“เกรท-ไมค์-กอล์ฟ-ลีซอ” นำทัพดารา “STAR RIDER FC”ดวลแข้งเจ้าถิ่น “BANSOMDEJ FC”สร้างรอยยิ้มและความประทับใจส่งท้ายงาน “บ้านสมเด็จเฟสติวัล 2”

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (BSRU) จัดงาน “บ้านสมเด็จเฟสติวัล 2” มหกรรมรื่นเริงที่รวมความสนุกและบันเทิงประจำปีที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อถวายอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) และระลึกถึงวันพิราลัยสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ระหว่างวันที่ 17-19 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ขนทัพซูเปอร์สตาร์และกิจกรรมครบเครื่องทั้ง วิชาการ ดนตรี กีฬา และศิลปะ ให้เข้าชมฟรีตลอดงาน

สีสันอีกอย่างหนึ่งของงาน คือการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษระหว่างทีมรวมดารา “STAR RIDER FC” นำทีมโดย เกรท วรินทร, ไมค์ ภัทรเดช, กอล์ฟ อนุวัฒน์, ลีซอ ธีรเทพ, สมจิตร จงจอหอ, แจ๊บ เพ็ญเพชร, กิก ดนัย, จอห์น บราโว่, คิง ก่อนบ่าย, ป๊อก โฆษวิส , ชานนทร์ ทิพกนก, เก่ง ชัชวาล และ ตาล นภัสดล พบกับทีมเจ้าถิ่น “BANSOMDEJ FC” ได้รับเกียรติเปิดเกมส์โดย ผศ.ดร.คณกร สว่างเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา เปิดงานด้วยพิธีวิ่งคบเพลิงอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมด้วยขบวนนักกีฬาทั้งสองทีมเดินลงสู่สนามพร้อมกับเด็กๆ (Player Escort) สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองก่อนเริ่มเกมการแข่งขัน แต่พอได้ลงสนามดวลแข้งเท่านั้นล่ะ ความมันส์บังเกิด ท่ามกลางกองเชียร์ของทั้งสองทีม ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ จัดเต็ม สรุปผลการแข่งขัน ปรากฏว่าทีม STAR RIDER FC คว้าแชมป์สมัยที่ 2 ด้วยสกอร์ 4: 3

ภายในงานยังอัดแน่น ด้วยโชว์สุดอลังการคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง อาทิ ดัง พันกร ,โดม ปกรณ์ ลัม , เก่ง ธชย FELLOW FELLOW ฯลฯ การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม การแสดงโขน ละครรำและดนตรีไทยที่หาชมได้ยาก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของสถาบัน การขับร้องเพลงและการแปรอักษรถวายความอาลัย การแสดงดนตรีไทย-สากล แฟชั่นโชว์จากศิลปาชีพสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การโชว์ผลงานนวัตกรรมและโปรเจกต์เด่นจากคณะต่างๆ เช่น วิศวกรรมศาสตร์, ครุศาสตร์ และวิทยาการจัดการ รวมถึงของกินเด็ด ๆ ในโซน “สตรีทฟู้ดครัวแม่ของแผ่นดิน”

“บ้านสมเด็จเฟสติวัล 2” คือเทศกาลที่รวมทั้ง ความสนุก บันเทิง และความประทับใจไว้ในงานเดียว ศิลปินแน่น กิจกรรมครบทั้งสายวิชาการ สายศิลป์ สายกิน สายดนตรี สายกีฬา ซึ่งนอกจากกิจกรรมด้านกีฬาแล้ว ภายในงานยังมีนิทรรศการและการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของบ้านสมเด็จฯ ไว้อย่างครบถ้วนเพื่อเป็นการสืบสานประเพณีและสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมสืบไป

WAY BETTER เตรียมเขย่ากรุงเทพฯ คอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ 2026“Global Warming” รวมพลัง 4 ศิลปินเดี่ยว สาดความปัง 7 ก.พ.นี้

กรุงเทพฯ เตรียมลุกเป็นไฟ เมื่อค่าย WAY BETTER ประกาศจัด “2026 WAY BETTER WORLD TOUR in BANGKOK : Global Warming” คอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ที่รวมศิลปินเดี่ยวซึ่งกำลังมาแรงและถูกพูดถึงในระดับนานาชาติไว้ในเวทีเดียว โดยมีกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ The Street Ratchada Hall
เปิดการแสดง 2 รอบ เวลา 14.00 น. และ 19.00 น. การแสดงครั้งนี้จัดโดย WAY BETTER, REDSLIPPERS ร่วมกับบริษัทผู้จัดงานในประเทศไทย REDSLIPPERS และ POYU

เพื่อยกประสบการณ์คอนเสิร์ตระดับเวิลด์ทัวร์มาสู่แฟนเพลงชาวไทยอย่างเต็มรูปแบบ โดยไฮไลต์สำคัญ ต้องยกให้การรวมตัวของ 4 ศิลปินเดี่ยวจาก WAY BETTER อย่าง from20, HELLO GLOOM, LIM SEJUN และ KANG YUCHAN ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงดนตรี K-POP และตลาดอินเตอร์
เริ่มที่ “from20” ศิลปินสาย R&B/Pop ที่ถูกจับตามองในฐานะออลราวด์อาร์ทิสต์ ด้วยภาพลักษณ์ที่ร้อนแรงและผลงานเพลงที่ถูกพูดถึงในโซเชียลอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นหนึ่งในศิลปินเดี่ยวที่มีกระแสเติบโตเร็ว และมีฐานแฟนคลับอินเตอร์กระจายทั่วโลก ต่อด้วย “HELLO GLOOM” ศิลปินที่ได้รับการยอมรับในเรื่องซาวด์ดนตรีและตัวตนที่ชัดเจน มีผลงานเป็นที่ยอมรับในกลุ่มแฟนเพลงสายอินดี้–อาร์ต พร้อมสร้างฐานผู้ฟังที่เหนียวแน่นทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ ด้าน “LIM SEJUN” อดีตสมาชิกวง VICTON กลับมาสร้างกระแสอีกครั้งในฐานะศิลปินเดี่ยวและนักแสดงมิวสิคัลจากผลงานบนเวทีและรายการเพลงที่ได้รับเสียงตอบรับดีเกินคาด ทำให้ชื่อของเขาถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในกลุ่มแฟน K-POP และสายมิวสิคัล

