กรมตรวจฯจับมือกลุ่มผู้ใช้รถออฟโรด TANK300 มอบอุปกรณ์กีฬาและสื่อการเรียนเพื่อเด็กน้อยบนดอยสูง จ.แม่ฮ่องสอน “อธิบดีวุฒิพงศ์”เผยหวังเสริมแกร่งสุขภาพเด็กควบคู่การเรียน

นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานมอบอุปกรณ์กีฬาและสื่อการเรียนการสอนแก่กลุ่มผู้ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อหรือออฟโรด TANK 300 camp traval Thailand เพื่อนำไปให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนจอซิเดอเหนือ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13-16 มีนาคม 2569 ภายใต้โครงการแสงสว่าง ณ กลางป่าลึก

“วันนี้กรมได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมสาธารณกุศลโดยการมอบอุปกรณ์กีฬาและสื่อการเรียนการสอนจำนวนหนึ่งไปที่โรงเรียนตามแนวชายแดนที่กรมตรวจฯได้เข้าไปดูแลสอนบัญชีแก่เด็กนักเรียนในโรงเรียน พื้นที่ห่างไกล ซึ่งกรมได้มีการจัดกิจกรรมแบบนี้อยู่เป็นประจำ ครั้งนี้ก็เช่นกัน”

นายวุฒิพงศ์กล่าวต่อว่าโรงเรียนเหล่านี้เป็นโรงเรียนขาดโอกาสทางการศึกษาตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯทรงมีความห่วงใยและมีพระราชดำรัสมอบหมายให้กรมตรวจเข้าไปดูแลสอนในเรื่องการสหกรณ์ การรู้จักทำบัญชี ทั้งบัญชีสหกรณ์และบัญชีรายบุคคล รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย ซึ่งกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในหลายจังหวัด

“วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ได้มอบอุปกรณ์กีฬาต่าง ๆ ไปเสริมทักษะทางกีฬาเพื่อสุขภาพของเด็ก ๆ ด้วย ที่ผ่านมาทางกรมมีกิจกรรมเพื่อสังคมในลักษณะดังกล่าวดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี สมัยที่ท่านรองเป็นผู้อำนวยการภาคอยู่ก็ทราบว่ามีกิจกรรมแบบนี้อย่างต่อเนื่อง นอกจากอุปกรณ์กีฬาแล้วแล้วก็ยังมีของเล่นให้เด็ก ๆ ฝึกสมองให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย”อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กล่าวย้ำ

ขณะที่ นายณรงค์ศักดิ์ ศรีทองคำ ประธานกลุ่ม TANK 300 camp traval Thailand กล่าวขอบคุณท่านอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นายวุฒิพงศ์ เนียมหอมและผู้บริหารที่ได้มอบอุปกรณ์กีฬาและสื่อการเรียนการสอนให้กับเด็กนักเรียน โรงเรียนจอซิเดอเหนือในครั้งนี้ ผ่านกลุ่มผู้ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อหรือออฟโรด TANK 300 camp traval โดยการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมแบบนี้ทางสมาชิกกลุ่ม TANK 300 camp traval ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่สอง โดยครั้งแรกนำสิ่งของเสื้อผ้าไปบริจาคให้กับชาวบ้านหมู่บ้านกอซิโล หมู่บ้านในเนวตะเข็บชายแดนในอ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา

“ปกติสมาชิกกลุ่ม TANK300 มีการรวมกลุ่มออกทริปท่องเที่ยวกันเป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว แต่กิจกรรมใหญ่แบบนี้ ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่สองแล้ง ต้องขอขอบคุณท่านอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และผู้บริหาร รวมทั้งผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลายที่ให้ความอนุเคราะห์อุปกรณ์กีฬา สื่อการเรียนการสอนและสิ่งของเหล่านี้ จะส่งถึงมือน้อง ๆ หนู ๆ ทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงานในการเข้าไปช่วยเหลือต่อไปครับ”นายณรงค์ศักดิ์กล่าว

ประธานกลุ่ม TANK 300 camp traval Thailand กล่าวต่อว่ากิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 มีนาคม 2569 ณ โรงเรียนบ้านจอซิเดอเหนือ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ภายในโครงการ”แสงสว่าง ณ กลางป่าลึก” โดยจะนำแผงโซล่าเซลล์ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เกรทวอล มอเตอร์(ประเทศไทย) จำกัดไปทำการติดตั้งให้กับทางโรงเรียน ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนดังกล่าวกนระแสไฟฟ้ายังเช้าไปไม่ถึง ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้มีสมาชิกกลุ่มร่วมเดินทางไปด้วยประมาณ 80 คน มีรถ รถขับเคลื่อนสี่ล้อ TANK300 จำนวน 30 คันเพื่อขนสิ่งของเพื่อนำไปมอบให้กับเด็ก ๆ ในครั้งนี้ เดินทางไปมอบสิ่งของในครัง้นี้ มีสมาชิกร่วมเดินทางปรจำนวน 80 ท่าน

