“โฮมโปร x เมกาโฮม เชียงราย” ปักหมุดไฮบริดสโตร์ สาขาที่ 14 ภาคเหนือ “ถนนเชียงราย–เทิง” ขยายเครือข่ายรีเทลเรื่องบ้าน รับดีมานด์อยู่อาศัย-การค้า-ท่องเที่ยว เมืองชายแดนเชียงราย

โฮมโปร เดินเกมรุกภาคเหนือ ขยายอาณาจักรรีเทลเรื่องบ้าน เสริมแกร่งพอร์ตธุรกิจด้วยการผสาน “เมกาโฮม ติด โฮมโปร” เปิดโมเดลไฮบริดสโตร์ “โฮมโปร x เมกาโฮม เชียงราย” บนถนนเศรษฐกิจสายสำคัญ เชียงราย–เทิง ศูนย์รวมสินค้า–บริการเรื่องบ้านและงานช่าง บนทำเลศักยภาพที่เชื่อมตัวเมืองเชียงราย-เทิง–เชียงของ
สู่พรมแดนประเทศลาวและจีนตอนใต้ ด้วยงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท บนพื้นที่รวม 10,147.76 ตารางเมตร วางบทบาทจุดหมายใหม่ของคนทำบ้าน–ผู้รับเหมา–เจ้าของธุรกิจ ตอบโจทย์ทุกโซลูชันเรื่องบ้าน พร้อมข้อเสนอทุกพิเศษครบวงจรในที่เดียว ตั้งเป้ายอดขายเดือนแรก 68 ล้านบาท

นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” (HMPRO) กล่าวว่า การตัดสินใจปักหมุดสาขาใหม่บนถนนเชียงราย–เทิง มาจากศักยภาพในการเป็นเมืองชายแดนยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงราย ที่เชื่อมต่อเศรษฐกิจการพักอาศัย การค้า การท่องเที่ยว และการเดินทางในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงเข้าด้วยกัน การใช้งบลงทุน 200 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขา “โฮมโปร x เมกาโฮม เชียงราย” จึงไม่ใช่การทับซ้อนสาขาที่มีอยู่แล้วในโซนท่าสาย บ้านดู่ หรือไฮบริดสโตร์แม่สายที่ชายแดนเหนือ แต่เป็นการต่อยอดดีมานด์การให้บริการ ไปสู่โซนฝั่งตะวันออกของจังหวัด ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งด้านที่อยู่อาศัยและธุรกิจการค้าชายแดน เชื่อมต่อเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญสู่ประเทศลาวและจีนตอนใต้

“โฮมโปรมองว่าทำเลโดยรอบถนนเชียงราย–เทิง รวมถึงแนวรัศมีรอบๆ ตัวเมืองเชียงราย มีศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัย ทั้งในกลุ่มบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมของครอบครัวรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันภาคการท่องเที่ยวก็มีการฟื้นตัวจากทั้งคนไทยและต่างชาติ หนุนการเปิดโรงแรมขนาดกลาง รีสอร์ต โฮมสเตย์ คาเฟ่ ร้านอาหาร หลากดีไซน์ในหลายทำเล มีการลงทุนทั้งงานระบบ วัสดุก่อสร้าง ตกแต่งภายใน และการปรับปรุงที่พักอาศัย–ธุรกิจ จนทำให้จังหวัดเชียงรายในรอบแนวแกนเมือง มีดีมานด์ของ ‘คนทำบ้านและธุรกิจ’ ที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ”

โฮมโปร x เมกาโฮม เชียงราย ถ.เชียงราย–เทิง ถูกออกแบบเป็นไฮบริดสโตร์ภายใต้คอนเซปต์ One Stop Shopping ที่ดูแลครบทั้งบ้านเดี่ยว บ้านจัดสรร ทาวน์โฮม อพาร์ทเมนต์ หอพัก คอนโดมิเนียม ไปจนถึงธุรกิจโรงแรม คาเฟ่ และกลุ่มช่าง–ผู้รับเหมา ผ่านการจัดโซนสินค้าอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ห้องตัวอย่างที่จำลองไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยร่วมสมัยของคนเชียงรายและที่พักนักท่องเที่ยว โซนครัว ห้องน้ำ ระบบน้ำ–ไฟ และเฟอร์นิเจอร์ใช้พื้นที่คุ้มค่า ต่อเนื่องถึงโซนเมกาโฮมที่จัดเต็มวัสดุก่อสร้าง เหล็ก ปูน สี เครื่องมือช่าง อุปกรณ์งานโครงสร้าง พร้อมบริการจัดส่งถึงหน้างาน เสริมด้วยทีมที่ปรึกษาด้านการออกแบบ–ตกแต่ง และ “ทีมช่างโฮมโปร” ที่ดูแลงานติดตั้ง–ซ่อมแซมตามมาตรฐานเดียวกัน ภายใต้ดีไซน์ร้านโถงสูงโปร่ง ทางเดินกว้าง และที่จอดรถรองรับทั้งครอบครัวหรือกลุ่มช่างและผู้รับเหมาได้สะดวกในจุดเดียว

ฉลองเปิดใหม่ โฮมโปร x เมกาโฮม เชียงราย (ถ.เชียงราย–เทิง) 14 พฤศจิกายน 2568 นี้ จัดเต็มแคมเปญและโปรโมชันพิเศษสำหรับคนรักบ้านและทีมช่างเชียงราย มอบความสุขตลอดสัปดาห์

  • ถึงก่อนมีสิทธิ์ก่อน (สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกช่าง) 3 วันเท่านั้น 11–13 พฤศจิกายน 68 เข้าคิวซื้อสินค้าราคาพิเศษ! จำกัดจำนวน 100 ท่านแรก/วัน
  • ถึงก่อนมีสิทธิ์ก่อน (สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกโฮมการ์ด) 14 พฤศจิกายน 68 วันเดียวเท่านั้น! ร่วมสนุกตอบคำถามเพื่อจับคูปองซื้อสินค้าราคาพิเศษ จำกัดจำนวน 200 ท่านแรก…หมดแล้วหมดเลย!
  • 3 วันเท่านั้น! 14–16 พฤศจิกายน 68 ช้อปสินค้าคุณภาพในราคาเดียว 9,990 บาท อาทิ แอร์ผนัง, เครื่องซักผ้า , ตู้เย็น 2 ประตู, แอลอีดีทีวี และอื่น ๆ หมดแล้วหมดเลย!
  • 3 วันเท่านั้น! 14–16 พฤศจิกายน 68 พลาดไม่ได้! กิจกรรมซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยช่างโฮมโปร #มือโปรประจำบ้านคุณ ที่จะช่วยลดภาระค่าครองชีพ และช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ยาวนานขึ้น

พร้อมดีลพิเศษจัดหนัก คืนกำไรก่อนเปิดจากสถาบันการเงินและบัตรเครดิตชั้นนำ มอบทั้งส่วนลดเพิ่ม เครดิตเงินคืน และสิทธิผ่อนชำระ 0% กับสินค้าที่ร่วมรายการ ตอบโจทย์ทุกโจทย์การช้อป ทำเรื่องบ้านให้เป็นเรื่องง่าย เพื่อชีวิตที่ดีกว่าแบบ Better Living!

  • สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกโฮมการ์ดสมัครสมาชิกใหม่ รับคูปองส่วนลด 200 บาท พร้อมสมัครสมาชิกช่างใหม่ รับเพิ่มคูปองส่วนลด 250 บาท พร้อมรับเสื้อช่างและอุปกรณ์ช่างจำนวนจำกัด!
  • พลาดไม่ได้! สมาชิกใหม่รับช้อปวันงาน รับทันทีคะแนนโฮมการ์ด X3 (เฉพาะใบเสร็จแรก) และเมื่อซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไข รับเพิ่มคูปองส่วนลดท้ายใบเสร็จ รวมมูลค่า 800 บาท
  • โหลดแอปรับฟรี! โหลด HomePro Application รับฟรีคูปองส่วนลดรวมสูงสุด 1,800 บาท (ใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อค้าครบตามเงื่อนไข) จำกัด 1 สิทธิ์/สมาชิก ตลอดรายการ
  • สมาชิกโฮมการ์ดช้อปครบ…รับคืน! รับเงินคืนเข้าโฮมโปรวอลเล็ต ผ่าน โฮมการ์ด แอปพลิเคชัน รวมสูงสุด 100,000 บาท!
  • สมาชิกบัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม รับ 3 ต่อ ต่อที่ 1 ลดทันที 3% ตั้งแต่บาทแรก ต่อที่ 2 รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 4% และต่อที่ 3 รับส่วนลดเพิ่มสูงสุดอีก 13% เมื่อแลกพอยต์เท่ายอดชำระ
  • สมาชิกบัตรเครดิตกรุงศรี รับส่วนลดเพิ่ม 10% เมื่อแลกพอยต์เท่ายอดชำระ และรับเครดิตเงินคืนเพิ่มอีกสูงสุด 12,000 บาทเมื่อชำระเต็มจำนวน
  • พิเศษ! สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตจากสถาบันการเงินชั้นนำที่ร่วมรายการ จ่ายน้อยกว่า…สิทธิ์ Super Zero ผ่อนนาน ผ่อนน้อย! ผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุดถึง 24 เดือน

สัมผัสประสบการณ์เปลี่ยนบ้านเป็นเรื่องง่าย ให้ชีวิตดีกว่าที่เชียงราย พบกัน โฮมโปร x เมกาโฮม ถนนเชียงราย–เทิง เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ 14 พฤศจิกายน 2568 นี้ เปิดบริการทุกวัน เวลา 7.30–21.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 052-024100

#โฮมโปรเมกาโฮมเชียงราย #โมเดลไฮบริด #ไฮบริดสโตร์ #โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #เมกาโฮม #MegaHome #ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่าง #Homepropr

โก โฮลเซลล์ ผนึกกำลัง YEC จังหวัดระยอง จับคู่เจรจาธุรกิจ สร้างโอกาสเกษตรกร เอสเอ็มอี ต่อยอดสินค้าท้องถิ่นคุณภาพสู่ช่องทางโมเดิร์นเทรด

โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลา เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับ กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หอการค้าจังหวัดระยอง หรือ YEC Rayong จัด กิจกรรมเจรจาธุรกิจ Business Matching “เชื่อมเอสเอ็มอีไทย เปิดโอกาสใหม่ สู่โมเดิร์นเทรด” ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายทินกร ลาวัณย์เสถียร ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นายจิระศักดิ์ จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด บริษัท เซ้นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด พร้อมด้วย ผู้บริหาร ตลอดจนฝ่ายจัดซื้อของ โก โฮลเซลล์ ท่ามกลางความสนใจของ เกษตรกร ผู้ประกอบการขนาดกลางขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอี ในจังหวัดระยองและใกล้เคียง เป็นจำนวนมากเข้าร่วมงาน  

นางสาวณัฐณิชา สุวิมล ประธานกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หอการค้าจังหวัดระยอง หรือ YEC Rayong กล่าวว่า จังหวัดระยอง เป็นจังหวัด   ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง เนื่องจากมีผลผลิตเกษตรที่โดดเด่น เป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง และเป็นพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอี และเกษตรกรรายย่อยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งต่างก็มีความต้องการค้นหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ ที่จะช่วยสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับครอบครัว โดย โก โฮลเซลล์ ถือเป็นช่องทางจัดจำหน่ายที่น่าสนใจ และน่าจะเป็นอีกเป้าหมายสำคัญในการกระจายผลผลิตของผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ต้องการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด

สำหรับความร่วมมือกับ กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หอการค้าจังหวัดระยอง หรือ YEC Rayong ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งสำคัญของ โก โฮลเซลล์ ในการผลักดันเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันสร้างเครือข่าย สนับสนุนสินค้าจากเกษตรกร และผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กในทุกพื้นที่ให้มีรายได้มั่นคง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งในครั้งนี้มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนไม่น้อย ครอบคลุมสินค้าทั้ง ผัก ผลไม้ สินค้าแปรรูปต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดระยองและใกล้เคียง ซึ่งผู้ผลิตจะได้พูดคุยกับฝ่ายจัดซื้อของ โก โฮลเซลล์ โดยตรง ทำให้มองเห็นโอกาสทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น  

ภายในงานยังเปิดเวทีสัมมนาในหัวข้อ “เจรจาธุรกิจพิชิตตลาดค้าส่ง สำหรับ SMEs และเกษตรกร” โดยมีผู้เชี่ยวชาญและตัวจริงในด้านต่างๆ มาร่วมให้ความรู้ ทั้งผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) ผู้ประกอบการตัวจริงที่มาแชร์ประสบการณ์ส่งสินค้าในตลาดค้าส่งทั้ง เกษตรกร และเอสเอ็มอี  รวมถึงการเปิดเผยเทคนิคที่ผู้ผลิตต้องรู้โดยผู้เชี่ยวชาญจากฝ่ายจัดซื้อของ  โก โฮลเซลล์

งานนี้เกษตรกร ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี นำความรู้และเทคนิคการเข้าสู่ธุรกิจค้าส่งกลับบ้านไปเต็มกระเป๋าพร้อมกับลายแทงในการพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาดค้าส่ง ที่สำคัญได้เรียนรู้กลยุทธ์การทำธุรกิจที่ใช้ “ตลาดนำการผลิต” ที่จะช่วยบรรเทาปัญหาสินค้าล้นตลาด ราคาตกต่ำได้  

“MOSHI” โตสวนกระแสเศรษฐกิจ โชว์ผลงาน Q3/68 กวาดรายได้ 845 ล้านบาท ดัน SSSG แกร่ง กำไรทะยาน 27% ย้ำชัดโตตามเป้า 15-20% เดินหน้าขยายสาขา-พัฒนาสินค้าใหม่

‘บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น’ หรือ MOSHI ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3/68 เติบโตแข็งแกร่ง ทำรายได้จากการดำเนินงาน 844.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% และมีกำไรสุทธิ 137.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.9% ดัน SSSG เติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 6% แม้เข้าสู่ช่วง Low Season และท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หนุนส่งผลงาน 9 เดือนแรกของปี 68 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New High) ทำรายได้รวม 2,512.71 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิ 427.64 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ มั่นใจไตรมาส 4/68 เติบโตต่อเนื่อง เดินหน้าขยายสาขา-พัฒนาสินค้าใหม่ หนุนผลงานปี 68 เติบโต 15-20% ตามเป้าหมาย

นางสาวศุภรดา โรจน์วัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ MOSHIผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทยเปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568 (กรกฎาคม-กันยายน) บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงาน 844.65ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีรายได้จากการดำเนินงาน 735.77 ล้านบาท นับเป็นผลการดำเนินงานที่เติบโตแข็งแกร่งแม้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและอยู่ในช่วง Low Season ของธุรกิจ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก การขยายสาขาใหม่ 30 สาขา ในทำเลที่มีศักยภาพ เพิ่มขึ้นจาก 153 สาขาในปีก่อน ทั้งนี้ ในไตรมาสนี้ บริษัทฯ ได้เปิดสาขาใหม่ 7 สาขา ได้แก่ สาขา Esplanade งามวงศ์วาน-แคราย, Lotus’s จ.นครศรีธรรมราช, Robinson จ.สมุทรปราการ, Lotus’s บ่อวิน, Big C จ.ลำพูน และ สาขา Standalone มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ อ.หลังสวน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยทยอยออกสินค้าใหม่กว่า 3,000 รายการ พร้อมเพิ่มสินค้าลิขสิทธิ์ใหม่ๆ อาทิ Hello Kitty, Cinnamoroll, My Melody, LITTLE RIIZE and Penanuts Snoopy & Friends ซึ่งช่วยหนุนให้ยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) เติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 6% ด้านกำไรสุทธิทำได้ 137.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 108.14 ล้านบาท โดยอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ขยายตัวจาก 14.6% เป็น 16.2% ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการที่ในไตรมาสนี้บริษัทฯ ไม่มีการรับรู้ผลขาดทุนจากกิจการร่วมค้าเหมือนในช่วงเดียวกันของปีก่อน อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขาค้าปลีกอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง และการบริหารจัดการต้นทุนผ่านการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) สะท้อนถึงศักยภาพการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

ขณะที่ผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-กันยายน) บริษัทฯ สามารถทำผลงานทั้งรายได้และกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New High) ทำรายได้รวม 2,512.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวม 2,076.47 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มค้าปลีก 85% กลุ่มค้าส่ง 13% และช่องทางการจัดจำหน่ายอื่น 2% และสามารถทำกำไรสุทธิได้ 427.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 314.74 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ และเพิ่ม Engagement บน Social Media ถือเป็นการสร้างความผูกพันกับแบรนด์ ด้วยการเชื่อมโยงกับศิลปินผ่านอีเวนต์ยอดนิยมในหลายรูปแบบ

นายสง่า บุญสงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MOSHI กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับทิศทางผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง แม้จะมีฐานที่สูงในปีก่อนก็ตาม ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานทั้งปี 2568 ให้เติบโต 15-20% ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยอาศัยกลยุทธ์หลักที่พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ ได้แก่ การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในทำเลที่มีศักยภาพสูง การออกสินค้าใหม่กว่า 1,000 รายการต่อเดือน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ “4 เดือน Big Quick Win” ที่มุ่งเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน รวมถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่มีแนวโน้มเชิงบวกจากค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างกำลังซื้อโดยรวมและช่วยเอื้อต่อการเติบโตของบริษัทฯ ได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 บริษัทฯ เตรียมสร้างประสบการณ์และความสนุกสุดพิเศษกับกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อมอบความสุขให้กับกลุ่มลูกค้า ผ่านกิจกรรม ‘Moshi Moshi ฉลองครบรอบ 9 ปี แจกทอง 9 บาท’ ร่วมฉลองความสำเร็จ 9 ปีของ Moshi Moshi กับกิจกรรมแจกทอง 9 บาท เพื่อตอบแทนลูกค้าที่อยู่ร่วมกับแบรนด์มายาวนาน, กิจกรรม ‘ช็อปออนไลน์ ลุ้นรับ iPhone 17 Pro’ เพียงช็อปสินค้าออนไลน์ก็มีสิทธิ์ลุ้น! กับ iPhone 17 Pro เพื่อกระตุ้นยอดขายออนไลน์และเพิ่ม UGC (User-Generated Content) ผ่านมุมมองผู้บริโภค พร้อมเปิดตัว Collection ลิขสิทธิ์ Care Bears เพื่อดึงดูดแฟนลิขสิทธิ์ และขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ กิจกรรมทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจของ MOSHI ในการสร้างประสบการณ์สนุก ๆ มีส่วนร่วม และเป็นแรงบันดาลใจให้ลูกค้าทุกคนได้สัมผัสความสดใสในทุกช่องทาง

ทั้งนี้ โดยข้อมูล ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 บริษัทฯ มีสาขาค้าปลีกและค้าส่งที่เปิดดำเนินการแล้วทั้งสิ้น 194 สาขา แบ่งเป็น ร้านค้าปลีกแบรนด์ Moshi Moshi จำนวน 187 สาขา โดยเป็น รูปแบบ Standalone จำนวน 11 สาขา, ร้านค้าส่งแบรนด์ Moshi Moshi จำนวน 2 สาขา, ร้าน Garlic 3 สาขา, ร้านค้าส่ง Giant 1 สาขา และร้านค้าส่ง The OK Station 1 สาขา

แม็คโคร-โลตัส ชวน ‘อิ่มคุ้ม กินดี มีคืน’ รับสิทธิ์คืนภาษีได้ทุกมื้อ กับร้านอาหารแบรนด์ดังที่ร่วมโครงการ “เที่ยวดีมีคืน”

กรุงเทพฯ 14 พฤศจิกายน 2568 – บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” เชิญชวนลูกค้าทั่วประเทศร่วมอิ่มอร่อยกับหลากหลายร้านอาหารแบรนด์ดัง ภายใต้แคมเปญ “อิ่มคุ้ม กินดี มีคืน ที่แม็คโครโลตัส” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการภาครัฐ “เที่ยวดีมีคืน” ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการรับประทานอาหารมาหักลดหย่อนภาษีได้

โดยลูกค้าสามารถอิ่มอร่อยกับมื้อโปรดได้อย่างคุ้มค่า พร้อมรับสิทธิ์คืนภาษีจากโครงการ “เที่ยวดีมีคืน” ได้ทันที เพียงรับประทานอาหารภายในร้านค้าที่ร่วมรายการ ภานในโซนมอลล์ของแม็คโครและโลตัสทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม  – 15 ธันวาคม 2568 โดยรวบรวมร้านอาหารชื่อดังและร้านยอดนิยมให้ลูกค้าเลือกอร่อยได้ทุกมื้อ ทั้งอาหารไทย ญี่ปุ่น เกาหลี ของหวาน และคาเฟ่หลากหลายแบรนด์ รับสิทธิ์หักลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : makro – แม็คโคร และ Facebook : Lotus’s – โลตัส

#CPAXTRA #อิ่มคุ้มกินดีมีคืนที่แม็คโครโลตัส #เที่ยวดีมีคืน2568 #MakroLotus

SAPPE รายงานผลประกอบการ Q3/68 รายได้ 1,349 ล้านบาท กำไรสุทธิ 183 ล้านบาท ธุรกิจต่างประเทศทยอยฟื้นตัว มั่นใจกลับสู่การเติบโตปีหน้า

บมจ. เซ็ปเป้ (SAPPE) เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3/68 มีรายได้จากการขาย 1,349 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 183 ล้านบาท โดยรายได้ชะลอตัว 13.9% YoY และกำไรลดลง 39.0% YoY ทั้งนี้ หลายตลาดเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน โดยเฉพาะยุโรปที่ทยอยกลับมาเติบโตตามแผน ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบสำคัญมีแนวโน้มลดลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานในปี 2569
นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAPPE กล่าวว่า ยอดขายต่างประเทศมีสัญญาณดีขึ้นต่อเนื่อง แม้ว่าปีนี้จะเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกผันผวนและสถานการณ์ในหลายภูมิภาค อย่างไรก็ตาม บริษัทมั่นใจว่าในปีหน้า รายได้มีแนวโน้มกลับสู่การเติบโตในทุกภูมิภาค รวมถึงตลาดสำคัญอย่างยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย ในส่วนของตลาดในประเทศ บริษัททำรายได้ 380 ล้านบาท เติบโต 2% YoY โดยครึ่งปีแรกเติบโต 28.9% YoY และภาพรวม 9 เดือนยังเติบโตได้แข็งแรงที่ 19.1% YoY

SAPPE ยังคงมุ่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ Global Marketing ของ Mogu Mogu อย่างต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญและความร่วมมือกับศิลปินระดับโลกในเกาหลีใต้ เช่น BTS, SEVENTEEN และ TXT เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Gen Z และ Gen Alpha พร้อมขยายฐานผู้บริโภคในฝรั่งเศส ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร โดยแคมเปญ #MyFirstMoguMogu Mobile Sampling Tour ในสหรัฐฯ ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ได้ผลตอบรับดีและช่วยสร้างฐานผู้บริโภคใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายพอร์ตสินค้าใหม่ เช่น สูตรน้ำตาล 0% และ Mogu Mogu Pretzel รวมถึงความร่วมมือกับแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อสร้างความสดใหม่และตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มเคี้ยวได้ระดับโลก

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAPPE กล่าวเพิ่มเติมว่า “แม้ปีนี้จะเป็นปีท้าทาย แต่ทิศทางไตรมาสที่ผ่านมาเริ่มชัดเจนว่าเรากำลังฟื้นตัว รายได้ต่างประเทศติดลบน้อยลงต่อเนื่อง และเราคาดว่าจะกลับมาเติบโตได้ในปีหน้า โดยมีแรงหนุนจากคำสั่งซื้อที่เริ่มกลับมาเป็นปกติ และต้นทุนวัตถุดิบอย่างเรซินและน้ำตาลที่ปรับลดลง ซึ่งจะช่วยให้ผลประกอบการปี 2569 แข็งแรงขึ้น”

ซูเลียน” ปลุกพลังนักธุรกิจ เปิดเวที OPP จุดประกายวิสัยทัศน์ CMO สู่เส้นทางความสำเร็จปลายปี

บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศ จัดงาน OPP (Opportunity Presentation Program) รวมพลังนักธุรกิจทั่วไทย ร่วมฟังเคล็ดลับความสำเร็จจากผู้นำมืออาชีพ ตอกย้ำความเชื่อมั่นในแบรนด์ซูเลียนก่อนก้าวสู่ปีใหม่ เพื่อแนะนำโอกาสทางธุรกิจและเปิดวิสัยทัศน์ความสำเร็จครั้งใหญ่ โดยมีนักธุรกิจจากทั่วประเทศและประเทศเพื่อนบ้านเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนกระแสความเชื่อมั่นในแบรนด์ซูเลียนที่ยังคงแข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ภายในงานเต็มไปด้วยพลังแห่งความรู้และแรงบันดาลใจจาก วิทยากรมากประสบการณ์ อาทิ RCD  วิลินรัตน์ ยานยา, RCD ไพบูลย์ เมืองอุดม และ CDM ยงเกียรติ พฤฒิวรกุลชัย ที่ร่วมถ่ายทอดเคล็ดลับแห่งความสำเร็จและกลยุทธ์การสร้างรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในยุคดิจิทัล พร้อมชี้แนะแนวทางให้ผู้ร่วมงานมองเห็นภาพรวมของธุรกิจซูเลียนในมิติใหม่ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเติบโตไปด้วยกัน

นายณัชชานนท์ จุลล์จักรวงศา Chief Marketing Officer (CMO) ประกาศวิสัยทัศน์ถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจและแผนการเติบโตขององค์กรในปีหน้า โดยกล่าวว่า“ซูเลียนเชื่อมั่นในพลังของผู้คน และเราไม่เพียงมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีเท่านั้น แต่เรายังสร้าง ‘โอกาส’ ให้ทุกคนสามารถเติบโต มีอิสระทางการเงิน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราเดินหน้าพร้อมทุกคน เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

บรรยากาศในงานอบอวลไปด้วยความสุข ความอบอุ่น และความตื่นเต้น คำกล่าวของผู้บริหารได้เรียกเสียงปรบมือกึกก้องจากผู้เข้าร่วมงาน พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของซูเลียนในฐานะองค์กรที่มั่นคง เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และมีเป้าหมายชัดเจนในการขับเคลื่อนความสำเร็จร่วมกับนักธุรกิจทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการจับรางวัล อั่งเปาเงินสด และ ของที่ระลึกสุดพิเศษ มอบให้ผู้ร่วมงานทุกท่าน เป็นการส่งต่อความโชคดีและแทนคำขอบคุณจากใจซูเลียน ที่ไม่เพียงสร้างธุรกิจ แต่ยังสร้าง “สายสัมพันธ์แห่งโอกาส” ให้ทุกคนได้ร่วมก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

กิจกรรม OPP ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหลักไมล์สำคัญของซูเลียนในการตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจเครือข่ายที่มุ่งมั่นพัฒนา เติบโต และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสู่ปีใหม่ด้วยพลังแห่งความเชื่อมั่นและความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

โฮมโปร x MEX ยกระดับ “สินค้ารักษ์โลก จากวัสดุหมุนเวียน” เปิดตัวเครื่องทำน้ำอุ่นรักษ์โลก “MEX CODE ECO Series” ใช้พลาสติกหมุนเวียน 45% จากโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน

โฮมโปร เดินหน้ากลยุทธ์เศรษฐกิจหมุนเวียน จากของเก่าที่ไม่ใช้แล้วจากบ้านลูกค้า มาเพิ่มมูลค่าเป็น Circular Products สินค้ารักษ์โลก จากวัสดุหมุนเวียน โดยผนึกกำลังแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำของไทย “MEX” พัฒนาเครื่องทำน้ำอุ่นรุ่นรักษ์โลก MEX CODE ECO Series ที่ใช้พลาสติกหมุนเวียน PCR (Post-Consumer Recycled) จากเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าของลูกค้าถึง 45% เสริมตัวเลือก Circular Products เพื่อลดการฝังกลบขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมคงมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพการใช้งานในระดับสากล คุณแสงศักดิ์ สรกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มจัดซื้อ Water Solution & Electric Merchandising บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า “โฮมโปรให้ความสำคัญกับการเติบโตบนเส้นทางความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง เราไม่ได้มอง “ของเก่าเป็นขยะที่ต้องกำจัด” แต่มองเป็น “ทรัพยากรที่สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้” แนวคิดการพัฒนาสินค้ารักษ์โลก จากวัสดุหมุนเวียน (Circular Products) จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่โฮมโปรต้องการสื่อสารว่า การช้อปเรื่องบ้านกับเรา ไม่ได้เป็นเพียงแค่การซื้อสินค้า แต่คือการร่วมสร้างคุณค่าที่ดีต่อโลกและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน”

นายแสงศักดิ์ สรกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการกลุ่มจัดซื้อ Water Solution & Electric Merchandising กล่าวว่า
“ภายใต้โครงการ ‘แลกเก่าเพื่อโลกใหม่’ โฮมโปรรับเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าจากบ้านลูกค้าไปจัดการให้อย่างถูกวิธี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีบุคลากรที่ได้รับใบรับรองการถอดแยกซากเครื่องใช้ไฟฟ้าตามกฎหมายเป็นผู้ดำเนินการ ผ่านกระบวนการจัดการอย่างถูกวิธีตามมาตรฐานสากล ก่อนจะนำวัสดุที่คัดแยกแล้ว โดยเฉพาะพลาสติกที่ผ่านการใช้งาน PCR (Post-Consumer Recycled) กลับมาใช้เป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตสินค้าใหม่ อย่าง เครื่องทำน้ำอุ่นรักษ์โลก MEX CODE ECO Series รุ่นล่าสุด ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงช่วยลดการฝังกลบขยะอิเล็กทรอนิกส์ แต่ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าได้อย่างถูกวิธี พร้อมได้เลือกสินค้าชิ้นใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ถือเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้ง “ลูกค้า–พันธมิตรทางธุรกิจ” ให้ตระหนักถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมและร่วมสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน ในระยะยาว

ด้าน นายวันชัย สวนศิลป์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพ็น เค อินเตอร์เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแบรนด์ MEX กล่าวว่า “เราให้ความสำคัญและเดินหน้าเข้าสู่ยุคแห่งความยั่งยืนเต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิด ‘Designing Warmth, Sustaining Earth ความอุ่นสบายในทุกวัน ที่ไม่ควรต้องแลกมาด้วยการทำร้ายโลก’ ผ่านการพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือครั้งสำคัญของ MEX และโฮมโปร จึงมีขึ้นเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยสู่แนวทางการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการบริโภคอย่างยั่งยืน โดยเริ่มจากผลิตภัณฑ์ที่ทุกครอบครัวมีและเข้าถึงได้ ในดีไซน์โดดเด่น ราคาที่เหมาะสม ตอบโจทย์พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา และเพื่อยังคงตอกย้ำ กับแนวคิดที่ว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่วางใจได้ทั้งคุณภาพและความปลอดภัย แถมยังเปลี่ยนกิจวัตรธรรมดา ๆ อย่างการอาบน้ำ ให้กลายเป็นช่วงเวลาดีๆของวันนั้นได้ เช่นเดียวกับแก่นหลักของแบรนด์อย่าง ‘Switch On the Good Times’

สำหรับ เครื่องทำน้ำอุ่นรักษ์โลก “MEX CODE ECO Series” โดดเด่นด้วยดีไซน์สี Navy Blue เรียบหรู ทันสมัย ตอบโจทย์การตกแต่งห้องน้ำยุคใหม่ จากการนำพลาสติกหมุนเวียน PCR (Post-Consumer Recycled) จากเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าลูกค้าโฮมโปรกลับมาใช้ในกระบวนการผลิตถึง 45% มาพร้อมกำลังไฟ 3,500 วัตต์ ให้อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 15 องศาเซลเซียส และ 5,100 วัตต์ ให้อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 21 องศาเซลเซียส จึงครอบคลุมความต้องการทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโด พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ทั้งมาตรฐาน IEC60335-2-35 และ IEC60335-1 ด้านความปลอดภัยของเครื่องทำน้ำอุ่นและเครื่องทำน้ำร้อน รวมถึงระบบป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่อง เช่น แผงวงจร (PCB) และเบรกเกอร์ ELCB เสริมความมั่นใจด้วยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และการรับประกันหม้อต้ม 5 ปี ตัวเครื่อง 2 ปี

โฮมโปรและ MEX ร่วมกันยืนยันมาตรฐานคุณภาพเพิ่มเติม ผ่านการรับรองด้านความปลอดภัยจากสถาบัน TUV SUD เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าทุกขั้นตอนการผลิตคำนึงถึงทั้งความปลอดภัยของผู้ใช้งานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ควบคู่กับการออกแบบฟังก์ชันการใช้งานที่เข้าใจไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทั้งด้านดีไซน์ กะทัดรัด ติดตั้งง่าย และคุ้มค่ากับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์จริงเครื่องทำน้ำอุ่นรักษ์โลก “MEX CODE ECO Series” ได้แล้ววันนี้ ที่โฮมโปร เมกาโฮมทุกสาขาทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ ให้ทุกการอาบน้ำอุ่นในบ้านเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ และเพิ่มการหมุนเวียนทรัพยากรกลับสู่ระบบ ตามแนวคิด Better Living เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของทุกคน

#สินค้ารักษ์โลกจากวัสดุหมุนเวียน #CircularProducts #โฮมโปร #HomePro #BetterLiving #homepropr #MEX #MEXCodeEcoSeries

“แลคตาซอย” คว้าสุดยอดรางวัล “GLOBAL BRAND OF THE YEAR” จาก FHC Shanghai ตอกย้ำแบรนด์คุณภาพระดับโลก

บริษัท แลคตาซอย จำกัด ได้รับรางวัลFHC Golden Apple Award สาขา GLOBAL BRAND OF THE YEAR (แบรนด์แห่งปีระดับโลก) ในงาน FHC Shanghai Global Food Trade Show 2025 โดยมี นางสาววัฒนมาศ ปั้นแตง ผู้จัดการฝ่ายการตลาดส่วนงานต่างประเทศ เป็นตัวแทนบริษัทรับมอบรางวัล ณ ศูนย์แสดงสินค้า SNIEC เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเร็ว ๆ นี้

GLOBAL BRAND OF THE YEAR เป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่จัดขึ้นโดยคณะผู้จัดงาน FHC อันประกอบไปด้วย  All China Bakery Association, Shanghai Restaurants Cuisine Association และ Shanghai Sinoexpo Informa Markets International Exhibition เพื่อมอบให้กับแบรนด์ที่มีความโดดเด่นและประสบความสำเร็จอย่างสูงในระดับสากล โดยเฉพาะรางวัล FHC GOLDEN APPLE AWARD นี้ มุ่งเน้นไปที่การสร้างมาตรฐานคุณภาพของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ถือเป็นเครื่องหมายรับรองแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักในระดับโลก การวัดผลจะครอบคลุมในหลายเกณฑ์ อาทิ การประเมินมูลค่าแบรนด์ การวิจัยตลาด และการโหวตจากผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งดำเนินการโดยหลายสถาบัน อาทิ World Branding Forum และ Global Brand Magazine เพื่อให้รางวัลนี้เป็นการรับรองคุณภาพที่ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถคัดเลือกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงในตลาดได้อย่างมั่นใจ

การได้รับรางวัลในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของแลคตาซอย ในการส่งมอบเครื่องดื่มคุณภาพและสะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจที่ผู้บริโภคทั่วโลกมีต่อแบรนด์แลคตาซอย ในฐานะผู้นำผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองจากประเทศไทย

“ก้านตอง ทุ่งเงิน” เจ้าของเพลงฮิต 3 เพลงต่อเนื่อง 500 ล้านวิว! ต่อสัญญากับ GMM MUSIC อีก 5 ปี เตรียมเสิร์ฟผลงานใหม่ให้แฟน ๆ ฟังกันยาว ๆ

“ก้านตอง ทุ่งเงิน” ศิลปินลูกทุ่งเสียงหวาน เจ้าของเพลงฮิตทะลุ 500 ล้านวิว อย่าง “จื่อบ่”, “กุหลาบ”, และ “แก้บน” ตอกย้ำความสำเร็จในเส้นทางดนตรี ด้วยการ ต่อสัญญาศิลปินกับค่าย GMM MUSIC ต่ออีก 5 ปีเต็ม เรียกว่าอยู่กันยาว ๆ แบบไม่ต้องลุ้น พร้อมเสิร์ฟเพลงคุณภาพให้แฟน ๆ ฟังกันต่อเนื่องแน่นอน!

งานนี้เจ้าตัวเผยความรู้สึกดีใจที่ได้อยู่บ้านหลังเดิมต่อ พร้อมฝากถึงแฟนเพลงว่า“ขอบคุณทุกกำลังใจจากแฟน ๆ ที่อยู่ด้วยกันมาตลอดนะคะ จริงๆ ก้านตอง จะหมดสัญญาในต้นปีหน้า 2569 ค่ะ แต่ว่าวันนี้ถือฤกษ์ดี วันที่ 11 เดือน 11 (11.11.68) ต่อยาวๆอีก 5 ปี ซึ่งถ้านับเวลาที่อยู่กับบ้านแกรมมี่โกลด์ ก็น่าจะ 22 ปีได้แล้วนะคะ ก้านตอง ต้องขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ทุกๆท่านและรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากๆด้วยที่ ซึ่งในปีนี้และปีต่อๆไป ก้านตอง มีผลงานใหม่ๆ มาฝากอย่างต่อเนื่องแน่นอนค่ะ ฝากติดตามกันด้วยนะคะ”

“Disney’s Zootopia 2 นครสัตว์มหาสนุก 2” เผยเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ เปิดตัว 7 ศิลปินนักแสดงชื่อดัง ร่วมพากย์เสียงเป็นตัวละครลับ สร้างสีสันให้แฟน ๆ ได้ตื่นเต้น ก่อนไปสนุกกับภารกิจครั้งใหม่ของจูดี้และนิคในโรงภาพยนตร์ 27 พฤศจิกายนนี้ ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้แล้ววันนี้

เรียกได้ว่าเป็นเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่สำหรับแฟน ๆ “Disney’s Zootopia 2 นครสัตว์มหาสนุก 2” ภาพยนตร์แอนิเมชันฟอร์มยักษ์แห่งปี กับการเปิดตัวทีมนักพากย์คนดัง ที่ยกทัพศิลปินและนักแสดงมาร่วมพากย์เป็นตัวละครลับ เพิ่มสีสันความสนุกให้กับภาพยนตร์ฉบับภาษาไทยถึง 7 คนด้วยกัน ทั้ง เจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม, ส้ม-มารี เออเจนี เลอเลย์, ธามไท แพลงศิลป์, หญิง-รฐา โพธิ์งาม, แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น, โดม-จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม และ หนุ่ม-สันติสุข พรหมศิริ พร้อมทีมนักพากย์มืออาชีพอีกมากมาย ซึ่งแต่ละคนต่างบอกว่าตื่นเต้นและดีใจที่ได้ร่วมงานกับภาพยนตร์แอนิเมชันอันเป็นที่รักของคนทั่วโลก ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ ก่อนฉายจริงวันที่ 27 พฤศจิกายนในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

สำหรับ เจเจ กฤษณภูมิ ที่ประเดิมงานภาคเสียงแอนิเมชันฟอร์มยักษ์กับ “Disney’s Zootopia 2 นครสัตว์มหาสนุก 2” เป็นครั้งแรก ถึงกับปิดความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ บอกว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ภาคภูมิใจ และประทับใจกับการทำงานในครั้งนี้มาก “ผมเป็นแฟน Zootopia อยู่แล้วตั้งแต่ภาคแรก จำได้ว่าตอนนั้นได้ไปดูในโรงภาพยนตร์ด้วย เป็นหนังที่ดูสนุกและตลกมาก ผมชอบการสร้างโลกของสัตว์ที่ดูสร้างสรรค์และครีเอทีฟมาก ยิ่งพอมาเป็น Zootopia 2 ยิ่งน่าตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ เพราะจะเผยให้เห็นนครสัตว์ที่ใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น ได้เห็นมุมของเมืองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องตื่นตาตื่นใจกว่าเดิม ส่วนตัวละครที่ผมพากย์จะเป็นตัวไหน บอกได้แค่ว่าเป็นคาแรกเตอร์ที่มีความฮา สร้างสีสันให้กับแต่ละซีนที่เขาออกมาได้ดีมาก ๆ อยากให้ลองไปหากันดูครับว่าผมพากย์เป็นใคร และไปให้กำลังใจกับงานพากย์เสียงแอนิเมชันดิสนีย์ครั้งแรกของผมด้วย 27 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศครับ”

ด้านสาวเสียงดี ส้ม มารี แฟนตัวยงของดิสนีย์ ก็เป็นอีกคนที่ได้พากย์เสียงภาพยนตร์แอนิเมชันฟอร์มยักษ์เป็นครั้งแรก โดยบอกว่าการได้ร่วมงานครั้งนี้เติมเต็มความฝันของเธอให้เป็นจริง “เราโตมากับดิสนีย์ และตั้งแต่ทำงานเข้าวงการมาก็มีความฝันว่าอยากจะพากย์เสียงกับดิสนีย์มาก ๆ จนวันนี้พอได้มาพากย์เสียงใน Zootopia 2 รู้สึกเลยว่าฝันเป็นจริงแล้ว สำหรับส้ม Zootopia เป็นแอนิเมชันที่เหมาะกับผู้ชมทุกเพศทุกวัย สามารถดูได้สนุกทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และสิ่งที่ทำให้ชอบ Zootopia มาก ๆ คือความสมจริงของคาแรกเตอร์สัตว์ ซึ่งใน Zootopia 2 จะยิ่งเห็นชัดขึ้น เพราะจะเผยมุมใหม่ ๆ ของเมืองนี้มากขึ้น อย่างโลกใต้น้ำ และโลกสัตว์เลื้อยคลาน รวมถึงสปีชี่ส์ของสัตว์ก็มากขึ้นด้วย รอดูเลยค่ะว่าดิสนีย์จะสร้างสรรค์ออกมาเป็นอย่างไร ส่วนตัวละครที่ส้มพากย์เสียง บอกได้แค่ว่าเป็นตัวละครใหม่ที่มีความตัวเล็กตัวน้อย ขี้อ้อน แต่ก็แสบอยู่ในที วันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ ไปดูกันนะคะว่าส้มพากย์เป็นตัวละครตัวไหนใน Zootopia 2”

ส่วน ธามไท อีกหนึ่งนักพากย์ที่ได้ร่วมงานกับดิสนีย์เป็นครั้งแรก เผยว่า รู้สึกภูมิใจมากที่มีโอกาสได้ร่วมพากย์เสียงภาษาไทยใน “Disney’s Zootopia 2 นครสัตว์มหาสนุก 2” เพราะเป็นภาพยนตร์แอนิชันที่ทั่วโลกรอคอยที่จะได้ชม และเขาเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ตั้งตารอเช่นกัน “ผมว่าเรื่องราวของ Zootopia เป็นอะไรที่เชื่อมโยงกับชีวิตของผู้คนได้ เพราะเป็นเมืองที่มีประชากรแตกต่างหลากหลาย แต่ละคนก็มีอาชีพ มีการใช้ชีวิตที่ต่างกัน และด้วยงานภาพที่มีความน่ารัก สีสันที่ลงตัว เลยทำให้เป็นที่ชื่นชอบของแฟน ๆ ซึ่งพอมาถึง Zootopia 2 ยิ่งน่าดูมากขึ้น เพราะเนื้อเรื่องจะเข้มข้นขึ้น มีเรื่องราวใหม่ ๆ ที่ชวนลุ้น โดยเฉพาะการปรากฏตัวของเจ้างูแกรี หรือ Gary De’Snake ตัวละครใหม่ที่เด่นมาก ๆ แอบรู้มาว่าสร้างความป่วนให้กับ Zootopia ไม่น้อยเลย น่าติดตามมากครับว่าเขาจะมาดีหรือมาร้าย และจะสร้างเรื่องอะไรให้จูดี้กับนิคต้องปวดหัวบ้าง และที่อยากให้ติดตามอีกอย่างคือ ภาคนี้มีผมร่วมพากย์เสียงภาษาไทยด้วย เป็นตัวละครที่ท้าทายมาก เพราะค่อนข้างต่างจากตัวเอง ทั้งเสียงและรูปร่าง ส่วนจะเป็นตัวไหน ต้องไปดูกันในโรงภาพยนตร์ครับ ฉายจริง 27 พฤศจิกายนนี้แล้ว อย่าพลาดนะครับ”

แม้จะเคยผ่านงานพากย์เสียงกับดิสนีย์มาแล้วใน Maleficent แต่ หญิง รฐา ก็ยังอดตื่นเต้นกับการทำงานครั้งนี้ไม่ได้ เพราะเป็นการพากย์เสียงแอนิเมชันครั้งแรกของเธอ โดยหญิงเผยว่า “Zootopia ภาคแรกทำไว้ได้ดีมาก ครองใจผู้คนไปทั่วโลก จนกวาดรายได้รวมไปกว่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ พอได้มาร่วมพากย์เสียงใน Zootopia 2 เลยเป็นอะไรที่ตื่นเต้นในการได้ร่วมงานกับภาพยนตร์แอนิเมชันระดับโลก ซึ่งนอกจากความสนุก หญิงมองว่า Zootopia ยังสะท้อนภาพสังคมจริงในยุคนี้ ผ่านโลกของสัตว์ได้ดีมาก ๆ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการยอมรับความแตกต่าง เพราะรวมตัวละครสัตว์หลากหลายประเภท หลากหลายสายพันธุ์ไว้ด้วยกัน ซึ่งใน Zootopia 2 น่าจะเห็นชัดขึ้น เพราะจะมีสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เพิ่มเข้ามา หญิงว่าสำหรับใครหลายคน การไปดู Zootopia 2 อาจจะเป็นกระจกสะท้อนให้เราเห็นตัวเองผ่านตัวละครในเรื่องได้ ส่วนใครที่อยากรู้ว่าหญิงพากย์เป็นตัวละครไหน บอกได้แค่ว่าเรามันสายตัวร้ายอยู่แล้ว แต่จะเป็นใครต้องไปดูในโรงภาพยนตร์ 27 พฤศจิกายนนี้ค่ะ”

เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ แก้ม วิชญาณี ก็ดีใจมากที่ได้หวนมาร่วมงานกับดิสนีย์อีกครั้งในการพากย์เสียงเป็นหนึ่งในตัวละครของ Zootopia 2 “ตอนทีมงานติดต่อมาบอกว่าได้ร่วมพากย์ Zootopia 2 ดีใจมาก เพราะไม่คิดว่าจะได้มีส่วนร่วมในภาพยนตร์ที่เรารักและเปิดดูหลายรอบมากตั้งแต่ 9 ปีที่แล้ว แก้มว่าส่วนหนึ่งที่ Zootopia ประสบความสำเร็จ เพราะเป็นการเปิดประตูสู่โลกของสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้มีให้เห็นบ่อย ๆ และยังเป็นหนังที่ให้แง่คิด อย่างตัวละครจูดี้ ที่มีความฝัน มีความตั้งใจ ทำจนสำเร็จ เลยเป็นพลังบวกให้คนดูมีแรงพลังในการลงมือทำในสิ่งที่อยากทำ นี่คือเสน่ห์อย่างหนึ่งซึ่งทำให้ Zootopia เป็นแอนิเมชันที่ทุกคน ทุกครอบครัวสามารถดูได้ และใน Zootopia 2 ก็ยังคงสาระสำคัญจุดนี้เอาไว้ ภายใต้ความสนุก ความฮา เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการได้ลุ้นกับคดีใหม่ เคสใหม่ ๆ ที่อันตรายขึ้น และตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม อยากให้ไปลุ้นกันค่ะว่าจูดี้กับนิคจะช่วยเมืองไว้ได้ไหม และอีกอย่างที่จะต้องประทับใจคือเพลงประกอบ เพราะภาคนี้ได้นักแต่งเพลงรางวัลออสการ์ที่ฝากผลงานไว้ในแอนิเมชันดัง ๆ มาแล้วมากมาย เป็นคนแต่งเพลงประกอบให้ เชื่อว่าถ้าได้ไปดูในโรงภาพยนตร์ เพลงในเรื่องจะทำให้หลายคนอินมากขึ้นแน่นอน สุดท้ายอย่าลืมไปตามหากันว่าแก้มพากย์เสียงเป็นตัวละครตัวไหนใน Zootopia 2 เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ 27 พฤศจิกายนนี้ ไปดูกันนะคะ”

หนุ่มเสียงดี โดม จารุวัฒน์ ก็บอกว่า ตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมในการพากย์เสียงแอนิเมชันในดวงใจ โดยสิ่งที่ทำให้เขารักภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้มากคือการสร้างสรรค์ตัวละคร ที่ชูคาแรกเตอร์ของสัตว์แต่ละชนิดได้ดี “ผมรู้สึกว่าตัวละครทุกตัวใน Zootopia ถูกสร้างขึ้นมาอย่างใส่ใจ หยิบเอาลักษณะของสัตว์ต่าง ๆ มาใส่เป็นคาแรกเตอร์ แล้วหามุมตลกที่สื่อให้เห็นภาพของสัตว์นั้น ๆ จริง ๆ ทำให้แต่ละตัวละครมีความสมจริงจนคนดูหลงรัก และหลายตัวก็กลายเป็นตัวละคนโปรดของใครหลายคน อย่าผมเองชอบ Flash the Sloth มาก ๆ เป็นตัวละครที่ยังคงจดจำได้เสมอ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม ซึ่งได้ข่าวว่าเขากลับมาในภาคนี้ด้วย พร้อมกับตัวละครเดิมที่เราเคยหลงรัก และยังสมทบด้วยตัวละครใหม่อีกหลายตัวเลย งานนี้ต้องไปดูกันครับว่าจะมีตัวละครไหนที่แย่งซีนจนเข้ามาอยู่ในใจเราได้อีกบ้าง ส่วนประสบการณ์การทำงานพากย์เสียงครั้งนี้ ผมว่าตัวละครที่ผมพากย์มีความท้าทายสุด ๆ เพราะเป็นตัวละครที่มีความแตกต่างจากคาแรกเตอร์ของผมพอสมควร ถ้าอยากรู้ว่าเป็นคาแรกเตอร์ไหน สัตว์ชนิดใด ต้องรอไปดูใน Zootopia 2 เข้าฉายวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ครับ”

สุดท้าย พี่หนุ่ม สันติสุข แอบสปอยล์ถึง “Disney’s Zootopia 2 นครสัตว์มหาสนุก 2” ว่า “ใน Zootopia 2 จะมีอะไรใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้น เช่น ฉากใหม่ ตัวละครใหม่ ต้องไปติดตามกันครับ รับรองว่าสิ่งใหม่ ๆ ที่จะได้เห็นกันในภาคนี้จะยิ่งทำให้นครสัตว์แห่งนี้มีความน่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้น โดยเนื้อเรื่องหลักยังคงเล่าถึงการเติบโตของตัวละคร ซึ่งมีความสมจริง สะท้อนภาพของความสัมพันธ์ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบเพื่อน หรือเพื่อนร่วมงาน แฟน ๆ ของจูดี้และนิคจะได้เห็นการเติบโตของสองตัวละครที่รักในอีกสเต็ปหนึ่งของชีวิตพวกเขา จากเดิมทีในภาคก่อนเป็น ‘ตำรวจ’ กับ ‘นักต้มตุ๋น’ ที่จับพลัดจับผลูกลายมาเป็น ‘คู่หูจำเป็น’ ในการสืบคดี แต่มาภาคนี้พวกเขาต้องจับมือเป็น ‘คู่หูตำรวจ’ เพื่อร่วมกันไขคดีจริง ๆ ซึ่งมีความท้าทายทั้งในเรื่องของหน้าที่การงาน และความสัมพันธ์ เรียกว่าเรื่องราวเข้มข้นทีเดียว แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความตลก ความสนุก ตามแบบฉบับ Zootopia ที่เหมาะกับผู้ชมทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าใครก็ดูได้สนุก 27 พฤศจิกายนนี้ Zootopia 2 เข้าฉายแล้ว อย่าพลาด พาครอบครัว พาเพื่อน พาคนที่รักไปสนุกด้วยกันครับ”

ทั้งนี้เรื่องราวของ “Disney’s Zootopia 2 นครสัตว์มหาสนุก 2” จะพาไปพบกับภารกิจใหม่ของ Judy Hopps และ Nick Wilde สองตำรวจหน้าใหม่ ที่หลังจากไขคดีใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Zootopia ได้สำเร็จ ก็ต้องพบว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่มั่นคงอย่างที่คิด เมื่อ Chief Bogo สั่งให้ทั้งคู่เข้าร่วมโปรแกรมปรึกษาคู่หูตำรวจ “Partners in Crisis” ก่อนที่ความเป็นคู่หูของพวกเขาจะถูกทดสอบด้วยปริศนาใหม่ที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน และเกี่ยวพันกับการมาถึงของงูพิษตัวหนึ่งในมหานครสัตว์ โดยภาคนี้ยกขบวนเหล่าตัวละครจากภาคแรกกลับมาอีกครั้ง ทั้ง Gazelle, Bonnie Hopps, Stu Hopps, Clawhauser, Bellwether, Duke Weaselton, Mr. Big, Fru Fru, Frantic Pig, Yax, Officer McHorn, Flash ร่วมด้วยตัวละครใหม่ที่จะมาเติมความสนุกให้มากขึ้น อาทิ Gary De’Snake, Nibbles และ Dr. Fuzzby นักบำบัดสายพันธุ์ควอกก้า 

27 พฤศจิกายนนี้ เตรียมตะลุยมหานครสัตว์รอบใหม่ใน “Disney’s Zootopia 2 นครสัตว์มหาสนุก 2” การันตีโดยทีมผู้สร้างจากภาคแรกที่เคยคว้ารางวัลออสการ์มาแล้ว ไม่อยากพลาดความสนุก ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ ก่อนไปผจญภัยในดินแดนแห่งสรรพสัตว์ด้วยกันในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

โซเชียลมีเดีย:
X: @DisneyStudiosTH
Instagram: @disneystudiosth
Facebook: @WaltDisneyStudiosTH
Youtube: @waltdisneystudiosth
Hashtag: #Zootopia2TH #นครสัตว์มหาสนุก2