ขณะที่ “KANG YUCHAN” อดีตสมาชิกวง A.C.E เป็นศิลปินที่ได้รับการจับตามองในระดับโกลบอล จากเวิลด์ทัวร์อเมริกาเหนือและยุโรปที่ประสบความสำเร็จ ตอกย้ำความนิยมและฐานแฟนคลับอินเตอร์ที่แข็งแรง พร้อมถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในศิลปินเดี่ยวที่ “ครบเครื่องทั้งร้อง เต้น และไลฟ์”
เวที “Global Warming” ถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “WAY BETTER BUNKER” ท่ามกลางความร้อนแรงจากเสียงดนตรี และเป็นเวทีที่สะท้อนตัวตนของศิลปินและแบรนด์ ผ่านข้อความ “Hot People Listen to WAY BETTER” ได้อย่างชัดเจน

WAYBETTER

GlobalWarming

2026WAYBETTERWORLDTOURinBANGKOK

from20

HELLOGLOOM

LIMSEJUN

KANGYUCHAN

ลายเซ็นแรกในชีวิตป๊อบ ปองกูล = เจี๊ยบ พิจิตตรา แต่เพลงในใจเจี๊ยบ = เพลงนี้ !!!

เรียกได้ว่าเป็นเรื่องเล่าในตำนานที่ฟังทีไรก็ต้องหัวเราะทุกที เมื่อ เจี๊ยบ พิจิตตรา ควงคุณสามี บอย พีชเมกเกอร์ นั่งเมาท์กับ ป๊อบ ปองกูล และโอ๊ต ปราโมทย์ พร้อมเหตุการณ์สุดพีคในวันที่ป๊อบเพิ่งเริ่มเป็นศิลปินใหม่ๆ กับโมเมนต์ที่ป๊อบยกให้เป็น “ลายเซ็นแรกในชีวิต” และคนที่ได้ก็คือ… เจี๊ยบ พิจิตตรา ภรรยาของเพื่อนรักอย่างบอย พีซเมคเกอร์ แต่ได้เจอเรื่องช็อตฟิลแบบนี้

ป๊อบ ปองกูล : ลายเซ็นแรกในชีวิตในการเป็นศิลปินของผมคนที่ได้คือคุณเจี๊ยบ
เจี๊ยบ พิจิตตรา : ค่ะ
บอย พีชเมกเกอร์ : ใช่เจี๊ยบเขาบอกว่าชอบคนนี้อยากขอลายเซ็นได้ไหม
เจี๊ยบ พิจิตตรา : บอกพี่บอยว่าฟังเพลงแล้วชอบนักร้องคนหนึ่งแล้วชอบมากเขาชื่อ ป๊อบ ปองกูล
โอ๊ต ปราโมทย์ : เพลงคนไม่เข้าตาใช่ไหมเพลงแรกๆเปล่า
ป๊อบ ปองกูล : ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าเป็นอัลบั้ม calories blah blah หรือเป็นอัลบั้ม sleepless society หรืออะไรสักอย่าง
บอย พีชเมกเกอร์ : ให้เขาเล่าดีกว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงเล่ามา
ป๊อบ ปองกูล : จะมีอะไรช็อตฟิลไหมเนี่ย
เจี๊ยบ พิจิตตรา : จะดีเหรอ !!
บอย พีชเมกเกอร์ : คือจริงๆเป็นเรื่องที่ผมไม่กล้าบอกคุณเองดีกว่า ผมเกรงใจในฐานะเพื่อนไม่กล้าเล่า

ป๊อบ ปองกูล : ในใจของผมผมยังจดจำอยู่เสมอว่าลายเซ็นแรกของผมคือคุณเจี๊ยบ
บอย พีชเมกเกอร์ : ซื้อ CD ด้วย
เจี๊ยบ พิจิตตรา : ก็บอกพี่บอยเขาก็บอกเป็นเพื่อนเดี๋ยวพาไปเลย เพราะตอนนั้นก็เหมือนเขาจีบเราแหละแล้วพอขึ้นมาบนรถเขาบอกว่าไหนชอบเพลงอะไร เปิดให้ฟังหน่อยก็บอกว่าไม่มียังไม่ได้พก CD มาแต่ว่าที่ชอบเพลง ซื้อกุหลาบให้ตัวเอง
บอย พีชเมกเกอร์ : ผมขอโทษแทนนะ
ป๊อบ ปองกูล : เหม่อเลย !!
เจี๊ยบ พิจิตตรา : แต่ว่าก็ชอบด้วย แต่พอมาเปิดเพลงป๊อป จะมีใครใครรักคนหน้าตาอย่างฉัน เพลงนี้ก็ชอบด้วย แต่ตอนนัันพอขึ้นรถมาพี่บอยก็อึ้งไป เจี๊ยบก็บอกว่าเพลง ซื้อกุหลาบให้ตัวเองไงพี่บอยบอกว่าไม่ใช่
บอย พีชเมกเกอร์ : รู้สึกโชคดีมากที่เขาไม่พูดชื่อเพลงนี้ตอนที่เขากำลังเซ็นลายเซ็นให้อยู่
ป๊อบ ปองกูล : ตอนนั้นคือผมร้องเพลงอยู่แล้วคุณลองคิดดูคุณบอย พีซเมคเกอร์ ขับรถเข้ามาขอลายเซ็นให้แฟน
เจี๊ยบ พิจิตตรา : แต่เจี๊ยบก็ชอบพอกลับไป เอ้า นี่จริงๆพอพี่บอยเปิดให้ฟังก็อุ้ยชอบแล้วก็ร้องเพลงเพราะ
เจี๊ยบ พิจิตตรา : ตอนเพลงซื้อกุหลาบให้ตัวเองก็เข้าใจว่าเป็นของเขา
ป๊อบ ปองกูล : ยังวนอยู่เพลงนั้นอยู่ ผมขออนุญาตไปซื้อกุหลาบแป๊ปนึง แต่จริงๆเพลงซื้อกุหลาบให้ตัวเองผมเป็นคนร้องไกด์
เจี๊ยบ พิจิตตรา : หรือเราอาจจะฟังเพลงไกด์
บอย พีชเมกเกอร์ : เนียนเลยได้ฟังเวอร์ชั่นไกด์ด้วย
ป๊อบ ปองกูล : ในเพลง ซื้อกุหลาบให้ตัวเอง จริงๆมีผมร้องอยู่ด้วยมีท่อนผมด้วย แต่ท่อนที่คุณชอบน่าจะเป็นหมอโอ๊คครับ

