ไม่ใช่แค่นมอัลมอนด์ แต่คือไลฟ์สไตล์ Almond Breeze® Unsweetened 25 kcalทางเลือกเบา ๆ ที่ใช่ในทุกวัน

อยากได้เครื่องดื่มที่ทั้งอร่อย ดื่มง่าย และดีต่อสุขภาพในกล่องเดียวไหม? ต้องนี่เลย Almond Breeze® Unsweetened 25 kcal สูตรนี้เค้าคิดมาเพื่อสายเฮลท์ตี้และคนที่ดูแลตัวเองโดยเฉพาะ แคลน้อยสุด ๆ แค่ 25 kcal ดื่มได้ทุกวันแบบไม่รู้สึกผิด แต่ฟินได้เต็มกล่อง ใครที่กำลังควบคุมแคลอรี ดื่มได้สบาย ๆ ทุกวัน ไม่ต้องกลัวอ้วน ไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะแค่ 25 Kcal ก็เติมความสดชื่นได้แล้ว ไขมันต่ำ-ไม่มีคอเลสเตอรอล ไม่เพียงแค่แคลน้อย แต่ยังใส่ใจสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดด้วยนะ ดีต่อคนที่ดูแลสุขภาพระยะยาว ดื่มได้อย่างมั่นใจทั้งเช้า เที่ยง เย็น มีวิตามินอีและแคลเซียม ดีต่อผิวและกระดูก กล่องเดียวแต่ได้ประโยชน์ครบ วิตามินอีช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี มีออร่า ส่วนแคลเซียมก็ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน เหมาะกับทุกวัยและทุกไลฟ์สไตล์ บอกเลยว่า ได้ทั้งความสวย ความฟิต และสุขภาพแข็งแรงในเวลาเดียวกัน ที่สำคัญทำจากอัลมอนด์แท้ 100% จากแคลิฟอร์เนีย หอมละมุน กลมกล่อมแบบธรรมชาติ ดื่มเพียวก็อร่อย ผสมกับกาแฟก็เข้ากันสุด ๆ หรือจะใส่สมูทตี้ โปรตีนเชค ก็ยิ่งอร่อย เฮลท์ตี้ไปอีก

ในยุคที่ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพ Almond Breeze® Unsweetened 25 kcal “ทางเลือกเบา ๆ ที่ใช่” ทั้งอร่อย มีประโยชน์ คุ้มค่าทุกกล่อง อร่อยได้ ไม่ต้องแคร์แคล! สายเฮลท์ตี้เลิฟสิ่งนี้ หาซื้อได้แล้วที่ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ

ติดตามกิจกรรมดี ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีกับ Almond Breeze® ได้ที่

     www.facebook.com/Bluediamondthailand

#AlmondBreeze25kcalxYaya

“เมกาโฮม หาดใหญ่” เปิดให้บริการแล้ว ย้ำเจตนารมณ์ #ไทยไม่ทิ้งกัน เคียงข้างชุมชน-ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด

เมื่อวิกฤตผ่านไป… การฟื้นฟูเพิ่งเริ่มต้น “เมกาโฮม หาดใหญ่” กลับมาเปิดให้บริการตามปกติ ในวันที่ 1 มกราคม 2569 นี้ พร้อมตอกย้ำบทบาทแบรนด์ที่ยืนหยัดเคียงข้างชุมชน ในช่วงเวลาที่หลายครอบครัวอยู่ระหว่างการซ่อมแซม ฟื้นฟู และจัดระเบียบการใช้ชีวิตให้กลับคืนสู่ความปกติอีกครั้ง

คุณวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า “การกลับมาเปิดให้บริการครั้งนี้ เป็นทั้งการฟื้นตัวของสาขาที่กลับคืนสู่ความปกติ และยังสะท้อนถึงจังหวะสำคัญในการฟื้นตัวของชุมชนโดยรอบ เพราะในช่วงหลังน้ำลด สิ่งที่ทุกคนต้องการมากที่สุด คือ ‘ของใช้และอุปกรณ์ซ่อมแซมที่เข้าถึงได้รวดเร็วและมั่นใจได้’ ควบคู่กับความเชื่อมั่นว่า พวกเขาสามารถ ‘เริ่มต้นใหม่ได้’ เมกาโฮมจึงมุ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่างแบบครบวงจร ที่พร้อมรองรับความต้องการทั้งเรื่องอยู่อาศัย ซ่อมแซม ฟื้นฟู และปรับปรุงบ้านเรือนอย่างครบวงจรในจุดเดียว”

ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา “เมกาโฮม หาดใหญ่” ได้ร่วมแบ่งเบาภาระของผู้ประสบภัย ผ่านมาตรการสินค้าราคาพิเศษ เพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมและฟื้นฟูบ้านเรือน ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือช่าง ระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง สีและฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงกลุ่มสินค้าจัดการน้ำและซ่อมแซมโครงสร้างบ้าน เช่น ปั๊มน้ำ แท็งก์น้ำ อุปกรณ์ทำสวน ครัว และของใช้ในบ้าน ประตู หน้าต่าง สุขภัณฑ์ รวมถึงกระเบื้องและวัสดุก่อสร้างที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถเริ่มต้นฟื้นฟูบ้านได้ทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว

สำหรับการกลับมาเปิดบริการในครั้งนี้ เมกาโฮมยังให้ความสำคัญกับความพร้อมของสินค้า มาตรฐานความปลอดภัยภายในสาขา และคุณภาพการให้บริการ เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจและสะดวกที่สุด พร้อมดูแลลูกค้ารอบด้าน ในช่วงเวลาที่ทุกคนต้องเร่งก้าวผ่านความเสียหายและกลับมาจัดการบ้านเรือนให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในระยะยาว

นอกจากนี้ เมกาโฮมยังคงยืนหยัดเคียงข้างชุมชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง สะท้อนบทบาทขององค์กรที่ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม และพร้อมช่วยเหลือประชาชนในยามที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง

“การกลับมาเปิดให้บริการในครั้งนี้ คือการยืนยันเจตนารมณ์ของเมกาโฮมในการเคียงข้างสังคมไทยทุกสถานการณ์ ภายใต้แนวคิด #ไทยไม่ทิ้งกัน เมกาโฮม หาดใหญ่ พร้อมสนับสนุนทุกการซ่อมแซม ทุกการฟื้นฟู และทุกก้าวของการกลับมาใช้ชีวิตปกติของพี่น้องประชาชนในภาคใต้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง” คุณวีรพันธ์ฯ กล่าวย้ำ

#เมกาโฮม #MegaHome #เมกาโฮมศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่าง #ช่างเลือกเมกาโฮม #Homepropr

เทศกาล “กรุงเทพดีต่อใจ” Bangkok Bestival 2026 เปิดพื้นที่แห่งรอยยิ้ม ให้เป็นวันดี ๆ ของครอบครัว

มาชาร์จพลังใจไปพร้อมกันกับ “กรุงเทพดีต่อใจ” Bangkok Bestival 2026 ครั้งที่ 4  เทศกาล                       แห่งความสุข ที่เปลี่ยน 4  สวนสาธารณะใจกลางเมือง ได้แก่ สวนเบญจกิติ สวนลุมพินี อุทยานเบญจสิริ และ                   สวนปทุมวนานุรักษ์ ให้เป็นพื้นที่สำหรับครอบครัวได้พักกาย พักใจ เล่นสนุก และเรียนรู้ไปด้วยกัน และให้น้องๆ หนูๆ เปิดประสบการณ์ใหม่ผ่านการเล่นและการเรียนรู้ในสวนกลางกรุงที่ใหญ่ที่สุด

พบกับกิจกรรมไฮไลต์ ดังนี้

  • Kids Climbing โดย Big Trees ชวนน้อง ๆ มาปืนต้นไม้อย่างถูกวิธีและปลอดภัย ฝึกความแข็งแรง                  ของกล้ามเนื้อ และความกล้าหาญ วันที่ 10-11 มกราคม 2569 รอบเช้า 10.00-12.00 น. รอบบ่าย 14.00-16.00 น.
  • Biodiversity Survey โดยมูลนิธิรักษ์ไม้ใหญ่ (BIG Trees Foundation) ชวนทุกคนได้ปฏิบัติภารกิจสำรวจพืชและสัตว์หลากหลายชนิด วันที่11 มกราคม 2569 รอบบ่าย 15.30-17.30 น.
  • Nature Walk โดย มูลนิธิรักษ์ไม้ใหญ่ (BIG Trees Foundation) ชวนคนเมืองได้เดินสำรวจต้นไม้ในสวน พร้อมเรียนรู้ระบบนิเวศของสวนกับรุกขกร เพื่อปลุกจิตสำนึกการอนุรักษ์ธรรมชาติ  วันที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 14.00-16.00 น.
  • ระบายสีกลางสวน และฟังนิทานแสนสนุก เสริมสร้างจินตนาการไม่รู้จบ วันที่ 11 มกราคม 2569  เวลา 14.00-17.00 น.

แล้วพบกันในเทศกาล “กรุงเทพดีต่อใจ” Bangkok Bestival 2026 ระหว่าง วันที่ 9-11 มกราคม 2569 ณ สวนลุมพินี  สวนเบญจกิติ อุทยานเบญจสิริ  และสวนปทุมวนานุรักษ์ เข้างานฟรี ไม่มีค่าใชจ่าย ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เพจ FB:กรุงเทพดีต่อใจ

#กรุงเทพดีต่อใจ #BangkokBestival2026 #สุขแรกแห่งปี #สวนลุมพินี #สวนเบญจกิติ #อุทยานเบญจสิริ #สวนปทุมวนานุรักษ์ #กทม  #ThaiBev #QSNCC #OneBangkok #SustainabilityExpo

โฮมโปร ร่วมกับ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ส่งมอบอุปกรณ์ไฟฟ้า สนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลดในพื้นที่ภาคใต้ #ไทยไม่ทิ้งกัน

ในทุกวิกฤต… “บ้าน” คือ จุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูผู้คน และหลังสถานการณ์น้ำลดในหลายพื้นที่ภาคใต้ สิ่งที่หลายครอบครัวต้องเผชิญ ไม่ได้มีเพียงแค่ความเสียหายของตัวบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการชำรุดของเครื่องใช้ไฟฟ้า และความกังวลด้านความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า ที่ต้องกลับมาใช้งานอีกครั้งหลังภัยพิบัติครั้งใหญ่

ภายใต้โครงการ “โฮมโปร เมกาโฮม ห่วงใย ร่วมใจฟื้นฟูบ้าน” โฮมโปร จึงเดินหน้าสนับสนุนภารกิจฟื้นฟูหลังน้ำลดต่อเนื่อง ร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ส่งมอบอุปกรณ์ไฟฟ้า มูลค่า 54,050 บาท เพื่อสนับสนุนการตรวจเช็กและซ่อมแซมระบบงานไฟฟ้าภายในบ้านให้กลับมาปลอดภัย ลดความเสี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ในช่วงที่ประชาชนกำลังเร่งจัดการบ้านเรือนให้กลับสู่สภาพปกติ

นายธีรพล รอดเฉื่อย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานจัดส่งและติดตั้ง บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า “ช่วงหลังน้ำลด คือช่วงที่หลายครอบครัวต้องเร่งฟื้นฟูบ้านให้กลับมาอยู่ได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง และสิ่งสำคัญที่สุดคือ “ความปลอดภัยภายในบ้าน” โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าที่เป็นจุดเสี่ยงสำคัญ โฮมโปรจึงตั้งใจส่งมอบอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนภารกิจของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในบ้านของตนได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และเริ่มต้นชีวิตหลังน้ำลดได้เร็วขึ้น”

อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ส่งมอบในครั้งนี้ ครอบคลุมกลุ่มอุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมแซมและฟื้นฟูงานระบบไฟฟ้าเบื้องต้นภายในบ้าน เช่น อุปกรณ์ติดตั้งและซ่อมแซมจุดใช้งานไฟฟ้าพื้นฐาน อุปกรณ์เชื่อมต่อสายไฟ อุปกรณ์ให้แสงสว่าง รวมถึงอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย เพื่อช่วยให้การทำงานฟื้นฟูเป็นไปอย่างรัดกุมและลดความเสี่ยงจากไฟฟ้ารั่วหรือไฟฟ้าช็อต ในช่วงที่ฟื้นตัวหลังเกิดอุทกภัย

