โฮมโปร มุ่งสู่ผู้นำ “Home Solution & Living Experience” อย่างยั่งยืน ตอกย้ำการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนแห่งอนาคต บนเวที “KTC FIT Talk 19”

โฮมโปร (HomePro) ตอกย้ำวิสัยทัศน์องค์กรแห่งความยั่งยืน ร่วมเวทีเสวนา “KTC FIT Talk ครั้งที่ 19”
ภายใต้หัวข้อ “Power from Home, Power for the Future” จัดโดยความร่วมมือระหว่างเคทีซี กระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยพันธมิตรชั้นนำอย่าง SCG และ GULF เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการใช้พลังงานสะอาดในครัวเรือนและการบริหารทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
ที่มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร สังคม และสิ่งแวดล้อม

นายรักพงศ์ อรุณวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มนักลงทุนสัมพันธ์ กลยุทธ์และความยั่งยืนองค์กร บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า ความยั่งยืนไม่ใช่กิจกรรมเสริม แต่เป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจสินค้าและบริการเรื่องบ้านแบบครบวงจร โฮมโปรได้นำแนวคิด ESG และ SD บูรณาการไว้ในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร การร่วมมือกับคู่ค้าเพื่อยกระดับห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการพัฒนาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” เชื่อมโยงผู้ผลิต คู่ค้า และผู้บริโภค เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนไปในทิศทางเดียวกัน

อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ผู้บริโภคที่มีความชัดเจน ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญให้โฮมโปรมุ่งขับเคลื่อนองค์กรบนเส้นทางความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสินค้าที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และพร้อมสนับสนุนแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและนำเสนอสินค้ารักษ์โลก พฤติกรรมนี้สะท้อนว่าผู้บริโภคไทยกำลังเปลี่ยนจาก “การรับรู้” สู่ “การเลือกซื้ออย่างมีจิตสำนึก” ที่ไม่เพียงให้ความสนใจในเรื่องราคา แต่ยังคำนึงถึงคุณค่า ความคุ้มค่า และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น

นายรักพงศ์ กล่าวเสริมว่า “โฮมโปรมีสมาชิกกว่า 7 ล้านราย และมียอดซื้อกว่า 20 ล้านครั้งต่อปี ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง จนนำไปสู่การพัฒนากลยุทธ์ที่ผสาน ESG และ SD เข้ากับธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งต่อยอดแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงง่าย ผ่านกิจกรรมยืดอายุสินค้า เช่น กิจกรรมซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า ใน ‘วันช่างโฮมโปร’ เพื่อสร้างระบบนิเวศเรื่องบ้านที่ยั่งยืนครบวงจร ตั้งแต่การเลือกซื้อ การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังการใช้”

อีกหนึ่งกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนที่โฮมโปรใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างจริงจัง คือ โครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่ (Trade-In)” ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้านำของเก่าหรือสินค้าที่ไม่ใช้แล้ว มาแลกรับส่วนลดในการซื้อสินค้าใหม่ โดยที่โฮมโปรทำหน้าที่เป็น ‘สะพาน’ เชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตที่ต้องการพัฒนาสินค้าใหม่ และผู้บริโภคที่ต้องการเปลี่ยนของเก่าอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โฮมโปรจะช่วยนำของเก่าไปจัดการให้อย่างถูกวิธี สินค้าที่รับคืนจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการคัดแยก รีไซเคิล และผลิตเป็นสินค้าใหม่ ที่เราเรียกว่า “สินค้ารักษ์โลก หรือ Circular Products” ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าที่สามารถเข้าร่วมโครงการมากกว่า 70 ประเภท พร้อมขยายรายการที่สามารถนำมาแลกได้เพิ่มมากกว่า 8,000 รายการในปีนี้

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ได้รับการตอบรับอย่างดี มีสินค้านำมาแลกมากกว่า 300,000 ชิ้น หรือคิดเป็นน้ำหนักกว่า 3,000 ตัน โดยมากกว่า 80% เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกนำไปจัดการอย่างถูกวิธีผ่านผู้ดำเนินการที่มีใบรับรองมาตรฐานตามกฎหมาย ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของผู้บริโภคที่ต้องการมีส่วนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับโฮมโปร

นายรักพงศ์ กล่าวย้ำว่า Circular Products ไม่ได้หมายถึง ‘สินค้ารักษ์โลก’ แค่เพราะ ‘มาจากการรีไซเคิล’ เท่านั้น
แต่สินค้าทุกชิ้นต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรม และมีความทนทานเทียบเท่าวัสดุใหม่ “เราอยากให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าวัสดุรีไซเคิลที่มาจากโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” มีคุณภาพดีไม่แพ้วัสดุใหม่ เพราะหลายครั้ง ผู้บริโภคเองก็กำลังใช้สินค้าที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลที่มีคุณภาพดีมากๆ จนแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน”

ในอนาคต โฮมโปรตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้ารักษ์โลกจากวัสดุหมุนเวียนให้ถึง 20% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่การเป็นองค์กร Net Zero ภายในปี 2050 ผ่านการขับเคลื่อน Lifetime Eco-System ที่ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกซื้อ ออกแบบ ติดตั้ง ซ่อมแซม รีโนเวท จนถึงบริการหลังการขาย โดยร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด และจัดการขยะอย่างถูกวิธี

“โฮมโปรไม่ได้มุ่งเติบโตแค่ในมิติทางธุรกิจ แต่จะเติบโตไปพร้อมกับสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองเป้าหมายในการส่งมอบ Better Living หรือคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ให้กับคนไทยทุกคน” นายรักพงศ์ ทิ้งท้าย

#สินค้ารักษ์โลก #CircularProducts #CircularEconomy #โฮมโปร #HomePro #BetterLiving #Homepropr

สคส. จัดประชุมใหญ่ 3 คณะ ผนึกกำลังเดินหน้ากฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ปี 2568

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) จัดประชุมใหญ่ร่วมกันระหว่าง คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ 1–4 เพื่อวางทิศทางและกำหนดแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยให้ทันต่อบริบทโลกดิจิทัล

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทุกคณะกรรมการมาร่วมกำหนดแนวทางการทำงานเชิงบูรณาการ เพื่อยกระดับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทยให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

โดยประเด็นหารือหลักของที่ประชุม ได้แก่

  • การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงมาตรฐานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกับต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการกำกับดูแลระดับสากล
  • การจัดทำรายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติฯ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและเทียบเท่าสากล
  • แนวทางการพิจารณาเรื่องร้องเรียน ตามระเบียบ พ.ศ. 2565 รวมถึงการกำหนดรูปแบบคำสั่งทางปกครองที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว และเป็นธรรมให้แก่ทุกฝ่าย

“สคส. มีเป้าหมายชัดเจนในการสร้างระบบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ประชาชนเชื่อมั่น ทุกภาคส่วนสามารถปฏิบัติได้จริง และทำให้ประเทศไทยก้าวทันมาตรฐานโลก” พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าว

การประชุมครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการหารือเชิงนโยบาย แต่ยังสะท้อนเจตนารมณ์ร่วมกันของทุกคณะกรรมการในการสร้างภูมิทัศน์ใหม่ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย ตอบโจทย์ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และมาตรการกำกับดูแลที่โปร่งใส

###

ข้อมูลรั่วไหลเป็น “0”

เอเซอร์เปิดตัวPredator Helios 18P AI แล็ปท็อปไฮบริดสุดแรง พร้อมไลน์อัป Predator รุ่นใหม่ เอาใจสายเกมเมอร์

  • Predator Helios 18P AI เกมมิ่งแล็ปท็อประดับโปร ผสานพลัง AI สำหรับทั้งการทำงานและเล่นเกม มาพร้อม Intel® Core™ Ultra 9 285HX, หน่วยความจำ ECC, และ NVIDIA® GeForce RTX™ 5090 Laptop GPU มอบประสิทธิภาพสูงสุดและการตอบสนองรวดเร็ว
  • Predator Orion 7000 และ 5000 เดสก์ท็อปเกมมิ่งสมรรถนะสูง มาพร้อม Intel® Core™ Ultra processors และ NVIDIA GeForce RTX™ 50 Series GPUs พร้อมระบบระบายความร้อน Predator CycloneX 360 และหน่วยความจำกับสตอเรจความจุสูง รองรับทุกความต้องการของเกมเมอร์
  • Predator X27U F8 มอนิเตอร์ OLED 26.5 นิ้ว ความละเอียด WQHD รีเฟรชเรตสูงสุด 720Hz ให้การตอบสนองเร็วเหนือชั้นสำหรับเกมเมอร์สายแข่งขัน
  • Predator Aethon 550 TKL คีย์บอร์ดเกมมิ่งขนาดกะทัดรัดแบบ Tenkeyless (TKL) ใช้งานได้หลายโหมด (tri-mode), เปลี่ยนสวิตช์เองได้ (hot-swappable switches), และปรับไฟ RGB ต่อปุ่มได้ (per-key RGB lighting) มอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ยกระดับ

