“SAMUI” ปล่อยเพลงช้าเจ็บลึก “ไม่เคยเป็นอะไรกันสักหน่อย” ได้ “ข้าว FELLOW FELLOW” ร่วมถ่ายทอดอารมณ์

SAMUI” (สมุทร แก้ววัน) ศิลปินรุ่นใหม่มาแรงจากค่าย White Music กลับมาพร้อมเพลงช้าสุดละมุน “ไม่เคยเป็นอะไรกันสักหน่อย” ที่ฟังสบาย แต่เนื้อหาเจ็บลึก หลังจากเดบิวต์และเป็นศิลปินที่น่าจับตา กับ 3 ซิงเกิลที่ปล่อยไป UP AND DOWN”, “Corset” และ “ขีดอันตราย” ในอัลบั้มแรก MAHASAMUTH”

เพลงนี้ถ่ายทอดมุมความสัมพันธ์ที่หลายคนอาจเคยเผลอทำเกินหน้าที่ ทั้งที่ความจริงแล้ว “ไม่เคยเป็นอะไรกันสักหน่อย” เมื่อถึงเวลาที่ทั้งหวงและห่วง จึงต้องยอมรับความจริงว่าเราไม่มีสิทธิ์หรือสถานะใดๆ ในความสัมพันธ์นั้น ความพิเศษของเพลงอยู่ที่การได้ “ข้าว FELLOW FELLOW” มารับหน้าที่แต่งเนื้อร้องและเรียบเรียงทำนอง ด้วยสไตล์ถ้อยคำละเอียดอ่อนที่เต็มไปด้วยความเศร้า ผสานกับเสียงร้องแบบเต็มๆของ “SAMUI” ยิ่งขับอารมณ์เพลงให้บาดลึกและกินใจยิ่งขึ้น

“SAMUI” บอกกับเราถึงเพลงนี้ว่า…“เพลงนี้ พี่ข้าว FELLOW FELLOW เป็นคนแต่งและเรียบเรียงให้ครับ เป็นเพลงที่ผมรู้สึกว่า catchy มาก ฟังง่าย เข้าใจง่าย ผมถ่ายทอดออกมาจากความรู้สึกจริงๆ อยากฝากเพลง “ไม่เคยเป็นอะไรกันสักหน่อย” ตอนนี้ปล่อยทั้งเพลงและ MV แล้ว อยากให้ทุกคนเข้าไปชมกันเยอะๆ ครับ พวกเราตั้งใจกันมาก หวังว่าเพลงนี้จะอยู่ในหัวใจของทุกคนนะครับ ถ้าชอบฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้กันด้วยครับ ขอบคุณครับ”

รับชมมิวสิกวิดีโอ “ไม่เคยเป็นอะไรกันสักหน่อย – SAMUI” ได้ทาง YouTube: OfficialWhiteMusic https://www.youtube.com/watch?v=Fq7Tl3sM_Zs และฟังได้แล้ววันนี้ทุกสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม

#SAMUI_K1 #SAMUI_ไม่เคยเป็นอะไรกันสักหน่อย #WhiteMusicRecord #GMMMusic

โฮมโปร ดัน “โฮมโปรแอป” สู่ผู้ช่วยเรื่องบ้านยุคดิจิทัล ชูแนวคิด “ครบทั้งบ้าน ในแอปเดียว” ผ่าน TVC ชุดใหม่และสื่อ OOH ทั่วกรุงเทพฯ

โฮมโปรเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้าน เปิดตัวหนังโฆษณาชุดใหม่เพื่อสื่อสารการยกระดับ “โฮมโปรแอป” ภายใต้แนวคิด “ครบทั้งบ้าน ในแอปเดียว” สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ต้องการจัดการเรื่องบ้านได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อในทุกขั้นตอนของการดูแลบ้าน โดยขยายการสื่อสารผ่านสื่อ TVC และสื่อ OOH ในทำเลย่านสำคัญทั่วจังหวัดกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างการจดจำในวงกว้างว่า วันนี้ “เรื่องบ้าน…ไม่ควรยุ่งยากอีกต่อไป” เพราะสามารถจัดการได้ครบจบได้ในแอปเดียว

หนังโฆษณาชุดนี้ ถ่ายทอดอินไซต์ของคนทำงานและครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมชูจุดแข็งของ “โฮมโปรแอป” ในฐานะศูนย์รวมสินค้าและบริการเรื่องบ้านครบวงจร ครอบคลุมสินค้ากว่า 1 แสนรายการ ตั้งแต่ของใช้จำเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ซ่อมแซม ไปจนถึงงานปรับปรุงบ้าน พร้อมอัปเกรดการบริการที่ยืดหยุ่นมากขึ้นให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น “จัดส่งทันใจ ส่งไวใน 1 ชม.” “จัดส่งพร้อมติดตั้งภายในวัน” หรือจะนัดหมายวัน/เวลา จัดส่งและติดตั้งล่วงหน้าตามที่สะดวกก็ได้ โดยช่างโฮมโปร – มือโปรประจำบ้านคุณ ที่ได้มาตรฐานทั้งประเทศ ช่วยเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องบ้านจากเรื่องยุ่งยาก ให้กลายเป็นเรื่องง่ายไม่กี่คลิก

นอกจากนี้ “โฮมโปรแอป” ยังเชื่อมต่อประสบการณ์แบบ Omni-Channel อย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่การค้นหา เลือกซื้อ ชำระเงิน จัดส่ง ติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย พร้อมสิทธิพิเศษและโปรโมชันจากพาร์ทเนอร์ที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในทุกการใช้งาน

นอกจากนี้ การพัฒนา “โฮมโปรแอป” ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มช่องทางการขาย แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้ครบวงจรอย่างแท้จริง เราต้องการให้ลูกค้าสามารถจัดการทุกเรื่องบ้านได้ง่ายขึ้นในแพลตฟอร์มเดียว ทั้งสินค้า บริการจัดส่ง และติดตั้ง โดยยังคงมาตรฐานความเชี่ยวชาญที่โฮมโปรยึดถือมาโดยตลอด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Omni-Channel ขององค์กร”

