อุตสาหกรรมอัญมณีไทยเร่งปรับเกม รับส่งออกหดตัว 20% ชูโมเดล “Selected Strategy” ดันงานแฟร์ไทยสู่เวทีสากล มั่นใจฝีมือช่างยังเหนืออาเซียน

กลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประเมินภาพรวมการส่งออกอัญมณีไทยช่วงต้นปี พบสัญญาณชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยมูลค่าการส่งออกปรับลดลงกว่า 20% ครอบคลุมทุกหมวดสินค้า ทั้งกลุ่มพลอยเจียระไน เครื่องประดับทอง เครื่องประดับเงิน และสินค้ากึ่งสำเร็จรูป สะท้อนแรงกดดันจากกำลังซื้อในตลาดหลัก โดยเฉพาะประเทศตะวันตกที่เผชิญภาวะเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม พร้อมแนะผู้ประกอบการเร่งปรับยุทธศาสตร์ มุ่งสร้างความแตกต่าง ยกระดับมาตรฐานสินค้า และพัฒนาแบรนด์ให้มีความเป็นสากล เพื่อรักษาฐานตลาดในระยะยาว

นายวิบูลย์ หงษ์ศรีจินดา รองประธานที่ปรึกษากลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตัวเลขที่หดตัว 20% อาจยังไม่สะท้อนภาพรวมทั้งหมด เนื่องจากราคาโลหะมีค่าในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2568 ยังช่วยพยุงมูลค่าการส่งออกรวมไว้ ขณะที่ในเชิงปริมาณการผลิตและคำสั่งซื้อจริงลดลงมากกว่าที่ปรากฏอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนภาวะตลาดขาลงที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยแนวโน้มในช่วง 9 เดือนข้างหน้ายังอยู่ภายใต้ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อัตราดอกเบี้ย และกำลังซื้อผู้บริโภค

ทั้งนี้ โครงสร้างอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยยังพึ่งพาแรงงานฝีมือสูงถึง 80–85% ของกระบวนการผลิต ตั้งแต่การขึ้นรูป การฝังพลอย ไปจนถึงการขัดเงาขั้นสุดท้าย ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนแรงงานค่อนข้างสูง ท่ามกลางสถานการณ์ที่คำสั่งซื้อชะลอตัว

เพื่อเร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้ผ่านพ้นความผันผวนดังกล่าว ภาคอุตสาหกรรมเตรียมนำแนวคิด “Selected Strategy” มาใช้เป็นกรอบยุทธศาสตร์ในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่าการแข่งขันด้านปริมาณ พร้อมยกระดับมาตรฐานคุณภาพ และคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายทางการค้าอย่างชัดเจน เพื่อให้การเติบโตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

การจัดงาน JGAB 2026 ระหว่างวันที่ 22–25 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถูกวางให้เป็นงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทั้งระบบ โดยมุ่งสร้างแพลตฟอร์มกลางในการขยายเครือข่ายธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ซื้อคุณภาพจากต่างประเทศ และยกระดับการจับคู่ธุรกิจให้เกิดผลเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง แนวทางดังกล่าวไม่เน้นจำนวนผู้เข้าชม แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของผู้ซื้อ” และโอกาสทางการค้าที่ต่อยอดได้ในระยะยาว

หัวใจสำคัญของ Selected Strategy คือการผลักดันมาตรฐานสินค้าไปสู่ระดับ “No Return” หรือมาตรฐานที่สร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ผู้ซื้อจนไม่เกิดการคืนสินค้า อาศัยการบูรณาการตั้งแต่กระบวนการผลิต การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการสื่อสารแบรนด์อย่างมืออาชีพ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดโลก

นายวิบูลย์ ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการที่ต้องการก้าวสู่เวที International Show จำเป็นต้องสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน สินค้าต้องมีเอกลักษณ์ ไม่ใช่แข่งขันด้านราคา แต่ต้องพร้อมพัฒนาดีไซน์ให้มีความเป็นสากล สอดคล้องกับรสนิยมผู้บริโภคในตลาดหลักอย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกา

ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมควรใช้จุดแข็งด้านฝีมือช่างไทย ซึ่งมีความประณีตในขั้นตอนการตกแต่งขั้นสุดท้าย เป็นหัวใจของการสร้างมูลค่าเพิ่ม แม้ไทยจะมีข้อจำกัดด้านวัตถุดิบต้นน้ำ แต่ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและการควบคุมคุณภาพยังเป็นข้อได้เปรียบสำคัญเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในอาเซียน

ในด้านการเตรียมความพร้อมเชิงระบบ ผู้จัดงาน JGAB จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการรับรู้ในระดับนานาชาติ โดยวางแผนประชาสัมพันธ์เชิงรุกล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 6 เดือน ผ่านการสื่อสารแบบบูรณาการทั้งสื่อดิจิทัล เครือข่ายพันธมิตรการค้า และฐานข้อมูลผู้ซื้อคุณภาพจากต่างประเทศ พร้อมผลักดันภาพลักษณ์ของงานในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น สนามบินและศูนย์กลางธุรกิจ เพื่อเพิ่มการมองเห็นในระดับสากล

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายยกระดับ JGAB ให้เป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการรวมพลังผู้ประกอบการ ลดภาระการทำตลาดรายบุคคล และสร้างแรงขับเคลื่อนร่วมกันในการดึงดูดผู้ซื้อคุณภาพจากทั่วโลก

“การปรับตัวในช่วงเวลาที่ท้าทาย ไม่ใช่เพียงการรอให้ตลาดฟื้นตัว แต่คือการยกระดับมาตรฐานทั้งระบบ ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การตลาด ไปจนถึงการจัดงานแสดงสินค้า              เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมอัญมณีไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างมั่นคงบนเวทีเศรษฐกิจโลก”

ผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า (Visitor Pre-Registration) ได้ที่เว็บไซต์งานwww.jewellerygemaseanbkk.com

หรือดูรายละเอียดและติดข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง
Website: https://jewellerygemaseanbkk.com
Facebook: https://www.facebook.com/JGABThailand
IG: https://www.instagram.com/jewelleryandgemaseanbangkok/
LinkedIn: https://www.linkedin.com/in/jewellery-and-gem-asean-bkk/
Line: https://lin.ee/cp9sd85

“โฮมโปร จับมือพันธมิตร จัดเต็มโปร #แรงส์ห้ามพลาด ในมหกรรมช้อปครั้งใหญ่ HomePro x Mega Home SUPER EXPO

คุณอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” จับมือพันธมิตร ร่วมมอบประสบการณ์ช้อปสุดคุ้ม ในมหกรรม HomePro x Mega Home SUPER  EXPO ยกระดับแคมเปญใหญ่รับซัมเมอร์ ด้วยดีลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ครบ ครอบคลุมทั้งสินค้า Home Improvement เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในบ้าน ไปจนถึงวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์งานช่าง ตลอด 5 วันเต็ม 2-6 เม.ย.69 ทุกสาขาทั่วประเทศและออนไลน์ โดยมีคุณกนกวรรณ เหลืองอรุณโรจน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบัตรเครดิตพันธมิตรธุรกิจ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด, คุณศุภมาศ เผ่าธัญลักษณ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด, คุณณัฐนาถ ดนตรี ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารลูกค้า บริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นเนล ประเทศไทย จำกัด และคุณพงศธร ตั้งเสรีจิตสกุล  ผู้จัดการทั่วไป สาย Payment Strategy บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน ณ โฮมโปร สาขาราชพฤกษ์ เมื่อเร็วๆ นี้

เผยเสน่ห์ความมั่นใจ ต้อนรับซัมเมอร์อย่างสง่างามไปกับ ELLE Lingerie

ELLE Lingerie (แอล ลองเจอเรย์) แบรนด์ชุดชั้นในพรีเมียมจากฝรั่งเศส ในเครือ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ชวนผู้หญิงทุกคนเผยความงดงามในแบบของตัวเอง ผ่านเซ็ตชุดชั้นในที่ถ่ายทอดเสน่ห์ ความมั่นใจ และความสดใสของฤดูกาลได้อย่างประณีต ด้วยบราทรงเกาะอกคัพเรียบ พร้อมสายบ่าโลโก้ ELLE ที่ผสานความสบายและความสง่างามไว้ได้อย่างลงตัว ช่วยเสริมรูปทรงให้สวยอย่างเป็นธรรมชาติ เนื้อผ้าเรียบเนียน สัมผัสนุ่ม ยืดหยุ่น และแนบกระชับไปกับสรีระ เติมรายละเอียดด้วยสายบ่าดีไซน์ Logo ELLE Signature ที่สะท้อนเอกลักษณ์แฟชั่นอันเปี่ยมเสน่ห์แบบสาวปารีเซียงได้อย่างชัดเจน จับคู่กับกางเกงชั้นในทรง Hipster Fit ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์โลโก้ ELLE บริเวณขอบเอวและด้านหลัง เสริมมิติให้ลุคดูสปอร์ตโมเดิร์น มั่นใจในทุกการเคลื่อนไหว เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการถ่ายทอดตัวตน และเปล่งประกายอย่างมีระดับ วางจำหน่ายชุดชั้นในราคาเริ่มต้น 1,190 ถึง 1,590 บาท และกางเกงชั้นในราคาเริ่มต้น 320 ถึง 520 บาท