งานนี้แฟนๆ ฟังแล้วต่างพร้อมใจกันสรุปเป็นเสียงเดียวว่าเป็นลายเซ็นแรกที่ทั้งซึ้ง ทั้งฮา ทั้งช็อตฟิลทีเดียว

คืนกำไรสู่สังคม! นักธุรกิจซูเลียนมอบ 200,000 บาท หนุนงานศัลยกรรม รพ.ตำรวจเสริมศักยภาพการแพทย์ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย

นักธุรกิจซูเลียน เดินหน้าสานต่อภารกิจเพื่อสังคม ด้วยการมอบเงินบริจาคจำนวน 200,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มงานศัลยกรรม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลรักษาผู้ป่วยจำนวนมาก

Master RCD วิมุกดา ภูทับทิม นักธุรกิจระดับสูง บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้แทนมอบเงินบริจาคในครั้งนี้ โดยได้รับเกียรติจาก พล.ต.ต. ทรงชัย สิมะโรจน์ ที่ปรึกษากลุ่มงานศัลยกรรม และประธานมูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ พร้อมด้วย พ.ต.อ. ทวีศักดิ์ จรรยาพูน นายแพทย์ (สบ 5) หัวหน้ากลุ่มงานศัลยกรรม เป็นผู้แทนรับมอบ ณ โรงพยาบาลตำรวจ

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง มีการแลกเปลี่ยนมุมมองถึงความสำคัญของการสนับสนุนงานบริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะงานด้านศัลยกรรมที่ต้องอาศัยทั้งบุคลากร เครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน และงบประมาณในการพัฒนาระบบการรักษาอย่างต่อเนื่อง

Master RCD วิมุกดา ภูทับทิม แสดงความปลาบปลื้มใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนภารกิจของโรงพยาบาลตำรวจ ขณะที่คณะแพทย์และผู้แทนโรงพยาบาลได้กล่าวแสดงความขอบคุณ พร้อมยืนยันว่าจะนำเงินบริจาคทั้งหมดไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยและการพัฒนางานบริการทางการแพทย์

การสนับสนุนในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทของนักธุรกิจซูเลียนในการดำเนินธุรกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการร่วมยกระดับระบบสาธารณสุขของประเทศ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยไทยอย่างยั่งยืน

Out of the box by GDH เปิดตัว “KINKI อาถรรพ์คิงคิ”ภาพยนตร์สยองขวัญแห่งยุค ปลุกตำนานพื้นที่ต้องห้าม คนเป็นอย่าท้าทาย เข้าฉายวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์

Out of the box by GDH เดินหน้าเสิร์ฟความบันเทิงระดับโลกอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ต่างประเทศคุณภาพ ด้วย LINE UP ภาพยนตร์ต่างประเทศประจำปี 2026 ที่อัดแน่นหลากหลายรสชาติ ทั้งสยองขวัญ ดราม่า โรแมนติก และแอ็กชันเดือด เริ่มต้นด้วย “KINKI อาถรรพ์คิงคิ” ภาพยนตร์สยองขวัญกระแสแรงจากญี่ปุ่น ปลุกตำนานพื้นที่อาถรรพ์แห่งคิงคิ และภาพยนตร์จากสตูดิโอ A24 อย่าง “If I Had Legs I’d Kick You” ที่ส่งให้ Rose Byrne คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมบนเวทีลูกโลกทองคำ “The Drama” ผลงานโรแมนติก จากผู้กำกับสายเฉียบ Kristoffer Borgli นำแสดงโดย Zendaya และ Robert Pattinson และ “Onslaught” แอ็กชันสุดระห่ำจากผู้กำกับ Adam Wingard รวมทัพนักแสดงจัดเต็มสายเดือด นอกจากนั้นยังมีภาพยนตร์ญี่ปุ่นดราม่าเข้มข้นอย่าง “Love On Trial” จากผู้กำกับ Kôji Fukada ที่ได้รับเลือกเข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2025

