“กลัฟ – คณาวุฒิ” อิ่มเอมใจรับปีใหม่ไทย! บริจาคเงินช่วยสังคม 4 แห่ง

อิ่มเอมใจรับปีใหม่ไทย สำหรับหนุ่มฮอต “กลัฟ – คณาวุฒิ” ที่ปีนี้ก็ไม่พลาดสืบสานประเพณีไทยน่ารัก ๆ ชวนครอบครัว “ไตรพิพัฒนพงษ์” มารวมตัวทำกิจกรรมอบอุ่น ทั้งสรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคล และรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ในบ้าน โมเมนต์เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความรักแบบนี้ แฟน ๆ เห็นแล้วก็ยิ้มตามกันเลยทีเดียว

นอกจากความอบอุ่นในครอบครัวแล้ว หนุ่มกลัฟยังขอเติมความอิ่มบุญให้เต็มหัวใจ ส่งต่อความรักสู่สังคมด้วยการบริจาคเงินส่วนตัวจำนวน 200,000 บาท กระจายความช่วยเหลือ 4 แห่ง ได้แก่ ศิริราชมูลนิธิ 80,000 บาท, มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก 50,000 บาท, วัดนาหลวง (อภิญญาเทสิตธรรม) 50,000 บาท และบ้านกัญญาภัทร (มูลนิธิเพื่อหมาแมวที่ถูกทอดทิ้ง) 20,000 บาท

      ทั้งอบอุ่น ทั้งอิ่มบุญแบบนี้ บอกเลยว่าปีใหม่ไทยปีนี้ของหนุ่ม “กลัฟ” ทั้งละมุน ทั้งน่ารัก ครบทุกโมเมนต์จริง ๆ

สคส. ขานรับดีอี เร่งเครื่องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ยกระดับ PDPA รองรับ Digital Government

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ขานรับนโยบายการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมดิจิทัลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเร่งดำเนินมาตรการยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อสร้าง “ความเชื่อมั่นด้านข้อมูล” (Data Trust) รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเผยว่า จากทิศทางนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การยกระดับบริการภาครัฐ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ล้วนมี “ข้อมูลส่วนบุคคล” เป็นหัวใจสำคัญของระบบ

การขับเคลื่อนประเทศสู่ดิจิทัล ไม่ได้มีเพียงเทคโนโลยี แต่ต้องมี ‘ความเชื่อมั่นด้านข้อมูลส่วนบุคคล’ เป็นรากฐานสำคัญ สคส. พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐ โดยย้ำว่าการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลต้องอยู่ภายใต้หลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าข้อมูลของตนจะถูกใช้เท่าที่จำเป็น โปร่งใส และปลอดภัย

สคส. พร้อมเร่ง 3 มาตรการหลัก รองรับ Digital Government

1. ยกระดับมาตรฐาน Data Governance ภาครัฐ

กำหนดแนวทางการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานรัฐให้เป็นไปตามกฎหมาย และสอดคล้องกับการพัฒนา “รัฐบาลดิจิทัล” เพื่อให้การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเป็นไปอย่างปลอดภัยและตรวจสอบได้

2. ผลักดันหลักการ “ใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น” (Data Minimization)

เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ ลดความเสี่ยงจากการเก็บหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเกินขอบเขต และสอดคล้องกับหลัก PDPA

3. เสริมความเข้มงวดด้านการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย

เพิ่มการตรวจสอบเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะกรณีที่มีการใช้หรือเชื่อมโยงข้อมูลจำนวนมาก เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านข้อมูลรั่วไหลและการนำไปใช้โดยมิชอบ

พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว PDPA กลไกสำคัญสร้าง “Data Trust ประเทศ” จำเป็นต้องมี “ความเชื่อมั่นด้านข้อมูล” เป็นพื้นฐาน ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562  (PDPA) ถือเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดมาตรฐานการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ

“PDPA ไม่ใช่อุปสรรคของการพัฒนา แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับมาตรฐานข้อมูลส่วนบุคคลของไทยให้ทัดเทียมสากล และสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ”