สามารถช้อปได้ที่เคาน์เตอร์ ELLE Lingerie ทุกสาขา และช่องทางออนไลน์ ICC Shopping, Lazada, Shopee และ TikTok

ขอนแก่น-อุดร ชวนม่วนคักจัดเต็ม!!“สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน”ในงาน “Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย”

จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอุดรธานี เตรียมเนรมิตเทศกาลมหาสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ในงาน “Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ที่จัดขึ้นต่อเนื่องปีที่ 11 เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติมาร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งความสุข ความสนุกสนานกันแบบจัดเต็ม ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายนนี้

ภายในงานพบกับกิจกรรมหลากหลายที่ผสานความสนุกไว้อย่างลงตัว กับสีสันความม่วนซื่นแบบวิถีอีสาน “ม่วนซื่น ม่วนคัก สงกรานต์บ้านเฮา” แถมงานนี้ที่สายมูต้องไม่พลาดกับกิจกรรมมหามงคล 8 ประการ ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมสิริมงคลรับปีใหม่ไทย โดยการจัดงานดังกล่าวยังคงมุ่งเน้นการเชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่น ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการสร้างรายได้ให้กับชุมชน และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่การพัฒนาให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากลอย่างยั่งยืน

จังหวัดขอนแก่น ร่วมสัมผัสเสน่ห์ประเพณีบุญสงกรานต์อีสานดั้งเดิม ในงาน Khon Kaen Water Festival 2026 ณ วัดไชยศรี บ้านสาวะถี พบพิธีสำคัญที่สืบทอดยาวนาน อาทิ พิธีเสียเคราะห์ เสริมสิริมงคล รับปีใหม่ไทยร่วมทำบุญตักบาตรหน้าสิม สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้สูงอายุของชุมชน สะท้อนวิถีวัฒนธรรมอบอุ่น ตื่นตากับขบวนแห่ดอกไม้ ขบวนแห่ต้นเงิน พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านเพลิดเพลินกับกิจกรรมชุมชน และเลือกซื้อสินค้าท้องถิ่น ถ่ายทอดภูมิปัญญาอันเป็นเอกลักษณ์ ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2569

จังหวัดอุดรธานี จัดขึ้นที่ลานวัฒนธรรมมรดกโลกบ้านเชียงแหล่งมรดกโลก สัมผัสเสน่ห์วิถีไทยพวนแบบ “อีสานบ้านเฮา” ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง พบไฮไลต์กิจกรรมห้ามพลาด ทั้งขบวนแห่พระพุทธรูปแบบเกวียนโบราณให้ได้ “สรงน้ำเอาฤกษ์เอาชัย” พิธีตักบาตรถนนสายบุญ รดน้ำขอพรพ่อใหญ่แม่ใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมม่วนกับการประกวดเจดีย์ทราย และนางสงกรานต์ไทพวนบ้านเชียง รวมถึงกิจกรรมวัฒนธรรมและตลาดชุมชนที่คึกคัก “ม่วนคัก ม่วนหลาย” ร่วมสืบสานฮีตคองประเพณีดีงามของไทย ในงาน “Udon Thani Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ระหว่างวันที่ 12-13 เมษายน 2569

นอกจาก จังหวัดขอนแก่น และอุดรธานี ยังมีการจัดงาน “Water Festival เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ขึ้นพร้อมกันทั้ง 4 ภาค 6 จังหวัด ทั่วประเทศไทย ดังนี้ ภาคกลาง จัดที่ กรุงเทพมหานคร บนแลนด์มาร์คที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น, ท่ามหาราช, ท่ายอดพิมาน ริเวอร์วอร์ค, สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม และท่าศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2569 ภาคเหนือ ที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และชุมชนช้างม่อยจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 และ 15 เมษายน 2569 และจังหวัดลำพูน ที่ถนนรถแก้ว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2569 ภาคใต้ ที่วัดไม้ขาว และหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2569

มาร่วมสัมผัสบรรยากาศ “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน” สะท้อนความงดงามของประเพณีไทยที่ผสานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าให้ทุกคนได้ “ม่วนซื่น ม่วนคัก สงกรานต์บ้านเฮา” ในงาน “Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 เมษายนนี้ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook: Water Festival Thailand

“แพร ชนา” ปล่อยซิงเกิลใหม่ “ฝันเปราะบางกับทางเส้นนี้”ถ่ายทอด 10 ปีบนเส้นทางความฝันของนักสู้

