คอนเสิร์ตเปียโนเฉลิมฉลอง 25 ปีแห่งเส้นทางดนตรี การถ่ายทอด และการให้คืนสู่สังคม

กรุงเทพฯ — วันที่ 20 มกราคม 2569 ขอเชิญร่วมสัมผัสค่ำคืนแห่งดนตรีคลาสสิกในคอนเสิร์ต Hearts in Harmony: A 25 Years Celebration for a Cause ณ Yamaha Music Hall คอนเสิร์ตเปียโนพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 25 ปีของการอุทิศตนในเส้นทางการสอนและการสร้างสรรค์ทางดนตรีของอาจารย์ Artas Balakauskas และ อาจารย์อินทุอร ศรีกรานนท์ ร่วมกับ ลูกศิษย์รุ่นแรก (First Generation of Students) ซึ่งสะท้อนถึงสายสัมพันธ์ระหว่างครูและศิษย์ที่ดำเนินต่อเนื่องยาวนานผ่านเสียงดนตรี

     ภายในคอนเสิร์ตประกอบด้วยการแสดงเปียโนหลากหลายรูปแบบ ได้แก่การแสดงเปียโนเดี่ยว (Solo), เปียโนดูโอ (Duet) และ Piano Ensemble โดยนำเสนอผลงานของคีตกวีเอก อาทิ Ravel, Beethoven, Mendelssohn, Mozart

รวมถึงบทเพลงจากคีตกวีท่านอื่น ๆ ที่ได้รับการคัดสรรอย่างประณีต เพื่อถ่ายทอดทั้งมิติของศิลปะการแสดงเดี่ยวและพลังของการบรรเลงร่วมกัน

  รายชื่อลูกศิษย์รุ่นแรกที่ร่วมแสดงในคอนเสิร์ต ได้แก่ ธารินทร์ สุภประกร, วศิน ประเสิรฐลาภ, ณิชาพัชร วลัยพัชรา, ผลิกา เหลืองเรืองรอง, สุมิดา อังศวานนท์, วัชรพัฐ เมตตานันท, ธนิศา ดุรงคเวโรจน์, Asta Balakauskas และ Indre Balakauskas

      คอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จทางดนตรีตลอด 25 ปี หากยังเป็นการรวมพลังของเสียงดนตรีเพื่อการกุศล โดยรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายบัตรจะนำไปสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยเด็ก

วันอังคารที่ 20 มกราคม 2569 🕖 เวลา 19.00 น
Yamaha Music Hall (https://maps.app.goo.gl/qBQFeDVJPXrDnxV48)

บัตรราคา

  • บัตรทั่วไป 1,000 บาท
  • บัตรนักเรียน / นักศึกษา 500 บาท

รายได้ทั้งหมดมอบให้กองทุนโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

การจำหน่ายบัตร สามารถซื้อบัตรได้ทาง Ticketmelon ที่

เว็บไซต์ https://www.ticketmelon.com/th/25YearsMusicalJourney/HeartsinHarmony

เอ็ม บี เค เชิญร่วมบริจาคปฏิทินตั้งโต๊ะปีเก่า กับแคมเปญ“ปฏิทินเก่ามีค่า…เราขอ ประจำปี 2569” เพื่อส่งต่อ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์ พาร์ค เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ 4 ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ขอเชิญชวนร่วมบริจาค ปฏิทินตั้งโต๊ะปีเก่า ครั้งที่ 7 ในกิจกรรม ปฏิทินเก่ามีค่า…เราขอ ประจำปี 2569 ภายใต้โครงการ MBK Care อาสาทำดีปันน้ำใจสู่สังคม เพื่อส่งต่อปฏิทินเก่าในการสร้างสื่อการเรียนรู้ สำหรับผู้พิการทางสายตา ณ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์

โดยทุกท่านสามารถนำปฏิทิน มาร่วมบริจาค ได้ที่ ชั้น G (ลิฟต์หมายเลข 17-19) ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์
จุดประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ด้านหน้าลิฟท์บริเวณร้าน S&P ชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และ บริเวณลานเซ็นเตอร์โซน ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ได้ตั้งแต่ วันนี้ – วันพุธที่ 31 มกราคม 2569

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ผ่านทาง Facebook Page : MBK CENTER PARADISE PARK THE NINE CENTER RAMA 9 และ THE NINE CENTER TIWANON สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 ในเวลา 08.30 น. – 22.00 น.

