สคส. เปิดเวที PDPA Expo 2025 ครบเครื่องเรื่อง PDPA พร้อมลุยสร้างเครือข่าย DPO ทั่วประเทศ

“สคส.” ย้ำความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ด้วยการจัดงาน “PDPA Expo 2025: มหกรรมส่งเสริมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและเครือข่าย DPO” ครบเครื่องเรื่อง PDPA ระหว่างวันที่ 26 – 28 สิงหาคม 2568 ณ จังหวัดชลบุรี เพื่อผลักดันมาตรการเชิงนโยบายให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 เรื่อง “การป้องกันและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระยะเร่งด่วน” และ แผนแม่บทการส่งเสริมและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ พ.ศ. 2567–2570

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
(ดีอี) ประธานในพิธี กล่าวว่า งาน “PDPA Expo 2025 : มหกรรมส่งเสริมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและเครือข่าย DPO” ครบเครื่องเรื่อง PDPA ครั้งนี้เป็น “กลไกนโยบายระดับชาติ” ที่ยกระดับมาตรการคุ้มครองข้อมูลของไทยให้รัดกุม โปร่งใส และเป็นมาตรฐานสากล ซึ่งรัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์การคุ้มครองข้อมูลเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ธุรกิจ และนักลงทุน ข้อมูลรั่วไหลต้องเป็นศูนย์ (Zero Data Breach) และประเทศไทยต้องก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในภูมิภาคอาเซียน

หนึ่งในเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลนำมาใช้คือ ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC Eagle Eye) ซึ่งมีภารกิจสำคัญในการเร่งตรวจสอบ ค้นหา และเฝ้าระวังการรั่วไหลของข้อมูลในทุกมิติ โดยมุ่งระงับยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นให้ได้อย่างทันท่วงที พร้อมทำงานเชิงรุกในการสร้างความตระหนักรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ Data Protection Officer (DPO) ทั่วประเทศ

ด้าน พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ สคส. กล่าวเสริมว่า
การทำงานของ PDPC Eagle Eye จะช่วยให้ประเทศไทยมี “ระบบเรดาร์” คอยเฝ้าตรวจจับเหตุละเมิดข้อมูลแบบเรียลไทม์ เสริมเกราะป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล ขณะเดียวกันงานนี้ จะมุ่งเน้น จะเป็นเวทีสร้างความร่วมมือ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการยกระดับมาตรการ Data Governance, Incident Response และการรับรองมาตรฐาน Trustmark

นอกจากนี้ยังมีการแนะนำการใช้ GPPC (Government Platform for PDPA Compliance : GPPC) ซึ่งเป็นระบบกลางที่ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความปลอดภัย และรองรับมาตรการส่งข้อมูลข้ามพรมแดนของอาเซียน (ASEAN Cross-Border Data Flow Mechanism: CBDF)  ที่จะกลายเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัลไทยกับตลาดโลก

คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 200 คน จากหน่วยงานรัฐ เอกชน และกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น การแพทย์ การเงิน การธนาคาร และประกันภัย โดยรัฐบาลเชื่อมั่นว่ากลไกเชิงรุกอย่าง PDPC Eagle Eye และการสร้างเครือข่าย DPO Nation-wide จะทำให้ ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Data Privacy & Cybersecurity ของอาเซียน และสนับสนุนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลของชาติอย่างยั่งยืน

ข้อมูลรั่วไหลเป็น “0”

DITP ผนึกกำลังรัฐ-เอกชน เปิดตัว BIDC 2025 ยิ่งใหญ่ คาดสร้างมูลค่าการค้าทะลุ 950 ล้านบาท ดันไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัลคอนเทนต์เอเชีย

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จับมือหน่วยงานรัฐ-เอกชนกว่า 10 แห่ง เปิดงาน Bangkok International Digital Content Festival 2025 (BIDC 2025) อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 25–28 สิงหาคม 2568 ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 และโรงภาพยนตร์เฮ้าส์ สามย่าน ตั้งเป้าสร้างมูลค่าการค้าไม่ต่ำกว่า 950 ล้านบาท พร้อมผลักดันไทยสู่ “Thailand: Asia’s Digital Content Destination” ปีนี้ BIDC จัดขึ้นเป็นปีที่ 12 โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 150 บริษัท จาก 12 ตลาดเป้าหมาย พร้อมกิจกรรม จับคู่ธุรกิจ (Business Matching) กว่า 850 คู่ เจาะตลาดสำคัญทั่วโลก

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ประธานเปิดงาน เปิดเผยว่า “อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์เติบโตเร็วและเป็นโอกาสสำคัญของเศรษฐกิจไทย DITP จึงเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกิจกรรม Business Matching และ Business Networking ซึ่งปีนี้มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม 87 บริษัทและผู้ประกอบการต่างประเทศ 62 บริษัท จาก 12 ตลาดเป้าหมายรวมทั้งสิ้นกว่า 150 บริษัท มากที่สุดเท่าที่เคยจัดมา สะท้อนให้เห็นการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก ผลักดันให้ไทยเป็นจุดหมายหลักด้านดิจิทัลคอนเทนต์ในเอเชียได้อย่างเป็นรูปธรรม และยังมีส่วนสำคัญในการเพิ่มมูลค่าการค้าธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ไทยในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง“

นางสาวปราณิสา เตียวพิพิธพร ผู้อำนวยการกองส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม “ปีนี้เป็นครั้งแรกที่กรมฯ ร่วมขับเคลื่อนงาน BIDC เพื่อแสดงศักยภาพคนไทยและผลักดันดิจิทัลคอนเทนต์สู่เวทีโลก ตามนโยบาย SOFT POWER ผ่านกิจกรรมจัดแสดงผลงานด้านดิจิทัลคอนเทนต์ที่รวบรวมผู้ประกอบการกว่า 70 ราย บนพื้นที่กว่า 900 ตารางเมตร โดยมีการนำเสนอผลงานและขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้ง ยังมีการฉายภาพยนตร์แอนิเมชัน, การเสวนาและสัมมนากว่า 16 หัวข้อ ซึ่งเป็นแหล่งความรู้ จุดประกายความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจในการต่อยอดผลงาน เสริมศักยภาพบุคลากรให้พร้อมก้าวสู่มาตรฐานสากล”

ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) งาน BIDC ยังคงเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ถือเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างเครือข่ายและแสดงให้ต่างชาติได้เห็นถึงศักยภาพ และผลงานคุณภาพของผู้ประกอบการไทย ส่วนการประกาศรางวัลด้านดิจิทัลคอนเทนต์ ปีนี้ ดีป้าได้ร่วมกับสมาคมฯ ในการให้รางวัลในสาขา Legacy Award in Thai Digital Content ที่จะมอบให้แก่บุคคลหรือองค์กร

ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย สร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่นและทรงคุณค่ามาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ตลอดจนช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

นายสุมิตร สีมากุล นายกสมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT) “BIDC คือเวทีสำคัญที่แสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยต่อสายตาโลก ช่วยต่อยอดผลงานสู่ต่างประเทศ และสร้างโอกาสธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ในปีนี้ยังมีเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาแบ่งปันความรู้เพื่อเสริมแกร่งให้ชุมชนดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ขณะที่ สสปน. (TCEB) หนุนให้ BIDC เป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางการพบปะ แลกเปลี่ยน และขยายเครือข่ายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนการ Pitching ในกิจกรรมสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรมเกม แอนิเมชัน และการพิมพ์ ได้นำเสนอผลงานเพื่อขยายสู่ตลาดโลก ย้ำบทบาทไทยในฐานะศูนย์กลางดิจิทัลคอนเทนต์แห่งเอเชีย

ไฮไลต์กิจกรรม BIDC 2025

– กิจกรรมเจรจาการค้า (Business Matching) กว่า 850 คู่

– กิจกรรมสร้างเครือข่าย (Business Networking)

– พิธีลงนาม MOU ระดับนานาชาติ เชื่อมเครือข่ายธุรกิจไทย-ต่างประเทศ

– นิทรรศการ Showcase ผลงานแอนิเมชัน เกม วิชวลเอฟเฟกต์ คาแรคเตอร์ และสื่อเรียนรู้

– สัมมนา/เวิร์กช็อป โดยผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศ

– Pitching Stage เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่พบผู้ซื้อจริง

– การประกาศรางวัล BIDC Awards 2025 ยกย่องผลงานสร้างสรรค์โดดเด่นของไทย

– Screening Animation ฉายแอนิเมชันคัดพิเศษ เปิดประสบการณ์ใหม่ในวงการดิจิทัลคอนเทนต์

– Job fair

งาน BIDC 2025 เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ทั้งจาก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(DITP) กระทรวงพาณิชย์, สำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (THACCA), กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(DEPA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) รวมถึง 5 สมาคมด้านดิจิทัลคอนเทนต์ ได้แก่ สมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT), สมาคมอีเลิร์นนิ่งแห่งประเทศไทย (e-LAT), สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA), สมาคมBangkok ACM SIGGRAPH (BASA) และสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) และพันธมิตรนานาชาติอย่าง TAICCA (Taiwan Creative Content Agency), สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย, สถาบันส่งเสริมวัฒนธรรมฝรั่งเศสประจำประเทศเวียดนาม (Institut Français du Vietnam) และสมาคม FranceVFX

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต งาน BIDC 2025 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 28 สิงหาคม 2568 ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ และโรงภาพยนตร์เฮ้าส์ สามย่าน ชั้น 5

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมได้ที่

🌐 www.bidcfestival.com

📱 www.facebook.com/bidc.fest

โฮมโปร รวมพลัง สร้างปรากฏการณ์ “HomePro Fun Walk 2025” ส่งมอบเงินบริจาค 2,000,000 บาท แก่ศูนย์โรคหัวใจ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จุดประกายสังคมสุขภาพดี

โฮมโปร นำโดย นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร “ พร้อมด้วย รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ และคณะผู้บริหาร จับมือพันธมิตรและคู่ค้าทั่วประเทศ ร่วมส่งมอบเงินบริจาคจากโครงการ “HomePro Fun Walk 2025 – Walk For Heart ทุกก้าวที่เดิน
ก้าวเพื่อหัวใจ” ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และในปีนี้มอบเงินบริจาคให้แก่ ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยตลอดระยะเวลากิจกรรมกว่า 4 เดือน สามารถรวมพลังผู้เข้าร่วมได้กว่า 18,700 คน ในการเดิน-วิ่งผ่านแอปพลิเคชัน Wirtual สะสมก้าวได้รวมกว่า 3,863,000,000 ก้าว พร้อมสร้างสุขภาพที่ดีและแรงบันดาลใจให้คนไทยหันมาใส่ใจหัวใจของตนเอง

นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘โฮมโปร’
กล่าวว่า “โครงการ HomePro Fun Walk ในปีนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งในแง่จำนวนผู้เข้าร่วมและเป้าหมายการระดมทุน อีกทั้งในตลอดเส้นทาง เรายังได้เห็นภาพพลังและความตั้งใจจากพนักงาน พันธมิตร คู่ค้า ที่มาร่วมกันเดินและวิ่งเพื่อดูแลสุขภาพของตนเอง พร้อมส่งต่อพลังนั้นไปสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยโรคหัวใจได้เข้าถึงการรักษาด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย สิ่งเหล่านี้สะท้อนเจตนารมณ์ของโฮมโปรที่ต้องการสร้างสุขภาพที่ดีควบคู่กับการช่วยเหลือสังคม เพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน”

ความสำเร็จของ HomePro Fun Walk ในปีนี้ เกิดจากการรวมพลังจากพันธมิตรคู่ค้าที่เข้ามาร่วมสนับสนุนอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านการรณรงค์เพื่อสุขภาพ การจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง รวมถึงการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย จนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคมให้เกิดขึ้นได้จริง โดยก้าวสะสมจากโครงการ “HomePro Fun Walk 2025 – Walk For Heart” รวมถึงในกิจกรรมวิ่ง “HomePro Fun Walk Outdoor 2025” ที่จัดขึ้น ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ได้ถูกเปลี่ยนเป็นเงินบริจาค จำนวน 2,200,000 บาท (สองล้านสองแสนบาท) เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยให้มีคุณภาพและทันสมัย เทียบเท่ามาตรฐานสากล พร้อมช่วยเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต โดยเฉพาะผู้ป่วยภาวะวิกฤต และที่สำคัญ โครงการยังมีส่วนช่วยสร้างพฤติกรรมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วย และเสริมสร้างสุขภาพที่ดีทั้งต่อตัวเอง ครอบครัว และสังคม