เบอร์ลิน (3 กันยายน 2568) – เอเซอร์เปิดไลน์อัป Predator ใหม่ ครบทั้ง โน้ตบุ๊ก, เดสก์ท็อป Windows 11, มอนิเตอร์ และคีย์บอร์ด ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของเกมเมอร์และครีเอเตอร์ ไม่ว่าจะ ทำงาน, สร้างคอนเทนต์ หรือเล่นเกม เปิดด้วย Predator Helios 18P AI แล็ปท็อประดับโปรที่ผสานพลัง AI สำหรับทั้งงานและความบันเทิง พร้อมด้วย เดสก์ท็อป Predator Orion 7000 และ 5000, คีย์บอร์ดเกมมิ่ง Predator Aethon 550 TKL, และ จอมอนิเตอร์ Predator X27U F8 ที่เปิดตัวพร้อมกัน มอบประสิทธิภาพและฟีเจอร์ครบครันสำหรับเกมเมอร์ตัวจริง

Predator Helios 18P AI: แล็ปท็อปไฮบริดพลังแรง สำหรับเล่นเกมและทำงาน

Predator Helios 18P AI ถูกออกแบบมาสำหรับมืออาชีพที่ต้องการประสิทธิภาพระดับเดสก์ท็อปในแล็ปท็อปเครื่องเดียว ตอบโจทย์ทั้งงานสร้างสรรค์, การประมวลผล AI และการเล่นเกมอย่างเต็มประสิทธิภาพ

มาพร้อม Intel® Core™ Ultra 9 285HX และ Intel® vPro® เพื่อความปลอดภัยและเสถียรภาพระดับองค์กร รองรับ แรม ECC สูงสุด 192GB ซึ่งช่วยตรวจจับและแก้ไขข้อผิดพลาดของข้อมูลอัตโนมัติ ลดความเสี่ยงข้อมูลสูญหายหรือระบบล่ม พร้อม NVIDIA® GeForce RTX™ 5090 Laptop GPU ที่รองรับ DLSS 4 ให้กราฟิกแรงเต็มประสิทธิภาพ Helios 18P AI รองรับ SSD PCIe Gen 5 สูงสุด 6TB, การเชื่อมต่อ Thunderbolt 5 Type-C, และเครือข่าย Killer™ Ethernet E5000B และ Wi-Fi 7 ให้การใช้งานราบรื่นและต่อเนื่อง

จอภาพขนาด 18 นิ้ว อัตราส่วน 16:10 มีให้เลือกทั้ง Mini LED, 4K WQUXGA (3840 x 2400) รองรับ HDR 1000 nits และครอบคลุมสี 100% DCI-P3 เหมาะสำหรับงาน ตัดต่อวิดีโอ, เรนเดอร์ 3D และสร้างภาพ AI

ระบบระบายความร้อน พร้อมพัดลมโลหะ AeroBlade 6th Gen คู่, liquid metal thermal grease, และ vector heat pipes ทำให้เครื่องเย็นและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยพัดลมมีความบางเพียง 0.05 มม. ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพัดลมแล็ปท็อปที่บางที่สุดในโลก

Predator Orion 7000: พลังเต็มขั้นสำหรับเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์

Predator Orion 7000 (PO7-667) คือเดสก์ท็อปสมรรถนะสูงออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์และครีเอเตอร์ มาพร้อมซีพียู Intel® Core™ Ultra 9 285K พร้อม NPU ในตัวสำหรับงาน AI จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA® GeForce RTX™ 5090 รองรับ ray tracing, DLSS 4 และ Multi Frame Generation นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึง NVIDIA NIM Microservices สำหรับสร้าง AI workflow หรือผู้ช่วยอัจฉริยะได้เต็มประสิทธิภาพ

ระบบระบายความร้อน Predator CycloneX 360 พร้อม CPU liquid cooler พัดลมที่ออกแบบมาเฉพาะช่วยเพิ่มการไหลเวียนอากาศ 15% และลดอุณหภูมิเมนบอร์ด 9°C เพื่อให้ฮาร์ดแวร์ภายในทำงานได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่เกิดการ throttle

Orion 7000 รองรับ แรม DDR5 7200 MT/s สูงสุด 128GB พร้อมไฟ RGB, SSD PCIe สูงสุด 6TB และ HDD สูงสุด 4TB พร้อมช่อง 3.5 นิ้ว จำนวน 2 ช่อง เชื่อมต่อครบทั้ง Thunderbolt 4, Killer Ethernet E3100G และ Wi-Fi 7 เพื่อประสบการณ์เล่นเกมออนไลน์ลื่นไหลและการโอนถ่ายข้อมูลรวดเร็ว

Predator Orion 5000 : เกมแรง งานลื่น พลังเต็มพิกัด

Predator Orion 5000 (PO5-667) คือเดสก์ท็อปเกมมิ่งสำหรับผู้เล่นที่ต้องการสมรรถนะสูง มาพร้อมซีพียู Intel® Core™ Ultra 7 265F และการ์ดจอ NVIDIA® RTX 5080 ให้ภาพสวย ลื่นไหล และเฟรมเรตสูง รองรับแรม DDR5 7200 MT/s สูงสุด 128GB, SSD สูงสุด 2TB และ HDD สูงสุด 4TB พร้อมระบบระบายความร้อน Predator CycloneX 360 ช่วยให้เครื่องทำงานเต็มประสิทธิภาพโดยไม่ร้อนเกินไป

ตัวเครื่องใช้เคสกระจกนิรภัยขนาด 45 ลิตร พร้อมไฟ ARGB ปรับแต่งได้ตามสไตล์ และใช้พลาสติกรีไซเคิล (PCR) ถึง 65% นอกจากนี้ยังติดตั้ง Acer Intelligence Space ศูนย์รวมแอป AI อัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการสร้างสรรค์งานและการทำงาน

Predator Orion 5000 ผสานความแรง ดีไซน์โดดเด่น และความคุ้มค่า เป็นเดสก์ท็อปที่ตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์และครีเอเตอร์ ที่ต้องการฟังก์ชันครบครันในเครื่องเดียว

Predator X27U F8: มอนิเตอร์เพื่อเกมเมอร์สายแข่งขัน

Predator X27U F8 ถูกออกแบบมาสำหรับคอเกมที่ต้องการความเร็วและความคมชัดระดับสูง มาพร้อมหน้าจอ OLED IPS ขนาด 26.5 นิ้ว ความละเอียด WQHD (2560×1440) และ อัตรารีเฟรชสูงสุด 720Hz รองรับเทคโนโลยี Dynamic Frequency Resolution (DFR) ที่สามารถปรับการแสดงผลระหว่าง WQHD 540Hz และ HD 720p 720Hz เพื่อให้เหมาะกับเกมแต่ละประเภท

รองรับขอบเขตสี 99% DCI-P3 และมาตรฐาน VESA DisplayHDR 500 True Black มอบสีดำที่ลึก คอนทราสต์จัดเต็ม และภาพที่สมจริงยิ่งกว่าเดิม พร้อมด้วย AMD FreeSync Premium Pro ช่วยลดอาการภาพฉีกหรือกระตุก ให้การเล่นเกมลื่นไหลไร้สะดุดทุกจังหวะ

Predator Aethon 550 TKL: คีย์บอร์ดกะทัดรัด ฟังก์ชันครบครัน

ปิดท้ายด้วย Predator Aethon 550 TKL คีย์บอร์ดสำหรับเกมเมอร์ที่เน้นความแม่นยำและความยืดหยุ่น รองรับการเชื่อมต่อถึง 3 โหมด (สาย, Bluetooth และ 2.4GHz) ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานสูงสุด 150 ชั่วโมง

มาพร้อม สวิตช์แบบ Hot-swap ที่สามารถเปลี่ยนได้ตามสไตล์ (Blue/Red) และ ปุ่ม WASD แบบปรับแต่งได้ ดีไซน์ Tenkeyless 80% ช่วยประหยัดพื้นที่โต๊ะโดยไม่เสียฟังก์ชันการใช้งาน พร้อมไฟ RGB ต่อปุ่ม ที่รองรับ Windows Dynamic Lighting ให้คุณควบคุมเอฟเฟกต์ไฟ RGB ให้ทำงานสอดคล้องกันกับอุปกรณ์อื่นได้อย่างราบรื่น

ราคาและการวางจำหน่าย

รุ่นราคาเริ่มต้นช่วงวางจำหน่าย
Predator Helios 18P AI (PH18P-73)USD 3,999 / EUR 4,999อเมริกาเหนือ และ EMEA
Predator Orion 7000 (PO7-667)EUR 3,999 / AUD 8,199Q1 2026 (EMEA, ออสเตรเลีย)
Predator Orion 5000 (PO5-667)EUR 2,999 / AUD 4,999Q1 2026 (EMEA, ออสเตรเลีย)
Predator X27U F8 MonitorUSD 1,299.99 / EUR 1,199 / RMB 9,999อเมริกาเหนือ: Q1 2026 / EMEA: Q2 2026 / จีน: Q1 2026
Predator Aethon 550 TKL (PKR400)USD 129 / EUR 129อเมริกาเหนือ: ก.ย. 2025 และ EMEA

รายละเอียดสเปก ราคา และความพร้อมใช้งานจะแตกต่างตามภูมิภาค ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางจำหน่าย ข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ และราคาในการจัดจำหน่าย โปรดติดต่อสำนักงาน Acer ผ่านทาง www.acer.com

สำหรับประกาศอย่างเป็นทางการและภาพผลิตภัณฑ์ทั้งหมด สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ IFA 2025 Press Kit site.