การสื่อสารผ่านหนังโฆษณาครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ แต่สะท้อนทิศทางการพัฒนา ดิจิทัลแพลตฟอร์มเรื่องบ้านของโฮมโปร ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศเรื่องบ้านให้ครบถ้วนและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมตอกย้ำจุดยืน “ที่ 1 เรื่องบ้าน ไว้ใจได้ทุกขั้นตอน”

สามารถรับชมหนังโฆษณาได้ที่ : https://youtu.be/lDE7bp85qvU

#HomeProApp #โฮมโปรแอป #โฮมโปรแอปครบทั้งบ้านในแอปเดียว #ช้อปได้ทุกที่เหมือนมีโฮมโปรอยู่ในมือ #โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #homepropr

LIQUI MOLY THAILAND เขย่าตลาดน้ำมันเครื่องไทย เปิดตัว “T-SERIES” เกมรุกพรีเมียมแมส ดึง “เบียร์-ปิยะเลิศ ใบหยก” เสริมพลังแบรนด์ ภายใต้แนวคิด ADVANCE YOUR DRIVE FOR THE DRIVERS

Liqui Moly เขย่าวงการยานยนต์ในประเทศไทยครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมน้ำมันเครื่องที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับสภาพการใช้งานในเอเชียโดยตรง นับเป็นก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีจากผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องยนต์ระดับโลกจากประเทศเยอรมนี สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของตลาดไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานการปกป้องเครื่องยนต์ให้ก้าวล้ำกว่าที่เคยมีมา พร้อมดึง “เบียร์-ปิยะเลิศ ใบหยก” สร้างแรงขับเคลื่อนตลาด ภายใต้แนวคิด “ADVANCE YOUR DRIVE FOR THE DRIVERS” แบรนด์ที่ “เข้าใจคนขับ” เดินหน้าสร้าง Brand Loyalty และตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์น้ำมันเครื่องที่ผู้บริโภคจดจำมากที่สุดในโลกโมบิลิตี้ภายในปี 2030

นางศิริจิตต์ กาญจนบัตร ผู้บริหาร บริษัท คาร์แลค (ไทย-เยอรมัน) จำกัด ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้นำตลาดในธุรกิจนำเข้าผลิตภัณฑ์เคลือบสีรถยนต์จากเยอรมนี ก่อนขยายสู่การเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์คุณภาพสูงแบบครบวงจร และสั่งสมประสบการณ์ในตลาดไทยยาวนานกว่า 40 ปี โดยมุ่งคัดสรรเทคโนโลยีระดับโลกเพื่อผู้ใช้รถในประเทศไทยอย่างแท้จริง

ปัจจุบัน Liqui Moly มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 4,000 รายการ วางจำหน่ายในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก และได้รับการยอมรับจากผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำ รวมถึงผ่านการพิสูจน์สมรรถนะในสนามแข่งขันระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Formula 1 หรือ MotoGP เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นเวทีที่ต้องการเทคโนโลยีหล่อลื่นประสิทธิภาพสูงสุดในสภาวะการใช้งานที่หนักที่สุด

สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 500 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่น้ำมันเครื่อง สารเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์แบบครบวงจร พร้อมจำหน่ายผ่านศูนย์บริการชั้นนำทั่วประเทศ เช่น B-Quik, Cockpit, Tyreplus, Auto1 และ Autoclik รวมถึงเครือข่ายร้านค้าและอู่พันธมิตรจำนวนมาก

นางศิริจิตต์ กล่าวอีกว่า การเปิดตัวน้ำมันเครื่อง T-Series ได้รับการพัฒนาเพื่อภูมิอากาศและลักษณะการใช้งานในเอเชียโดยเฉพาะ รองรับทั้งเครื่องยนต์เบนซิน ดีเซล ไฮบริด ระบบ Start-Stop มาตรฐานไอเสีย Euro 5 และ Euro 6 รวมถึงรถที่ติดตั้งระบบกรองอนุภาคไอเสีย DPF โดยการพัฒนาครั้งนี้เกิดขึ้นจากการลงทุนจากสำนักงานใหญ่ประเทศเยอรมนี ในการส่งนักวิจัยจากโรงงานผลิตในประเทศเยอรมนี มาเพื่อควบคุุมมาตรฐานการผลิตในทุกขั้นตอนเพื่อรักษาคุณภาพของน้ำมันเครื่องในรุ่น T-Series ที่ผลิตในประเทศไทยพร้อมส่งออกไปในทุกๆ ประเทศภูมิภาคเอเชีย

“การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาด แต่คือการยกระดับมาตรฐานน้ำมันเครื่องสำหรับผู้ขับขี่ในเอเชียทั้งหมด เราไม่ได้ต้องการเพียงนำสินค้าระดับโลกเข้ามาจำหน่าย แต่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริงของผู้ขับขี่ไทยโดยเฉพาะ T-Series คือผลลัพธ์ของการวิจัยที่เข้าใจสภาพภูมิอากาศ สภาพการจราจร และพฤติกรรมการใช้งานในภูมิภาคนี้อย่างแท้จริง ทุกขั้นตอนยังคงคุณภาพตามมาตรฐานเยอรมนี เพราะเป้าหมายของเราคือการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด และสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน”

พร้อมกันนี้ บริษัทยังเดินหน้ากลยุทธ์สร้างประสบการณ์ใช้งานจริง และสร้างแบรนด์ผ่านบุคคลต้นแบบ โดยร่วมมือกับ ปิยะเลิศ ใบหยก ในฐานะ Iconic ของแบรนด์ พร้อมร่วมกับ Top Secret Thailand ในการพัฒนาโครงการศูนย์บริการ Liqui Moly เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ครบวงจร เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการและสร้างประสบการณ์ตรงให้ผู้ใช้รถ