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวเสริมว่า “โรคหัวใจเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยจำนวนมาก แต่สามารถป้องกันได้หากเราดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี การออกกำลังกายจึงเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันโรค โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ขอบคุณโฮมโปรและพันธมิตรทุกท่านที่ได้ร่วมมอบแรงกาย แรงใจ และแรงสนับสนุนให้เรา โดยเงินบริจาคครั้งนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาและพัฒนาอุปกรณ์ รวมถึงการดูแลรักษา เพื่อให้คนทุกคนเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม ตามเป้าหมายของโครงการ HomePro Fun Walk”

#HomeProFunWalk2025 #WalkForHeart #HomeProfunwalk #ศูนย์โรคหัวใจ #โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์#สภากาชาดไทย #โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #Homepropr

YOUTHLABO จัดงาน “Exclusive Sneak Peek”ครั้งแรกในประเทศไทย มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้คนไทยได้สัมผัส YOUTHLABO

นายมินโฮ ฮอ รองประธานกรรมการบริษัท COSMAX(กลาง) พร้อมด้วย นายวีระพงษ์ (พอล) ศรีวรกุล ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บมจ. เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป (ที่ 2 จากขวา) และ นายมินกู คัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท COSMAX (ประเทศไทย) (ที่ 2 จากซ้าย) จำกัด ร่วมกันจัดงาน “Exclusive Sneak Peek” เปิดตัวYOUTHLABO (ยูธลาโบ) แบรนด์สกินแคร์แนวคิดใหม่ที่ผสานศาสตร์แห่งความงามและนวัตกรรมวิทยาศาสตร์เพื่อผิว (Derma–Science) จากเกาหลีใต้ ครั้งแรกในประเทศไทย มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้คนไทย โดยมี นายทอม ศรีวรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บมจ. เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป (ที่ 3 จากขวา) , นางสาวจีน่า เบ Brand Developer and Representative for YOUTHLABO (ที่ 3 จากซ้าย) และ นางสาวอภิรดา ธนพรวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ประจำประเทศไทย บมจ. เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป (ที่ 1 จากขวา) ร่วมงานด้วย ณ Flat+White Café ทองหล่อ เมื่อเร็วๆ นี้

โรงพยาบาลพระรามเก้า ตัวแทนไทย โชว์การแพทย์โรคซับซ้อนขั้นสูงที่ Osaka Expo 2025

โรงพยาบาลพระรามเก้า สถาบันการแพทย์ชั้นนำของประเทศไทย ได้รับเกียรติเป็น ตัวแทนประเทศไทยไปร่วมงาน Osaka World Expo 2025 ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อยกระดับการแพทย์ไทยสู่สายตาชาวโลก และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้ร่วมงานจากทั่วโลก ด้วยศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคยากซับซ้อนอย่างครบวงจรและทันสมัย

นพ.วิทยา วันเพ็ญ รองกรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า    ให้ข้อมูลว่า “การเข้าร่วมงาน Osaka World Expo 2025 ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะได้แสดงให้โลกเห็นว่า การแพทย์ไทยมีมาตรฐานระดับสากล และพร้อมดูแลผู้ป่วยโรคซับซ้อนได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพสูงสุด ซึ่งโรงพยาบาลพระรามเก้ามีความพร้อมในทุกด้าน เช่น การรักษาโรคไตเรื้อรัง การปลูกถ่ายไต การผ่าตัดหัวใจและหัตถการซับซ้อน การผ่าตัดกระดูกและข้อแบบ Minimally Invasive ไปจนถึงเทคโนโลยีตรวจและรักษาโรคสมองและระบบประสาท เราไม่เพียงรักษาโรค แต่ยังฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้เต็มที่”

สำหรับการไปร่วมงาน Osaka World Expo 2025 ในครั้งนี้ เราได้นำเสนอศูนย์การแพทย์และสถาบันเฉพาะทางที่ครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น สถาบันโรคไตและเปลี่ยนไต ที่ให้บริการครบวงจร, สถาบันหัวใจและหลอดเลือด เชี่ยวชาญการผ่าตัดหัวใจและหัตถการซับซ้อน, ศูนย์กระดูกและข้อ ที่เน้นแผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และ ศูนย์สมองและระบบประสาท ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยเพื่อผลลัพธ์สูงสุด

นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังนำเสนอแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงรุก และการฟื้นฟูร่างกายอย่างครบวงจร ผ่าน โปรแกรม Fix and Fit ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายและปรับสมดุลสุขภาพอย่างยั่งยืน พร้อม บริการ Telemedicine ให้ผู้ป่วยสามารถปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการได้จากทุกที่ทุกเวลา และ บริการล่ามหลายภาษา    เพื่อสร้างความมั่นใจและความเข้าใจในการรักษาแก่ผู้ป่วยต่างชาติ

นพ.วิทยา กล่าวปิดท้ายว่า “การเข้าร่วมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการโชว์ศักยภาพของโรงพยาบาล แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความพร้อมของประเทศไทยในด้าน Medical Tourism และการรักษาผู้ป่วยโรคยากซับซ้อนในระดับสากล เราตั้งใจให้ผู้ร่วมงานจากทั่วโลกได้เห็นศักยภาพของไทย ทั้งความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และการดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มศักยภาพ”

การเข้าร่วม Osaka World Expo 2025 ของโรงพยาบาลพระรามเก้า จึงสะท้อนถึงความก้าวหน้าและความพร้อมของการแพทย์ไทยในทุกมิติ พร้อมเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ยืนยันศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคยากซับซ้อนให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศเห็นถึงคุณภาพ การดูแล และศักยภาพของโรงพยาบาลพระรามเก้า

เอเซอร์ – อินเทล เปิดศึก “Thailand Predator League 2026” เฟ้นหาทีมไทยสู้ศึกรอบสุดท้ายที่อินเดีย ชิงเงินรางวัลรวม 14 ล้าน