การส่งมอบดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ “พิธีรับมอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง” ณ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมี นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วยการผนึกกำลังจากพันธมิตรหลายภาคส่วนร่วมสนับสนุน เพื่อผนึกกำลังรวบรวมทรัพยากรที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูในพื้นที่ประสบภัยอย่างครอบคลุมและยั่งยืน

ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนบทบาทของโฮมโปรในฐานะ “ผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน” แต่ยังเป็น พลังของการดูแลสังคมร่วมกัน ภายใต้แนวคิด “ทุกน้ำใจ คือพลังแห่งการฟื้นฟู และบ้านที่ปลอดภัย คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง”

#โฮมโปรเมกาโฮมห่วงใยร่วมใจฟื้นฟูบ้าน #ไทยไม่ทิ้งกัน #HomeProMegaHomeCares #HomeProMegaHomeTogether #ช่างโฮมโปร #CHANGHomePro #ช่างโฮมโปรมือโปรประจำบ้านคุณ #โฮมโปร #BetterLifeเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

สิ้นปีไม่มีเหงา “ใจฉันตามเธอไป” YOUNGOHM แรงไม่หยุดยืนอันดับ 1 The Official Thailand Chart 5 สัปดาห์ซ้อนฮิตต่อเนื่องรับคริสต์มาส–ปีใหม่

เทศกาลสิ้นปีนี้ไม่มีเหงา!! ล่าสุดเพลง “ใจฉันตามเธอไป” จากอัลบั้ม “ไฟกลางคืน” ของนักร้องหนุ่ม YOUNGOHM เพลงที่ถ่ายทอดเรื่องราวของความรัก ความผูกพัน และความคิดถึงที่ยังคงอยู่ แม้ความสัมพันธ์จะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ตาม ด้วยเนื้อเพลงที่จริงใจ ตรงไปตรงมา สื่อให้รู้ว่ารักและคิดถึงกัน ยังครองใจแฟน ยืนยาวอันดับ 1 บนชาร์ตประเทศไทย The Official Thailand Chart ติดต่อกันยาวนานถึง 5 สัปดาห์ ตอกย้ำกระแสความนิยมบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งออนไลน์ชั้นนำ และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ฟังทั่วประเทศ ส่งผลให้เพลงนี้ฮอตต่อเนื่องรับตำแหน่งเพลงของเทศกาลแห่งความสุขตั้งแต่ คริสต์มาส ไปถึงเทศกาลปีใหม่นี้

คุณชญาภัช แสงทับทิม ผู้จัดการทั่วไป สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงไทย (IFPI Thailand) กล่าวถึงปรากฏการณ์ของเพลงนี้ว่า “การที่ ‘ใจฉันตามเธอไป’ สามารถติดท็อปชาร์ตประเทศไทยติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5 เป็นเครื่องยืนยันถึงพลังของบทเพลงที่เข้าถึงผู้ฟังอย่างแท้จริง The Official Thailand Chart ไม่ได้เป็นเพียงการวัดตัวเลขยอดฟัง แต่สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างศิลปินกับผู้ฟัง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมดนตรีไทยในยุคดิจิทัล”

ขณะเดียวกัน เพลง “ ใจฉันตามเธอไป” ยังถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในเพลงที่จะ ดังกระหึ่มในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ หลายเพลย์ลิสต์ยอดนิยมบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งต่างหยิบเพลงนี้ไปจัดอยู่ในหมวดเพลงฟังยาวช่วงเทศกาล ทำให้เพลงนี้ไม่เพียงเป็นเพลงฮิตประจำสัปดาห์ แต่กำลังกลายเป็นเพลงที่ผู้ฟังเลือกเปิดในช่วงเวลาคริสต์มาส ไปจนถึงช่วงนับถอยหลังสู่วันขึ้นปีใหม่ ถือเป็นเพลงที่กำลังประสบความสำเร็จในทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ สตรีมมิ่ง รวมถึงยืนหยัดในตำแหน่งอันดับที่ 1 อย่างต่อเนื่องบน The Official Thailand Chart หนึ่งในชาร์ตที่เที่ยงตรงเชื่อถือได้มากที่สุดในไทย
“The Official Thailand Chart” ชาร์ตเดียว Real Music, Real Hits
ติดตามอันดับเพลงฮิตทุกสัปดาห์ รวบรวมเพลงเปิดมากที่สุดจากบริการสตรีมมิ่งยอดนิยมในไทย
Facebook: https://www.facebook.com/IFPIThailand/
Instagram: https://www.instagram.com/ifpithailand/
TikTok: https://www.tiktok.com/@ifpi.thailand
Website: https://www.ifpithailand.com/

TheOfficialThailandChart #ชาร์ตเดียวRealMusicRealHits #IFPIThailand #IFPI

ปีม้าคึกคัก ช่อง 3 พร้อมลุยขนนักแสดงตัวท็อปลงจอเปิดโผละครใหม่พร้อมสร้างปรากฏการณ์ปังสนั่นจอรับปี 2569

เริ่มต้นเปิดประเดิมความสนุกช่วงต้นปีด้วยละครย้อนยุคเข้มข้น “ยิหวาดาตัง” จากค่าย มายน์ แอท เวิร์คส์ จำกัด ความรักและความศรัทธาที่พลิกชีวิต โดยได้หนุ่มหน้าคม “ภณ ณวัสน์” และนางเอกมีมง “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” มาประเดิมเคมีถ่ายทอดเรื่องราวในศึกไสยเวทระหว่างความรักกับความแค้นที่ต้องเลือก พร้อมประชันฝีมือกับรุ่นใหญ่ “ป๋อ ณัฐวุฒิ” และ “ชาย ชาตโยดม” และนักแสดงมากฝีมืออีกมากมาย โดยผู้จัด “แป๊ป-ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์” ที่ได้ “ดุลยสิทธิ์  นิยมกุล” และ “ทวีวัฒน์ วันทา” นั่งแท่นกำกับ