ด้าน ปิยะเลิศ ใบหยก หรือ เบียร์ ใบหยก เปิดเผยว่า เขารู้จักและเชื่อมั่นในคุณภาพเทคโนโลยีเยอรมันมาอย่างยาวนาน และใช้งานผลิตภัณฑ์กับรถทุกคันของตนเอง

“ผมมีรถหลายประเภท ทั้งรถสปอร์ต รถแต่ง และรถใช้งานประจำวัน ทุกคันผมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของลิควิ โมลี่ เพราะผมเชื่อมั่นในเทคโนโลยีเยอรมันและผลลัพธ์ที่เห็นได้จริง สำหรับ T-Series ผมมองว่าเหมาะกับประเทศไทยมาก เพราะถูกพัฒนามาเพื่อเครื่องยนต์เอเชียโดยเฉพาะ ผมอยากให้ทุกคนได้ลองใช้และพิสูจน์ด้วยตัวเอง ถ้าไม่ดีจริง ผมคงไม่ตัดสินใจร่วมทำโปรเจ็กต์นี้แน่นอน”

นางศิริจิตต์ กล่าวปิดท้ายว่า การเปิดตัวครั้งนี้ยังมาพร้อมการปรับทิศทางแบรนด์ระดับโลกภายใต้แนวคิด “FOR THE DRIVERS” แบรนด์ที่ “เข้าใจคนขับ” มุ่งสร้างประสบการณ์สำหรับผู้ขับขี่อย่างแท้จริง พร้อมวางเป้าหมายก้าวสู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับการจดจำมากที่สุดในโลกโมบิลิตี้ภายในปี 2030

การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่คือการประกาศศักยภาพเทคโนโลยีระดับโลกที่พัฒนาเพื่อผู้ขับขี่ในเอเชียโดยเฉพาะ พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่เวทีสากลอย่างเต็มรูปแบบ และกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ที่ทั้งวงการต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด และนี่คือจุดเริ่มต้นของมาตรฐานใหม่แห่งการดูแลเครื่องยนต์สำหรับผู้ขับขี่ยุคใหม่อย่างแท้จริง

ติดตามความเคลื่อนไหว และกิจกรรมต่าง ๆ ของ Liqui Moly ได้ที่

www.facebook.com/LiquiMolyThailand

สคส.เปิดตัว GPPC+ ตัวช่วย SME ทำ PDPA ฟรี พร้อมอบรม–จัดที่ปรึกษาช่วยเสริมแกร่งธุรกิจ

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลของภาคธุรกิจไทย เปิดตัวโครงการ แพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับภาคเอกชน (PDPA Platform for Private Sector) พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการ SME เข้าร่วมโครงการ เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลภายในองค์กรให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ได้อย่างถูกต้อง มั่นใจ และลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการ SME จำนวนมากยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ บุคลากร และเครื่องมือในการจัดทำระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมาย PDPA สคส. จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์ม GPPC Plus ขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนภาคเอกชนโดยเฉพาะ ช่วยให้ธุรกิจสามารถเริ่มต้นวางระบบการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลได้ง่ายขึ้น มีมาตรฐาน และสอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย

แพลตฟอร์ม GPPC Plus ถูกออกแบบให้รองรับการทำงานที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตาม PDPA โดยประกอบด้วยฟังก์ชันสำคัญ 4 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Records of Processing Activities : RoPA) เพื่อช่วยให้องค์กรจัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 39 และ 40 ได้อย่างสะดวก, ระบบบริหารจัดการความยินยอมและระบบคุกกี้แบนเนอร์ (Consent Management และ Cookies Consent Management : CKCM) เพื่อให้การจัดการความยินยอมของเจ้าของข้อมูลเป็นไปตามมาตรา 19, ระบบจัดการคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject Access Request : DSAR) เพื่อรองรับการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลตามมาตรา 30 – 36 และ ระบบจัดการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Data Breach Notification Management : DBNM) เพื่อช่วยให้หน่วยงานสามารถบริหารจัดการและแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างรวดเร็วตามมาตรา 37 ของกฎหมาย

พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การมีเครื่องมือพื้นฐานดังกล่าวจะช่วยให้ SME สามารถลดความเสี่ยงจากการละเมิดกฎหมาย PDPA ซึ่งมีโทษปรับทางปกครองในอัตราสูง ขณะเดียวกันยังช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการข้อมูลขององค์กร ทำให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจมากขึ้น

นอกจากการสนับสนุนด้านแพลตฟอร์มแล้ว ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการยังจะได้รับการเสริมสร้างองค์ความรู้และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน PDPA ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย PDPA Platform for Private Sector แพลตฟอร์มเครื่องมือสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมายสำหรับภาคเอกชน, PDPA Training หลักสูตรอบรมความรู้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบออนไลน์ (MOOC) สำหรับผู้ปฏิบัติงานจำนวน 1,000 คน, PDPA Exam การสอบวัดผลความรู้กฎหมาย PDPA ในรูปแบบ On-site สำหรับผู้ปฏิบัติงานจำนวน 1,000 คน และ PDPA Consulting การคัดเลือกหน่วยงานเป้าหมายจำนวน 10 หน่วยงาน เพื่อรับคำปรึกษาและคำแนะนำเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติตาม PDPA โดยตรง

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการจะต้องเป็น วิสาหกิจขนาดย่อม (SME) ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Micro, Small และ Medium และมีความตั้งใจที่จะพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กรให้เป็นไปตามกฎหมาย

ผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่าน LINE Official: @gppcplus รวมถึงติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์ได้ทาง Facebook: สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล – สคส และเว็บไซต์ https://gppc.pdpc.or.th/

“สคส.เล็งเห็นว่า การยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ใช่เพียงเรื่องของกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจดิจิทัล สคส. จึงต้องการให้ SME ไทยสามารถเข้าถึงเครื่องมือและองค์ความรู้ที่จำเป็นได้อย่างเท่าเทียม เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจไทยในระยะยาว” พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าว