“แพร ชนา”ศิลปินแนว Folk Pop จากค่าย GMM MUSIC สังกัด Grammy Gold ปล่อยซิงเกิลใหม่ล่าสุด “ฝันเปราะบางกับทางเส้นนี้” บทเพลงที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงตลอดกว่า 10 ปี บนเส้นทางสายดนตรี จากเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ยืนร้องเพลงหน้ากระจก สู่การเติบโตบนโลกแห่งความจริงที่เต็มไปด้วยบททดสอบ “ฝันเปราะบางกับทางเส้นนี้” ยังคงเป็น กบ Big Ass ขจรเดช พรมรักษา นั่งแท่น Executive Producer และแต่งเนื้อร้อง ส่วนทำนองเป็น พชร รัตนอรุณ โดยเพลง “ฝันเปราะบางกับทางเส้นนี้” ไม่ใช่เพียงเพลงของคนที่ประสบความสำเร็จ แต่คือบทเพลงของ “คนที่ยังสู้” ถ่ายทอดทุกความรู้สึกของการเดินตามฝัน ทั้งความผิดหวัง คำปฏิเสธ ความลังเล และน้ำตา ที่หลายคนอาจเคยเผชิญ

แพร ชนา เผยว่า จุดเริ่มต้นของเพลงนี้เกิดจากการได้ฟังเมโลดี้ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ จนรู้สึกทันทีว่าเป็นเพลงที่อยากถ่ายทอดออกมา “หนูรู้สึกว่าเพลงนี้มันมีความดรามาติกและใช้อารมณ์สูงมาก ตอนแรกยังไม่ได้ใช้เมโลดี้นี้ แต่พอพี่กบส่งเนื้อเพลงมา หนูรู้สึกเลยว่ามันคือเพลงของหนูจริงๆ เนื้อหาของเพลงสะท้อนการเดินทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วย “คนข้าง ๆ” ที่คอยประคับประคอง ทั้งครอบครัว และเพื่อนร่วมวง ที่ร่วมกันแบกความฝันไปในทุกก้าว
ในส่วนของมิวสิกวิดีโอ แพรตั้งใจถ่ายทอดความผูกพันนี้อย่างชัดเจน โดยเลือกให้สมาชิกในวงอยู่ใน MV เพื่อสะท้อนภาพของ “การเดินทางร่วมกัน” “เรารู้สึกว่าเราไม่ได้เดินคนเดียว เราแบกความฝันของกันและกันไปด้วย”

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการถ่ายทำที่ “เขาใหญ่” ซึ่งเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงกับความทรงจำในวัยเด็กของแพรที่เติบโตในจังหวัดโคราช ทำให้ MV นี้เต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นและความหมายเชิงลึกของคำว่า “บ้าน” และ “จุดเริ่มต้นของความฝัน”เพลงนี้ต้องการสื่อสารกับทุกคนที่กำลังเหนื่อยล้าบนเส้นทางชีวิตว่า “ความเปราะบาง ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ แต่มันแปลว่าเรารักความฝันนั้นมากพอ” และตราบใดที่ยังไม่หยุดเดิน ความฝันก็ยังไม่สิ้นสุด
ติดตามฟังและชม MV เพลง “ฝันเปราะบางกับทางเส้นนี้” ศิลปิน แพร ชนา ได้แล้ววันนี้ที่ GrammyGold Official https://youtu.be/LwVWFsviNBQ

ฝันเปราะบางกับทางเส้นนี้ #แพรชนา

แกรมมี่โกลด์ #GMMMusic

ขอขอบคุณฝ่ายประชาสัมพันธ์ GMM MUSIC

ไลฟ์แตกสมศักดิ์ศรีตัวแม่! “อั้ม พัชราภา” สวมบทพรีเซนเตอร์นักไลฟ์ ควง “มิกค์ ทองระย้า” เสิร์ฟโมเมนต์ฟิน “โดสแดง The Elf” Sold out 2 หมื่นขวด ใน 30 นาที

ทำเอาโซเชียลแทบลุกเป็นไฟ เมื่อซุปตาร์ตัวแม่ของเมืองไทยอย่าง “อั้ม – พัชราภา ไชยเชื้อ” กระโดดลงสนามไลฟ์ครั้งแรกในชีวิต กับบทบาท “พรีเซนเตอร์นักไลฟ์” ให้กับแบรนด์ “The Elf” เปิดขายโปรดักส์โฉมใหม่ “The Elf NANO WHITE DOSE Premium White Plus+” หรือที่แฟนๆเรียกกันติดปากว่า “โดสแดงพี่อั้ม” งานนี้กระแสแรงเกินต้าน ยอดคนดูพุ่งกระฉูดตั้งแต่เริ่มไลฟ์ พร้อม Sold out 2 หมื่นขวด ภายใน 30 นาที สมกับเป็นตัวแม่ตัวจริงของวงการ

