Chulalongkorn University Held International Academic Forum Driving Knowledge in Hematologic Malignancies – Connecting Research to Innovative Treatment

The Faculty of Medicine, Chulalongkorn University, and King Chulalongkorn Memorial Hospital, Thai Red Cross Society, through the Center of Excellence in Translational Hematology (CETH), organized the International Scientific Symposium: “Scientific Forum on Myeloid and Lymphoid Malignancies: Advancing Knowledge and Innovation” on September 19–20, 2025. The event aimed to bridge knowledge in genetics and genomics with treatment approaches for hematologic malignancies. It featured in-depth presentations by Thai and international experts and provided a platform for the exchange of clinical experiences throughout both days.

The goal of the forum was to shorten the distance from the laboratory to the patient’s bedside by updating knowledge covering Bone Marrow Failure, Myeloproliferative Disorders, AML, Lymphoid Malignancies, and Cellular Therapy (e.g., CAR-T). It also aimed to enhance diagnostic accuracy, improve prognostic assessment, and promote evidence-based treatment decision-making. The forum also sought to expand international research collaborations on key issues such as FLT3-AML, CHIP, CLL, DLBCL, HAVCR2/SPTCL/HLH, and the use of iPSC in studying pathogenesis. These efforts helped facilitate the healthcare system’s development of new treatment standards better suited for Thai patients.

The Pre-congress Symposium was held on September 19, 2025, at the Mandarin C Meeting Room, Mandarin Hotel, Bangkok. The session featured numerous academic speakers from both Thailand and abroad, covering five topics, including Integrating CHIP into Clinical Care: Risk Assessment, Surveillance, and Therapeutic Decision-Making.
Prof. Mrinal S. Patnaik from the Mayo Clinic, USA, lectured on the importance of clonal hematopoiesis in cancer development. Asst. Prof. Ong Shin Yeu from Singapore presented on CAR-T cell therapy in lymphoma.
Additionally, four faculty members from the Division of Hematology presented: Dr. Panisinee Lawasut and Dr. Palada Pitakkitnukun from King Chulalongkorn Memorial Hospital discussed the use of new-generation drugs, bispecific T-cell engagers, in multiple myeloma; Dr. Chonlada Laoruangroj from Phramongkutklao Hospital spoke about targeted therapy for Hodgkin’s disease; and Asso. Prof. Chantiya Chanswangphuwana from King Chulalongkorn Memorial Hospital lectured on targeted therapy for acute leukemia.

The main conference, held on September 20, 2025, in Room 1210, 12th Floor, Bhumisiri Mangkhalanusorn Building, King Chulalongkorn Memorial Hospital, focused on full-day academic presentations covering five major content areas: Bone Marrow Failure Syndromes, Myeloproliferative Disorders, Acute Myeloid Leukemia (AML), Lymphoid Malignancies, and Cellular Therapy.
The event was honored to host international experts such as:

  • Prof. Seishi Ogawa (Kyoto University, Japan), who discussed the genomic landscape of Myelodysplastic Syndrome (MDS).
  • Prof. Hideki Makishima (Shinshu University, Japan), who presented research on Bone Marrow Failure and DDX41.
  • Prof. Mrinal S. Patnaik (Mayo Clinic, USA), who shared advances in myeloid neoplasms and CHIP.
  • Asst. Prof. Naoko Hosono (University of Fukui, Japan), who discussed the treatment of AML with FLT3 gene mutation using targeted therapy.
  • Asso. Prof. Ja-min Byun (South Korea), who presented on the management of CLL from an Asian ethnicity perspective.
  • Asst. Prof. Shoji Saito (Shinshu University, Japan), who shared his experience in treating acute leukemia with CAR-T therapy and discussed future institutional collaborations.

On the Thai expert side, presentations covered research findings and clinical experiences relevant to local treatment services. These included research on platelet function in iPS cells by Prof. Ponlapat Rojnuckarin; studies on HLA abnormalities in aplastic anemia by Asst. Prof. Sunisa Kongkiatkamon; studies on Tim-3 protein expression in acute leukemia by Asso. Prof. Chantiya Chanswangphuwana; molecular pathology diagnosis of lymphoma biopsy tissues by Dr. Narittee Suksawai; discovery of the HAVCR2 gene mutation in cutaneous lymphoma by Asso. Prof. Chantana Polprasert; CAR-T cell therapy for lymphoma by Asso. Prof. Kitsada Wudhikarn; and monitoring complications in patients treated with CAR-T cells by Asso. Prof. Jakrawadee Julamanee. These presentations highlighted the potential of Thailand’s medical sector on the international stage.

In addition to the academic sessions, the event featured special souvenirs designed by Too – Nattapong Ratanachoksirikul, the artist who created the Greenie & Elfie art toys. He designed the “Blood Cell Gang” — adorable characters representing red blood cells, white blood cells, and platelets — to creatively promote understanding of blood system diseases. The proceeds, after deducting expenses, were donated to support research in hematologic malignancies, helping to drive new knowledge and promote Thai patients’ access to modern, standardized treatments. The souvenirs garnered significant interest from both conference attendees and the general public.

จุฬาฯ เปิดเวทีวิชาการนานาชาติ ขับเคลื่อนองค์ความรู้มะเร็งทางโลหิตวิทยา เชื่อมงานวิจัยสู่การรักษาเชิงนวัตกรรม

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโลหิตวิทยาปริวรรต (CETH) จัดประชุมนานาชาติ International Scientific Symposium: “Scientific Forum on Myeloid and Lymphoid Malignancies: Advancing Knowledge and Innovation” ในวันที่ 19–20 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา เพื่อเชื่อมองค์ความรู้ด้านพันธุศาสตร์และจีโนมิกส์กับแนวทางรักษามะเร็งทางโลหิตวิทยา โดยมีผู้เชี่ยวชาญไทย–ต่างประเทศบรรยายเชิงลึก และเปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตลอดทั้งสองวัน