ต่อกันด้วย “ก็รักมันปักใจ” ผลงานจากค่าย ชลลัมพี บราเธอร์ จำกัด  ที่ได้ “กองทัพ พีค” มาดเท่มาพลิกบทบาท ประกบคู่นางเอกป้ายแดง “เก๋ไก๋ ณัฐธิชา” ในละครแนวโรแมนติก ดราม่า คอมเมดี้ จะมาถ่ายทอดเรื่องราวของทายาทหมื่นล้านที่ยอมทิ้งทุกอย่าง มาซ่อนตัวอยู่เป็นลูกจ้างรายวันที่เห็นเงินเป็นพระเจ้า จนเกิดเป็นความรักบนความหวาดระแวงเพราะเงินเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับอดีตคนรักเก่า โดยเป็นผลงานของผู้จัด “ต้อง-จุลวุฒิ ชลลัมพี” และผู้กำกับ “นาย-สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร”

มาพบกับอีกหนึ่งเรื่องราวความแซ่บใน “รักหักหลัง” จากค่าย เมคเกอร์ เค จำกัด ที่ห้ามพลาด! เมื่อเคยเจ็บจากรักแรก และเริ่มชีวิตใหม่แต่โลกอันโหดร้ายเหวี่ยงอดีตคนรักกลับเข้ามาในชีวิตเธอในฐานะน้องชายคนสนิทของสามี บททดสอบชีวิตสุดโหดจึงเกิดขึ้นโดยได้สองพระเอกหุ่นแซ่บ “เกรท วรินทร” และ “กระทิง ขุนณรงค์” มาประกบนางเอกสาว “พาย รินรดา” พร้อมลั่นความแซ่บสะเทือนจอจากผู้จัด “หนุ่ม-กฤษณ์ ศุกระมงคล” จากฝีมือการกำกับ “วิลาวัณย์ สังฆะภิบาล”

ต่อด้วย “โทษฐานที่รักเธอ” จากค่าย เลิฟดราม่า เมื่อคนดีต้องยอมรับบทเป็นคนเลว คนที่รักกลับกลายเป็นคนที่หักหลัง อนาคตที่เคยสดใสกลับต้องตกนรกทั้งเป็น เพียงเพราะคนเลวบางคน จึงจำเป็นต้องทวงถามทุกความอยุติธรรม แม้จะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม นำแสดงโดย “นาย ณภัทร” ประกบคู่กับสาวมากความสามารถ “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ครั้งแรก ของผู้จัดคนเก่ง “ไก่-วรายุฑ มิลินทจินดา” ที่ได้ “ปริยากร ชญานินปรเมศ” มานั่งแท่นกำกับความเข้มข้นในครั้งนี้

อีกหนึ่งเรื่องราวที่จะมาเขย่าหน้าจอให้เดือดเป็นไฟกับโปรเจกต์ “สองหัวใจ” การต่อสู้เพื่อหาทางออกในชีวิตของคนสามคน เป็นการรวมนักแสดงระดับตัวท็อปของวงการบันเทิงนำทีมโดย 2 พระเอก “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “เจมส์ มาร์” โคจรมาประกบสาว “อแมนด้า ออบดัม” พร้อมด้วย “อ๋อง สิทธานต์” ผลงานของผู้จัด “หงษ์-ธัญนิธิ ฉันท์เอกสิทธิ์” จากค่าย หก สี่ เอี่ยว จำกัด ที่ได้ “กฤษณุ อ่ำปลอด” มานั่งแท่นกำกับเรื่องแรก

อีกหนึ่งเรื่องที่สร้างกระแสสนั่นโซเชียล “ตะวันลวง” ละครฟอร์มยักษ์จากค่าย เมคเกอร์ เค จำกัด ที่ได้สามตัวท็อป ญาญ่า อุรัสยา, กลัฟ คณาวุฒิ และ เก้า นพเก้า มาประชันบทบาทเข้มข้นผ่านเรื่องราวของพี่น้องต่างสายเลือด หัวใจสามดวงที่ต้องเลือกระหว่าง ความรัก ความจริง และความถูกต้องในโลกที่บางครั้งตะวันก็อาจลวงตาให้เราเชื่อในสิ่งที่ผิด ความโรแมนติก ดราม่า ที่รังสรรค์โดย “หนุ่ม-กฤษณ์ ศุกระมงคล” เป็นการรวมตัวที่พร้อมเขย่าวงการให้ลุกเป็นไฟ

และเรื่องที่เป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ หลังจากปล่อยภาพฟิตติ้งสุดแซ่บ เรื่อง “Translator” สเต็ปเพาเวอร์ทรี ละครฟอร์มยักษ์ที่เป็นการคัมแบ็กของนักแสดงมากฝีมือ “คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส” มาประกบนักแสดงมากความสามารถ “แพร์ พิชชาภา” และ “โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์” ในละครแนวดราม่าเข้มข้นที่ตัวละครหลักต้องเผชิญหน้ากับ “ความจริงที่ยังไม่ถูกแปล” ที่มีมิติ ลึก ซับซ้อน และเต็มไปด้วยความลับ

ในส่วนพาร์ตซีรีส์แซฟฟิกยังคงเป็นผู้นำคอนเทนต์ที่ขยายตลาดในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความหลากหลาย โดย “คุณดิว-ปิ่นกมล มาลีนนท์” ที่ส่งนักแสดงทั้ง 4 คู่  “หลิงหลิง คอง – ออม กรณ์นภัส”, “ลีน่า ลลินา – หมิว ณัชชา”, “แทน ดวงแก้ว – ญดา นริลญา”, “อุ้ม อิษยา – แบม สราลี” มาเพิ่มฐานคนดูไปทั่วโลกและสร้างกระแสตอบรับในวงกว้างทั้งในไทยและในระดับ Global