“BIDC Awards 2025” มอบ 33 รางวัลใน 7 สาขายกย่องสุดยอดนักสร้างสรรค์ หนุนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก

BIDC Awards 2025 อีกหนึ่งเวทีสำคัญ ในโครงการ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ดิจิทัลคอนเทนท์เฟสติวัล  หรือ บีไอดีซี 2025 โดยปีนี้ จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในปีนี้ เพื่อเชิดชูและสนับสนุนนักสร้างสรรค์ดิจิทัลคอนเทนต์ไทยที่มีผลงานโดดเด่น พร้อมทั้งยกย่องบุคคลและองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยมีการมอบรางวัลรวม 33 รางวัล ครอบคลุม 7 สาขา ได้แก่ Animation & VFX, Character, Game & Interactive, e-Learning, Emerging Technology & Education, Rising Star Awards และ depa Legacy Award ซึ่งสะท้อนศักยภาพและความหลากหลายของวงการดิจิทัลคอนเทนต์ไทย

การประกาศรางวัลด้านดิจิทัลคอนเทนต์ หรือ BIDC Awards จัดขึ้นเพื่อเชิดชูและยกย่องผลงาน บุคคล และสตูดิโอที่สร้างสรรค์ผลงานโดดเด่นในหลากหลายสาขาของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็น แอนิเมชัน วิชวลเอฟเฟกต์ เกม คาแรกเตอร์ สื่อการสอน และอีกมากมาย อีกทั้งยังมีรางวัล Rising Star เปิดพื้นที่ให้นักสร้างสรรค์หน้าใหม่ รวมถึงรางวัลพิเศษจากทาง depa โดยจัดขึ้น ณ โรงภาพยนตร์เฮาส์ สามย่าน สามย่านมิตรทาวน์ ได้แก่สาขารางวัลดังต่อไปนี้

1. สาขา Character – สมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT) มอบ 5 รางวัล รางวัลสำหรับคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นและมีอิทธิพลในสังคม

  • Best Corporate Character of the Year: Crocodeal โดย Terminal21 Shopping Mall
  • Best New Comer Character: แก๊งค์น้องแมวลูกชิ้น โดย ศิวพร มณีวรรณ และ ภูมิ กอปรธนชัย
  • Character of the Year: Greenie & Elfie โดย ณัฐทพงศ์ รัตนโชคสิริกูล
  • Creative Campaign Character of the Year: Warbie x Hyatt Regency Whimsical Holiday โดย ARWAMA Co., Ltd.
  • Best Cultural Character Award (2 รางวัล):
    • เหล่าภูติจิ๋วทอยมิวซ์ ณ เมืองสุโขทัย โดย Toymuse (ญาณาริณ พากเพียร และ
      วิชารุจ ธรรมวรพล)
    • Sawasdee Cat (สวัสดีแคท) โดย Sawasdee Cat and Friends

2. สาขา Animation & Visual Effect – สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA)  มอบ 8 รางวัล เชิดชูผลงานแอนิเมชันและวิชวลเอฟเฟกต์ระดับสากล

  • Best VFX in Advertising: 70 Years of Godzilla: A New Roar in Southeast Asia โดย Igloo Studio & Toho Entertainment Asia
  • Best VFX in Feature Film: Taklee Genesis โดย Fatcat Studios
  • Best VFX in TV Series: Tomorrow and I (อนาคต) โดย Chaya Pictures
  • Best Animated Short Film: Alphaboy (กุมารอัลฟ่า) โดย Art Combo Studio
  • Best Animated Content: Out of the Nest – องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ โดย T&B Media Global Thailand
  • Best Animation Production for International Client (2 รางวัล):
    • Na Zhe 2 (นาจา 2) โดย The Monk Studios และ Yggdrazil Group PCL.
  • Best Motion Design for Public Display: Rajadamnern Immersive Muay Thai โดย DecideKit
  • Best Motion Design for Digital Screen: A World in One Cup โดย MSG

3. สาขา Game & Interactive – สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA)  มอบ 8 รางวัล ยกย่องความคิดสร้างสรรค์ด้านการออกแบบเกมและอินเตอร์แอคทีฟ

  • Best of Storytelling Award: Arsenic & Absinthe โดย Laborastory 604
  • Best of Game Design Award: Metal Valley โดย Extend Interactive
  • Best of Visual Art Award: Regulus: The Advent โดย Jumbo Jumps
  • Best of Sound Award: Regulus: The Advent โดย Jumbo Jumps
  • Developer Choice Award: Night Drive (คืนหลอน ซ่อนทาง) โดย Zebracan Studio
  • Solo Developer Award: Night Drive โดย Zebracan Studio
  • Game of the Year Award: Regulus: The Advent โดย Jumbo Jumps
  • Mobile Game of the Year Award: Regulus: The Advent โดย Jumbo Jumps

4. สาขา Emerging Technology & Education – สมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ (BASA) มอบ 5 รางวัล ตอกย้ำบทบาทเทคโนโลยีและงานวิจัยในวงการศึกษา

  • Best Student’s Animation Technical Project: Render Queue Management Tool “Blue Ice” โดย สิริกร กนกพรวศิน (มหาวิทยาลัยศิลปากร)
  • Best Student’s Animation Art & Design Project: Fight Back โดย พชรพร พรหมบุตร (สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง)
  • Best Student’s Game Project: เกมพัซเซิลสไตล์โซโกบังสุดวุ่นวาย โดย Wethmon (หลักสูตร DDCT มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี)
  • BASA Lifetime Contribution Award: สันติ เลาหบูรณะกิจ
  • BASA Lifetime Contribution Award: ศักดิ์ศิริ คชพัชรินทร์

5. สาขา e-Learning – สมาคมอีเลิร์นนิงแห่งประเทศไทย (e-LAT) มอบ 2 รางวัล สะท้อนการประยุกต์ดิจิทัลคอนเทนต์สู่การเรียนรู้ยุคใหม่

  • Learning Innovation Award: Gamify MedLearnos by PCM โดย พ.ท.ธนกฤต วิชาศิลป์ และ พิชญ์สินี อิ่มปิติวงศ์ (วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า)
  • Next-Gen Learning Award: Doodee Portfolio โดย DSDEKERROR Team (ภัสรี พระไซร,
    ภาวัต โตชำนาญวิทย์, ปุญญพัฒน์ กูลมนุญ, สาวอำพร แซ่ฉั่ว)

6. สาขา Rising Star Award – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) มอบ 4 รางวัล เป็นการประกวดรางวัลนักสร้างสรรค์หน้าใหม่ด้านดิจิทัลคอนเทนต์ เพื่อผลักดันการพัฒนาผลงาน และเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรสายอาชีพระดับต้นในอุตสาหกรรมคอนเทนต์สร้างสรรค์กลุ่มเกม แอนิเมชัน และคาแรกเตอร์ ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจทั้งในประเทศและระดับสากล 

  • สาขาแอนิเมชัน: ICHOR โดยทีม ICHOR TEAM
  • สาขาออกแบบคาแรกเตอร์: Nong Chada (น้องชฎา) โดย BENXBLUES
  • สาขาเกม: Time Whisker โดย SOMCHAIKOCKMOO
  • สาขาวาดภาพประกอบ: Phaya Akat และ Zoradx โดย Choomcherd Virapat

7. สาขา depa Legacy Award – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) 1 รางวัล มอบให้แก่บุคคลหรือองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย สร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่นและทรงคุณค่าอย่างต่อเนื่องยาวนาน ตลอดจนช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

  • Legacy Award in Thai Digital Content: Vithita Animation

โดยงานในครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยดี ขอขอบคุณ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ ด้านภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชัน (THACCA) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA)  สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) และหน่วยงานภาคเอกชน / อุตสาหกรรมด้านดิจิทัลคอนเทนต์

BIDC Awards 2025 นับเป็นเวทีทรงเกียรติที่สะท้อนถึงความเข้มแข็งและความหลากหลายของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย รางวัลทั้ง 33 รางวัลใน 7 สาขา ไม่เพียงเป็นการยกย่องบุคคลและองค์กรผู้สร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ หากยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่ความสำเร็จ และตอกย้ำว่า ประเทศไทยมีศักยภาพพร้อมก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางดิจิทัลคอนเทนต์ระดับเอเชีย

“ข้อมูลชีวมิติต้องปลอดภัย” PDPC ขีดเส้นแดงสแกนม่านตาชี้เป็นบททดสอบใหญ่ในมาตรการ และความสมดุล PDPA ไทย