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ กล่าวย้ำตอนท้ายว่าสคส. ยืนยันความพร้อมในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลของประเทศ โดยย้ำว่าการพัฒนาที่แท้จริงต้องดำเนินควบคู่กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งประเทศไทยก้าวสู่ดิจิทัลมากเท่าไร การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลยิ่งต้องเข้มแข็งมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนมั่นใจ และประเทศสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ปิดม่าน “Maha Songkran World Water Festival 2026” สุดคึกคัก ททท. เผยความสำเร็จคนแห่ร่วมงานกว่า 3 แสนคน สร้างเงินสะพัด 448 ล้านบาท ตอกย้ำไทยหมุดหมายเทศกาลระดับโลก

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยภาพรวมการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 ที่สร้างบรรยากาศคึกคักตลอดการจัดงานตั้งแต่วันที่ 11-15 เมษายน 2569 ณ สวนเบญจกิติ กรุงเทพฯ ดึงดูดผู้ร่วมงานรวมทั้งสิ้น 300,878 คน แบ่งเป็นชาวไทย 123,664 คน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 177,214 คน สะท้อนพลังเสน่ห์ของเทศกาลสงกรานต์ไทยที่ครองใจผู้คนจากทั่วโลก พร้อมสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 448 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการนำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมและเทศกาลประเพณีสู่สายตานานาชาติ เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งเทศกาลระดับโลก

นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่าขอบคุณประชาชนชาวไทยทุกภาคส่วนที่ร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ดูแล ช่วยเหลือและต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยไมตรีจิต รวมทั้งเป็นต้นแบบในการร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์อย่างเหมาะสม พร้อมส่งมอบประสบการณ์อันน่าจดจำ ประทับใจ จนทำให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการท่องเที่ยวและหน่วยงานภาครัฐได้บูรณาการความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง การดูแลความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ดีให้กับประเทศไทย และทำให้เกิดภาพงานสงกรานต์ของประเทศไทยที่น่าประทับใจเผยแพร่ออกไปทั่วโลกโดยมีสื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานบรรยากาศการเฉลิมฉลองแบบเรียลไทม์ พร้อมยกย่องให้เทศกาลสงกรานต์ไทยเป็นหนึ่งในอีเวนต์ระดับโลกที่ยิ่งใหญ่ มีชีวิตชีวา และสะท้อนพลังของวัฒนธรรมไทยได้อย่างโดดเด่น ทั้งนี้ ททท. จะเดินหน้ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษา momentum ของการเดินทาง โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าและประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวสอดคล้องกับนโยบาย “Value over Volume” ภายใต้แนวคิด The New Thailand เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืน

สำหรับการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 โดย ททท. ณ สวนเบญจกิติ กรุงเทพฯ ในวันที่ 11-15 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 300,878 คน แบ่งเป็นชาวไทย 123,664 คน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 177,214 คน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 448 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายภายในพื้นที่จัดงานประมาณ 85.3 ล้านบาท และการใช้จ่ายในพื้นที่โดยรอบรวมถึงภาคการท่องเที่ยวอีก 362.8 ล้านบาท สะท้อนบทบาทของเทศกาลสงกรานต์ในฐานะกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้สู่หลายภาคส่วน

ตลอดการจัดงานทั้ง 5 วันนั้น กิจกรรมไฮไลต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ การแสดงโดรนสุดตระการตากว่า 1,200 ลำ ที่เนรมิตท้องฟ้าเหนือสวนเบญจกิติให้กลายเป็นผืนผ้าใบแห่งแสงสี ถ่ายทอดเรื่องราวความงดงามของสงกรานต์ไทยได้อย่างร่วมสมัย โซนลานเล่นน้ำและคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ตลอดจนการละเล่นและการแสดงทางวัฒนธรรมไทย ซึ่งช่วยเติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุข ความสนุก และเสน่ห์ร่วมสมัยของสงกรานต์ไทยได้อย่างลงตัว นอกเหนือจากความคึกคักของงานดังกล่าวแล้ว ททท. ยังเสิร์ฟความสุขอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรม “Saneh Art by Songkran Festival 2026” ซึ่งเปิดให้เข้าชมทุกวันจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00–20.00 น. ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ชวนทุกคนมาสัมผัสประติมากรรมสุดน่ารักทั้ง 6 ชิ้นงานจากศิลปินและคาแรกเตอร์ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น Cry Baby, Mamuang, 2CHOEY, POORBOY และ TOMATO TWINS ที่จะร่วมกันเปลี่ยนสวนลุมพินีให้กลายเป็นแลนด์มาร์กอาร์ตสุดครีเอทีฟใจกลางเมือง