พร้อมเปิดประเดิมเรื่องแรกด้วย “Play Park รักไม่คาดฝัน” ที่ได้เปิดตัว “แทน ดวงแก้ว” และ “ญดา นริลญา” มาสร้างปรากฏการณ์ความฟินด้วยเคมีฟ้าโปรด ในเรื่องราวของแม่เลี้ยงเดี่ยวเจ้าแผนการต้องมาเผชิญหน้ากับนักธุรกิจสาวจอมวางแผน การชิงไหวชิงพริบในสวนสนุกจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อม ๆ กับความรักที่ไม่คาดฝัน จากฝีมือการกำกับของ “เดวิด บีแกนเดอร์”

และปิดท้ายด้วย “Fulfill รักเติมเต็ม” อีกหนึ่งเรื่องจาก ซีรีส์แซฟฟิกที่เปิดฉากด้วยชีวิตหลังแต่งงาน แต่การแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด  แต่เป็นจุดเริ่มต้นให้ได้กลับไปเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน และก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปด้วยกัน โดยได้ “อุ้ม อิษยา” และ “แบม สราลี” มาปล่อยความคิ้วท์ดาเมจแรงให้คนดูได้ตกหลุมรักไปพร้อมกัน จากฝีมือการกำกับโดย “นาย-สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร”

มาถึงที่สุดของการรอคอยกับซีรีส์เรื่องที่ 3 ของ “หลิงหลิง คอง” และ “ออม กรณ์นภัส” คือ “วาดฝันวันวิวาห์” สร้างจากนิยายดังจากนามปากกา  reallyb หลังจากประกาศเปิดตัวก็ทำเอาโซเชียลแตก กับเรื่องราวความรักที่ต้องจบลงเพราะความขัดแย้งจากคนที่ขึ้นชื่อว่าแม่ พิธีวิวาห์ที่ถูกโอบล้อมด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และคำอวยพรเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ ในอนาคตยังมีอุปสรรคมากมายรอทั้งสองร่วมกันฝ่าฟันอยู่ โดยได้ “ป้าแจ๋ว-ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์” มารังสรรค์ความสนุก

และสำหรับ “ลีน่า ลลินา” และ “หมิว ณัชชา” ที่ผลงานเพิ่งลาจอไปได้ไม่นานกับ “รักสุดท้าย My Safe Zone The Series” ในปีหน้าทั้งสองสาวยังมีผลงานซีรีส์ออกมาเซอร์ไพรส์คนดูให้ใจเต้นแรงอย่างแน่นอนแต่จะเป็นเรื่องไหนต้องรอติดตาม

และนี่คือสุดยอดคอนเทนต์ที่เตรียมมามอบความสุข ความสนุก ความบันเทิง ให้ได้เตรียมรับแรงกระแทกกันอย่างจุใจรับศักราชใหม่ 2569 พร้อมขี่ม้าชนความยิ่งใหญ่แบบจัดเต็ม รอติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Ch3Thailand และ 3Plus

แฟนคลับฟินส่งท้ายปี! “BNK48 & CGM48” เล่นใหญ่จัดงานคริสต์มาสเฟสติวัล 3 วัน สนุกเต็มอิ่ม

มอบพลังแห่งความสุขให้แฟนคลับส่งท้ายปี โดยศิลปินไอดอล BNK48 & CGM48 จากค่ายiAM ในงาน “BNK48 & CGM48 Christmas Festival 2025: Kangaroo Village” กิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟที่เนรมิตขึ้นมาจากไอเดียสุดครีเอทของเหล่าไอดอลทั้งหมด 62 ชีวิต เป็นการฉลองเทศกาลคริสต์มาสที่มีทั้งความสนุกสนานเรียกเสียงหัวเราะ และความเบียวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน สร้างรอยยิ้มพร้อมส่งพลังบวกให้บรรดาแฟนคลับอย่างเต็มอิ่ม 3 วันจุกๆ ณ MCC Hall, The Mall Lifestore Bangkae

            บรรยากาศในงานมีแฟนคลับมาเติมเอเนอจี้ เติมพลังบวกกับเหล่าไอดอลกันอย่างคึกคักโดยมีBNK48 & CGM48 ทั้งหมด 62 คนที่ผุดไอเดียของตัวเองออกมาเป็นบูธกิจกรรมต่างๆ ซึ่งมีทั้งอาหารเมนูสุดแปลก ขนม เครื่องดื่ม ที่ได้ลงมือทำกันเองส่งถึงมือแฟนๆ  รวมทั้งคิดรูปแบบเกมมาเล่นกับแฟนคลับ เรียกว่าได้พบปะ กระทบไหล่อย่างใกล้ชิด พร้อมแจกของรางวัลสุดพิเศษ เบเนฟิตแบบโดนใจ ไม่ว่าจะเป็นของสะสม ของรัก ของหวงส่วนตัวจากไอดอลที่ไม่สามารถหาได้ในงานไหนอีก งานนี้เล่นใหญ่ 3 วันติด ทำเอาเหล่าบรรดาแฟนคลับต่างฟินกันสุดๆ เติมความสุขแบบเต็มอิ่มไปเลย

ส่วนพาร์ทบนเวทีตกแต่งด้วยต้นคริสต์มาสใหญ่กับกล่องของขวัญพร้อมพาเข้าสู่บรรยากาศของฤดูหนาวเปิดโหมดด้วยความสนุกกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินไอดอล BNK48 & CGM48 ที่มัดใจคนดูทั้งฮอลล์พร้อมโชว์ First Performance เพลง “จิงโจ้น้อยเดือนธันวาคม” แบบใส่สุดพลังร้องเต้นไม่มีอ่อม ปิดท้ายกับเหล่ารุ่นที่3 ของ BNK48 ประกาศจบการศึกษา จำนวน 8 คน ได้แก่ (อีฟ) อิสรีย์ ทวีกุลพาณิชย์, (เอิร์ธ) นภสรณ์ ศิริปาณี, (ยาหยี) ณัฏฐธิดา อาสนานิ,(เกรซ) วิรัลพัชร ธำรงค์พันธวนิช,(พีค) ภูษิตา วัฒนากรแก้ว, (เอิร์น) วชิราพร พัฒนพานิช,(มีน) ณัฐธันยา ดุลยพลและ (ข้าวฟ่าง) ญาณิศา เมืองคำ ที่ขอโบกมือลาเดินตามฝันของตัวเอง สำหรับ (ฮูพ) ปาฏลี ประเสริฐธีระชัย, (แพนเค้ก) พิทยาภรณ์ เกียรติฐิตินันท์, (โยเกิร์ต) นพรดา เลิศวิริยะพร, (โมเน่ต์) ภาริตา ริเริ่มกุล และ(เฟม) นันทภัค กิตติรัตนวิวัฒน์ จะยังใช้นามสกุล BNK48 กันต่อไป และเตรียมปล่อยเพลงพิเศษ “Celebration” ซึ่งจะเป็นเพลงจบการศึกษาเร็วๆ นี้

