รับอั่งเปาความสวยต้อนรับตรุษจีน! “ไนล์ – น้ำหวาน” ออร่ามงคลพุ่งแรง เคมีเคใจที่ลงตัว

ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีนี้แบบสดใสสุด ๆ เมื่อสองสาว “ไนล์ ชนิดาภา – น้ำหวาน ณัฐชยา” ปล่อยภาพแฟชั่นเซ็ตพิเศษในลุคโทนสีฟ้า–ชมพูละมุนตา แต่แอบซ่อนความมงคลแบบจัดเต็ม

ความพิเศษของเซ็ตนี้ไม่ได้อยู่แค่เสื้อผ้า แต่คือ “เคมี” ของทั้งคู่ที่บาลานซ์กันพอดีแบบธรรมชาติ หนึ่งนิ่ง หนึ่งหวาน หนึ่งสง่า หนึ่งละมุน แต่พออยู่เฟรมเดียวกันกลับส่งพลังที่ทำให้สายตาแทบละไปไหนไม่ได้

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเซ็ตภาพต้อนรับตรุษจีนที่ทั้งสวย เฮง และอบอวลไปด้วยความสดใส ใครเห็นก็ต้องยิ้มตาม พร้อมส่งต่อคำอวยพรให้ปีนี้เป็นปีแห่งความสุข ความสำเร็จ และความปังตลอดทั้งปี

NileNamwan #ไนล์น้ำหวาน

Nilechanii #Namwantrbl

“Vamp Politics”  ทุ่มเพื่อรัก!!! สร้างโลงศ_พจริงเข้าฉาก ใน MV “Charisma”พร้อมถ่ายทอด 5 เรื่องราวความรักต้องห้าม

Vamp Politics”  (มาร์ติน, บุ๊ค, บาส, กัตต, สปาร์ค) ทุ่มเพื่อรัก!!! ใช้โลงศ_พจริงเข้าฉาก ใน MV “Charisma” พร้อมถ่ายทอด 5 เรื่องราวความรักต้องห้าม ที่แสนหอมหวาน จนไม่อาจปล่อยวาง
โดยเฉพาะ “มาร์ติน” นักร้องนำ ที่ถึงขั้นนำโรงศ_พของจริง จากสุริยา หีบศพ ซึ่งเป็นกิจการของที่บ้าน
มาเข้าฉากเพื่อความสมจริงอีกด้วย โดยมาร์ตินกล่าวว่า

“แอบรู้สึกปลื้มมากๆครับ คิดว่าจะเป็นงานหนักของเพื่อนๆด้วย เพื่อนๆไม่เคยแสดงอะไรแบบนี้มาก่อนแต่ว่าตัวผมเคยผ่านมาบ้าง ผมก็จะไปยืนเชียร์เพื่อนๆตอนถ่ายตลอดคิดว่าต้องหลายเทคแน่ๆ แต่กลายเป็นว่าทุกคนทำได้ดี ถ่ายแค่ 2 เทคก็ผ่าน  ส่วนในพาร์ทของตัวเอง ดีใจครับที่ได้เห็นกิจการของที่บ้านอยู่ในเอ็มวีด้วย เป็นโลงจริงที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในเอ็มวีนี้โดยเฉพาะ ตอนนอนในโลงก็แอบมีขนลุก แล้วก็แอบมีตื่นเต้นนิดๆครับตอนเข้าซีนกับนางเอก ทำตัวไม่ถูก เพราะเค้าเป็นมืออาชีพส่วนผมเป็นมือสมัครเล่น พอไปเจอก็แอบเกร็งๆนิดๆ แต่ว่าพี่เค้าก็มีความเป็นกันเองกับพวกผมมาก พวกผมก็ผ่อนคลายลงไปเยอะ เอ็มวีออนแล้วไปชมกันได้ครับ

รับชม MV เพลง “Charisma” ศิลปิน Vamp Politics ได้แล้ววันนี้ทาง YOUTUBE: Vamp Politics และติดตามข่าวสารของพวกเขาได้ที่ IG: @vamp.politics

Link MV: https://youtu.be/y6esRE5Rl6c?si=uRw1pXJ4tjPKWvj7

ติดตามความเคลื่อนไหวของ Talent Management ได้ Instagram, TikTok: @tmofficialth และ Facebook, YouTube: Talent Management

แฟนคลับเชียร์กันสุดพลัง! กีฬาสีไอดอลยกค่าย “BNK48 & CGM48 Sports Day 2026: War of Goddess” แจกความสดใสเต็มสนาม

ปิดจบความสนุก สำหรับกีฬาสี BNK48 & CGM48 Sports Day 2026: War of Goddess” จากค่าย iAM การรวมไอดอลกว่า 60 คนมาแข่งกีฬาวัดความเป็นหนึ่ง ซึ่งแบ่งเป็นสองทีม ได้แก่ ทีม “Athena” และทีม “Artemis” โดยแต่ละทีมมีอดีตนักกีฬาระดับล่าเหรียญรางวัลมาแข่งขันวัดพลังกันอย่างสนุกสุดเหวี่ยง ไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ISLAND HALL ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ที่ผ่านมา

            เปิดสนามด้วยโชว์มินิคอนเสิร์ตจาก BNK48 & CGM48 ให้ได้ชมกันแบบเรียกน้ำย่อย ตามด้วยการเปิดตัวนักกีฬาของทั้งสองทีมได้แก่ ทีม “Athena” และทีม “Artemis” เริ่มการแข่งขันอย่างตึงโดยแต่ละทีมมีการวางแผนคัดเลือกนักสู้ตัวตึงมาลงสนาม โดยกีฬาทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่ วิ่งผลัด 4×100 m , Badminton, Dodge Ball,  ขี่ม้า (ชุดเป่าลม) และ Futsal เรียกว่ามีทั้งกีฬาจริงจัง และกีฬาเอาฮา ซึ่งเหล่าไอดอลก็งัดสกิลแข่งขันกันสุดพลัง เล่นกันอย่างดุเดือดทุกเกม มีทั้งความสนุกสนาน และเสียงหัวเราะกันตลอดงาน โดยผลการแข่งขันทีมชนะได้แก่ ทีม “Artemis” ได้รับเหรียญ และถ้วยรางวัล พร้อมเงินจำนวน 150,000 บาท ส่วนทีม ทีม “Athena” ได้รับเงินรางวัลจำนวน 30,000 บาท