นอกจากนี้ เทศกาลสงกรานต์ยังคงพร้อมส่งความสุขกันอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย อาทิ ประเพณีก่อพระทรายและวันไหลบางแสน วันที่ 16-17 เมษายน 2569 อำเภอบางแสน จังหวัดชลบุรี, ประเพณีแห่พญายม (สงกรานต์บางพระ) วันที่ 17-18 เมษายน 2569 ณ สวนสาธารณะบางพระ อ.ศรีราชา, งานวันไหลพัทยา 2569 วันที่ 17-19 เมษายน 2569 ณ บริเวณชายหาดพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี, ประเพณีสงกรานต์สำราญใจวันไหลเกาะช้าง วันที่ 19-21 เมษายน 2569 ณ สนามบินเล็ก เกาะช้าง จังหวัดตราด, งานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2569 วันที่ 24-26 เมษายน 2569 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งล้วนสะท้อนเสน่ห์เฉพาะถิ่นและสีสันแห่งการเฉลิมฉลองที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ได้อย่างโดดเด่น ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดของการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้ทางแฟนเพจ Thailand Festival หรือโทร. 1672 Travel Buddy

ปกป้องผิวให้แข็งแรง พร้อมท้าแดด! จบทุกปัญหาด้วย 4 ไอเท็ม จาก Dr.Bek

หน้าร้อนนี้ อย่าปล่อยให้แสงแดดทำร้ายผิวอีกต่อไป Dr.Bek (ด๊อกเตอร์ เบค) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อุดมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ โดย ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ ที่ได้นำองค์ความรู้ด้านศาสตร์ชะลอวัยมาต่อยอดสู่การคิดค้นสูตรเฉพาะของ Dr.Bek เป็น 4 ไอเท็ม เพื่อการบำรุงผิวหน้าอย่างครบทุกขั้นตอน ช่วยฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้าให้กลับมาดูสดใส เสริมเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรง พร้อมล็อกความชุ่มชื้นได้อย่างยาวนาน เผยผิวอิ่มฟู เปล่งปลั่ง สวยครบสูตร ให้คุณมั่นใจได้ในทุกวัน

เริ่มขั้นตอนแรกด้วย Dr.Bek Mela Clear Serum (ด๊อกเตอร์ เบค เมลา เคลียร์ เซรั่ม) อุดมไปด้วยสารสกัดจากส้มสีเลือด 3 สายพันธุ์ (Blood orange) ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าส้มทั่วไปถึง 9 เท่า ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินใหม่ ผสานพลังจากสาหร่ายสีรุ้งออร์แกนิก (Cybright) ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ เผยผิวหน้ากระจ่างใสแบบ Glass Skin พร้อมด้วย MelaZero (เมลาเซโร) นวัตกรรมสารสกัดจากพืชที่ได้รับรางวัลระดับโลก ช่วยสลายเม็ดสีเมลานินที่สะสมอยู่แล้ว เสริมด้วย WK Peptide (ดับเบิลยูเค เปปไทด์) ช่วยลดการอักเสบของผิว และ Natori Vita Complex HD (นาโทริ วิตา คอมเพล็กซ์ เอชดี) วิตามินรวม 12 ชนิด บำรุงลึกเสมือนเติมอาหารผิวครบ 5 หมู่ ช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรงจากภายใน จำหน่าย ขนาด 30 ml ราคาขวดละ 590 บาท