สามารถติดตามชมคลิปโชว์ First Performance เพลง “จิงโจ้น้อยเดือนธันวาคม” ได้ทาง Youtube BNK48 :  https://www.youtube.com/watch?v=UtbJ77f4g-I&list=PLPW9IgM1jwdu_pdRg3N7UnnfuNZFqdcDD&index=7

คลิป Day 1 : https://www.youtube.com/shorts/gbPLwLHwC6A, คลิป Day 2 : https://www.youtube.com/shorts/XpK9i-5IF6E, คลิป Day 3 : https://www.youtube.com/shorts/U-UdoqMaV4M

ทีทีบี เดินหน้าปลุกพลังอาสาสมัคร มุ่งเปลี่ยนชุมชนดีขึ้นอย่างยั่งยืนสร้างผลลัพธ์จับต้องได้จริง พร้อมจุดประกายสังคมแห่งการแบ่งปัน

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี จัดกิจกรรม ttb Volunteer Recognition Day ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำให้พนักงานตระหนักรู้ว่า องค์กรให้ความสำคัญกับผู้ที่เสียสละมาร่วมทำงานอาสาสมัคร และถือเป็นการขอบคุณอาสาสมัครทีทีบีที่ร่วมกันสร้างความสุข ส่งต่อการให้ โดยนำความรู้และความเชี่ยวชาญที่มีไปช่วยเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้น สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ถือเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจทั้งของตัวเองและองค์กร โดยในปี 2568 มีจำนวนโครงการทั้งสิ้น 20 โครงการ มีอาสาสมัครเข้าร่วมกว่า 1,000 คน และมีโครงการที่โดดเด่นสามารถตอบโจทย์และพัฒนาชุมชนเพื่อให้คนในชุมชนดำเนินการต่อไปได้อย่างยั่งยืน ยกตัวอย่าง 3 โครงการได้แก่

จัดการปัญหาขยะเปียกอย่างยั่งยืน ด้วยองค์ความรู้
นายธนอัครวุฒิ หน่อจำปา อาสาสมัครทีทีบี ทีม Talent C.A.C.3 จากโครงการ “WasteWise” ที่เข้าช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและเสริมสร้างองค์ความรู้ให้กับเยาวชนในชุมชน เล่าว่า โครงการ WasteWise ได้เข้าไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหาขยะในชุมชนตลาดหัวตะเข้ โดยส่งมอบองค์ความรู้เรื่องการจัดการขยะให้กับชุมชน เยาวชน และโรงเรียนเชิดเจิมศิลป์ ด้วยการจัดทำสื่อการเรียนรู้ บอร์ดเกมต่าง ๆ เพื่อให้ชุมชน และเยาวชนได้เรียนรู้และเข้าใจ พร้อมมอบถังหมักปุ๋ยอินทรีย์แบบไร้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ทนทาน ดูแลง่าย เพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับชุมชน

โดยเป็นปีแรกที่ได้เข้ามาเป็นอาสาสมัครทีทีบี สัมผัสได้ถึงความสุขของการเป็นผู้ให้อย่างชัดเจน ตลอดระยะเวลา 3 เดือนทุ่มเทให้กับการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างเต็มที่ และเมื่อถึงวันส่งมอบโครงการได้เจอรอยยิ้มของชุมชนก็หายเหนื่อย โดยเฉพาะพลังงานและความกระตือรือร้นของเด็ก ๆ ช่วยเติมพลังใจให้ทีมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังได้รับแรงบันดาลใจและทักษะการทำงาน ทั้งทักษะความเป็นผู้นำ การทำงานร่วมกันกับหลาย ๆ ฝ่าย ที่ต้องกำหนดเป้าหมายร่วมกัน พาทีมเดินไปทิศทางเดียวกัน มีการกระจายงานอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม

“โครงการนี้เป็นพื้นที่ของการทำงานร่วมกัน ทั้งทีมของเราที่มาจากหลากหลายสายงาน องค์กร NGO และชุมชนในพื้นที่ ทำให้ได้เรียนรู้ทักษะการประสานงาน ซึ่งการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะกับตัวแทนชุมชนและคุณครูที่มีช่วงวัยที่แตกต่าง โดยเราเน้นรับฟังเพื่อเก็บข้อมูลความต้องการและเข้าใจปัญหาที่แท้จริงของคนในชุมชน พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชน แม้จะมีความท้าทายและปัญหาที่ต้องแก้ในหลายเรื่อง แต่ทั้งหมดถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่า ทำให้ทีมเราได้เรียนรู้มากมาย ขอบคุณทีทีบีที่ส่งเสริมให้พนักงานได้มีโอกาสทำสิ่งดี ๆ สร้างประโยชน์ให้กับสังคม เรามีความสุขที่ได้เป็นผู้ให้ และผลลัพธ์ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชนได้อย่างชัดเจน” นายธนอัครวุฒิ กล่าว