เป้าหมายของเวทีนี้คือการเชื่อมโยงงานวิจัยจากห้องแล็บให้สามารถต่อยอดสู่การรักษาผู้ป่วยได้มากขึ้นผ่านการอัปเดตองค์ความรู้ ครอบคลุมด้าน Bone Marrow Failure, Myeloproliferative Disorders, AML, Lymphoid Malignancies ไปจนถึง Cellular Therapy (เช่น CAR-T) เพื่อยกระดับการวินิจฉัย การพยากรณ์โรค และการวางแผนการรักษาอย่างมีหลักฐานเชิงประจักษ์ พร้อมต่อยอดความร่วมมือวิจัยกับนานาชาติในประเด็นสำคัญ อาทิ FLT3-AML, CHIP, CLL, DLBCL, HAVCR2/SPTCL/HLH และการใช้ iPSC ในการศึกษาพยาธิกำเนิด ซึ่งจะส่งเสริมให้ระบบบริการสุขภาพพัฒนามาตรฐานการรักษาใหม่ให้เหมาะกับผู้ป่วยไทยมากยิ่งขึ้น

งาน Pre-congress Symposium จัดขึ้นในวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ห้องประชุมแมนดาริน C โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ ในงานมีผู้บรรยายวิชาการจากทั้งไทยและต่างประเทศมากมาย ครอบคลุม 5 หัวข้อ ได้แก่ Integrating CHIP into Clinical Care: Risk Assessment, Surveillance, and Therapeutic Decision-Making

โดยมี Prof. Mrinal S. Patnaik จากเมโยคลินิก สหรัฐอเมริกา บรรยายเรื่องความสำคัญของ Clonal Hematopoiesis ในการเกิดโรคมะเร็ง และ Asst. Prof. Ong Shin Yeu จากสิงคโปร์ บรรยายเรื่องการรักษาด้วย CAR-T Cell ในโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และคณาจารย์ สาขาโลหิตวิทยา รวม 4 ท่าน คือ อ.พญ.ปณิสินี ลวสุต และ อ.พญ.ภาลดา พิทักษ์กิจนุกูร จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ บรรยายเรื่องการใช้ยากลุ่ม Bispecific T-Cell Engager ในโรคมะเร็งไขกระดูกมัยอิโลมา, พญ.ชลลดา เหล่าเรืองโรจน์ จากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า บรรยายเรื่องการรักษาโรคฮอดจ์กินด้วยยามุ่งเป้า และ รศ.พญ.จันทิญา จันทร์สว่างภูวนะ จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ บรรยายเรื่องการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันด้วยยามุ่งเป้า

สำหรับการประชุมหลักในวันที่ 20 กันยายน 2568 จัดขึ้นที่ห้อง 1210 ชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เน้นการบรรยายเชิงวิชาการตลอดทั้งวัน ครอบคลุม 5 ช่วงเนื้อหาสำคัญคือ Bone Marrow Failure Syndromes, Myeloproliferative Disorders, Acute Myeloid Leukemia (AML), Lymphoid Malignancies และ Cellular Therapy ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ อาทิ

  • Prof. Seishi Ogawa จากมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ผู้นำทางวิชาการของวงการจีโนมิกส์ในโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยาระดับโลก มาบรรยายเรื่องจีโนมิกส์ของมะเร็งไขกระดูกเสื่อมเอ็มดีเอส
  • Prof. Hideki Makishima จากมหาวิทยาลัยชินชู ประเทศญี่ปุ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านไขกระดูกล้มเหลว ไขกระดูกเสื่อมและมะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอิลอยด์ มาบรรยายเรื่องงานวิจัยด้าน Bone Marrow Failure และ DDX41
  • Prof. Mrinal S. Patnaik จากเมโยคลินิก รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอิลอยด์และการกลายพันธุ์ของยีนในเม็ดเลือด มาบรรยายเรื่องความก้าวหน้าด้าน myeloid neoplasms และ CHIP
  • Asst. Prof. Naoko Hosono จาก University of Fukui ประเทศญี่ปุ่น ผู้เชี่ยวชาญและผู้นำด้านการทำวิจัยทางคลินิกเรื่องการใช้ยามุ่งเป้าต่อยีน FLT3 ในโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดมัยอิลอยด์ มาบรรยายเรื่องการรักษา AML ที่มีการกลายพันธุ์ของยีน FLT3 โดยใช้ยามุ่งเป้า
  • Asso. Prof. Ja-min Byun จากประเทศเกาหลีใต้ ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในแวดวงโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดลิมโฟไซท์ (CLL) ของโลก มาบรรยายเรื่องการวินิจฉัยและรักษาโรค CLL โดยเฉพาะในแง่มุมของคนเชื้อชาติเอเชีย
  • Asst. Prof. Shoji Saito จากมหาวิทยาลัยชินชู ประเทศญี่ปุ่น มาร่วมแชร์ประสบการณ์การรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันด้วย CAR-T ใน acute leukemia และพูดคุยหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างสถาบันในอนาคต

สำหรับฝั่งผู้เชี่ยวชาญไทยมีการนำเสนอผลงานวิจัยและประสบการณ์คลินิกที่เชื่อมโยงสู่บริการรักษาในประเทศ อาทิ การทำวิจัยการ ทำงานของเกล็ดเลือดใน iPS Cell โดย ศ.ดร.นพ.พลภัทร โรจน์นครินทร์, การศึกษาความผิดปกติของ HLA ในโรคไขกระดูกฝ่อ โดย ผศ.พญ.สุนิสา ก้องเกียรติกมล, การศึกษาการแสดงออกของโปรตีน Tim-3 ในโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน โดย รศ.พญ.จันทิญา จันทร์สว่างภูวนะ, การตรวจวินิจฉัยชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยาในระดับโมเลกุลในโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โดย อ.นพ. ณฤทธี สุกไสว, การค้นพบการกลายพันธุ์ของยีน HAVCR2 ในโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ผิวหนัง ที่นำไปสู่การเข้าใจถึงพยาธิกำเนิดของโรคมากขึ้น และให้การรักษาที่เหมาะสม โดย รศ.พญ.จันทนา ผลประเสริฐ, การรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองด้วย CAR-T Cell โดย รศ.นพ.กฤษฎา วุฒิการณ์ และการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนในผู้ที่ได้รับการรักษาด้วย CAR-T Cell โดย รศ.พญ.จักราวดี จุฬามณี ซึ่งต่างสะท้อนศักยภาพของวงการแพทย์ไทยในเวทีระดับนานาชาติ