หลังกรณี “สแกนม่านตาเพื่อรับสินทรัพย์ดิจิทัล” สร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล หน่วยงานรัฐ–เอกชนหลายภาคส่วนเร่งหารือออกมาตรการอุดช่องโหว่ ป้องกันการละเมิดสิทธิ พร้อมย้ำเทคโนโลยีชีวมิติต้องปลอดภัย และไม่ถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ ที่ประชุมจึงได้แนะนำให้มีการพิสูจน์การทำลายก่อน ซึ่งทางบริษัทผู้ให้บริการจึงตัดสินใจ ชะลอการสแกนม่านตาเพื่อรอการพิสูจน์ต่อไป

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เปิดเผยว่า   ปรากฏการณ์ที่ประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมสแกนม่านตาเพื่อแลกรับสินทรัพย์ดิจิทัล สร้างคำถามใหญ่ในสังคมว่า ข้อมูลชีวมิติ (biometric data) ที่ถูกนำมาใช้นั้นปลอดภัยเพียงใด ถูกเก็บนานเท่าไร และจะถูกส่งต่อไปใช้อย่างไร ในเมื่อข้อมูลม่านตาถือเป็น ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ซึ่งได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา และให้บริษัทชี้แจงแสดงหลักฐานเพิ่มเติมมานั้น

เมื่อวาน 4 ก.ย. 68 ทาง สคส. ได้เร่งประชุมเข้มหารือด่วนร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้ง ก.ล.ต., สอท., ปอท., รวมถึงโฆษก และกรรมาธิการ กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค และภาคเอกชน พร้อมด้วยทีมงานศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC Eagle Eye) ร่วมประชุม โดยเชิญบริษัทเข้าชี้แจงแสดงหลักฐานตามที่แจ้งให้แสดงเพิ่มเติม เพื่อสกัดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวในยุคดิจิทัล

สาระสำคัญของการหารือ คือการรับฟัง และพิจารณาแนวทาง “มาตรการคุมเข้ม” ครอบคลุมทั้งการเก็บ การใช้ และการตรวจสอบข้อมูลชีวมิติ โดยเฉพาะ “ข้อมูลม่านตา” ที่ถูกจัดว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวขั้นสูง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หยิบยก เรื่องเพื่อพิจารณา ขึ้นมาเป็นมาตรการเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลชีวมิติถูกนำไปใช้ผิดทาง โดยกำหนดแนวทางสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่

  1. มาตรการจัดเก็บและทำลายข้อมูล: ตรวจสอบว่ามีกระบวนการลบหรือทำลายข้อมูลม่านตาหลังหมดวัตถุประสงค์หรือไม่ พร้อมให้ส่งเอกสารหลักฐานยืนยันต่อ สคส.
  2. มาตรการควบคุมการรับจ้างสแกนม่านตา: แจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ โดยย้ำว่าค่าจ้างอาจเป็นเงินผิดกฎหมาย และให้หน่วยงานจัดส่งหลักฐานประกอบการตรวจสอบ
  3. มาตรการความปลอดภัยและการขอความยินยอม: ผู้ให้บริการต้องเปิดเผยขั้นตอนการทำงานของเครื่องมือ การป้องกันความเสี่ยง และชี้แจงอย่างโปร่งใส เช่น ข้อมูลม่านตาจะถูกแปลงเป็นรหัสใด ใช้ทำอะไร และแจ้งวัตถุประสงค์อย่างละเอียด และชัดเจน

ทั้งนี้ เนื่องจากตามประเด็นที่ 1 การแสดงหลักฐานยังไม่ชัดเจนเพียงพอ ที่ประชุมจึงได้แนะนำให้มีการพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งบริษัทขอกำหนดวันแสดงหลักฐานต่อสาธารณชนอีกครั้ง เพื่อความโปร่งใส และความจริงใจในการให้สังคมได้พิสูจน์ ถึงมาตรการในการลบทำลายของบริษัท บริษัทจึงยินดีที่จะชะลอการดำเนินการสแกนม่านตาที่เป็นประเด็นกังวลถึงความไม่ปลอดภัยไว้ก่อนจนถึงกำหนดวันที่จะแสดงหลักฐาน และพิสูจน์มาตรการลบทำลายดังกล่าวให้ชัดเจนต่อสังคมต่อไป

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ กล่าวต่ออีกว่า “เทคโนโลยีชีวมิติจะต้องไม่ถูกใช้ละเมิดสิทธิ และทุกการเก็บข้อมูลต้องอยู่ภายใต้ความยินยอมจริง” พร้อมย้ำว่า กรณีนี้จะเป็น “หมุดหมายสำคัญ” ในการกำกับดูแลการใช้ Digital ID, AI-based KYC และ Blockchain-based Identity ที่เริ่มขยายตัวในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล

“กรณีสแกนม่านตากำลังกลายเป็น บททดสอบสำคัญถึงมาตรการ และความสมดุลของกฎหมาย PDPA ว่าจะสามารถปกป้องสิทธิประชาชนท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีใหม่ได้จริงหรือไม่ ขณะเดียวกันยังสะท้อนความจำเป็นของการสร้าง กลไกร่วมรัฐ–เอกชน ในการตรวจสอบและกำกับดูแล เพื่อรักษาสมดุลระหว่าง นวัตกรรมดิจิทัล กับ สิทธิความเป็นส่วนตัว ทั้งนี้ ทาง สคส. ยังคงมีความกังวลถึงความปลอดภัยของข้อมูลฯ โดยให้ทางผู้ให้บริการเร่งดำเนินการเพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสในการทำลายข้อมูลฯ ต่อไป” พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ กล่าวสรุปในตอนท้าย

ประชาชนที่มีข้อสงสัยหรือต้องการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

สามารถติดต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) โทร. 02-111-8800 หรืออีเมล saraban@pdpc.or.th
ข้อมูลรั่วไหลเป็น “0”

เอเซอร์เปิดตัว Swift Air 16 – โน้ตบุ๊ก Copilot+PC สุดบางเบา สำหรับมืออาชีพยุคดิจิทัล

  • ประสิทธิภาพสูง ด้วยชิป AMD Ryzen™ AI 300 Series และ AMD Radeon™ Graphics บน Windows 11 มอบความลื่นไหลในการทำงานหลายหน้าต่าง พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 13 ชั่วโมง (ระยะเวลาจริงอาจแตกต่างตามสเปก การตั้งค่า และการใช้งาน)
  • ตัวเครื่องบางเบาและพรีเมียม ผลิตจาก แมกนีเซียมอะลูมิเนียมอัลลอย น้ำหนักไม่ถึง 1 กก. แม้มีหน้าจอใหญ่ 16 นิ้ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพและดีไซน์ที่สวยงาม
  • ภาพคมชัด รองรับความละเอียดสูงสุด WQXGA+ AMOLED ให้สีสันสดใส คมชัด และตอบสนองการใช้งานได้อย่างลื่นไหล ทั้งงานสร้างสรรค์และความบันเทิง

เบอร์ลิน (3 กันยายน 2568) – เอเซอร์เปิดตัวSwift Air 16 รุ่นใหม่ (SFA16-61M) โน้ตบุ๊กสายบางเบา ออกแบบมาสำหรับมืออาชีพที่ทำงานได้ทุกที่ มาพร้อมสมรรถนะจาก AI งานภาพคมชัด ดีไซน์สวยโดดเด่น และน้ำหนักเบาแต่ยังทรงพลัง

เบาแรงแต่ทรงพลัง

Swift Air 16  ขับเคลื่อนด้วย AMD Ryzen™ AI 300 Series พร้อมตัวเลือกสูงสุด Ryzen™ AI 7 350 รองรับการทำงาน AI ได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น ประชุมออนไลน์, สตรีมมิ่ง, ตัดต่อวิดีโอ หรือสร้างคอนเทนต์ ก็สามารถทำได้อย่างราบรื่นและประหยัดพลังงาน ด้วยการทำงานบน แพลตฟอร์ม Copilot+ PC ผู้ใช้ยังได้ประโยชน์จาก พื้นที่เก็บไฟล์เพียงพอ, เวลา boot เครื่องรวดเร็ว และฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ เช่น Recall (preview), Click to Do (preview) และ Windows Search  ที่ช่วยให้การทำงานและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ง่ายและรวดเร็วขึ้นไปอีกระดับ แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 13 ชั่วโมง (ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับการใช้งานและสเปกเครื่อง)

บางเบาและพกพาง่าย

ตัวเครื่องผลิตจาก แมกนีเซียมอะลูมิเนียมอัลลอย แข็งแรงทนทาน น้ำหนักไม่ถึง 1 กก. แม้มีหน้าจอใหญ่ 16 นิ้ว และมีให้เลือกถึง 4 โทนสี เหมาะกับทุกสภาพแวดล้อม ตั้งแต่คาเฟ่, Co-working space ไปจนถึงห้องประชุมที่เป็นทางการ

หน้าจอคมชัด สีสวย และฟีเจอร์ครบครัน

Swift Air 16 มาพร้อมตัวเลือกหน้าจอ 2 แบบ ทั้งคู่มีอัตราส่วน 16:10 ให้มุมมองกว้าง

16 นิ้ว WQXGA+ AMOLED รีเฟรช 120 Hz ให้ภาพสีสันสดใส สีดำลึก คมชัด ครอบคลุม DCI-P3 และความสว่างสูงสุด 400 nits เหมาะกับนักออกแบบและฟรีแลนซ์