ปิดท้ายด้วยการประกาศสมาชิก BNK48 ทั้งหมด  8 คน ได้แก่ โรส, ลูกศร, น้ำมนต์, อาหลี, ฮูพ, แนล, แพรว, สาวน้อย ที่จะร่วมทำเพลงโปรเจกต์คอลแลปครั้งใหญ่ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นBNK48 x ลำไย ไหทองคำ x Tatuya Ishii (ทัตสึยะ อิชิอิ) และเซอร์ไพรส์โปรเจกต์โซโล่เดี่ยวเพลง “Yume de Kiss me!” โดย “แพนเค้ก BNK48” ติดตามได้เร็วๆ นี้ พร้อมทั้งประกาศตำแหน่งกัปตันทีม BIII “มารีน BNK48” และกัปตันทีม NV “เอ็มมี่ BNK48”

#BNK48CGM48SportsDay2026 #BNK48 #CGM48

ไดกิ้น ส่งมอบ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลเมืองคง จังหวัดนครราชสีมา ยกระดับต้นแบบศูนย์การเรียนรู้คุณภาพอากาศในอาคาร ผนึกความร่วมมือรัฐ-ท้องถิ่น-วิชาการ สร้างสภาพแวดล้อมปลอดภัยเพื่อเด็กปฐมวัย

ไดกิ้น เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านนวัตกรรมเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ส่งมอบ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ต้นแบบศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคารระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลเมืองคง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อยกระดับมาตรฐานสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ให้ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ พร้อมผลักดันองค์ความรู้และแนวทางการบริหารจัดการคุณภาพอากาศอย่างยั่งยืน

โครงการ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” จังหวัดนครราชสีมา เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐในมิติสาธารณสุข หน่วยงานท้องถิ่น และภาควิชาการ โดยสมาคมส่งเสริมคุณภาพอากาศในอาคาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกับภาคเอกชน อย่าง “ไดกิ้น” เพื่อรับมือปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทยต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ปิดเป็นเวลานาน ขณะที่สภาพอากาศภายนอกทำให้ไม่สามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้เต็มที่ ส่งผลให้เกิดการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคติดต่อจากการระบายอากาศที่ไม่เหมาะสม ซึ่งทั้งหมดล้วนกระทบต่อสุขภาพ พัฒนาการ และการเรียนรู้ของเด็กในระยะยาว

ภายในพิธีรับมอบโครงการ ได้รับเกียรติจาก นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผู้แทนฝ่ายบริหารเป็นประธานในงาน พร้อมด้วยผู้แทนจากภาควิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการยกระดับมาตรฐาน “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ให้เกิดการใช้งานจริงและสามารถดูแลต่อเนื่องได้ในพื้นที่ นอกจากการรับมอบพื้นที่ต้นแบบแล้ว กิจกรรมยังถูกออกแบบให้เป็นเวทีถ่ายทอดองค์ความรู้ ตั้งแต่ภาพรวมการจัดการคุณภาพอากาศในอาคาร ไปจนถึงแนวนโยบายและเกณฑ์การรับรองห้องปลอดฝุ่น เพื่อให้ครู ผู้ดูแล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจหลักคิด วิธีปฏิบัติ และการติดตามผลได้อย่างเป็นระบบ

นายคาสุฮิสะ ฮินาสึ กรรมการบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงเจตนารมณ์ของไดกิ้นว่า บริษัทมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการส่งมอบ “อากาศที่ดี” ในระดับโลก และในประเทศไทยได้ดำเนินธุรกิจเคียงคู่สังคมมาอย่างยาวนาน ด้วยความตั้งใจที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านนวัตกรรมด้านอากาศ ภายใต้แนวคิด “Perfecting the Air – สร้างอากาศดีเพื่อคุณ” ซึ่งให้นิยามของอากาศที่ดีไว้มากกว่าความเย็นสบาย แต่ต้องเป็นอากาศที่สะอาด ปลอดภัย และส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง โดยเฉพาะสำหรับเด็กเล็กที่ต้องเติบโตและเรียนรู้ในช่วงวัยสำคัญที่สุดของชีวิต

เพื่อให้ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” เป็นมากกว่าห้องเรียนที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ โครงการต้นแบบในจังหวัดนครราชสีมา จึงเน้นการวางระบบบริหารจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคารอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดการการหมุนเวียนอากาศ การควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ไปจนถึงการกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กก่อนอากาศจากภายนอกจะเข้าสู่ห้องเรียน โดยติดตั้งระบบระบายอากาศควบคู่กับระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยกรอง PM2.5 และมลพิษจากภายนอก พร้อมสนับสนุนการระบายอากาศให้เหมาะสมกับพื้นที่ปิดที่มีเด็กอยู่รวมกันเป็นเวลานาน อีกทั้งเสริมด้วยระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถเฝ้าระวังและบริหารจัดการได้ต่อเนื่องในระยะยาว

นายคาสุฮิสะ ฮินาสึ ย้ำว่า การส่งมอบคุณภาพอากาศที่ดีจำเป็นต้องเดินควบคู่ “ความยั่งยืน” โดยบริษัทตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 (Net Zero Emissions by 2050) และมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นระบบระบายอากาศและระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูง เพื่อให้หน่วยงานและชุมชนสามารถยกระดับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว ทั้งในมิติสุขภาพของเด็กและเยาวชน และในมิติการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม

ท้ายที่สุด “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลเมืองคง จังหวัดนครราชสีมา จึงถูกวางบทบาทให้เป็นต้นแบบศูนย์การเรียนรู้ที่หน่วยงานในพื้นที่สามารถเข้ามาศึกษาแนวทางการออกแบบ การติดตั้ง การดูแล และการติดตามผลของระบบคุณภาพอากาศภายในอาคารได้จริง เพื่อขยายผลสู่ศูนย์เด็กเล็กและสถานศึกษาอื่น ๆ ต่อไป โดยไดกิ้นพร้อมร่วมมือกับภาครัฐ ท้องถิ่น และภาควิชาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนมาตรฐานคุณภาพอากาศในอาคารที่ปลอดภัย ยั่งยืน และเอื้อต่อการเติบโตของเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของประเทศ

JGAB 2026 ชูโซนไฮไลต์ “International Pavilions” รวมความเป็นเลิศจากทั่วโลก พร้อมเตรียมเปิดฟีเจอร์ใหม่ “Gold Street” สร้าง The Ultimate Sourcing Hub ไว้ในฮอลล์เดียว

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 (JGAB 2026) เตรียมเปิดพื้นที่ต้อนรับผู้ซื้อและผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับ ด้วยโซนไฮไลต์ “International Pavilions”
ที่รวมความเป็นเลิศด้านงานฝีมือ คุณภาพการผลิต และนวัตกรรมที่โดดเด่นจากทั่วโลก มอบประสบการณ์และโอกาสการจัดหาสินค้าที่ครบวงจร ในแบบ The Ultimate ASEAN Jewellery and Gemstone Sourcing Hub พร้อมเปิดฟีเจอร์ใหม่ “Gold Street” เส้นทางทองคำที่มาเติมเต็มมิติการชมงานและโอกาสทางธุรกิจให้เป็นจริงยิ่งขึ้น

Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22–25 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าแล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ผู้จัดงานwww.jewellerygemaseanbkk.com

ความพิเศษของโซน International Pavilions ทำให้งาน JGAB 2026 ในปีนี้แตกต่างและน่าค้นหามากขึ้น ภายในแต่ละโซนจะรวบรวมจุดแข็งของแต่ละตลาดอัญมณีและเครื่องประดับเพื่อให้ผู้ซื้อได้เลือกสรรตามความต้องการ ทั้งประสบการณ์ความคุ้มค่า ดีไซน์ งานฝีมือ ไปจนถึงนวัตกรรมและรูปแบบการนำเสนอสินค้า
พร้อมเปลี่ยนให้การเดินงานครั้งนี้เป็นเหมือน “ศูนย์กลางจัดหาสินค้าเครื่องประดับ” จากทั่วโลก—The Ultimate Sourcing Hub ที่ถูกรวบรวมไว้ในฮอลล์เดียว

ASEAN Pavilion | ดีไซน์ร่วมสมัยและงานฝีมือเชิงวัฒนธรรม ในราคาที่เหมาะสมเพื่อโอกาสทางธุรกิจ ภายใต้ศักยภาพการผลิตที่คุ้มค่า ควบคู่กับสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับเงินที่หลากหลาย โดยรวบรวมผู้ผลิตจากอาเซียน ซึ่งนำเสนอทั้งดีไซน์ร่วมสมัย งานฝีมือเชิงวัฒนธรรม และสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ตอบโจทย์ผู้ซื้อในหลายระดับราคาและหลายกลุ่มตลาด พร้อมช่วยให้ผู้ซื้อมองเห็น “ทางเลือกที่เปิดกว้าง” ตั้งแต่ชิ้นงานที่ขายได้จริง ไปจนถึงชิ้นงานที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์

China Pavilion | โดดเด่นด้วย Packaging & Lab-grown Diamonds ที่ครอบคลุม ชูความแข็งแกร่งด้านบรรจุภัณฑ์ (Packaging) และเพชรสังเคราะห์ (Lab-grown Diamonds) ที่ครอบคลุมทั้งคุณภาพและช่วงราคา พร้อมนำเสนอสินค้าผ่าน Live Streaming Commerce ให้ผู้ซื้อรับชมการสาธิตแบบเรียลไทม์ สามารถสื่อสารกับผู้ผลิตโดยตรง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดเลือกสินค้า—ทำให้การตัดสินใจ
“ไวขึ้นและง่ายขึ้น”
แม้อยู่ท่ามกลางตัวเลือกมากมาย

Sri Lanka Pavilion | World-class Sapphires จาก ‘Mine to Masterpiece’ นำเสนอไพลินคุณภาพระดับโลก (World-class Sapphires) พร้อมถ่ายทอดเส้นทางตั้งแต่เหมือง มาสู่ผลงานเครื่องประดับสำเร็จรูป (Mine to Masterpiece) ที่สะท้อนเอกลักษณ์ทั้งด้านสีสัน คุณภาพ และมรดกการเจียระไนที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน—เหมาะกับผู้ซื้อที่อยากเห็นสตอรี่ “เรื่องราวของที่มา” ควบคู่กับความงดงามของพลอยสี

Japan Pavilion | Made in Japan พร้อมคุณค่าจากประวัติศาสตร์ที่พิถีพิถัน จัดแสดงไฟน์จิวเวลรี่
(Fine Jewellery) และไข่มุก (Pearls) คุณภาพสูงภายใต้มาตรฐาน “Made in Japan” ที่โดดเด่นทั้งความประณีต เทคโนโลยีการผลิต และศิลปะช่างขั้นสูง พร้อมนำเสนอ Second-hand Jewellery และ Antique Jewellery ที่มีคุณค่าด้านความหายาก ประวัติศาสตร์ และการอนุรักษ์อย่างพิถีพิถัน—มาเติมมิติแง่คุณค่าที่ “อยู่เหนือกาลเวลา” ให้การจัดหามีความพรีเมียมและหายากในคราวเดียว