#MBKCenter #ปฏิทินเก่ามีค่าเราขอ #พาราไดซ์พาร์ค #เดอะไนน์เซ็นเตอร์พระราม9 #เดอะไนน์เซ็นเตอร์ติวานนท์

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี เปิดนิทรรศการศิลปะวันเด็กแห่งชาติ 2569 ภายใต้แนวคิด “The Ordinary – We CHANGE” ชวนสัมผัสพลังการเปลี่ยนแปลงของเด็กธรรมดาที่หอศิลป์กรุงเทพ 6-11 ม.ค.นี้

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี โครงการแห่งการ “ให้” ที่ยั่งยืน เปิดตัว fai-fah Art Exhibition 2026 นิทรรศการศิลปะระดับประเทศต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ 2569 ภายใต้แนวคิด “The Ordinary – We CHANGE เราอาจจะธรรมดา…แต่เรากำลังเปลี่ยนแปลงโลกในแบบของเรา” สะท้อนพลังความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของเยาวชนจากศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี ตอกย้ำความเชื่อว่าเด็กและเยาวชนคือพลังสำคัญในการสร้างอนาคตที่ดีอย่างยั่งยืน

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยว่า “ทีทีบีดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญา Make REAL Change มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตทุกภาคส่วนบนกรอบ B+ESG ที่หลอมรวมธุรกิจและความยั่งยืนเป็นหนึ่งเดียว หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนนี้คือ การลงทุนในศักยภาพของเยาวชน ผ่านแนวคิด “สอนให้จับปลา แทนการให้ปลา” เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ปัจจุบันศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้าภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิทีทีบีมีทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ ประชาอุทิศ จันทน์ บางกอกน้อย สมุทรปราการ และนนทบุรี เป็นพื้นที่การเรียนรู้ฟรีสำหรับเยาวชนที่ขาดโอกาสอายุ 12 – 17 ปี เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและศิลปะ (Art & Life Skills)”

“ทีทีบีรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และผมเชื่อมั่นว่า ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอีกมากมาย เพราะเราเชื่อในศักยภาพของเด็ก ๆ ทุกคน และผลงานที่ทุกท่านได้เห็นในวันนี้ คือหลักฐานที่ชัดเจนว่าเด็กธรรมดาก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้” นายปิติกล่าว

สำหรับนิทรรศการศิลปะ “fai-fah Art Exhibition : The Ordinary – We CHANGE” ครั้งนี้ เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้นำเสนอผลงานสู่สาธารณชนอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนการเติบโต แรงบันดาลใจ และพลังการเปลี่ยนแปลงจากชีวิตจริงของเด็กไฟ-ฟ้า โดยเชื่อมั่นว่าศิลปะจะช่วยสร้างความภาคภูมิใจในตัวเอง และจุดประกายแรงบันดาลใจให้สังคมร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นต่อไป โดยนิทรรศการแบ่งออกเป็น 5 โซน ถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านผลงานศิลปะจัดวาง (Installation Art) และมัลติมีเดียกว่า 80 ชิ้น เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชมในทุกมิติ ได้แก่

  1. Change from Within การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เริ่มจากเวลาที่ใช่ แต่เริ่มจากการเข้าใจตัวเอง : ก่อนเปลี่ยนแปลงโลกเราต้องหยุดและมองเห็นก่อน พื้นที่เงียบสงบที่ชวนผู้ชม “หยุด” เพื่อสังเกตสิ่งธรรมดารอบตัว เสียงลมหายใจ ความว่าง และความรู้สึกที่เราเคยมองข้าม คือ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงจากภายใน
  2. The Ordinary Life สิ่งของธรรมดากลายเป็นสัญลักษณ์ของพลังเปลี่ยนแปลง : อาทิ ภาพถ่าย ข้อความ โต๊ะ เก้าอี้ ถูกทำใหม่ด้วยการผสมผสานผลงานที่สื่อความหมายของเด็กไฟ-ฟ้าที่ถ่ายทอดความฝัน ความหวัง และการเติบโต คือ ศิลปะที่บอกว่า “ความเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากตัวเรา”
  3. The Spark จุดกำเนิดของพลังการเปลี่ยนแปลง : ความธรรมดาที่มีความหมายและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของเยาวชนรุ่นใหม่ที่แสดงผ่านศิลปะและดิจิทัล เพื่อสื่อสารผลงานที่เต็มไปด้วยพลังของความตั้งใจและความหวัง ที่พร้อมจุดประกายพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงให้กับผู้ชม
  4. Reflection ทบทวน : การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การเปลี่ยนแปลงในใจเราเอง โซนกระจกสะท้อนภาพผู้ชม พร้อมคำถามที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
  5. Together, We CHANGE การส่งต่อพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง : โซนสุดท้ายคือพื้นที่ที่ผู้ชมจะได้ฝากข้อความ ความตั้งใจ หรือคำขอบคุณไว้บนผนัง เพื่อให้ “การเปลี่ยนแปลง” เดินทางต่อจากเราสู่คนอื่น ๆ ต่อไป

นิทรรศการเปิดให้เข้าชมฟรี ระหว่างวันที่ 6 – 11 มกราคม 2569 เวลา 10:00 – 20:00 น. ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ห้อง Studio ชั้น 4 มาร่วมสัมผัสพลังความคิดสร้างสรรค์ของเด็กธรรมดา และเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี มุ่งมั่นและตั้งใจเดินหน้าจุดประกายเยาวชนและชุมชน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ติดตามกิจกรรมดี ๆ ต่อได้ที่ https://www.ttbfoundation.org