“ในฐานะตัวแทนของกลุ่ม TANK 300 camp traval Thailand ขอขอบคุณท่านอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และผู้บริหารทุกท่าน บริษัท อธิปครีเอชั่นและผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลายที่ได้มอบอุปกรณ์กีฬาและอุปกรณ์การเรียนเหล่านี้ให้กับน้อง ๆ ขอบคุณครับ”ประธานกลุ่ม TANK 300 camp traval Thailand กล่าวขอบคุณทิ้งท้าย

ด้าน นายอธิพงศ์ ศักดี กรรมการผู้จัดการบริษัท อธิป ครีเอชั่น จำกัด กล่าวรู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อเด็ก ในครั้งนี้ โดยได้ร่วมสมทบอุปกรณ์กีฬาจำนวนหนึ่งให้กับทางโครงการฯซึ่งประกอบด้วย ฟุตบอล จำนวน 10 ลูก วอลลเลย์บอล จำนวน 10 ลูก ตะกร้อ จำนวน 10 ลูกและแบตมินตัน จำนวน 5 ชุด เป็นต้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเด็ก ๆ จะได้เล่นกีฬากันอย่างมีความสุข

“ขอบคุณผู้บริหารกรมตรวจฯและทีมออฟโรด TANK300 ที่ได้ให้บริษัทเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งของทามอบให้เหล่านี้เด็ก ๆ นำไปใช้อย่างเต็มที่และมีความสุขกันทุกคน”กรรมการผู้จัดการบริษัท อธิป ครีเอชั่น จำกัดกล่าวย้ำ

สำหรับโรงเรียนจอซิเดอเหนือ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ถือเป็น 1 ใน221 โรงเรียนที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์(กตส.)ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการทำบัญชีและกิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.)ทั่วประเทศเพื่อสร้างวินัยทางการเงินให้เยาวชน โดยเน้นการพัฒนาทักษะการทำบัญชีต้นกล้าเศรษฐกิจพอเพียงและบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือนให้เด็กนักเรียนเพื่อปลูกฝังการออมและยังมีการประกวดการทำบัญชีระดับโรงเรียนอีกด้วยเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับเด็กนักเรียน ปัจจุบันมีโรงเรียนที่ได้รับการบรรจุไว้ในแผนการส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 30,135 โรงเรียนและมีครูผู้สอนผ่านการอบรมครูสหกรณ์รวมทั้งสิ้น 15,090 คน

“เธอมีเวทมนตร์หรือเปล่า” TEMI ชวน MONICAเสิร์ฟซิงเกิลหวานละมุน ชวนคนฟังตกหลุมรักตั้งแต่แรกสบตา

ตกหลุมรักตั้งแต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว… แบบนี้เรียกว่าโดนเวทมนตร์เข้าเต็ม ๆ เมื่อ TEMI แท็กทีม MONICA ปล่อยซิงเกิลหวานละมุน “เธอมีเวทมนตร์หรือเปล่า” เพลงป๊อปฟีลกู๊ดที่เล่าโมเมนต์สุดคลาสสิกของการตกหลุมรักตั้งแต่แรกสบตา แบบที่โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ทุกอย่างรอบตัวค่อย ๆ ช้าลง เหลือแค่ภาพเธอคนเดียวตรงหน้า จนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ความสวยงามแบบนี้เกิดขึ้นได้จริง ๆ เหรอในโลกใบนี้

งานนี้ TEMI หยิบแรงบันดาลใจจากฉากในซีรี่ส์โรแมนติกที่พระเอกเจอนางเอกครั้งแรก ก่อนแปลงเป็นเพลงที่ทั้งเคลิ้ม ทั้งพร่ำเพ้อ และชวนยิ้มไม่รู้ตัว ยิ่งได้เสียงจาก MONICA (โมนิก้า) ศิลปินสาวที่มีเสียงอันมีเอกลักษณ์ มาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของเวทมนตร์แห่งความรัก ยิ่งทำให้เคมีของเพลงชัดขึ้นอีกหลายเท่า ฟังแล้วเหมือนโดนสะกดเบา ๆ แบบไม่รู้ตัว
พาร์ตมิวสิกวิดีโอก็ไม่ธรรมดา TEMI กลับมาร่วมงานกับผู้กำกับคู่ใจ NERDernative อีกครั้ง หลังเคยฝากผลงานชวนประทับใจไว้ก่อนหน้านี้อย่าง “อาจจะยังนะ” และ “คุณนายตื่นสาย” โดยครั้งนี้มาในคอนเซ็ปต์ “ละครเวที” เล่าเรื่องราวความรักราวกับนิยายโรแมนติก ทั้งแสง สี และองค์ประกอบภาพที่ถูกออกแบบให้ชวนคนดูเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งเวทมนตร์จริง ๆ

