล ปทุมราช” คือหนึ่งในเพลงที่โดดเด่นที่สุด ด้วยสถิติการกวาดยอดวิวบน YouTube ทะลุหลัก 100 ล้านครั้งภายในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมรั้งอันดับ 1 ในหมวด Trending นานหลายสัปดาห์ และยังมียอดสตรีมมิ่งบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ อีกกว่า 8 ล้านครั้ง ทำให้เห็นว่าเพลงนี้ประสบความสำเร็จมากแค่ไหน

การเดินทางของเพลง “ปลายฟ้า” ยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น ล่าสุด เบิ้ล ปทุมราช ตัดสินใจ เซอร์ไพรส์แฟนเพลงด้วยการหยิบเอาผลงานชิ้นนี้มาปัดฝุ่นและตีความใหม่ในเวอร์ชันที่หลายคนคาดไม่ถึงอย่าง “ปลายฟ้า (R&B Version)” ซึ่งถือเป็นความแปลกใหม่ในวงการเพลงลูกทุ่งเลยทีเดียว อีกทั้งยังได้ชวนตัวพ่อสาย R&B ของเมืองไทยอย่าง “Timethai” มาร่วมสร้างมิติใหม่ให้กับเพลงนี้จนเกิดเป็นเพลงปลายฟ้าที่ผสมผสานเพลงลูกทุ่งเข้ากับความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว

นับว่าเป็นการร่วมงานครั้งแรกสุดพิเศษระหว่าง “เบิ้ล ปทุมราช” ศิลปินลูกทุ่งร่วมสมัย และ “Timethai” ศิลปินที่เป็นไอคอนของความเท่และซาวด์ดนตรี R&B คือความแปลกใหม่ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ     ทุกคน ในเวอร์ชันนี้เราจะได้ยินการผสมผสานที่เรียกว่า ‘ลูกทุ่งจิบไวน์’ ซึ่งเป็นการนำกลิ่นอายความเศร้าแบบตรงไปตรงมาของต้นฉบับ มาวางลงบนดนตรี R&B ที่นุ่มลึกและมีความ Moody มากยิ่งขึ้น ซาวด์ดนตรีถูกดีไซน์ใหม่ให้มีความละเมียดแต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงความเจ็บปวดของเนื้อหาไว้อย่างครบถ้วน “ปลายฟ้า (R&B Version)” ยังคงบอกเล่าเรื่องราวของความหวังดีที่เจือปนด้วยความเศร้า การยินดีที่จะเห็นคนรักเดินไปสู่ปลายทางที่สว่างไสวกว่า แม้ว่าปลายทางนั้นจะไม่มีเรายืนอยู่ด้วยก็ตาม ผ่านเมโลดี้ใหม่ ๆ ที่ช่วยเพิ่มอารมณ์ความเหงาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมเสียงร้องที่บาดลึกเฉพาะตัวของทั้งสองศิลปินยิ่งทำให้เพลงนี้ลงตัวและออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ

เบิ้ล ปทุมราช ได้กล่าวถึงโปรเจกต์นี้ว่าคือของขวัญที่เขาตั้งใจมอบให้แฟนเพลง แทนคำขอบคุณสำหรับความรักที่มีให้เพลงปลายฟ้ามาโดยตลอด ขณะที่การได้ Timethai มาร่วมงานด้วยนั้น ยิ่งเพิ่มความพิเศษและความแปลกใหม่ระหว่างแนวเพลง ที่ทั้งสองคนสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความเศร้าในรูปแบบใหม่ที่ทั้งเท่และได้อารมณ์ของเพลง “ปลายฟ้า (R&B Version)” ในทุกช่องทาง Streaming และรับชม Music Video ได้ทาง YouTube : BLE PATUMRACH ได้แล้ววันนี้

“โฟร์ท-ยอร์ช” นำทีมลองของท้าพิสูจน์ดีกรีความเขย่าขวัญ

“เธอทีน สตูดิโอ” ค่ายหนังสยองขวัญสุดเท่ ปล่อยทีเซอร์โปสเตอร์ภาพยนตร์เขย่าขวัญ “กฤษดาพาราไดซ์” กำกับของ ไมค์-ภณธฤต โชติกฤษฎาโสภณ ผู้กำกับสายถนัดหนังในการเล่าเรื่องสยองขวัญและมิตรภาพของเพื่อน การันตีด้วยผลงานภาพยนตร์แฟรนไชส์อย่าง พี่นาคภาค 1-5 และ หุ่นพยนต์ นำแสดงโดย โฟร์ท-ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล, ยอร์ช-ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์ , เซน-จตุรวิชญ์ เชี่ยวประสิทธิ์, การ์โตว์-ปัณณวิชญ์ พัฒนศิริ, เตย-วรพัช ภัคภัทรพรพบ, ไจ๋ไจ๋-สรธร เฉลิมลาภสมบัติ และ ยูโร-วรัชต์ธิปต์ กิตติสิริไพศาล

