โฮมโปร คว้ารางวัล Sustainability Disclosure Award ประจำปี 2568 ตอกย้ำองค์กรต้นแบบด้านการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ยกระดับคุณภาพชีวิตลูกค้าและสังคม บนหลักความยั่งยืน

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” โดย นายรักพงศ์ อรุณวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ – กลุ่มงานนักลงทุนสัมพันธ์ กลยุทธ์ และความยั่งยืนองค์กร เข้ารับรางวัลเกียรติคุณ การเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (Sustainability Disclosure Award) ประจำปี 2568 จากสถาบันไทยพัฒน์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของโฮมโปร ในการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน ครอบคลุมทั้งการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม หรือประเด็นด้าน ESG เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจได้อย่างครบถ้วนและเชื่อถือได้

นายรักพงศ์ อรุณวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ – กลุ่มงานนักลงทุนสัมพันธ์ กลยุทธ์ และความยั่งยืนองค์กร– บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” เปิดเผยว่า รางวัล Sustainability Disclosure Award นี้เป็นผลลัพธ์จากการที่โฮมโปรให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลที่ครอบคลุมทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล (ESG) ควบคู่กับการรายงานผลการดำเนินงานทางการเงิน โดยเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ธุรกิจและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่สะท้อนการบริหารจัดการความเสี่ยงและสร้างโอกาสในธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมชี้ให้เห็นถึงการนำกรอบความยั่งยืนมาปรับใช้จริง ทั้งในมิติการดำเนินงาน และมิติการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนบทบาทของโฮมโปรในฐานะผู้นำธุรกิจ Home Solution and Living Experience ที่มุ่งใช้ข้อมูลด้าน ESG เป็นฐานสำคัญในการพัฒนาสินค้า บริการ และโซลูชันเรื่องบ้านที่ตอบโจทย์การยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าและสังคม ภายใต้แนวคิด Better Living อย่างเป็นรูปธรรม

#SustainabilityDisclosureAward #รางวัลเกียรติคุณการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน #โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #Homepropr #ESG #SustainabilityDisclosure

BANDAI NAMCO MUSIC LIVE FESTIVAL ระเบิดความมันส์ในงาน AniEx 2025 : First Stageรวมพลัง 3 ศิลปินหญิงเสียงทรงพลัง TRUE, ZAQ และ MindaRynพร้อม DJ Dhalsim ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของอนิซองสู่แฟนเพลงชาวไทย

ปิดฉากลงด้วยบรรยากาศอบอุ่นเปี่ยมไปด้วยพลังของเสียงเพลง สำหรับ BANDAI NAMCO MUSIC LIVE FESTIVAL หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ AniEx 2025 : First Stage ที่จัดขึ้น ณ MCC Hall เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ซึ่งครั้งนี้ได้รวมสุดยอดศิลปินอนิซองอย่าง TRUE, ZAQ และ MindaRyn พร้อมด้วย DJ Dhalsim จากวง Ash Da Hero มาร่วมเติมเต็มสีสันและพลังความมันส์มอบความสุขให้กับแฟน ๆ อย่างเต็มรูปแบบ
บรรยากาศเริ่มต้นด้วยวิดีโอเปิดตัวศิลปินทั้งสี่ที่บินลัดฟ้าจากญี่ปุ่นมาพบกับแฟน ๆ ชาวไทย ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังสนั่น ก่อนที่ความร้อนแรงจะถูกจุดขึ้นโดย DJ Dhalsim กับเซ็ตเพลงอนิเมะคุ้นหู ที่ทำให้ผู้ชมทั้งฮอลล์โยกตาม โดยเฉพาะเพลงไวรัลขวัญใจแฟน ๆ อย่าง AI♡SCREAM! จาก Love Live! Series สร้างรอยยิ้มและพลังความสดใสให้กับเวทีได้อย่างลงตัว