#ไฟฟ้าโดยทีทีบี #faifahbyttb

#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต

#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange

MINISO เติมสีสันเทศกาลแห่งความสุขใจกลางสยามสแควร์ ตอกย้ำแบรนด์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ปิดปีทองการเติบโตในตลาดไทย

ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่ผ่านมา MINISO ได้สร้างปรากฏการณ์แห่งความสุขใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยการเนรมิตย่าน สยามสแควร์ ให้กลายเป็นพื้นที่เฉลิมฉลองส่งท้ายปี ผ่านกิจกรรมและอินสตอลเลชันธีมเทศกาลที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของ MINISO ในฐานะแบรนด์รีเทลยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์และการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองปีแห่งความสำเร็จของ MINISO ในประเทศไทย หลังแบรนด์เดินหน้าขยายธุรกิจและยกระดับภาพลักษณ์อย่างต่อเนื่องตลอดปี 2025 ทั้งในมิติของร้านค้า สินค้า และกลยุทธ์การตลาด

Mr. Jun Wang (จุน หวัง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MINISO Thailand กล่าวว่า MINISO ได้นำคาแรคเตอร์ยอดนิยมอย่าง YOYO, Gift Bear และ DUNDUN มาร่วมสร้างสีสันในอีเวนต์เฉลิมฉลองยาว 10 วัน เติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขให้กับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลสู่สยามสแควร์ในช่วงวันหยุดปลายปี โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Christmas Promenade เส้นทางตกแต่งธีมคริสต์มาสความยาวกว่า 60 เมตร พร้อมจุดถ่ายภาพ 5 โซน ซึ่งเชื่อมพื้นที่ถนนคนเดินสยามสแควร์สู่ MINISO LAND พื้นที่ประสบการณ์ของแบรนด์ที่กลายเป็นจุดหมายหลักของกิจกรรมช่วงเทศกาล

MINISO LAND : จากร้านค้า สู่ Brand Experience Hub

ในช่วงเทศกาลปลายปี MINISO LAND ณ สยามสแควร์ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางกิจกรรมและประสบการณ์ของแบรนด์อย่างชัดเจน พื้นที่ร้านถูกออกแบบให้รองรับทั้งการจัดแสดงสินค้า กิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟ และการตกแต่งธีมเทศกาล เพื่อสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่มากกว่าการซื้อสินค้า

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ MINISO ที่มุ่ง ยกระดับคุณค่าแบรนด์ (Brand Value) และสร้างความแตกต่างในตลาด Lifestyle Retail ที่มีการแข่งขันสูง โดยผู้บริหาร MINISO ระบุว่า เป้าหมายหลักของแบรนด์ในประเทศไทย คือการพัฒนาแบรนด์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างแท้จริง สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ท่ามกลางการแข่งขันจากแบรนด์รีเทลไลฟ์สไตล์รายอื่น MINISO เลือกใช้กลยุทธ์ Character-driven Retail โดยเพิ่มสัดส่วนสินค้าลิขสิทธิ์ (IP) อย่างต่อเนื่อง จากเดิมประมาณ 30% เป็นมากกว่า 70% ในปัจจุบัน เพื่อสร้างเอกลักษณ์และความแตกต่างของสินค้า ขณะเดียวกันยังคงรักษาจุดแข็งด้าน Value for Money ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่าย เมื่อเทียบกับร้าน IP ทางการหรือร้านของสะสมระดับพรีเมียม

นายจุน หวัง กล่าวอีกว่า การเลือกสยามสแควร์วันเป็นพื้นที่หลักสำหรับกิจกรรมแบรนด์ในช่วงปลายปี สะท้อนมุมมองเชิงกลยุทธ์ของ MINISO ที่ให้ความสำคัญกับทำเลศักยภาพสูง ใจกลางเมือง และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่น–วัยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้บริหารมองว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยโครงสร้างประชากรวัยหนุ่มสาวที่เปิดรับแฟชั่น คาแรคเตอร์ลิขสิทธิ์ และประสบการณ์ใหม่ ๆ ทำให้ MINISO สามารถต่อยอดแนวคิดร้านเชิงประสบการณ์ อาทิ การออกแบบหน้าร้านด้วยเทคโนโลยี 3D แบบไม่ต้องใช้แว่น โซน IP Experience และบรรยากาศแบบ “สวนสนุกในเมือง” เพื่อสร้างความแตกต่างและการจดจำแบรนด์

ตลอดปี 2025 MINISO เดินหน้าขยายเครือข่ายร้านค้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับรูปแบบร้านและแคมเปญการตลาด เริ่มตั้งแต่แฟลกชิปสโตร์ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ไปจนถึงสาขาในทำเลศักยภาพทั่วกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่

ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังวางแผนการเติบโตในระยะ 3 ปีข้างหน้าอย่างรอบคอบ โดยตั้งเป้าขยายสาขาในประเทศไทยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เน้น คุณภาพ ประสบการณ์ และภาพลักษณ์แบรนด์ มากกว่าปริมาณ พร้อมนำรูปแบบร้านและดีไซน์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลเข้ามาใช้มากขึ้น