16 นิ้ว WUXGA IPS รีเฟรช 60 Hz ให้มุมมองกว้าง สีสันสมจริง  

Swift Air 16 ยังมาพร้อม กล้อง IR FHD ความละเอียด 2MP พร้อมสวิตช์ปิดกล้องเพื่อความเป็นส่วนตัว รองรับ Windows Hello และให้ภาพคมชัดแม้ในสภาพแสงน้อย ด้านเสียงจัดเต็มด้วย ลำโพงคู่และไมโครโฟนคู่ เพื่อประสบการณ์การประชุมออนไลน์และคอนเทนต์ที่สมจริง

นอกจากนี้ ยังมีพอร์ตการเชื่อมต่อมาให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น USB Type-C สองพอร์ตแบบ full-function, USB 3.2 Type-A และ HDMI 1.4 รวมถึงการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Wi-Fi 6E และ Bluetooth เวอร์ชันล่าสุด ให้การเชื่อมต่อรวดเร็วและเสถียร

Acer Swift Air 16 (SFA16-61M) จะเริ่มวางจำหน่ายในภูมิภาค EMEA ในเดือนพฤศจิกายน ราคาเริ่มต้นที่ EUR 999 และคาดว่าจะพร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยในไตรมาสที่ 1 ของปี 2026

รายละเอียดสเปก ราคา และความพร้อมใช้งานจะแตกต่างตามภูมิภาค ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางจำหน่าย ข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ และราคาในการจัดจำหน่าย โปรดติดต่อสำนักงาน Acer ผ่านทาง www.acer.com

สำหรับประกาศอย่างเป็นทางการและภาพผลิตภัณฑ์ทั้งหมด สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ IFA 2025 Press Kit site.

Specifications

NameAcer Swift Air 16
ModelSFA16-61M
Operating SystemWindows 11 Home
ProcessorsAMD Ryzen™ AI 7 350 processor
AMD Ryzen™ AI 5 340 processor
AMD Ryzen™ AI 5 330 processor
GraphicsAMD Radeon™ 860M graphics (integrated) AMD Radeon™ 840M graphics (integrated)
AMD Radeon™ 820M graphics (integrated)
Display16-inch WQXGA+ AMOLED (2880×1800), 16:10 aspect ratio, 120 Hz refresh rate, 400 nits brightness, and 100% DCI-P3 color gamut support
16-inch WUXGA (1920×1200), 16:10 aspect ratio, 60 Hz refresh rate
MemoryUp to 32 GB LPDDR5 onboard memory
StorageUp to 1 TB M.2 PCIe Gen4 SSD
Camera2MP FHD IR camera with privacy shutter
AudioBuilt-in stereo speakers x2, built-in digital microphones x2
PortsTwo USB Type-C (full function), USB 3.2 Type-A, HDMI 1.4 with HDCP support, Audio jack
Battery50 Wh 3-cell Li-ion battery, up to 13 hours battery life (based on video playback test results)
NetworkingWi-Fi 6E, Bluetooth 5.4 or above
Dimensions/WeightAMOLED display option:
358.9 (W) x 239.7 (D) x 16.5 (H) mm (14.13 x 9.44 x 0.65 inches) 1.1 kg (2.43 lbs.)

IPS display option:
358.9 (W) x 239.7 (D) x 15.9 (H) mm (14.13 x 9.44 x 0.63 inches) 0.99 kg (2.18 lbs.)
Chassis materials and colorMagnesium-Aluminum
Available in Light Silver, Fresh Blue, Steel Gray, and White

DITP โชว์ศักยภาพดิจิทัลคอนเทนต์ไทย BIDC 2025 กวาดมูลค่าการค้า 1,435 ล้านบาท เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่เวทีโลก

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ประกาศความสำเร็จการจัดงาน Bangkok International Digital Content Festival 2025 (BIDC 2025) ครั้งที่ 12 ปิดฉากอย่างสมศักดิ์ศรี ระหว่างวันที่ 25 – 28 สิงหาคม 2568 ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 และโรงภาพยนตร์เฮ้าส์ สามย่าน กรุงเทพฯ สร้างกระแสความเชื่อมั่นใน ศักยภาพดิจิทัลคอนเทนต์ไทย เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับนักลงทุนต่างชาติอย่างคึกคัก สร้างมูลค่าการค้าได้สูงถึง 1,435.78 ล้านบาท พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น จุดหมายสำคัญด้านดิจิทัลคอนเทนต์แห่งเอเชีย

งานปีนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ กว่า 150 บริษัท ประกอบด้วยผู้ประกอบการไทย 87 บริษัท และต่างประเทศ 62 บริษัทจาก 12 ตลาดเป้าหมาย ร่วมจับคู่เจรจาการค้า (Business Matching) รวม 909 คู่ ครอบคลุม 4 สาขาหลัก ได้แก่ เกม แอนิเมชัน คาแรคเตอร์ และอีเลิร์นนิง โดยธุรกิจเกมสร้างมูลค่าสูงสุด อยู่ที่ 656.42 ล้านบาท ตามด้วยแอนิเมชัน 609 ล้านบาท คาแรคเตอร์ 156.26 ล้านบาท และอีเลิร์นนิง 14.10 ล้านบาท

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดี DITP กล่าวว่า “อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ถือเป็นธุรกิจแห่งอนาคตที่เติบโตเร็วและมีมูลค่ามหาศาล งาน BIDC 2025 แสดงให้เห็นว่าไทยมีความพร้อมทั้งด้าน ครีเอทีฟ ไอเดีย และโครงสร้างพื้นฐานธุรกิจ ในการเชื่อมโยงกับตลาดโลก นักลงทุนจึงสามารถใช้ไทยเป็นฐานในการพัฒนาและต่อยอดธุรกิจสู่ภูมิภาคเอเชียได้”

ความสำเร็จเด่นของการเจรจา ได้แก่ การที่ผู้ประกอบการไทยได้รับความสนใจนำผลงานไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ในจีน ไต้หวัน เวียดนาม และญี่ปุ่น ทั้งในรูปแบบการเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ การลงทุนร่วมผลิตแอนิเมชันซีรีส์ และการขยาย IP ไปสู่สินค้าต่าง ๆ รวมถึงการเผยแพร่ในแพลตฟอร์มดิจิทัลนานาชาติ

ตัวอย่างความสำเร็จ อาทิ

  • บริษัท เชลล์ฮัท เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด ได้รับความสนใจจาก Licensing Agent จีน อินเดีย และเวียดนาม
    เพื่อต่อยอด IP จากแอนิเมชัน Out of the Nest และ Tasty Tales of The Food Truckers
  • คาแรคเตอร์ Warbie Yama ของบริษัท อาร์วามะ จำกัด ได้รับความสนใจจากคู่ค้าในจีนและไต้หวัน สำหรับ
    การเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์และผลิตสินค้า
  • บริษัท เวอร์ชวลไอดอลกรุ๊ป จำกัด เจรจากับคู่ค้าในจีนและเวียดนามเพื่อต่อยอดคาแรคเตอร์จากเวอร์ชวลไอดอล วงดูโอ้แนว Boy’s Love “KISS CROSS” และขยายไปยังแพลตฟอร์มการ์ตูนออนไลน์
  • บริษัท เดอะมั้งค์ สตูดิโอ จำกัด เจรจาความร่วมมือกับบริษัทจีนในการร่วมลงทุนผลิตแอนิเมชันซีรีส์เพื่อเผยแพร่ในตลาดโลก
  • แพลตฟอร์มสตรีมมิงของจีนสนใจร่วมลงทุนผลิตแอนิเมชันซีรีส์ใน IP ของบริษัท อีส โปรดักส์ชั่น สตูดิโอ จำกัด และ บริษัท ที ละ เฟรม สตูดิโอ จำกัด
  • บริษัท ทูสปอตคอมมิวนิเคชั่น จำกัด ได้รับความสนใจจากญี่ปุ่นในการซื้อลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ไปผลิตและจำหน่ายสินค้าในตลาดญี่ปุ่นและต่างประเทศ

นอกจากการเจรจาการค้า งานยังจัดเต็มด้วยกิจกรรมเสริมศักยภาพ เช่น การประกาศความร่วมมือทางด้านดิจิทัลคอนเทนต์ (MOU Ceremony), นิทรรศการ Showcase, การสัมมนาระดับนานาชาติ, การประกาศรางวัล BIDC Awards, เวที Pitching สำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และการฉายภาพยนตร์แอนิเมชัน (Screening) สะท้อนภาพรวมการบูรณาการระหว่างภาครัฐ  ภาคอุตสาหกรรม และพันธมิตรนานาชาติที่เข้มแข็ง