ต่อด้วยการปรากฏตัวของ MindaRyn ศิลปินหญิงชาวไทยที่ก้าวไกลสู่เวทีญี่ปุ่นและมีแฟนเพลงในหลากหลายประเทศ เธอขนเพลงประกอบอนิเมะมาโชว์มากมาย รวมถึงเพลงฮิต Like Flames จากอนิเมะดัง “เกิดใหม่ทั้งทีก็เป็นสไลม์ไปซะแล้ว” นอกจากนี้ยังมี Missing Link เพลงปิดประกอบซีรีส์ Ultraman Omega ที่เพิ่งออกอากาศในปีนี้ ถ่ายทอดความแข็งแกร่งและเสน่ห์ของศิลปินไทยได้อย่างน่าภาคภูมิใจ
จากนั้นเวทีถูกส่งต่อให้กับ ZAQ ศิลปินผู้เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ทางเสียงและสไตล์ดนตรีที่โดดเด่น เช่น เพลง Dance In The Game จากอนิเมะ “ขอต้อนรับสู่ห้องเรียนนิยม (เฉพาะ) ยอดคน” พร้อมโชว์ความสามารถรอบด้านด้วยการร้องและเล่นเปียโนกับเพลง Ikuseisou จากอนิเมะ Turkey! และเพลง Wasurete yaranai จากเรื่อง Bocchi the Rock! ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลงานที่เธอได้แต่งเนื้อร้อง ตอกย้ำภาพลักษณ์ศิลปินมากฝีมืออย่างชัดเจน

ก่อนจะเข้าสู่ช่วงของ TRUE ศิลปินผู้ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านบทเพลงได้อย่างลึกซึ้งทรงพลัง เธอกลับมาพบแฟน ๆ ชาวไทยอีกครั้งหลังจากคอนเสิร์ตเดี่ยวเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ครั้งนี้ขนเพลงฮิตที่หลายคนคิดถึง อาทิ DREAM SOLISTER จากเรื่อง Sound! Euphonium, Another colony จาก “เกิดใหม่ทั้งทีก็เป็นสไลม์ไปซะแล้ว” และ Sincerely เพลงดังจากอนิเมะเนื้อหากินใจ Violet Evergarden สร้างช่วงเวลาแสนอบอุ่นและน่าประทับใจให้กับผู้ชมตลอดการแสดง
ปิดท้ายค่ำคืนแห่งความประทับใจในช่วง Special Collaboration ของทั้งสี่ศิลปิน TRUE, ZAQ, MindaRyn และ DJ Dhalsim ร่วมกันสร้างโชว์สุดพิเศษเพื่อแฟน ๆ ชาวไทยโดยเฉพาะ ถ่ายทอดมิตรภาพผ่านเสียงเพลงและพลังของอนิซองที่ไร้พรมแดนได้อย่างอบอุ่นและน่าจดจำ


TRUE Official Website : true-singer.com / twitter.com/miho_karasawa /instagram.com/miho_karasawa
YouTube: youtube.com/@TRUE_MUSIC_CAMP

Michelin Gala night for Michelin Guide 2026

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกียรติเป็นประธานในงาน MICHELIN GUIDE Thailand Ceremony 2025 (Gala Dinner) โดยมีนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วยนายธัญว์ วุฒิธรรม ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ คณะกรรมการ ททท. ผู้บริหาร
แขกผู้มีเกียรติ รวมถึงเชฟมิชลิน ร่วมเฉลิมฉลองให้กับร้านอาหารที่ได้รับรางวัลใน คู่มือมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ประจำปี 2569 (The MICHELIN Guide Thailand 2026) ซึ่งมีการจัดประกาศผลในช่วงเช้าวันนี้ ณ โรงแรม The Ritz–Carlton Bangkok

ภายในงาน ททท. ได้จัดนิทรรศการ “รอยยิ้มของแผ่นดิน” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายความอาลัยต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยนำเสนอพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ และจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์จากปกนิตยสาร อ.ส.ท. ตั้งแต่ฉบับปฐมฤกษ์ พ.ศ. 2503 จนถึงปี พ.ศ. 2564

ไฮไลต์ของค่ำคืนนี้คือการสร้างสรรค์เมนู 5 คอร์ส จาก 5 เชฟมิชลิน ภายใต้แนวคิด Sustainable Cuisine ในโทนสีขาว โดยเน้นการเลือกใช้วัตถุดิบเกษตรอินทรีย์จากหลากหลายท้องถิ่นของไทย เพื่อถ่ายทอดแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ร่วมงาน เชฟ และร้านอาหารทั่วประเทศในการคัดสรรวัตถุดิบอย่างยั่งยืน ช่วยกระจายรายได้สู่เกษตรกร และส่งเสริมคุณค่าเรื่องราวของอาหารไทย