นอกจากเวทีวิชาการแล้ว ภายในงานยังมีของที่ระลึกออกแบบพิเศษโดย คุณตู่ – ณัฐพงศ์ รัตนโชคสิริกูล ศิลปินผู้สร้างอาร์ตทอย Greenie & Elfie ที่ได้ออกแบบ “แก๊งเม็ดเลือด” คาแรคเตอร์สุดน่ารักที่มีทั้งเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด เพื่อสร้างความเข้าใจโรคระบบโลหิตในเชิงสร้างสรรค์ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปสนับสนุนงานวิจัยด้านมะเร็งทางโลหิตวิทยา เพื่อผลักดันองค์ความรู้ใหม่และการเข้าถึงการรักษาที่ทันสมัยได้มาตรฐานของผู้ป่วยไทย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมและประชาชนทั่วไปเป็นอย่างดี

“ควิกแสบ” จุดไฟฝันคนรุ่นใหม่ เปิดเวที “Quick Zabb Idol Contest 2025 Season 2” เฟ้าหาไอดอลรุ่นใหม่ ปลดปล่อยความแซ่บในแบบของตัวเอง

นายยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ “ควิกแสบ” แถลงข่าวการประกวด Quick Zabb Idol Contest 2025 Season 2 การประกวดที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความมั่นใจ กล้าแสดงออก และเต็มเปี่ยมด้วยความสามารถ ได้โชว์ศักยภาพก้าวสู่การเป็นไอดอล โดยมี นายธีรเมธ เลาวานันท์พันธุ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายขาย นางสาวณิชรัตน์ ชำนาญกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาด (ฝ่ายการตลาด) และ นายอิสสระ ณะเสน ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริหารผลิตภัณฑ์ เข้าร่วมงานแถลงข่าวด้วย ณ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ เมื่อเร็ว ๆ นี้

“รู้สิทธิ รู้เท่าทันข้อมูล” สคส. เปิดตัวรายการ “PDPC EXECUTIVE Talk” ยกระดับการสื่อสาร คุ้มครองคนไทยจากภัยไซเบอร์

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เปิดตัวรายการ “PDPC EXECUTIVE Talk” รายการเสวนาเชิงสาระรูปแบบใหม่ ถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live  ที่เพจ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล – สคส เพื่อสื่อสารและให้ความรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่ประชาชน ได้รู้สิทธิของตน รู้เท่าทันข้อมูล ช่วยปกปกป้องคุ้มครองคนไทยจากภัยไซเบอร์

นางสาววีรินทร์ อรวัฒนพันธุ์ ผู้อำนวยการสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC กล่าวว่า“ในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลคือสมบัติส่วนตัวที่มีค่า” และภัยไซเบอร์เป็นความเสี่ยงใกล้ตัว “PDPC EXECUTIVE Talk จึงไม่ใช่แค่รายการให้ความรู้ แต่คือ ความพยายามที่ตั้งใจ จะทำให้กฎหมาย PDPA ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเป็นภาระทางธุรกิจอีกต่อไป โดยทางรายการจะนำ”เหตุการณ์จริง” และ “ข่าวร้อน” ที่กำลังเป็นกระแสในสังคม มาเป็นจุดเริ่มต้นในการสนทนา เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจเห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรมว่า สิทธิและหน้าที่ ภายใต้กฎหมายนี้คืออะไร และจะนำไป “ป้องกันตัว และ ปรับใช้” ในชีวิตประจำวันและองค์กรได้อย่างไร”

“PDPC EXECUTIVE Talk”  ด้วยคอนเสปท์รายการเสวนาเชิงสาระ ที่ใช้ ข่าวหรือประเด็นร้อนด้าน PDPA และ Cybersecurity จุดประเด็นในการพูดคุย โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล และผู้บริหารจาก สคส. มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิเคราะห์แนวทางการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงยกกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ชมได้เข้าใจอย่างถูกต้องตามหลักกฎหมาย โดยจะช่วยลดช่องว่างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายดิจิทัล เพราะการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คือสิทธิพื้นฐานที่หน่วยงานรัฐต้องใส่ใจและทำให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายที่สุด

เนื้อหาหลักของรายการ แบ่งออกเป็น 4 ช่วง ได้แก่

  1. เปิดประเด็นร้อน : หยิบข่าวหรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลมานำเสนอ
  2. เจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญ : วิเคราะห์ข้อกฎหมาย แนวทางปฏิบัติ และผลกระทบ
  3. ถาม–ตอบสด : เปิดโอกาสให้ผู้ชมส่งคำถามแบบ Real-time ผ่านคอมเมนต์ Facebook Live
  4. สรุปเนื้อหา : ประเด็นสำคัญที่นำไปใช้ได้จริงทั้งในชีวิตประจำวันและในองค์กร

ซึ่ง EP.1 ได้เผยแพร่สู่สายตาประชาชนแล้ว ในตอน “ไขข้อข้องใจเรื่องกล้องทั้งหลาย กับกฎหมาย PDPA” โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ กรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนที่รับชม และตั้งคำถามมายังรายการจำนวนมาก

สำหรับ EP.2 “Biometric Data ไขรหัสข้อมูลชีวภาพและสิทธิที่คุณต้องรู้” พบกับ นายเธียรชัย ณ นคร ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในวันอังคารที่ 14 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00 น. และ EP.3  “ภัยเงียบ จากการสวมรอยข้อมูลส่วนบุคคล” โดย พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในวันพุธที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 11.00 น. สำหรับช่องทางการรับชมและติดตามได้ที่ Facebook Live ที่เพจ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล – สคส และชมย้อนหลังได้ที่ YouTube : PDPC Thailand