สำหรับภาพทีเซอร์โปสเตอร์ที่เผยโฉมมาให้ชมกัน เป็นภาพเด็กนักเรียนที่ยืนมองสวนน้ำร้างสุดสะพรึง ให้ความรู้สึกวังเวง บรรยากาศชวนขนลุก เรียกว่าเป็นหนังสยองขวัญเรื่องแรกที่เหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นในสวนน้ำ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานเรื่องเล่าสุดเฮี้ยนที่เล่าขานกันมาอย่างยาวนานในจังหวัดเชียงใหม่ถ่ายทอดสู่ภาพยนตร์สยองขวัญวัยรุ่น ที่ผสมผสานความหลอนเเละเรื่องราวมิตรภาพเข้าไว้ด้วยกันกับตำนาน “สวนน้ำร้าง” สุดเฮี้ยนที่เลื่องลือว่าใครที่ “เข้า” ไปเเล้วจะ “หาย” ไปตลอดกาล

เตรียมตัวตะลุยสวนน้ำสุดหลอนใน “กฤษดาพาราไดซ์” วันที่ 11 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

สยามพารากอน สาดความมันส์ขั้นสุด รวมศิลปินฮอตต่อเนื่องฉลองสงกรานต์ บิลลี่-เบ้บ – SONS – ALTERS – Tattoo Colour มิวสิกเฟสใจกลางกรุงฯ  “SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026”  

สยามพารากอน ตอกย้ำความเป็น Global Destination จุดหมายปลายทางอันดับ 1 ที่อยู่ในใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ผนึกกำลัง ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ฉลองเทศกาลมหาสงกรานต์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 กับงาน “SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026” พร้อมสาดความสนุกแบบชุ่มฉ่ำท่ามกลางบรรยากาศสีสันสดใส เสริมทัพด้วยกิจกรรมความสนุกแบบจัดเต็มพร้อมเสิร์ฟโปรโมชั่นพิเศษสุดคุ้ม ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน โดยงานนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตร ภาครัฐ และเอกชน แบรนด์ วิชี่ เดอคอส ภายใต้ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด และ แบรนด์ สมูทอี ภายใต้บริษัท สยามเฮลท์กรุ๊ป ร่วมจัดงาน

สยามพารากอนจัดเต็มความสนุกแบบนอนสต็อปเปิดเวทีด้วยคู่ศิลปิน “บิลลี่-เบ้บ” ที่มาพร้อมพลังความสดใสและเคมีที่เข้ากันอย่างลงตัว สร้างบรรยากาศความสนุกตั้งแต่ช่วงแรกของโชว์ เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟน ๆ ดังกระหึ่มทั่วพื้นที่พาร์ค พารากอน ก่อนจะส่งต่อเวทีให้กับศิลปินรุ่นใหม่ “SONS” ที่ขนเสน่ห์และสไตล์ดนตรีเฉพาะตัวมาถ่ายทอดอย่างเต็มที่ เติมความสดใหม่ให้กับมิวสิคเฟสติวัลครั้งนี้ได้อย่างลงตัว

ความมันส์ยังคงต่อเนื่องกับ “ALTERS” ที่พาแฟน ๆ ดำดิ่งไปกับซาวด์ดนตรีสุดเท่และจังหวะที่ชวนขยับตามแบบไม่รู้ตัว สร้างโมเมนต์ความสนุกที่ทั้งเข้มข้นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้บรรยากาศภายในงานยิ่งทวีความคึกคักก่อนจะปิดท้ายเวทีอย่างสมบูรณ์แบบด้วย “Tattoo Colour” วงดนตรีคุณภาพที่ครองใจแฟนเพลงมาอย่างยาวนาน กับการขนเพลงฮิตมาร้องสดแบบจัดเต็ม เรียกเสียงร้องตามได้ทั่วพื้นที่ ท่ามกลางบรรยากาศสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ที่เติมเต็มความสุขและความทรงจำให้กับทุกคนในค่ำคืนพิเศษนี้

  • ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของความเป็นไทยในมุมมองใหม่ กับงาน “THAI THAI MARKET” มาร์เก็ตสุดสร้างสรรค์ที่รวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และของที่ระลึกจากแบรนด์ไทยคุณภาพ ระหว่างวันที่ 3 – 21 เมษายน 2569 ณ Fashion Hall ชั้น 1 
  • จัดเต็มความคุ้มค่ากับโปรโมชั่นทั้งศูนย์ฯและห้างสยามพารากอน ร่วมฉลองซัมเมอร์นี้ให้พิเศษยิ่งขึ้น  กับแคมเปญ “Ultimate Summer Deals” ระหว่างวันที่ 10-19 เม.ย.69 โดยช็อปครบตามเงื่อนไข รับ SIAM GIFT CARD และ CASH COUPON จากพารากอน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ มูลค่ารวมสูงสุด 1,600 บาท พร้อมสิทธิพิเศษช้อปน้อยกว่าแลกรับของรางวัลที่สยามพารากอน สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทย สมาชิก ONESIAM รับเพิ่ม ONESIAM Coin 4 เท่า เมื่อมียอดใช้จ่ายตามเงื่อนไข พร้อมแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 22% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือแบ่งชำระ 0% นานสูงสุด 6 เดือน เมื่อซื้อ SIAM GIFT CARD  

*บัตรเครดิต ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย16%ต่อปี, อัตราดอกเบี้ย0% เมื่อลูกค้า ชำระเต็มจำนวนภายในวันครบกำหนดชำระ, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนดจะได้ไม่เสียดอกเบี้ย25%ต่อปี

  • นอกจากนี้ พารากอนดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ยังมอบความพิเศษด้วยแคมเปญ “SUMMER CATION” ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 เม.ย.69 ห้างฯ ลดสูงสุด 70% ทุกวันศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์  รับ M Cash Coupon รวมสูงสุด 7,000 บาท จาก M CARD, และ บัตรเครดิต BANGKOK BANK M VISA , บัตรเครดิต UOB หรือ บัตรเครดิต กสิกรไทย เมื่อช้อปสะสมครบตามเงื่อนไขที่กำหนด สำหรับ M CARD รับฟรี PUFF BAG COLLECTION รับ PUFFY BAG มูลค่า 490 บาท ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ( เริ่ม 6 มี.ค.69 – 26 เม.ย.69) เมื่อช้อปสะสมครบ 3,000 บาทขึ้นไป / วัน (ยกเว้น Power Mall และ Gourmet Market) และ รับ PUFFER BAG มูลค่า 890 บาท ทุกวันจันทร์-พฤหัส ( เริ่ม 23 มี.ค.69 – 28 เม.ย.69) เมื่อช้อปสะสมครบ 6,000 บาทขึ้นไป / วัน (รวม Power Mall และ Gourmet Market) และ รับคืนรวมสูงสุด 62%  จาก M CARD และบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ *ตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดขาย และสื่ออื่นๆ ของรายการ

พังงา-นอภ.กะปง!!เป็นประธานในพิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุเนื่องในประเพณีวันสงกรานต์ 2569 และเข้าเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงกลุ่มเปราะบางบ้านสายปิหนัง

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางณัฐธยาน์ ผาสุข นายอำเภอกะปง เป็นประธานในพิธีงานประเพณีวันสงกรานต์ ประจำปี 2569 ณ บริเวณศาลาอเนกประสงค์บ้านบางกุ่ม หมู่ที่ 1 ตำบลกะปง อำเภอกะปง จังหวัดพังงา ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามของไทย และส่งเสริมความสามัคคีในชุมชน โดยภายในงานมีกิจกรรม ได้แก่ พิธีเจริญพระพุทธมนต์โดยพระสงฆ์ พิธีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระพุทธรูป พิธีรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ และกิจกรรมสักการะพ่อตาหิน

โดยมีนางสาวธัญญารัตน์ แก้วประเสริฐ ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง พร้อมด้วย นายนพพล ประกอบแสง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่านา ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง และเปี่ยมด้วยความเคารพต่อวัฒนธรรมประเพณีไทย ซึ่งนับเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำชุมชน และประชาชน อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดประเพณีอันดีงามให้คงอยู่สืบไป
หลังจากนั้น นางณัฐธยาน์ ผาสุข นายอำเภอกะปง นางสาวธัญญารัตน์ แก้วประเสริฐ ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง พร้อมด้วย นายสุวัจชัย ทองมาก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเหล นายพีระยศ โสพรรณ กำนันตำบลเหล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เยี่ยมและให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ตำบลเหล อำเภอกะปง จังหวัดพังงา

ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงจากการประสบอุบัติเหตุ พร้อมทั้งได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เช่น ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ อาหารเหลวสำหรับผู้ป่วย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ตลอดจนให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยและครอบครัว เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิต และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

“โฮมโปร” เร่งต่อจิ๊กซอว์ “Home Lifetime Companion” ขยับจากค้าปลีกเรื่องบ้าน สู่ แบรนด์ที่จะอยู่เคียงข้างทำให้บ้านคุณดีขึ้น…ในทุกช่วงชีวิต ผ่านสินค้า-บริการ-โซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง

ท่ามกลางตลาด Home Improvement ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้า ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว และความไม่แน่นอนของต้นทุนในหลายมิติ “โฮมโปร” เลือกไม่รอให้ตลาดฟื้นตัว แต่ “ปรับเกมธุรกิจ” ด้วยการยกระดับบทบาทตัวเองครั้งสำคัญ จากผู้ค้าปลีกเรื่องบ้าน สู่ “แบรนด์ที่จะอยู่เคียงข้างทำให้บ้านคุณดีขึ้น…ในทุกช่วงชีวิต”

จาก “ร้านขายสินค้า” สู่ “การดูแลตลอด Customer Journey”

นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” (HMPRO) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาตลาดได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว และอัตราอนุมัติสินเชื่อเฉลี่ยเพียงราว 30% ขณะเดียวกัน ฐานลูกค้าโฮมโปรกว่า 70% เป็นลูกค้าบ้านเก่าที่ต้องการปรับปรุงบ้าน ทำให้ “โจทย์ธุรกิจ ไม่ใช่แค่รอให้ตลาดฟื้นตัว แต่ต้องมองหาโอกาสใหม่ในตลาดเดิม และเข้าไปตอบโจทย์ความต้องการที่ยังไม่ถูก เติมเต็ม” พร้อมระบุว่า ในวันที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” มากขึ้น การเติบโตของธุรกิจจึงไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่มองที่ Bottom Line—ผ่านการบริหาร Margin การใช้ Data อย่างแม่นยำ และการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าไปพร้อมกัน

“เราไม่ได้มองแค่การขายสินค้า แต่ต้องการเข้าไปอยู่ในทุก ๆ ช่วงชีวิต ตั้งแต่วันแรกที่เลือกซื้อ ติดตั้ง เริ่มใช้งาน ไปจนถึงวันที่ต้องการซ่อมหรือเปลี่ยนสินค้าใหม่” แนวคิด ‘Home Lifetime Companionแบรนด์ที่จะอยู่เคียงข้างทำให้บ้านคุณดีขึ้น…ในทุกช่วงชีวิต’ จึงเป็นการยกระดับโมเดลธุรกิจจาก Transaction ไปสู่ ความสัมพันธ์ระยะยาวที่ดูแลต่อเนื่องตลอดทั้ง Customer Journey”

สร้างจิ๊กซอว์เติมเต็ม “Ecosystem” ที่เชื่อมครบทั้งระบบ ครองใจลูกค้าระยะยาว

เพื่อยกระดับสู่การดูแลบ้านแบบครบวงจรมากยิ่งขึ้น ผ่านการผสานสินค้า บริการ ทีมช่างโฮมโปร บริการหลังการขาย และศูนย์ซ่อมมืออาชีพ ให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดส่ง ติดตั้ง ซ่อมบำรุง ไปจนถึงโครงการ  “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” (Trade-In) ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้านำเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้ว มาส่งต่อให้โฮมโปรช่วยนำไปจัดการให้อย่างถูกวิธี ด้วยกระบวนการรีไซเคิล และสร้างมูลค่าเพิ่มกลับเป็นสินค้ารักษ์โลก หรือที่เรียกว่า Circular Product เพื่อสร้างอีโคซิสเต็มที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าไม่ได้สิ้นสุดลงหลังการขายครั้งแรก

ภาพความแข็งแกร่งแบรนด์สะท้อนผ่านการได้รับรางวัล 2026 Thailand’s Most Admired Brand ในกลุ่ม Modern Trade วัสดุก่อสร้าง (Home & Living) เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำแบรนด์อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคต่อเนื่อง