แนวทางดังกล่าวยังเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับ อาหารไทย ให้โดดเด่นในเวทีโลก เสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็น World’s Leading Culinary Destination และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์อาหารระดับมิชลินในประเทศไทยมากยิ่งขึ้นค่ำวันนี้ (27 พฤศจิกายน 2568) นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกียรติเป็นประธานในงาน MICHELIN GUIDE Thailand Ceremony 2025 (Gala Dinner) โดยมีนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วยนายธัญว์ วุฒิธรรม ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ คณะกรรมการ ททท. ผู้บริหาร แขกผู้มีเกียรติ รวมถึงเชฟมิชลิน ร่วมเฉลิมฉลองให้กับร้านอาหารที่ได้รับรางวัลใน คู่มือมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ประจำปี 2569 (The MICHELIN Guide Thailand 2026) ซึ่งมีการจัดประกาศผลในช่วงเช้าวันนี้ ณ โรงแรม The Ritz–Carlton Bangkok

ภายในงาน ททท. ได้จัดนิทรรศการ “รอยยิ้มของแผ่นดิน” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายความอาลัยต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยนำเสนอพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ และจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์จากปกนิตยสาร อ.ส.ท. ตั้งแต่ฉบับปฐมฤกษ์ พ.ศ. 2503 จนถึงปี พ.ศ. 2564

ไฮไลต์ของค่ำคืนนี้คือการสร้างสรรค์เมนู 5 คอร์ส จาก 5 เชฟมิชลิน ภายใต้แนวคิด Sustainable Cuisine ในโทนสีขาว โดยเน้นการเลือกใช้วัตถุดิบเกษตรอินทรีย์จากหลากหลายท้องถิ่นของไทย เพื่อถ่ายทอดแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ร่วมงาน เชฟ และร้านอาหารทั่วประเทศในการคัดสรรวัตถุดิบอย่างยั่งยืน ช่วยกระจายรายได้สู่เกษตรกร และส่งเสริมคุณค่าเรื่องราวของอาหารไทย

แนวทางดังกล่าวยังเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับ อาหารไทย ให้โดดเด่นในเวทีโลก เสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็น World’s Leading Culinary Destination และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์อาหารระดับมิชลินในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

MichelinGalanight2025 #MichelinGuideThailand #MichlinGuideTh2026 #AmazingThailand

รวมพลังน้ำใจคนไทยให้โลหิต พ้นวิกฤติมหาอุทกภัยภาคใต้

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนคนไทยทั่วประเทศ รวมพลังน้ำใจคนไทยให้โลหิต พ้นวิกฤติมหาอุทกภัยภาคใต้ ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตในโรงพยาบาลพื้นที่ภาคใต้กว่า 135 แห่ง บริจาคโลหิต ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 11 จังหวัด ทั่วประเทศ

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 3 แห่งในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 12 จังหวัดสงขลา และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดภูเก็ต ตลอดจนโรงพยาบาลอีก 135 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ไม่สามารถออกหน่วยไปรับบริจาคโลหิตยังพื้นที่ต่างๆ ได้ เนื่องมาจากเกิดสถานการณ์วิกฤติน้ำท่วมอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ หลายพื้นที่มีระดับน้ำท่วมขึ้นสูงเป็นบริเวณกว้าง และยังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาบริจาคโลหิตที่ โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 3 แห่ง ในพื้นที่ภาคใต้ เป็นไปด้วยความยากลำบาก ทำให้โลหิตที่ได้รับบริจาคลดลง จึงมีไม่โลหิตสำรองคงคลัง ส่งกระทบต่อการรักษาผู้ป่วยอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยผ่าตัด ผู้ป่วยฉุกเฉิน และผู้ป่วย โรคเรื้อรัง ที่จำเป็นต้องได้รับโลหิตในการรักษาอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลบางแห่ง จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ไปรักษาตัวในโรงพยาบาลใหญ่ในพื้นที่ใกล้เคียง