ทันทีที่อั้มเปิดไลฟ์ บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความคึกคัก แฟนคลับแห่เข้ามาดูแบบถล่มทลาย พร้อมเสียงกรี๊ดผ่านหน้าจอไม่ขาดสาย ยิ่งได้ตัวช่วยสายเอนเตอร์เทนอย่าง “ดีเจมะตูม” มาร่วมสร้างสีสัน ยิ่งทำให้ไลฟ์ครั้งนี้สนุกครบรส ทั้งฮา ทั้งฟิน และช้อปกันแบบไม่มีพัก

ไฮไลต์ที่ทำเอาแฟนๆใจละลาย คงหนีไม่พ้นการไลฟ์คู่กันของพระเอกหนุ่ม “มิกค์ ทองระย้า” ที่ควงคู่มาไลฟ์กับ “อั้ม” แบบใกล้ชิด ตอกย้ำกระแสข่าวจิ้นที่ถูกพูดถึงก่อนหน้านี้ งานนี้ชาวเน็ตถึงกับแซวกันสนั่นว่า “ไหนบอกพี่น้อง แต่ทำไมมีอั้มที่ไหน ต้องมีมิกค์ที่นั่น!” เพิ่มดีกรีความฟินให้ไลฟ์ครั้งนี้แบบเต็มสิบไม่หัก ซึ่งทั้งคู่ก็ออกมาเปิดปากพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์คู่กัน โดยยืนยันว่าเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน และซัปพอร์ตกันในทุกๆเรื่อง

งานนี้ขวด “Limited Edition” พร้อมลายเซ็น “อั้ม พัชราภา” จำนวน 20,000 ขวด ที่เปิดขายเฉพาะในไลฟ์ครั้งนี้ กลายเป็นของหายากทันที เพราะถูกกวาดเรียบหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว เรียกได้ว่า “ไลฟ์แตก” สมคำล่ำลือของตัวแม่จริงๆ

นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ตอกย้ำพลังซุปตาร์ของ “อั้ม พัชราภา” ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะขยับตัวไปทำอะไร ก็สามารถสร้างกระแสและแรงซื้อได้ทันที เรียกได้ว่าไลฟ์ครั้งแรกของตัวแม่ ไม่ได้มาเล่นๆแต่ “ปังจริง ขายจริง และเกลี้ยงจริง” สมศักดิ์ศรีซุปตาร์เบอร์หนึ่งของเมืองไทย

ไดกิ้น ยกระดับอาชีวะไทย ส่งมอบชุดปฏิบัติการ-เครื่องปรับอากาศ 42 ชุด ชูประสบการณ์จริง ปั้นช่างแอร์มืออาชีพสู่มาตรฐานสากล

บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ตอกย้ำความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เดินหน้าสร้างอนาคตช่างปรับอากาศไทย ส่งมอบเครื่องปรับอากาศและชุดปฏิบัติการติดตั้งรวม 42 ชุด ให้แก่ 15 สถานศึกษาทั่วประเทศ ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเรียนการสอน เปิดโอกาสให้นักศึกษาลงมือปฏิบัติกับอุปกรณ์จริง มุ่งลดการขาดแคลนแรงงานฝีมือ พร้อมยกระดับทักษะฝีมือแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล

คุณสึโทมุ คูริฮาระ ประธานบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงวิสัยทัศน์ขององค์กรว่า ไดกิ้นมีความเชื่อมั่นว่ารากฐานของแรงงานคุณภาพ ต้องเริ่มจากโอกาสทางการศึกษาที่ได้เข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย การส่งมอบอุปกรณ์ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2021 ได้สะท้อนความมุ่งมั่นของไดกิ้นในการสนับสนุนการศึกษาภาคปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาสฝึกฝนกับอุปกรณ์จริงที่ใช้งานในอุตสาหกรรมระดับสากล และต่อยอดเป็นบุคลกรที่มีศักยภาพที่พร้อมขับเคลื่อนให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า

ด้าน คุณวรพงศ์ กียปัจจ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวเสริมในมุมมองที่สอดคล้องกันว่า สยามไดกิ้นเซลส์ ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศสู่ครูอาชีวะและนักศึกษา ผ่านการอบรมทั้งในสถานศึกษาและในพื้นที่จริงร่วมกับช่างมืออาชีพ บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมที่เน้นการลงมือปฏิบัติ เพื่อสร้างแรงงานฝีมือคุณภาพเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรม และร่วมพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนของอาชีวศึกษาให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น พิธีส่งมอบจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ โรงงานไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี โดยเป็นการมอบชุดปฏิบัติการติดตั้งเครื่องปรับอากาศและเครื่องปรับอากาศ รวมทั้งสิ้น 42 ชุด แบ่งเป็นการสนับสนุนต่อเนื่องประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 25 ชุด และส่วนที่ได้รับการสนับสนุนจากงานแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ประจำปีการศึกษา 2568 อีกจำนวน 17 ชุด