“CHANG HomePro” เมื่อบริการกลายเป็นหัวใจธุรกิจ

อีกมุมที่ทำให้แนวคิดนี้จับต้องได้ชัดที่สุด คือ กลุ่มงานบริการลูกค้า นายธีรพล รอดเฉื่อย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานบริการช่างโฮมโปร อธิบายว่า ลูกค้าวันนี้ไม่ได้ต้องการแค่สินค้า แต่กำลังมองหา “ผลลัพธ์ของการใช้สินค้าที่ตอบโจทย์ชีวิตในบ้านจริง ๆ” นั่นจึงทำให้บริการไม่ใช่ส่วนเสริมของการขายอีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญของการสร้างความแตกต่าง “เราไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่คนขายสินค้า แต่เป็น “มือโปรประจำบ้าน” เป็นที่ปรึกษาที่พร้อมดูแลและแก้ไขทุกปัญหาเรื่องบ้าน ให้เป็นเรื่องง่าย”

และตรงนี้เองที่ทำให้ CHANG HomePro เข้ามามีบทบาทมากกว่า “บริการหลังการขาย” หรืองานบริการทั่วไป

ด้วยชื่อและภาพจำเดิม จากชื่อเดิม “Home Service” ยังไม่สะท้อนตัวตนได้ชัดพอ จึงรีแบรนด์สู่ชื่อใหม่ “CHANG HomePro” ที่ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่คือการวางบทบาทเป็นผู้ช่วยจัดการทุกโซลูชันเรื่องบ้านที่ทำให้คำว่า “ช่างประจำบ้าน” กลายเป็นคำที่สะท้อนตัวตนและลูกค้ารับรู้ได้ทันที พร้อมขยับจากบริการที่คนเรียกใช้เป็นครั้งคราว ไปสู่แพลตฟอร์ม “แอปเดียวครบจบบริการเรื่องบ้าน” ที่มีมาตรฐานชัดเจนและมีบทบาททางธุรกิจชัดขึ้น ปัจจุบัน มีทีมช่างโฮมโปรกว่า 2,500 ทีมทั่วประเทศ และมีแผนขยายเพิ่มเป็น 4,700 ทีม ภายใต้แนวคิด “1 ช่าง 1 ตำบล” ในพื้นที่ที่มีศักยภาพ ซึ่งเป้าหมายสำคัญไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวนคน แต่เป็นการยกระดับความรวดเร็วในการเข้าถึงบริการ และทำให้มาตรฐานระยะเวลาการให้บริการในแต่ละพื้นที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (SLA)

บริหาร “ช่างโฮมโปร” ด้วยระบบ ไม่ใช่ความรู้สึก

ความน่าสนใจคือ โฮมโปรไม่ได้มองว่าช่างคือบริษัทฯ ไม่ได้หาคนมารับงานแล้วจบ แต่พยายามสร้างระบบปั้นคนขึ้นมาเอง   คุณธีรพล เล่าว่า ความต่างของ CHANG HomePro เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกช่าง การประเมิน Service Mind การตรวจสอบทักษะและมาตรฐานฝีมือ รวมถึงการอบรม และการฝึกปฏิบัติงานจริง (OJT) จากนั้นจึงต่อด้วยระบบควบคุมคุณภาพผ่านแอปฯ ฝั่งลูกค้า และต่อยอดด้วย ระบบบริหารจัดการงานช่าง ที่ช่วยติดตามทุกขั้นตอนการทำงาน (TMS) ของฝั่งทีมช่าง ซึ่งติดตามตั้งแต่รับงาน รับสินค้า เข้าหน้างาน ปิดงาน รับเงิน ไปจนถึงคะแนนรีวิวและการรับมอบงาน ข้อมูลทั้งหมดนี้ทำให้ โฮมโปรไม่ได้บริหารบริการช่างจากความรู้สึก แต่บริหารจากฐานข้อมูลจริงของการทำงานในแต่ละวัน

พร้อมแบ่งระดับบริการแบบ 3EX ตั้งแต่ Extra สำหรับลูกค้าทั่วไป, Excellence สำหรับลูกค้ากลุ่ม VIP ไปจนถึง Exclusive สำหรับลูกค้า B2B หรืองานขนาดใหญ่ ซึ่งสะท้อนว่า โฮมโปรไม่ได้มองคุณภาพบริการแบบรวม ๆ แต่ออกแบบประสบการณ์ที่เหมาะกับความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าแต่ละเซ็กเมนต์อย่างจริงจัง ขณะเดียวกันก็พัฒนาทักษะช่างแบบ Multi-skill ผ่านการ Reskill และ Upskill ให้รองรับลักษณะงานที่ต่างกัน แต่ละช่วงเวลาได้ดีขึ้น

ขยายบริการ สู่ “การดูแลบ้านทั้งระบบ”