เติมความไบรท์ให้ผิวสู้แดดอีกขั้นด้วย Dr.Bek Vitamin C Super C Bright Up Serum (ด๊อกเตอร์ เบค วิตามิน ซี ซูเปอร์ ซี ไบร์ท อัพ เซรั่ม) เซรั่มวิตามินซีเข้มข้น คัดสรรสารสกัดจาก Kakadu Plum แหล่งวิตามินซีธรรมชาติสูงที่สุด ช่วยบูสต์ผิวกระจ่างใสในรูปแบบเม็ดบีดส์ บำรุงลึกถึงระดับเซลล์ พร้อมปรับสมดุลผิวให้เรียบเนียน ลดการระคายเคือง เหมาะกับทุกสภาพผิวที่ต้องการความโกลว์ จำหน่าย ขนาด 30 ml ราคาขวดละ 420 บาท  

ต่อด้วยตัวช่วยล็อกผิวความชุ่มชื้นอย่างลึกล้ำ ยาวนาน 48 ชั่วโมง Dr.Bek Super Moisturizer 5X Ceramides Cream (ด๊อกเตอร์ เบค ซูเปอร์ มอยเจอร์ไรเซอร์ 5 เอ็กซ์ เซราไมด์ ครีม) ครีมบำรุงผิวที่อัดแน่นด้วยซูเปอร์มอยส์เจอไรเซอร์ พร้อมเซราไมด์เข้มข้น ถึง 5 เท่า ช่วยเสริมเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรง ลดการระคายเคือง ฟื้นฟูผิวไหม้แดดและผิวแห้งกร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เผยผิวอิ่มฟู ดูเรียบเนียน สุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ จำหน่าย ขนาด 30 ml ราคาหลอดละ 390 บาท

ขั้นตอนสุดท้าย ปกป้องผิวหน้าด้วย Dr.Bek Aqua Sunscreen SPF50 PA++++ (ด๊อกเตอร์ เบค อควา ซันสกรีน เอสพีเอฟ 50 พีเอ ++++) กันแดดสูตรน้ำ เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย อ่อนโยนต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน พร้อมบำรุงผิวด้วยสารสกัดจากมะเขือเทศ 5 สี ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ทำให้ผิวดูสว่างกระจ่างใสขึ้นอีก 1 ระดับ สามารถทาทับเมคอัพได้ ไม่เป็นคราบ จำหน่าย ขนาด 30 ml ราคาหลอดละ 390 บาท

เพราะผิวต้องการการบำรุงที่ดีที่สุดในทุกวัน ให้ Dr.Bek ดูแลและปกป้องผิวหน้าของคุณให้แข็งแรง สุขภาพดี สวยครบสูตร พร้อมเผชิญแสงแดดได้อย่างมั่นใจ

 สอบถามรายละเอียดโปรโมชั่นและสั่งซื้อได้ทาง Dr.Bek Official : Facebook, Instagram, Tiktok, Shopee, Line Shopping หรือ แอดไลน์ @drbek

โฮมโปร ผนึกกำลัง MI GROUP ถอดรหัสอินไซต์รักษ์โลก คว้ารางวัล BRONZE จาก MAAT Media Awards 2025 กับแคมเปญ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ตอกย้ำบทบาท “ผู้นำค้าปลีกด้านความยั่งยืน”

ในยุคที่ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือความจำเป็นของโลก คำถามสำคัญไม่ใช่ “แบรนด์จะสื่อสารอย่างไร” แต่คือ “แบรนด์จะทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมลงมือทำจริงได้อย่างไร” และนี่คือจุดเริ่มต้นของแคมเปญ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” หรือ Trade-In

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” ผู้นำธุรกิจ Home Solution and Living Experience พลิกโจทย์สิ่งแวดล้อมให้กลายเป็น “พฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภค” ร่วมกับพันธมิตรสื่อชั้นนำ Media Intelligence Group หรือ MI GROUP (Team Magenta) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวที MAAT Media Awards 2025 ด้วยการคว้ารางวัลระดับ BRONZE จากเวที MAAT Media Awards 2025 ในหมวด BEST USE OF VIDEO (สาขา Screen Non-Cinema) จากแคมเปญรักษ์โลกของโฮมโปร “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” หรือ Trade-In สะท้อนภาพลักษณ์ผู้นำที่ใช้ ‘สื่อ’ เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