ความโรแมนติกจะมากแค่ไหน และเวทมนตร์จะรุนแรงเพียงใด ไปพิสูจน์ด้วยตัวเองได้แล้ววันนี้ กับ “เธอมีเวทมนตร์หรือเปล่า” จาก TEMI ft. MONICA ฟังได้แล้ววันนี้ที่ YouTube: TEMI และ kiddorecords ติดตามเรื่องราวความเคลื่อนไหวของ TEMI ได้ที่ Instagram/TikTok: @chot1me และ kiddorecords ได้ที่ Instagram/Facebook/X/TikTok: @kiddorecords

MV LINK : https://youtu.be/bvn6hUZ1wq0?si=rI4aVv0oXefVcOOs

เธอมีเวทมนตร์หรือเปล่า

TEMI

MONICA

kiddorecords


ดี้-ปัทมา ชวนน้องๆ ค่าย “หนุนนำ สตูดิโอ้ เข้าวัดทำบุญเนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569

ผู้จัดฯ ป้ายแดง “ดี้-ปัทมา ปานทอง” นำทีมนักแสดงในค่าย “หนุนนำ สตูดิโอ้” ได้แก่ นัตเตอร์-ธนภูมิ ชุมพล (@thanapoom_ter), เมฆ-ธนาวิน หาญพานิช (@mek.thanawin), ไทเกอร์ -ภัทรพล ภิญโญธีรโชติ (@tigerphattarapon) และ ปราย-ปัณณวีร์ ตั้งคำ (@prai.punn) เข้าวัดทำบุญ เวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569 ณ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เพื่อทำหน้าที่พุทธศาสนิกชนที่ดี อีกทั้งยังเป็นการระลึกถึงหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า คือ ละชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ทำให้จิตใจสงบ

เพราะการเดินเวียนเทียนอย่างมีสติ ทำให้ใจเย็นลง ลดความเครียด ได้ฝึกสมาธิและสติในชีวิตประจำวัน และเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอีกด้วย

“ค่าย หนุนนำ สตูดิโอ้” เตรียมฟิตติ้งซีรีส์ “แฟ้มรักต้องห้าม” โดยมีนักแสดงทั้งรุ่นใหญ่ รุ่นเล็กมากันพร้อมหน้า เร็วๆ นี้

โฮมโปร ตอกย้ำบทบาทผู้นำช่องทางจัดจำหน่าย — Strategic Retail Partnerผนึกไฮเออร์ เสริมพอร์ตเครื่องใช้ไฟฟ้ารับเทรนด์ Health & Hygiene เปิดตัวเครื่องซักผ้า Haier 3 Drums Multi-Wash

นายอาเทพ พันธุ์อุทัยวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานจัดซื้อ Home Electric บริษัท โฮม
โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร
เปิดเผยว่า โฮมโปรมองเห็นแนวโน้มการเติบโตของครอบครัวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขอนามัยภายในบ้านและการบริหารจัดการเวลาในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับ Health & Hygiene ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต และมีศักยภาพการเติบโตสูง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาโซลูชันที่ทั้งสะดวก ปลอดภัย และช่วยลดขั้นตอนการดูแลบ้าน

ความร่วมมือกับ “ไฮเออร์” ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของโฮมโปรในฐานะ Strategic Retail Partner ที่ทำหน้าที่คัดสรรนวัตกรรมจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างด้านฟังก์ชันการใช้งาน ควบคู่เทคโนโลยีเพื่อสุขอนามัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Smart Living ของครอบครัวยุคดิจิทัล เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าและเลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละครัวเรือนได้อย่างตรงจุด ผ่านกิจกรรม “วันซักผ้า” ให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการดูแลคนในบ้านอย่างใส่ใจ ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมเครื่องซักผ้า Haier 3 Drums Multi-Wash ที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพและสุขอนามัยในยุคดิจิทัล ภายในงานยังได้รับสีสันจาก “โซล-โมเน่ แฟมิลี่” ที่มาร่วมถ่ายทอดมุมมองพ่อแม่รุ่นใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลเสื้อผ้าของลูกน้อยและสมาชิกในครอบครัวอย่างละเอียด สะท้อนเทรนด์ครอบครัวยุคใหม่ที่เลือกใช้เทคโนโลยีเป็นผู้ช่วยสำคัญในการบริหารเวลา ลดขั้นตอนการทำงานบ้าน และยกระดับคุณภาพชีวิตภายในบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ

โฮมโปรในฐานะผู้นำค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้านแบบครบวงจร (Total Home Solution) ทำหน้าที่เป็นช่องทางจัดจำหน่าย และเชื่อมต่อระหว่างแบรนด์ผู้ผลิตกับผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า พร้อมมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบครบวงจรผ่านกลยุทธ์ Omni-Channel ที่เชื่อมต่อหน้าร้านและแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ ลูกค้าสามารถเลือกชม ทดลองสินค้า รับคำแนะนำจากพนักงานผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างสะดวก

นอกจากนี้ โฮมโปรยังให้บริการจัดส่ง–ติดตั้งด้วยมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยทีมช่างโฮมโปร “มือโปรประจำบ้านคุณ” ที่พร้อมให้คำปรึกษา ดูแลการติดตั้ง และบริการหลังการขายอย่างมืออาชีพ เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนการตัดสินใจซื้อ ไปจนถึงการใช้งานจริงในระยะยาว