โฮมโปรต่อยอดบริการครอบคลุมมากขึ้น จากเดิมที่มีการจัดส่ง ประกอบ ติดตั้ง และบำรุงรักษา บริษัทฯ ค่อย ๆ แตกบริการออกมาจนครอบคลุมตั้งแต่งานคลีนนิ่ง ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า งาน Home Improvement งาน Home Makeover รวมถึงบริการ “ตรวจสุขภาพบ้าน” เกิดจากอินไซต์ว่าเจ้าของบ้านจำนวนไม่น้อย พบเจอปัญหาซ้ำแบบเดิม ๆ มานานและไม่รู้ว่าจะเริ่มแก้จากตรงไหน จึงต้องการบริการที่ไม่เพียงเข้ามาซ่อมเมื่อเกิดปัญหา แต่ช่วยมองล่วงหน้าและคิดแทนเจ้าของบ้านได้ด้วย

“ธุรกิจเราตอบโจทย์ในสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริง ๆ ทั้ง 3 เรื่อง คือ ความครบถ้วน คุณภาพ และเวลา” นายธีรพล กล่าวและระบุว่า ปัจจุบัน โฮมโปรยกระดับบริการให้ตอบโจทย์ตามความเร่งด่วนของลูกค้ามากขึ้น ทั้ง Next Day Delivery, Same Day Delivery และ Emergency Service ที่ให้บริการภายใน 2 ชั่วโมงสำหรับเหตุขัดข้องจำเป็น เช่น ปั๊มน้ำไม่ทำงาน ไฟดับ แอร์เสีย หรือท่อน้ำแตก และกำลังเตรียมต่อยอดสู่ On-demand Service อย่างจริงจัง เพราะในมุมของบริษัทฯ บริการที่ดีแต่รอนานเกินไป ย่อมไม่ใช่คำตอบของลูกค้าในชีวิตจริง

เทศกาลดูแลบ้านประจำปี “ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า”

ในรอบล่าสุด มีสินค้าที่ลูกค้านำมาซ่อมกว่า 50,000 ชิ้น เพิ่มขึ้นราว 90% จากครั้งก่อน ตัวเลขนี้สะท้อนมากกว่าความสำเร็จของกิจกรรม แต่ชี้ให้เห็นว่าในบ้านของผู้บริโภคยังมี Pain Point จำนวนมากที่ไม่ได้รับการแก้ไข—ไม่ใช่เพราะไม่มีปัญหา แต่เพราะยังไม่มี “ผู้ช่วยที่ไว้ใจได้” ให้เรียกใช้ในเวลาที่เหมาะสม โฮมโปรจึงมองว่า บริการในระยะยาว ไม่ใช่แค่ “รอให้ลูกค้ามาหา” แต่ต้อง “เข้าไปหาลูกค้า” และเข้าถึงลูกค้าในระดับพื้นที่จริงมากขึ้นด้วย

ใช้ Data สร้าง Demand ในตลาดที่ไม่โต

อีกฟากหนึ่งของธุรกิจ โฮมโปรนำ Data มาใช้เป็นกลไกสำคัญในการสร้าง Demand Generation เรามองว่า ในตลาดที่ผู้บริโภคไม่ได้ลุกขึ้นมาซื้อของใหม่เองง่าย ๆ บริษัทฯ จึงหาตัวช่วยเพื่อทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เช่น แคมเปญ โครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” (Trade-In) และแพ็กเกจที่รวมการรื้อครัวเดิมกับติดตั้งครัวใหม่ หรือการใช้ฐานลูกค้ากว่า 7 ล้านราย มาวิเคราะห์ เพื่อทำให้เข้าใจพฤติกรรมและช่วงเวลาของการเปลี่ยนสินค้าในแต่ละหมวด ตัวอย่างเช่น กลุ่มลูกค้าที่ซื้อสินค้ามาแล้ว 5 ปี ซึ่งอาจถึงเวลาที่ความต้องการเปลี่ยนเครื่องเดิมไปสู่ขนาดใหญ่ขึ้นหรือฟังก์ชันใหม่ขึ้น