และเพื่อเปิดศักราชความหลอนของปี 2026 อย่างเป็นทางการ Out of the Box by GDH พร้อมพาผู้ชมเข้าสู่ตำนานต้องห้ามกับภาพยนตร์สยองขวัญฟอร์มแรงจากญี่ปุ่น “KINKI อาถรรพ์คิงคิ” ภาพยนตร์สยองขวัญแห่งยุคที่ปลุกกระแสความผวาของพื้นที่อาถรรพ์ในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของญี่ปุ่น จนกลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกดัดแปลงจากนิยายสยองขวัญชื่อดังโดยนักเขียน เซซุจิ ที่ได้รับการขนานนามให้เป็น The Ring แห่งยุคสมัยใหม่ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ในประเทศญี่ปุ่นมาแล้วถึง 1.55 พันล้านเยน และเปิดตัวเป็นอันดับที่ 5 ในสัปดาห์แรกของการฉาย ก่อนเตรียมเข้าฉายในประเทศไทย วันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานของผู้กำกับระดับตำนานแห่งวงการ J-Horror อย่าง “โคจิ ชิราอิชิ” เจ้าของผลงานขึ้นหิ้งอย่าง Noroi, Occult, Cult, Sadako vs. Kayako และ House of Sayuri ที่ครั้งนี้กลับมาปลุกความสยองขวัญแบบสุดขั้วของตำนานลี้ลับแห่งพื้นที่อาถรรพ์ในคิงคิจากหน้ากระดาษสู่หน้าจอ นี่คือความน่าสะพรึงกลัวที่จะทำให้คุณหลอนขนลุก พื้นที่แห่งนี้ คนเป็นอย่าได้ท้าทาย คนตายไม่ได้กลับมา “KINKI อาถรรพ์คิงคิ” เข้าฉายวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์

KinkiTH

อาถรรพ์คิงคิ

มีอะไรในคิงคิ

เปิดศักราชใหม่! ทูบีนัมเบอร์วัน ยกทัพศิลปินทัวร์ส่งพลังบวก เติมความสุขรับต้นปี

เตรียมตัวให้พร้อม! เติมพลังบวกและความสนุกรับต้นปี ไปกับกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด โครงการทูบีนัมเบอร์วัน เพื่อรณรงค์ป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เยาวชนที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยมี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นองค์ประธานโครงการ จัดโดย กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข งานนี้ยกทัพศิลปินและนักแสดงมาร่วมสร้างรอยยิ้มและความสุขอย่างใกล้ชิดแบบจัดเต็มทั้ง 5 จังหวัด นำโดย ไตเติ้ล – ธนธัช ทิพย์จักษุ ศิลปินจาก จีเอ็มเอ็ม มิวสิค และ ล็อตเต้ – ฐกร พรหมสถิตกุล ในวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569 ณ โรงเรียนสุราษฎร์ธานี 2 จ.สุราษฎร์ธานี และในวันพุธที่ 28 มกราคม 2569 ณ โรงเรียนกระบุรีวิทยา จ.ระนอง

     นอกจากนี้ พบกับ คีน - สุวิจักขณ์ ปิยะนพโรจน์ และ หลุยส์ - ธณวิน ธีรโพสุการ นักแสดงจากสังกัด GMMTV ในวันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี จ.ราชบุรี ต่อเนื่องด้วย สมุย - สมุทร แก้ววัน ศิลปินจาก จีเอ็มเอ็ม มิวสิค และ แอมป์ - ภูริกูลกฤษฎ์ ชูศักดิ์สกุลวิบูล ในวันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569  ณ โรงเรียนหนองคายวิทยาคาร จ. หนองคาย 

     ก่อนปิดท้ายด้วย เต๋า - ภูศิลป์ ศิลปินจาก จีเอ็มเอ็ม มิวสิค และ แอมป์ - ภูริกูลกฤษฎ์ ชูศักดิ์สกุลวิบูล ในวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงเรียนปากคาดพิทยาคม จ. บึงกาฬ พร้อมด้วย วง 4TEEN ที่เดินทางไปมอบความมันส์ในทุกจังหวัด บอกเลยว่า เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่อัดแน่นทั้งความสนุก เสียงเพลง และแรงบันดาลใจ ใครอยู่ใกล้พื้นที่ไหน ห้ามพลาด!

     เต๋า -  ภูศิลป์ เปิดเผยว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากครับ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมโครงการทูบีนัมเบอร์วันในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่ได้ใช้เสียงเพลงมอบพลังส่งต่อกำลังใจให้กับเยาวชน อยากให้ทุกคนเริ่มต้นปีใหม่ ด้วยพลังบวก ใช้ชีวิตอย่างมีสติและห่างไกลยาเสพติดครับ”

     สมุย - สมุทร เปิดเผยว่า “การได้มาพบกับทุกคนในครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีมาก ที่จะได้แลกเปลี่ยนพลังดีๆ และกำลังใจซึ่งกันและกัน อยากให้น้องๆ เชื่อว่าทุกความฝันมีความหมาย ขอแค่กล้าที่จะเริ่มและเดินต่ออย่างตั้งใจ แล้วมาร่วมสนุก เก็บเกี่ยวประสบการณ์และสร้างความทรงจำไปด้วยกันนะครับ”

Lee Jeans แต่งตั้ง “NCT แจมิน” (NCT JAEMIN)ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

Lee Jeans ประกาศข่าวใหญ่ต้อนรับศักราชใหม่ด้วยการเปิดตัว “NCT แจมิน” (NCT JAEMIN) ศิลปินเคป๊อปชื่อดังจากวง NCT ในฐานะ แบรนด์แอมบาสเดอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อย่างเป็นทางการ ด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นธรรมชาติ พร้อมสไตล์อันโดดเด่นที่ไม่เหมือนใคร และมีคาแรคเตอร์หลากหลาย NCT แจมิน (NCT JAEMIN) จึงเป็นตัวแทนที่สมบูรณ์แบบในการถ่ายทอดปรัชญาของแบรนด์ที่เชื่อว่า “ช่วงเวลาที่เป็นตัวเองได้อย่างแท้จริง คือช่วงเวลาที่สวมใส่ยีนส์” การผสมผสานความขี้เล่นเข้ากับความสุขุมนุ่มลึกในแบบฉบับของเขา คือสิ่งสะท้อนจิตวิญญาณแห่ง Lee ภายใต้คอนเซปต์ “The Best Stories Happen in Jeans” ได้อย่างชัดเจนที่สุด