ปัจจุบันเครื่องซักผ้า Haier 3 Drums Multi-Wash วางจำหน่ายแล้วที่โฮมโปรทุกสาขาทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ พร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับสมาชิก HomeCard ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ตอกย้ำบทบาทของโฮมโปร ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

#ผู้นำช่องทางจัดจำหน่าย#StrategicRetailPartner #โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่กว่า #homepropr #HomeProxHaier #โฮมโปรxไฮเออร์ #ไฮเออร์ #Haier

โชว์จัดเต็มทุกอารมณ์! คอนเสิร์ตจบการศึกษา BNK48 รุ่นที่ 3 “Once Upon a Time… The Rabbit Were Born” เหล่ากระต่ายพร้อมเติบโตก้าวสู่เส้นทางใหม่

มอบความสุขผ่านเสียงเพลง และทำหน้าที่ไอดอลมาตลอดระยะเวลา 6 ปีเต็ม สำหรับ BNK48 รุ่นที่ 3 จากค่าย iAM ล่าสุดถึงเวลาที่จะเติบโตพร้อมเดินทางในเส้นทางใหม่ของตัวเอง โดยจัดงาน BNK48 3rd Generation Graduation Concert “Once Upon a Time… The Rabbit Were Born” ในคอนเสิร์ตจบการศึกษา ซึ่งมีสมาชิก BNK48 ทุกรุ่นทั้งหมด 44 คนพร้อมกับแขกรับเชิญสุดพิเศษที่มาร่วมส่งท้าย ไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ณ ISLAND HALL ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ที่ผ่านมา

บรรยกาศภายในงานเต็มไปด้วยแฟนๆ ที่มาส่งกำลังใจการขึ้นเวทีด้วยกันครั้งสุดท้ายของเจ้ากระต่ายน้อยรุ่นที่ 3 กันอย่างอบอุ่น โดยแต่ละพาร์ทโชว์จัดเต็มมาเสิร์ฟให้ชมครบทุกอารมณ์แบบจุกๆ กว่า 30 เพลง พร้อมเซอร์ไพรส์แขกรับเชิญสุดพิเศษที่ทุกคนคิดถึง อาทิ ปัญ เจนนิษฐ์ ตาหวาน ปูเป้ รวมถึงอดีตสมาชิกวงอย่าง เจ้าเข็ม แพมแพม ปาเอญ่า พิม และป๊อปเป้อ ชิไฮนิน หรือผู้จัดการวง BNK48 ที่ได้มารวมอยู่ในโมเมนต์ดีๆ ในครั้งนี้ไปด้วยกัน

โดยสมาชิกที่จบการศึกษามีจำนวนทั้งหมด 8 คน ได้แก่ (อีฟ) อิสรีย์ ทวีกุลพาณิชย์, (เอิร์ธ) นภสรณ์ ศิริปาณี, (ยาหยี) ณัฏฐธิดา อาสนานิ, (เกรซ) วิรัลพัชร ธำรงค์พันธวนิช, (พีค) ภูษิตา วัฒนากรแก้ว, (เอิร์น) วชิราพร พัฒนพานิช, (มีน) ณัฐธันยา ดุลยพล และ (ข้าวฟ่าง) ญาณิศา เมืองคำ ส่วน (ฮูพ) ปาฏลี ประเสริฐธีระชัย, (แพนเค้ก) พิทยาภรณ์ เกียรติฐิตินันท์, (โยเกิร์ต) นพรดา เลิศวิริยะพร, (โมเน่ต์) ภาริตา ริเริ่มกุล และ(เฟม) นันทภัค กิตติรัตนวิวัฒน์ จะยังใช้นามสกุล BNK48 กันต่อ และฝากแฟนๆ เป็นกำลังใจให้กับสมาชิกรุ่นที่ 3 กับทุกเส้นทางในอนาคตต่อไป

#BNK483rdGenConcert

#BNK483rdGeneration

#BNK48

เปิดภาพคลั่งรักให้สุด! “โอบนิธิ” ปล่อยซิงเกิลใหม่ “ไม่อยากรักคนอื่นแล้ว (The Chosen One)” เพลงรักของคนที่เหนื่อยจากการเริ่มต้นใหม่

เตรียมตัวรับดาเมจความโรแมนติกแบบขั้นสุด กับการกลับมาอีกครั้งของ “OABNITHI” (โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) ที่หยิบเรื่องราวของหัวใจซึ่งผ่านความเหนื่อยล้าจากการเริ่มต้นใหม่ จนได้พบใครสักคนที่อยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้น มาถ่ายทอดผ่านซิงเกิล โรแมนติก “ไม่อยากรักคนอื่นแล้ว (The Chosen One)” บทเพลงแทนใจของคนที่เลือกแล้วว่าจะรักเพียงคนเดียว ก่อนปล่อยเพลงเต็ม OABNITHI ได้ปล่อยทีเซอร์ความคลั่งรักออกมาตั้งแต่ช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา สร้างกระแสพูดถึงในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง พร้อมกิมมิกสุดโรแมนติกที่ชวนแฟน ๆ แชร์โมเมนต์อินไปกับบรรยากาศความรักผ่านแผ่นเสียง จนเกิดเทรนด์ของคนคลั่งรักที่หยิบแผ่นเสียงมาเปิดฟัง พร้อมโพสต์โมเมนต์หวานของตัวเองลงโซเชียลกันรัว ๆ