โฮมโปร-เมกาโฮม ขานรับมาตรการภาษีรัฐ หนุนคนไทยติดตั้ง “โซลาร์ รูฟ”ผ่านแคมเปญ “มหกรรม โซลาร์ รูฟ” ลดค่าไฟ–ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 2 แสนบาท

โฮมโปร – เมกาโฮม ประกาศสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในภาคครัวเรือน ขานรับมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการติดตั้ง “โซลาร์ รูฟ” สำหรับบ้านอยู่อาศัย ผ่านบริการ “Home Solar” ที่ช่วยให้เจ้าของบ้าน คุ้มค่า 4 ต่อ ทั้งช่วยลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว และสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายจริงได้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ภายใต้มาตรการใหม่ที่เปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 โดยสามารถขอรับคำปรึกษาและติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านบริการ Home Solar ได้ที่โฮมโปร และเมกาโฮม ทุกสาขาทั่วประเทศ

นายแสงศักดิ์ สรกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานจัดซื้อ Hardline & Water Solutions บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวเปิดโอกาสให้บุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของบ้าน (มิเตอร์ประเภท 1) สามารถนำค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบ “โซลาร์ รูฟ” แบบ On-Grid ซึ่งเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้ากับ การไฟฟ้านครหลวง หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย โดยต้องเป็นการติดตั้งระบบใหม่ ขนาดรวมไม่เกิน 10 kWp (หากรวมของเดิมแล้วเกิน 10 kWp จะไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้)

สำหรับเงื่อนไขสำคัญของมาตรการ ผู้ขอใช้สิทธิ์ต้องตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) แบบเต็มรูปแบบเท่านั้น เพื่อนำไปประกอบการยื่นภาษีในปีที่ติดตั้งแล้วเสร็จ รวมถึงชื่อผู้ซื้อในใบกำกับภาษี ชื่อเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า และชื่อผู้ยื่นคำขอขนานไฟ ต้องเป็นบุคคลเดียวกันทุกประการ หากข้อมูลไม่ตรงกันจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ โฮมโปร ได้เตรียมทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาแบบครบวงจร ตั้งแต่การสำรวจหน้างาน ออกแบบระบบ ยื่นขออนุญาตขนานไฟ ไปจนถึงการจัดเตรียมเอกสาร e-Tax Invoice ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เพื่อช่วยให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเต็มที่ พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาดในภาคครัวเรือน และผลักดันการใช้พลังงานทางเลือกอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ บริการ Home Solar ยังออกแบบให้ตอบโจทย์เจ้าของบ้านยุคใหม่ทั้งด้านความคุ้มค่า ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลระบบหลังการติดตั้ง เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจว่าสามารถใช้งานระบบพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมเลือกใช้อุปกรณ์และมาตรฐานการติดตั้งที่ได้รับการรับรองตามหลักวิศวกรรมเพื่อความปลอดภัยสูงสุด อีกทั้งยังมีจุดให้บริการลูกค้ามากกว่า 120 สาขาทั่วประเทศ ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลบริการหลังการขายอย่างใกล้ชิด

พร้อมกันนี้ โฮมโปร-เมกาโฮม ยังจัดแคมเปญพิเศษ “มหกรรม โซลาร์ รูฟ” มอบความคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ติดตั้งระบบโซลาร์ รูฟ 4 คุ้ม คุ้มที่ 1 ลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท คุ้มที่ 2 รับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท สำหรับรุ่น All in One 5kW Brand Home Solar คุ้มที่ 3 ผ่อน 0% นานสูงสุด 60 เดือน คุ้มที่ 4 รับคูปองส่วนลดบริการล้างแผงโซลาร์มูลค่า 3,000 บาท เมื่อซื้อสินค้าและติดตั้งตามเงื่อนไข ระหว่างวันที่ 4 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2569

ผู้ที่สนใจติดตั้ง “โซลาร์ รูฟ” สามารถตรวจสอบคุณสมบัติและเงื่อนไขได้ตั้งแต่วันนี้ที่โฮมโปรและเมกาโฮมทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อเปลี่ยนหลังคาบ้านให้เป็นแหล่งผลิตพลังงานสะอาด ลดภาระค่าไฟ และรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด ภายในกรอบเวลามาตรการที่สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2571

#มหกรรมโซลาร์รูฟ#HomeSolar #โซลาร์รูฟ #ขานรับมาตรการภาษีรัฐ #โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #homepropr

Start It Up วัยสตาร์ท น็อนสต็อป” หนังดีกรีรางวัลระดับอินเตอร์ บุกจอ 7HDเตรียมพบกับความมันส์แบบน็อนสต็อป! ออนแอร์ อาทิตย์ที่ 8 มี.ค.นี้ 10 โมงเช้า

เตรียมพบกับความมันส์แบบน็อนสต็อป! เมื่อ T&B Media Global จับมือ 7HD ส่งภาพยนตร์สร้างแรงบันดาลใจ “Start It Up” วัยสตาร์ท น็อนสต็อป ดีกรีรางวัล “เกียรติยศช้างทองคำ” ” (7th Lancang–Mekong International Film Week และยังได้รับเลือกให้เข้าฉายใน เทศกาล ASEAN International Film Festival & Awards (AIFFA) ภาพยนตร์สำคัญของภูมิภาคอาเซียน ที่เมืองกูชิง (Kuching) รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย พบกับเรื่องราวของ 3 เพื่อนซี้ (นนกุล, โจ๊ก โซคูล และ ปีเตอร์ เซิ่งอี้หลุน) ที่ต้องรวมพลังปกป้องร้านอาหารของครอบครัวจากการถูกฮุบกิจการ! ภารกิจนี้พาพวกเขาบินลัดฟ้าไปฝึกปรือฝีมือไกลถึงจีน เพื่อลงแข่งในสนามสุดโหด “Hunter Chef”ออกอากาศในรายการ “ยอดภาพยนตร์นานาชาติ” ในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม ศกนี้ เวลา 10.00 น.