  • เอเซอร์และอินเทล ร่วมมือจัด Thailand Predator League 2026 การแข่งขันอีสปอร์ต VALORANT เงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท พร้อมหาตัวแทนทีมไทยลุยศึกระดับเอเชียที่ประเทศอินเดีย
  • สานต่อ Esports Internship Program ดึงนักศึกษาเรียนรู้สนามทำงานจริง พร้อมยกระดับความร่วมมือกับ ‘สมาคมกีฬาอีสปอร์ตคนพิการไทย’ เปิดทางผู้พิการมีส่วนร่วมสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม
  • สร้างบทบาทใหม่ ยกระดับอีสปอร์ตไทยผ่านการหนุนซอฟต์พาวเวอร์ – สร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เตรียมพร้อมรับ SEA Games 2025

เอเซอร์และอินเทล ประกาศเปิดฉากการแข่งขัน Thailand Predator League 2026” ศึกอีสปอร์ตเกม VALORANT เพื่อเฟ้นหาตัวแทนทีมไทยหนึ่งเดียว เข้าร่วมในทัวร์นาเมนต์ Asia Pacific Predator League 2026 ที่ประเทศอินเดีย เวทีดวลฝีมือสุดยอดทีมอีสปอร์ตจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 14 ล้านบาท

นายเจฟ ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอเซอร์มุ่งมั่นพัฒนาอุตสาหกรรมอีสปอร์ตไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดการแข่งขัน Predator League ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2018 และเติบโตจนเป็นเวทีสำคัญในการต่อยอดนักกีฬาไทยสู่ระดับภูมิภาค รวมถึงเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ค้นพบและพัฒนาทักษะ ทั้งในฐานะผู้เล่น แฟนเกม และทีมงานเบื้องหลัง

“Predator League ไม่ได้เป็นเพียงเวทีการแข่งขัน แต่คือระบบนิเวศที่สร้างพลัง สร้างนวัตกรรม และสร้างโอกาสที่มีความหมายให้กับผู้มีความสามารถทั้งในไทยและภูมิภาค เอเซอร์จึงตั้งเป้าให้ Thailand Predator League 2026 เป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมอีสปอร์ตไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ”

ความสำเร็จของ Predator League ในไทยสะท้อนจากการเลือก VALORANT เป็นเกมหลักของการแข่งขัน ซึ่งตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ทีมอีสปอร์ตไทยสามารถก้าวสู่เวทีระดับโลกอย่าง Champions Tour หลายครั้ง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและฐานผู้เล่นที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน การแข่งขันยังได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ชมออนไลน์ ตอกย้ำถึงบทบาท Predator League ในการเชื่อมโยงและขับเคลื่อนคอมมูนิตี้เกมเมอร์ไทยได้อย่างแท้จริง

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมอีสปอร์ตทั้งในไทยและภูมิภาคสะท้อนถึงศักยภาพตลาดที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง Predator League จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขัน แต่ยังทำหน้าที่เป็น เวทีบ่มเพาะบุคลากรรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ Esports Internship Program ที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีปทุมและมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทำงานจริงในทุกขั้นตอน พร้อมโอกาสเข้าร่วมดูงานในทัวร์นาเมนต์ระดับเอเชียที่อินเดีย

ในปีนี้ เอเซอร์ยังร่วมมือกับ สมาคมกีฬาอีสปอร์ตคนพิการไทย เปิดโอกาสให้ผู้พิการเข้ามามีบทบาทเต็มรูปแบบในการจัดการแข่งขัน ตั้งแต่งานด้านเทคนิค การผลิตคอนเทนต์ การจัดการกิจกรรม ไปจนถึงการสนับสนุนทีมแข่งขัน พร้อมปรับสภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับความสามารถของแต่ละบุคคล ความร่วมมือนี้ไม่เพียงช่วยสร้างทักษะอาชีพที่มั่นคงและความเท่าเทียม แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าอีสปอร์ตคือเวทีที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้จริง พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เล่น นักศึกษา และผู้พิการเห็นถึงโอกาสในการเติบโตและมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมอีสปอร์ตไทยอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การบรรจุอีสปอร์ตเป็นกีฬาชิงเหรียญรางวัลใน SEA Games 2025 ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึง การยอมรับศักยภาพและความนิยมของอีสปอร์ต ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังช่วยยกระดับอีสปอร์ตจากกิจกรรมสันทนาการสู่การแข่งขันระดับมืออาชีพที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ สำหรับประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ การจัดอีสปอร์ตในซีเกมส์ครั้งนี้ไม่เพียงสร้างเวทีให้ผู้เล่นไทยได้แข่งขันกับทีมระดับภูมิภาค แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการ ส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมอีสปอร์ตให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งด้านโครงสร้างการแข่งขัน การฝึกอบรมบุคลากร และการสร้างคอมมูนิตี้เกมเมอร์ที่แข็งแกร่ง ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเป็นผู้นำด้านอีสปอร์ตในภูมิภาคนี้

Thailand Predator League 2026 เปิดรับสมัครผู้เข้าแข่งขันตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม – 12 ตุลาคม 2025 โดยมีจำนวนทีมในรอบ Online Qualify รวม 128 ทีม แข่งขันระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2025 และเข้าสู่รอบ Final ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2025 ซึ่งจะมีทั้งทีม Esports Pro Player และทีมผู้ชนะจากรายการ Acer U-Challenger เข้าร่วมชิงเงินรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท พร้อมสิทธิ์ในการเป็นตัวแทนทีมไทยเพียงหนึ่งเดียวไปแข่งในทัวร์นาเมนต์ Asia Pacific Predator League 2026 รอบ Grand Final ที่ประเทศอินเดีย

ติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับการแข่งขัน ช่องทางลงทะเบียน ช่องทางการรับชม และข่าวสารต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่โซเชียลมีเดีย Predator Gaming Thailand / Predator League Thailand

ถิรไทย ฉลองครบรอบ “38 ปี แห่งการเติบโต เคียงข้างสังคมไทย”เดินหน้าสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาโรงเรียนคลองบางปู สมุทรปราการ

บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม “38 ปี แห่งการเติบโต เคียงข้างสังคมไทย” เนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้งบริษัทฯ โดยมุ่งตอกย้ำเจตนารมณ์ “38 ปี ที่เราไม่เพียงแค่สร้างพลังงาน แต่สร้างสังคมที่น่าอยู่ อย่างยั่งยืน” ผ่านการลงมือทำกิจกรรมเพื่อสังคม ณ โรงเรียนคลองบางปู จังหวัดสมุทรปราการ โรงเรียนประถมศึกษาในท้องถิ่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการศึกษาในระดับชุมชน

โดยตลอดทั้งวัน บุคลากรและพนักงานจิตอาสาจากถิรไทย ได้ร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน อาทิ การอบรมด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การมอบอุปกรณ์กีฬา การปรับปรุงสนามกีฬาฟุตซอล เซปัคตระกร้อ และวอลเล่ย์บอล รวมถึงการทาสีและซ่อมแซมอาคารเรียนบางส่วน พร้อมทั้งมอบทุนการศึกษา หนังสือ และอุปกรณ์การเรียนให้กับห้องสมุดโรงเรียน อีกทั้งยังได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้นักเรียน พร้อมเข้าตรวจเช็คระบบไฟฟ้าและปรับภูมิทัศน์รอบบริเวณโรงเรียน เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเหมาะสมต่อการเรียนรู้ นอกจากนั้นยังนำนักกีฬาตะกร้อเยาวชนจาก สโมสรถิรไทย มาทำการเปิดคลีนิคสอนตะกร้อ ให้กับนักเรียน เพื่อส่งเสริมการกีฬาและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในท้องถิ่นอีกด้วย

นายสัมพันธ์  วงษ์ปาน ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ตลอดระยะเวลา 38 ปีที่ผ่านมา ถิรไทยยืนหยัดในการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคม โดยเฉพาะด้านการศึกษา ที่ถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ ซึ่งโรงเรียนคลองบางปูแห่งนี้เป็นสถานศึกษาที่บ่มเพาะเยาวชนรุ่นใหม่ ที่บริษัทฯ ได้มุ่งหวังมอบโอกาสและกำลังใจ ผ่านการสนับสนุนด้านการเรียนรู้ สุขภาพ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อให้เด็ก ๆ เติบโตอย่างมีคุณภาพและมีอนาคตที่สดใส”

อีกทั้งที่ผ่านมา ถิรไทยยังคง เป็น แหล่งเรียนรู้ นอกสถาบัน โดยการเปิดบ้านต้อนรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ให้เข้ามาเรียนรู้กระบวนการผลิต เพื่อสร้างแรงบันดาลใจนอกห้องเรียนมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 30 ปี แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่ไม่ใช่แค่การทำธุรกิจ แต่ยังมุ่งมั่นสร้างคุณค่าให้กับสังคมในทุกมิติ สะท้อนให้เห็นว่าการฉลองครบรอบ 38 ปีในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการย้อนมองความสำเร็จทางธุรกิจ แต่คือการเดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะในด้านการศึกษาและกีฬา แก่เยาวชน เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับสังคมไทย

“ถิรไทยเชื่อมั่นว่าการศึกษาและการเรียนรู้คือพลังสำคัญในการพัฒนาคนและประเทศ หากสามารถช่วยสร้างโอกาสเล็ก ๆ ให้กับเยาวชน ก็จะเป็นก้าวแรกของการสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาเติบโตเป็นคนดี มีความรู้ และเป็นพลังของการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติต่อไปในอนาคต” นายสัมพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย

โฮมโปร เขย่าตลาดค้าปลีกบ้าน! ครึ่งปีหลัง เสริมทัพเมกาโฮม เปิด Hybrid Store แลนด์มาร์คใหม่! สาขา “บางนา-ตราด” (กม.27) ครบเรื่องบ้านและงานช่างไว้ที่เดียว ตอบโจทย์แรงช้อปคนเมืองยุคใหม่

โฮมโปร (HMPRO) เดินหน้าปรับเกมค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้านครึ่งปีหลัง เสริมทัพเมกาโฮม ด้วยการขยายสาขาใหม่รูปแบบโมเดลไฮบริด “โฮมโปร x เมกาโฮม บางนา-ตราด” (กม.27) บนทำเลศักยภาพถนนเทพรัตน์ เชื่อมต่อสุวรรณภูมิ–EEC ที่กำลังเติบโต ใจกลางฮับอสังหาริมทรัพย์-ไลฟ์สไตล์-สิ่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ สาขาใหม่นี้มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย ตอบโจทย์คนเมืองและครอบครัวรุ่นใหม่ พร้อมขยายพื้นที่ขายและเพิ่มไลน์สินค้ากลุ่มโครงสร้าง-ก่อสร้าง รองรับทั้งลูกค้าเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา ตอบโจทย์ดีมานด์อสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ตั้งเป้ายอดขายไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมอัดโปรโมชั่นแรงฉลองเปิด เริ่ม 22 สิงหาคม 2568 นี้

นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” (HMPRO) กล่าวว่า การเปิดโมเดลไฮบริดสโตร์ ที่ย่าน “บางนา-ตราด” (กม.27) นับเป็นอีกก้าวสำคัญของโฮมโปร ในการขยายสาขาบนทำเลศักยภาพสูงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น เส้นทางคมนาคมที่เชื่อมต่อกับสนามบินสุวรรณภูมิและโครงข่ายสู่พื้นที่ EEC ซึ่งช่วยผลักดันให้พื้นที่นี้เติบโตเป็นศูนย์กลางด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่เหมาะกับทั้งกลุ่มที่อยู่อาศัยและโครงการพาณิชย์ นอกจากนี้ พื้นที่โดยรอบยังรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ศูนย์การค้า พื้นที่จัดอีเวนต์ขนาดใหญ่ โรงเรียนคุณภาพ และโรงพยาบาลชั้นนำ ทำให้ โฮมโปร x เมกาโฮม “บางนา-ตราด” (กม.27) กลายเป็น ‘ฮับไลฟ์สไตล์’ ที่รองรับคนรุ่นใหม่ ครอบครัว กลุ่มช่าง-ผู้รับเหมา และโครงการพาณิชย์ ได้อย่างครบครัน