จาก “Pain Point” สู่ “Power Move” ของแบรนด์

อินไซต์ที่หลายคนมองข้าม คือ “คนไทยอยากรักษ์โลก…แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร” นี่คือโจทย์ใหญ่ของโฮมโปร เมื่อผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังเผชิญ Pain Point ในการจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้ว ทั้งความเสียดายของเดิม และการขาดความรู้เกี่ยวกับผลกระทบด้านมลพิษหากทิ้งผิดวิธี โฮมโปรจึงไม่หยุดแค่การสื่อสาร แต่สร้างทางเลือกใหม่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมรักษ์โลกได้ง่ายๆ ผ่านแคมเปญ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” หรือ Trade-In พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Closed Loop Circularity) แบบครบวงจร ที่เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ดูไกลตัวให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว และเปลี่ยน “พฤติกรรมเล็กๆ ในบ้าน” ให้กลายเป็น “พลังขับเคลื่อนระดับประเทศ” นี่คืออีกก้าวสำคัญของโฮมโปร เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593

เมื่อ ‘สื่อ’ ไม่ได้มีไว้แค่สื่อสาร แต่มีไว้ “เปลี่ยนพฤติกรรม”

หัวใจของความสำเร็จ ไม่ใช่แค่ “Message” แต่คือ “Medium is the Message” โฮมโปร ในฐานะเจ้าของแคมเปญ ได้สร้างคอนเท้นต์วีดีโอที่ถ่ายทอดแนวคิดผ่าน “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ให้เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ และเชื่อมโยงกับชีวิตจริงของผู้บริโภค ขณะที่พันธมิตรด้านกลยุทธ์สื่ออย่าง MI GROUP ใช้ศักยภาพของสื่อ Screen Non-Cinema จากชิ้นงานวิดีโอ ให้กลายเป็น “Trigger” ที่ไม่เพียงสร้างการรับรู้ แต่กระตุ้นให้เกิดการลงมือทำ จากจอที่คนเคยมองผ่าน กลายเป็นจอที่ทำให้คน “หยุดคิด” และ “เปลี่ยนพฤติกรรม” นี่คือพลังของการผสานระหว่าง Content ที่ใช่ และ Media ที่แม่นยำ ที่ไม่หยุดเพียงแค่การสร้างการรับรู้ (Awareness) แต่ขับเคลื่อนไปสู่ “การลงมือทำ” (Action) ได้จริง อย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อความยั่งยืนต้อง ‘เข้าถึง’ ไม่ใช่แค่ ‘เข้าใจ’

คุณอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” เปิดเผยว่า “โจทย์ของเราไม่ใช่แค่การชวนลูกค้าเอาของเก่ามาแลก แต่คือการเปลี่ยน Mindset คนไทยให้เห็นว่า ‘การทิ้งของเก่าอย่างถูกวิธี’ สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกได้มหาศาล ความท้าทายคือการทำให้เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน เข้าใจและเข้าถึงคนจำนวนมาก ซึ่ง MI GROUP พาร์ทเนอร์สำคัญ ที่ช่วยแปลวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของเรา ออกมาเป็นภาษาที่เข้าถึงผู้บริโภคผ่านกลยุทธ์สื่อ Screen ได้อย่างทรงพลัง พร้อมสร้างประสบการณ์ร่วม (Engagement) ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค รางวัลนี้จึงไม่ใช่แค่ความสำเร็จของงานโฆษณา แต่เป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่า โฮมโปรสามารถนำสื่อยุคใหม่มาเป็นกลไกสร้างโลกใบใหม่ ที่ยั่งยืนไปพร้อมกับลูกค้าได้จริงๆ