โดยมีตัวแทนจาก สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นำโดย คุณเบญจวรรณ ปกป้อง ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ และ คุณสุรศักดิ์ แก้วหีด ผู้อำนวยการศูนย์ CVM วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม เป็นผู้รับมอบร่วมกับคณะผู้บริหารจากสถานศึกษาต่าง ๆ เพื่อกระจายไปยังสถานศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษา 15 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ประกอบด้วย

  1. วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ
  2. วิทยาลัยการอาชีพตรัง
  3. วิทยาลัยเทคนิคสุพรรณบุรี
  4. วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร
  5. วิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ์
  6. วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก
  7. วิทยาลัยเทคนิคแพร่
  8. วิทยาลัยเทคนิคอุทัยธานี
  9. วิทยาลัยเทคนิคพิจิตร
  10. วิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร
  11. วิทยาลัยเทคนิคระยอง
  12. วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี
  13. วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม

นอกจากการสนับสนุนด้านอุปกรณ์แล้ว อีกแรงขับเคลื่อนของความร่วมมือครั้งนี้ คือการเปิดโลกทัศน์ให้แก่คณะผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา ด้วยการเยี่ยมชมสายการผลิตจริงภายในโรงงานไดกิ้น หนึ่งในฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศที่สำคัญระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และชี้ให้เห็นถึงกระบวนการทำงานที่เป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมจริง ช่วยให้เกิดการสร้างแรงบันดาลใจและสามารถนำแนวทางที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน

แชมป์ (ในใจ) คนไทยทุกคน! “MILLI (มิลลิ)” คว้าอันดับ 4 รายการ Show Me The Money 12 แม้จะไม่ได้คว้าแชมป์ Show Me The Money ซีซัน 12 แต่ “MILLI (มิลลิ)” ก็คว้าแชมป์ในใจคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง!

รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Show Me The Money ซีซัน 12 ซึ่งแรปเปอร์สาวชาวไทยจากค่าย YUPP! อย่าง MILLI ก็สร้างประวัติศาสตร์ เป็นแรปเปอร์ต่างชาติคนแรกที่ทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ และเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา (2 เมษายน 2569) เธอก็คว้าอันดับ 1 สำหรับ Global Vote หลังจากนั้นโชว์ในรอบไฟนอลของเธอก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แฟนๆ ในห้องส่งและทีมหน้าจอได้ตกตะลึงกันอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นท่อนแร็ปสุดดุเดือด มากับคอนเซ็ปต์ “MSG” นั่นก็คือ Money Stage Glory และ Master Still Growing การใส่ดนตรีสามช่าแบบไทยสไตล์สุดครื้นเครงลงไปในบีต ให้ได้เซิ้งให้ได้แดนซ์กันแบบยับๆ ได้ Omega Sapien แรปเปอร์หนุ่มสุดซ่าชาวเกาหลีใต้มาร่วมสเตจ แถมยังมาพร้อมคอสตูม “เชฟมิลลิ” ที่ขอเสิร์ฟรสชาติใหม่ในการแร็ปแบบสุดขั้วให้ทุกคนได้ทึ่งแบบอ้าปากค้าง!

ทว่าท้ายที่สุด เมื่อรวมคะแนนจากการโหวตทุกช่องทาง MILLI คว้าอันดับที่ 4 Show Me The Money ซีซัน 12 ไปครองอย่างน่าภาคภูมิใจ

และ MILLI ยังไม่หยุดอยู่แค่ที่เกาหลีใต้ รอเซอร์ไพรส์ต่อไปจากแรปเปอร์สาวคนนี้… เร็วๆ นี้

#SMTM12

#MILLIonSMTM12

#เชียร์นวยสุดใจคนไทยไม่ทิ้งกัน

ไทยเร่งเครื่องสู่อุตสาหกรรมยานยนต์อนาคต เปิดเวที “Future Mobility Thailand 2026 และ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026” เชื่อมโลกธุรกิจ–เทคโนโลยี ดันประเทศสู่ Technology-Driven Hub

กรุงเทพมหานคร – ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยการประกาศจัดงาน Future Mobility Thailand 2026 (FMT 2026) ร่วมกับ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 เวทีแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่อนาคต ผ่านการผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจในห่วงโซ่อุตสาหกรรมครบวงจร