เรื่องราวสามเพื่อนซี้อย่าง “เจีย” (นนกุล – ชานน สันตินธรกุล) เด็กหนุ่มสุดซ่าส์ที่คิดว่าชีวิตยังมีเวลาให้สนุกอีกเพียบ เลยไม่สนใจจะเรียนรู้ทำธุรกิจร้านอาหารต่อจากป๊า “พี่พั่ง” (โจ๊ก โซคูล) รุ่นพี่สุดโข่งที่ขยันหาเรื่องตลอดเวลา แต่ถ้าเพื่อเพื่อนแล้วถึงไหนถึงกัน และ “เหลียง” (ปีเตอร์ – เซิ่งอี้หลุน) นักศึกษาจีนที่มาเรียนเมืองไทย พูดน้อยต่อยหนัก แต่ฝีมือทำครัวไม่เป็นสองรองใคร และเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น เมื่อป๊ากับม๊าของเจียประสบอุบัติเหตุ จนสมองได้รับการกระทบกระเทือน แถมธุรกิจร้านอาหารของครอบครัวของเขายังถูก “จิว” (ตู้ซี่ยี่) พี่สาวของเหลียงจ้องฮุบกิจการไปอีก งานนี้ถึงล้มได้แผลแต่ไม่มีวันยอมแพ้แน่นอน สามหนุ่มเพื่อนซี้จึงจับมือร่วมกัน Start มิชชั่นสำคัญที่มีร้านอาหารของครอบครัวเป็นเดิมพัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสุดโหด มัน ฮาแบบน็อนสต็อป

แถมมาเจอกับ “นานะ” (ใบเตย – สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ) ยูทูบเบอร์สาวสุดเฟี๊ยว ที่เข้ามาร่วมมิชชันนี้มิชชันนี้ ตั้งแต่การฝึกสกิลบู๊กับครูมวยในตำนาน,บินลัดฟ้าไปอัพฝีมือทำอาหารถึงเมืองจีน ทั้งหมดนี้เพื่อพิสูจน์ตัวเองและคว้าชัยชนะในการแข่งขัน “Hunter Chef” ทัวร์นาเมนต์การแข่งขันทำอาหารสุดโหด ที่ต้องแข่งกับดีกรีแชมป์เก่าอย่างจิว พี่สาวของเหลียง มาลุ้นกันว่าเหล่าผองเพื่อนจะนำพามิตรภาพ ความฝัน ฟันฝ่าด่านชีวิตสุดหินนี้ไปได้อย่างไร?

​ร่วมลุ้นไปกับมิตรภาพและความฝันของพวกเขาได้ใน “Start It Up” วัยสตาร์ท น็อนสต็อป ภาพยนตร์ที่มากกว่าสนุก แต่ยังให้ทั้งข้อคิดและแรงบันดาลใจให้ลุกขึ้นตามความฝันและไม่ยอมแพ้ นำแสดงโดย นนกุล “ชานน สันตินธรกุล” โจ๊ก โซคูล “กรภพ จันทร์เจริญ”,ใบเตย “สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ” ร่วมด้วย “ปีเตอร์ – เซิ่งอี้หลุน” – ตู้ซี่ยี่, ตงฟ่างฉือ ผลงานความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน โดยบริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล และ บริษัท เอสเอ็มจี พิคเจอร์ส แอนด์ วิงส์มีเดีย ภายใต้ Shanghai Media Group ออกอากาศในรายการ “ยอดภาพยนตร์นานาชาติ” ในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม ศกนี้ เวลา 10.00 น. ทาง 7HD หมายเลข 35

พาราไดซ์ เพลส จับมือ โรงพยาบาลนคราภิบาล จัด คาราวานตรวจสุขภาพ 1 ล้านคนสร้างโอกาสดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง

“เพราะสุขภาพคือพื้นฐานของคุณภาพชีวิต” พาราไดซ์ เพลส ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ร่วมส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ร่วมกับ โรงพยาบาลนคราภิบาล เปิดพื้นที่ตรวจสุขภาพฟรี ชวนประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ตรวจสุขภาพและคัดกรองโรค กับกิจกรรม “คาราวาน ตรวจสุขภาพ 1 ล้านคน” เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจสุขภาพ เชิงป้องกันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ ชั้น 2 อาคาร B ลานกลาง ศูนย์การค้าพาราไดซ์ เพลส
กิจกรรมดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสาธารณสุขในสังกัดกรุงเทพมหานครและภาคเอกชน ในการส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างทั่วถึง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และร่วมสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน อีกทั้งสอดรับกับนโยบายด้านสาธารณสุขของกรุงเทพมหานคร

โดยผู้เข้ารับบริการสามารถใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวในการลงทะเบียน สามารถรับบริการตรวจครอบคลุมทั้งการคัดกรองสุขภาพจิตและความเครียด คัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจและหลอดเลือด การเจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาล ความสมบูรณ์ของเลือด ตรวจไขมันในเลือด (คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์) ตรวจการทำงานของไต (Creatinine) และตับ (SGOT, SGPT) รวมถึงเอกซเรย์ทรวงอก (X-Ray) และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) พร้อมรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายจิราเมศร์ ชื่นเจริญกวีวุฒิ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริหารความปลอดภัย บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด ให้การต้อนรับ นายแพทย์ศุภรัช สุวัฒนพิมพ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนคราภิบาล พร้อมทีมแพทย์และพยาบาล และร่วมเยี่ยมชมจุดให้บริการตรวจสุขภาพ ซึ่งทางศูนย์ฯ จัดเตรียมไว้อย่างเป็นระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยตลอดการจัดกิจกรรมทั้ง 2 วัน มีประชาชนให้ความสนใจเข้ารับบริการตรวจสุขภาพรวมทั้งสิ้น 573 คน