สำหรับกลยุทธ์ช่องทางจำหน่าย MINISO ยังคงให้ความสำคัญกับ ประสบการณ์จริงที่หน้าร้าน เป็นหลัก ขณะที่ช่องทางออนไลน์และ O2O ทำหน้าที่เสริมการเข้าถึงผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 15–45 ปี ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของแบรนด์ในไทย

“การจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการส่งท้ายปีแห่งความสำเร็จของ MINISO ในประเทศไทย แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการวางตำแหน่งตัวเองเป็น ผู้นำรีเทลไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ที่ผสานแฟชั่น คาแรคเตอร์ และประสบการณ์เข้าด้วยกัน พร้อมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2026 และระยะยาว” นายจุน หวัง กล่าวสรุปในตอนท้าย

‘POTATO’ เปิดปี 2026 ด้วยซิงเกิลใหม่ “ยินดี” บทเพลงของการรอคอย การเติบโต และการเริ่มต้นครั้งสำคัญของหัวใจ

            ต้อนรับการเริ่มต้นปี 2026 ด้วยบทเพลงที่อบอวลไปด้วยความหวังและความหมาย วงร็อกขวัญใจมหาชน ‘POTATO’ จากค่าย genie records กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ล่าสุด “ยินดี” เพลงช้าอบอุ่นที่ชวนให้หัวใจค่อยๆ เดินทางไปสู่ช่วงเวลาแห่งการรอคอย การเติบโต และการเปิดรับสิ่งใหม่ที่กำลังจะเข้ามาในชีวิต

          หลังจากซิงเกิล “จำฉันวันนี้” ที่ปล่อยไปเมื่อปีที่ผ่านมาและได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากแฟนเพลง “ยินดี”        คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ของการเติบโตทางดนตรีและอารมณ์ความรู้สึกของ ‘POTATO’ โดยหยิบเอาคำธรรมดาอย่างคำว่า “ยินดี” มาขยายความหมายให้ลึกซึ้งกว่าที่เคย ไม่ใช่เพียงรอยยิ้มในวันที่ได้พบกัน แต่รวมถึงช่วงเวลาก่อนหน้านั้นความคาดหวัง ความตื่นเต้น ความไม่แน่ใจ และความเปราะบางของหัวใจ ในขณะที่เรากำลังรอใครสักคน หรือบางสิ่งที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิต

       แนวคิดของเพลงนี้ถ่ายทอดผ่านการทำงานร่วมกันระหว่าง ‘POTATO’ และ ‘แม็ก – The Darkest Romance’ ในบทบาทโปรดิวเซอร์ ที่พูดถึง “การตั้งตารอ” ในความหมายที่กว้างกว่าความรักแบบโรแมนติก ไม่ว่าจะเป็นการรอการกลับมาของคนสำคัญ การได้พบเพื่อนเก่าที่ห่างหาย หรือการรอคอยก้าวใหม่ของชีวิตในช่วงเวลาสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับบรรยากาศของการเริ่มต้นปีใหม่อย่างลงตัว

         ในพาร์ตดนตรี “ยินดี” ยังคงกลิ่นอาย POP ROCK ที่เป็นเอกลักษณ์ของ ‘POTATO’ แต่เพิ่มความละมุนด้วยซาวด์ Electronic อย่างพอดี ทำให้บทเพลงฟังอบอุ่น ละเอียดอ่อน และเข้าถึงอารมณ์ได้ลึกยิ่งขึ้น ขณะที่มิวสิกวิดีโอได้ผู้กำกับ ‘วรัญญู ตรีทิพศิริศีล’ จากทีม withme studio มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของช่วงเวลา “ก่อนการพบกัน วันที่ได้พบ และความยินดีที่ได้พบ” ผ่านชีวิตของผู้คนหลากหลายช่วงวัย แม้แต่ละเรื่องราวจะต่างกัน แต่ทุกหัวใจกลับเชื่อมโยงกันด้วยความรู้สึกเดียวกัน คือคำว่า “ยินดี” ในแบบของตัวเอง

        วง ‘POTATO’ ฝากเพลงนี้ถึงแฟนเพลงว่า“พวกเราหวังว่าเพลง ‘ยินดี’ จะได้เข้าไปอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของชีวิตใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งการรอคอย การเริ่มต้นใหม่ หรือวันที่หัวใจพร้อมจะบอกกับตัวเองว่า ต่อให้กังวลหรือไม่แน่ใจแค่ไหน เราก็ยัง ‘ยินดี’ ที่จะได้พบกับสิ่งนั้นเสมอครับ”

ติดตามชมมิวสิกวิดีโอเพลง “ยินดี  – POTATO” ได้ทาง  Youtube: Genierock https://youtu.be/2JIn3pD5IXM?si=-byFG4SbRtGqDM4Y และฟังออนไลน์ได้ใน Streaming ทุกแพลตฟอร์ม ติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวของ POTATO ได้ที่  https://www.facebook.com/potatoband Instagram : Potatoband และ genie records  TikTok : Potatoband                                 