เพลงนี้ถ่ายทอดมุมโรแมนติกและความคลั่งรักของ “OABNITHI” ได้อย่างลงตัว ผ่านซาวด์ดนตรีสไตล์ Urban Pop / R&B ที่อบอวลด้วยกลิ่นอายอิเล็กทรอนิกส์และซาวด์ดีไซน์สมัยใหม่ ขณะเดียวกันก็ยังคงความฟังง่ายและร้องตามได้ไม่ยาก ทำให้บทเพลงเข้าถึงผู้ฟังได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินทำเอาแฟน ๆ ชาวคลั่งรัก ฟินไปอีก คือการได้เห็น OABNITHI (โอบนิธิ) และ LADIIPRANG (เลดี้ปราง) ในมิวสิกวิดีโอ ถ่ายทอดโมเมนต์หวานละมุนของคนที่เลือกแล้ว ว่าจะหยุดหัวใจไว้ที่ใครคนเดียว เคมีของทั้งคู่ยิ่งเติมเต็มอารมณ์ของเพลงให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งความพิเศษของซิงเกิลนี้ คือการได้ “แอ้ม อัจฉริยา ดุลยโพบูลย์” โปรดิวเซอร์ แถวหน้าของวงการเพลงไทย มาร่วมรังสรรค์บทเพลงรักเพลงนี้ให้ออกมาลงตัว ทั้งในด้านอารมณ์และซาวด์ดนตรี พร้อมยังคงเอกลักษณ์และสไตล์เฉพาะตัวของศิลปินไว้อย่างชัดเจน เสริมทัพด้วยฝีมือการกำกับมิวสิกวิดีโอจาก “โช โชติรัตน์ พรหมโชติ” ผู้กำกับมากความสามารถ ที่ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวความรักให้ออกมาอบอุ่นและเข้าถึงอารมณ์ หลังจากนี้แฟน ๆ เตรียมรอรับความพิเศษที่รับรองว่าเซอร์ไพรส์อย่างแน่นอน เพราะดูเหมือนว่าเส้นทางความคลั่งรักของ OABNITHI เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

สำหรับใครที่พร้อมที่จะคลั่งรักไปพร้อมกัน สามารถฟังเพลง “ไม่อยากรักคนอื่นแล้ว (The Chosen One)” ซิงเกิลใหม่ล่าสุดจาก “OABNITHI” ได้แล้ววันนี้ ใน Music Streaming ทุกช่องทาง พร้อมรับชมมิวสิกวิดีโอได้ตั้งแต่วันนี้ทาง YouTube : OabnithiW
ติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook : Oabnithi Wiwattanawarang, Instagram oabnithi, oabnithi official TikTok : oabnithi, Facebook : LOVEiS /X/Instagram : @LOVEiS_ent

LINK : https://youtu.be/aUk_XvzIcPo?si=arlHQGymKWXOiUpw

ไม่อยากรักคนอื่นแล้ว_OABNITHI

OABNITHI #LOVEiSENTERTAINMENT

Olivia Dean, Lola Young, Sam Fender, Dave นำทีมศิลปิน Universal Music Groupคว้ารางวัลใหญ่งานประกาศรางวัล BRITs 2026 สุดยิ่งใหญ่ของอังกฤษ

Olivia Dean, Lola Young, Sam Fender และ Dave คว้ารางวัลใหญ่ใน BRITs 2026 หรือ Brit Awards 2026 ครั้งที่ 46 งานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ของอังกฤษ ที่ในปีนี้จัดที่ Co-op Live Arena ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของงาน Brit Award ที่จัดขึ้นนอกเมืองลอนดอน ในค่ำคืนวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา

Olivia Dean ซูเปอร์สตาร์มาแรงแห่งปี คว้ารางวัลกลับบ้านไปมากที่สุดถึง 4 รางวัล ได้แก่ British Album of the Year จากอัลบั้ม The Art Of Loving, Song of the Year จากเพลง “Rein Me In” ที่ทำร่วมกับ Sam Fender, British Artist of the Year และ Best Pop Act ในขณะที่ Sam Fender นอกจากจะได้รางวัลร่วมกับ Olivia Dean แล้ว ยังได้รับ Best Alternative/Rock Act ไปครองอีกหนึ่งรางวัลด้วย