ด้านผู้เข้ารับบริการ นางสาวเนธิราภาวิ์ ครองยุติ กล่าวว่า “กิจกรรมนี้ดีมากค่ะ ทำให้เราได้มาเช็กอัพร่างกายก่อนที่จะเจ็บป่วย ทราบข่าวจากเฟซบุ๊ก Paradise Park จึงตั้งใจเตรียมตัวมาอย่างดี ทั้งการงดอาหารก่อนตรวจเลือด เมื่อมาถึงก็รู้สึกว่าการจัดงานเป็นระบบ สถานที่สะดวก เดินทางง่าย และขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องรอนาน” พร้อมกันนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “อยากให้มีการจัดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยให้ประชาชนได้ตรวจสุขภาพเบื้องต้น เป็นการคัดกรองความเสี่ยงก่อนเกิดอาการเจ็บป่วยจริง ถือเป็นประโยชน์มากสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาไปโรงพยาบาล”


ส่วน นายพรต จันทร์แย้ม กล่าวว่า “การให้บริการตรวจสุขภาพที่นี่ดีมากครับ เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลา เพราะสามารถแวะมาตรวจได้สะดวก จุดบริการทั้งทีมแพทย์และพยาบาลดูแลเป็นอย่างดี มีการจัดระบบชัดเจน และให้คำแนะนำอย่างละเอียด โดยเบื้องต้นทราบผลตรวจคร่าว ๆ บางรายการ ซึ่งคุณหมอได้แนะนำให้ไปตรวจเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลตามสิทธิการรักษาของตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์มาก เพราะทำให้เราได้รู้ข้อมูลสุขภาพของตัวเองก่อนที่จะมีอาการเจ็บป่วยจริง พร้อมกันนี้ยังเชิญชวน “กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ดีและน่าสนใจมาก อยากเชิญชวนผู้ที่ยังไม่เคยตรวจสุขภาพให้ลองมาตรวจกับกิจกรรมคาราวานตรวจสุขภาพในครั้งต่อไป อย่างน้อยก็เป็นการคัดกรองความเสี่ยง และทำให้เรารู้เท่าทันสุขภาพของตัวเอง หากมีการจัดอีก ผมยินดีมาตรวจอีกแน่นอนครับ”


อย่างไรก็ตาม การเปิดพื้นที่ให้บริการตรวจสุขภาพฟรี ไม่เพียงแค่ช่วยให้ประชาชนได้รู้เท่าทันสุขภาพของตนเองก่อนเกิดโรค แต่ยังเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ เพลส ในการส่งเสริมความเท่าเทียมด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพ เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสตรวจคัดกรองและรับคำแนะนำทางการแพทย์อย่างทั่วถึง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตาแกรม paradisepark_th และยูทูป paradiseparkchannel

พาราไดซ์เพลส #ParadisePlace #กรุงเทพมหานคร #โรงพยาบาลนคราภิบาล #คาราวานตรวจสุขภาพ1ล้านคน #ตรวจฟรี

“บอสณวัฒน์-อิงฟ้า” เปิดฉากการประกวด Miss Grand Thailand 2026 ยิ่งใหญ่“Welcome Ceremony & Press Conference” ต้อนรับสาวงาม 77 จังหวัด ภายใต้ธีม #GrandEvolutionแฟชั่นโชว์ “ชุดไทยประยุกต์” สวยงาม อลังการ

เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับเวทีการประกวดสุดยิ่งใหญ่แห่งปี Miss Grand Thailand 2026 (มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026) บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด พร้อมด้วย อิงฟ้า วราหะ ผู้จัดการกองประกวด Miss Grand Thailand 2026 ต้อนรับสาวงามทั้ง 77 จังหวัดอย่างยิ่งใหญ่ ณ MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9

แค่เดินเข้างาน Welcome Ceremony and Press Conference : Miss Grand Thailand 2026 #GrandEvolution สัมผัสได้ว่าปีนี้ไม่ธรรมดาเช่นเคย นอกจากนางงามจะสวยพร้อมใช้แล้ว ของรางวัลและโอกาสที่จะได้เฉิดฉายบนโลกเอนเตอร์เทนเมนท์ จากการผลักดันของ บอสณวัฒน์ นั้นแน่นหนามาก ไม่ว่าจะเป็น ซีรีส์ งานเพลง คอนเสิร์ต หรือ พรีเซ็นเตอร์ต่างๆ เหลือแค่ลุ้นว่าใครจะได้ขึ้นแท่น “ลูกรักคนใหม่” นั่นเอง

บรรยากาศวันนี้คึกคึกไปด้วยแฟนนางงาม ทัพสื่อมวลชน ป้ายไฟ เสียงเชียร์ ฟู้ดซัพพอร์ต มาลัยสนับสนุนมากันแน่น เปิดเวทีตระการตาด้วย Thai Costume Fashion Show ชุดไทยประยุกต์ ถ่ายทอดความวิจิตรและเอกลักษณ์ความเป็น Thainess ฝีมือการออกแบบและตัดเย็บโดยดีไซเนอร์เลือดไทย 77 จังหวัด ไม่มีซ้ำ สะกดทุกสายตาผู้ชมทั้งในฮอลล์ และที่กำลังรับชมทาง YouTube : Grand TV ปิดท้ายโชว์ด้วยการปรากฏกายของ กชเบล ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ Miss Grand Thailand 2025 ร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจสู่รุ่นน้องด้วยเพลง บ้านเกิดเมืองนอน บอกได้คำเดียวว่า “ทรงพลัง” เหลือเกิน