Gold Street: ฟีเจอร์ใหม่ที่เปิดเส้นทางให้ทอง “เดินเข้าหาคนซื้อ” ได้ง่ายขึ้น

Gold Street ฟีเจอร์ใหม่ของ JGAB 2026 ที่ตั้งใจออกแบบให้เป็นโซนเฉพาะทางด้านทองคำและเครื่องประดับทอง โดยวางบรรยากาศให้เป็นเหมือนถนนสายทองคำที่รวมคอลเลกชันเด่น วัสดุคุณภาพ ดีไซน์ที่หลากหลาย และโซลูชันที่ทำให้ธุรกิจต่อยอดได้ เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถเลือกสรรได้ง่ายขึ้น ทั้งในมุมสินค้าและแรงบันดาลใจ

ผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า (Visitor Pre-Registration) ได้ที่เว็บไซต์งานwww.jewellerygemaseanbkk.com

หรือดูรายละเอียดและติดข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง
Website: https://jewellerygemaseanbkk.com
Facebook: https://www.facebook.com/JGABThailand
IG: https://www.instagram.com/jewelleryandgemaseanbangkok/
LinkedIn: https://www.linkedin.com/in/jewellery-and-gem-asean-bkk/
Line: https://lin.ee/cp9sd85

สคส. มอบเพลง “Romance Scam” รับวันวาเลนไทน์ รณรงค์เตือนภัยรักออนไลน์ หลังพบความเสียหายสะสมกว่า 1.97 พันล้านบาท

เนื่องในโอกาสวันวาเลนไทน์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) จัดทำบทเพลง “Romance Scam” เพื่อใช้เป็นสื่อรณรงค์เตือนภัยประชาชนให้ตระหนักถึงความเสี่ยงจากมิจฉาชีพในรูปแบบหลอกลวงเชิงความสัมพันธ์ (Romance Scam) ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในสังคมออนไลน์ โดยมุ่งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านรูปแบบการสื่อสารที่เข้าถึงง่ายและสอดคล้องกับพฤติกรรมของประชาชนในยุคดิจิทัล

ข้อมูลจากศูนย์บริหารการรับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2565 ถึง 31 มกราคม 2569 พบคดี Romance Scam รวม 7,158 คดี สร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1,970,755,281 บาท สะท้อนให้เห็นถึงภัยไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง

สคส. จึงนำแนวคิดการใช้บทเพลงเป็นสื่อกลางในการสื่อสารสาธารณะ โดยบทเพลง “Romance Scam” ผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการใช้วิจารณญาณก่อนเปิดเผยข้อมูลหรือทำธุรกรรมกับบุคคลที่ไม่รู้จัก ทั้งนี้ การจัดทำบทเพลงดังกล่าวไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน

ประชาชน หน่วยงาน และองค์กรที่สนใจ สามารถนำบทเพลง “Romance Scam” ไปเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ในการสร้างการรับรู้แก่สังคมได้โดยไม่ต้องขออนุญาต อย่างไรก็ตาม ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์

สามารถรับฟังและรับชมบทเพลง “Romance Scam” ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/share/v/1GkcXijMFW/

YouTube : https://youtu.be/h6pvR6pv784?si=PGMRibdc6Kta7ea_

เครดิตเพลง Romance Scam
Executive Producer : วีรินทร์ อรวัฒนพันธุ์
Producer : ภควัต เพชรเพ็ง
AI : Suno

PDPC #PDPA #สคส

ข้อมูลส่วนบุคคล #ข้อมูลรั่วไหลเป็นศูนย์

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

RomanceScam #Valentine

ซูเลียน จับมือ อำเภอบางบัวทอง ชวนคู่รักกว่า 30 คู่ เริ่มต้นชีวิตคู่ในวันวาเลนไทน์ จัดจดทะเบียนสมรสสุดอบอุ่น หวานเกินต้าน

วันวาเลนไทน์ปีนี้อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก เมื่อ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด จับมือ อำเภอบางบัวทอง จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสให้กับ คู่รักจำนวน 50 คู่ เพื่อร่วมจารึกช่วงเวลาสำคัญของการเริ่มต้นชีวิตคู่ในวันวาเลนไทน์ ณ เฟิร์ส อเวนิว ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นกันเอง และเปี่ยมด้วยความหมาย เพื่อให้วันแห่งความรักไม่ใช่เพียงวันแห่งการบอกรัก แต่เป็นวันที่หัวใจสองดวงได้ยืนยันความผูกพัน และก้าวสู่การเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างเป็นทางการ

ภายในงาน คู่รักที่เข้าร่วมจดทะเบียนสมรสจะได้รับ บริการถ่ายภาพที่ระลึกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อม กรอบรูปทะเบียนสมรส เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำจากวันพิเศษ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสร้างสีสันตลอดทั้งงาน อาทิ การลุ้นรับ รางวัลเงินสดรวม 5 รางวัล มูลค่า 3,000 – 8,000 บาท รวมถึงรางวัลพิเศษที่เตรียมไว้เพื่อเติมเต็มรอยยิ้มและความสุขให้กับคู่รักทุกคู่ เพื่อให้ช่วงเวลาสำคัญนี้กลายเป็นความทรงจำอันงดงาม และเป็นก้าวแรกของการสร้างครอบครัวที่มั่นคงและอบอุ่น