และนี่คือความมุ่งมั่นของสำนักงานฯ ผ่านรายการ PDPC EXECUTIVE Talk รายการที่จะทำให้คนไทยทุกคนเป็น “พลเมืองดิจิทัล” ที่ฉลาดรอบรู้ และสามารถปกป้อง “สิทธิ” ของตนเองได้อย่างเท่าทัน

3 วันสุดท้าย! โฮมโปร อิเล็คทริค เอ็กซ์โป รวมดีลแรงเครื่องใช้ไฟฟ้า ผ่อน 0% แจกหนักเครดิตคืน จบในฮอลล์เดียวที่อิมแพค ถึง 13 ต.ค.นี้

โค้งสุดท้ายของงานเครื่องใช้ไฟฟ้าใหญ่ปลายปีมาถึงแล้ว! ใครกำลังเล็งอัปเกรดบ้านก่อนเข้าช่วงเทศกาล ต้องรีบมา! 11–13 ต.ค. 2568 นี้ 3 วันสุดท้าย! “โฮมโปร อิเล็คทริค เอ็กซ์โป” ที่ อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 9 – งานเดียวที่รวมดีลแรง-นวัตกรรมบ้านยุคใหม่–บริการงานจากช่างโฮมโปร ไว้ครบครัน เปิด 10.30-20.30 น. เต็มอิ่ม 10 ชั่วโมงเต็มของจังหวะ “เก็บดีลที่ดีที่สุดแห่งปี” อย่าพลาด!

ดีลแรงครบ จบในฮอลล์เดียว

  • ช้อปจัดเต็ม รับคืนจัดหนัก: สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกโฮมการ์ด รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 160,000 บาท เข้าโฮมโปร วอลเล็ต ผ่าน Home Card แอปพลิเคชัน เมื่อชำระด้วยบัตรโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม ตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • จังหวะช้อปดี มีคุ้ม ด้วยคอมโบลด + รับเพิ่ม: รวมสูงสุด 7,200 บาท สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ
  • ช้อปผ่อนสบายทั้งงาน: 0% สูงสุด 10 เดือน เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท/ใบเสร็จ เฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
  • ช้อปรักษ์โลก กับโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” : เพียงนำเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้ว มาส่งต่อในงาน รับส่วนลดพิเศษสำหรับช้อปเครื่องใหม่ สูงสุด 10,000 บาท ได้คุ้มค่า ได้ช่วยจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี
  • ช้อปแล้วลุ้น: ยิ่งช้อป ยิ่งมีสิทธิ์ลุ้นทองคำ รวม 5 บาท จาก VISA: ช้อปทุก 3,000 บาท/ใบเสร็จสมาชิก
  • Home Card Regular ได้ลุ้น 1 สิทธิ์
  • Home Card Prime/Prestige รับสิทธิ์ลุ้นเพิ่มอีก 2 สิทธิ์
  • พิเศษ! เมื่อจ่ายด้วยบัตร Visa รับสิทธิ์ลุ้นเพิ่มทันที อีก 5 สิทธิ์!

อัปเลเวลการอยู่อาศัยแบบ Better Living ด้วยนวัตกรรมใหม่ที่แรกในไทย

โฮมโปร อิเล็คทริค เอ็กซ์โป ปีนี้ ไม่ได้มีแค่ราคาดี แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิต ด้วยการอัปเลเวลการอยู่อาศัยแบบ Better Living ด้วยหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าใช้งานง่าย ประหยัดพลังงาน ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมนวัตกรรมบ้านอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด! เปิดตัวที่แรก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องซักผ้า AI อัจฉริยะ, โซลูชันซัก-อบปลอดภัยเพื่อสุขอนามัยของทุกคนในครอบครัว, แอลอีดีทีวี ขนาด 116 นิ้ว รุ่นเรือธง ที่เปิดตัวครั้งแรกในไทย มาพร้อมเทคโนโลยีจอภาพใหม่ล่าสุดของโลก และนวัตกรรมอัตโนมัติอีกมากมาย ที่มาเปิดตัวให้ชมและช้อป ที่งานนี้เท่านั้น!

แวะมาช้อปให้สุดก่อนสิ้นปีที่ โฮมโปร อิเล็คทริค เอ็กซ์โป วันนี้ – 13 ตุลาคม 2568 อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 9 ย้ำอีกครั้ง 3 วันสุดท้าย ใครเล็งของใหญ่–ของจำเป็น–โปรพิเศษ รีบเก็บให้ทัน! สอบถามเพิ่มเติมที่ Call Center 1284

#โฮมโปรอิเล็คทริคเอ็กซ์โป #HomeProElectricExpo #โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #homepropr

สคส. จัดโรดโชว์ “PDPC SCHOOL TOUR” ปลูกฝังเยาวชนรู้เท่าทันข้อมูลส่วนบุคคล เดินหน้าสู่สังคมปลอดข้อมูลรั่วไหล

ในยุคที่โลกออนไลน์กลายเป็นห้องเรียนและพื้นที่สื่อสารของเยาวชน สถิติการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะปี 2567 พบคดีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงเยาวชนออนไลน์กว่า 346 คดีทั่วประเทศ โดยเด็กหญิงอายุ 8–14 ปีเป็นกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดกว่า 118 ราย รูปแบบการหลอกลวงส่วนใหญ่เริ่มจาก การล่อลวงออนไลน์เพื่อล่วงละเมิดทางเพศ, หลอกถ่ายคลิปลามกเพื่อแบล็กเมล์, การกลั่นแกล้งทางออนไลน์, ไปจนถึง การเข้าถึงเนื้อหาไม่เหมาะสมโดยไม่ตั้งใจ เช่น การคลิกโฆษณาลวง

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กล่าวว่า จากสถานการณ์เหล่านี้สะท้อนถึง “ช่องว่างความรู้” ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกลุ่มเยาวชน ที่จำเป็นต้องเร่งปลูกฝังความเข้าใจและภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างจริงจัง โดย สคส. จึงได้จัดกิจกรรมโรดโชว์เชิงรุก “PDPC SCHOOL TOUR” ลงพื้นที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นแห่งแรก ต่อยอดจากโครงการ “PDPC สร้างความรู้สู่ชุมชน” เพื่อให้เยาวชนเรียนรู้สิทธิของตนเองภายใต้ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน

“เด็กและเยาวชนคือกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ต้องได้รับความรู้เรื่องข้อมูลส่วนบุคคล เพราะพวกเขาเติบโตในโลกที่ทุกการคลิกคือข้อมูล กิจกรรม PDPC SCHOOL TOUR จึงเป็นเครื่องมือเชิงรุกที่ สคส. ตั้งใจนำความรู้เรื่อง PDPA ไปสู่ห้องเรียนจริง”

กิจกรรมโรดโชว์ PDPC SCHOOL TOUR ครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบเชิงสร้างสรรค์และเข้าใจง่าย เรียนรู้ปลูกฝังตั้งแต่ห้องเรียนโดยมีทั้งเกมจำลองสถานการณ์ “ข้อมูลรั่วไหล”และ การบรรยาย “รู้สิทธิ เข้าใจ PDPA ในชีวิตประจำวัน” โดยทีมวิทยากรจาก สคส. และผู้เชี่ยวชาญด้าน Cyber Security ร่วมให้ความรู้ เพื่อให้เยาวชนเห็นภาพจริงของความเสี่ยง และสามารถนำหลักการ PDPA ไปใช้ในการใช้สื่อดิจิทัลอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมีการลงพื้นที่บริเวณชุมชนใกล้เคียงเพื่อเผยแพร่ความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวในทุก ๆ อาชีพ พร้อมเปิดตัวแมสคอต “น้องซีโร่” ที่มาร่วมสร้างสีสันในงานเป็นครั้งแรก

พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นการคุ้มครองข้อมูลเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ
เช่นกรณี หน่วยงาน ICO ของสหราชอาณาจักรสั่งปรับ TikTok 12.7 ล้านปอนด์ (ราว 540 ล้านบาท) จากการอนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี กว่า 1.4 ล้านคน ใช้งานแพลตฟอร์มโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง

“ในประเทศไทย มาตรา 20 ของกฎหมาย PDPA กำหนดชัดว่า การประมวลผลข้อมูลของผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง โดยเฉพาะกรณีเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี ต้องได้รับความยินยอมในทุกกรณี ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของเด็กยุคดิจิทัล” พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าว

กิจกรรม PDPC SCHOOL TOUR เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย “Zero Data Breach – ข้อมูลรั่วไหลต้องเป็นศูนย์” ของ สคส. ที่ต้องการสร้างวัฒนธรรมคุ้มครองข้อมูลตั้งแต่ระดับเยาวชน เพื่อให้เกิดการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบและปลอดภัย โดยมีแผนขยายกิจกรรมโรดโชว์ “PDPC SCHOOL TOUR” เดินหน้าสู่สถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง วางแนวทางทำงานเชิงรุกทั้งการจัดกิจกรรมในโรงเรียน การอบรม การจัดทำชุดสื่อเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง มีเป้าหมายคือสร้างเครือข่ายความรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับเยาวชนให้แข็งแรงและยั่งยืน สำหรับกิจกรรมครั้งต่อไป จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 29 ตุลาคมนี้ ณ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล กรุงเทพฯ

Crystal Home เปิดตัว “THG Paris” และ “Composit”แบรนด์หรูจากฝรั่งเศสและอิตาลี สะท้อนนิยามใหม่แห่งศิลปะการใช้ชีวิต

นางสุทธิภา สวัสดิ์-ชูโต กรรมการบริหาร Crystal Home ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดจำหน่ายสินค้าตกแต่งห้องน้ำหรู จัดงานเปิดตัวสองแบรนด์ระดับโลก THG Paris และ Composit ที่ Crystal Home เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายในประเทศไทย ภายใต้คอนเซปต์ “นำความชอบและความหลงใหลในศิลปะมาอยู่ในทุก ๆ วันของชีวิต” มอบประสบการณ์ครบทุกมิติทั้งการมองเห็น สัมผัส ได้ยิน และลิ้มลอง พร้อมสะท้อนแนวคิดว่าห้องครัว ตู้เสื้อผ้า และห้องน้ำ ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ใช้งาน แต่คือการถ่ายทอดรสนิยมและวิถีชีวิตในแบบที่เป็นตัวคุณ THG Paris
แบรนด์ไอคอนิกจากฝรั่งเศส รังสรรค์อุปกรณ์ห้องน้ำให้เป็นศิลปะที่ปรับแต่งได้ตามรสนิยมเฉพาะตัว Composit
แบรนด์ชั้นนำจากอิตาลี ถ่ายทอดความหรูหราผ่านงานฝีมือ ผลิต 100% ในอิตาลี มอบอิสระไร้ขีดจำกัดในการออกแบบห้องครัวและตู้เสื้อผ้า ตอกย้ำความหมายใหม่ของความหรูหรา ที่ไม่ใช่แค่ของตกแต่ง แต่คือศิลปะเพื่อชีวิตประจำวันอย่างแท้จริงการเปิดตัวครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย, ฯพณฯ เปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย และนางณินทิรา โสภณพนิช กรรมการ บมจ.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ร่วมเป็นสักขีพยานและเปิดงานอย่างเป็นทางการ ณ คริสตัลโฮม ลักซ์เซอรีแอทลีฟวิง CDC เมื่อเร็วๆนี้

เรียงจากซ้ายไปขวา

  1. นาย อิริค บูลอน ผู้บริหารแบรนด์ทีเอชจี 
  2. นาย เฌโรม เดส์กิย็องส์    ผู้อำนวยการหน่วยงานบิสเนส ฟรานซ์ ประเทศไทย
  3. ฯพณฯ ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย
  4. นาง สุทธิภา สวัสดิ์-ชูโต   กรรมการบริหารคริสตัลโฮม
  5. นาง ณินทิรา โสภณพนิช  กรรมการ บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
  6. ฯพณฯ เปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย
  7. นาย อันเดร ซอเจนเต้     ผู้บริหารแบรนด์คอมโพสิต