#ยินดีโปเตโต้ #potatoband #genierecords #GMMMusic



“จูวีเทค” เปิดตัว “วิน เมธวิน” New Brand Ambassador ของ “JUVELOOK” ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่สะท้อนพลังแห่งความมั่นใจและความอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

บริษัท จูวีเทค จำกัด เตรียมจัดงานแถลงข่าว JUVELOOK : DUAL LOOK FOR A YOUTHFUL LOOK เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ JUVELOOK Volume และ เปิดตัว New Brand Ambassador “วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร” นักแสดงหนุ่มหล่อหน้าใสมากความสามารถ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่สะท้อนภาพลักษณ์การดูแลผิวพรรณให้มีความอ่อนเยาว์ ขาว ใส และแลดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อเสริมบุคลิกภาพให้คุณดูดีในทุกลุค ทุกมิติ ด้วยผลิตภัณฑ์ในเครือ “JUVETEK” โดยงานจัดขึ้นในวันพุธที่ 14 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 15.15 น. เป็นต้นไป ณ ลานอีเดน (Eden Zone) ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ติดตามความเคลื่อนไหว ข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชันได้ที่
FB : https://www.facebook.com/search/top?q=juvelook%20thailand
IG : https://www.instagram.com/juvelook_thailand/
Tiktok : https://www.tiktok.com/@juvetekthailand?_r=1&_t=ZS-92oV56aMTw2

“ป๊อปเป้อ” ชิไฮนิน BNK48 ประกาศเซอร์ไพรส์! โปรเจกต์ใหญ่ BNK48 x ลำไย ไหทองคำ x ISHII โปรดิวซ์โดย กอล์ฟ F.Hero

ใครกลับมาตามวง 48 ช่วงนี้บอกเลยสนุกมาก เพราะมีโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึงมาให้ติดตามกันตั้งแต่ต้นปีเลย ล่าสุด “ป๊อปเป้อ-พิณญาดา จึงกาญจนา” ชิไฮนิน (ผู้จัดการวง BNK48) จากค่าย iAM ได้ประกาศเซอร์ไพรส์โปรเจกต์การคอแลปครั้งใหญ่ BNK48 x ลำไย ไหทองคำ x Carl Smoky ISHII โปรดิวซ์โดย กอล์ฟ F.Hero โดยมีกำหนดปล่อยเพลงช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งจะมีสมาชิก BNK48 & CGM48 จำนวน 8 คนเท่านั้น ที่จะได้รับคัดเลือกด้วยคะแนนโหวตจากแฟนคลับ

“ป๊อปเป้อ-พิณญาดา จึงกาญจนา” ชิไฮนิน (ผู้จัดการวง BNK48)  กล่าวว่า “เป็นโปรเจกต์

คอแลประหว่างไทยกับญี่ปุ่นโดยมีพี่กอล์ฟ F.Hero เป็นโปรดิวเซอร์ ร่วมขับร้องโดยสามศิลปินได้แก่ BNK48 & CGM48 จำนวน 8 คนที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากแฟนๆ เริ่มโหวตตั้งแต่ 16 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2569 และถือว่าเป็นครั้งแรกที่จะได้ร่วมงานกับพี่ลำไย ไหทองคำ และศิลปินระดับตำนานของญี่ปุ่นคุณ Carl Smoky ISHII จะมีโชว์เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศไทยเดือนเมษายนต้อนรับสงกรานต์ เพลงนี้จะเป็นเพลงสนุกสนานแน่นอน และจะมีโชว์ครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 ถือว่าเป็นเกียรติมากๆ ที่ได้ร่วมงานกับศิลปินทั้งสองท่าน ฝากแฟนๆ เป็นกำลังใจให้กับน้องๆ ทั้ง BNK48 และ CGM48 ด้วยนะคะ”

สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมในเร็วๆ นี้ ได้ทาง : https://www.facebook.com/bnk48official ,

https://www.facebook.com/cgm48official

#FHERO

#ลำไยไหทองคำ #LamyaiHaithongkham

#CarlSmokyIshii #カールスモーキー石井

#BNK48 #CGM48

Acer เปิดตัว Predator และ Nitro โฉมใหม่ อัปเกรดด้วย Intel Core Ultra Series 3 บางลง แรงขึ้น พร้อมขุมพลัง AI

  • Predator Helios Neo 16S AI เกมมิ่งโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียม มาพร้อมจอ OLED คุณภาพสูง ขับเคลื่อนด้วยซีพียูสูงสุด Intel Core Ultra 9 386H รุ่นใหม่ และการ์ดจอ NVIDIA® GeForce RTX™ 50 Series Laptop GPUs
  • Acer Nitro V AI Series 2 รุ่นใหม่ Nitro V 16 AI และ Nitro V 16S AI มาพร้อมดีไซน์ที่บางลง ตอบโจทย์เกมเมอร์สายพกพาที่ต้องการทั้งความแรงและความคล่องตัว
  • โน้ตบุ๊กเกมมิ่งใหม่ทุกรุ่นมาพร้อมการรองรับ Copilot+ PC บน Windows 11 เข้าถึงฟีเจอร์ AI ได้ง่ายผ่าน Acer Intelligence Space เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ครีเอทีฟ และการเล่นเกม