นางสาวอรวรางค์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ประเทศไทย บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเริ่มต้นชีวิตคู่คือการตัดสินใจครั้งสำคัญของชีวิต การได้เห็นคู่รักจำนวนมากเลือกจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ สะท้อนถึงพลังของความรัก ความเชื่อมั่น และความตั้งใจในการก้าวเดินไปข้างหน้าร่วมกัน ซูเลียนรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาที่เปี่ยมด้วยความหมายนี้”

สำหรับกิจกรรมในปีนี้ มีคู่รักเข้าร่วมงานกว่า 30 คู่ นอกจากพิธีจดทะเบียนสมรสแล้ว ยังมีของขวัญพิเศษมอบให้แก่คู่รักที่มาร่วมงาน รวมเป็นรางวัลเงินสด 5 รางวัล ได้แก่ รางวัลเงินสด 3,000 บาท จำนวน 2 รางวัล, รางวัลเงินสด 4,000 บาท จำนวน 1 รางวัล, รางวัลเงินสด 5,000 บาท จำนวน 1 รางวัล และรางวัลเงินสด 8,000 บาท จำนวน 1 รางวัล

โดยคู่รักผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลเงินสด 8,000 บาท ได้แก่ นายวิศว ท้วมรอด และ นางสาวชนัสพร ชนะไพรี ซึ่งเปิดเผยว่า รู้สึกขอบคุณ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด และ อำเภอบางบัวทอง ที่จัดกิจกรรมดี ๆ ในครั้งนี้ ถือเป็นวันเริ่มต้นชีวิตคู่ที่มีความหมายอย่างยิ่ง ทั้งสองคบหาดูใจกันมานาน 8 ปี และกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ จึงตั้งใจมาจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ เพื่อให้เป็นวันแห่งความรักที่มีความทรงจำพิเศษตลอดไป

ด้าน นายไพโรจน์ จึงธนาเจริญ เปิดเผยว่า อำเภอบางบัวทองได้ร่วมกับบริษัทซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสวันวาเลนไทน์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แล้ว โดยกระแสตอบรับจากคู่รักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี พร้อมแสดงความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นชีวิตคู่ของทุกคู่ และขออวยพรให้มีความรักที่ยืนยาวมั่นคงตลอดไป พร้อมยืนยันว่าจะร่วมกันจัดกิจกรรมนี้ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีต่อไป.

กิจกรรมจดทะเบียนสมรสในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการจดบันทึกความรักตามขั้นตอนทางกฎหมาย หากแต่เป็นการจารึกความผูกพัน ความเข้าใจ และคำมั่นสัญญาของหัวใจสองดวงที่พร้อมจะดูแลกันและกันตลอดเส้นทางชีวิต สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของ ซูเลียน และ อำเภอบางบัวทอง ในการร่วมส่งเสริมสถาบันครอบครัว และร่วมสร้างสังคมที่เปี่ยมด้วยความอบอุ่น ความรัก และความหวังอย่างแท้จริง

โฮมโปร–เมกาโฮม มอบทองคำแท่งผู้โชคดี ภายใต้แคมเปญ “แจกทอง 29 บาท-เครื่องใช้ไฟฟ้า 29 รางวัล”ตอกย้ำความสุขทุกครั้งที่ได้มาช้อป!

โฮมโปร ร่วมกับ เมกาโฮม เดินหน้าส่งมอบความสุขแทนคำขอบคุณให้กับลูกค้าทั่วประเทศ
ผ่านแคมเปญ “โฮมโปร ฉลอง 29 ปี และเมกาโฮม ครบรอบ 12 ปี แจกทอง 29 บาท” สะท้อนความตั้งใจในการตอบแทนทุกความไว้วางใจที่มีให้กันมาอย่างต่อเนื่อง  

นายณัฐวัฒน์ ทองอินทราช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานปฏิบัติการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร เป็นผู้แทนมอบรางวัล ทองคำแท่งน้ำหนัก 5 บาท
ให้แก่ คุณนันทิญา เลิศไตรกุล นักช้อปตัวจริงผู้โชคดีจากแคมเปญ “โฮมโปร ฉลอง 29 ปี และเมกาโฮม ครบรอบ 12 ปี แจกทอง 29 บาท” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างคึกคัก มียอดสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลสะสมรวมกว่า 13 ล้านสิทธิ์จากลูกค้าทั่วประเทศ แคมเปญฯ นี้ จัดขึ้น ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่มากกว่าความคุ้มค่าในทุกการช้อป” เพราะเชื่อว่า ความสุขจากการซื้อของเข้าบ้านไม่ควรจบเพียงที่หน้าร้าน
แต่ควรเป็นรอยยิ้มและประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับกลับไป และเพื่อส่งมอบของขวัญแทนใจแก่ลูกค้าที่ร่วมเติบโตเคียงข้างแบรนด์มาต่อเนื่อง และเติมเต็มทุกความไว้วางใจ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตที่
“ดียิ่งขึ้น” ในทุกวัน

สำหรับรางวัลภายในแคมเปญ ประกอบด้วย

  • รางวัลที่ 1 ทองคำแท่ง 5 บาท      จำนวน 1 รางวัล             มูลค่า 273,600 บาท
  • รางวัลที่ 2 ทองคำแท่ง 2 บาท      จำนวน 3 รางวัล             มูลค่ารางวัลละ 109,440 บาท
  • รางวัลที่ 3 ทองคำแท่ง 1 บาท      จำนวน 11 รางวัล           มูลค่ารางวัลละ 54,720 บาท
  • รางวัลที่ 4 ทองคำแท่ง 2 สลึง       จำนวน 14 รางวัล           มูลค่ารางวัลละ 27,350 บาท

นอกจากนี้ ยังมีของรางวัลพิเศษในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้ารวม 29 รางวัล มูลค่ารวม 665,137 บาท อาทิ โทรทัศน์จอใหญ่ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว เพื่อเติมเต็มความสะดวกสบายและความสุขให้ทุกครอบครัวอย่างครบครัน