ในแคมเปญล่าสุดนี้ เผยให้เห็นความเป็นตัวตนของ NCT แจมิน (NCT JAEMIN) ผ่านเดนิมลุคที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นพิเศษจาก Lee 101 ถึง 4 รุ่น ได้แก่ ยีนส์สีน้ำเงินเข้มคลาสสิก Classic Rinse, เสื้อแจ็คเก็ตทรง Rider 101J จับคู่กางเกงยีนส์ 101 ฟอกสีให้ดูวินเทจราวกับใช้งานมานาน 5 ปี, ชุดแจ็คเก็ต Cowboy 101J พร้อมยีนส์ฟอกสไตล์วินเทจ และชุดยีนส์ฟอกสีแบบพิเศษให้มีสีดำเข้ม (Deep Black Wash) ทั้งหมดนี้ร้อยเรียงเรื่องราวการค้นพบตัวตนในแง่มุมต่างๆ เพื่อสื่อให้เห็นว่าโมเมนต์ที่ดีที่สุดมักก่อตัวขึ้นขณะเราได้เป็นตัวเองอย่างแท้จริงเมื่อสวมเดนิมของ Lee

The Perfect Match: NCT JAEMIN and Lee’s Spirit ความเชื่อมโยงระหว่าง NCT แจมิน (NCT JAEMIN) และ Lee เกิดจากทัศนคติและตัวตนที่สอดคล้องกัน โดย NCT แจมิน (NCT JAEMIN) ถูกนิยามว่าเป็นคนช่างคิด และมีมุมมองที่ลึกซึ้ง ขณะเดียวกันก็มีเสน่ห์ดึงดูดและเข้าถึงง่าย สอดรับกับค่านิยมหลักของแบรนด์ ในฐานะศิลปินผู้ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ที่จริงใจและการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา เขาจึงเหมาะสมอย่างยิ่งกับแบรนด์ที่มีรากฐานมาจากตัวตนที่ชัดเจน
NCT แจมิน (NCT JAEMIN) ได้กล่าวถึงความรู้สึกในการร่วมงานครั้งนี้ว่า “ผมตื่นเต้นมากที่ได้มาร่วมงานกับ Lee ในฐานะแอมบาสเดอร์คนใหม่ และผมตั้งตารอที่จะได้ร่วมสร้างเรื่องราวบทใหม่ๆ ไปพร้อมกับ Lee และทุกคนครับ”

Between Worlds: A Denim Journey
เรื่องราวในภาพยนตร์โฆษณาชุด “Between Worlds” เปรียบเสมือนการเดินทางผ่านโลกแห่งเดนิม เปิดฉากด้วยภาพของ NCT แจมิน (NCT JAEMIN) ในลุค Lee 101 เดนิมฟอกวินเทจที่ดูผ่อนคลาย สะท้อนความเรียบง่ายของชีวิตประจำวัน จนกระทั่งวินาทีที่เขามองผ่านเลนส์กล้องวินเทจด้วยความสงสัย ได้เผยให้เห็นตัวตนอีกด้านหนึ่งในเวอร์ชันที่ดูเนี้ยบและสง่างามในชุด 101 Classic Rinse สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความขัดแย้ง แต่คือการสำรวจตัวตนที่เชื่อมโยงถึงกัน ตัวตนทั้งสองต่างเฝ้ามองและส่งต่อแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน ฝ่ายหนึ่งเคลื่อนไหวด้วยท่วงท่าอิสระ อีกฝ่ายแสวงหาความเสรีที่แฝงความขี้เล่น สะท้อนให้เห็นว่าเรื่องราวที่ดีที่สุดของชีวิตมักเกิดจากความต่างที่ลงตัว ระหว่างวิถีชีวิตประจำวันและการค้นพบประสบการณ์น่าตื่นเต้น การอยู่กับตัวเองและการเปิดเผยตัวตน วัยเยาว์และการเติบโต

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของช่วงวัยและบทบาทชีวิต สิ่งหนึ่งที่ยังคงยืนหยัดมั่นคงคือยีนส์ Lee โดยเฉพาะสไตล์ของ Lee 101 แต่ละรุ่น ตั้งแต่ยีนส์ฟอกวินเทจที่ให้สัมผัสเสมือนผ่านการใช้งานมากว่า 10 ปี ไปจนถึงรุ่น Classic Rinse ที่พร้อมปรับเปลี่ยนไปตามเวอร์ชันที่คู่ควรกับคุณ โดยยังคงยึดมั่นในความเป็นตัวตนของ Lee และคุณภาพ ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าวจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการทั่วเอเชียในเดือนมกราคม 2569 ผ่านช่องทางดิจิทัลและทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

Lee – The Denim Craftsmanship since 1889
Lee คือหนึ่งในสัญลักษณ์ระดับโลกที่สะท้อนคุณภาพ นวัตกรรม และงานฝีมือชั้นเลิศ นับตั้งแต่ Henry David Lee ก่อตั้งบริษัท H.D. Lee Mercantile Company ขึ้นในรัฐแคนซัส สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1889 แบรนด์ก็ได้เริ่มต้นเส้นทางสู่
การเป็นตำนานแห่งโลกเดนิม ตลอดหน้าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา Lee ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่น่าจดจำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรุ่น 101, กางเกงยีนส์ที่ใช้ซิปแทนกระดุมตัวแรกของโลก, ป้ายหนังขนสัตว์ (Hair-on-hide) และการเดินด้ายกระเป๋า
หลังรูปตัว S (Lazy S) อันเป็นเอกลักษณ์ จากจุดเริ่มต้นด้วยชุดเอี๊ยมสู่กางเกงยีนส์คาวบอย 101 น้ำหนัก 13 ออนซ์
Lee ได้พิสูจน์ถึงความหลงใหลในการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และได้เปลี่ยนผ่านตัวเองจากผู้ผลิตเวิร์กแวร์ที่เน้น
ความทนทาน สู่การเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการแฟชั่นร่วมสมัยและผู้นำเทรนด์ในปัจจุบัน