เชื่อมสินค้า และบริการ สู่ความสัมพันธ์ระยะยาว

คุณวีรพันธ์ อธิบายว่า โฮมโปรค่อย ๆ เติมจิ๊กซอว์นี้ผ่านศูนย์ซ่อมมืออาชีพที่ช่วยลดเวลาซ่อม รวมถึงแพ็กเกจอย่าง Worry Free หรือ HomePro Care ที่ทำให้บริการเข้าไปผูกกับสินค้าแต่ละประเภทมากขึ้น ตัวอย่างเช่น เครื่องซักผ้าที่ลูกค้าสามารถซื้อ Worry Free เพิ่ม 499 บาท เพื่อรับประกันเพิ่มอีก 1 ปี และให้บริการล้างเครื่องซักผ้าฟรี 3 ครั้ง ซึ่งในเชิงธุรกิจ บริษัทฯ ไม่ได้มองเพียงรายได้จากแพ็กเกจ แต่นี่คือวิธีทำให้แบรนด์ “กลับเข้าไปอยู่ในบ้านลูกค้า” อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในฝั่ง CHANG HomePro เองก็มีการออกแบบ HomePro Care สำหรับสินค้าบางกลุ่ม เช่น เครื่องปรับอากาศ ที่ดูแลต่อเนื่องสูงสุด 5 ปี พร้อม

สิทธิ์ล้างแอร์ 4 ครั้ง และบริการฉุกเฉินบางกรณีภายใน 2 ชั่วโมง สิ่งเหล่านี้ทำให้บริการไม่ใช่เรื่องรองอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของสร้างคุณค่าผ่านสินค้าอย่างเต็มรูปแบบ

ทั้งหมดนี้จึงอธิบายได้ว่า ทำไมโฮมโปรถึงให้ปีนี้เป็น “Year of Efficiency” เพราะในมุมมองคุณวีรพันธ์ ตลาดอาจไม่โตมากนัก แต่โอกาสยังมีอยู่สำหรับองค์กรที่แข็งแรงกว่า เข้าใจตลาดมากกว่า และเปลี่ยนความเข้าใจนั้นให้กลายเป็นระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพกว่า และย้ำกับทีมบุคลากรด้วยคำว่า “เข้าใจ ใส่ใจ มุ่งมั่น ขยันทุ่มเท” เพื่อให้ทั้งองค์กรกลับมามองตัวเอง มองตลาด มองคู่แข่ง และมองลูกค้าให้ชัด ก่อนจะลงมือทำในทิศทางที่ใช่จริงๆ

ดังนั้น การขยับจากค้าปลีกเรื่องบ้าน สู่การเป็น Home Lifetime Companion ของโฮมโปร จึงเหมือนการเปลี่ยนวิธีเติบโตของธุรกิจทั้งระบบ จากเดิมที่รายได้และความสัมพันธ์กับลูกค้าผูกอยู่กับ “การขายสินค้า” เป็นหลัก ไปสู่โมเดลที่สร้างความต่อเนื่องผ่านบริการ ทีมช่าง Data ระบบหลังการขาย และอีโคซิสเต็มที่ค่อย ๆ เชื่อมกันและมั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ

ถ้าจิ๊กซอว์เหล่านี้เชื่อมกันได้แน่นพอ “โฮมโปร” ไม่เพียงรักษาความแข็งแกร่งในตลาด Home Improvement แต่กำลังนิยามบทบาทของแบรนด์เรื่องบ้านในชีวิตผู้บริโภคไทยขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

#HomeLifeTimeCompanion #โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #homepropr

สคส. ตอกย้ำ “ที่พึ่งประชาชน” เปิดสถิติตรวจสอบเชิงรุก PDPA เผย 6 เดือน ตรวจแล้วกว่า 5.9 แสนหน่วย (URL) ลุยแก้ปัญหาข้อมูลรั่วไหลครบ 100%

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เดินหน้ายกระดับบทบาท “ที่พึ่งของประชาชน” อย่างเป็นรูปธรรม เปิดสถิติการดำเนินงานตรวจสอบเชิงรุกและเฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้ศูนย์ PDPC Eagle Eye ในช่วง 6 เดือน (ตุลาคม 2568 – มีนาคม 2569) พบมีการตรวจสอบรวมกว่า 590,001 หน่วย (URL) พร้อมเร่งแก้ไขปัญหา “ข้อมูลรั่วไหล” ได้ครบ 100%

พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ สคส. เปิดเผยว่า สคส. ตรวจพบความเสี่ยงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจำนวน 205 เรื่อง และสามารถดำเนินการแก้ไขได้แล้วทั้งหมด สะท้อนประสิทธิภาพการทำงานเชิงรุกในการคุ้มครองสิทธิของประชาชน

โดยกลุ่มที่พบความเสี่ยงการรั่วไหลมากที่สุด ได้แก่

  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 159 เรื่อง
  • หน่วยงานภาครัฐ 31 เรื่อง
  • ภาคการศึกษา 15 เรื่อง