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงขอเชิญชวนคนไทยรวมใจเป็นหนึ่งเดียว “รวมพลังน้ำใจคนไทยให้โลหิต พ้นวิกฤติมหาอุทกภัยภาคใต้” เพื่อส่งต่อโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้

สามารถบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย ได้ที่

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถ.อังรีดูนังต์
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 11 จังหวัด ทั่วประเทศ ได้แก่ ได้แก่ ลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช และภูเก็ต

เอวา ปวรวรรณ ห่วงใยพี่น้องชาวภาคใต้ ส่งยา–ถุงยังชีพ พร้อมข้อความสุดอบอุ่น “ภาคใต้เป็นที่ที่หนูรัก”

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ยังคงสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายจังหวัด งานนี้ เอวา ปวรวรรณ ไม่รอช้า ขอเป็นอีกหนึ่งพลังช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ พร้อมส่งข้อความสุดอบอุ่นผ่านโซเชียลให้กำลังใจแบบเต็มหัวใจ

เอวาเผยความรู้สึกว่า “เป็นกำลังใจให้พี่ๆ น้องๆ ชาวภาคใต้ทุกคนนะคะ ขอให้สถานการณ์ดีขึ้นเร็วๆ นะคะ รักและเป็นห่วงทุกคนเสมอ ภาคใต้เป็นที่ที่หนูรัก และมีแฟนคลับของหนูอยู่ที่นั่นเยอะมากๆ เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะคะ” ทำเอาแฟนๆ แห่ส่งกำลังใจกลับอย่างล้นหลาม

ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เอวายังลงมือทำทันที โดยร่วม ส่งยาและของจำเป็น ไปช่วยผู้ประสบภัย พร้อมศิลปิน–นักแสดง–อินฟลูเอนเซอร์หลายคน แถมยังจัด ถุงยังชีพ ใส่ของจำเป็นเพื่อกระจายไปยังพื้นที่ประสบภัยอีกด้วย เรียกได้ว่าใจสวยไม่แพ้หน้าตาเลยทีเดียว

เจ้าตัวยอมรับว่า แค่เห็นภาพข่าวก็ใจหายจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ “ดูข่าวไม่ได้เลยค่ะ ร้องไห้ตามทุกครั้ง เป็นห่วงทุกคนมากจริงๆ” ท้ายที่สุด เอวาฝากกำลังใจแน่น ๆ ให้พี่น้องชาวใต้ทุกคน ขอให้เหตุการณ์ครั้งนี้ผ่านไปได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย พร้อมชื่นชมและขอส่งกำลังใจให้ทีมงานทุกหน่วยที่ลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในเวลานี้

Viu Original ‘Taxi Driver 3’ เปิดตัวแรง ขึ้นแท่นอันดับ 1 ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง

ฮ่องกง – Viu (วิว) ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งแบบ OTT (Over-the-top) ชั้นนำระดับภูมิภาค ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญว่า ซีรีส์ออริจินัลระดับเรือธงที่ทั่วเอเชียรอคอยอย่าง Taxi Driver 3 เปิดตัวแรงทันทีที่ออกอากาศ กวาด อันดับ 1 บนแพลตฟอร์ม Viu ในหลายตลาดหลัก ไม่ว่าจะเป็น ไทย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, ฮ่องกง รวมถึง ภูมิภาคตะวันออกกลาง (GCC)

      การเปิดตัวที่แข็งแกร่งทั่วภูมิภาคนี้ยังสะท้อนพลังของกระแสในประเทศเกาหลีใต้ โดยข้อมูลจาก Nielsen Korea ระบุว่า Taxi Driver 3 ทำเรตติ้งทั่วประเทศสูงถึง 9.5% ตั้งแต่ตอนแรกที่ออกอากาศทางช่อง SBS ซึ่งนับเป็นการเปิดตัวที่สูงที่สุดของ มินิซีรีส์เกาหลีประจำปีนี้

       ความสำเร็จของการเปิดตัวในหลายประเทศ พร้อมสถิติจากเกาหลีใต้ที่พุ่งแรง ถือเป็นข้อพิสูจน์ถึง ความนิยมอันเหนียวแน่นของแฟรนไชส์ Taxi Driver และสะท้อนถึง ความสำเร็จของกลยุทธ์การคัดสรรคอนเทนต์ออริจินัลของ Viu ที่สามารถตอบโจทย์รสนิยมผู้ชมในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างลงตัว

