นับถอยหลัง! มหกรรมเรื่องบ้าน ลดกระหน่ำส่งท้ายปี แรงส์ห้ามพลาด 5 วันเท่านั้น “HomePro SUPER x CHANG HomePro ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า” งานเดียวได้ครบ ช้อปคุ้ม-ซ่อมฟรี-ลดขยะ!! ที่โฮมโปรทุกสาขาและออนไลน์ เริ่ม 3 ธ.ค. นี้

ปลายปีนี้คนรักบ้านห้ามพลาด! โฮมโปรจัดมหกรรมยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี รวม 2 แคมเปญไว้ในครั้งเดียว HomePro SUPER EXPO x CHANG HomePro ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า” รวมทุกเรื่องบ้านไว้ในอีเวนต์เดียว เอาใจทั้งสายช้อป สายแต่งห้อง สายรักษ์โลก ด้วยกองทัพสินค้าตกแต่ง–ปรับปรุง–อัปเกรด มาครบทุกหมวดบ้าน พร้อมกิจกรรม “ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า” ชวนหยิบเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกรุ่น ทุกแบรนด์ มาซ่อมกับช่างโฮมโปร ฟรี! ค่าแรง 2 ชิ้นแรก/สมาชิกโฮมการ์ด แถมดีลบริการช่างให้จัดเต็ม ทั้ง ตรวจระบบไฟฟรี มูลค่า 3,000 บาท, ล้างแอร์โปรแรง 399 บาท (แจกเฉพาะช่วงเช้า) และส่วนลดบริการซ่อม–ปรับปรุงบ้านสูงสุด 39% พร้อมเสิร์ฟคุ้มต่อกับ SUPER SHOCK !! ให้ทั้งลด ทั้งรับเงินคืน ลุ้นทอง ผ่อน 0% และแฟลชเซลล์ออนไลน์ ครบ จบ ในงานเดียว ระหว่างวันที่ 3 – 7 ธันวาคม 2568 ที่โฮมโปรทุกสาขาทั่วประเทศ และโฮมโปรออนไลน์ เพียง 5 วันเท่านั้น – ไม่พลาดทุกดีลเด็ดส่งท้ายปี ในงาน HomePro SUPER EXPO !!

  • SUPER COUPON & SUPER CASHBACK – ลด + รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 162,100 บาท ที่โฮมโปร และลด + รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 132,100 บาท ที่เมกาโฮม
  • HOMEPRO 29th ANNIVERSARY – ฉลอง 29 ปี ช้อปลุ้นทองรวม 29 บาท
  • SUPER PURCHASE – ช้อปรอบนี้ ได้ส่วนลดต่อรอบหน้า รวมสูงสุด 600 บาท
  • SUPER DISCOUNT & SUPER BRAND – สินค้าเรื่องบ้าน + แบรนด์ดังลดแรงส์สูงสุด 18%
  • SUPER POINT – แลกพอยต์เท่ายอดซื้อ เปลี่ยนเป็นส่วนลดได้สูงสุด 39% โอนคะแนนได้
  • SUPER HOMECARD – สมัครสมาชิกใหม่โฮมการ์ด รับส่วนลดทันที 300 บาท
  • SUPER ZERO – ผ่อนทั้งร้าน 0% นานสูงสุด 12 เดือน เฉพาะบัตรที่ร่วมรายการ อัปเกรดบ้านแบบสบายกระเป๋า

และพิเศษสุด! กับกิจกรรม “ขวดใสมีค่าอย่าทิ้ง” – เปลี่ยนขวดพลาสติก PET เป็นคูปองส่วนลด 200 บาท (สำหรับซื้อสินค้าโฮมโปร 2,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ เมื่อนำขวดน้ำพลาสติกขนาด PET 330 ML ขึ้นไป จำนวน 29 ขวด) มางานเดียวได้ความคุ้มค่า พร้อมได้เคลียร์ภารกิจบ้านดีขึ้น-โลกดีขึ้น อยู่บ้านสุขใจแบบ Better Living ต้อนรับปีใหม่นี้ กับงาน “HomePro SUPER EXPO x CHANG HomePro ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า” พบกันวันที่ 3 – 7 ธันวาคม 2568 ที่โฮมโปร เมกาโฮมทุกสาขาทั่วประเทศ และออนไลน์ อย่าพลาด 5 วันเท่านั้น !!

#HomeProSUPEREXPOxCHANGHomePro #HomeProSUPEREXPO #SUPEREXPO #CHANGHomePro #ช่างโฮมโปร #HomePro #โฮมโปร #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #Homepropr

สคส. เผยเปิดคอร์ส “เรียนฟรี PDPA” คนแห่เข้าเรียนทะลุครึ่งหมื่น ! ย้ำชัด ช่วยปลดล็อกความรู้ ลดเหลื่อมล้ำ รู้เท่าทันภัยไซเบอร์

ในยุคที่อาชญากรรมออนไลน์พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ จุดเริ่มต้นแห่งการหลอกลวงดังกล่าว มักเริ่มจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะผ่านการแฮ็กบัญชี การขโมยข้อมูลส่วนบุคคล การโทรหลอกให้กดลิงก์ปลอม และความประมาทจากการไม่ระมัดระวังจนเกิดการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมาก กลายเป็นวาระแห่งชาติ ดังนั้นการเสริมองค์ความรู้ด้าน PDPA ให้กับประชาชน จะทำให้ประชาชนทราบถึงสิทธิ และหน้าที่ของตน ตลอดจนเทคนิคพื้นฐานในการดูแลข้อมูลส่วนบุคคล จะเป็นภูมิคุ้มกันสำคัญ ช่วยให้ทุกคนปลอดภัยและรับมือกับความเสี่ยงบนโลกออนไลน์ และอยู่ในสังคมดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขยายโอกาสทางการเรียนรู้ให้ประชาชนทั่วประเทศ ด้วยการเปิด หลักสูตรออนไลน์ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC e-Learning) ให้เรียนฟรีเป็นครั้งแรก ตั้งเป้าสร้างทักษะด้านความปลอดภัยข้อมูลให้เข้าถึงได้สำหรับทุกคน

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ สคส. เปิดเผยว่า ความรู้เรื่อง PDPA ไม่ใช่เรื่องขององค์กรอีกต่อไป แต่เป็น “ทักษะที่ประชาชนทุกคนจำเป็นต้องมี” เพื่อป้องกันตัวเองในโลกดิจิทัลที่เต็มไปด้วยภัยคุกคามใหม่ ๆ การเปิดเรียนฟรีครั้งนี้จึงเป็น “ของขวัญปีใหม่” เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันไซเบอร์ให้คนไทย รับมือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นทุกวัน ทั้งการแชร์ข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ การคลิกลิงก์จนตกเป็นเหยื่อ  และการถูกนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด

ทุกหลักสูตรฟรี เรียนได้ทุกที่ มีใบรับรอง

โดย 2 หลักสูตรสำคัญ เปิดให้เรียนฟรีสำหรับประชาชน และบุคลากรทุกสาขา

1) หลักสูตรการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล–DPO–ผู้ประมวลผล ฯลฯ ระยะเวลาเรียน 3 ชั่วโมง 7 นาที เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ ความเข้าใจกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสามารถนำไปปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง ครอบคลุมครบถ้วนทั้งมิติด้านกฎหมายและการปฏิบัติ ได้แก่ ความรู้เบื้องต้นของกฎหมาย PDPA , การเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล, วิธีปฏิบัติตามกฎหมายในองค์กร, สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล, การส่งหรือโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ, การกำกับดูแลและบังคับใช้ตามกฎหมาย ซึ่งหลักสูตรนี้เหมาะสำหรับภาคธุรกิจ หน่วยงานรัฐ ผู้ดูแลระบบ และองค์กรทุกประเภทที่ต้องการยกระดับการปฏิบัติตาม PDPA อย่างเป็นระบบ

2) หลักสูตรด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับประชาชนทั่วไป ใช้เวลาเรียนเพียง 1 ชั่วโมง 34 นาทีเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนได้ทราบถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ หลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ฐานทางกฎหมายในการเก็บ รวบรวมหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล, การปฏิบัติเมื่อมีเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เหมาะกับประชาชนทั่วไปได้เข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของ PDPA

เพิ่มโอกาส ลดเหลื่อมล้ำ เท่าเทียมทั่วประเทศ

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ ย้ำว่า การเปิด PDPC e-Learning ฟรี เป็นแนวทางลดช่องว่างความรู้ด้านดิจิทัลของประชาชนไทย เพราะไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนของประเทศ ก็สามารถเรียนรู้ได้เท่าเทียมกัน ด้วยอุปกรณ์เพียงเครื่องเดียว ไม่จำเป็นต้องเดินทางหรือเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

โดยการเปิดเรียนฟรีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานเชิงรุกของ สคส. ที่ต้องการสร้างสังคมตื่นรู้ด้านข้อมูลส่วนบุคคล และป้องกันปัญหาข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว โรงเรียน จนถึงองค์กรต่าง ๆ โดยตั้งเป้าว่าในปี 2569 ประชาชนจะต้องมีความรู้พื้นฐานด้าน PDPA มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“ปัจจุบันมียอดผู้เข้าเรียนแล้วกว่า 5,000 คน และจบหลักสูตรกว่า 3,000 คน ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 รับปีใหม่ 2569 นี้ สคส. ขอคืนความสุขให้คนไทยด้วย “ความรู้ที่เท่าเทียม” พลิกความเสี่ยงให้เป็นความปลอดภัย และเสริมภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ให้คนไทยก้าวสู่ปีใหม่อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และใช้ชีวิตดิจิทัลได้อย่างมีอิสระมากขึ้น พร้อมมุ่งขยายฐานตัวเลขของผู้เข้าเรียนให้ได้มากที่สุด”.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวสรุปในตอนท้าย

เรียนง่าย เข้าถึงสะดวก พร้อมรับใบประกาศนียบัตร ทุกคนสามารถเข้าเรียนได้ทันทีที่
www.pdpc.or.th แล้วเลือกเมนู e-Learning

  • ลงทะเบียนง่าย
  • เรียนจบรับ ใบประกาศนียบัตรดิจิทัล (Certificate) จาก สคส.
  • นำไปใช้ประกอบการสมัครงาน อัปสกิลบุคลากรองค์กร หรือเพิ่มความรู้ส่วนบุคคลได้

“ควิกแสบ” จัดกิจกรรม Workshop Challenge เฟ้นหาตัวจริง Quick Zabb Idol Contest 2025 Season 2

นายยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ “ควิกแสบ” จัดกิจกรรม Workshop Challenge สุดสนุกและท้าทาย ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวด Quick Zabb Idol Contest 2025 Season 2 จากทั่วประเทศ ได้แสดงความสามารถ ทั้งการสร้างคอนเทนต์ การฝึกบุคลิกภาพและความมั่นใจ ก่อนเข้าสู่รอบ Final ที่กำลังจะเดือดกว่านี้อีกหลายเท่า โดยมี นางสาวณิชรัตน์ ชำนาญกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาด (ฝ่ายการตลาด) เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ณ สโมสรฟุตบอลบีจี ปทุม ยูไนเต็ด เมื่อเร็ว ๆ นี้

โฮมโปร x MEX ยกระดับ “สินค้ารักษ์โลก จากวัสดุหมุนเวียน” เปิดตัวเครื่องทำน้ำอุ่นรักษ์โลก “MEX CODE ECO Series” ใช้พลาสติกหมุนเวียน 45%

นายแสงศักดิ์ สรกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มจัดซื้อ Water Solution & Electric Merchandising บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายวันชัย สวนศิลป์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท เพ็น เค อินเตอร์เทรดดิ้ง จำกัด เปิดตัวเครื่องทำน้ำอุ่นรักษ์โลก “MEX CODE ECO Series”ที่ใช้พลาสติกหมุนเวียน PCR (Post-Consumer Recycled) จากเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าของลูกค้าถึง 45% เสริมตัวเลือก Circular Products เพื่อลดการฝังกลบขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมคงมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพการใช้งานในระดับสากล “ภายใต้โครงการ ‘แลกเก่าเพื่อโลกใหม่’ โฮมโปรรับเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าจากบ้านลูกค้าไปจัดการให้อย่างถูกวิธี
และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ณ โฮมโปร สาขาประชาชื่น

STARMARK สานต่อภารกิจเพื่อสังคม จิตอาสาเคียงข้างมูลนิธิองค์กรทำดีร่วมมอบอาหารแก่ประชาชน ที่มาร่วมถวายความอาลัยแด่ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

กรุงเทพฯ – นางสาวณัฐปภัสร์ ศรีสกุลภิญโญ (กลาง) กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์มาร์ค แมนูแฟคเชอร์ริ่ง จำกัด ผู้ผลิตและนำเข้าเฟอร์นิเจอร์คุณภาพระดับพรีเมียมสำหรับที่อยู่อาศัยและธุรกิจองค์กร สานต่อภารกิจเพื่อสังคม หลักสำคัญในการบริหารธุรกิจซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าขององค์กรควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชน โดยได้เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา โรงครัวอาหารพระราชทาน กับ มูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งก่อตั้งและดำเนินงานโดย คุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เพื่อมอบอาหารแก่ประชาชนที่เข้าร่วมแสดงความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นางสาวกนกวรรณ พุทธหน่อแก้ว และนางสาวชณาณา สุขแสนไกรศร ร่วมงาน ณ ท้องสนามหลวง

เอเซอร์ – อินเทล จัดศึกชี้ชะตา “Thailand Predator League 2026” รอบ Finals FULL SENSE ผงาดคว้าแชมป์ประเทศไทย ได้สิทธิ์เป็นตัวแทน ลุยศึก Asia Pacific Predator League 2026 ที่อินเดีย ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 14 ล้านบาท

  • รอบ Finals การแข่งขัน Thailand Predator League 2026 – FULL SENSE คว้าแชมป์ไปครอง รับเงินรางวัล 100,000 บาท และสิทธิ์เป็นตัวแทนไทย ไปแข่งบนเวที APAC Predator League 2026 ที่ประเทศอินเดีย ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 14 ล้านบาท
  • เอเซอร์ตั้งเป้าผลักดัน Predator League ให้เป็นเวทีสร้างโอกาสแก่วงการอีสปอร์ตไทยภายใต้แนวคิด “อีสปอร์ตคือเวทีแห่งโอกาส” มุ่งขยายอีสปอร์ตให้เป็นสนามการแข่งขันที่เปิดกว้าง เท่าเทียม และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน
  • สานต่อและขับเคลื่อนอีสปอร์ตไทยในโครงการ Esports Internship Program เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาและกลุ่มคนพิการได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะจากประสบการณ์จริง เตรียมความพร้อมสู่การเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตไทยต่อไป

เอเซอร์และอินเทล จัดการแข่งขัน Thailand Predator League 2026รอบ Finals เพื่อเฟ้นหาทีมตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันบนเวที Asia Pacific Predator League 2026 ที่ประเทศอินเดีย ปีนี้ แฟน ๆ อีสปอร์ตจะได้ร่วมเชียร์ทีมไทยถึงสองทีม ได้แก่

  • ทีมแชมป์จากการแข่งขัน Thailand Predator League 2026 ในเกม VALORANT
  • และทีมตัวแทนไทยในเกม DOTA 2 ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการแข่งขันในทัวร์นาเมนต์นี้

การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของนักกีฬาอีสปอร์ตไทยในการแสดงศักยภาพและสร้างชื่อเสียงในระดับเอเชีย

บรรยากาศในรอบ Finals ของ Thailand Predator League 2026 เต็มไปด้วยความคึกคัก และเป็นแมตช์ที่แฟนเกม VALORANT ทั่วประเทศจับตา เมื่อ FULL SENSE ทีมอีสปอร์ตที่มีประสบการณ์บนเวทีระดับใหญ่ โคจรมาพบกับ TEAM NKT แชมป์เก่าสองสมัยที่ครองตำแหน่งมาอย่างแข็งแกร่ง การพบกันครั้งนี้จึงเป็นศึกตัดสินระหว่างทีมแชมป์เก่าที่ต้องการป้องกันบัลลังก์ และผู้ท้าชิงที่พร้อมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ พร้อมเดิมพันสำคัญคือสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งขันในศึก Asia Pacific Predator League 2026 ที่ประเทศอินเดีย

ในรอบชิงชนะเลิศ FULL SENSE โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรง เอาชนะ TEAM NKT ไปได้ด้วยเทคนิคการเล่นและจังหวะเกมที่เฉียบคมกว่า คว้าแชมป์ Thailand Predator League 2026 ไปครอง ขณะที่ด้าน TEAM NKT ต่อสู้ได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดการแข่งขัน คว้าตำแหน่งรองแชมป์ไปครองท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่นจากเหล่าแฟน ๆ อีสปอร์ตที่หลั่งไหลกันแน่น Union Co-Event Space พร้อมผู้ชมอีกนับไม่ถ้วนที่ร่วมลุ้นกันแบบเรียลไทม์ผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์ ยิ่งไปกว่านั้น มูลค่ารางวัลรวมสูงถึง 250,000 บาท ยังช่วยตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของศึกอีสปอร์ตระดับประเทศครั้งนี้ได้อย่างดี

“สำหรับเอเซอร์แล้ว Thailand Predator League ไม่ได้เป็นเพียงรายการแข่งเกม VALORANT เท่านั้น แต่เป็นการต่อยอดแนวความคิด ‘อีสปอร์ตคือเวทีแห่งโอกาส’ โดยตลอดแปดปีที่ผ่านมา Predator League ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้คนรุ่นใหม่ได้ก้าวเข้าสู่วงการอีสปอร์ตอย่างจริงจัง ทั้งในฐานะนักกีฬาและคนทำงานเบื้องหลังทุกแขนง ให้ได้พัฒนาศักยภาพของตัวเองให้ทัดเทียมมาตรฐานระดับสากล” คุณเจฟ ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวถึงแนวคิดการจัดการแข่งขันในครั้งนี้

“หัวใจสำคัญอีกด้านของ Predator League คือการทำให้อีสปอร์ตเป็นพื้นที่ของทุกคน รวมไปถึงผู้พิการด้วย ปีนี้เราเปิดโอกาสให้คนพิการเข้ามาร่วมทำงานเบื้องหลัง ทั้งในส่วนการเตรียมงาน การช่วยสนับสนุนทีมแข่งขัน และการร่วมทีมผลิตคอนเทนต์ในรอบ Finals ร่วมกับกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีปทุมและมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ทุกคนได้เรียนรู้จากหน้างานจริง สร้างความมั่นใจ และสร้างโอกาสต่อยอดไปสู่การทำงานในอุตสาหกรรมอีสปอร์ตอย่างเท่าเทียม”

นอกจากเฟ้นหาตัวแทนนักกีฬาอีสปอร์ตแล้ว เอเซอร์ยังเดินหน้าขับเคลื่อนวงการอย่างยั่งยืนผ่านโครงการ Esports Internship Program โครงการที่สร้างโอกาสให้นักศึกษาและกลุ่มคนพิการได้เข้ามาเรียนรู้กระบวนการทำงานจริงในอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ต ทั้งด้านการจัดการแข่งขัน การผลิตคอนเทนต์ อีเวนต์โปรดักชัน แผนการตลาด ไปจนถึงการทำงานเบื้องหลังของทีมอีสปอร์ตมืออาชีพ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้เยาวชนและผู้ที่สนใจในสายงานอีสปอร์ต ได้พัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติ เสริมความมั่นใจ และสร้างผลงานจริงเป็นพอร์ตโฟลิโอ เพื่อนำไปต่อยอดสู่อาชีพในอนาคต โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้ กลุ่มคนพิการ สามารถเข้าถึงอาชีพในวงการนี้ได้อย่างเท่าเทียม เอเซอร์เชื่อว่า การผลักดันบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความรู้และทักษะตรงสาย จะเป็นแรงสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตไทยให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ และแข่งขันได้ในระดับสากลต่อไป

หลังปิดฉากศึกในประเทศแล้ว เส้นทางของอีสปอร์ตไทยยังเดินหน้าต่อบนเวที Asia Pacific Predator League 2026 เมื่อ FULL SENSE แชมป์จากเกม VALORANT และตัวแทนทีมไทยในเกม DOTA 2 เตรียมเข้าสู่สมรภูมิสุดท้ายไปเผชิญหน้ากับทีมชั้นนำจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยแฟน ๆ สามารถติดตามความเคลื่อนไหว ตารางแข่ง และรับชมการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ของ Predator Gaming Thailand และ Predator League Thailand

ครั้งแรก! สวนสนุกของคนรักสุขภาพ ในงาน Life Expo 2025 มหกรรมสุขภาพที่ล้ำสมัยที่สุดแห่งปี ชวนปลดล็อกศักยภาพด้านสุขภาพของตัวเองในทุกมิติ ยกระดับคนไทยให้มีสุขภาพดีที่สุดในอาเซียน มุ่งสู่เดสติเนชันท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก

  • มิติใหม่แห่งการดูแลสุขภาพ Life Expo 2025 มหกรรมสุขภาพสุดยิ่งใหญ่แห่งปี เนรมิตพื้นที่กว่า 7,000 ตารางเมตร ให้กลายเป็น “สวนสนุกของคนรักสุขภาพ”
  • ฟรี! ตรวจเช็กสุขภาพเชิงลึกด้วยนวัตกรรมระดับโลก พร้อมการตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกายแบบครบวงจร
  • Speakers of The Year ที่รวมตัวท็อป Influencer และดารานักแสดงสาย Wellness และ Longevity แถวหน้าของเมืองไทยกว่า 100 ชีวิต ตบเท้าขึ้นเวทีทอล์คเจาะลึกศาสตร์แห่งการดูแลชีวิตอย่างยั่งยืน ที่จะช่วยเปลี่ยนมุมมองให้เข้าใจตัวเอง และคนรอบข้างมากยิ่งขึ้น
  • ครั้งแรกของการทำ ICE Bath บนเวทีที่มีจำนวนคนเยอะที่สุดในประเทศไทย
  • ลุ้นรับรางวัลรวมมูลค่าถึง 2 ล้านบาทภายในงาน

ครั้งแรกของไทยกับปรากฏการณ์ “สวนสนุกของคนรักสุขภาพ” ในงาน Life Expo 2025 มหกรรมสุขภาพแบบองค์รวมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดขึ้นโดย บริษัท วู้ดดี้ เวิลด์ จำกัด ผู้นำด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ และอีเวนต์ระดับโลก ทุ่มงบกว่า 20 ล้านบาท พร้อมผนึกกำลังภาครัฐ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) รวมไปถึงพันธมิตรชั้นนำด้าน Wellness & Longevity ทั้งในและต่างประเทศ ที่จะชวนคนไทยมาปลดล็อกศักยภาพด้านสุขภาพของตัวเองในทุกมิติ ภายใต้คอนเซปต์
Come Explore The Better You ค้นพบตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่า
ชูไฮไลต์การตรวจเช็กสุขภาพฟรี! ด้วยนวัตกรรมระดับโลก, การใช้เทคโนโลยี AI สแกนร่างกายเพื่อฉายภาพเวอร์ชันที่ดีที่สุดของคุณทั้งทางด้านกายภาพและจิตใจ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างสมดุล และพบกับสุดยอดไอคอนนิกด้านสุขภาพของเมืองไทยกว่า 100 ชีวิตที่จะมาเจาะลึกศาสตร์ของการดูแลชีวิตอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคนไทยให้มีสุขภาพดีที่สุดในอาเซียน พร้อมขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวสู่การเป็น  World Class Destination ด้านสุขภาพ และสุขภาวะระดับโลกอย่างแท้จริง และเป็นครั้งแรกของการทำ ICE Bath บนเวทีที่มีจำนวนคนเยอะที่สุดในประเทศไทย พร้อมทั้งยังได้ลุ้นรับรางวัลรวมมูลค่าถึง 2 ล้านบาทภายในงาน ทั้งนี้ งาน Life Expo 2025 จะจัดขึ้น 2 วันเต็ม ในวันที่ 15-16 พฤศจิกายนนี้ ณ UOB LIVE เอ็มสเฟียร์ ซึ่งคาดการณ์ผู้เข้าร่วมงานหมุนเวียนกว่า 20,000 คน โดยงานนี้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท วู้ดดี้ เวิลด์ จำกัด กล่าวว่า “จากความสำเร็จของ
“Life Dot” ที่เป็นรายการทอล์คและแพลตฟอร์มสร้างแรงบันดาลใจด้านสุขภาพในเครือ วู้ดดี้ เวิลด์ ซึ่งมีฐานแฟนคลับเติบโตจนเป็นคอมมูนิตี้สุขภาพที่แข็งแกร่ง จึงได้ต่อยอดความสำเร็จจากแพลตฟอร์มออนไลน์สู่ออฟไลน์ ด้วยการจัดงาน Life Expo 2025 เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาสัมผัสประสบการณ์สุขภาพแบบองค์รวมอย่างเป็นรูปธรรม
ซึ่งงานนี้จะเป็นครั้งแรกที่คุณจะได้ดูแลร่างกายอย่างลึกซึ้งด้วยนวัตกรรมระดับโลก ผ่านการตรวจเช็กสุขภาพเชิงลึกฟรี พร้อมการตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกายแบบครบวงจร และพบกับเวทีทอล์คแห่งปีจาก Speakers of The Year สายสุขภาพแถวหน้าของเมืองไทย ที่จะมาจุดประกายไอเดียครอบคลุมตั้งแต่เรื่องสุขภาพกาย, สุขภาพใจ,
จิตวิญญาณ, โภชนาการ, การนอนหลับ, การจัดการกับความเครียด ตลอดจนการเยียวยาและการดูแลสุขภาพจิต เพื่อให้ผู้คนได้รับความรู้และแนวทางการดูแลจิตใจอย่างถูกวิธี โดยเชื่อมั่นว่า Life Expo 2025 จะสามารถส่งต่อพลังงานเชิงบวกให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับแนวทางที่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นอย่างน้อย 10% ถึง 50% พร้อมตั้งเป้าสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ ด้วยการผลักดันให้คนไทยเป็นสังคมผู้สูงวัยที่มีอายุยืนและมีสุขภาพดีที่สุดในภูมิภาค ซึ่งความแข็งแกร่งด้าน Wellness นี้เอง จะเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากทั่วโลก และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทยต่อไป โดยคาดการณ์เม็ดเงินสะพัดภายในงาน 50 ล้านบาท”

ภายในงาน Life Expo 2025 จะได้พบกับ 6 โซนหลัก ประกอบด้วย Life Code: การเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้งด้วยเทคโนโลยีสุขภาพ, Life Wellness: ค้นพบชีวิตที่ดีผ่านไลฟ์สไตล์ที่สนุก, Life Skills: เรียนรู้ทักษะชีวิตจากเวิร์กชอปและกิจกรรม, Life Market อัพเกรดชีวิตด้วยสินค้าสุขภาพจากแบรนด์ดัง, Life Stage: อัพเดทมุมมองชีวิตจากผู้นำความคิดหลากหลายวงการ และ Life Partners: เปิดโลกนวัตกรรมสุขภาพจากพันธมิตรชั้นนำ

“สำหรับ Speakers of The Year ที่รวมตัวท็อปของอินฟลูเอนเซอร์ ครีเอเตอร์จากหลากหลายวงการ รวมไปถึงดารานักแสดงสายสุขภาพแถวหน้าของเมืองไทย ที่จะมาขึ้นเวทีปลุกพลัง และแชร์ไอเดียใหม่ ๆ เพื่อเติมเต็มแรงบันดาลใจในการสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างใกล้ชิด นำทัพโดย คุณชมพู่ อารยา อัลเบอร์ต้า ฮาร์เก็ต, คุณตั๊ก มยุรา เศวตศิลา, คุณเกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า, คุณปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์, คุณแอน ทองประสม, คุณซีเค เจิง ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ฟาสต์เวิร์ก, ดร.ธนีย์ ธนียวัน อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด วิกฤตบำบัด และการปลูกถ่ายปอด, หมอฟรัง-นรีกุล เกตุประภากร, หมอฟ้า-พ.ญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์, คุณเอ๋-สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือที่รู้จักในนามปากกา ‘นิ้วกลม’,หนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ และคุณท๊อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา เป็นต้น” วู้ดดี้ กล่าวเสริม

ศาสตราจารย์ (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ประธานกรรมการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า “การขับเคลื่อนสุขภาวะของชาติในยุคปัจจุบัน ได้ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมเป็นแกนหลัก เพื่อรับมือกับความท้าทายเชิงโครงสร้างของสังคมและเทคโนโลยี รวมไปถึง
เมกะเทรนด์ด้าน  Wellness & Longevity ที่กำลังเติบโต บพข. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีแห่งอนาคต ในการดูแลสุขภาพมาใช้ในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น ทั้งนี้ บพข. พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ของนักวิจัยในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสุขภาพที่มีศักยภาพ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้นำด้าน Health Innovation ในภูมิภาคเอเชีย”

สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ภายในงาน Life Expo 2025 ยังมีแพคเกจตรวจสุขภาพแบบพรีเมียมที่เป็นทางเลือกให้กับคนที่ต้องการตรวจเช็กร่างกายอย่างล้ำลึก ด้วยสุดยอดเทคโนโลยีสุขภาพจากทั่วโลกทั้งร่างกาย จิตใจ ความงาม และสมอง อาทิ การสแกนคลื่นสมอง, วิเคราะห์ท่าทางและโครงสร้างร่างกายแบบ 3 มิติ ประเมินผลด้วยระบบ AI, การทดสอบวัดระดับความเครียดและสุขภาพหลอดเลือด, ฟื้นฟูกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน, การบำบัดกล้ามเนื้อขาด้วยแรงดันอากาศขั้นสูง, ยกกระชับกล้ามเนื้อใบหน้า, การตรวจวิเคราะห์อายุผิวและริ้วรอยบนใบหน้า และการตรวจม่านตาด้วย AI Doc เทคโนโลยีอัจฉริยะ เป็นต้น จำนวนจำกัด! พิเศษเพียง 3,500 บาท จากราคาปกติ 65,590 บาท

ทั้งนี้ Life Expo 2025 เกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน ได้แก่ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) , การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, STAYGOLD, Allergan Aestheics, an AbbVie Company, Novo Nordisk, Health link international clinic, Interpharma, EBH โรงพยาบาลตากรุงเทพ, GENESENN, AP, Oh! Juice , BioActive+, LANCÔME , World , TEMPsoft สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ติดตามรายละเอียด Life Expo เพิ่มเติมได้ที่ Facebook : LIFE EXPO , Instagram : @lifeexpothailand , TikTok : Lifeexpothailand , X : LifeExpoTH และLine@ : @lifeexpo

#LifeExpo #WellnessExpo  #WoodyWorld  #วู้ดดี้เวิลด์  #ComeExploreTheBetterYou

MALEE โชว์ผลงาน Q3/68 ทำรายได้ 2,028.6 ล้านบาทดันธุรกิจรับจ้างผลิตโตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าลุยตลาดพรีเมียมโค้งสุดท้ายรับไฮซีซัน

‘บมจ. มาลี กรุ๊ป’ หรือ MALEE โชว์ผลงานไตรมาส 3/2568 สะท้อนถึงการปรับโครงสร้างตามแผนซึ่งบริษัทฯ ยังรักษาโมเมนตัมได้ดี รายได้จากการขายและการให้บริการ2,028.6 ล้านบาท เติบโต 1.2% จากไตรมาสก่อน (QoQ) ถึงแม้ว่าจะเผชิญความท้าทายจากปัญหาชายแดนกับเพื่อนบ้าน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ21.9 ล้านบาท แรงหนุนจากธุรกิจรับจ้างผลิตทั้งในและต่างประเทศ ยอดคำสั่งผลิตภัณฑ์นม ชา และกาแฟกระป๋องพุ่ง ส่วนน้ำผลไม้มาลี (Malee) และน้ำมะพร้าว Malee COCO เติบโตโดดเด่น ขณะที่ตลาดเกาหลีใต้ กระแสตอบรับดีโตแรง เดินหน้ารุกธุรกิจโค้งสุดท้ายสร้างการรับรู้แบรนด์ พร้อมจัดกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขายรับไฮซีซัน รับปัจจัยบวกหนุนตลาดน้ำผลไม้คึกคัก มั่นใจก้าวสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่มั่นคงสร้างเติบโต 10-15% ตามแผน 3 ปี (2569-2571)

นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE ผู้ผลิตและ
จัดจำหน่ายธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
เปิดเผยว่า จากแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างก้าวสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ โดยรุกขยายธุรกิจตราสินค้า (Brand Business) ธุรกิจรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing) ให้สอดรับกับแนวโน้มด้านการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ของทุกคน และมุ่งบริหารพอร์ตโฟลิโอโดยเน้นสินค้าที่มีกำไรสูง โดยจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ 2-3 รายการต่อปี ที่จะเป็นสินค้าใหม่ในกลุ่มอื่นๆ ที่นอกเหนือกลุ่มน้ำผักผลไม้ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการเติบโต 10-15% ปีตามแผน 3 ปี (ปี 2569-2571) ส่งผลให้ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568 (กรกฎาคม-กันยายน) สะท้อนถึงการปรับโครงสร้างตามแผนซึ่งบริษัทฯ ยังรักษาโมเมนตัมได้ดี ทำรายได้จากการขายและการให้บริการ 2,028.6 ล้านบาท เติบโต 1.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 21.9 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน (QoQ) เนื่องจากการตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว (One-off) ส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตามหากไม่รวมรายการดังกล่าว จะมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯที่ปรับปรุง 61.9 ล้านบาท เติบโต 2.1% จากปีก่อน (YoY)

ทั้งนี้ปัจจัยหลักขับเคลื่อนการเติบโตมาจากรายได้ทั้งในและต่างประเทศที่เติบโตอย่างโดดเด่น ขณะที่ธุรกิจการรับจ้างผลิต (CMG) มีรายได้ 1,373.1 ล้านบาทเติบโต 7.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) ซึ่งสอดรับกับความต้องการที่แข็งแกร่งจากกลุ่มลูกค้าผลิตภัณฑ์นม กลุ่มผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟกระป๋อง และกลุ่มน้ำมะพร้าว ที่มียอดสั่งผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งด้านคุณภาพการผลิต ที่สามารถตอบสนองความต้องการของแบรนด์ระดับโลกทั้งในระดับภูมิภาค และกลุ่มธุรกิจสินค้าของบริษัทฯ (Branded Business) ในประเทศเติบโตที่ยังเติบโตต่อเนื่อง  โดยมีผลิตภัณฑ์เรือธงน้ำผลไม้มาลี (Malee) ครองผู้นำตลาดน้ำผลไม้ พรีเมียมพร้อมดื่มด้วยส่วนแบ่งการตลาดเป็น 25% (มกราคม-กันยายน 2568)  นอกจากนี้ยังประสบความสำเร็จอย่างมากจากการนำน้ำมะพร้าว Malee COCO รุกขยายตลาดส่งออกประเทศเกาหลีใต้ โดยมียอดขายเติบโต 127.1%

ขณะที่ผลการดำเนินงาน 9 เดือนของปี 2568 (มกราคม-กันยายน) จากการเผชิญปัจจัยภายนอกทั้งจากความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อกำลังการซื้อของผู้บริโภคที่เปราะบาง รวมถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้รายได้จากการขายและการให้บริการ 5,852.8 ล้านบาท ลดลง 9.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) และทำกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ 173.8 ล้านบาท ลดลง 38.8% จากปีก่อน (YoY) อย่างไรก็ตามกลุ่มธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) ยังเติบโตแข็งแกร่ง นำโดยผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวที่กำลังเติบโตดีในต่างประเทศ รวมทั้งในกลุ่มกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม และในกลุ่มผลิตภัณฑ์นม จากพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลาย ช่วยหนุนการรักษาโมเมนตัมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ

          ขณะที่กำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ 322.6 ล้านบาท ลดลง 18.7% จากปีก่อน (YoY) เนื่องจากรายการค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ อย่างไรก็ตามหากไม่รวมรายการดังกล่าว จะมีกำไรขั้นต้นที่ปรับปรุง 362.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยจากราคาวัตถุดิบหลักในช่วงครึ่งปีหลังที่มีแนวโน้มลดลง ประกอบกับความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าเพื่อบริหารต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม บริหารจัดการซัพพลายเชนผ่านการจัดหาวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์หลายราย เพื่อเปรียบเทียบทั้งในด้านคุณภาพและราคาที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในระบบ ปรับปรุงไลน์การผลิตให้มีประสิทธิภาพ นำเทคโนโลยี IOT เข้ามาใช้จัดการเครื่องจักรแบบ Real Time และการใช้พลังงานจาก SOLAR CELL ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายเอกรินทร์ กล่าวว่า แผนธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 บริษัทฯ นำผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว Malee COCO ขยายตลาดในประเทศจีน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ตะวันออกกลาง ผ่านการขยายช่องทางจำหน่ายใหม่ รวมทั้งนำผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพเข้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่ Global Wellbeing Company ส่วนภายในประเทศมุ่งสร้างการรับรู้กลุ่มผลิตภัณฑ์มาลีอย่างต่อเนื่อง อาทิ Malee Power Plants ที่มีนวัตกรรม INNOGUTZ รวมทั้งดำเนินกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นการทดลองสินค้า เพื่อรับกับทิศทางตลาดน้ำผักและผลไม้พร้อมดื่มในไตรมาส 4 ที่คาดการณ์จะขยายตัวจากการเข้าสู่ไฮซีซันการท่องเที่ยว ซึ่งจะกระตุ้นการบริโภคในช่องทางโรงแรม ร้านอาหาร และเทศกาลเฉลิมฉลองและการมอบกระเช้าของขวัญปีใหม่โดยน้ำผลไม้ถือเป็นหนึ่งในสินค้ายอดนิยมสำหรับกลุ่มสุขภาพ ส่วนตลาดน้ำมะพร้าว มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากเทรนด์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น อีกทั้งโครงการคนละครึ่ง พลัส สนับสนุนการใช้จ่ายโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้มาลี (Malee) น้ำมะพร้าว Malee COCO และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในช่องทางร้านค้าปลีกดั้งเดิม บริษัทฯ จึงมั่นใจว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตในช่วงโค้งสุดท้ายของปี

เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ร่วมกับ STICKY MONSTER LABเปิดตัว “FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING” ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้! ชวนเดินทางสู่โลกศิลปะกับเหล่ามอนสเตอร์ Redmon และ Elfmon สุดคิวต์ พร้อมส่งต่อพลังแห่งการให้ ตั้งแต่วันนี้ – 4 ม.ค. 69

กรุงเทพ, 13 พฤศจิกายน 2568: เมื่อศิลปะ ความสุข และ “การให้”มาบรรจบกันในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่  และเป็นประจำทุกๆ ปี ที่ทางเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ร่วมมือกับศิลปินชั้นนำจากทั่วโลกสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสุดโดดเด่น เพื่อต้อนรับฤดูกาลแห่งความอบอุ่นใจ ณ จุดหมายปลายทางของศิลปะและลักชัวรี่ไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุงเทพฯ จึงได้จัดงาน “FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING” ที่มอบประสบการณ์ศิลปะสุดพิเศษครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านอาร์ตอินสตอลเลชันสุดสร้างสรรค์จาก STICKY MONSTER LAB (SML) สตูดิโอครีเอทีฟระดับโลกจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเลือกประเทศไทยและเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เป็นสถานที่แรกในการถ่ายทอดโลกแห่งความสุขและความหมายของ “การให้”ผ่านมุมมองศิลปะร่วมสมัย

การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมด้วยพันธมิตรหลักอย่าง บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และ บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมส่องประกายความสุข พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางศิลปะและวัฒนธรรมระดับนานาชาติ ที่มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและการจัดอีเว้นท์ระดับโลก

การมาเยือนของ Redmon และ Elfmon — คู่หูเพื่อนร่วมเทศกาลสุดน่ารักที่ไม่เคยปรากฏที่กรุงเทพฯ
มาก่อน! โดยสองครีเอทีฟไดเรกเตอร์แห่ง SML อย่าง Fla และ Boo ได้แรงบันดาลใจจากคาแรกเตอร์ทั้งสอง ถ่ายทอดความหมายของ “การให้”ผ่านมุมมองศิลปะร่วมสมัย ที่ชวนให้ทุกคนค้นพบความสุขจาก “ความวุ่นวายเล็ก ๆ ที่อบอุ่นใจ” อันเปี่ยมด้วยรอยยิ้มและชีวิตชีวา พร้อมเปลี่ยนทุกมุมของศูนย์การค้าฯ ให้กลายเป็นดินแดนแห่งความสุขที่ชวนให้ทุกคนมาสัมผัสความหมายของการให้และการเริ่มต้นใหม่ได้อย่างสนุก อบอุ่น และเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง ตั้งแต่วันนี้ – 4 ม.ค. 69

            จากเรื่องราวของRedmon ที่แขวนถุงเท้าไว้ด้วยหัวใจเปี่ยมความหวัง รอของขวัญจากซานต้า แต่แล้ว Elfmon ตัวน้อยกลับหยิบถุงเท้านั้นไปด้วยความซุกซน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยสุดอบอุ่นที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายเล็ก ๆ แต่แสนมีชีวิตชีวา ซึ่งทำให้ทั้งคู่ได้เรียนรู้ว่า ของขวัญที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในถุงเท้า หากแต่อยู่ใน
“มิตรภาพ” และ “การแบ่งปัน” ที่งดงามในแบบของตน เรื่องราวอบอุ่นนี้จึงถูกถ่ายทอดสู่ประสบการณ์ FUNNY LITTLE MESS เพื่อส่งต่อพลังแห่งความรู้สึกดีๆ ให้ทุกคนได้สัมผัสตลอดเทศกาล ทั่วทั้งศูนย์การค้าฯ ตั้งแต่ชั้น G ถึง Open House ชั้น 6 ถูกเนรมิตเป็นอาณาจักรแห่งความสุข โดย STICKY MONSTER LAB นำเสนอผลงานอาร์ตอินสตอลเลชันสีสันสดใสและคาแรกเตอร์ขี้เล่นมาสร้างบรรยากาศชวนให้ทุกคนได้หยุดพัก ยิ้ม และค้นพบความหมายของการให้ที่เปี่ยมด้วยมิตรภาพและความอบอุ่นใจ

การเดินทางแห่งความสุขเริ่มต้นที่THE WISHING TREE ณ FRONT YARD ชั้น G จุดถ่ายภาพ
สุดประทับใจกับ Redmon คู่ต้นคริสต์มาสสูงกว่า 13 เมตร ที่ส่องประกายระยิบระยับ โดยมีเหล่า Elfmon แอบซ่อนอยู่ภายในกล่องของขวัญ ราวกับกำลังรวมตัวกันอย่างครึกครื้นอยู่ภายใน ต่อด้วย STICK-EY TOGETHER

FOUNTAIN ที่มาพร้อมขบวนนัทแครกเกอร์สูงกว่า 3 เมตร รอต้อนรับผู้มาเยือน ณ ทางเข้าหลัก และหากสังเกต
ให้ดี คุณอาจพบ Elfmon จอมซนที่ซ่อนตัวอยู่ในถุงเท้าคริสต์มาส หนึ่งเดียวในขบวน ลูกเล่นเล็ก ๆ ที่รอให้ทุกคนค้นหาและเก็บภาพความทรงจำแสนอบอุ่นนี้ไว้ ก่อนก้าวเข้าสู่ THE MONSTER GATEWAY บริเวณทางเชื่อม BTS เพลินจิต ชั้น 1 ประตูสู่อาณาจักรมอนสเตอร์ที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งความสุข และ THE WISHFUL ELF TUNNEL อุโมงค์แห่งแสงไฟบริเวณทางเชื่อมชั้น 2 ไปยังเซ็นทรัลชิดลม ที่อบอวลด้วยพลังแห่งความปรารถนาดีจากเหล่า Elfmon ที่อยากให้ทุกคำขอของคุณกลายเป็นจริง

            ความสนุกยังต่อเนื่องที่ชั้น 5 กับ CHRISTMAS VILLAGE หมู่บ้านแห่งความอิ่มเอมใจ “บ้านเกิดของเหล่า Elfmon”ที่รวบรวมร้านขนมและของหวานกว่า 30 ร้าน ให้ผู้มาเยือนได้แวะพัก พร้อมบริการ GIFT WRAPPING STATION ห่อของขวัญฟรี! ด้วยกระดาษดีไซน์พิเศษจาก STICKY MONSTER LAB ออกแบบเฉพาะสำหรับเซ็นทรัล เอ็มบาสซี จากนั้นมุ่งหน้าสู่ THE SPYING TOWER ณ Open House ชั้น 6พื้นที่รวมตัวของเหล่า Elfmon จำนวนนับสิบที่กระจายตัวอยู่รอบข้างคุณ โดยมี Redmon ขนาดยักษ์ แอบสอดส่องอยู่บน
Art Tower
เสมือนฉากหนึ่งในเรื่องราวของการตามหาความสุขระหว่างคู่หูมอนสเตอร์สุดน่ารัก ที่รอให้ทุกคนร่วมออกค้นหา “ความสุขเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในความวุ่นวาย”ด้วยตัวเอง

และอีกไม่นานเกินรอ เตรียมพบกับอีกหนึ่งไฮไลต์แห่งฤดูกาลกับ FUNNY LITTLE PLAYGROUND ระหว่างวันที่ 4 ธ.ค. 68 – 4 ม.ค. 69 ณ ชั้น G สนามเด็กเล่นศิลปะขนาดใหญ่ครั้งแรกในภูมิภาคจากSTICKY MONSTER LABที่จะปลุกความเป็นเด็กในตัวคุณ สนุกไปกับ Elfmon ขนาดยักษ์ ถุงเท้าคริสต์มาสและสโนว์โกลบไซส์ใหญ่พร้อมด้วย STICKY MONSTER LAB POP-UP STORE แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รวบรวมสินค้าคอลเลกชันสุดน่ารักให้เลือกสะสม อาทิ มินิฟิกเกอร์ (กล่องสุ่ม), ฟิกเกอร์, พวงกุญแจเข็มทิศ, คลิปปากกา, เข็มกลัด, สติกเกอร์เซ็ต, สมุดโน้ตพร้อมสติ๊กเกอร์ และโปสเตอร์ซีรีส์ลายเส้นสุดคาแรกเตอร์ (สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน สามารถเข้าชม POP-UP และซื้อสินค้าได้ก่อนใคร ตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค.68 เป็นต้นไป ลูกค้าทั่วไปเริ่มซื้อสินค้าได้ตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค. 68 เป็นต้นไป)  และเติมความสดชื่นด้วยซอฟต์เสิร์ฟจากPop-up Café by SUPER MATCHA ให้คุณได้จิบ เพลิน และเก็บโมเมนต์แห่งความสุขในช่วงเทศกาลนี้

ไม่เพียงแค่นั้น ระหว่างวันที่ 13 พ.ย. 68 – 4 ม.ค. 69 เพลิดเพลินกับการพบปะเหล่า MONSTER MASCOTS สุดน่ารัก ที่จะเดินทักทายทั่วศูนย์การค้าฯ ให้คุณเก็บภาพแห่งรอยยิ้มตลอดเทศกาล ปิดท้ายด้วย NEW YEAR ACTIVITY: HAPPY MONSTER HUNT วันที่ 27 ธ.ค. – 4 ม.ค. 69การผจญภัยสุดสนุกรับปีใหม่ ที่ชวนค้นหามอนสเตอร์ตามจุดต่างๆ ของศูนย์การค้าฯ พร้อมสะสม “แสตมป์แห่งความสุข” ในช่วงเวลาแห่งการให้

และเพื่อเติมเต็มทุกโมเมนต์แห่ง “การให้” เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ยังได้จัดกิจกรรมต่อเนื่องภายใต้ SEASON OF GIVING MOMENTS เริ่มจาก THE TRAIL OF LIGHTS เส้นทางแสงไฟวอร์มไลต์นับล้านดวงที่ส่องประกายทั่วทั้งศูนย์การค้าฯ ตลอดแนวจากสี่แยกเพลินจิตถึงชิดลม ต่อเนื่องด้วWEEKEND WORKSHOPS
ระหว่างวันที่ 15 พ.ย. 68 – 4 ม.ค. 69 ณ Open House ชั้น 6 อาทิ Frame it, Hang it, Velvet Charm Keychain,
Velvet Wire Christmas Tree, และ Snow Globe Design รวมถึงเวิร์กช็อปพิเศษช่วงวันคริสต์มาสอย่าง CHRISTMAS PAPERCRAFT WORKSHOPS และการแสดง CHRISTMAS CAROL จาก Yamaha Orchestra ในบรรยากาศเปี่ยมความอบอุ่นใจ

สำหรับสายแฮงเอาต์ ร่วมสัมผัสลมหนาวบนรูฟท็อปใจกลางเมือง กับ SIWILAI CITY CLUB ชั้น 5 สนุกกับดนตรี อาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมสุดชิลล์มากมาย เติมสีสันให้ค่ำคืนของคุณใต้แสงดาว ส่วนสายชิม สามารถอิ่มเอมกับเมนูเครื่องดื่มสมุนไพรในราคาพิเศษ ที่ EATHAI ชั้น LG เพื่อต้อนรับปีใหม่ด้วยบรรยากาศเปี่ยมความสุข

พร้อมสัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ลักชัวรี, High-Street ไปจนถึง Bridge-Line กว่า 100 ร้านค้า รวมถึงเมนูพิเศษจากร้านอาหารและคาเฟ่ชั้นนำ และสำหรับนักช้อปตัวจริง
ต้องไม่พลาด! สิทธิพิเศษแห่งฤดูกาลส่งท้ายปี

พิเศษ! งานเปิดเทศกาลแห่งความสุขจัดขึ้นในวันที่ 13 พ.ย. 68 เวลา 19.00 น. ณ บริเวณหน้าศูนย์การค้าฯ ชั้น G พร้อมสองนักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง “สกาย – วงศ์รวี นทีธร” และ “นานิ – หิรัญกฤษฎิ์ ช่างคำ” ร่วมสร้างสีสันในค่ำคืนพิเศษ และมินิคอนเสิร์ตจาก “PURE The Voice” ในค่ำคืนสุดพิเศษ

ร่วมสัมผัส Season of Giving ในแบบของคุณ ด้วยพลังแห่งการให้ ไปกับ “FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVINGตั้งแต่วันนี้ – 4 ม.ค. 69 ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

ติดตามรายละเอียดกิจกรรมและสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/centralembassy หรือ

www.centralembassy.com สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2119-7777#2001

#FUNNYLITTLEMESS #SEASONOFGIVING

#StickyMonsterLab #CentralEmbassy

พลิกโฉมอสังหาฯ ย่านพระราม 9 “นิว ดิสทริค อาร์ 9” คอนโดติดห้าง สร้างเสร็จพร้อมอยู่ความสำเร็จบทใหม่จาก “พราว” และ “โนเบิล” ปิดยอดขายกว่า 98%ราคาโต 30% สะท้อนดีมานด์ New CBD โตต่อเนื่อง

ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดคอนโดมิเนียม ทำเล “พระราม 9” ยังคงตอกย้ำบทบาทความเป็น New CBD ของกรุงเทพฯ ได้อย่างแข็งแกร่ง และโครงการ นิว ดิสทริค อาร์ 9 (NUE DISTRICT R9) คือหนึ่งในบทพิสูจน์
ความสำเร็จที่ชัดเจนที่สุดในรอบ 3 ปี ด้วยทำเลติดห้างฯ เซ็นทรัล พระราม 9 และห่างจาก MRT เพียง 180 เมตร ส่งผลให้
โครงการนี้กลายเป็น Top Performer ที่สามารถปิดยอดขายได้กว่า 98% พร้อมการเติบโตของราคาที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 30% นับตั้งแต่วันเปิดพรีเซลในปี 2565

ล่าสุด บริษัท พระราม 9 อัลไลแอนซ์ จำกัด โดย บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เจ้าของโครงการ และ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโครงการ ประกาศความสำเร็จของโครงการ นิว ดิสทริค อาร์ 9 (NUE DISTRICT R9) คอนโดติดห้างใจกลางพระราม 9 สร้างเสร็จพร้อมอยู่ มูลค่าโครงการกว่า 6,663 ล้านบาท พร้อมส่งมอบที่อยู่อาศัยตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนเมือง

นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ “PROUD” กล่าวว่า “นิว ดิสทริค อาร์ 9 ถือเป็นบทพิสูจน์ของศักยภาพแบรนด์ NUE และการเติบโตของย่านพระราม 9 ในฐานะ NEW CBD ที่มีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และความต้องการจากทั้งผู้ซื้อชาวไทยและต่างชาติ เปิดตัวด้วยคอนเซปต์คอนโดติดห้างใจกลางพระราม 9 ที่เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัยแต่เป็นการพัฒนาที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตเป็นศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และผลลัพธ์ด้านยอดขายรวมถึงการเพิ่มขึ้นของมูลค่าโครงการ สะท้อนถึงความแม่นยำในการวางกลยุทธ์ตั้งแต่การเลือกทำเล การออกแบบพื้นที่ ไปจนถึงการพัฒนาส่วนกลางให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ความสำเร็จของโครงการนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ PROUD ที่มองเห็นศักยภาพของทำเลพระราม 9 และความต้องการของตลาดได้อย่างเฉียบคม เรามั่นใจว่าโครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของการลงทุนที่ประสบความสำเร็จ และเป็นภาพสะท้อนของแนวคิด ‘ALL IS WELL เพื่อชีวิตดีที่ยั่งยืน’ ที่ PROUD ยึดมั่น ในการพัฒนาโครงการระดับ Luxury – Ultra Luxury ที่มอบคุณภาพชีวิตที่ครบถ้วนให้กับผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง”

ด้าน นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE เสริมว่า “ทำเลพระราม 9 – รัชดา ถือเป็นหนึ่งในทำเลสำคัญของโนเบิล ที่เราได้สั่งสมความเชี่ยวชาญมาอย่างยาวนาน ความสำเร็จของ 5 โครงการล่าสุดที่เราพัฒนาขึ้น ได้แก่ โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา, โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 2, นิว ดิสทริค อาร์ 9, นิว โนเบิล รัชดา-ลาดพร้าว รวมถึงโครงการพรีเซลล์ล่าสุดอย่าง นิว เอปิค อโศก พระราม 9 เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าโครงการของเราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งด้านยอดขายและการเติบโตของมูลค่าจากการถือครองที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการ นิว ดิสทริค อาร์ 9 ที่เปิดขายรอบพรีเซลในปี 2565 ด้วยราคาเริ่มต้นเฉลี่ยเพียง 130,000 บาทต่อตารางเมตร และในปัจจุบันราคาปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 170,000 บาทต่อตารางเมตร หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 30% โดยปัจจุบันมียอดขายกว่า 6,496 ล้านบาท หรือกว่า 98% ความสำเร็จนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตอกย้ำสถานะความเป็นผู้นำตลาดของเราเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่าโนเบิลสามารถเข้าถึงและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าย่านนี้ได้อย่างชัดเจน”

นิว ดิสทริค อาร์ 9 (NUE DISTRICT R9) เป็นคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมอยู่ บนตึก High-Rise จำนวน 1 ตึก 2 ทาวเวอร์ สูง 33 ชั้น และ 41 ชั้น รวม 1,442 ยูนิต บนที่ดินกว่า 6 ไร่ โครงการห่างจาก MRT พระราม 9 เพียง 180 เมตร และติดกับเซ็นทรัล พระราม 9 พร้อมพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ 8 ไร่ หรือกว่า 12,800 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซปต์ DYNAMIC URBAN FACILITIES ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง มีกิจกรรมครบครัน เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์และทุกเจเนอเรชั่น รองรับทุกรูปแบบการใช้ชีวิตในเมือง พร้อมมอบประสบการณ์เหนือระดับด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ 8 ไร่ 8 โซน รวมกว่า 50 ฟังก์ชัน ไม่ว่าจะเป็น Rising Pool, Twilight Pool, Surf Studio, Sky Fitness, Photography Studio, Private Spa, Co-Kitchen, Art Hub และอีกมากมาย รวมถึงพื้นที่ Open space ขนาดใหญ่กว่า 5,700 ตารางเมตร

ไฮไลต์ของโครงการคือแปลนห้องแบบหน้ากว้างทุกยูนิตซึ่งเป็นรูปแบบห้องที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการ NUE ที่เน้นการออกแบบพื้นที่และฟังก์ชันให้เป็นสัดส่วนสามารถอยู่อาศัยได้จริง รองรับทั้งการอยู่อาศัยคนเดียว หรือคู่รัก ไปจนถึงครอบครัว โดยทุกยูนิตตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ครบชุดพร้อมเข้าอยู่ เริ่มตั้งแต่ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 26 และ 30.20 ตารางเมตร ที่จัดสรรฟังก์ชันครบทั้งมุมพักผ่อน มุมทานอาหาร และครัวแยกเป็นสัดส่วน เหมาะกับคนเมืองที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และยังมีห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34.80 ตารางเมตร ที่เพิ่ม
พื้นที่มากขึ้นเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน มุมอ่านหนังสือ หรือเปลี่ยนเป็นห้องนอนเล็กสำหรับแขก ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีห้องแบบ 2 Bedroom ขนาด 40.50 ตารางเมตร ที่ถูกออกแบบให้เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยร่วมกันของคู่รักหรือครอบครัวเริ่มต้น ด้วยการแยกสัดส่วนห้องนอนชัดเจนและพื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว ปิดท้ายด้วยห้องแบบ 2 Bedroom ขนาด 46 ตารางเมตร ที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด เหมาะกับเพื่อนร่วมห้องหรือผู้ที่ต้องการการใช้ชีวิตอิสระในพื้นที่เดียวกัน

ทำเลพระราม 9 กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในฐานะ New CBD ของกรุงเทพฯ นับเป็น International Hub ทั้งในภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวกรายล้อม รวมทั้งการพัฒนาในอนาคตโดยมีโครงการแลนด์มาร์กสำคัญอย่างอาณาจักรใหม่ของเซ็นทรัล พระราม 9 ที่เตรียมขยายพื้นที่ครั้งใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570 ยิ่งตอกย้ำศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังได้เปรียบด้านโครงข่ายคมนาคมที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น MRT สายสีน้ำเงินและรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะเป็นสถานี interchange แห่งใหม่ เชื่อมต่อการเดินทางได้ครบทุกรูปแบบ ทำให้พระราม 9 เป็น ทำเลที่มีดีมานด์การอยู่อาศัยสูง จากทั้งคนทำงานชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการที่พักอาศัยใกล้แหล่งที่ทำงานใจกลางเมือง อีกทั้งโอกาสในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนระยะยาวอย่างยั่งยืน ด้วยศักยภาพการเติบโตทั้งด้านมูลค่าทรัพย์สินและรายได้ จากการปล่อยเช่า โดยค่าเช่าเฉลี่ยในย่านพระราม 9 อยู่ที่ 700 บาทต่อตารางเมตร ขณะที่อัตราผลตอบแทนของโครงการเฉลี่ย 6-7% ต่อปี เหมาะสำหรับทั้งนักลงทุนและผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่มองหาความคุ้มค่า

สำหรับลูกบ้าน นิว ดิสทริค อาร์ 9 จะได้รับสิทธิพิเศษจากการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Noble และสิทธิประโยชน์ จาก Proud Privilege ผ่าน Proud Living Platform ที่มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยเฉพาะผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ บริการด้านสุขภาพและกิจกรรม ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างสมดุลและครบครันในทุกมิติของความเป็นอยู่ ขณะเดียวกันลูกบ้าน Noble จะได้รับการดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่ Living Solution บริการ Home Service, Repair, Sell & Rent ไปจนถึงการฝากขายและปล่อยเช่า พร้อมสิทธิพิเศษในแบบ Urbanist และกิจกรรม
สำหรับชาว Nobler ที่ช่วยเติมเต็มทุกขั้นตอนของการใช้ชีวิตในเมืองให้กลายเป็นประสบการณ์สุดพิเศษ

นิว ดิสทริค อาร์ 9 (NUE DISTRICT R9) ราคาเริ่มต้น 3.89 ล้าน* พิเศษโปรโมชัน จอง 999 บาท พร้อมเข้าอยู่ สามารถเข้าชมและลงทะเบียนวันนี้ที่สำนักงานขายโครงการ รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-251 9955 หรือ ADD LINE: @NobleDev หรือ www.noblehome.com