ความร่วมมือครั้งนี้มีหน่วยงานภาครัฐไทยกว่า 6 แห่ง ได้แก่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (DCP) กระทรวงวัฒนธรรม, สำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (THACCA), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กระทรวงดิจิทัล
เพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) รวมทั้ง 5 สมาคมด้านดิจิทัลคอนเทนต์ไทย คือ สมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT), สมาคมอีเลิร์นนิ่งแห่งประเทศไทย (e-LAT), สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA), สมาคม Bangkok ACM SIGGRAPH (BASA) และสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) และพันธมิตรระดับโลก อาทิ TAICCA (Taiwan Creative Content Agency),
สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย, สถาบันส่งเสริมวัฒนธรรมฝรั่งเศสประจำประเทศเวียดนาม (Institut Français du Vietnam) และสมาคม FranceVFX ร่วมผลักดันให้ BIDC 2025 กลายเป็นเวที Soft Power ไทย ที่สร้างโอกาสทางธุรกิจและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลสู่อนาคต

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมได้ที่

🌐 www.bidcfestival.com

📱 www.facebook.com/bidc.fest

Acer เปิดตัว Nitro Series รุ่นใหม่ ยกระดับพีซีและจอภาพประสิทธิภาพสูง

  • Acer Nitro V 16 เกมมิ่งแล็ปท็อปที่ผสานพลัง AI เข้ากับกราฟิกสมจริง ขับเคลื่อนด้วย Intel® Core™ 9 รุ่น 270H และการ์ดจอ NVIDIA® GeForce RTX™ 5070 Laptop GPU พร้อมหน้าจอ WQXGA รีเฟรชเรต 180Hz
  • Acer Nitro V 16S พกพาสะดวก ด้วยความบางเพียง 19.9 มม. แต่ยังจัดเต็มด้วยซีพียู Intel® Core™ 9 270H และ RTX™ 5070 Laptop GPU เพื่อการเล่นเกมและสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ทุกที่
  • เดสก์ท็อป Nitro รุ่นใหม่ มอบประสิทธิภาพสูงสุดด้วย AMD Ryzen™ 9 9950X3D และ RTX™ 5090 GPUs เสริมระบบระบายความร้อน Nitro CycloneX 360 และการเชื่อมต่อ Wi-Fi 7
  • มอนิเตอร์ Nitro 4 รุ่นใหม่ ถ่ายทอดภาพคมชัดระดับสูง รีเฟรชเรตเร็ว ตอบสนองทันใจ เพื่อประสบการณ์เล่นเกมที่เต็มอารมณ์และสมจริง

เบอร์ลิน (3 กันยายน 2568) – เอเซอร์เปิดตัวไลน์อัปใหม่ล่าสุดในตระกูล Nitro ทั้งเกมมิ่งแล็ปท็อป เดสก์ท็อป และมอนิเตอร์ความละเอียดสูง โดยผสานฮาร์ดแวร์ทรงพลัง ซอฟต์แวร์อัจฉริยะ และงานภาพสุดสมจริง เพื่อยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมและการสร้างสรรค์คอนเทนต์

Acer Nitro V 16: ภาพคมชัดสมจริง พร้อมขุมพลัง AI

Acer Nitro V 16 (ANV16-72) โน้ตบุ๊กเกมมิ่งและครีเอเตอร์เต็มพลัง ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการความเร็วและภาพคมชัดสูงสุด ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วย Intel® Core™ 9 รุ่น 270H จับคู่กับ NVIDIA® GeForce RTX™ 5070 Laptop GPU บนสถาปัตยกรรม Blackwell ล่าสุด ทำให้การเล่นเกมและสตรีมมีความลื่นไหล

กราฟิกการ์ดรองรับ AI เต็มรูปแบบ ทั้ง DLSS 4, NVIDIA Studio และ NVIDIA NIM Microservices เพื่อสร้างผู้ช่วย AI หรือ workflow ส่วน Intel Application Optimization จะจัดสรรทรัพยากรแบบเรียลไทม์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

จอภาพเลือกใช้พาเนล WQXGA 2560×1600 ครอบคลุมสี 100% sRGB รีเฟรชเรต 180Hz ให้ภาพสดใสและการเคลื่อนไหวสมจริง พร้อม ระบบระบายความร้อนพัดลมคู่ และช่องดูด-ระบายลมสี่ทาง ช่วยให้เครื่องทำงานเสถียรแม้ใช้งานต่อเนื่องยาวนาน

Acer Nitro V 16S: เกมมิ่งพกพาสำหรับทุกที่ทุกเวลา

Acer Nitro V 16S (ANV16S-71) มาพร้อมดีไซน์บางเบา ตัวเครื่องโลหะบางเพียง 19.9 มม. แต่ยังให้ประสิทธิภาพเต็มพิกัดด้วย Intel® Core™ 9 270H และ RTX 5070 Laptop GPU พร้อมเทคโนโลยี DLSS 4 และ neural rendering สำหรับการเล่นเกมและงานครีเอทที่ตอบสนองรวดเร็ว

จอภาพ WQXGA 2560×1600 ครอบคลุมสี 100% sRGB รีเฟรชเรต 180Hz ให้สีตรงชัดและเฟรมเรตลื่นไหล เสริมด้วย คีย์บอร์ด RGB 4 โซน เพิ่มสไตล์ล้ำสมัย

ทั้งสองรุ่นมาพร้อม ซอฟต์แวร์ NitroSense สำหรับปรับแต่งการทำงาน และ Acer Experience Zone รวบรวมชุดแอป AI เพื่อเสริม productivity และ creativity ด้านการเชื่อมต่อจัดเต็มด้วย Intel® Killer™ DoubleShot™ Pro เล่นเกมออนไลน์ไม่มีแลค และ Thunderbolt™ 4 สำหรับโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง

Acer Nitro Desktops: ขุมพลังเต็มขั้น พร้อมระบบระบายความร้อนที่ยกระดับ

Desktops Nitro ได้เปิดตัวสองรุ่นใหม่ คือ Nitro 70 (N70X3D-100) และ Nitro 50 (N50-100) มาเจาะกลุ่มเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์โดยเฉพาะ ฝั่ง Nitro 70 มาพร้อมซีพียู AMD Ryzen™ 9 9950X3D จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA RTX 5090 ที่ให้พลัง AI สูงถึง 3,352 TOPS รองรับแรม DDR5 ได้สูงสุด 128GB และ SSD PCIe Gen 4 ขนาด 2TB ส่วนฝั่ง Nitro 50 เลือกใช้ Ryzen 7 8700G และ RTX 5080 พร้อมแรม DDR5 สูงสุด 128GB และ SSD 2TB เช่นกัน จุดเด่นทั้งสองรุ่นอยู่ที่ระบบระบายความร้อน Nitro CycloneX 360 ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนอากาศได้มากขึ้นถึง 15% โดยเฉพาะ Nitro 70 ที่มีชุดระบายความร้อนด้วยน้ำ 360 มม. เพื่อคงความเสถียร นอกจากนี้ ยังมีการรองรับ Wi-Fi 7, ฟีเจอร์ Acer Intelligence Space สำหรับใช้งานเครื่องมือ AI, เคสกระจกนิรภัยไฟ ARGB ปรับแต่งได้ และชิ้นส่วนของตัวเครื่องทำมาจากพลาสติกรีไซเคิลสูงถึง 65% ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นของเครื่อง

Acer Nitro Monitors: เสริมทัพเกมมิ่ง เปิดตัวมอนิเตอร์ Nitro 4 รุ่น เพื่อประสบการณ์เล่นเกมเต็มพิกัด

Acer Nitro XV275K V6
จอมอนิเตอร์เกมมิ่งขนาด 27 นิ้ว 4K UHD (3840×2160) รีเฟรชเรต 180 Hz พร้อม 1 ms Visual Response Boost Pro (VRB Pro) และ AMD FreeSync Premium ให้การเล่นเกมลื่นไหล ไม่มีภาพฉีกขาด ความสว่างสูงสุด 1,000 nits (HDR10%) ครอบคลุมสี 97% DCI-P3 และแสดงสีได้ 1.07 พันล้านสี (8-bit+FRC) พร้อมพอร์ต HDMI 2.1 คู่ และ DisplayPort 1.4 รองรับทั้งเกมและมัลติมีเดีย

Acer Nitro XV273U W1
ออกแบบสำหรับการแข่งขันและสตรีมมิ่ง ด้วยหน้าจอ 27 นิ้ว WQHD (2560×1440) IPS รีเฟรชเรต OC 275 Hz และเวลาตอบสนอง 1 ms VRB Pro พร้อม AMD FreeSync Premium ภาพลื่นไหลไม่สะดุด รองรับ VESA DisplayHDR 500, ความสว่างสูงสุด 500 nits, ครอบคลุมสี 95% DCI-P3 และมาพร้อม ลำโพงสเตอริโอ 2W

Acer Nitro XV270X
สำหรับผู้ที่ต้องการความละเอียดสูงสุด 5K (5120×2880) ให้ภาพสมจริงด้วย อัตราส่วนคอนทราสต์ 2,000:1, เวลาตอบสนอง 1 ms VRB, ครอบคลุมสี 95% DCI-P3, พร้อมลำโพง 2W คู่