       7 ธันวาคมนี้ เตรียมเปิดประสบการณ์ความมันส์ของ #TaxiDriver3 แบบจัดเต็มกับเวอร์ชัน “พากย์ไทย” ตอนใหม่ อัปเดตทุกวันอาทิตย์–จันทร์ วันละ 1 ตอนดูซับจบ–ดูพากย์ไทยต่อได้ทันที แบบ Non-Stop ไม่มีพัก! แฟนซีรีส์สายแอ็กชัน–ล้างแค้นเตรียมลุกเป็นไฟ!

ปักหมุดมาร์เก็ต จับมือกับ เปิบพิสดาร ในงานโรบินสัน ช้อปคุ้ม ลดยกเมือง ณ ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ

ปักหมุดมาร์เก็ต จับมือโรบินสัน และเปิบพิสดาร เปิดงาน “ปักหมุดฟู้ดเฟส x โรบินสัน” รวมร้านดังกว่า 100 ร้านค้า พร้อมมอบป้ายการันตีความอร่อยกว่า 37 ร้าน ณ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ

กรุงเทพฯ — บริษัท ปักหมุด มาร์เก็ต จำกัด โดย คุณปาณญา ศรีโพธิ์ กรรมการผู้จัดการ เปิดตัวงาน “ปักหมุดฟู้ดเฟส x โรบินสัน” อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 24 – 28 พฤศจิกายน 2568 ณ อาคารบี ชั้น 2 ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ โดยยกทัพร้านอาหารชื่อดังมากกว่า 100 ร้านค้า มาร่วมสร้างประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษแก่ผู้ร่วมงาน
ในปีนี้ ปักหมุดมาร์เก็ตจับมือกับ “เปิบพิสดาร” โดย คุณสันติ เศวตวิมล (แม่ช้อย นางรำ) ผู้ทรงอิทธิพลด้านอาหารของไทยที่มีประวัติและชื่อเสียงยาวนานกว่า 50 ปี มาร่วมชิมและคัดเลือกร้านอาหารคุณภาพ พร้อมมอบ “ป้ายเปิบพิสดาร” ให้กับร้านค้าที่ผ่านมาตรฐานความอร่อยรวมทั้งสิ้น 37 ร้านค้า

คุณสันติ เศวตวิมล กล่าวแสดงความยินดี พร้อมย้ำความเชื่อมั่นในพันธมิตรว่า “นี่เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปีที่เปิบพิสดารได้ร่วมงานกับองค์กรอื่น เพราะผมเชื่อมั่นในทั้งปักหมุดมาร์เก็ตและโรบินสัน และหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนผู้ค้าทุกท่านให้ประสบความสำเร็จ และก้าวไกลบนเวทีอาหารระดับประเทศและระดับโลก” งานนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณรสอมร โค้วศิริกุลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารสินค้า บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ร่วมชิมและมอบป้ายเปิบพิสดารให้กับร้านค้าที่ได้รับคัดเลือก

ด้านคุณปาณญา ศรีโพธิ์ กล่าวว่า “ปักหมุดมาร์เก็ตรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับโรบินสันเป็นครั้งที่ 4 และได้รับความไว้วางใจจากคุณสันติ เศวตวิมล ในการคัดเลือกและมอบป้ายเปิบพิสดารให้กับร้านค้าของเรา เราภูมิใจมากกับร้านค้าทั้ง 37 ร้านที่ได้รับรางวัล และหวังว่าจะได้เห็นร้านค้าที่ได้รับป้ายเปิบพิสดารมากขึ้นในอนาคต พร้อมร่วมมือสร้างสรรค์งานดีๆ ต่อไป”

“อินโนบิก” กลุ่มธุรกิจใหม่ ในเครือ ปตท.ตั้งเป้ามุ่งสู่การเป็นผู้นำ Life Science ในภูมิภาคอาเซียน โดยเน้นการเติบโตร่วมกับพันธมิตร