ขณะเดียวกัน สคส. ยังเดินหน้าการทำงานเชิงรุกผ่านระบบเฝ้าระวังภัยคุกคามในโลกออนไลน์ ยังตรวจพบการ “ประกาศขายข้อมูลส่วนบุคคล” รวม 14 เรื่อง แบ่งเป็นบนแพลตฟอร์ม Facebook จำนวน 8 เรื่อง และเว็บไซต์ Dark Web อีก 6 เรื่อง

นอกจากการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาแล้ว สคส. ยังเดินหน้าขยายผลเชิงลึกสู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง รวม 6 คดีสำคัญ อาทิ

  • ร่วมกับ CIB จับกุมขบวนการซื้อ-ขายข้อมูลส่วนบุคคล
  • ขยายผลจับกุมเครือข่ายซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อหลอกส่งพัสดุเก็บเงินปลายทางในจังหวัดภูเก็ต
  • ตรวจสอบการใช้กล้อง CCTV เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยซิมที่ไม่ได้ลงทะเบียนร่วมกับ กสทช.
  • ตรวจสอบร่วมกับ CIB กรณีแพลตฟอร์มซื้อขายข้อมูลบน Discord
  • ทลายเครือข่ายขายซิมเด็กในสถานศึกษา

พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ กล่าวอีกว่า เมื่อพิจารณาแนวโน้มรายเดือน พบว่าสัดส่วนการรั่วไหลของข้อมูลมีแนวโน้ม “ลดลง” อย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนมีนาคม 2569 ลดลงเหลือเพียง 0.02% จากช่วงก่อนหน้า สะท้อนผลลัพธ์ของมาตรการเฝ้าระวังเชิงรุกและการบังคับใช้ PDPA ที่เริ่มเห็นผลชัดเจน

“สคส. มุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง ทุกเรื่องที่มีความเสี่ยงการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องได้รับการตรวจสอบ และทุกกรณีการละเมิดต้องถูกจัดการอย่างจริงจัง เป้าหมายสูงสุดคือพยายามทำให้ ‘ข้อมูลรั่วไหลต้องเป็นศูนย์’ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมไทยในยุคดิจิทัล”

ทั้งนี้ สคส. ยังคงติดตามภัยคุกคามอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของเว็บไซต์ซื้อขายข้อมูลใน Dark Web, การโจมตีทางไซเบอร์จากต่างประเทศ และการหลอกลวงผ่านโฆษณาออนไลน์ (Fake Ads) ซึ่งพบแล้วกว่า 103 กรณี

พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ กล่าวต่อไปว่า สคส. มุ่งมั่นยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยการตรวจสอบเชิงรุกถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เป็นการเข้าไปจัดการที่สาเหตุก่อนที่จะเกิดเหตุจนอาจเกิดความเสียหาย นอกจากนั้นยังมีการดำเนินการเชิงรับในการให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชน

“สคส. ยืนยันว่า จะเดินหน้าพัฒนากลไกการตรวจสอบเชิงรุกและการรับเรื่องร้องเรียน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนพร้อมทั้งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนตระหนักและปฏิบัติตามกฎหมาย PDPAอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สังคมไทยก้าวสู่การเป็นสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและยั่งยืน”  พ.ต.อ.สุรพงศ์  เปล่งขำ กล่าวสรุปในตอนท้าย

วันนี้พร้อมวี้ดดดด กับมินิซีรีย์ Boy Love แนวตั้งเรื่อง HotShot ชู้ตนักรักซะเลย

เตรียมวี้ดดดด กับมินิซีรีย์ Boy Love แนวตั้ง เรื่อง HotShot ชู้ตนักรักซะเลย

แสดงนำโดย วินเนอร์ วรสรณ์ & บีบาส วรุทธิ์ และ จอแจ้ง & พอร์ช ศิลปินจากค่าย SCHOOLDIO

บอกเลยมาเตรียมจิกหมอน ฟินไปพร้อมกันกับเคมี คู่ซี้นักชู๊ต พร้อมกันคืนนี้ วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 1 ทุ่มตรง EP.แรก ผ่านทุกช่องทาง เพียงพิมพ์คำว่า 3 fight 3 basket boy

และหลังจบฟินกันแล้ว มาจิกหไลฟ์มอนกันต่อกับการไลฟ์สด RECAP TALK กับนักแสดงนำ เวลา 19.30 น. ช่องทาง TIKTOK : schooldio.official

schooldio

HotShotชู้ตนักรักซะเลย

วินเนอร์บีบาส

จอแจ้งพอร์ช