การเปิดตัว NCT แจมิน (NCT JAEMIN) ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไม่เพียงเป็นการร่วมสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ในระดับสากล แต่ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของ Lee Thailand ในฐานะแบรนด์ของคนรักยีนส์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อรักษาและต่อยอดภาพลักษณ์ของ Lee Thailand แบรนด์ยังคงเดินหน้าพัฒนาจาก Collection 101 ซึ่งเป็นไฮไลต์ที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพมาอย่างยาวนาน พร้อมขยายสู่คอลเลกชันอื่นๆ รวมถึงการทำ Local Collaboration ร่วมกับศิลปินไทย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของ Lee Thailand อย่างต่อเนื่อง

ร่วมสัมผัสโมเมนต์ที่เป็นตัวเองที่สุดไปกับ Lee ได้ที่ร้านทุกสาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำและออนไลน์สโตร์ ติดตามอัปเดตข่าวสารผ่านทุกช่องทาง ผ่านเว็บไซต์ lee.co.th และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Facebook: Lee Jeans Thailand, Instagram : leejeansth และ TikTok : Lee Jeans Thailand

“น็อต วรฤทธิ์” ทำธุรกิจพลาดเจ๊งเกือบ 90 ล้าน ฝ่ามรสุมดราม่าสู่ความปัง รับเรื่องการเมืองเห็นต่างกับ “มดดำ” ?

ชีวิตสุดพลิกล็อก! สำหรับนักแสดงและพิธีกรหนุ่มคนดัง “น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์” ที่ได้มาเปิดใจถึงเรื่องราวต่างๆ ในรายการ “ซุปตาร์พาตะลุย“ ทางอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 กับการฝ่ามรสุมดราม่าสู่ความปัง! กว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จ เคยเจ๊งไม่เป็นท่าเจ็บหนักขาดทุนเกือบ 90 ล้าน!! พร้อมเผยเบื้องหลังรายการแฉยอมรับเห็นต่างเรื่องการเมืองกับ “มดดํา คชาภา” เคยมีทะเลาะกันบ้างไหม? แต่สุดท้ายก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

ทำไมถึงมีข่าวว่าพี่ตกอับ?
มันก็จะมีช่วงพีคของร้านตอนที่มีข่าวว่า น็อต วรฤทธิ์ ตกอับตอนนั้นคนก็ถล่มมาช่วยเต็มที่เวลาดาราทำธุรกิจใหม่ก็จะโดนบอกว่าตกอับ งานในวงการไม่มีต้องไปทำนู่นทำนี่ ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงนะเพราะงานในวงการก็ลดลงจริงๆ มันก็เป็นทุกคนนักข่าวก็เอาไปเขียนพาดหัวข่าวน่าสนใจ แต่ก็ขอบคุณมากๆเลย เพราะว่าแฟนๆเข้ามาให้กำลังใจกันเยอะมาก ฝากอีกธุรกิจหนึ่ง Kitchen’s Nott ครัวนี้มีแต่ของอร่อย มีทั้งแกงไตปลา แกงฮังเลเนื้อ-ฮังเลหมู หมูแผ่นอบ เราจะทำเป็นลักษณะของฟรีซเอาไปต้มน้ำร้อนให้เดือดแล้วใส่ไปทั้งซอง 5 นาทีฉีกทานได้เลย

ก่อนที่พี่จะประสบความสำเร็จทำอะไรเจ๊งมาหลายอย่างมาก?
เจ๊งเยอะมาก ทั้งน้ำผลไม้ปั่น ยาดม ยาหม่อง ความพร้อมเราไม่พอด้วย และเคยเปิดร้านอาหารครั้งหนึ่งครัวชลิตสมัยก่อนแล้วก็เจ๊ง

รวมๆแล้วหมดไปหลายล้านไหมพี่?
โอ้เยอะก็ 3 ร้าน ร้านอาหาร ร้านน้ำปั่น ร้านยาหม่องไง (หัวเราะ)

ทีมงานเขียนมา น็อต วรฤทธิ์ เคยขาดทุนมากสุด 80 ล้าน?
อันนั้นเป็นเฟสติวัลไม่ใช่เงินผมคนเดียว เทศกาลดนตรี Waterbomb หลังโควิดพอดีเลยตอนนั้น ขาดทุนไป 87 ล้าน แต่ไม่ใช่เงินเราคนเดียวก็มีนายทุน อย่าพูดถึงมันเลย คิดแล้วเหนื่อย

พี่เป็นอีกหนึ่งคนที่เรียกทัวร์บ่อยเหมือนกันนะ เวลาจัดแฉพิธีกรที่นั่งด้วยกันความคิดเห็นต่างกันหมดเลย ยกเว้นแจ็คที่ไหลไปตามทุกคน เพราะพี่มดดำก็ฝั่งหนึ่งแล้ว พี่ก็ฝั่งหนึ่ง แต่อยู่ด้วยกันรักกันนะ แต่เรื่องการเมือง ไม่เถียงไม่ทะเลาะกันเลยเหรอพี่?
ก็เถียงนะ เถียงกันทุกวันแบบออกอากาศไม่ได้ ถ้าเกิดใครไปอยู่ในสตูจะรู้เลยว่าบรรยากาศมันสนุกมาก คือมันไม่เครียดนะมันสนุกมาก เหมือนเป็นการลับคมกันมากกว่า เข้าใจอารมณ์ป่ะพอขึ้นเวทีปุ๊บ 5-4-3 ก็ปกติสบายไม่มีปัญหา