เมื่อเทรนด์สุขภาพ กลายเป็นโอกาส ที่ไม่ใช่แค่เม็ดเงินในการลงทุน แต่เป็นการก้าวไปอีกขั้นของวงการวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต (Life Science) บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด บริษัทในเครือ ปตท. จำกัด (มหาชน) จึงได้จัดงาน Innobic Life Science Business Excellent Move Forum งานสัมมนาครั้งใหญ่ เพื่อประกาศจุดยืนทางธุรกิจ และทิศทางการเติบโตในอนาคต สร้างความมั่นคงทางด้านสุขภาพให้คนไทย
ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อ 5 ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2563) “อินโนบิก” ก่อตั้งขึ้นในฐานะ New S-Curve ของ ปตท. โดยเล็งเห็นว่า ธุรกิจ Life Science เป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ของโลก และ New S-curve ที่สำคัญสำหรับประเทศไทยที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ บนฐานของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่ผ่านมา บริษัทมุ่งสร้าง Ecosystem ของชีววิทยาศาสตร์ ตั้งแต่การวิจัย พัฒนาธุรกิจ และการจัดจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ รองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัย และสร้างความมมั่นคงทางด้านสาธารณสุขจนประสบความสำเร็จ

อินโนบิก เราวางจุดยืนของตัวเองที่แตกต่างจากผู้เล่นระดับภูมิภาครายอื่น คือเราให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและ ความร่วมมือกับผู้ผลิต, โรงพยาบาล, และองค์กรวิจัยต่างๆ เพื่อสร้างข้อได้เปรียบเชิงธุรกิจและความแตกต่างจากคู่แข่ง
เราเน้นในเรื่องของความรวดเร็วและขนาดของธุรกิจที่แข่งขันได้ นำความรู้ความเชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาสู่ประเทศไทย ผ่านการลงทุนใน บริษัท โลตัส ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (Lotus Pharmaceutical Co., Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทวิจัย พัฒนา ผลิต และจำหน่ายยาของไต้หวัน ที่มีตลาดครอบคลุมในทุกภูมิภาคของโลก จากเงินลงทุนเริ่มต้น ปัจจุบันมูลค่าตลาดได้เติบโตถึง 3 เท่า สะท้อนผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ที่ชัดเจน และในปีนี้ Lotus ได้เดินหน้ารุกตลาดผลิตภัณฑ์ยาเฉพาะทางในสหรัฐฯ ผ่านการเข้าซื้อหุ้นใน Alvogen US โดยใช้เงินทุนและเงินกู้ของบริษัทเอง ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน ทำให้ขนาดของกิจการขยับเป็นบริษัทยา Branded Generics Drug 1 ใน 20 อันดับแรกของโลก นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้อินโนบิกเข้าสู่แพลตฟอร์มยาครบวงจร เนื่องจากมีพันธมิตรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแรงรองรับด้วย ขณะเดียวกันยังนำยาคุณภาพดีจากในประเทศและต่างประเทศมาช่วยเพิ่มคุณภาพในการรักษา ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงเทรนด์เทคโนโลยีและสุขภาพ ทำให้เราต้องเร่งพัฒนาตนเอง เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ด้วยการสร้างนวัตกรรมที่ทันสมัย ยาที่มีคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้ ทั้งจากในและต่างประเทศ เพื่อทำให้คนไทยเข้าถึงได้ เราเชื่อว่าการอยู่เคียงข้างคนไทย ไม่ได้หมายถึงแค่การเป็น
ผู้จำหน่ายยา หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเท่านั้น แต่คือการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ด้าน Life Science
ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนได้อย่างยั่งยืนด้วย ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ กล่าวสรุป