ลาสเวกัส (5 มกราคม 2026) เอเซอร์ เปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ในตระกูล Predator และ Nitro อัปเกรดความแรงด้วย Intel Core Ultra Series 3 รุ่นล่าสุด จับคู่การ์ดจอ NVIDIA® GeForce RTX™ 50 Series Laptop GPU มอบประสิทธิภาพการประมวลผลที่ทรงพลัง กราฟิกระดับพรีเมียม และความสามารถด้าน AI อย่างครบถ้วนในเครื่องเดียว ไลน์อัปหลักประกอบด้วย Predator Helios Neo 16S AI, Acer Nitro V 16 AI และ Acer Nitro V 16S AI ครอบคลุมตัวเลือกทั้งโปรเซสเซอร์และดีไซน์ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย พร้อมกันนี้ เอเซอร์ยังเปิดตัวอุปกรณ์เกมมิ่งรุ่นใหม่ ได้แก่ หูฟัง Predator Galea 570 และ เมาส์เกมมิ่ง Predator Cestus เติมเต็มประสบการณ์เกมมิ่งแบบครบชุด รองรับเกมเมอร์ทุกสไตล์อย่างลงตัว


Predator Helios Neo 16S AI: บาง เบา แต่แรงเกินตัว

เปิดด้วยตัวท็อปอย่าง Predator Helios Neo 16S AI (PHN16S-I51) ในบอดี้โลหะบางเพียง 18.9 มม. ขับเคลื่อนด้วย Intel Core Ultra 9 386Hและ NVIDIA® GeForce RTX™ 5070 Laptop GPU บนสถาปัตยกรรม NVIDIA Blackwell พร้อมพลัง AI และเทคโนโลยี DLSS 4 ยกระดับกราฟิกและประสบการณ์เกมมิ่ง เสริมความคมชัดด้วยจอ OLED 16 นิ้ว WQXGA รองรับ True HDR ให้ภาพสวย สีสด คมชัดทั้งการเล่นเกมและงานครีเอทีฟ

ระบบระบายความร้อนจัดเต็มด้วยชุดเทอร์มอลขั้นสูง พัดลม AeroBlade™ 3D รุ่นที่ 5 และสารนำความร้อนแบบ Liquid Metal ช่วยคุมอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการอัปเกรด RAM สูงสุด 64GB DDR5 6400MT/s และ SSD PCIe สูงสุด 2TB เพื่อการโหลดที่รวดเร็วและการประมวลผลที่ลื่นไหล

ตอบโจทย์การใช้งานครบทุกด้าน มาพร้อมกล้อง FHD IR และระบบเสียง DTS:X Ultra ให้ภาพคม เสียงชัด ตอบโจทย์ทั้งการเล่นเกม สตรีม และประชุมออนไลน์ ยกระดับการใช้งานด้วย Copilot+ PC บน Windows 11 เช่นฟีเจอร์ Live Captions ช่วยสื่อสารได้สะดวกแม้ระหว่างเล่นเกม พร้อม Acer Intelligence Space ที่เข้ามาช่วยจัดการเวิร์กโฟลว์ด้านการทำงานและครีเอทีฟ ให้ทุกอย่างไหลลื่น เชื่อมต่อจัดเต็มระดับพรีเมียม ด้วย Intel Killer DoubleShot Pro Wi-Fi 6E และ Thunderbolt™ 4 รองรับการต่ออุปกรณ์และจอเสริมความเร็วสูง ใช้งานได้ยืดหยุ่นทุกสถานการณ์


Acer Nitro Series: เกมมิ่งโน้ตบุ๊กสายลุย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
Acer Nitro V 16 AI (ANV16-I51) ทางเลือกที่ลงตัวสำหรับเกมเมอร์ที่มองหาความคุ้มค่า มาพร้อมซีพียู Intel Core Ultra 7 355 และกราฟิกการ์ดระดับสูงอย่าง NVIDIA® GeForce RTX™ 5070 Laptop GPU พร้อมรองรับ RAM DDR5 สูงสุด 32GB และ SSD สูงสุด 2TB เสริมประสบการณ์การใช้งานให้สมบูรณ์แบบด้วยระบบเสียง DTS:X Ultra และ กล้อง FHD IR พร้อมฝาปิดกล้อง เพื่อภาพและเสียงที่คมชัด เหมาะทั้งการเล่นเกมและงานครีเอทีฟ ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในดีไซน์ที่เรียบง่ายและคล่องตัว ตอบโจทย์การใช้งานที่ครบจบในเครื่องเดียว