ควิกแสบ เดินเกม “Idol + Entertainment Marketing” พร้อมปูทางสู่แผนธุรกิจปี 2026

“บะหมี่ที่ไม่หยุดอยู่แค่ซองอาหาร แต่กลายเป็นเวทีสร้างฝันให้คนรุ่นใหม่” นี่คือทิศทางใหม่ของ “ควิกแสบ (Quick Zabb)” ที่เดินหน้าแคมเปญ “Quick Zabb Idol Contest 2025” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ด้วยแนวคิด “ต่อยอดความแสบ สู่ความสนุกที่มากกว่ารสชาติ” ใช้พลังของ Music Marketing และ Idol Culture เป็นเครื่องมือสร้าง Brand Experience ที่เข้าถึงหัวใจคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials

  • สร้าง Brand Relevance ให้ ควิกแสบ กลายเป็น “แบรนด์ที่อยู่ในวงสนทนาของคนรุ่นใหม่”
  • ยกระดับ Brand Experience จากสินค้ารสจัดจ้าน สู่แบรนด์ที่สื่อถึง “ความสนุกและความฝัน”
  • ขยายฐานผู้บริโภคใหม่ (New User Acquisition) เพิ่ม penetration ในกลุ่ม Gen Z และวัยทำงานตอนต้น

จาก “บะหมี่รสจัดจ้าน” สู่ “แบรนด์ที่แซ่บในทุกมิติ” ควิกแสบ เดินเกมต่อเนื่องด้วยการนำเวที Quick Zabb Idol Contest มาเป็น “เวทีของคนรุ่นใหม่” ที่เปิดโอกาสให้วัยรุ่นทั่วประเทศได้แสดงความสามารถทั้งการร้อง เต้น และการแสดง เพื่อค้นหา “Quick Zabb Idol” ที่สะท้อนคาแรกเตอร์ของแบรนด์ “แสบ สนุก อินเทรนด์ และเป็นตัวของตัวเอง” โดย นายยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ควิกแสบ เผยว่า “ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถือเป็นตลาด Red Ocean ทุกแบรนด์งัดกลยุทธ์มาสู้และแข่งขันอย่างหนักหน่วง คู่แข่งส่วนใหญ่ใช้ศิลปินดังหรือพรีเซนเตอร์มาเป็นจุดขาย แต่ ควิกแสบ เลือกสร้างไอดอลของเราเอง เพื่อเติบโตไปพร้อมกัน เราไม่ได้แค่โปรโมตสินค้า แต่สร้าง Community ของคนรุ่นใหม่ที่มี Passion เหมือนกัน

“การจัดการประกวด “Quick Zabb Idol Contest 2025 Season 2” ถือว่าประสบความสำเร็จมากจาก Season 1 เนื่องจากปีนี้ ได้รับการตอบรับที่ดี แบรนด์ ควิกแสบ เชื่อว่าเด็กรุ่นใหม่มีความสามารถอยู่เยอะ แต่อาจจะยังไม่มีเวทีที่เปิดกว้างมากพอ ซึ่งเวทีของ ควิกแสบ เปิดกว้าง รับทั้งผู้หญิง และ LGBTQ+ รวมทั้งสาวพลัสไซซ์ด้วย ควิกแสบ อยากเป็นโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ได้ทำตามความฝัน เราให้เขา เขาให้เรา เราให้พื้นที่ในการโชว์ความสามารถและโอกาสในการทำงาน ในระยะยาว ควิกแสบ หวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาและครอบครัว”

กลุ่มเป้าหมายหลักของ ควิกแสบ อยู่ที่วัย 16-30 ปี ทั้งนักเรียน นักศึกษา และวัยทำงานตอนต้น ที่ชื่นชอบความจัดจ้าน สนุกกับการแสดงออก และใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง ไอดอลที่ผ่านการประกวดจึงกลายเป็น “Brand Ambassador” รุ่นใหม่ ที่สามารถสื่อสารถึงกลุ่มผู้บริโภคในภาษาเดียวกัน ผ่านโซเชียลมีเดีย เพลง และกิจกรรมบนโลกจริง

ควิกแสบ หวังเพิ่ม Brand Engagement ด้วย Idol-driven Marketing ซึ่งในปีที่ผ่านมา Quick Zabb Idol Season 1 สร้างเสียงตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้บริโภค ทั้งในเชิง Awareness และ Engagement โดยผู้เข้าประกวดที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 30 คนได้กลายเป็น “ไมโครอินฟลูเอนเซอร์” ที่ช่วยขยายการรับรู้แบรนด์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง ปีนี้แบรนด์เตรียมต่อยอดความสำเร็จ ด้วยการผลักดันผู้ชนะและผู้เข้ารอบสุดท้ายให้มีผลงานเพลงและซิงเกิลของตนเอง รวมถึงกิจกรรม Mini Concert, Roadshow และ Collaboration กับค่ายเพลง เพื่อเชื่อมโยงกลับมาที่แบรนด์โดยตรง

นายยศสรัล แต้มคงคา กล่าวอีกว่า “ปีแรกเราปูรากฐาน ปีสองคือการต่อยอดให้ไอดอลของเราได้มีเวทีจริง ได้เติบโตพร้อมแบรนด์ และกลายเป็นพลังร่วมที่สร้างคอนเทนต์ให้กับ ควิกแสบ อย่างต่อเนื่อง สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ควิกแสบ จะใช้พลัง “Idol + Entertainment Marketing” เป็นหัวหอกหลักในการกระตุ้นยอดขาย พร้อมเชื่อมโยงสู่แผนธุรกิจปี 2026 โดยเตรียมเปิดตัวสินค้ากลุ่มใหม่ในเซกเมนต์พรีเมียม เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาทั้งรสชาติและประสบการณ์ที่แตกต่าง กลยุทธ์นี้จะทำให้แบรนด์มีทั้ง “ยอดขาย–ยอด Awareness–ยอด Engagement” เติบโตไปพร้อมกัน