ทางด้าน ดร. ณัฐ อธิวิทวัส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด ยังได้ให้มุมมองเพิ่มเติม ถึงการเร่งเครื่องปรับแบรนด์ครั้งใหญ่ โดยเล่าว่า อินโนบิกเริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2020 มีทุนจดทะเบียน 13,564 ล้านบาท เป็นส่วนหนึ่งของ ปตท. องค์กรด้านพลังงานแห่งชาติ ที่ถือหุ้น 100% แบ่งเป็น 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจยา,
กลุ่มธุรกิจโภชนาการเพื่อสุขภาพ, กลุ่มธุรกิจการลงทุน และ กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม การปรับกระบวนทัพครั้งนี้ ก็เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่วางไว้ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเราจะเน้นธุรกิจยา (Pharmaceutical) เป็นแกนหลักในการเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มยาสำหรับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต อาทิ โรคมะเร็ง และโรคเบาหวาน ควบคู่กับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยต้องการผลักดันให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เราตั้งเป้าเพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ให้สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพราะแบรนด์แข็งแรงขึ้นเท่ากับว่าการขยายตลาดและการเติบโตของธุรกิจในระยะถัดไปก็ทำได้รวดเร็วขึ้นด้วยเช่นกัน จึงเป็นที่มาของการปรับแบรนด์ ที่ไม่ได้เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ภายนอก แต่เป็นการยกระดับการดำเนินงานทั้งเชิงกลยุทธ์และเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของอินโนบิก และสะท้อนความมุ่งมั่นขององค์กรในการก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสุขภาพของประเทศ ตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพของประชาชน ตั้งแต่การป้องกัน การรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟู รองรับการเติบโตในระดับภูมิภาค และเปิดโอกาสร่วมทุนหรือร่วมพัฒนาธุรกิจกับพันธมิตรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศด้วย
จากธุรกิจพลังงาน ข้ามสายมาสู่ Life Science และการวางตำแหน่งใหม่ในเวทีระดับภูมิภาค

ดร.ณัฐ เน้นย้ำว่า อินโนบิก กำลังตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านสุขภาพสำหรับอาเซียนโดยเฉพาะ (Regional Commercial Platform) มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ครบวงจร จนถึงการนำสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ ควบคู่กับการแสวงหาโอกาสร่วมลงทุนเพื่อเร่งการเติบโตตามเป้าหมาย และหนึ่งในจุดแข็งที่สร้างความได้เปรียบ คือความสามารถในการเชื่อมโยงพันธมิตรระดับนานาชาติ เรานำความรู้และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากการลงทุนในบริษัท Lotus Pharmaceutical กลับมาพัฒนาทั้งตลาดไทยและขยายไปยังภูมิภาคอาเซียน สิ่งนี้เอง คือจุดที่ทำให้เราแตกต่างและก้าวได้เร็วกว่า

สำหรับการจัดงาน Innobic Life Science Business Excellent Move Forum ครั้งนี้ นับเป็นการประกาศถึงจุดเปลี่ยนให้ อินโนบิก กลายเป็นแบรนด์ ที่ทำให้ผู้คนมีจุดเริ่มต้นสู่ชีวิตที่ดีกว่า ดังสโลแกน Access to Excellent Life โดยอินโนบิก เข้าใจปัญหา ไม่เพียงแค่ผู้ป่วย แต่รวมถึง ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ ทั้งคนในประเทศและในภูมิภาค เพื่อให้สามารถดูแลและรักษาสุขภาพได้ง่ายกว่า เร็วกว่า และดีกว่านิยามคำว่า นวัตกรรมของเรา จึงมีมากกว่าความทันสมัย แต่คือนวัตกรรมที่เข้าถึงได้ (Accessible) และนำไปสู่ชีวิตที่ดี (Excellent Life) โดยเราทำหน้าที่เป็นเหมือนสะพาน เชื่อมนวัตกรรมร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อให้ผู้คนได้เข้าถึงชีวิตที่ดีกว่าอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ดร. ณัฐ อธิวิทวัส กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามความเคลื่อนไหวและอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.innobicasia.com

“มือปืน” จัดรอบปฐมทัศน์ ยิ่งใหญ่ เนรมิตงานวัดกลางรัชโยธินพร้อมลั่นไกสาดกระสุน!!! 27 พฤศจิกายนนี้