ทางด้านของสาว Lola Young เจ้าของเพลงไวรัลไปทั่วโลกอย่าง “Messy” ก็คว้ารางวัล British Breakthrough Artist กลับบ้านไปอย่างไร้ข้อกังขา รวมถึง Dave แรปเปอร์สุดฮอต เจ้าของเพลงที่กำลังไวรัลอยู่ในขณะนี้อย่าง “Raindance (feat. Tems)” ก็คว้ารางวัล Best Hip Hop/Grime/Rap Act ไปได้อย่างสวยงามเช่นกัน

นอกจากนี้ วงบอยกรุ๊ปน้องใหม่ล่าสุดของเกาะอังกฤษอย่าง December 10 ก็ได้เดบิวต์งานประกาศรางวัล เดินพรมแดงด้วยกันเป็นครั้งแรกอีกด้วย

ปี 2026 ศิลปินฝั่งอังกฤษคึกคักกันมากจริง ๆ และเราจะได้เห็นพวกเขาเหล่านี้ปล่อยผลงานใหม่ ๆ รวมถึงออกทัวร์คอนเสิร์ต ร่วมแสดงในเทศกาลดนตรี และผลงานอื่น ๆ ให้ติดตามกันตลอดทั้งปีแน่นอน

#OliviaDean #LolaYoung #SamFender #Dave #December10 #BRITs2026

ติดตาม Universal Music Thailand ที่

FACEBOOK: @universalmusicthailand

INSTAGRAM: @universalmusicth

X: @UMusicThai

TIKTOK: @universalmusicthailand

YOUTUBE: @universalmusicthailand

TRT เคาะปันผลปี 2568 หุ้นละ 0.20 บาท จ่าย 54.55% ของกำไรสุทธิ ตอกย้ำนโยบายคืนผลตอบแทนผู้ถือหุ้น

บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน หลังคณะกรรมการบริษัท มีมติเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลร้อยละ 54.55 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม สอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท

นายกานต์ วงษ์ปาน เลขานุการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามข้อบังคับบริษัท ข้อ 49 กำหนดให้บริษัทต้องจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีส่วนหนึ่งไว้เป็นทุนสำรองไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิประจำปี หักด้วยยอดขาดทุนสะสมยกมา (ถ้ามี) จนกว่าทุนสำรองจะมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียน

ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีเงินสำรองตามกฎหมายจำนวน 35,920,286.50 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียน ซึ่งครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว

สำหรับผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 112.93 ล้านบาท จากจำนวนหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลทั้งสิ้น 308,008,272 หุ้น

ด้านนายสัมพันธ์ วงปาน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารมีมติให้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท  เพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท คิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 61,601,654.40 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 54.55 ของกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 ตามงบการเงินรวม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีและสำรองตามกฎหมาย

ซึ่งบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.06 บาท เป็นเงินประมาณ 18.48 ล้านบาท เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 และจะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตราหุ้นละ 0.14 บาท คิดเป็นเงินประมาณ 43.12 ล้านบาท โดยจ่ายจากกำไรที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 20 โดยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเห็นชอบให้นำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

นายสัมพันธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การประกาศจ่ายเงินปันผลในระดับมากกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของบริษัท ตลอดจนความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมและต่อเนื่องให้แก่ผู้ถือหุ้น

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ! เวทีรางวัลแห่งอนาคตของวงการเทคโนโลยีไทย The 2nd BT Awards ปักหมุด 13 มีนาคมนี้

บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ผู้ผลิตสื่อออนไลน์ BT beartai เตรียมจัดงาน The 2nd BT Awards: The Impact Makers เวทีประกาศรางวัลแห่งอนาคต เพื่อยกย่ององค์กรและบุคคลที่ใช้เทคโนโลยีสร้าง “ผลกระทบเชิงบวก” ต่อผู้คน สังคม และโลกอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบแนวคิดเป้าหมายการพัฒนา ที่ยั่งยืน (SDGs) โดยกำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 ณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 3 ตึกทรู ดิจิทัล พาร์ค ฝั่งเวสต์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของวงการ เทคโนโลยีไทย ที่ประกาศชัดว่า “นวัตกรรมที่ดี” ต้องเติบโตควบคู่ความรับผิดชอบและความยั่งยืนในระยะยาว

หนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด กล่าวว่า “เวที BT Awards เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ BT beartai ที่ต้องการสร้างพื้นที่ซึ่งไม่ได้ยกย่องเพียงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่ต้องเป็นเทคโนโลยีที่ ‘ลงมือทำจริง’ และสร้าง Impact จริงต่อประเทศ ในขวบปีที่ 25 ขององค์กร เวทีนี้จึงถูกออกแบบให้เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ภาครัฐ สตาร์ตอัป และนักพัฒนา เพื่อร่วมกัน ยกระดับมาตรฐานนวัตกรรมไทยสู่ระดับสากล และจุดประกาย Responsible Innovation ให้เกิดขึ้น อย่างเป็นรูปธรรมใน Ecosystem ไทย”