ควิกแสบ ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียง “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” แต่เป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจและโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ผ่านเวทีที่ผสานระหว่างอาหาร ดนตรี และความฝัน และเราคือบะหมี่แบรนด์เดียวในตลาดที่สร้างเวทีไอดอลของตัวเอง และทำอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่าความแสบคือพลังสร้างสรรค์ที่ผลักดันให้ทุกคนกล้าเป็นตัวเอง”

ซึ่ง Brand Message 2025 “Quick Zabb ไม่หยุดที่ความแสบ แต่แซ่บกว่าด้วยพลังดนตรีและคนรุ่นใหม่” การเดินเกม Idol Contest 2025 คือก้าวสำคัญสู่โรดแมปปี 2026 ที่ Quick Zabb มุ่งสร้าง “Brand Experience” ให้แข็งแรงกว่าการเป็นสินค้า-แต่คือแบรนด์ที่ “อยู่ในใจ” ของคนรุ่นใหม่ทุกครั้งที่คิดถึงคำว่า สนุก–จัดจ้าน–มีสไตล์ “เพราะ ควิกแสบ ไม่ได้แค่ขายบะหมี่ แต่ขายแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ ที่กล้าแสบ และกล้าเป็นตัวเอง” นายยศสรัล แต้มคงคา กล่าวสรุปในตอนท้าย

โฮมโปร ยืนหนึ่งทุกสมรภูมิบ้าน ตอกย้ำผู้นำ Home & Living ครบทุกมิติ ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการบริการและโซลูชันเรื่องบ้าน เดินหน้าพันธกิจ “We Make a Better Living”

โฮมโปร (HMPRO) ผู้นำธุรกิจ Home Solution & Living Experience ภายใต้พันธกิจ “We Make a Better Living” ที่ไม่ใช่เพียงแค่คำพูด แต่เป็นแนวทางดำเนินธุรกิจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง ด้วยสินค้าและบริการเรื่องบ้านที่ครบวงจร ครอบคลุมทุกช่องทาง พร้อมนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นบริการจากทีม CHANG HomePro มือโปรประจำบ้านคุณ ทีมช่างมืออาชีพที่ผ่านการฝึกอบรมด้วยมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เสริมด้วยแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ทันสมัย ผสานเทคโนโลยี AI, AR, Picture Search และ Voice Search ควบคู่กับการขยายสาขากว่า 130 แห่ง เพื่อรองรับกำลังซื้อที่เติบโตในอนาคต และช่องทาง Omni Channel ที่ไร้รอยต่อ ที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ช้อปที่ สะดวก รวดเร็ว และครบทุกมิติของการใช้ชีวิต

นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า “ผู้ประกอบการค้าปลีกเรื่องบ้านทั่วประเทศต้องเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากภาวะเศรษฐกิจและภาระหนี้ครัวเรือน, พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อนขึ้น รวมถึงความต้องการที่มากกว่าแค่ความคุ้มค่า แต่คือความสะดวกสบาย รวดเร็ว เชื่อถือได้ และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริง ขณะเดียวกัน ลูกค้าก็คาดหวังให้แบรนด์มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ขณะที่เทคโนโลยีและ AI ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุกธุรกิจต้องปรับตัว”

“โฮมโปร” ไม่ได้ยืนอยู่บนความแข็งแกร่งของแค่จำนวนสินค้า บริการ หรือสาขาที่ครอบคลุม แต่เราสร้างความแตกต่างด้วยการเป็น Total Home Solution & Living Experience ที่ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มลูกค้าบ้านเก่าและบ้านใหม่ รวมถึงผู้ที่ต้องการรีโนเวท พร้อมมี “เมกาโฮม” เข้ามาเสริมทัพ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มช่างและผู้รับเหมา รวมถึงโมเดลธุรกิจ “Hybrid Store” ที่รวมจุดแข็งทั้งสองแบรนด์ (โฮมโปร และเมกาโฮม) ไว้ในที่เดียว

ปัจจุบัน โฮมโปรมีสาขากว่า 130 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้ง HomePro, MegaHome และ Hybrid Store ที่เข้าใกล้ชุมชนมากยิ่งขึ้น ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์และประสบการณ์ช้อปปิ้ง หลังวิกฤตโควิด-19 ผู้บริโภคหันมาช้อปสินค้าออนไลน์มากขึ้น โฮมโปรจึงเร่งพัฒนาช่องทางอีคอมเมิร์ซ และ Omni-Channel เต็มกำลัง ไม่ว่าจะเป็นบริการ Chat Shop4You – ทักมา เราช้อปให้ ผ่าน LINE OA สาขา และ Facebook ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยช้อปส่วนตัว, บริการ Click & Collect – ช้อปออนไลน์ รับได้ที่สาขา หรือลูกค้าสามารถดูสินค้าที่หลากหลายเพิ่มเติมได้ ผ่านการสแกน QR Code สื่อในสาขา ตลอดจนยังมีช่องทางและบริการอื่นๆ ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือ การทำให้ลูกค้าช้อปได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายออนไลน์เติบโตขึ้น เป็น 8% ของรายได้รวมทั้งหมด

นายวีรพันธ์ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่ง Pain Point สำคัญของผู้บริโภควันนี้ คือ การหาช่างที่ไว้ใจได้ เพราะลูกค้าต้องการมากกว่าความสะดวก แต่คือความสบายใจว่าจะมีคนรับผิดชอบงานจนจบ และพร้อมแก้ไขปัญหาเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน เพื่อตอบโจทย์นี้ “ช่างโฮมโปร (CHANG HomePro)” จึงถูกยกระดับให้เป็น