Nitro V 16S AI (ANV16S-I51) โน้ตบุ๊กเกมมิ่งดีไซน์บางเฉียบ หนาไม่ถึง 17.9 มม. มาพร้อมสเปกสูงสุด Intel Core Ultra 7 355 และ NVIDIA® GeForce RTX™ 5070 Laptop GPU (798 AI TOPS) ให้พลังประมวลผลและ AI ที่พร้อมใช้งาน เสริมความครบเครื่องด้วยจอ WUXGA ขนาด 16 นิ้ว, คีย์บอร์ด RGB 4 โซน, Intel Killer Wi-Fi 6E และ กล้อง FHD IR พร้อมฝาปิดกล้อง เป็นตัวเลือกสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการฟีเจอร์ใหม่และความแรงในงบที่เข้าถึงได้

จุดร่วมของเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก Predator และ Nitro รอบนี้ คือทั้งหมดจับคู่ฮาร์ดแวร์แรงกับ Acer Intelligence Space หรือชุดเครื่องมือที่เสริมความสามารถด้วย AI สำหรับครีเอทีฟ ทำงาน และเล่นเกม และการเป็น Copilot+ PC บน Windows 11 ที่มี NPU มากกว่า 45 AI TOPS เพื่อเร่ง AI บนอุปกรณ์ (on-device) ทำให้ใช้งานฟีเจอร์เฉพาะอย่าง Live Captions แปลแบบเรียลไทม์ และ Image Creator สำหรับสร้างคอนเทนต์แบบปรับแต่งเอง ช่วยต่อยอดการทำคอนเทนต์/ทำงานที่ให้มากกว่า “เล่นเกมอย่างเดียว”

เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก Predator และ Nitro รุ่นใหม่ ยังรองรับ Copilot+ PC บน Windows 11 ด้วยพลัง NPU มากกว่า 45 AI TOPS ช่วยเร่งการประมวลผล AI บนอุปกรณ์ (on-device) เปิดใช้งานฟีเจอร์อย่าง Live Captions สำหรับแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และ Image Creator ที่ช่วยเสริมการทำงาน งานครีเอทีฟ และการเล่นเกม ทั้งหมดนี้ทำให้ Predator และ Nitro ไม่ได้เป็นแค่โน้ตบุ๊กสำหรับเล่นเกม แต่ยังต่อยอดสู่การทำงานและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้อย่างครบวงจร

Predator Galea 570 Gaming Headset: หูฟังเกมมิ่งดีไซน์พรีเมียม

Predator Galea 570 Gaming Headset มาพร้อมไดรเวอร์ขนาด 50 มม. ให้พลังเสียงเบสลึกและเสียงแหลมคมชัด สามารถปรับแต่งเสียงและไมโครโฟนได้ผ่านแอป Predator QuarterMaster รองรับเทคโนโลยี ENC (Environmental Noise Cancellation) ช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้าง เพื่อให้เสียงพูดชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะใช้งาน ไมค์บูมแบบถอดได้ (omnidirectional) หรือ ไมค์ในตัว มีการเชื่อมต่อที่รองรับได้ถึง 3 โหมด ได้แก่ 2.4GHz ผ่านดองเกิล USB-A/USB-C, Bluetooth 5.4 และแบบสาย พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 30 ชั่วโมง เพื่อรองรับทั้งการเล่นเกม สตรีม และการสื่อสารตลอดวัน

Predator Cestus 530 Gaming Mouse: เมาส์เกมมิ่งประสิทธิภาพสูง

Predator Cestus 530 Gaming Mouse ใช้เซ็นเซอร์ PixArt PAW3395 ให้ความแม่นยำสูงและตอบสนองรวดเร็ว รองรับความละเอียดสูงสุด 26,000 DPI, ความเร็ว 650 IPS และอัตราการส่งสัญญาณ 8,000 Hz รองรับการเชื่อมต่อ 3 รูปแบบ ได้แก่ แบบสาย, Bluetooth และไร้สาย 2.4 GHz สลับใช้งานได้สะดวก ตัวสวิตช์แข็งแรง ทนทาน รองรับการคลิกได้สูงสุด 80 ล้านครั้ง พร้อมซอฟต์แวร์ Predator QuarterMaster ช่วยปรับตั้งค่าปุ่ม DPI และไฟ RGB ให้เหมาะกับการใช้งาน

ราคาและการวางจำหน่าย

รุ่นราคาเริ่มต้นช่วงวางจำหน่าย
Predator Helios Neo 16S AI (PHN16S-I51)อเมริกาเหนือ: Q3 2026 / EMEA: Q2 2026 / ออสเตรเลีย: Q1 2026
Acer Nitro V 16 AI (ANV16-I51)อเมริกาเหนือ: Q2 2026 / EMEA: Q2 2026 / ออสเตรเลีย: Q2 2026
Acer Nitro V 16S AI (ANV16S-I51)อเมริกาเหนือ: Q3 2026 / EMEA: Q2 2026
Predator Galea 570USD 149 / EUR 149อเมริกาเหนือ: Q1 2026 / EMEA: Q1 2026
Predator Cestus 530USD 109 / EUR 99อเมริกาเหนือ: Q1 2026 / EMEA: Q1 2026