“โฮมโปร บางนา-ตราด ใช้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท เพื่อออกแบบให้มีความทันสมัยมากกว่าเดิม สอดรับกับการพัฒนาของพื้นที่ ทั้งด้านฟังก์ชันและดีไซน์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมือง ด้วยพื้นที่ขายโปร่งโล่ง อากาศถ่ายเท พร้อมจุดให้บริการที่สะดวก รวดเร็ว รับความต้องการได้หลากหลาย เช่น บริการ Click & Collect,
บริการ CHANG HomePro อีกทั้งยังเพิ่มมุมพักผ่อนด้วยร้านอาหารและเครื่องดื่มแบรนด์ชั้นนำ เหมาะสำหรับทุกคนได้ใช้เวลาช้อปและผ่อนคลาย เป็นการสร้างประสบการณ์ช้อปที่ครบทั้งเรื่องบ้านและงานช่าง พร้อมไลฟ์สไตล์ไว้ในที่เดียว”

“โฮมโปร บางนา-ตราด (กม.27) ตั้งอยู่บนพื้นที่รวมกว่า 13,000 ตารางเมตร เดินทางสะดวกบนถนนเทพรัตน์ พร้อมขยายพื้นที่จำหน่ายสินค้าและบริการ แบบครบ จบ ที่เดียว ทั้งเรื่องบ้านและงานช่าง ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ไปจนถึงสินค้างานโครงสร้าง เครื่องมือช่าง ฮาร์ดแวร์ ระบบไฟฟ้า งานสีและเคมีภัณฑ์ งานพื้นผนัง สุขภัณฑ์ งานประปา ระบบน้ำ งานเกษตรและสวน พร้อมเสริมทัพด้วยสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง-โครงสร้างมากขึ้น เช่น เหล็ก ปูน แผ่นพื้น และเพิ่มไลน์สินค้าใหม่อีกหลากหลาย เพื่อรองรับดีมานด์โปรเจกต์ อสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในพื้นที่ได้เต็มศักยภาพ ทั้งโครงการบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ คาเฟ่ โรงแรม หรือ โฮมออฟฟิศ ได้อย่างครบครัน โดยตั้งเป้าสร้างยอดขายไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาทต่อเดือน

22 สิงหาคม 2568 นี้ เตรียมพบกับการเฉลิมฉลองเปิดสาขา “โฮมโปร x เมกาโฮม บางนา-ตราด” (กม.27) สุดยิ่งใหญ่ !! ถึงก่อน…มีสิทธิ์ก่อน! ได้สิทธิ์ช้อปสินค้าราคาพิเศษก่อนใคร เฉพาะสมาชิกช่างเท่านั้น! ซ้อมช้อปก่อนเปิดจริง 21 ส.ค. 68 พบดีล! สินค้าราคาเริ่มต้น 9 บาท! และ 22 ส.ค. 68 ร่วมสนุกตอบคำถาม เพื่อจับคูปองซื้อสินค้าราคาพิเศษ อาทิ แอลอีดีทีวี ตู้เย็น ไมโครเวฟ เตารีด พัดลม จำกัด 100 ชิ้นเท่านั้น หมดแล้วหมดเลย !!

พร้อมช้อปมันส์ต่อเนื่อง 3 วันเต็ม 22 ส.ค. 68 – 24 ส.ค. 68 สินค้าราคาเดียว 9,990 บาท (จำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย) พร้อมกิจกรรมที่ห้ามพลาด! กับ บริการซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยทีม CHANG HomePro ที่ให้ทุกคนได้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เข้ารับบริการตรวจเช็คและซ่อมฟรี! ต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนในช่วงที่เศรษฐกิจท้าทายแบบนี้ นอกจากนี้สิทธิพิเศษซื้อสินค้าและรับบริการจากช่างโฮมโปรในราคาพิเศษอีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ยังพบกับสินค้าราคาพิเศษ ยิ่งซื้อ…ยิ่งลด + รับเพิ่มสุดคุ้มจากแบรนด์ดังที่ร่วมรายการ รวมถึงสิทธิพิเศษอีกมากมายจากสถาบันการเงินชั้นนำ อาทิ

  • สมาชิกโฮมการ์ด สมัครสมาชิกใหม่ รับทันที 2 ต่อ : คูปองส่วนลดมูลค่า 300 บาท + รับคะแนน X3 เมื่อช้อปใบเสร็จแรก พิเศษ! หรือ สมัครสมาชิกช่างใหม่ รับคูปองส่วนลดมูลค่า 250 บาท !!
  • กดปุ๊ป…ลดเลย เฉพาะสมาชิกโฮมการ์ด รับคูปองส่วนลด รวมมูลค่าสูงสุด 1,800 บาท ผ่าน Line HomePro Connect
  • ช้อปครบ…รับเงินเข้าโฮมโปร วอลเล็ต ผ่านแอปพลิเคชัน HomeCard เฉพาะสมาชิกโฮมการ์ด รวมสูงสุดถึง 100,000 บาท !! เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไขภายในวัน
  • รับส่วนลดท้ายใบเสร็จ รวมสูงสุด 800 บาท ซื้อสินค้าครบ 3,000 บาทขึ้นไป รับทันทีส่วนลดมูลค่า 300 บาท และซื้อสินค้าครบ 30,000 บาทขึ้นไป รับทันทีส่วนลดมูลค่า 500 บาท !!
  • สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า แพลทินัม ได้ 3 ต่อ ทั้งลด+รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 7% !! ต่อที่ 1 : ลดทันที 3% / ต่อที่ 2 : รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 4% (เฉพาะเมื่อรูดซื้อเต็มจำนวน ครบตามเงื่อนไข) และต่อที่ 3 : ลดเพิ่มสูงสุด 13% (เมื่อแลกพอยต์เท่ายอดชำระตามเงื่อนไข)
  • สิทธิพิเศษจากสถาบันการเงินชั้นนำ !! สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ได้ทั้งส่วนลด+เครดิตเงินคืน พร้อมรับสิทธิ์ช้อปง่ายจ่ายสบาย กับ Super Zero ผ่อนนาน…ผ่อนน้อย! ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุดถึง 24 เดือน !! (หมายเหตุ : ใช้เท่าที่จำเป็น และชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี / กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, อัตราดอกเบี้ยปกติ 25% ต่อปี)