งานแถลงข่าว “Future Mobility Thailand 2026 TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026” โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) และ Informa Markets พร้อมพันธมิตรจากทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในยุค Future Mobility

ด้าน นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ไปสู่เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ขณะที่ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตยานยนต์อันดับ 10 ของโลก จำเป็นต้องพัฒนาอุตสาหกรรมในรูปแบบ Multiple Track ควบคู่กัน ทั้งการรักษาฐานการผลิตเครื่องยนต์สันดาป และการเร่งขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้นโยบาย 30:30 “Future Mobility Thailand 2026 จะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับพันธมิตรจากทั่วโลก อาทิ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เยอรมนี และเกาหลี เพื่อสนับสนุนการ Transform อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทยสู่อนาคตอย่างเป็นรูปธรรม” นายสมพลกล่าว

ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เผยภาพรวมนโยบายและโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า ว่ากำลังเผชิญ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ในการก้าวสู่ยุคยานยนต์แห่งอนาคต โดยมีแรงขับจาก การแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์มีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้แต่ละภาคส่วน ต้องปรับเปลี่ยนและเร่งพัฒนาให้สอดรับกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมรับมือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งกระทบต่อโครงสร้างการผลิตต่อจุดคุ้มทุนในปัจจุบันต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน การที่ยานยนต์สมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญแก่ระบบอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ได้กลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการพลิกโฉมระบบนิเวศทางอุตสาหกรรม นอกจากเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อีกด้านหนึ่งเราจำเป็นต้องเร่งสร้างทักษะแรงงานใหม่เพื่อรองรับนวัตกรรมดังกล่าว จุดเปลี่ยนเหล่านี้ตอกย้ำว่า ประเทศไทยต้องบูรณาการความร่วมมือ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตแบบเดิม สู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยนโยบายและทิศทางที่อยู่ภายใต้กรอบของความยั่งยืน
นอกจากนี้ ดร.เกรียงศักดิ์ ยังชี้ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของความเป็นผู้นำในการบูรณาการความร่วมมือเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทยในระดับภูมิภาค ท่ามกลางยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม ทุกภาคส่วนต้องเริ่มต้นจากการสร้างจุดแข็งภายในองค์กร อาทิความคล่องตัวที่พร้อมปรับเปลี่ยนและปรับตัวต่อทุกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนานวัตกรรม ให้เกิดขึ้นจริงในภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการยกระดับการบริหารจัดการต้นทุนและทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
เมื่อองค์กรมีความแข็งแกร่งจากภายในแล้ว ภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องทลายกรอบการทำงานแบบเดิม สู่ การสร้างเครือข่ายพันธมิตร โดยร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ร่วมกันตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมไทยสามารถก้าวทันเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และตอกย้ำศักยภาพการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์และนวัตกรรมขับเคลื่อนของภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน

นางอนุษฐา เชาว์วิศิษฐ เลขาธิการสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยต้องการขยายสู่ตลาดใหม่ในระดับภูมิภาคและระดับโลก ควบคู่ไปกับการสร้างพันธมิตรด้านเทคโนโลยี เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน การเข้าถึงผู้ซื้อโดยตรง และการพัฒนามาตรฐานสู่ระดับสากล ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเดินหน้าภายใต้วิสัยทัศน์ Thailand Automotive Industry Vision 2030 ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบนิเวศอุตสาหกรรม ตั้งแต่ผู้ผลิตไปจนถึงซัพพลายเชน งาน“Future Mobility Thailand จะเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับพันธมิตรระดับโลก สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผู้จัดงาน TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 เปิดเผยมุมมองเชิงกลยุทธ์ต่ออุตสาหกรรมยางรถยนต์และตลาดอาฟเตอร์มาร์เก็ตยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยชี้ให้เห็นว่า”อาเซียนกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในโลก จากปัจจัยสนับสนุนทั้งการเพิ่มขึ้นของจำนวนยานพาหนะ การขยายตัวของเครือข่ายโลจิสติกส์ และจำนวนรถยนต์ใช้งานระยะยาว (aging fleet) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการสินค้าและบริการด้านอะไหล่ การบำรุงรักษา และโซลูชัน MRO เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ Mr.Alwin Seow (นายอัลวิน เซียว) รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ – เอเชียและสิงค์โปร์ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ กล่าวว่า “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ได้เป็นเพียงตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ยังกำลังก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และอะไหล่ทดแทนระดับโลก ด้วยแรงหนุนจากการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป”
การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วทั้งภูมิภาคยังเป็นตัวเร่งสำคัญที่ผลักดันนวัตกรรมในอุตสาหกรรมยาง ตั้งแต่การออกแบบและสมรรถนะ ไปจนถึงความต้องการด้านการบำรุงรักษารูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังผลักดันให้ผู้ผลิตต้องพัฒนาเทคโนโลยีของตนอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดยุคใหม่
ขณะเดียวกัน โครงสร้างพื้นฐานด้านบริการหลังการขายกำลังขยายตัวเพื่อรองรับจำนวนยานยนต์ที่เพิ่มขึ้นและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น การเปิดตัว AutoMROtive 2026 มาในจังหวะที่สำคัญยิ่ง โดยมุ่งเติมเต็มช่องว่างสำคัญในระบบนิเวศด้านการบำรุงรักษา ซ่อมแซม และดำเนินงาน (MRO) ของตลาดอะไหล่ทดแทนยานยนต์ในภูมิภาค
ในส่วนของการเลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน TyreXpo Asia Bangkok และ AutoMROtive นั้น อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ได้เน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ระดับภูมิภาค พร้อมระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ผลิต OEM ผู้ผลิตชิ้นส่วน และห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการสนับสนุนที่เข้มแข็งและสม่ำเสมอจากหน่วยงานภาครัฐและสมาคมอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังทำหน้าที่เป็นประตูยุทธศาสตร์สู่กลุ่มตลาด CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม รวมถึงภูมิภาคอาเซียนในวงกว้าง ด้วยทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม โครงสร้างพื้นฐาน และศักยภาพด้านโลจิสติกส์ที่รองรับการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาค
“ประเทศไทยมีทุกองค์ประกอบที่เหมาะสม ทั้งความลึกของอุตสาหกรรม ทำเลยุทธศาสตร์ และศักยภาพการเติบโต ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดงาน TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026” นายอัลวิน เซียว กล่าว
การจัดงาน TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive ควบคู่กับ Future Mobility Thailand สะท้อนวิสัยทัศน์ของ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ในการก้าวข้ามบทบาทของผู้จัดงานแสดงสินค้าแบบดั้งเดิม สู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มอุตสาหกรรม ที่เชื่อมโยงผู้เล่นทุกรายตลอดห่วงโซ่คุณค่าภายใต้ระบบนิเวศเดียวที่บูรณาการเข้าด้วยกัน
“เราไม่ได้มองตัวเองแค่ในฐานะผู้จัดงาน แต่เรากำลังสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงระบบนิเวศอุตสาหกรรมทั้งหมด ตั้งแต่ยางและชิ้นส่วนยานยนต์ ไปจนถึงบริการ MRO และเทคโนโลยีการเดินทางแห่งอนาคต เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้พบปะ สร้างเครือข่าย และขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายอัลวิน เซียว กล่าวเพิ่มเติม
การบรรจบกันของธุรกิจยาง MRO ยานยนต์ และเทคตโนโลยีเพื่อการเดินทางสมัยใหม่ จะไม่เพียงสร้างการเชื่อมโยงข้ามอุตสาหกรรมที่มีความหมาย แต่ยังยกระดับคุณค่าที่มอบให้แก่ทั้งผู้แสดงสินค้าและผู้เข้าชม ผ่านโอกาสทางธุรกิจใหม่ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเข้าถึงนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์

ภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากบริษัทชั้นนำระดับโลก เข้าร่วมกิจกรรม Business Matching รับฟังการประชุมสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญ และร่วมกิจกรรมเครือข่ายที่ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่ชิ้นส่วน OEM อะไหล่ทดแทน ยาง และเทคโนโลยีและบริการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงระบบออโตเมชัน หุ่นยนต์ และโซลูชันการเดินทางขั้นสูง
ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้สนใจทุกท่านได้รับเชิญเข้าร่วมงานและลงทะเบียนรับบัตรเข้างานฟรี สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.futuremobilitythailand.com // www.tyrexpoasia.com // www.automrotive.com

เอส แอนด์ พี พัฒนาเมนู “ข้าวแช่” เสิร์ฟคลายร้อนแล้ววันนี้

เอส แอนด์ พี พัฒนาเมนู “ข้าวแช่” ที่จำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2531 ให้ตอบโจทย์สุขภาพและความยั่งยืน โดยเน้นคุณค่าทางโภชนาการและใช้วัตถุดิบคุณภาพจากชุมชน เช่น กะปิคลองโคน เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังใช้บรรจุภัณฑ์ Bio-Corn ที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม “ข้าวแช่” เอส แอนด์ พี จึงเป็นเมนูที่สะท้อนการพัฒนาอาหารไทยเพื่ออนาคต ทั้งด้านสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม วางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้- 31 พฤษภาคม