M STUDIO และ Plan B จัดงานรอบปฐมทัศน์ ภาพยนตร์แอ็กชันระทึกขวัญ เรื่อง “มือปืน” ผลงานการกำกับโดย พุฒิพงษ์ นาคทอง เจ้าของผลงานสุดเข้มข้นจาก 4 Kings และ วัยหนุ่ม 2544 นำแสดงโดยเหล่านักแสดงตัวเดือด แหลม- สมพล รุ่งพาณิชย์, เฟย – ภัทร เอกแสงกุล, ฟ้า – ษริกา สารทศิลป์ศุภา, เบน – เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี,  อาร์ – อรรถกร บุญเพ็ง และ ตุ๋ย – อรุณ ภาวิไล  
เรื่องราวของ เพชร ที่อยากเดินออกจากเส้นทางการเป็นมือปืนรับจ้าง แต่มันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด แม้ความรักและมิตรภาพคือความหวังในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่บุญคุณและความแค้นกลับคอยเหนี่ยวรั้งให้ยิ่งหลงทางในโลกอันมืดมน ทางเดียวที่เพชรจะหลุดพ้น คือต้องกัดฟันลั่นไกจนกว่ากระสุนนัดสุดท้ายจะชี้ชะตาของตัวเอง

งานนี้เนรมิต ลานกิจกรรม เมเจอร์ อเวนิว รัชโยธิน ให้กลายเป็นงานประจำปี ขนมหกรรมความบันเทิงมาให้แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนได้ร่วมสนุก เริ่มเปิดงานด้วยพิธีกร เต๋า สมชาย และ จ๋า ณัฐฐาวีรนุช ที่ กล่าวต้อนรับพร้อมพาชมบรรยากาศภายในงาน อาทิกิจกรรมซุ้มมือปืน พร้อมซุ้มอาหารมากมาย

จากนั้นไปพบกับการแสดงรำวงจากคณะแก้วศรีเพชร จาก จ. เพชรบุรี ที่มาสร้างความบันเทิงกันในงาน ก่อนจะไปปรับอารมณ์เดือดกับตัวอย่างภาพยนตร์ “มือปืน” ต่อด้วยโชว์จากนักแสดงนำอย่าง “แหลม สมพล” ที่มาโชว์ในเพลงประกอบภาพยนตร์อย่างเพลง ”หนีคดี“ และเพลง ”สุนัขของนาย“ ที่เจ้าตัวจรดปากกาแต่งเองเพื่อภาพยนตร์เรื่อง ”มือปืน“ โดยเฉพาะ

ถึงเวลาเปิดตัวนักแสดง และผู้กำกับ ที่มาพูดคุยถึงการทำงานในครั้งนี้ เตรียมพาไปสัมผัสกับโลกของวงการมือปืน ที่เข้าแล้วออกยาก ภาพยนตร์แอ็กชันระทึกขวัญ แต่ยังเป็นการถ่ายทอดชีวิตของ “มนุษย์ในเงามืด”

“SEK LOSO ร่วมกับ Luster Entertainment และ Bok Dok Catty Cat ส่งต่อความห่วงใยสู่หาดใหญ่ด้วยอาหารสัตว์ 3,000 กิโลกรัม”

ในช่วงเวลาที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และอีกหลายจังหวัดต้องเผชิญกับเหตุการณ์ อุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ SEK LOSO, Luster Entertainment และ Bok Dok – Catty Cat ได้รวมพลังน้ำใจส่งอาหารสำหรับน้องหมา–น้องแมวจำนวน 3,000 กิโลกรัม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ดูแลสัตว์ในพื้นที่ เพราะเชื่อว่าทุกชีวิต—ไม่ว่าจะคนหรือสัตว์—สมควรได้รับโอกาสและการดูแลอย่างดีที่สุด

เสก โลโซกล่าวว่า “ผมเชื่อว่าทุกชีวิตมีคุณค่า วันนี้เราขอช่วยเท่าที่ช่วยได้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัว และทุกชีวิตในหาดใหญ่ ขอให้ทุกคนแข็งแรง ปลอดภัย และผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันครับ”
ด้าน TG Tiger (เสือ) กล่าวเสริมถึงพลังใจของคนรุ่นใหม่ว่า“การช่วยกันในวันที่ยากลำบากคือสิ่งที่เราควรทำ ผมดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ครับ”
ให้ทุกชีวิตในหาดใหญ่รู้ว่า…ยังมีคนคอยยืนอยู่ข้าง ๆ เสมอ นี่คือพลังของน้ำใจที่งดงามที่สุดจากครอบครัว LOSO และทีมงานทุกฝ่าย