เปิดมิติใหม่ของการช้อป ครบเรื่องบ้านและงานช่าง ที่แลนมาร์คใหม่ สะดวกสบายสไตล์คนเมือง กับโมเดลไฮบริดสโตร์ “โฮมโปร x เมกาโฮม บางนา-ตราด (กม.27)” เปิดบริการเต็มรูปแบบ พร้อมให้ทุกคนช้อปดูแลเรื่องบ้านให้สมบูรณ์แบบได้ง่ายกว่าที่คิด โปรโมชันสุดคุ้มตลอดเดือน เริ่ม 22 สิงหาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568

#โฮมโปรเมกาโฮมบางนาตราด #ไฮบริดสโตร์ #HomeProEEC #โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #homepropr

PFG ส่งมอบของขวัญอาหารสุนัขสูตรพรีเมียม ให้กับ “สุนัขทหาร” หน่วยนาวิกโยธิน กองทัพเรือ เพื่อสนับสนุนภารกิจของชาติ สานต่อเจตนารมณ์ “ดูแลคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพที่ดี”

กลุ่มบริษัท พัทยาฟู้ด (PFG) ผู้นำธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารทะเลของไทย ที่ยืนหยัดเคียงคู่สังคมไทยมากว่า 46 ปี ภายใต้แบรนด์ นอติลุส (Nautilus) มงกุฎทะเล (Mongkut Talay) รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม แบรนด์ รีกาลอส (Regalos) และอาหารสัตว์เลี้ยงเพื่อสุขภาพ แบรนด์ เรมี่ (Remy) เดินหน้าสานต่อพันธกิจ “เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้บริโภคอย่างองค์รวม” ผ่านการสนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารและขนมสุนัขคุณภาพสูงให้กับ “สุนัขทหาร” ในสังกัดหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

นายปริติ เกียรติศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอติลุสฟู้ด กล่าวว่า “กลุ่มบริษัทพัทยาฟู้ด (Pataya Food Group, PFG) ในฐานะผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารสุขภาพเพื่อผู้บริโภคคนไทย โดยพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงครั้งแรกในปี พ.ศ. 2562 ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่ผลิตจากปลาทูน่า วัตถุดิบธรรมชาติคุณภาพดี ปราศจากเกลือและวัตถุกันเสีย มีสารอาหารครบถ้วนถูกหลักโภชนาการ มีรสชาติอร่อยและหลากหลาย เดินหน้าสานต่อพันธกิจ “เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้บริโภคอย่างองค์รวม” ผ่านการสนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารและขนมสุนัขคุณภาพสูงให้กับ “สุนัขทหาร” ในสังกัดหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน”

ปัจจุบัน สุนัขทหารถือเป็นกำลังสำคัญของกองทัพไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่ต้องเผชิญสถานการณ์ไม่สงบ สุนัขเหล่านี้ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน ตรวจค้นวัตถุระเบิด ค้นหาผู้บุกรุก และเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง ซึ่งต้องอาศัยความแข็งแรง ความอดทน และการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง การได้รับอาหารที่มีคุณภาพสูง จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สุนัขทหารมีพละกำลังและสุขภาพดี พร้อมทำงานเพื่อความปลอดภัยของประเทศ

PFG เล็งเห็นความสำคัญของภารกิจนี้ จึงได้สนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารสุนัข และ ขนมสุนัขเลีย จากแบรนด์ รีกาลอส และ เรมี่ โดยมี นาวาโท เมฆินทร์ พลโคตร ผู้บังคับกองพันลาดตระเวน กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นผู้รับมอบ ณ กองบัญชาการ กองทัพเรือ วังนันทอุทยาน โดยมีตัวแทนผู้บริหาร PFG เข้าร่วมในกิจกรรมนี้

อาหารสุนัข และ ขนมสุนัขเลีย แบรนด์ รีกาลอส และ เรมี่ ซึ่งเกิดขึ้นจากความเข้าใจในความต้องการของสุนัข ที่ผ่านการคิดค้นและพัฒนาร่วมกับทีมสัตวแพทย์และนักโภชนาการสัตว์เลี้ยง ด้วยสูตรอาหารที่ใช้โปรตีน คุณภาพสูง

จากปลาทูน่า และ ปลาแซลมอน จากธรรมชาติ คุณภาพเกรดเดียวกับอาหารคน อุดมไปด้วยโภชนาการอาหารที่ดีสำหรับสุนัข มีกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 และ มีกรดอะมิโนจำเป็น เพื่อสร้างสมดุลให้ระบบร่างกาย ย่อยง่าย ลดความเสี่ยงต่ออาการแพ้อาหาร รวมทั้งช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ และ การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการอักเสบของข้อต่อ อีกทั้งยังช่วยบำรุงขนและผิวหนังให้แข็งแรงอีกด้วย ภายใต้การควบคุมมารตฐานในการผลิตระดับสากล ดังนั้นการมอบอาหารสำหรับสุนัขทหาร ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเติมพลัง แต่ยังเป็นการส่งมอบของขวัญสุขภาพดี ที่ให้ด้วยรัก เพื่อสนับสนุนให้เหล่าสุนัขทหารปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพ และ พร้อมเผชิญทุกภารกิจเพื่อความปลอดภัยของประเทศ

“ในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้านอาหาร เราเชื่อว่าคุณภาพชีวิตที่ดีเริ่มต้นจากโภชนาการที่เหมาะสม ไม่ว่าจะสำหรับคนหรือสัตว์เลี้ยง การสนับสนุนครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการช่วยดูแลสุขภาพของสุนัขทหาร แต่ยังเป็นการส่งกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคนที่เสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องบ้านเมืองอีกด้วย” นายปริติ กล่าวทิ้งท้าย

ตลอดระยะเวลา 46 ปี PFG ยังคงยืนหยัดในบทบาทของ “องค์กรที่ใส่ใจคุณภาพชีวิตในทุกมิติ” และพร้อมเดินหน้าสนับสนุนภารกิจที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในทุกโอกาส เพื่อให้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดี มีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนต่อไป

ติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรม แบรนด์ รีกาลอส (Regalos) ได้ที่

Facebook Page: Regalos Pet Food

YouTube: https://youtu.be/ixJpvBH1JiI

TIKTOK: https://www.tiktok.com/@regalospetfood

FACEBOOK: https://www.facebook.com/Regalospetfood

แบรนด์ เรมี่ (Remy) ติดตามได้ที่

Youtube  https://www.youtube.com/watch?v=Jqm-EDfZ4uY

TIKTOK: https://www.tiktok.com/@remypetfoods

FACEBOOK: https://www.facebook.com/remypetfoods

LINE OA : https://lin.ee/5W8xCkI

“มะเร็งปากมดลูก” ภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยทุก 2 ชั่วโมงแพทย์เตือน “อย่าละเลยการตรวจคัดกรอง พร้อมฉีควัคซีน HPV ป้องกัน