สำหรับการพิจารณารางวัลในปีที่ 2 นี้ ได้ยกระดับเกณฑ์การตัดสินให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยนำกรอบ SDGs ขององค์การสหประชาชาติมาเป็นหัวใจหลักในการประเมิน ทั้งในมิติของผลกระทบเชิงระบบ ความยั่งยืน ระยะยาว การวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม รวมถึงศักยภาพในการขยายผลในวงกว้าง

ภายในงานจะมีการมอบรางวัลรวม 18 รางวัล แบ่งเป็น 15 รางวัล SDGs Awards สำหรับนวัตกรรม ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน 15 เป้าหมาย จาก 17 เป้าหมาย และ 3 รางวัลพิเศษ ได้แก่ รางวัลเกียรติยศสำหรับ องค์กรที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมความยั่งยืน รางวัล BT Popular Vote จากเสียงมหาชน และรางวัลบุคคลแห่งปี สำหรับผู้สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างประจักษ์

The 2nd BT Awards: The Impact Makers จึงไม่ใช่เพียงค่ำคืนแห่งการประกาศรางวัล แต่คือ การประกาศทิศทางใหม่ของวงการเทคโนโลยีไทยในปี 2026 ที่ย้ำว่า เทคโนโลยีที่ดีต้องไม่เพียง “ทำงานเก่ง” แต่ต้องช่วยเยียวยา แก้ปัญหา และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

เตรียมพบกับการรวมตัวครั้งสำคัญของ “The Impact Makers” ในวันที่ 13 มีนาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ฝั่งเวสต์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป พร้อมแขกรับเชิญพิเศษจากแวดวงดิจิทัลและครีเอทีฟ อันดับต้น ๆ ของประเทศมากมาย อาทิ ยุทธนา บุญอ้อม (ป๋าเต็ด), เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา (น้าเน็ก), ดร. วิทย์ สิทธิเวคิน, ซีเค เจิง, มารุต ชื่นชมบูรณ์ (ดีเจอาร์ต) และอลิสา ขุนแขวง (มะปราง) เป็นต้น หรือรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทุกช่องทางของ BT beartai

ดูรายละเอียดและติดข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง

Facebook : https://www.facebook.com/beartai

TikTok : https://www.tiktok.com/@btbeartai

Instagram : https://url.in.th/rOGUK

YouTube : https://www.youtube.com/@beartai

เปิด 6 คำตอบ PDPA สะท้อนทิศทางกำกับข้อมูลไทยสู่สมดุล “สิทธิส่วนบุคคล – ความปลอดภัยสาธารณะ – การพัฒนาประเทศ”

การกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากการวางรากฐานกฎหมาย ไปสู่การสร้างความชัดเจนและแนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริงในภาคส่วนต่าง ๆ ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ได้เผยแพร่สรุปการตอบข้อหารือตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) เพิ่มเติมจำนวน 6 ฉบับ ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการตีความกฎหมายในบริบทที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งด้านการแพทย์ ความปลอดภัยสาธารณะ การให้บริการภาครัฐ และงานวิจัยเพื่อสาธารณะ ตลอดจนการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพระหว่างหน่วยงานของรัฐเพื่อการดำเนินภารกิจตามกฎหมายอันเป็นประโยชน์สาธารณะในระบบบริการสาธารณสุข

การเผยแพร่สรุปการตอบข้อหารือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำอธิบายทางกฎหมายเท่านั้น แต่สะท้อนบทบาทของ PDPC ในฐานะ “Policy Interpreter” ที่ช่วยกำหนดทิศทางการใช้ข้อมูลของประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า แนวทางตอบข้อหารือดังกล่าวสะท้อนหลักการสำคัญของ PDPA ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิของประชาชนกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์สาธารณะและประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้เกี่ยวข้อง

“PDPA ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อจำกัดการใช้ข้อมูล แต่เป็นการกำหนดกรอบให้การใช้ข้อมูลเป็นไปอย่างรับผิดชอบ โปร่งใส และเคารพสิทธิของเจ้าของข้อมูล การตอบข้อหารือจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้องค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถนำกฎหมายไปใช้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละภาคส่วน” พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าว

6 กรณีศึกษา สะท้อนโจทย์ใหม่ของการกำกับข้อมูลไทย

  1. ความโปร่งใสวิชาชีพแพทย์ กับสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อหารือกรณีแพทยสภาเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการลงโทษผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม สะท้อนโจทย์สำคัญของระบบวิชาชีพที่ต้องสร้างความโปร่งใสเพื่อคุ้มครองผู้รับบริการ ขณะเดียวกันต้องไม่ละเมิดสิทธิของบุคลากรทางการแพทย์เกินสมควร ทั้งยังมีหลักการที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกันระหว่าง PDPA กับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ

กรณีนี้สะท้อนแนวโน้มว่า การกำกับข้อมูลในอนาคตจะต้องพิจารณาความสมดุลระหว่าง “ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ” กับ “สิทธิส่วนบุคคล” มากขึ้น โดยเฉพาะในวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชน

  • ภาครัฐกับโจทย์ Data Governance ยุคดิจิทัล

ข้อหารือของกรมการขนส่งทางบก สะท้อนความท้าทายของหน่วยงานของรัฐที่ต้องเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในการให้บริการประชาชน ขณะเดียวกันต้องดำเนินการภายใต้กรอบ PDPA

แนวโน้มนี้ตอกย้ำความสำคัญของการขับเคลื่อนงานด้าน data governance ของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งต้องมีทั้งระบบกำกับดูแลข้อมูล การบริหารความเสี่ยง และการสร้างความโปร่งใสในการใช้ข้อมูลของประชาชน

  • ความปลอดภัยสาธารณะกับการใช้ข้อมูลสุขภาพที่มีความอ่อนไหว

ข้อหารือของกรมสุขภาพจิตเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงต่อการก่อความรุนแรง ถือเป็นหนึ่งในกรณีที่มีความอ่อนไหว เนื่องจากเกี่ยวข้องกับข้อมูลสุขภาพ โดยเฉพาะสุขภาพจิต ซึ่งอาจกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ค่อนข้างมาก

กรณีนี้สะท้อนแนวทางการกำกับดูแลข้อมูลที่ต้องพิจารณาชั่งน้ำหนักสิทธิส่วนบุคคลและประโยชน์สาธารณะ โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัยสาธารณะ (public safety) อย่างรอบคอบ โดยต้องมีฐานกฎหมายที่ชัดเจน และมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เข้มงวด เพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลเกินความจำเป็นหรือผิดวัตถุประสงค์ อันจะเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

  • งานวิจัยและข้อมูลนิรนาม กลไกสำคัญของนโยบายสาธารณะ

ข้อหารือของศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์และศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสาเหตุของอุบัติเหตุจราจรและแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหานี้ สะท้อนความสำคัญของการใช้ข้อมูลเพื่อการศึกษาวิจัยหรือสถิติ ในการพัฒนาองค์ความรู้และนโยบายความปลอดภัยสาธารณะ

นอกจากนี้ สรุปการตอบข้อหารือดังกล่าวยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักการและเทคนิคในการใช้ข้อมูลนิรนาม (anonymization) ที่สอดคล้องกับ PDPA อันเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้สามารถใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ของหน่วยงานและประโยชน์สาธารณะได้ โดยไม่กระทบต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

  • ระบบสุขภาพดิจิทัลกับการแบ่งปันข้อมูลอ่อนไหว

ข้อหารือของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับการจัดทำข้อตกลงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Data Sharing Agreement) กับหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น สะท้อนโจทย์สำคัญของการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพในระบบบริการสาธารณสุขยุคดิจิทัล ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อมูลอ่อนไหวและต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ

กรณีนี้ตอกย้ำว่า “ข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูล” เป็นหนึ่งในมาตรการเชิงองค์กรที่ช่วยกำหนดวัตถุประสงค์ เงื่อนไขการใช้ข้อมูล หน้าที่ความรับผิดชอบ และมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้ชัดเจน เพื่อให้การบูรณาการข้อมูลทำได้อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน

  • การจัดทำข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ

ข้อหารือของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่หารือเรื่องการจัดทำข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Sharing Agreement) ระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สะท้อนความจำเป็นในการทำงานร่วมกันในภารกิจด้านการให้บริการสาธารณสุขและการบริหารจัดการกองทุนประกันสุขภาพที่จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลการให้บริการ

กรณีนี้ชี้ว่า การจัดทำข้อตกลงระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (data controller) ด้วยกัน เป็น “มาตรการทางเลือก” เพื่อให้วัตถุประสงค์ วิธีการ และความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายมีความชัดเจน แต่หากการจัดทำข้อตกลงเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติภารกิจ หน่วยงานยังสามารถกำหนดมาตรการอื่นที่เหมาะสมและให้การคุ้มครองได้เช่นเดียวกัน โดยหัวใจยังคงอยู่ที่การจำกัดวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (purpose limitation) ตามความจำเป็น การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และการคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างรอบคอบ

จาก Compliance สู่ Governance : ทิศทางใหม่ของ PDPA ไทย

การเผยแพร่ข้อหารือทั้ง 6 ฉบับ สะท้อนให้เห็นว่าการบังคับใช้ PDPA ของไทยกำลังพัฒนาเข้าสู่ระยะที่เน้น “Data Governance” มากขึ้น ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่รวมถึงการสร้างระบบบริหารจัดการข้อมูลอย่างยั่งยืนในระดับองค์กรและระดับประเทศ

แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางสากลที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นด้านข้อมูล หรือ Trust-based Digital Economy ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล

พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวว่า สคส. มุ่งผลักดันให้ประเทศไทยมีระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และสามารถรองรับการใช้ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล

“การกำกับดูแลข้อมูลในปัจจุบันไม่ใช่เพียงเรื่องกฎหมาย แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล การสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิและการใช้ข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ จะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นของประเทศในระยะยาว” พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวปิดท้าย

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดสรุปการตอบข้อหารือเพิ่มเติมได้ที่ https://www.pdpc.or.th/consultation