คุยเรื่องการเมืองบางทีเขาโกรธกันนะพี่ พี่ไม่โกรธกันเหรอ?
เราแยกแยะกันได้ เราจะไม่ดูถูกความคิดของคนอื่น ทุกคนมีความคิดไม่เหมือนกัน มีประสบการณ์มาไม่เหมือนกัน มีข้อมูลที่แตกต่างกันไป คุณมีสิทธิ์ที่จะเชื่ออย่างนี้ เราก็มีสิทธิ์ที่จะเชื่อในสิ่งที่เราได้รับเหมือนกัน แต่เราไม่มีสิทธิ์ตัดสินว่าเราถูกเขาผิด คือทุกคนมีถูกมีผิด เหมือนกันแหละมันไม่มีใครดี 100% หรอก เพราะฉะนั้นเราเป็นการแลกเปลี่ยนคุยกันมากกว่า การที่ได้คุยกับมดดำก็เป็นเรื่องดี เราก็ได้เอาข้อมูลฝั่งเราไปบอกเขา จะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของเขา เขามาคุยกับเราเขาก็จะเอาข้อมูลฝั่งเขามาบอกเรา เราจะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของเรา สุดท้ายความเป็นเพื่อนก็ยังเหมือนเดิม

ในรายการบางช็อตเหมือนจะโกรธกันจริงด้วยนะ?
ผมไม่เคยโกรธใคร แต่ใครโกรธผมหรือเปล่าผมไม่รู้ (หัวเราะ)

ดราม่าทำให้ร้านปัง?
ตอนนั้นเดือนนั้นเป็นเดือนที่ฝนตก แน่นอนร้านอาหารที่ไม่ได้อยู่ในที่ปิดมันได้รับผลดระทบหมดแหละ แล้วค่าใช้จ่ายมันก็สูง ยอดมันก็ตกมาเรื่อยๆตามฤดูกาล เกิดเหตุการณ์ที่เป็นประเด็นในรายการแฉ ที่เราเป็นพิธีกรเพียงแค่ 5 วันเท่านั้นกลับมาฟื้นเลย คนเยอะมากร้านระเบิดเลย ทุกคนมาให้กำลังใจหมด ทุกคนถือธงชาติมาผูกโบว์ริบบิ้น มาแบบถล่มทลายรถติดทั้งซอย คืนเดียวเท่านั้น ประเด็นมันเซนซิทีฟปลุกพลังคนรักชาติ

ติดตามรายการ “ซุปตาร์พาตะลุย” ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 17.00 – 18.00 น. “นิกกี้ ณฉัตร”จะพาไปเที่ยว ไปกิน ไปมู แบบเอ็กซ์คลูซีฟ กับซุปตาร์ทุกวงการ ทางอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

“SEE ISAN EXPO 2026” เปิดเวทีมหกรรมสุดยอดสินค้าดีศรีอีสาน  เชื่อมเศรษฐกิจฐานรากสู่ตลาดสากล

กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยกระดับเศรษฐกิจฐานรากภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเป็นรูปธรรม เตรียมจัดงาน “SEE ISAN EXPO 2026 (ศรีอีสานเอ็กซ์โป)” ภายใต้โครงการยกระดับการค้าภาคอีสานสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อพัฒนาและเชื่อมโยงศักยภาพเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) สู่โอกาสทางการค้าในระดับประเทศ และนานาชาติ (Global Opportunity) ระหว่างวันที่ 22–25 มกราคม 2569 ณ ฮอลล์ 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลาระหว่าง 10.00–20.00

มหกรรมสินค้าดีศรีอีสาน SEE ISAN EXPO 2026 ถือเป็นหนึ่งในกลไกเชิงนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม รวมถึงแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านเศรษฐกิจฐานราก และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่มุ่งเสริมสร้างเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าและเติบโตอย่างมีคุณภาพ

     ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นฐานการผลิตสำคัญของประเทศ ทั้งด้านการเกษตรและวัตถุดิบต้นน้ำ อาทิ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง อีกทั้งมีศักยภาพด้านทำเลที่ตั้งในการเชื่อมโยงการค้า กับประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคดังกล่าวยังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านรายได้เฉลี่ยต่อหัว โอกาสทางการตลาด และขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในระดับพื้นที่ SEE ISAN EXPO จึงถูกพัฒนาให้เป็น แพลตฟอร์มเศรษฐกิจเชิงบูรณาการ ที่ผสานการแสดงสินค้า การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และการเชื่อมโยงตลาดเข้าไว้ด้วยกัน โดยภายในงานรวบรวมผู้ประกอบการจากกว่า 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ      รวมทั้ง 4 จังหวัดที่ได้รับผลจากการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 210 คูหา ครอบคลุมสินค้าเกษตรสร้างมูลค่า อาหาร สินค้านวัตกรรม ผ้าทออัตลักษณ์ และสินค้า Local Plus สินค้าท้องถิ่นเพิ่มมูลค่าที่มีศักยภาพต่อยอดเชิงพาณิชย์และขยายตลาดในระยะยาว