ต่อยอดลวดกำมะหยี่แฟนตาซีสานฝัน สร้างอาชีพ อีกเสียงสะท้อนจากนายสรยุทธ รื่นเริง อาสาสมัครทีทีบี ทีมธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ เขตสระบุรี จากโครงการ “ลวดกำมะหยี่แฟนซีสานฝัน” เล่าให้ฟังว่า ทีมเลือกที่จะสนับสนุนโรงเรียนโดยมุ่งเน้นการส่งเสริมวิชาชีพให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ซึ่งส่วนใหญ่มีข้อจำกัดทางด้านการเงิน ต้องการเพิ่มทักษะและสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับน้อง ๆ ผ่านการต่อยอดผลิตภัณฑ์ลวดกำมะหยี่ที่โรงเรียนทำอยู่แล้ว ซึ่งทีมอาสาสมัครได้เข้าไปช่วยยกระดับทักษะ โดยจัดหาผู้เชี่ยวชาญจากวิทยาลัยสารพัดช่างสระบุรี สอนเทคนิคการจัดดอกไม้ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ทันสมัยและตอบโจทย์ เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าและเพิ่มมูลค่าด้วยการสร้างแบรนด์ ออกแบบโลโก้ จัดทำสติกเกอร์และสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ให้ นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงห้องกิจกรรมให้พร้อมใช้งานและทันสมัยขึ้น จัดซื้ออุปกรณ์จำเป็น รวมถึงสอนการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายด้วย

“ผลสำเร็จที่ชัดเจน คือ นักเรียนในกลุ่มกิจกรรมมีความรู้และต่อยอดชิ้นงานได้มากขึ้น และมียอดขายเพิ่มขึ้นจากทั้งช่องทางออนไลน์และการไปออกร้านในสถานที่ต่าง ๆ ขณะเดียวกันจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการลวดกำมะหยี่ก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 50 คน จากเดิม 15-30 คน ซึ่งสิ่งที่อาสาสมัครทีทีบีได้รับกลับมามีค่ามากกว่าความสำเร็จของโครงการ คือ ประสบการณ์ใหม่ ๆ และการได้เห็นรอยยิ้มของน้อง ๆ ถือเป็นแรงใจสำคัญที่สุด นอกจากนี้ การได้เห็นคนที่มีข้อจำกัด แต่ยังคงพยายามต่อสู้ พัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ Mindset ของทีมอาสาสมัครเปลี่ยนไป และเกิดแรงผลักดันในการพัฒนาตัวเอง รวมถึงการทำประโยชน์ต่อสังคม”

ศูนย์การเรียนรู้การเกษตรยั่งยืน แก้ปัญหาปากท้องและสร้างอาชีพ ปิดท้ายที่นายชาติชาย สมุดความ อาสาสมัครทีทีบี ทีมธุรกิจสาขา เขตพิษณุโลก จากโครงการ “ศูนย์การเรียนรู้การเกษตรอย่างยั่งยืน” เล่าว่า ทางทีมได้เข้าไปช่วยเหลือและแก้ปัญหาสำคัญของโรงเรียนบ้านปลักแรด ที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน โดยใช้แนวทางการสอนวิชาชีพและสร้างทักษะติดตัวให้กับเด็ก ๆ ผ่านการเรียนรู้ด้านการเกษตร ซึ่งได้เชิญผู้เชี่ยวชาญมาสอนวิธีการดูแลอย่างถูกต้อง พร้อมสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ โรงเพาะเห็ด และบ่อเลี้ยงกบ รวมถึงแปลงผักสวนครัว เพื่อให้เยาวชนสามารถนำความรู้นี้ไปขยายผลที่บ้านได้ในอนาคต อีกทั้งใช้ความเชี่ยวชาญติดอาวุธความรู้ทางการเงินสอนเรื่องการเงินพื้นฐานให้กับนักเรียน

“ในช่วงเริ่มแรกมีความท้าทายเรื่องความร่วมมือและการสื่อสารอยู่บ้าง เนื่องจากผู้ปกครองและคุณครูเข้าใจว่าเป็นการบริจาคแล้วจบไป แต่เจตนารมณ์ของโครงการ คือ เป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องการความร่วมมืออย่างยั่งยืน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นถือว่าน่าพอใจมาก นักเรียนมีความสุขกับการใช้เวลาว่างมาดูแลแปลงเกษตร และเกิดความผูกพันกับสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ทีมอาสาสมัครก็มีความสุขจากการได้เห็นน้อง ๆ ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองได้เพาะเห็ดนางฟ้าและออกดอกเพื่อเก็บผลผลิตเป็นครั้งแรก สามารถนำมาทำอาหารกลางวันได้จริง ทำให้ทุกคนมีความสุขกับรอยยิ้มของเด็ก ๆ เหล่านี้ นับได้ว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่เราทำ”

โครงการศูนย์การเรียนรู้การเกษตรอย่างยั่งยืน จึงไม่เพียงช่วยเติมเต็มอาหารกลางวันในเบื้องต้น แต่ยังเป็นการจุดประกายให้เด็ก ๆ มีทางเดินไปต่อ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต ซึ่งทีมอาสาสมัครทีทีบียังคงมุ่งมั่นที่จะติดตามผล พร้อมสานต่อโครงการต่อไปเพื่อสร้างความยั่งยืน ทั้งนี้ ในฐานะพนักงานทีทีบีรู้สึกภาคภูมิใจที่ทำงานอยู่ในองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคมและสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้

ทีทีบี มุ่งดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้ปรัชญา Make REAL Change เดินหน้าสานต่อพลังเปลี่ยน…ชุมชนเพื่อความยั่งยืน ด้วยกิจกรรม fai-fah for Communities ผ่านการ “ให้” จากพลังอาสาสมัครทีทีบี นำทักษะและองค์ความรู้ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง สร้างประโยชน์ ตอบโจทย์ปัญหาและพัฒนาให้ดีขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโอกาสทางอาชีพ การพัฒนาทักษะด้านการเงิน หรือการสร้างนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งต่อโอกาสให้คนอื่น ๆ จุดประกายสังคมแห่งการแบ่งปัน

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี มุ่งมั่นและตั้งใจเดินหน้าจุดประกายเยาวชนและชุมชน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ติดตามกิจกรรมดี ๆ ต่อได้ที่ https://www.ttbfoundation.org