รางวัลที่ไม่ใช่แค่ “Recognition” แต่คือ “Direction” ของแบรนด์

เวที MAAT Media Awards 2025 จัดขึ้นภายใต้ธีม “BRANDED MEDIA, Powering Brands through Media Excellence” ไม่ได้วัดแค่ความคิดสร้างสรรค์ แต่เพื่อยกย่องการใช้สื่อที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพสูงสุด และการที่ผลงานของโฮมโปร และ MI GROUP ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้รับรางวัลในครั้งนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของโฮมโปร และเป็นการแสดงบทบาทของสื่อโฆษณายุคใหม่ ที่สามารถเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมได้อย่างแท้จริง พร้อมตอกย้ำจุดยืนที่ชัดเจนว่า หากนึกถึงผู้นำเรื่องการจัดการของเก่าอย่างถูกวิธี ต้องนึกถึง “โฮมโปร” เป็นแบรนด์แรก

#MAATMediaAwards2025 #BRANDEDMEDIA #PoweringBrandsthroughMediaExcellence #แลกเก่าเพื่อโลกใหม่ #TradeIn #โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #homepropr

CHANGE2561 จับมือ Netflix ส่งซีรีส์ไท บุกแพลตฟอร์มระดับโลก เปิดโอกาสให้ผู้ชมทั่วโลกสัมผัสเสน่ห์คอนเทนต์ไทย

เดินหน้าขยายกลยุทธ์เพื่อเข้าถึงผู้ชมให้กว้างไกลยิ่งขึ้นบนแพลตฟอร์มระดับโลก สำหรับ CHANGE2561 บริษัท Content Creator ผู้ผลิตผลงานคุณภาพหลากหลายรูปแบบ ทั้งละคร ซีรีส์ รายการ คอนเทนต์ งานโชว์บิซ และอีเวนต์ รวมถึงการคัดเลือกและพัฒนาศิลปินนักแสดงคุณภาพเข้าสู่วงการ ภายใต้การบริหารงานของ พี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา และ พี่เอส วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย ล่าสุดประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Netflix เตรียมนำซีรีส์ไทย ทั้งแนว BG ( Boy & Girl ) ,BL (Boy’s Love) และ GL (Girl’s Love) ไปสู่สายตาผู้ชมทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงระดับโลก

    สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ จะมีการนำซีรีส์ยอดนิยมจาก CHANGE2561 ทยอยออกอากาศบน Netflix ซึ่งในเดือนเมษายน CHANGE2561 ได้ส่ง 2 งาน ของ “ลูกหมี ปัญญาพัชร” และ “ซอนญ่า ศรัณย์ภัทร์” คือAffair (รักเล่นกล), Harmony Secret (ดีลลับฉบับเล่นเล่ห์) ที่กำลังได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากแฟนคลับทั่วโลก พร้อมทั้ง One Night Stand (คืนเปลี่ยนชีวิต) ส่วนในเดือน พฤษภาคม CHANGE2561 เตรียมส่ง Goddess Bless You from Death (สิงสาลาตาย), Pit Babe The Series (พิษเบ๊บ เดอะ ซีรีส์), Pit Babe The Series 2 (พิษเบ๊บ เดอะ ซีรีส์ 2)เพื่อให้ผู้ชมทั่วทุกมุมโลกได้ติดตามผลงานของคนไทยพร้อมกัน

    นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ CHANGE2561 ในการผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดสากล ให้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยที่พร้อมเติบโตบนเวทีโลก ไม่เพียงเป็นการสร้างการรับรู้ให้กับผลงานของผู้ผลิตไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการถ่ายทอดเสน่ห์ วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของประเทศไทยผ่านเรื่องราวที่เข้าถึงผู้ชมยุคใหม่ทั่วโลก

ครั้งแรกในไทย! ชิงแชมป์จิ๊กซอว์ระดับประเทศ “Thailand Jigsaw Puzzle Championship 2026”19 เม.ย.นี้ @พาราไดซ์ พาร์ค

พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ร่วมกับ สมาพันธ์ จิ๊กซอว์โลก (WJPF) เตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเกมเสริมทักษะงาน “Thailand Jigsaw Puzzle Championship 2026” การแข่งขันต่อ จิ๊กซอว์ครั้งแรกของประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร
โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทเดี่ยว 504 ชิ้น ภายในเวลา 120 นาที และประเภททีม 504 ชิ้น ภายในเวลา 90 นาที นอกจากเกมการแข่งขันสุดท้าทายแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรม “Jigsaw Fun Fair” ให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมสนุกกับเกมต่อจิ๊กซอว์ สะสมตราประทับเพื่อนำไปแลกรับสิทธิ์สอยดาว พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย อีกหนึ่งไฮไลท์ คือ “Jigsaw meets Art” Interactive Art Exhibition ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมต่อ จิ๊กซอว์ผลงานของศิลปินไทย ซึ่งจัดแสดงและเปิดตัวครั้งแรกภายในงานนี้โดยเฉพาะอีกด้วย

อย่าพลาด! มาลุ้น มาสนุก และมาเป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขันจิ๊กซอว์ครั้งแรกของไทย! งาน “Thailand Jigsaw Puzzle Championship 2026” ที่รวมไหวพริบ ความเร็ว และความสนุกไว้ในที่เดียว ในวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. – 16.00 น. ณ ชั้น 3 โซน Beauty & Health ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตาแกรม paradisepark_th และยูทูป paradiseparkchannel

#พาราไดซ์พาร์ค #Paradisepark #สมาพันธ์จิ๊กซอว์โลก #ThailandJigsawPuzzleChampionship2026 #JigsawmeetsArt

Sweet Mullet เดือดรับสงกรานต์เชียงใหม่ รวมตัวไลน์อัพพิเศษ 5 คน เซอร์ไพรส์แฟนเพลง

Sweet Mullet จัดความมันส์รับสงกรานต์เชียงใหม่แบบจัดเต็มในงาน Songkran Fun Fest 2026 ที่เซนทรัลเชียงใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศสุดชุ่มฉ่ำและพลังความเดือดที่แฟนเพลงต่างยกให้เป็นอีกหนึ่งโชว์ไฮไลต์ของเทศกาลปีนี้

ความพิเศษของโชว์ครั้งนี้อยู่ที่การรวมตัวเฉพาะกิจของไลน์อัพสุดพิเศษ เมื่อ “อั๋น-นฤดม” อดีตมือกีตาร์ฝีมือดีของวงขึ้นเวทีมาร่วมแจมกับ เต๋า, แป๊บ, ตี่ และ หมู เติมเต็มซาวด์ดนตรีให้ Sweet Mullet กลายเป็นเวอร์ชัน 5 คน ที่แฟน ๆ ไม่ได้เห็นกันมานาน สร้างความตื่นเต้นและเสียงเฮสนั่น พร้อมเพลงฮิตมาปลุกเอเนอร์จี้คนดูให้โดด เปียก และเดือดไปพร้อมกัน

พร้อมส่งสัญญาณผลงานใหม่ หลังทางวงเริ่มเข้าห้องอัดแล้ว คาดว่าแฟน ๆ เตรียมได้ฟังเพลงใหม่กันในเร็ว ๆ นี้

Photo by @xxgeminxx

sweetmulletband #sweetmullet

genierecords

สงกรานต์คึกคัก! “ดร.รจเรธ ปรีกราน” ควงลูกสาว “โม อมีนา พินิจ” ชวนเช็กอินตลาดยอดพิมาน ปากคลองตลาด ปล่อยคอนเทนต์ปังรับเทศกาล

บรรยากาศเทศกาล สงกรานต์ ปีนี้ยิ่งคึกคัก เมื่อ “ดร.รจเรธ ปรีกราน” ประธานกรรมการบริหาร ควงลูกสาวคนสวย “โม อมีนา พินิจ” ออกตะลุยทำคอนเทนต์ชวนเที่ยว ณ ตลาดยอดพิมาน ปากคลองตลาด แลนด์มาร์คยอดฮิตใจกลางกรุงเทพฯ ที่กำลังกลายเป็นจุดเช็กอินสุดปังในช่วงนี้