ไฮไลท์ของงานประกอบด้วยกิจกรรม Business Matching เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ กิจกรรมส่งเสริมการค้าดิจิทัล อาทิ Live Commerce และคลินิกให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาสินค้า บรรจุภัณฑ์ การตลาดออนไลน์ และการส่งออก ควบคู่กับ Pavilion Showcase ที่สะท้อนศักยภาพเศรษฐกิจอีสานผ่านการออกแบบเชิงกลยุทธ์ โดย “SEE ISAN Pavilion” นำเสนออัตลักษณ์และห่วงโซ่มูลค่าของสินค้าอีสาน ตั้งแต่ฐานการผลิต ภูมิปัญญา ไปจนถึงสินค้าที่พร้อมแข่งขันในตลาดสากล ครอบคลุมสินค้าเกษตร อาหารแปรรูป สิ่งทอ หัตถกรรม และสินค้า GI จาก 20 จังหวัด ขณะที่ “พนมดงรัก Pavilion” ชูบทบาทอีสานใต้ในฐานะประตูการค้าชายแดน เชื่อมโยงศักยภาพ สินค้า และวัฒนธรรมของ 4 จังหวัด สู่โอกาสทางการค้าและการลงทุนในระดับภูมิภาคและนานาชาติ

      กระทรวงพาณิชย์คาดว่า SEE ISAN EXPO 2026 จะเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่ช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้มีความเข้มแข็ง เชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าใหม่ และสนับสนุนบทบาทของอีสาน ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้าในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในระยะต่อไป
     ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ info.seeisanexpo2026@gmail.com

ซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ ทองก้อนใหญ่ส่งมอบเทคโนโลยีการแพทย์ขับเคลื่อนรถพระราชทานสู่ชุมชน

ความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้แรงบันดาลใจให้ภาคเอกชนร่วมสานต่อพระราชปณิธาน เมื่อบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด นำโดย พญ.ธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการ ได้บริจาคเครื่องมือตรวจภาวะสมองเสื่อมเบื้องต้น Eyetronix ให้แก่สถาบันราชประชาสมาสัย ทั้งนี้รถพระราชทานที่ติดตั้งเครื่อง Eyetronix แล้วนั้น ได้ออกให้บริการประชาชนเป็นครั้งแรก ในงานวันสัปดาห์ราชประชาสมาสัย ระหว่างวันที่ 12-16 มกราคม 2569 ณ โรงพยาบาลราชประชาสมาสัย จ.สมุทรปราการ

รถพระราชทานที่จะนำเครื่อง Eyetronix ไปให้บริการนั้น เป็นรถที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19 เพื่อให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล แสดงให้เห็นถึงพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ปัจจุบันเมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลาย รถพระราชทานคันนี้จึงได้รับการปรับปรุงเพื่อกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง

“พวกเราทุกคนซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ” พญ.ธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง กล่าว และแสดงความคิดเห็นต่อว่า “การที่ได้มีส่วนร่วม และสานต่อแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการบริจาคเครื่องมือที่จะช่วยให้รถพระราชทานกลับมาให้บริการประชาชน ถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เรามุ่งหวังว่าเครื่อง Eyetronix จะช่วยคัดกรองและดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ห่างไกล ให้ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที ตามพระราชปณิธานที่ทรงห่วงใยสุขภาพของประชาชนทุกคน”
ตลอดงานวันสัปดาห์ราชประชาสมาสัย ระหว่างวันที่ 12-16 มกราคม 2569 รถพระราชทานที่ติดตั้งเครื่อง Eyetronix แล้วได้ออกให้บริการประชาชนในพื้นที่ต่างๆ มีประชาชนมากกว่า 250 คนเข้ารับบริการตรวจสุขภาพและคัดกรองภาวะสมองเสื่อม ประชาชนจำนวนมากแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ได้รับประโยชน์จากการคัดกรองภาวะสมองเสื่อมด้วยเครื่อง Eyetronix ซึ่งจะช่วยให้สามารถตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและได้รับการดูแลรักษาที่ทันท่วงที

เครื่อง Eyetronix เป็นนวัตกรรมล้ำสมัยที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทย ออกแบบเฉพาะสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ โดยบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เดียวในประเทศไทย เครื่องนี้ช่วยตรวจคัดกรองภาวะสมองเสื่อมได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำเพียงไม่กี่นาที เหมาะสำหรับผู้สูงอายุทุกท่าน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ยังไม่สามารถเข้าถึงโรงพยาบาลใหญ่ได้ การตรวจพบโรคสมองเสื่อมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาและดูแลได้ทันท่วงที ช่วยชะลอการดำเนินของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อพบภาวะสมองเสื่อม ผู้ป่วยควรได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพสมองด้วยเครื่อง Neurosight ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูการทำงานของสมอง ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและลดภาระของครอบครัวในการดูแล
ผลกระทบหากไม่ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยสมองเสื่อม: หากประเทศไทยไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยสมองเสื่อม จะส่งผลกระทบร้ายแรงในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรักษาและดูแลระยะยาวจะสูงขึ้นอย่างมาก สังคมจะเผชิญกับภาระหนักจากการมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องพึ่งพาผู้อื่นตลอดเวลา สร้างความกดดันให้กับครอบครัวและระบบสาธารณสุข ด้านสังคม จะทำให้วัยแรงงานต้องออกจากงานมาดูแลผู้สูงอายุ ส่งผลต่อกำลังการผลิตของประเทศลดลง และที่สำคัญ จะทำให้ผู้สูงอายุสูญเสียศักดิ์ศรีและคุณภาพชีวิตในช่วงปลายชีวิต ซึ่งขัดกับหลักธรรมาภิบาลและความเป็นสังคมผู้สูงอายุที่พึงประสงค์
วันสัปดาห์ราชประชาสมาสัยในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ แต่ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ภาคส่วนต่างๆ ร่วมมือกันพัฒนาสาธารณสุขเพื่อประชาชน ตามรอยพระยุคลบาท