“ว้าว” ส่งท้ายปี Waiwai Wow จัดแคมเปญ ‘Waiwai Wow Make a WOW Wish’ชวนทุกคนครีเอทความว้าว พร้อมปักธงเป้าหมายที่อยากให้เกิดขึ้นในปีหน้าและลุ้นของรางวัลสุดพิเศษ รวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แบบสุดว้าวโดย “บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด” ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “ไวไว ว้าว” จัดแคมเปญ “Waiwai Wow Make a WOW Wish” เติมสีสันเทศกาลแห่งความสุขช่วงสิ้นปี ชวนทุกคนร่วมสนุกเขียนการ์ดคำอธิษฐานขอพร และตั้งเป้าหมายชีวิตใหม่ ผ่านกิจกรรม ‘Waiwai Wow Make a WOW Wish’ ให้ทุกคนได้ร่วมกัน Enjoy ทั้งแบบ Online และ On-ground ณ ใจกลางสยามสแควร์ พร้อมลุ้นรับของรางวัลและของพรีเมียมสุดว้าว รวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท

นายยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด
กล่าวว่า “ไวไว ว้าว อยากเป็นพื้นที่ในการส่งมอบความสุขและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ช่วงเวลาท้ายปีของทุกคนพิเศษ  ผ่านแคมเปญ “Make a WOW Wish”  มาตั้งเป้าหมายในชีวิต เขียนการ์ดขอพร ทิ้งท้ายปีเก่า เริ่มต้นปีใหม่ เริ่มต้นสิ่งใหม่ที่ดีไปพร้อมๆ กัน

แคมเปญ “Waiwai Wow Make a WOW Wish” แบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ส่วน ทั้งในรูปแบบ Online และ On-ground เปิดพื้นที่ความว้าว ให้ทุกคนได้มาร่วมสนุกกันอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปี โดยกิจกรรมออนไลน์ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 “ไวไว ว้าว” เติมสีสันท้ายปีให้ว้าวแบบไม่ซ้ำใคร ชวนทุกคนร่วมสนุกด้วยการครีเอท D.I.Y ต้นคริสต์มาสจาก “ไวไว ว้าว” ทั้ง 2 รสชาติ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และกติกาการร่วมสนุกได้ง่ายๆ ได้ที่ Facebook Fanpage : Waiwai งานนี้มีลุ้นรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท

ขณะที่กิจกรรมรูปแบบ On-ground เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 นั้น “ไวไว ว้าว” ยกความว้าวไปเสิร์ฟถึงใจกลาง “สยามสแควร์” บริเวณ Walking street ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของเทศกาลท้ายปีอย่างคริสต์มาส และ Countdown ที่รายล้อมไปด้วยความสนุก แสง สี เสียง เป็นพื้นที่แห่งการ
เฉลิมฉลอง เป็นแลนด์มาร์กแห่งการส่งต่อความสุข ผ่าน 3 กิจกรรมไฮไลต์ที่ทั้งอบอุ่น สนุก และน่าจดจำ

WOW Step :1 ชวนทุกคนมาเขียนการ์ดขอพรหรือตั้งเป้าหมายในชีวิต เพื่อต้อนรับความว้าวใหม่ ในปี 2026 ลงบน “WOW Wish Card” ก่อนนำไปแขวนบนต้นคริสต์มาส “ไวไว ว้าว” พร้อมถ่ายภาพเก็บโมเมนต์ว้าวๆ โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ติดแฮชแท็ก #MakeaWOWwish

WOW Step :2 ส่งต่อคำอวยพรและความปรารถนาดีถึงคนพิเศษ ด้วยการเขียนลงบน WOW Wish Card” ใบที่ 2 ทางไวไวจะทำการส่งต่อความว้าว ไปถึงคนที่คุณอยากส่งต่อถึงประตูบ้าน

WOW Step :3 ลงทะเบียนผ่าน QR Code ร่วมกิจกรรม เพื่อรับสิทธิ์รอลุ้นเป็นผู้โชคดีในการสุ่มจับรางวัลจาก “Waiwai Wow” ภายในงานทันที

ทั้งนี้ นายยศสรัล กล่าวปิดท้ายว่า แคมเปญนี้สะท้อนภาพลักษณ์ของ “ไวไว ว้าว” ในฐานะแบรนด์ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมอยู่ในทุกโมเมนต์ความสุขสำคัญของชีวิต ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่ว้าวของทุกคน

คืนรอยยิ้มให้ชาวใต้ Smile @ South แรก ที่หาดใหญ่ Amazing Hatyai Happy Bus เปิดเมือง เปิดใจ ฟื้นความเชื่อมั่นหาดใหญ่ หลังอุทกภัย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ผนึกกำลังร่วมกับ หอการค้าจังหวัดสงขลา และ YEC Songkhla พร้อมด้วยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา และสำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา เปิดตัวโครงการ “Amazing Hatyai Happy Bus” เดินหน้าฟื้นฟูบรรยากาศการท่องเที่ยวของ หาดใหญ่ หลังสถานการณ์อุทกภัย พร้อมส่งสัญญาณชัด “หาดใหญ่พร้อมแล้ว” ที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยความสะดวก ปลอดภัย และอบอุ่น

โครงการนี้ให้บริการ รถโดยสารสาธารณะฟรี 2 เส้นทางหลัก ครอบคลุมย่านท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสำคัญของเมือง ระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 รวมระยะเวลาดำเนินโครงการกว่า 2 เดือน เพื่ออำนวยความสะดวก เพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการคมนาคม

ททท. คาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้บริการตลอดระยะเวลาโครงการฯ ไม่น้อยกว่า 15,000 คน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งนิยมเดินทางท่องเที่ยวภายในเมืองด้วยระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก ขณะเดียวกัน โครงการยังช่วยบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยที่ทำให้ยานพาหนะของประชาชนและผู้ประกอบการบางส่วนได้รับความเสียหาย

“Amazing Hatyai Happy Bus” เป็นหนึ่งในมาตรการเร่งด่วนของ ททท. ภายใต้แนวคิด Smile@South เพื่อคืนรอยยิ้มให้พี่น้องภาคใต้และชาวหาดใหญ่ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ยกระดับความเชื่อมั่นด้านการเดินทางและความปลอดภัย ควบคู่การกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เพราะทุกการเดินทางที่สะดวก คือจุดเริ่มต้นของความประทับใจ หาดใหญ่…กลับมาคึกคัก พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น

#Amazingthailand #SmaileatSouth #HatyaiHappyBus