จากนั้น บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประธานกองประกวด มิสแกรนด์ไทยแลนด์ และ มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ขึ้นกล่าวขอบคุณทุกท่านที่ได้ร่วมเป็นครอบครัวแกรนด์มายาวนานถึง 14 ปี ขอบคุณ PD (ผู้จัดการกองประกวดระดับจังหวัด) ทีมงาน แฟนนางงาม ปีหน้ามีเซอร์ไพรซ์ใหญ่อย่างแน่นอน ต่อด้วยการเปิดตัว กอล์ฟ F.Hiro ที่มาร่วมพัฒนานางงามไทยที่มีศักยภาพให้เป็นศิลปินระดับโลก ภายใต้แคมเปญ Grand Voice Awards ก่อนจะเผยเพลงแรก เริ่มแล้วค่ะ เพลงสนุกต้อนรับสงกรานต์ที่ได้รับเกียรติจาก บอสณวัฒน์ แสดงเป็นพระเอกมิวสิควิดีโอ พร้อมถ่ายทำวันที่ 6 มีนาคม นี้ จากนั้น บอสณวัฒน์ มอบช่อดอกไม้ให้ คุณภัคสุภัสส์ เพชราวิวรรธน์ Managing Director ผู้สนับสนุนหลัก Super Grand Sponsor มูลค่า 30 ล้านบาท ของปีนี้ ตามด้วยThe Grand Clinic โดย นพ.ชยุตม์ ตั้งต่อสกุล และ พญ.ภิษัชชนม์ ภัทรกุล และอีกมากมาย สะท้อนความแข็งแกร่งของพันธมิตรที่ร่วมผลักดันเวทีนางงามสู่ระดับสากล

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือแฟชั่นโชว์ชุดราตรีของสาวงามทั้ง 77 จังหวัด พร้อมการเปิดตัวมงกุฎประจำตำแหน่ง Miss Grand Thailand 2026 เริ่มด้วยมงกุฎรองอันดับ 5 และมงกุฎทีม Top 5 โดยมีเหล่าสาวงามจากเวทีปี 2025 ร่วมถ่ายทอด เกียรติยศบนเวที นิวหยก สุพรรณิการ์ นพรัตน์ , มิเชล เบอร์แมนน์ , อาม ชุติมา โสดาภักดิ์ , มีน่า สุชิตา อ๊อกซ์แมน , นัวเนีย บวรรัตน์ มณีรัตน์ และมงกุฎทีม Top 5 Miss Grand Thailand 2026 เริ่มที่ คณา คณาพร พัฒนพันธ์, โซแบม ปณิชดา คงสวรรยา, แจน ณัฏฐ์ฑินี ธนัตพรภิญโญ, เฌอเอม ชญาธนุส สรทัตต์ ปิดท้ายด้วย กชเบล ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ กับมงกุฎ มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026 “The evolution” ที่มีความหมาย เส้นสายสีทองที่โอบล้อมและพันเกี่ยวรอบมงกุฎอย่างอ่อนช้อย เปรียบเสมือน “เส้นทางชีวิต” ที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง ทุกความโค้งมนสื่อถึงประสบการณ์ที่หล่อหลอมให้เราแข็งแกร่ง และทุกประกายของอัญมณีคือผลลัพธ์ของการพัฒนาตนเองอย่างไม่ลดละ เพื่อรอวันที่จะเปล่งประกายที่สุดในแบบของตัวเอง “เพราะชีวิตคือการเดินทางที่งดงามให้ประสบการณ์หล่อหลอมเราให้เปล่งประกายในแบบของตัวเอง #TheEvolution #Growth

ปีนี้ บอสณวัฒน์ ยังเพิ่มดีกรีความเข้มข้นกับรางวัล Miss Popular Vote เปิดโอกาสให้แฟนๆร่วมโหวตผ่านเว็บไซต์ www.missgrandthailand.com โดยผู้ชนะจะได้สิทธิ์ Fast Track เข้าสู่รอบ 11 คนสุดท้ายโดยอัตโนมัติ การันตีตำแหน่งอย่างน้อยรองอันดับ 5 และเป็นหนึ่งในทีม Miss Grand Thailand 2026 ทันที

สำหรับกิจกรรมเก็บตัวผู้เข้าประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026 จะจัดขึ้นที่เมืองพัทยา ระหว่างวันที่ 8–18 มีนาคม นี้ และรอบตัดสินจะมีขึ้นในวันที่ 28 มีนาคม เพื่อค้นหาผู้ครองมงกุฎ Miss Grand Thailand คนใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Grand Evolution” ที่ผสานความบันเทิงและเวทีนางงามไว้อย่างลงตัว มาลุ้นกันว่าใครจะได้เป็น Miss Grand Thailand 2026 คนที่ 14 ของประเทศไทย

สำหรับกิจกรรมการประกวดรอบต่างๆดังนี้
5 มีนาคม เวลา 11.00-16.00 น. :Audition Grand Voice “The Timeless Song” (สถานที่ : Grand Richmond Hotel)
8-18 มีนาคม : กิจกรรมเก็บตัวเมืองพัทยา จังวัดชลบุรี
19 มีนาคม เวลา 10.00-15.00 น. :Close Door Interview (รอบสัมภาษณ์) (สถานที่ : Grand Richmond Hotel)
18.00-21.00 น. :Opening Ceremony “The Grand Clinic”
22 มีนาคม เวลา 19.00-21.00 น. :National Costume Competition (รอบชุดประจำชาติ)(สถานที่ : MGI Hall)
23 มีนาคม เวลา 19.00-21.00 น. :The Grand Concert “The Timeless Song” (สถานที่ : MGI Hall)
25 มีนาคม เวลา 19.00-21.00 น. :Preliminary Competition (สถานที่ : MGI Hall)
28 มีนาคม เวลา 19.00-21.00 น. :Grand Final MGT 2026 (สถานที่ : MGI Hall)

ติดตามกิจกรรม มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ ได้จากทุกช่องทาง YouTube Chanel : Grand TV
Facebook : Miss Grand Thailand ,Instagram : missgrandthailand และ TikTok

นับจากนี้ทุกพื้นที่มีแต่แกรนด์ #WeAreGRANDthe1andOnly #MGT2026 GrandEvolution #MissGrandSoftPowerOfThailand #MissGrandThailand #MissGrandThailand2026