โฮมโปรและเมกาโฮม มุ่งมั่นพัฒนาประสบการณ์เรื่องบ้านให้ตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิต พร้อมเดินหน้าเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเชื่อใจ และเติบโตเคียงข้างกันอย่างยั่งยืนในทุกวัน

#โฮมโปรครบรอบ29ปี #เมกาโฮมครบรอบ12ปี #HomePro #โฮมโปร #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #เมกาโฮม #MegaHome #เมกาโฮมศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่าง #ครบเรื่องบ้านและงานช่าง #homepropr

มูลนิธิเพื่อเด็กและคนพิการ ประกาศรางวัลการประกวดเขียนเรียงความดึง “อาย-กมลเนตร” “เต็ก-ชัยรัตน์” เจ้าของ กาหลมหรทึก ร่วมเสวนา

มูลนิธิเพื่อเด็กและคนพิการ จัดงานประกาศผลรางวัล การประกวดเขียนเรียงความเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษา และความคิดสร้างสรรค์ ประจำปี 69 พร้อมดึง 2 ดารา-นักเขียนดัง อาย-กมลเนตร เรืองศรี เต็ก-ชัยรัตน์ พิพิธพัฒนาปราปต์ เจ้าของผลงาน กาหลมหรทึก ร่วมขึ้นเวทีเสวนา พร้อมมอบทุนการศึกษา นักเรียนด้อยโอกาส, นิสิต, นักศึกษา ฯลฯ

มูลนิธิเพื่อเด็กและคนพิการ โดยการสนับสนุน ของ บริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน) จัดงานประกาศผลรางวัล การประกวดเขียนเรียงความเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษา และความคิดสร้างสรรค์ ของเด็กและเยาวชน ชิงทุนการศึกษา ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 (รับโล่เกียรติยศ จากท่านองคมนตรี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย) พร้อมจัดการเสวนา โดย คุณอาย-กมลเนตร เรืองศรี นักแสดงหญิงชื่อดัง, คุณเต็ก-ชัยรัตน์ พิพิธพัฒนาปราปต์ เจ้าของผลงาน กาหลมหรทึก และ อาจารย์ธรรมวัฒน์ พัฒนาสุทธินนท์ จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมการมอบทุนการศึกษา ให้กับ นักเรียนด้อยโอกาส, นิสิต, นักศึกษา ฯลฯ

นายเอกกมล แพทยานันท์ ประธานมูลนิธิเพื่อเด็กและคนพิการ กล่าวว่า มูลนิธิเพื่อเด็กและคนพิการ ตระหนักถึงความสำคัญของภาษาไทยและการพัฒนาทักษะการเขียนของเด็กและเยาวชน มูลนิธิฯ จึงจัดโครงการเขียนเรียงความ เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาและความคิดสร้างสรรค์ของเด็กและเยาวชน ชิงทุนการศึกษา ครั้งที่ 2 เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนักรักษ์ในภาษาไทย และเป็นเวทีในการแสดงความคิด ทัศนคติของตนเองถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวอย่างสร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการเขียนเรียงความที่ถูกต้องตามหลักภาษาไทย

โครงการประกวดการเขียนเรียงความ เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาและความคิดสร้างสรรค์ ของเด็กและเยาวชน ชิงทุนการศึกษา ครั้งที่ 2 (รับโล่รางวัลเกียรติยศองคมนตรี) โดย มูลนิธิเพื่อเด็กและคนพิการ มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาทักษะการใช้ภาษาไทย ให้กับเด็กกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ เพื่อให้นักเรียน นิสิต และนักศึกษา เห็นคุณค่าของวิชาภาษาไทย และได้แสดงความสามารถทางภาษาไทย ต่อสาธารณะชน เพื่อให้นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ได้พัฒนาทักษะด้านการเขียนเรียงความของตนเองให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ได้พัฒนากระบวนการคิด การค้นคว้าข้อมูล และจินตนาการผ่านการเขียนเรียงความ

โครงการประกวดการเขียนเรียงความ เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาและความคิดสร้างสรรค์ ของเด็กและเยาวชน ชิงทุนการศึกษา ครั้งที่ 2 (รับโล่รางวัลเกียรติยศองคมนตรี) โดย มูลนิธิเพื่อเด็กและคนพิการ มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาทักษะการใช้ภาษาไทย ให้กับเด็กกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ เพื่อให้นักเรียน นิสิต และนักศึกษา เห็นคุณค่าของวิชาภาษาไทย และได้แสดงความสามารถทางภาษาไทย ต่อสาธารณะชน เพื่อให้นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ได้พัฒนาทักษะด้านการเขียนเรียงความของตนเองให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ได้พัฒนากระบวนการคิด การค้นคว้าข้อมูล และจินตนาการผ่านการเขียนเรียงความ

ในโอกาสนี้ ยังมีการจัดการเสวนา เรื่อง นักเขียนรุ่นใหม่ในยุค AI เสาวนาโดย คุณอาย-กมลเนตร เรืองศรี นักแสดงหญิง นักเขียน และคอลัมนิสต์ประจำนิตยสาร a day, คุณเต็ก-ชัยรัตน์ พิพิธพัฒนาปราปต์ นักเขียนเจ้าของนามปากกา ปราปต์ เจ้าของผลงาน กาหลมหรทึก และ อาจารย์ธรรมวัฒน์ พัฒนาสุทธินนท์ อาจารย์ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (กรรมการตัดสินการประกวดเรียงความ)