“มะเร็งปากมดลูก” ยังคงเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่สร้างความสูญเสียต่อผู้หญิงไทยอย่างมาก โดยเฉลี่ย ทุก ๆ 2 ชั่วโมง จะมีผู้หญิงไทย 1 คนเสียชีวิตจากโรคนี้ แม้ว่าการรณรงค์ด้านวัคซีนและการตรวจคัดกรองจะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตลง จากเดิมที่เคยมีผู้หญิงไทยเสียชีวิตทุก 7 นาที 1 คน แต่โรคนี้ยังคงเป็นภัยเงียบที่ไม่ควรถูกมองข้าม

พญ. สมฤดี อุปลวัณณา สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญมะเร็งวิทยานรีเวช–ผ่าตัดส่องกล้องนรีเวช โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 2 ของสตรีไทย รองจากมะเร็งเต้านม โดยมีอุบัติการณ์เฉลี่ย 14.9 ต่อประชากรหญิง 100,000 คน สาเหตุหลักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งติดต่อได้ง่าย โดยเฉพาะผ่านการมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ เชื้อไวรัสดังกล่าวยังสัมพันธ์กับมะเร็งชนิดอื่น ๆ เช่น 1. มะเร็งช่องคลอด 2. มะเร็งอวัยวะเพศภายนอก 3. มะเร็งช่องปากและลำคอ และ 4. มะเร็งทวารหนัก

แม้โดยทั่วไป ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อ HPV ได้เองภายใน 1 ปี แต่หากติดเชื้อสายพันธุ์เสี่ยงสูง เช่น HPV 16 และ 18 และระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถกำจัดได้ เซลล์บริเวณปากมดลูกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและอาจพัฒนาเป็นมะเร็งภายในระยะเวลา 3–10 ปี “สิ่งที่น่ากังวลคือ มะเร็งปากมดลูกในระยะแรกแทบไม่แสดงอาการใดๆ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตนเองมีความผิดปกติ จนกว่าจะเข้าสู่ระยะที่โรคลุกลามและยากต่อการรักษา”

อาการที่อาจพบเมื่อโรคดำเนินไป เช่น ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นเหม็นหรือปนเลือด เลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือเลือดออกผิดปกติที่ไม่ใช่ประจำเดือน หากกดเบียดอวัยวะข้างเคียงอาจทำให้ปวดท้องน้อย ขาบวม ปวดหลัง หรือเกิดภาวะไตวาย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรละเลย ควรต้องรีบมาพบแพทย์

พญ. สมฤดี อธิบายเพิ่มเติม สำหรับแนวทางการรักษา หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นสามารถผ่าตัดได้และมีโอกาสหายสูง แต่หากเข้าสู่ระยะที่เป็นมากขึ้น (ระยะ 2–4) ไม่สามารถผ่าตัดได้ จำเป็นต้องรักษาด้วยการฉายแสงร่วมกับเคมีบำบัด และอาจใช้ยาภูมิคุ้มกันบำบัดหรือยาพุ่งเป้าร่วมด้วย ทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงขึ้นและโอกาสหายขาดลดลง

“การฉีดวัคซีน HPV ถือเป็นเกราะป้องกันด่านแรก แต่ไม่ใช่วิธีการป้องกันที่สมบูรณ์ วัคซีนไม่สามารถป้องกันได้ 100% ดังนั้นผู้หญิงทุกคนยังคงต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจ Pap smear หรือการตรวจหาเชื้อ HPV ร่วมกัน เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การรักษามีประสิทธิภาพสูงที่สุด”

ปัจจุบัน วัคซีน HPV มีให้เลือกทั้ง 2, 4 และ 9 สายพันธุ์ โดยสามารถป้องกันได้ 70–90% แนะนำให้ฉีดตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป กลุ่มอายุ 9–15 ปี ใช้เพียง 2 เข็ม ส่วนอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปจำเป็นต้องฉีด 3 เข็ม แม้วัคซีนจะมีประสิทธิภาพสูงสุดในผู้ที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ แต่ยังคงมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว หากยังอยู่ในช่วงอายุที่เหมาะสม

พญ. สมฤดี ทิ้งท้ายว่า อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ ปัจจุบันมะเร็งปากมดลูกมีแนวโน้มตรวจพบในหญิงอายุน้อยลงกว่าอดีต จากเดิมที่เคยพบมากในกลุ่มอายุ 50–60 ปี กลับพบเพิ่มขึ้นตั้งแต่อายุ 30–40 ปี เคยพบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกในอายุเพียง 26 ปี ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงหลายประการ เช่น การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย การมีคู่นอนหลายคน การสูบบุหรี่ การคลอดบุตรหลายคน รวมถึงประวัติเคยติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

“มะเร็งปากมดลูก” เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ หากผู้หญิงทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนและการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ อย่ารอให้มีอาการ เพราะนั่นอาจหมายถึงการพบโรคในระยะที่สายเกินไป การตรวจพบเร็ว คือโอกาสในการรักษาและการรอดชีวิตที่สูงกว่า

หากคุณหรือคนใกล้ชิดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง อย่ารอให้สายไป  โรงพยาบาลพระรามเก้าขอเชิญชวนผู้หญิงทุกช่วงวัย เข้ารับการฉีดวัคซีน HPV และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ เพราะการป้องกันตั้งแต่วันนี้ คือการรักษาชีวิตและอนาคตของคุณและคนที่คุณรัก สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1270 หรือ Website: www.praram9.com / Line: lin.ee/vR9xrQs หรือ @praram9hospital และ Facebook: Praram9 Hospital โรงพยาบาลพระรามเก้า HEALTHCARE YOU CAN TRUST เรื่องสุขภาพ…ไว้ใจเรา #Praram9Hospital อย่าลืมชวนคนที่คุณรัก มาร่วม “โอบกอดสุขภาพดีไปด้วยกัน” เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นในทุก ๆ วัน