ทั้งคู่จัดเต็มทั้งลุคและบรรยากาศ ถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยผ่านคอนเทนต์สุดสร้างสรรค์ ชวนแฟนๆ ออกมาเก็บภาพความประทับใจในช่วงวันหยุดยาว ท่ามกลางฉากหลังที่ผสมผสานความคลาสสิกและวิถีชีวิตไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างลงตัว

สำหรับใครที่ยังไม่มีแพลนเที่ยวช่วงสงกรานต์ บอกเลยว่าห้ามพลาด ตลาดยอดพิมาน ปากคลองตลาด เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องมุมถ่ายรูปสุดชิค โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่ความสวยเพิ่มขึ้นแบบคูณสิบ

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ มุมดอกไม้สีสดจากตลาดดอกไม้ชื่อดังที่ช่วยเพิ่มความละมุนให้ทุกภาพ ฉากสไตล์ไทยย้อนยุคที่ให้ฟีลนางสงกรานต์แบบตัวแม่ รวมถึงวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่แสงยามเย็นสวยจับใจ และยิ่งเพิ่มความปังเมื่อแต่งกายด้วยชุดไทยหรือชุดลายดอก รับรองว่าคอนเทนต์พุ่งแรงแน่นอน

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโลเคชันที่ตอบโจทย์สายคอนเทนต์และสายท่องเที่ยวในช่วง สงกรานต์ นี้แบบครบจบในที่เดียว ทั้งสวย ทั้งสนุก และได้กลิ่นอายความเป็นไทยอย่างแท้จริง

ไม้เซลฟี่ตัวจริงต้องยกให้ภรรยา ! “บอย อนุวัฒน์” เทียบช็อตถ่ายรูปสุดพีคเจอ “เจี๊ยบ พิจิตตรา” ยิงทีเดียวหล่อหลุดโฟกัส

จากช็อตหวานริมทะเล สู่คอนเทนต์เรียกเสียงฮา เมื่อสามีขอพักตำแหน่ง “ไม้เซลฟี่ประจำบ้าน” แล้วลองให้ภรรยาถ่ายบ้าง…แต่ผลลัพธ์คือคนละเรื่อง! เรียกว่าทะเลยังหวานไม่เท่าคู่นี้! สำหรับคู่รักสายฮา “บอย อนุวัฒน์” และ “เจี๊ยบ พิจิตตรา” ที่ล่าสุดปล่อยคลิปเปรียบเทียบชัด ๆ ระหว่าง “แฟนถ่ายให้ vs เราถ่ายให้แฟน” ทำเอาแฟน ๆ ขำกันทั้งไทม์ไลน์

เริ่มจากฝั่ง “ผมถ่าย” ที่บอยโชว์สกิลไม้เซลฟี่ขั้นเทพ เก็บครบทั้งแสงเย็นพระอาทิตย์ตก มุมหน้าเป๊ะ ผิวสวย ละมุนจนเหมือนภาพพรีเวดดิ้งเบา ๆ เรียกว่านี่แหละมือโปรตัวจริงของบ้าน

แต่พอถึงคิว “เธอถ่าย” เท่านั้นแหละ…ภาพเปลี่ยนทันที! ทั้งมุมเอียง แสงหลุด โฟกัสไม่มา บางช็อตถึงขั้นมืดเหมือนกำลังถ่ายหนังผี 😂 งานนี้พี่บอยถึงกับแคปชั่นแซวตัวเองว่า

“เมื่อไม้เซลฟี่อย่างเรา อยากลองถ่ายรูปบ้าง… สรุปใครกันแน่ควรเป็นไม้เซลฟี่…”
https://www.instagram.com/reel/DXIqykqElj_/?igsh=NWY2NXBlZm42cW9q

 ปิดท้ายด้วยช็อตเด็ดที่เจี๊ยบหลับตาพริ้มพร้อมอีโมจิง่วงนอน ทิ้งบอยยืนยิ้มหล่ออยู่ข้าง ๆ แบบงง ๆ ทำเอาแฟน ๆ แห่คอมเมนต์สนั่นว่า “สรุปแล้วพี่บอย…ทำหน้าที่ต่อไปนะคะ อย่าพึ่งลาออก!”