พิธีมอบทุนการศึกษา นักเรียนด้อยโอกาส โรงเรียนวัดสังวรพิมลไพบูลย์ (จันทานุกูล) จ.นนทบุรี, นักเรียนด้อยโอกาส ในพื้นที่ กทม. และนักเรียนตาบอด โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ มอบทุนโดย นางสาวรัชฎาภรณ์ โพธิ์ทอง กรรมการและเลขานุการมูลนิธิเพื่อเด็กและคนพิการ, นิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, นักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มอบทุนโดย นายเอกกมล แพทยานันท์ ประธานมูลนิธิเพื่อเด็กและคนพิการ

การประกาศผลรางวัลนักเรียน/นักศึกษา ที่ได้รับรางวัลของแต่ละระดับชั้น พร้อมทั้งการอ่านผลงานที่ได้รับรางวัล มีดังนี้

รางวัลพิเศษ “ความตั้งใจดี” ได้รับทุนการศึกษา 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร (8 รางวัล) มอบรางวัลโดย นางสาวธนาพันธ์ เค้าสิม เจ้าหน้าที่ส่วนงานอาสาสมัคร โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ได้แก่

  1. ด.ช.ธนาภัทร สุขไสย โรงเรียนวัดแม่เตย จ.สงขลา
  2. ด.ญ.น้ำหวาน โรงเรียนวัดเมืองสาตร จ.เชียงใหม่
  3. ด.ญ.ป้อม พรหมพรรณ โรงเรียนปริยัติรังสรรค์ จ.เพชรบุรี
  4. น.ส.จิรัชญา จวงเงิน โรงเรียนนครขอนแก่น จ.ชัยภูมิ
  5. น.ส.เอมี่ โรงเรียนกะปงพิทยาคม จ.พังงา
  6. นายอัครเดช โคตรนายูง มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพฯ
  7. ด.ช.ปรัชญา เอสุจินต์ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ กรุงเทพฯ
  8. ด.ญ.แสงคำ โรงเรียนวัดสังวรพิมลไพบูลย์ (จันทานุกูล) จ.นนทบุรี

รางวัลชนะเลิศ ระดับประถมศึกษาตอนต้น ในหัวข้อ “คนพิเศษของฉัน” มอบรางวัลโดย อาจารย์ธรรมวัฒน์ พัฒนาสุทธินนท์ อาจารย์ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แก่ ด.ญ.จิณห์วรา ครุฑจันทร์ ป.3 โรงเรียนบ้านหนองมะค่า จ.ลพบุรี ได้รับทุนการศึกษา 3,000 บาท โล่เกียรติยศ พร้อมเกียรติบัตร

รางวัลชนะเลิศ ระดับประถมศึกษาตอนปลาย ในหัวข้อ “สิ่งที่ฉันประทับใจ” มอบรางวัลโดย อาจารย์ ดร. นริศรา หาสนาม อาจารย์ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แก่ ด.ญ.กัญญารัตน์ อินเพ็ชร ป.6 โรงเรียนวัดท่าข้าม จ.สุพรรณบุรี ได้รับทุนการศึกษา 5,000 บาท โล่เกียรติยศ พร้อมเกียรติบัตร

รางวัลชนะเลิศ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในหัวข้อ “แต่เล็กจนโตความฝันที่เป็นจริง และความฝันที่เปลี่ยนแปลง” มอบรางวัลโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิทธิธรรม อ่องวุฒิวัฒน์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้แก่ ด.ญ.ณัฐธิดา งามมี ม.2 โรงเรียนชุมชนเลิศพินิจพิทยาคม จ.ปทุมธานี ได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท โล่เกียรติยศ พร้อมเกียรติบัตร

รางวัลชนะเลิศ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ในหัวข้อ “Ai คือเพื่อน หรือแค่เสมือนคนรู้จัก” หรือ หัวข้อ “สังคมผู้สูงอายุ โอกาสและความท้าทายของอนาคตประเทศไทย” มอบรางวัลโดย นางสาวรัชฎาภรณ์ โพธิ์ทอง กรรมการและเลขานุการมูลนิธิเพื่อเด็กและคนพิการ ได้แก่ นายอิรฟาน สามะ ม.5 โรงเรียนอุดมศาสน์วิทยา จ.ยะลา ได้รับทุนการศึกษา 15,000 บาท โล่เกียรติยศ พร้อมเกียรติบัตร

รางวัลชนะเลิศ ระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี) หรือเทียบเท่า ในหัวข้อ “อิทธิพลของสื่อ และการใช้ภาษา ต่อการสร้างเจตคติของสังคมที่มีต่อคนพิการ” หรือ หัวข้อ “เงินตรา คุณค่า และความสุขของมนุษย์” มอบรางวัลโดย นายเอกกมล แพทยานันท์ ประธานมูลนิธิเพื่อเด็กและคนพิการ ได้แก่ นางสาวณิชกานต์ ลี้สกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท โล่เกียรติยศ พร้อมเกียรติบัตร

การจัดโครงการประกวดการเขียนเรียงความในครั้งนี้ คาดว่า จะทำให้ นักเรียน, นักศึกษา สามารถพัฒนาทักษะการใช้ภาษาไทย ให้กับเด็กกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ, ได้เห็นคุณค่าของวิชาภาษาไทยและได้แสดงความสามารถทางภาษาไทยให้ปรากฏต่อสาธารณะชน, ได้พัฒนาทักษะด้านการเขียนเรียงความของตนเองให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และได้พัฒนากระบวนการคิด การค้นคว้าข้อมูล และจินตนาการผ่านการเขียนเรียงความ มูลนิธิฯ ขอขอบคุณคุณครู ผู้ปกครอง และน้องๆ ทุกคน ที่ให้ความสนใจโครงการประกวดเรียงความฯ ของเรา สำหรับใครที่ไม่ได้รางวัลในปีนี้ ขอให้มาพยายามด้วยกันใหม่ในปีหน้า ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ inbox : เพจมูลนิธิเพื่อเด็กและคนพิการ, Line OA : @283muxxy, Tel : 095-9295163, Website : www.childrenandpwds.org, YouTube : https://www.youtube.com/@Fcd2003