รายละเอียดสเปก ราคา และความพร้อมใช้งานจะแตกต่างตามภูมิภาค ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางจำหน่าย ข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ และราคาในการจัดจำหน่าย โปรดติดต่อสำนักงาน Acer ผ่านทาง www.acer.com

เชิญชิมเมนูเลื่องชื่อของจีน “เคาหยก” ที่ห้องอาหารจีนหยก

ห้องอาหารจีนหยก โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เชิญชวนชิมเมนูอันเลื่องชื่อของมณฑลหูหนานและมณฑลกวางตุ้งของจีน ที่คัดสรรมาแนะนำในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2569 ตลอดเดือนมกราคมโดยเฉพาะด้วย “เคาหยก” ที่ทำมาจากหมูสามชั้น อันมีความหมายถึงการกินดีอยู่ดี อุดมสมบูรณ์ เสิร์ฟพร้อมหมั่นโถว เพื่อความเฟื่องฟู เจริญรุ่งเรือง เพียงที่ละ 690 บาทเท่านั้น จัดบริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นทุกวัน ระหว่างเวลา 11.30 – 14.30 และ 18.00 – 22.00 น.

สำรองโต๊ะล่วงหน้าที่โทร.0-2276-4567 ต่อ 8429 หรือไลน์ @theemeraldhotel และเพจห้องอาหารจีนหยก www.facebook.com/yoktheemerald

“เบิ้ล ปทุมราช” ส่งซิงเกิลใหม่ “จันทโครพ” ชวน “วิทย์​ ไมค์ทองคำ”ร่วมถ่ายทอดอารมณ์เศร้าลึกบาดใจ

ปล่อยซิงเกิลให้แฟนๆ ได้ฟังกันอย่างต่อเนื่องสำหรับศิลปินหนุ่มมากความสามารถระดับร้อยล้านวิวอย่าง “เบิ้ล ปทุมราช” ที่ครั้งนี้ขอหยิบเอาความเจ็บปวดจากวรรณคดีไทยมาถ่ายทอดใหม่ในซิงเกิลล่าสุด “จันทโครพ” โดยดึงน้องชายร่วมวงการเสียงคุณภาพ “วิทย์ ไมค์ทองคำ” มาร่วมถ่ายทอดอารมณ์ความช้ำแบบทวีคูณ

สำหรับเพลง “จันทโครพ” มาในสไตล์ ลูกทุ่งร็อคคลาสสิก ที่เน้นเครื่องดนตรีหนักแน่นและเนื้อหาที่บาดลึก เปรียบเปรยชะตากรรมของชายหนุ่มยุคปัจจุบันที่ต้องกลายเป็น “คนเปิดผอบ” ในชีวิตจริง เปรียบเทียบเป็นคนที่คอยดูแล ทะนุถนอม และหยิบยื่นโอกาสให้กับคนรัก แต่สุดท้ายกลับถูกหักหลังเมื่อเธอคนนั้นเลือกที่จะเดินจากไปหา “คนใหม่” ที่เปรียบเสมือนโจรป่าในคราบคนรวยหรือคนที่ดีกว่า ทิ้งให้จันทโครพยุค 2026 ต้องจมอยู่กับความเศร้าเพียงลำพัง

ในส่วนของมิวสิกวิดีโอ (MV) ทุกคนจะได้เห็นความแปลกใหม่ผ่านการเล่าเรื่องแบบขนานระหว่างโลกปัจจุบันและโลกในอดีต โดย เบิ้ล ปทุมราช รับบทเป็นชายหนุ่มที่ต้องเผชิญกับชะตากรรมซ้ำรอยกับ              “จันทโครพ” ในนิทาน ที่หลงรักหญิงสาวผู้เลอโฉมแต่ใจโลเล (เปรียบเสมือนนางโมรา) จนนำมาซึ่งการหักหลังและการสูญเสีย ความพิเศษของ MV ตัวนี้คือความดุเดือดของฉาก Action ที่จัดเต็ม ทั้งการต่อสู้ด้วยศิลปะป้องกันตัวแบบโบราณในบรรยากาศละครย้อนยุค ตัดสลับกับการปะทะอารมณ์ในโลกสมัยใหม่ งานภาพมีความปราณีตสมจริง ใส่เต็มในทุกซีนเหมือนชมภาพยนตร์สั้นเรื่องหนึ่งที่จะทำให้คนดูต้องลุ้นว่า “จันทโครพ” ในยุคนี้จะมีชะตาหมือนในวรรณคดีหรือจะลุกขึ้นมาสู้เพื่อเปลี่ยนโชคชะตาตัวเอง

ร่วมพิสูจน์ตำนานรักสามเส้าไปกับเพลง “จันทโครพ” จาก เบิ้ล ปทุมราช ft. วิทย์ ไมค์ทองคำ ได้แล้วทาง YouTube : BLE PATUMRACH และฟังเพลงนี้ได้แล้วบนทุกช่องทางสตรีมมิ่ง