Acer Nitro XZ403CKR
จอขนาดใหญ่ 39.7 นิ้ว 1000R โค้ง ความละเอียด 5K WUHD (5120×2160) ให้มุมมองกว้างและภาพคมชัดสูงสุด รองรับ Dynamic Frequency Resolution (DFR), WFHD 288 Hz, เวลาตอบสนอง 1 ms VRB / 0.5 ms GTG พร้อม AMD FreeSync Premium ให้การเล่นเกมลื่นไหล ไม่มีแลค และมาพร้อม ลำโพง 5W และพอร์ตเชื่อมต่อที่หลากหลาย

ราคาและการวางจำหน่าย

รุ่นราคาเริ่มต้นช่วงวางจำหน่าย
Nitro V 16 (ANV16-72)USD 999.99 / EUR 1,299อเมริกาเหนือ: ต.ค. 2025 / EMEA: พ.ย. 2025
Nitro V 16S (ANV16S-71)USD 1,099.99 / EUR 1,399 / AUD 2,599อเมริกาเหนือ: พ.ย. 2025 / EMEA: พ.ย. 2025 / ออสเตรเลีย: ก.ย. 2025
Nitro 70
(N70X3D-100)
EUR 1,999EMEA: ธ.ค. 2025
Nitro XV275K V6USD 699.99 / EUR 599 / RMB 4,999 / AUD 999อเมริกาเหนือ: Q1 2026 / EMEA: Q2 2026 / จีน: Q1 2026 / ออสเตรเลีย: Q1 2026
Nitro XV273U W1USD 299.99 / EUR 279 / RMB 1,999อเมริกาเหนือ: Q1 2026 / EMEA: Q2 2026 / จีน: Q1 2026
Nitro XV270XUSD 899.99 / EUR 699 / RMB 4,999 / AUD 1,499Q1 2026 (อเมริกาเหนือ, EMEA, จีน, ออสเตรเลีย)
Nitro XZ403CKRUSD 999.99 / EUR 999 / RMB 7,999 / AUD 1,899Q1 2026 (อเมริกาเหนือ, EMEA, จีน, ออสเตรเลีย)
Nitro V 16S AI (ANV16S-41)THB 37,990-42,990Q3  2025

รายละเอียดสเปก ราคา และความพร้อมใช้งานจะแตกต่างตามภูมิภาค ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางจำหน่าย ข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ และราคาในการจัดจำหน่าย โปรดติดต่อสำนักงาน Acer ผ่านทาง www.acer.com 

สำหรับประกาศอย่างเป็นทางการและภาพผลิตภัณฑ์ทั้งหมด สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ IFA 2025 Press Kit site.

เรียกช่างง่ายแค่ปลายนิ้ว! “CHANG HomePro – มือโปรประจำบ้านคุณ” แอปฯ เดียวครบ จบเรื่องบ้าน ดูแลบ้านได้ครอบคลุมด้วยบริการกว่า 40 บริการ พร้อมรับประกันงานสูงสุด 365 วัน

แม้คนไทยจำนวนไม่น้อยพร้อมลงทุนเพื่อปรับปรุงบ้านให้น่าอยู่ขึ้น แต่เมื่อถึงเวลาลงมือจริง กลับพบว่า “การเรียกช่าง” ยังคงเป็นปัญหากวนใจที่แก้ไม่ตก ไม่ว่าจะนัดแล้วไม่มา คิดราคาสูงเกินจริง รับงานแล้วทิ้งกลางทาง หรือบางครั้งหาช่างที่ไว้ใจได้ไม่ได้เลย โดยเฉพาะงานเล็กๆ ที่ช่างทั่วไปมักไม่รับ ทำให้หลายคนเริ่มลังเล และบางครั้งเลือกที่จะเลี่ยงการซ่อมแซมบ้านหากไม่จำเป็นจริงๆ ช่องว่างนี้เอง คือที่มาของการพัฒนาแอปพลิเคชัน ‘CHANG HomePro – ช่างโฮมโปร มือโปรประจำบ้านคุณ’ ที่ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มเรียกช่างแบบทั่วไป แต่เป็น “แอปฯ เดียวครบ จบเรื่องบ้าน” เสมือนมีช่างประจำบ้านที่เข้าใจทุกปัญหาการดูแลบ้าน และพร้อมจัดการอย่างมืออาชีพ

สิ่งที่ทำให้แอปพลิเคชัน CHANG HomePro แตกต่างจากที่อื่น คือ

“แอปฯ เดียวครบ จบเรื่องบ้าน” ทำให้ลูกค้าเรียกช่างง่าย และสามารถเลือกบริการได้มากกว่า 40 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่งานล้างแอร์ ติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เปลี่ยนก๊อกน้ำ เดินสายไฟ ซ่อมประตู ปรับปรุงห้อง ไปจนถึงบริการฉุกเฉิน ที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง เพียงเลือกบริการที่ต้องการ สามารถประเมินราคา นัดหมาย และติดตามงานผ่านแอปฯ ได้ทันที สะดวกสบาย ไม่ต้องโทรหา ไม่ต้องรอลุ้น และไม่ต้องเสี่ยงกับความไม่แน่นอน

มั่นใจได้ในคุณภาพและมาตรฐาน เพราะ ‘CHANG HomePro’ อยู่ภายใต้การดูแลโดยตรงของโฮมโปร ด้วยทีมช่างมืออาชีพกว่า 2,500 ทีมทั่วประเทศ ผ่านการอบรมจากศูนย์ฝึกอบรมช่าง จนได้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ พร้อมการรับประกันงานสูงสุดถึง 365 วัน หลังจบงาน และยังมีระบบสนับสนุนการทำงานอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นคลังสินค้า ระบบจัดการคิว ฟังก์ชันติดตามผล จุดบริการที่เชื่อมถึงกันแบบ Omni-Channel ทำให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะซื้อสินค้าหน้าร้านหรือออนไลน์

ใช้งานแอปพลิเคชันง่าย เหมาะกับทุกเจเนอเรชัน CHANG HomePro มีการปรับ UX/UI ออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ง่ายขึ้น ด้วยการจัดหมวดหมู่ตามประเภทช่าง และบริการอย่างชัดเจน ค้นหาและเรียกช่างได้ง่ายไม่กี่คลิก พร้อมฟีเจอร์บันทึกประวัติข้อมูลอุปกรณ์ที่ซื้อจากโฮมโปร สามารถจัดกลุ่มห้องและแยกหมวดหมู่สินค้า

ตามประเภทการใช้งานได้ อาทิ ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ห้องครัว เป็นต้น รวมถึงลูกค้ายังสามารถตรวจสอบประวัติการซ่อมบำรุงได้ และมีระบบติดตามสถานะการจองช่าง Tracking แบบ Realtime ได้ พร้อมระบุช่างหรือดูข้อมูลช่างที่จะเข้าบริการได้ล่วงหน้าอีกด้วย ทำให้มั่นใจและวางแผนได้ง่ายขึ้น ทั้งหมดนี้เพื่อให้รู้สึกว่า “แอปนี้เข้าใจเรา” อย่างแท้จริง

การันตีคุณภาพ ด้วยการคว้ารางวัล No.1 Brand Thailand 2 ปีซ้อน ในหมวด “แพลตฟอร์มศูนย์รวมช่าง” CHANG HomePro ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคทั่วประเทศว่า นี่คือ แพลตฟอร์มเรียกช่างที่คนไทยให้ความไว้วางใจและเลือกใช้เป็นอันดับแรก

CHANG HomePro จึงไม่ใช่แค่แอปเรียกช่าง แต่เป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อให้การดูแลบ้านเป็นเรื่องง่าย ปลอดภัย และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน CHANG HomePro ทั้งบน iOS และ Android ก็สามารถเรียกช่างมืออาชีพได้ครบทุกบริการในแอปฯ เดียวครบ จบเรื่องบ้าน เพราะเมื่อเรื่องบ้านกลายเป็นเรื่องง่าย… ชีวิตในบ้านก็สบายใจขึ้นทุกวัน

#ช่างโฮมโปร #CHANGHomePro #ช่างโฮมโปรมือโปรประจำบ้านคุณ #เรียกช่างง่ายบริการเร็ว #โฮมโปร #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #เมกาโฮม #MegaHome #ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่าง #Homepropr

Bangkok Auto Salon 2025 ปิดฉากยิ่งใหญ่ ตอกย้ำเวทีรถแต่งอันดับหนึ่งของอาเซียนรวมคนรักรถแต่งเตรียมพบกันใหม่ปี 2026

มหกรรมรถแต่งและวัฒนธรรมการแต่งรถที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน “Bangkok Auto Salon 2025” ได้ปิดฉากลงอย่างงดงาม ท่ามกลางบรรยากาศความสำเร็จที่สะท้อนถึงความนิยมและศักยภาพของอุตสาหกรรมรถแต่งในประเทศไทย โดยตลอด 5 วันของการจัดงาน (27–31 สิงหาคม 2568 ณ ไบเทค บางนา) เต็มไปด้วย    ผู้เข้าชมจำนวนมาก ทั้งจากกลุ่มผู้บริโภค นักธุรกิจ และผู้ประกอบการในภูมิภาค ร่วมเข้าชมงาน เจรจาธุรกิจ และสัมผัสประสบการณ์โชว์รถแต่งระดับโลก ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมรถแต่งและอุปกรณ์ตกแต่งที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอาเซียน

การจัดงานในปีนี้ได้รับความร่วมมือจากบริษัทรถยนต์และผู้ผลิตอุปกรณ์ตกแต่งชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ นำโดย โตโยต้า, มาสด้า, ฮอนด้า, โอโมดะ และอีซูซุ ที่ขนยนตรกรรมรุ่นไฮไลต์มาอวดโฉมเต็มพิกัด ขณะที่ค่ายแต่งและอุปกรณ์เสริมชื่อดังร่วมสร้างสีสันคับคั่ง อาทิ โอกูระ, Greddy, ฟอร์เอฟเวอร์, โอ๊ค คลับ, เวลไซด์, เวอร์เทคซ์, Cusco, KYB รวมถึงน้ำมันเครื่องโมตุล และรถโมเดลโทมิกะจากญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ตกแต่งจากนานาชาติกว่า 200 บูธ จาก 7 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน และเกาหลี ร่วมจัดโปรโมชั่นพิเศษเอาใจผู้เข้าชมงานโดยเฉพาะ

นายวิลักษณ์ โหลทอง ประธานจัดงานและประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จของการจัดงานในปีนี้ว่า “Bangkok Auto Salon 2025 ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ทั้งในด้านจำนวนผู้เข้าร่วมงานและความร่วมมือจากพันธมิตรในประเทศและต่างประเทศ งานนี้    ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แต่ยังเป็นจุดหมายปลายทาง (Bangkok Destination) ของแฟนรถแต่งทั่วอาเซียน ที่สามารถเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และธุรกิจเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง”นอกจากนี้ความร่วมมือระหว่าง บริษัท ซัง-เอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ผู้จัดงาน Tokyo Auto Salon และ บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ในเครือสยามสปอร์ต ชินดิเคท ยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะสานต่อการจัดงาน Bangkok Auto Salon ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

เพื่อให้ไทยคงเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมการแต่งรถในภูมิภาค และเป็นเวทีสำคัญที่ค่ายรถยนต์และสำนักแต่งระดับโลกเลือกนำผลงานเรือธงมานำเสนอ

ไม่เพียงเท่านี้ งานปีนี้ มีไฮไลท์สุดยอดที่เป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกของวงการถรถแต่งเมืองไทย ที่ 6 เจ้าสำนักตำนานจากญี่ปุ่นมาร่วมงานเดียวกัน คือ ‘Bangkok Auto Salon 2025’ ได้มาพบปะมอบลายเซ็นและถ่ายรูปกับแฟน ๆ อย่างใกล้ชิด ถือเป็นการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการแต่งรถเมืองไทย และถือเป็นความสำเร็จของงานในระดับอาเซียนอีกด้วย นำโดย Mr. Daijiro Inada เจ้าพ่อ Option และ      ผู้ก่อตั้ง Tokyo Auto Salon ฉายา “Godfather of JDM”, Mr. Tatsuru Ichishima ผู้ก่อตั้งสำนักแต่ง Spoon, Mr. Ken Amemiya จากสำนักแต่ง RE Amemiya ขวัญใจสายโรตารีทั่วโลก, Mr. Takahiro Ueno ผู้ก่อตั้งสำนักแต่ง Vertex ร่วมด้วย Mr. Smokey Nakata เจ้าสำนัก Top Secret, และ Mr. Hironao Yokomaku ผู้ก่อตั้งสำนักแต่ง Veilside ที่มาแจกลายเซ็นต์และถ่ายรูปกับเหล่าสาวกอย่างใกล้ชิด

โดย 4 ตำนานเจ้าสำนักได้ขึ้นเวทีให้สัมภาษณ์และกล่าวถึงความประทับใจงาน ‘Bangkok Auto Salon 2025’  Mr. Daijiro Inada บ.ก.ใหญ่ ผู้ผ่านรถแต่งมาทั้งชีวิต กล่าวว่า “การแต่งรถกระบะในไทย เรียกได้ว่าเป็นแรร์ ไอเท็ม (rare item) ที่ญี่ปุ่นไม่มี การแต่งรถกระบะแบบจัดเต็มทุกคัน ทำให้ผมประทับใจมาก นับเป็นจุดเด่นวัฒนธรรมการแต่งรถของไทย เรียกว่า เป็นไทยสไตล์ได้” ด้าน Mr. Tatsuru Ichishima จาก spoon เผยว่า “ผมทึ่งมากที่ได้เห็นรถในงาน ตั้งแต่ยุค 40’s 50’s 60’s 70’s เป็นรถรุ่นโบราณที่นำมาทำคืนชีพให้อยู่สภาพดีเหมือนใหม่ได้” ส่วน Mr. Takahiro Ueno จาก Vertex บอกว่า “การ restore รถรุ่นเก่า ๆ ให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์เป็นไปได้ยากมาก ได้มาเห็นรถรุ่นเก่าที่สมบรูณ์ของไทยในงานนี้แล้วประทับใจมาก” และ Mr. Ken Amemiya กล่าวทิ้งท้ายว่า “เมื่อปีที่แล้วผมได้มางาน Bangkok Auto Salon เห็นรถแต่งและรถของคาร์คลับ แต่งแบบจัดเต็มมากๆ จนรู้สึกเขิน ต้องกลับไปคิดและตกแต่งทำรถออกมาให้สมกับเป็นเจ้าสำนักต้นแบบของรถโรตารี่”

ความสนุกของงานมีเสิร์ฟทุกวันแน่นลานกิจกรรม Underground Groove ด้านหน้าฮอล์ โดยปีนี้กิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในงานคือ DRIFT SKILL SHOW โดยนักแข่ง D1 Grand Prix นำทีมดริฟต์โชว์สุดเร้าใจที่เรียกเสียงเชียร์ลั่นงาน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้โชคดีได้สัมผัสประสบการณ์การนั่ง Drift Car อย่างใกล้ชิด TRACK CLUB RACE สนามแข่งจำลองสุดมันส์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมทั้งมือใหม่และมือโปร ได้สัมผัสประสบการณ์ “ลงสนามจริง” ด้วยการแข่งขันขับจิมคาน่า ผู้ที่ทำเวลาดีที่สุดในการแข่งขัน คือ น้อง เอมอมร จากคาร์คลับ FB Garage ด้วยเวลา 16.18 วินาที การรวมตัวของเหล่า CAR CLUBCAR PARADE พบปะพูดคุยกัน แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ โชว์ขบวนพาเหรดรถแต่งสุดอลังการ ภายใต้แสง สี เสียงสไตล์โตเกียวโตเกียวสตรีท ที่ อาทิ OMODA JAECOO Club, 86 BRZ Club, Yaris Mania Club, Toyota Thailand, Truck Only Club, Enjoy AWD, Oak Club (Spoon), JDM Malaysia, Bimmer Meet, Club J’S Racing Thailand, Isuzu Thailand, Liberate, RX 7 Club, SR 20 และกลุ่มรถ 90 โชว์รถหลากหลายประเภท ตั้งแต่รถขนาดเล็ก รถกระบะ ไปจนถึงรถหรู รถสปอร์ต และรถหายากระดับตำนาน ที่ทุกคันสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างสมศักดิ์ศรี และกลุ่ม Itasha แต่งรถด้วยลายอนิเมะ สไตล์ Light Modify พร้อมสาวๆ แต่งคอสเพลย์ มาสร้างสีสันและกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นเต็มๆ 

ปิดท้ายด้วย SEXY CAR WASH & SEXY DJ – ซิกเนเจอร์โชว์ต้นตำหรับของไทย อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของ Bangkok Auto Salon ที่แฟน ๆ รอคอย การผสานการแสดงล้างรถสุดเร้าใจกับบีตดนตรีของดีเจสาวสวย เพิ่มบรรยากาศความสนุกสนานและสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ ตอกย้ำความเป็นต้นกำเนิด “ซิกเนเจอร์โชว์” ของงาน ที่สร้างภาพจำให้ผู้เข้าชมอย่างลืมไม่ลง  

Bangkok Auto Salon ในปีนี้ยังคงสร้างปรากฏการณ์ใหม่ บรรยากาศตลอด 5 วันของงานเป็นไปอย่างคึกคัก ดึงดูดผู้เข้าร่วมทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมาก ขอขอบคุณผู้ร่วมออกบูธ พันธมิตรทุกภาคส่วน และผู้เข้าชมงานทุกท่านที่มีส่วนร่วมให้งาน Bangkok Auto Salon 2025 ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์กหนึ่งเดียวของเมืองไทยและเป็นจุดหมายปลายทางของแฟนรถแต่งจากทั่วภูมิภาค พบกันอีกครั้งในปีหน้า กับ Bangkok Auto Salon 2026 ที่จะยังคงยิ่งใหญ่ และต่อยอดความร่วมมือระหว่างไทย–ญี่ปุ่นให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น มาร่วมสร้างปรากฏการณ์วัฒนธรรมคนรักรถแต่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียนในปี 2026

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

Website: https://bangkokinternationalautosalon.com/ 

Facebook: Bangkok International Auto Salon         

YouTube: Bangkokautosalon

Instagram: @bangkokautosalon_official                 

TikTok: @bangkokautosalon