สคส. เตือน ระวังรักออนไลน์ Romance Scam ล้วงข้อมูลส่วนบุคคล สูญเกือบ 2 พันล้าน

เมื่อเทศกาลวันแห่งความรักเวียนมาถึง หลายคนกำลังเปิดใจรับความรัก ความหวัง และความอบอุ่นทางใจ แต่ในอีกด้านหนึ่ง โลกออนไลน์กลับกลายเป็นพื้นที่ล่าเหยื่อของมิจฉาชีพที่ใช้ “ความรัก” เป็นเครื่องมือหลอกลวงอย่างแนบเนียน โดยเฉพาะกลโกงที่เรียกว่า Romance Scam” หรือการสร้างความสัมพันธ์ปลอมเพื่อหลอกให้โอนเงิน ซึ่งกำลังระบาดหนักและสร้างความเสียหายให้คนไทยจำนวนมาก

ข้อมูลจาก ศูนย์บริหารการรับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2565 – 31 มกราคม 2569 พบคดี Romance Scam แล้ว 7,158 คดี รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1,970,755,281 บาท หรือเกือบ 2 พันล้านบาท สะท้อนชัดว่า “ความรักออนไลน์” ไม่ได้สวยงามเสมอไป แต่อาจเป็นกับดักทางการเงินที่รุนแรง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลแห่งความรักที่ผู้คนมักเปิดใจ เชื่อใจ และตัดสินใจเร็วกว่าปกติ

รูปแบบการหลอกลวงมักเริ่มจากการสร้างตัวตนปลอมที่ดูดี น่าเชื่อถือ และมีหน้าที่การงานมั่นคง เช่น ทหาร ชาวต่างชาติ วิศวกร นักลงทุน หรือแพทย์ จากนั้นค่อย ๆ สร้างความใกล้ชิดทางอารมณ์อย่างรวดเร็ว บอกรักเร็ว วางแผนอนาคตร่วมกัน ก่อนอ้างเหตุจำเป็นให้โอนเงิน ไม่ว่าจะเป็นค่าพัสดุ ค่าภาษี ค่าเดินทาง มาหาหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินด้านสุขภาพ

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เปิดเผยว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพไม่ได้มุ่งหลอกเอาเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังพุ่งเป้าเก็บ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ของเหยื่อ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่น ซึ่งอาจสร้างความเสียหายรุนแรงและยาวนานยิ่งกว่าเดิม

พร้อมระบุว่า ความรักในโลกออนไลน์ต้องใช้สติอย่างมาก การให้ข้อมูลส่วนตัวกับคนที่ไม่เคยพบเจอตัวจริง เปรียบเสมือนการเปิดประตูบ้านให้คนแปลกหน้าเข้ามาในชีวิต ข้อมูลเพียงเล็กน้อย เช่น เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ เอกสารส่วนบุคคล หรือข้อมูลทางการเงิน สามารถถูกนำไปสวมรอย หลอกซ้ำ หรือใช้ก่ออาชญากรรมอื่นได้

พ.ต.อ. สุรพงศ์ ให้ข้อมูลต่อว่า นอกจากนี้ มิจฉาชีพยุคใหม่ยังใช้ทั้งจิตวิทยาและเทคโนโลยีควบคู่กัน ไม่เพียงสร้างเรื่องราวให้ดูน่าเชื่อถือ แต่ยังนำข้อมูลจริงของเหยื่อมาใช้ประกอบการหลอกลวง ทำให้ผู้เสียหายจำนวนมากไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกควบคุมทั้งอารมณ์และข้อมูลไปพร้อมกัน ในเดือนแห่งความรักนี้ จึงขอให้ประชาชนทุกท่าน โดยเฉพาะคนโสด ตระหนักถึงภัยที่อาจจะมาถึงตัว ผ่านความรักในรูปแบบต่างๆ ขอให้ระวังการใช้เทคนิคทางจิตวิทยา สร้างความเชื่อใจระหว่างกัน โดยมีเป้าหมายหลอกให้รักแล้วชวนลงทุน (Hybrid scam) หลอกให้รักแล้วกดลิงก์/ดาวน์โหลดแอปรีโมต (Remote access scam) ทำการดูดเงินในบัญชี และหลอกให้รักแล้วแบล็กเมล์ (Sextortion) ขู่กรรโชกทางเพศ เป็นต้น

สัญญาณเตือน Romance Scam ที่ควรระวัง ได้แก่

  • เร่งสร้างความสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว
  • หลีกเลี่ยงการพบตัวจริงหรือวิดีโอคอล
  • อ้างเหตุฉุกเฉินเพื่อขอให้โอนเงิน
  • ขอข้อมูลส่วนตัวจำนวนมาก
  • ให้โอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่น

พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวปิดท้ายว่า ประชาชนควรระมัดระวังการสร้างความสัมพันธ์ออนไลน์ ไม่โอนเงิน ไม่ส่งเอกสารสำคัญ และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้คนแปลกหน้า โดยเฉพาะหากเป็นบุคคลที่ไม่เคยพบตัวจริง ควรหยุดคิดและตรวจสอบทันทีหากสงสัยว่าถูกหลอก สามารถแจ้งความได้ทันทีผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ในช่วงเทศกาลแห่งความรักนี้  ไม่ใช่วันแห่งความสูญเสีย เพราะในโลกดิจิทัล ความรู้สึกอาจถูกสร้างขึ้นได้ง่าย แต่ความเสียหายเกิดขึ้นจริงและยากจะย้อนกลับได้ การรู้เท่าทันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ Romance Scam จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน