สุขภาพดีแล้วได้ทำสิ่งที่รัก “อาโย ทัศน์วรรณ” เอาชนะใจตัวเอง ลดเค็มเพื่อสุขภาพ “ขวัญ พิมพ์อัปสร” ยกคุณแม่เป็นตัวอย่างที่ดีเรื่องการดูแลตัวเอง

เป็นคู่คุณแม่ – คุณลูก ที่มีออร่าพลังบวกอย่างชัดเจน และเป็นครอบครัวสุขภาพดี สำหรับนักแสดงอาวุโส “อาโย ทัศน์วรรณ” และ “ขวัญ พิมพ์อัปสร” จากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความ Active ไร้ข้อจำกัดเรื่องของอายุ เพราะเป็นครอบครัวที่ดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ทำให้มีความแข็งแรงทั้งกายและใจ ไร้โรคมากวน ชัดเจนเลยว่าเมื่อสุขภาพดีที่สร้างได้ด้วยตัวเอง ก็นำพาความสุขมาให้ชีวิตและครอบครัว พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับทุกคนได้ด้วยเช่นกัน
.
โดย “อาโย และ ขวัญ” แชร์วิธีการดูแลตัวเอง เพียงเลือกทานสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย Say No ของมัน ของทอด ติ๊กถูกให้กับผัก ผลไม้ น้ำเปล่า และยึดคติที่ว่า ไม่กินอะไรที่เป็นพิษต่อร่างกาย ถ้าอร่อยปาก แต่ลำบากร่างกายจะไม่ยุ่งเลย ที่สำคัญจากคนชอบทานเค็ม อาโยยังบอกลาน้ำปลาบนโต๊ะอาหารได้แล้ว

“บ้านเราเป็นคนชอบทานผัก ผลไม้ ถ้าต้องออกไปร้านอาหารก็จะต้องมีเมนูผักตลอด และช่วงสาว ๆ เคยติดกินเค็ม แต่ก็รู้ตัวไวปรับเรื่องการทานก่อน ตอนแรกร่างกายแข็งแรง ระบบเผาผลาญดี ร่างกายก็ยังสู้ไหว แต่พออายุมากขึ้น คุณหมอก็เตือนเรื่องค่าไต เราทำตามที่หมอแนะนำ ร่างกายก็ดีขึ้น เดี๋ยวนี้ก็ไม่ต้องมีน้ำปลาอยู่ในมื้ออาหาร ถึงอาหารจะจืดลง แต่ก็บอกตัวเองว่าเดี๋ยวก็อร่อย พอหมอทักว่าให้ระวังเรื่องเบาหวานที่เริ่มจะเกินมาตรฐานแล้ว ก็ปรับโดยไม่กินน้ำตาล ไม่กินขนม”
เมื่อร่างกายมีวันเสื่อมได้ไปตามวัย แต่ทำไมจะต้องปล่อยตัวเองให้ป่วย อาโยย้ำเลยว่าควรเห็นคุณค่าของร่างกาย อย่าให้เดินไปถึงจุดที่ป่วย ส่วนขวัญชื่นชมคุณแม่ที่ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองอยู่นิ่ง จะออกกำลังกายอยู่เสมอ

“ด้วยวัยทำให้ร่างกายเสื่อมไปเยอะ อย่างระบบเลือดก็ไหลเวียนไม่เหมือนตอนสาว ๆ เลยจะออกกำลังกายให้เหมาะกับวัยนี้และช่วยทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เข้าใจดีว่าในวัยนี้ต้องระวังไม่ให้ล้ม ก็จะหาท่าโยคะที่บริหารสะโพกและช่วงล่างให้แข็งแรง เวลาดูทีวีก็จะบริหารกล้ามเนื้อไปด้วย ไม่นั่งดูเฉย ๆ เพื่อให้ร่างกายไม่หยุดนิ่ง เป็นคนที่สมาธิดี สามารถแยกแยะได้

ตั้งแต่เด็กจนถึงหนุ่ม สาว เราอาจจะยังไม่เห็นคุณค่าของสุขภาพร่างกายเท่าไหร่ แต่พออายุมากขึ้น ร่างกายจะฟ้องว่า ใช้ฉันหนักเกินไปแล้ว ไม่อยากที่จะไปอยู่ในจุดที่ต้องรักษาอาการต่าง ๆ  เมื่อร่างกายส่งสัญญาณมาแล้วต้องฟัง จะไม่ชะล่าใจและไม่ประมาทในการดูแลตัวเอง ภูมิใจมากที่ยังมีแรง ไม่ใช่ขยับตัวแล้วต้องร้องโอดโอยตลอด”

และอีกสิ่งสำคัญที่อาโยให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพ เพราะยังอยากมีแรงทำงานแสดงที่รัก กับอาชีพที่สุดภาคภูมิใจในการสร้างรายได้ให้กับตัวเองในวัย 74 ปี

“ที่เป็นคนค่อนข้างคำนึงเรื่องสุขภาพ เพราะอยากให้ร่างกายแข็งแรง เราชอบทำงาน ยังภูมิใจในการที่ยังมีรายได้อยู่ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะทำงานได้ดี ก็ต้องทำให้ร่างกายแข็งแรง และปัจจุบันยังขับรถออกไปถ่ายละครเอง เพราะคุณหมอบอกว่าการขับรถใช้ปฏิภาณไหวพริบ ถ้าเราไม่ขับ เดี๋ยวจะยิ่งแย่ลง”

นอกจากการดูแลตัวเองของทั้งคุณแม่และคุณลูกที่มีวินัยแล้ว ยังหาความรู้เสริมเพื่อดูแลร่างกายให้แข็งแรงทั้งกายและใจ โดยขวัญบอกคุณแม่พิสูจน์ให้เห็นแล้วจริง ๆ ว่า การที่สุขภาพดีก็จะมีแรงทำทุกสิ่งได้อย่างไร้ข้อจำกัด

“อาจจะเป็นวิถีชีวิตของเราที่สั่งสมมา พอตอนนี้ใจเราอยากจะทำสิ่งต่าง ๆ ก็มีแรงที่จะทำไปพร้อมกัน พอเราสนใจเรื่องสุขภาพ ข้อมูลก็หาง่าย อย่างเช่น ของทาง สสส. ที่มีคำแนะนำว่า 5 ส. เติมสุขวัยเกษียณ พอดูแล้วก็เป็นสิ่งที่บ้านเราทำอยู่เหมือนกัน ทั้งสุขสว่าง สุขสนุก สุขสบาย สุขสง่า สุขสงบ ก็เป็นสิ่งที่เราทำแล้วก็พิสูจน์ว่ามันจริง ทั้งการฝึกสมองของคุณแม่  หรืออย่างสุขสนุกถ้าเราจะสนุกได้ ร่างกายเราต้องแข็งแรง สุขสงบก็เป็นคนที่ปล่อยวาง การที่ให้ความรู้เป็นหัวข้อต่าง ๆ ทำให้เข้าใจง่าย และทำตามได้ง่ายขึ้น แล้วก็ดูเรียบง่าย เมื่อทำตามก็มีความสุข”

อาโยยังฝากทิ้งท้ายถึงเพื่อน ๆ วัยเกษียณว่า “ต้องมีความสุขจากตัวเองก่อน เริ่มจากใจ ทำใจให้สงบ เบิกบาน อย่าเอาขยะเข้ามาในหัว คิดบวกเข้าไว้ มีน้ำใจให้กันและกัน ใจเขาใจเรา ต้องทำตัวเองให้แข็งแรง เพื่อพร้อมที่จะอยู่ในโลกนี้ต่อไป เราต้องมีความสุขและภูมิใจในตัวเราเอง”

ส่วน “ขวัญ” มองว่าในฐานะลูก การที่แม่ดูแลตัวเองอย่างดีให้แข็งแรงทั้งกายและใจ ก็เหมือนเป็นวิธีการบอกรักลูกอย่างหนึ่ง สำหรับตัวเองแค่ได้เห็นคุณแม่ มีเพื่อน มีสังคม มีงานอดิเรกทำ ได้ทำงานศิลปะที่ชอบ ก็มีความสุขแล้วเหมือนกัน

พม. ร่วมกับ เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย รวมพลังศรัทธา 750 ชีวิต 9 กลุ่มชาติพันธุ์ น้อมใจถวายความอาลัย “แม่ของแผ่นดิน”

นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ได้กล่าวถึง การบูรณาการความร่วมมือระหว่าง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย และศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.จอส.พระราชทาน) นำผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ 750 คน จาก 9 กลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ กะเหรี่ยง ลาหู่ ปะโอ ดาราอาง ม้ง อ่าข่า คะฉิ่น ปลัง และไทยใหญ่ เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

การรวมพลังของกลุ่มชาติพันธุ์จากทั่วประเทศในครั้งนี้ สะท้อนความจงรักภักดี ความสามัคคี และสายใยความผูกพันอันลึกซึ้งที่พี่น้องชนชาติพันธุ์มีต่อสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยือนพสกนิกรในถิ่นทุรกันดารอย่างต่อเนื่อง ทรงพระราชทานความช่วยเหลือ แนะนำแนวทางการพัฒนา และส่งเสริมอาชีพ งานหัตถศิลป์ และศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน อันเป็นรากฐานสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตและการธำรงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ไทย

ภายหลังพิธีถวายบังคม พม. ได้จัดกิจกรรมต้อนรับคณะกลุ่มชาติพันธุ์ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดย นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวต้อนรับและแสดงความชื่นชมต่อพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์จากทั่วประเทศ ที่ร่วมแสดงพลังความสามัคคีและความจงรักภักดี พร้อมย้ำถึงบทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการเป็นกลไกหลักด้านนโยบายและการบูรณาการความร่วมมือ เพื่อคุ้มครองสิทธิ ส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ภายในกิจกรรม มีการรับชมวิดีทัศน์พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศ พร้อมการให้ความรู้เกี่ยวกับ พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 เพื่อสร้างความเข้าใจด้านสิทธิ หน้าที่ และการใช้กฎหมายเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ บนพื้นฐานของความเสมอภาคและการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลาย ตอกย้ำบทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการขับเคลื่อนนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน และการสืบสานพระราชปณิธานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพสกนิกรทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน

พมใกล้คุณ

เชิญฉลองตรุษจีนปีมะเมีย ที่โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์

ห้องอาหารจีนหยก โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เชิญฉลองเทศกาลตรุษจีนปีมะเมีย วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยอาหารมงคลชุดใหญ่ ซึ่งเชฟอาหารจีนผู้มากประสบการณ์ได้คัดสรรเมนูที่มีความหมายเป็นสิริมงคลมาบริการ เริ่มต้นพียงชุดละ 6,999 บาท++ สำหรับ 5 ท่าน และ 10,999 บาท++ สำหรับ 10 ท่าน

หรือจะเลือกเมนูตามสั่งเช่น “หยี่ซัง-สลัดปลานำโชค” ซุปลิ้นหมูรากบัว (เงินทองไหลมา) สเต็กเป๋าฮื้อ (มั่งคั่ง ร่ำรวย) เริ่มต้นเพียงที่ละ 399 บาท++ นอกจากนี้ยังมีเมนูติ่มซำตามสั่งบริการเฉพาะมื้อกลางวัน

ของกำนัลสุดพิเศษ!! เพลิดเพลินกับ “แป๊ะยิ้ม” ที่จะมาทักทายอวยพรพร้อมตัวตลก “โบโซ่” ที่จะมาบิดลูกโป่งพร้อมมอบรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ทุกครอบครัวระหว่างเวลา 12.00 – 14.30 น. ทุกโต๊ะจะได้รับ “ซาลาเปารูปส้ม” และจับซองอั่งเปา เพื่อลุ้นรับคูปองส่วนลดสูงสุดถึง 30%

มื้อกลางวันเปิดบริการเวลา 11.30 – 14.30 น. และมื้อค่ำ 18.00 – 22.00 น. ตั้งอยู่ชั้น 2 มีห้องส่วนตัวจำนวน 12 ห้อง เพื่อความสะดวกสบายตามความต้องการ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่โทร.0-2276-4567 หรือไลน์ @theemeraldhotel และ www.facebook.com/yoktheemerald

เคมีใหม่ที่ลงตัว ALLY ft. JHIN กับเพลง “but you” เพลงรักสากลที่น่าจับตามอง

ALLY – แอลลี่ อชิรญา นิติพน กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ “but you” เพลงป๊อปฟังสบายที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง และนับเป็นการร่วมงานกันอย่างเต็มตัวครั้งแรกกับ JHIN (จิน) ศิลปินเจ้าของเพลงฮิต “Blue Butterflies” ที่เคยสร้างกระแสไวรัลในโลกโซเชียล โดยก่อนหน้านี้แอลลี่เคยร่วมร้องในเวอร์ชัน Remix มาแล้ว

ซิงเกิล “but you” ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแอลลี่บนเส้นทางศิลปิน ด้วยการเลือกถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน บทเพลงภาษาอังกฤษ เพื่อเปิดพื้นที่ทางดนตรีสู่ผู้ฟังระดับสากล และสะท้อนตัวตนของศิลปินรุ่นใหม่ที่พร้อมก้าวสู่ตลาดอินเตอร์อย่างเต็มตัว ภายใต้แนวดนตรี POP ที่ให้บรรยากาศอบอุ่น ฟังง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์

เนื้อหาของเพลงเล่าเรื่องราวของคนสองคนที่เคยรักกัน และยังคงมีความรักให้กันอยู่ แต่กลับต้องเผชิญกับสถานการณ์และเงื่อนไขของชีวิตที่ทำให้ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ บทเพลงพาผู้ฟังดำดิ่งสู่โลกของคำว่า “ถ้าหากว่า…” ถ่ายทอดความรู้สึกที่ไม่เคยได้เอ่ยออกมา ผ่านมุมมองของทั้งสองฝ่าย สะท้อนความสัมพันธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

ซาวด์ดนตรีที่ละเมียดละไมและอัดแน่นด้วยอารมณ์ ช่วยโอบล้อมผู้ฟังด้วยบรรยากาศราวกับภาพยนตร์ พร้อมกลิ่นอายของความคิดถึง เติมเต็มเรื่องราวของความรักที่ยังค้างคาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ในส่วนของมิวสิกวิดีโอเพลง “but you” ได้ JHIN มาร่วมแสดง โดยถ่ายทำในนิวยอร์กควบคู่ไปกับการถ่ายทำของแอลลี่ในประเทศไทย ถ่ายทอดภาพของสองประเทศ สองวัฒนธรรมที่แตกต่าง แต่เชื่อมโยงเข้าหากันผ่านดนตรีและความรู้สึกเดียวกันได้อย่างลงตัว

butyou

butyouALLYFtJHIN

ALLY #allynitibhon #แอลลี่

“อินดิเพนเด้นท์ ฟิล์ม” ปล่อย Trailer สะเทือนโซเชี่ยล ซีรีส์แซฟฟิคแนวตั้ง “Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล” การันตีความกวนสุดขั้ว พร้อมกัน 28 ก.พ นี้

ปล่อยTrailer วันเดียวสนั่นโซเชี่ยล! มีผู้เข้าชมกว่าสามแสนวิวมาพร้อมคอมเมนต์กระหน่ำ สำหรับ “อินดิเพนเด้นท์ ฟิล์ม (Independent Film)” ในเครือสังกัดiAM กับซีรีส์แนวตั้งครั้งแรกเรื่อง “Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล”ซึ่งมีนักแสดงนำไอดอลจากวง BNK48 ทั้ง 4 คน นำแสดงโดย โมเน่ต์–ภาริตา ริเริ่มกุล, แพรว–แพรวา ศิริวัฒนศักดิกุล, แจนรี่-กัลยารัตน์ ปั้นพิพัฒน์, มารีน–กชพร พรโชคชัย และสมาชิกในวงอีกมากมายมาสร้างสีสันความสนุกสุดแสบบวกกับความกวนสุดขั้ว ซึ่งล่าสุดปล่อย Official Trailer และภาพโปสเตอร์แรกเรียกน้ำย่อยเรียบร้อย รับชมพร้อมกัน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.00 น. ทาง tiktok.com/@shockmegirls.official เริ่มตอนแรก 28 กุมภาพันธ์ 2569

“Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล” เป็นเรื่องราวความรักของวัยรุ่นในรั้วโรงเรียน แนวแซฟฟิค โรแมนติก คอมเมดี้ เมื่อ “จอร์จี้” (โมเน่ต์–ภาริตา ริเริ่มกุล) เด็กสาวแสบผู้ไม่มีอะไรเข้าพวกกับคำว่าเรียบร้อย ดันไปตกหลุมรัก “ตะวัน” (แจนรี่-กัลยารัตน์ ปั้นพิพัฒน์) สาวเย็นชาที่ได้รับฉายา ราชินีน้ำแข็ง—แต่ราชินีน้ำแข็งคนนี้กลับชอบผู้หญิงสายหวานน่ารัก งานนี้ “จอร์จี้” จึงต้องร่วมมือกับ “มินตรา” (แพรว–แพรวา ศิริวัฒนศักดิกุล) สาวเพอร์เฟกต์ประจำโรงเรียน เพื่อปฏิบัติการพลิกโฉมตัวตนและหัวใจครั้งใหญ่ ที่อาจทำให้เธอได้รัก…หรือค้นพบว่าความรักควรเริ่มจากการเป็นตัวเอง

สามารถชม Official Trailer ได้ที่นี่ : https://vt.tiktok.com/ZSmeNcVUT/

สามารถติดตามความเคลื่อนไหว Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล ได้ทาง

FB : facebook.com/ShockMeGirls/

IG : instagram.com/shockmegirls.official/

X : x.com/shockmegirls?s=21

Tiktok : tiktok.com/@shockmegirls.official

#ShockMeGirlsTH
#รักช็อตใจยัยช็อตฟิล
#IndependentFilm
#BNK48 #CGM48

เบน-ชลาทิศ สวมบท “บังเบน” เสิร์ฟโรตีเซอร์ไพรส์แฟน..กลางตลาดนัด มศว. ฉลอง MV “The One” ยอดวิวดี..กระแสปัง!!

เพลงดี กระแสปัง!! สำหรับซิงเกิลใหม่ “The One” ของ เบน-ชลาทิศ  ที่ล่าสุดเพิ่งส่ง MV        ให้แฟน ๆ ได้ฟังและชมกันสด ๆ ร้อน ๆ เพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์  ยอดวิวบนยูทูปทะลุ 1 ล้านวิว!!                         กับเรื่องราวใน MV ที่เล่าถึงการเฝ้ารอ “รักแท้” ของหนุ่มขายโรตีที่ไปหลงรักสาวคาราโอเกะ งานนี้เจ้าตัวไม่รอช้า จัดกิจกรรมสุดพิเศษเป็นการขอบคุณแฟน ๆ ด้วย Roti The One By Ben ขอสวมบท  “บังเบน” ยกรถโรตีแบบใน  MV มาเซอร์ไพรส์แฟน พร้อมเสิร์ฟโรตี The One กรอบอร่อย ถึงมือกันทุกคนกลางตลาดนัด มศว. ย่านอโศก บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน  แฟน ๆ แห่มารอรับโรตี The One จนหมดเกลี้ยง แถมยังเอ็นจอยถ่ายรูปแบบใกล้ชิด สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับแฟนเพลงและผู้ที่มาจับจ่ายในตลาดอย่างคึกคัก..

เบน เล่าว่า… “บรรยากาศวันนี้ สนุกมากครับ ได้มาเจอพี่ ๆ น้อง ๆ ที่ตลาดนัด มศว. ได้มามอบโรตี  “The One”  ให้กับทุกคน  รวมถึงได้มาโปรโมทเพลงใหม่ของผมด้วย ก็ขอฝากเพลงใหม่ The One  ของผมด้วยครับ  ชึ่งช่วงนี้ตรงกับเดือนแห่งความรักพอดี  สำหรับใครที่ตามหา “The One”คนที่รัก หรือกำลังรอรักแท้อยู่ ก็ขอให้สมหวังทุกคนนะครับ และอย่าลืมฟังเพลงใหม่นี้ของผมกันเยอะ ๆ ครับ” 

ติดตาม MV เพลง “The One” จาก เบน ชลาทิศ ได้แล้ววันนี้ทาง https://www.youtube.com/watch?v=uAA_fsIhSNo และฟังเพลงได้ทุกช่องทางสตรีมมิ่ง-ดาวน์โหลด https://benchalatit.lnk.to/theone ติดตามความเคลื่อนไหว เบน ชลาทิศ ได้ที่ https://bio.to/BenChalatit

#RotiTheOnebyBen #TheOne #เบนชลาทิศ #BenChalatit #TeroMusic

3 สาว “Blyss” ประเดิมร้องเพลงประกอบซีรีส์ “รู้กันในใจ (No Status)”ทุ่มสุดตัว! เสริมความน่ารัก ใน “Play Park รักไม่คาดฝัน”

ครั้งแรกกับการเสิร์ฟอะไรใหม่ ๆ สำหรับ 3 สาววง “Blyss” ที่ได้โชว์พลังเสียงให้แฟน ๆ ประทับใจ ผ่านบทเพลงรักหวานซึ้ง “รู้กันในใจ (No Status)” เพลงประกอบซีรีส์ “Play Park รักไม่คาดฝัน” ทางช่อง 3 งานนี้สาว ๆ ทุ่มเททำการบ้านอย่างหนัก เพื่อถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครออกมาได้อย่างลึกซึ้งและไพเราะ อีกทั้งยังได้ “ครูปิ๋ม เสาวณีย์” มาเป็นโปรดิวเซอร์และครูสอนร้องเพลงอีกด้วย เรียกได้ว่าเรื่องคุณภาพคงไม่ต้องพูดถึงเสิร์ฟถึงใจให้แฟน ๆ ซีรีส์ได้ฟินกันอย่างแน่นอน

ทางด้าน 3 สาววง “Blyss” ได้เผยความรู้สึกในวันอัดเพลงว่า “ได้มาร้องเพลงประกอบซีรีส์ครั้งแรกเป็นอะไรใหม่ที่ได้ทำเลยค่ะ เพราะถ้าเป็นเพลงของวง Blyss  เอง เราจะใส่เอกลักษณ์ความเป็นตัวเราเข้าไป แต่พอเป็นเพลงประกอบซีรีส์ เราก็ต้องสื่ออารมณ์ของตัวละครให้ชัดเจนมากที่สุด ขอฝากเพลงประกอบซีรีส์ ‘รู้กันในใจ (No Status)’ ด้วยนะคะ เป็นเพลงที่เล่าเกี่ยวกับความลับที่ตะโกนความรักออกมาได้ดังมากเลยค่ะ พวกเราทำการบ้านกันหนักมากด้วย เรียกได้ว่าร้องเพลงนี้กันทั้งวันเลยค่ะ”

สามารถรับชม Official MV ได้แล้ววันนี้กับ เพลง “รู้กันในใจ (No Status)” โดย “Blyss” ได้ทาง YouTube Ch3Thailand Music : https://youtu.be/xnOOAzX9nK4  และ Web/App 3Plus : https://ch3plus.com/music/v/520 สตรีมมิ่งทุกแพลตฟอร์ม https://bfan.link/ruukanainaicch-no-status และรอติดตามชม ซีรีส์ “Play Park รักไม่คาดฝัน” ได้ทุกวันศุกร์ เริ่มตอนแรก 20 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูออนไลน์ที่ 3Plus

ผู้ว่า ททท ชวนสัมผัสประสบการณ์สุด exclusive ครั้งแรกในไทย.. Louis Vuitton เนรมิตตึกเก่า 100 ปี เป็นโรงแรมสุดหรู ฉลอง 130 ปี ลาย Monogram

Louis Vuitton ฉลองครบรอบ 130 ปี ลาย Monogram สุดคลาสสิกกับพ็อปอัป Louis Vuitton Hotel Bangkok นิทรรศการสุดพิเศษในรูปแบบโรงแรมจำลอง ครั้งแรกในไทย และยังเป็นที่เดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทาง Louis Vuitton ได้เดินทางไปสร้างประสบการณ์มาแล้วทั้งในเซี่ยงไฮ้ นิวยอร์ก และโซล

โดยครั้งนี้ Louis Vuitton เทกโอเวอร์ บ้านตรอกถั่วงอก อาคารเก่าแก่อายุร่วม 100 ปี ย่านเยาวราช ให้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะ ซึ่งไฮไลต์คือภายในอาคาร 4 ชั้น จะมีการจัดแสดงกระเป๋า 5 รุ่นในตำนานอย่าง Keepall, Speedy, Alma, Neverfull และ Noé พร้อมเรื่องราวประวัติความเป็นมาและความสำคัญ

เพื่อให้สายแฟชั่น สายคอนเทนต์ที่ชอบถ่ายรูป และคนที่อยากศึกษาประวัติศาสตร์ของแบรนด์เนมระดับโลกได้สัมผัสประสบการณ์ Retro-Luxury ในบรรยากาศตึกย้อนยุค

สามารถเข้าชมตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2026 โดยมีช่วงเวลาเปิดทำการดังนี้

  • วันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 11:00-20:00 น.
  • วันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลา 10:00-21:00 น.

ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องสำรองการเข้าชมล่วงหน้าผ่าน https://hotel-bangkok.louisvuitton.com/LV?from=pr

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี รวมพลังเยาวชนลดการบูลลี่ ผ่านกิจกรรม “เท่อย่างไทย” ในโรงเรียนทั่วประเทศ

โครงการ “เท่อย่างไทย โดยไฟ-ฟ้า ทีทีบี” เดินหน้ารณรงค์ต่อต้านการบูลลี่ในสถานศึกษาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผ่านการจัดประกวดโครงงาน “เท่ได้ ต้องไม่บูลลี่” ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษา เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ มีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลง และร่วมผลักดันให้สภาพแวดล้อมในโรงเรียนปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยผลงานกว่า 220 โครงงานที่ส่งเข้าประกวด ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงพลังความคิดสร้างสรรค์และความตั้งใจของเยาวชน ซึ่งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้คัดเลือกผลงานที่โดดเด่นด้านความแปลกใหม่ การต่อยอด และการนำไปใช้จริง เพื่อเป็นต้นแบบในการขยายผลต่อไป

นางสาวมาริสา จงคงคาวุฒิ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ทีทีบี กล่าวว่า  “เพราะเราเชื่อว่า โรงเรียนที่ปราศจากการบูลลี่ คือ จุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมที่เคารพคุณค่าความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง จึงได้สนับสนุนการจัดการแข่งขันประกวด “โครงงาน เท่ได้..ต้องไม่บูลลี่” ซึ่งเป็น 1 ในกิจกรรมหลักภายใต้โครงการ “เท่อย่างไทย” โดยไฟ-ฟ้า ทีทีบี เพื่อเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก ๆ ได้แสดงศักยภาพและเติบโตอย่างมั่นใจ ตอกย้ำปรัชญา Make REAL Change ที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้กับสังคม

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีการจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ “โครงงาน เท่ได้..ต้องไม่บูลลี่” มีน้อง ๆ จากหลายโรงเรียนที่ผ่านรอบคัดเลือกเข้ามาร่วมโชว์ไอเดียกันอย่างเต็มที่ โดยการประกวดครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีให้เยาวชนแสดงความคิดสร้างสรรค์ แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้เด็กได้คิด และ ลงมือทำจริง พร้อมปลูกฝังคุณค่าของการเคารพ ความเข้าใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างแตกต่าง โดยมุ่งหวังให้การรณรงค์ต่อต้านการบูลลี่เกิดขึ้นจากภายใน และเติบโตจนกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ในโรงเรียน” มาริสากล่าว

ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความเข้าใจและตระหนักรู้ ในยุคโซเชียลเปราะบาง

อาจารย์ศศกร วิชัย รองผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในการตัดสินรอบชิงชนะเลิศ ให้ความเห็นว่า “จากภาพรวมของโครงงานสะท้อนว่า เยาวชนไม่เพียงเข้าใจโจทย์อย่างแท้จริง แต่ยังนำไปประยุกต์ใช้กับบริบทของโรงเรียนได้อย่างสร้างสรรค์ และมีการต่อยอดไปถึงการสร้างสังคมให้น่าอยู่ รวมถึงเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ยั่งยืน ขอขอบคุณโครงการเท่อย่างไทย โดยไฟ-ฟ้า ทีทีบี ที่ให้โอกาสเยาวชนได้สร้างสรรค์ผลงานผ่านโจทย์ที่แฝงไปด้วยเรื่องราวของความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม ซึ่งจะช่วยสร้างเมล็ดพันธุ์ที่ดีมีภูมิคุ้มกัน กลายเป็นความหวังของสังคมในปัจจุบันและอนาคตได้ต่อไป”

จาก “ความต่าง” สู่ “พลังบวก”

เสียงสะท้อนจากกลุ่มชาติพันธุ์และผู้บกพร่องทางการได้ยินสะท้อนให้เห็นว่า “ความแตกต่างไม่ใช่จุดอ่อนทำให้กลุ่มเยาวชนผู้บกพร่องทางการได้ยินจากโรงเรียนเศรษฐเสถียร กรุงเทพฯ คว้ารางวัลชนะเลิศระดับชั้นมัธยมต้น และรางวัลชนะเลิศระดับชั้นมัธยมปลาย เป็นของโรงเรียนออมก๋อยวิทยา จ.เชียงใหม่

น้อง ๆ กลุ่มชาติพันธุ์ โรงเรียนออมก๋อยวิทยา จ.เชียงใหม่ ผู้ชนะเลิศระดับชั้นมัธยมปลาย บอกว่า ที่โรงเรียนมีหลากหลายชาติพันธุ์ และมีความไม่เข้าใจในวัฒนธรรมของแต่ละชนเผ่า เกิดปัญหาการบูลลี่กันเยอะ จึงใช้แนวคิด “แตกต่างกันได้ แต่ต้องเคียงข้างกันอย่างให้เกียรติ” มาเป็นจุดขายหลักพร้อมทั้งกระตุ้นให้นำคำบูลลี่มาเป็นพลังบวก โดยเน้นสร้างคอนเทนท์ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นความสนใจของเพื่อนในโรงเรียน และภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือนเรามีแกนนำจิตอาสาเพิ่มขึ้นและสามารถลดพฤติกรรมการบูลลี่ในโรงเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม ต้องขอบคุณการสนับสนุนจากไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี ที่มีโครงการดี ๆ มาเป็นจุดเริ่มต้นในโรงเรียน ซึ่งจะมีการวางแผนส่งต่อให้รุ่นน้อง

ปลุกความกล้า ปล่อยเด็กคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์

ด้านมุมมองของคณะครูที่ปรึกษา โรงเรียนออมก๋อยวิทยา กล่าวว่า เด็กกลุ่มนี้ไม่ใช่เด็กกิจกรรม ไม่กล้าแสดงออก แต่มีไฟที่อยากเปลี่ยนทัศนคติการบูลลี่เรื่องชาติพันธุ์ เพราะเคยโดนมาก่อน ซึ่งความท้าทายของครู คือ การทำให้เด็กมีความคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้กิจกรรมประสบความสำเร็จมากที่สุด โดยทั้งหมดนี้เป็นกิจกรรมที่เด็กคิดเองและลงมือศึกษา ส่วนครูเป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำ ไม่ได้ตัดสินใจแทน และวันนี้ดีใจมากที่ความทุ่มเทของเด็ก ๆ มีรางวัลชนะเลิศเป็นผลตอบแทน    

สามารถติดตามประกาศผลรางวัลต่าง ๆ และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ “เท่อย่างไทย” โดย “ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ได้ที่ www.เท่อย่างไทย.com  และติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมอื่น ๆ ได้ที่ www.ttbfoundation.org

#เท่อย่างไทย #โครงการเท่อย่างไทยโดยไฟฟ้าทีทีบี #ไฟฟ้าทีทีบี #เท่ได้ต้องไม่บูลลี่

#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต

#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกิจกรรมประชาสัมพันธ์ “เทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ปี 2569” เฉลิมฉลอง 51 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกิจกรรมประชาสัมพันธ์การจัดงาน เทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม

ภายในงานมีสิงโตเพื่อความเป็นสิริมงคล และการมอบสัญลักษณ์มงคลเนื่องในโอกาสการจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 51 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน พร้อมตอกย้ำความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และพันธมิตรภาครัฐและเอกชน จัดงาน Amazing Thailand Happy Chinese New Year 2026 ภายใต้แนวคิด Ride the Fortune, Share the Future โดยมีกิจกรรมสำคัญในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ การประดับไฟถนนเยาวราช ระหว่างวันที่ 7 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 เวลา 18.00–23.00 น. และการจัดงานเทศกาล ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ระหว่างวันที่ 14–18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.00–22.00 น. ซึ่งจะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 4 คณะ การแสดงศิลปินไทยและจีน กิจกรรมเวิร์กชอปวัฒนธรรมไทย–จีน และการตกแต่งโคมไฟมงคลขนาดใหญ่

นอกจากนี้ ททท. ยังจัดงาน Amazing Thailand Chinese New Year 2026 @Hat Yai ระหว่างวันที่ 17–20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ถนนเสน่หานุสรณ์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นำเสนอการแสดงวัฒนธรรมจีนร่วมสมัย การแสดงสิงโต มังกร กายกรรม ศิลปินชื่อดัง และร้านค้าอาหารและสินค้ากว่า 100 ร้าน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความเป็นสิริมงคล

พร้อมกันนี้ ททท. ยังสนับสนุนการจัดงานตรุษจีนในพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ อาทิ งานประเพณีแห่เจ้าพ่อ–เจ้าแม่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 10–21 กุมภาพันธ์ 2569 และงานตรุษจีนสุพรรณบุรี ณ อุทยานมังกรสวรรค์ ระหว่างวันที่ 17–18 กุมภาพันธ์ 2569 รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจากพันธมิตรในศูนย์การค้าชั้นนำทั่วประเทศ

ททท. คาดการณ์สถานการณ์การเดินทางช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 (13-22 กุมภาพันธ์ 2569) จะมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศ ประมาณ 1.25 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และ ผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทาง 2.30 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ก่อให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยว รวมประมาณ 42,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

AmazingThailand #ChineseNewYear2026 #เทศกาลตรุษจีน2569 #ThailandFestival