เวทีอันดับ1ของประเทศไทย #มิสแกรนด์เวทีเพื่อประชาธิปไตย

SUMMER SPACE ภารกิจตะลุยจักรวาลความสนุก รับหน้าร้อน ณ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ชวนน้อง ๆ หนู ๆ และครอบครัวหลบร้อนบนโลกพุ่งทะยานสู่ห้วงอวกาศในงาน SUMMER SPACE #หนีร้อนไปดินแดนอวกาศ ที่จะเปลี่ยนหน้าร้อนธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นความทรงจำที่พิเศษกว่าปีไหน ๆ ด้วยการมาตะลุยดินแดนอวกาศแห่งจินตนาการ

พบกับไฮไลต์ห้ามพลาด เครื่องเล่นบ้านลมขนาดยักษ์ Balloon Summer Space ที่มาพร้อมด่านสุดท้าทายให้น้อง ๆ หนู ๆ ได้ปล่อยพลัง วิ่งเล่นอย่างอิสระ และร่วมพิชิตภารกิจสุดมันส์เสมือนได้ท่องไปในอวกาศจริง ๆ พร้อมเสริมสร้างทักษะและสร้างความสัมพันธ์อันอบอุ่นในครอบครัวภายใต้บรรยากาศสุดตื่นตาตื่นใจ ในวันพฤหัสบดีที่ 12 – วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 20.00 น.ณ บริเวณลาน Center Zone ชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์

พิเศษสุด เข้าร่วมกิจกรรมฟรี! เพียงแสดงใบเสร็จชอปหรืออิ่มภายในศูนย์ฯ ไม่จำกัดมูลค่า และกดรับสิทธิ์ใน MBK PLUS

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ได้ที่ www.thenine.co.th/tiwanon/ หรือเฟซบุ๊กเพจ The Nine Center Tiwanon

#Theninecentertiwanon #Summerspace

รักสามเส้าเขย่าวงการ! “ระฟ้า-ซัน-นพ” ใครคือของจริง ใครคือข่าวลวง? ห้ามพลาด! “ตะวันระฟ้า” EP.2 ทาง GMM25

บันเทิงไทยลุกเป็นไฟ เมื่อความสัมพันธ์ของแก๊งตัวท็อปกลายเป็นประเด็นร้อนที่ไม่มีใครกล้ากะพริบตา! หลังดราม่าลูกใหญ่ยังไม่ทันจาง “ระฟ้า” (อะตอม – อภิชญา กำเนิดศิริกุล) ดันรับรู้ข่าวชวนช็อกว่า “ซัน” (เมอซีเดส – สิรภัทร สาระคุณ) กำลังมีประเด็นบางอย่างกับคู่จิ้นคนสนิท “นพ” (จ๊อบ – กฤษ อหันทริก)

ฝั่งนพออกมายอมรับแมน ๆ คำเดียวสั้น ๆ แต่สะเทือนวงการว่า “ข่าวจริง!” ทำเอาแฟนคลับฟิน! ขณะที่ซันโต้กลับทันควัน ปฏิเสธเสียงแข็ง พร้อมตั้งคำถามถึง “ความเชื่อใจ” และยังยืนยันกับระฟ้าว่า จะไม่ทำอะไรที่กระทบชื่อเสียงบริษัทของเธอเด็ดขาด แต่จุดพีกมันอยู่ตรงนี้! แม้ระฟ้าจะขึ้นชื่อเรื่องปากแข็งระดับสิบ แต่การกระทำกลับสวนทางสุด ๆ เพราะแทนที่จะถอยห่าง เธอกลับเฝ้าดูแลซันไม่ห่าง

ด้านอีกมุมหนึ่ง “เฟย์” (เจนนี่ – ภัทรวดี ฐิติวุฒิกุล) น้องสาวของระฟ้า ก็มีประเด็นชวนปวดหัวไม่แพ้กัน เมื่อการเจอ “พีช” (เดวี่ – เทวิยาภา อุทธจันทร์) ครั้งแรกก็ไม่ถูกชะตา ยิ่งรู้ว่าพีชต้องทำงานใกล้ชิดกับซันในฐานะช่างภาพ ยิ่งทำให้เฟย์แอบเป็นห่วงเพื่อนสนิทอย่างซัน พอข่าวลอยไปถึงหูระฟ้า ท่าที “เป็นห่วงบริษัท” ชัดเจนจนปิดไม่มิด ถึงขั้นต้องออกโรงไปประชุมงานถึงหน้าเซ็ตกองถ่ายภาพนิ่งของซันด้วยตัวเอง และนั่นกลายเป็นโมเมนต์เผชิญหน้าครั้งแรกระหว่าง “ระฟ้า” กับ “พีช” ที่บอกเลยว่าบรรยากาศตึง จนแฟนคลับแทบหยุดหายใจ

งานนี้คำถามใหญ่คือ… เกมความสัมพันธ์ครั้งนี้ ใครกันแน่ที่ถือไพ่เหนือกว่า?

นพจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้หัวใจของระฟ้าชัดเจนขึ้น หรือจะยิ่งทำให้ทุกอย่างวุ่นวายกว่าเดิม?

และซัน…จะรักษาคำมั่นที่ให้ไว้ได้จริงหรือไม่? ศึกหัวใจครั้งนี้ไม่มีใครถอย!

แฟนคลับเตรียมเกาะขอบจอ เพราะเรื่องราวของ “พี่ระฟ้า – น้องซัน” ยังไม่จบง่าย ๆ แน่นอน!

ติดตามได้ในซีรีส์แซฟฟิก “ตะวันระฟ้า” (My Only Sunshine The Series) ออกอากาศทุกวันพุธ เวลา 23.00 น. ทางช่อง GMM25 รับชมย้อนหลังได้ทาง YouTube : Star Hunter Entertainment และรับชมออนไลน์เวอร์ชัน UNCUT เวลา 23.30 น. บนแอป iQIYI และเว็บไซต์ iQ.com ที่เดียวเท่านั้น! ห้ามพลาด!

#ตะวันระฟ้า #MyonlySunshineEP2

#AtomMer #DeviJenny #อะตอมเมอ #เดวี่เจนนี่ #atomapcy #mmersedes #deviyabha #jennypataravadee

#ตะวันระฟ้าSeries #Myonlysunshinetheseries #StarHunterEntertainment