“มือโปรประจำบ้านคุณ” ภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และครอบคลุมบริการทุกเรื่องบ้าน ตั้งแต่งานติดตั้ง ซ่อมบำรุง ไปจนถึงบริการฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เช่น ไฟดับ ปั๊มน้ำเสีย อีกทั้งขยายบริการเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เข้าสู่ยุค Lazy Economy ที่ต้องการความง่าย สะดวก รวดเร็ว ครบจบในครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นบริการแม่บ้านทำความสะอาด, งานซ่อมบำรุง, บริการ Same Day Delivery “ซื้อวันนี้ ส่งวันนี้” และ Express Delivery “ส่งด่วนทันที! ภายใน 1 ชั่วโมง ไม่มีขั้นต่ำ เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ” และอื่นๆ ทั้งหมดนี้ทีมช่างโฮมโปร พร้อมดูแลบ้านให้เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวของทุกครอบครัว “ความสะดวกสบายและรวดเร็ว” จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการบริการ ที่ไม่ใช่แค่ตัวเลือก แต่คือสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับทันทีจากโฮมโปร

“โฮมโปร” ยังสร้าง Demand Generation เพื่อสร้างประสบการณ์เรื่องบ้าน ผ่านกิจกรรมและแคมเปญที่กระตุ้นความสนใจสู่การตัดสินใจซื้ออย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ที่ช่วยเปลี่ยนของเก่าที่ไม่ใช้แล้ว ให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง เป็นสินค้ารักษ์โลก นอกจากนี้มีกิจกรรม “ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า” ที่เปิดให้ลูกค้านำเครื่องใช้ไฟฟ้ามาซ่อมฟรีทุกสาขา พร้อมส่วนลดค่าอะไหล่ ขณะเดียวกันเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพทั้งระบบซัพพลายเชนและระบบหลังบ้าน เพื่อส่งมอบบริการที่รวดเร็วกว่าเดิม และขยายตลาด B2B ด้วยการนำเสนอโซลูชันครบวงจรให้กับโครงการที่อยู่อาศัยและภาคธุรกิจ เพื่อตอกย้ำความเป็น Total Home Solution & Living Experience ที่ครบวงจรในทุกมิติของบ้านอย่างแท้จริง

สำหรับในปี 2569 โฮมโปรตั้งเป้าหมายสร้าง Customer Lifetime Value (CLV) เต็มรูปแบบ มุ่งให้โฮมโปรเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันของลูกค้า ส่งมอบประสบการณ์เรื่องบ้านแบบครบวงจร และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น (Better Living) อีกทั้งยกระดับบริการให้เฉพาะบุคคลยิ่งขึ้นด้วย AI-Driven Personalization ผ่านระบบ Customer Data Platform (CDP) ที่วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบเรียลไทม์ เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่เหมาะกับความต้องการขณะนั้นจริงๆ อีกทั้งพัฒนา Application ต่อเนื่อง สร้าง HomePro Online App. เป็นศูนย์กลางทุกความต้องการเรื่องบ้าน, CHANG HomePro App. ทำให้การเรียกช่าง เป็นเรื่องง่ายขึ้น และ Home Card App. ที่มาพร้อมสิทธิพิเศษมากมายสำหรับสมาชิกoHom ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนภายใต้กลยุทธ์ 3S เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับทุกครอบครัว ภายใต้พันธกิจ “We Make a Better Living”

ด้าน นายธีรพล รอดเฉื่อย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานจัดส่งและติดตั้ง บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวเสริมว่า “เราตั้งใจให้บริการจากทีมช่างโฮมโปร (CHANG HomePro) มือโปรประจำบ้านคุณ ให้เข้ามาดูแลทุกช่วงชีวิตในบ้าน ตั้งแต่การเปลี่ยนหลอดไฟเล็กๆ ไปจนถึงการปรับปรุงห้องน้ำหรือครัวทั้งหลัง ด้วยทีมช่างมืออาชีพกว่า 2,500 ทีมที่ผ่านการฝึกอบรมมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และมีแผนขยายทีมช่างโฮมโปรเป็น 4,500 ทีม พร้อมวางแนวคิด “1 ช่าง 1 ตำบล” เพื่อให้บริการรวดเร็วครอบคลุมทุกมิติ พร้อมพัฒนาบริการให้หลากหลายตั้งแต่บริการจัดส่งด่วน ภายในวันถัดไป (Next Day Delivery), บริการจัดส่งด่วน ภายในวัน (Same Day Delivery) และบริการส่งด่วน ภายใน 1 ชม. (Express Delivery)ไปจนถึง Emergency Service ที่จะมีช่างโฮมโปรเข้าไปให้บริการ ดูแลปัญหาให้ลูกค้า ภายใน 2 ชั่วโมง การรีแบรนด์ Home Service เป็น CHANG HomePro

ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากกิจกรรม “ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า” ที่ดึงดูดลูกค้าเกือบ 40,000 ราย ภายใน 3 วัน โดยลูกค้าสามารถจองบริการผ่านแอปพลิเคชัน “CHANG HomePro” ได้ง่าย เพียง 3 คลิก”

ด้าน นางอภิรดี ทวีลาภ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงาน Business & Merchandise Center บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า “อีคอมเมิร์ซยุคดิจิทัล เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญค้าปลีกไทยในปัจจุบัน ของ HomePro Online ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี และได้ทำการปรับโฉมเต็มรูปแบบก่อนยุคโควิด-19 ทำให้รองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว HomePro Online นำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็น Picture Search, Voice Search, AR, Live Commerce รวมถึงระบบ Customer Data Platform (CDP) ใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเพื่อแนะนำสินค้าและโปรโมชั่นเฉพาะบุคคล พร้อมบริการจัดส่งด่วนทันที! ภายใน 1 ชม. ไม่มีขั้นต่ำทุกออเดอร์ เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ยกระดับประสบการณ์การซื้อของออนไลน์ให้สะดวกสบายยิ่งกว่าเดิม”

นายวีรพันธ์ กล่าวปิดท้ายว่า ด้วยความมุ่งมั่นของโฮมโปรที่ต้องการสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับทุกคน และพร้อมที่จะเข้าใจทั้งบ้านและเข้าใจชีวิตของผู้คนจริงๆ ได้รับการตอกย้ำด้วยความสำเร็จจากการได้รับคัดเลือกจาก Marketeer ให้รับ 3 รางวัล ได้แก่ หมวดร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่ได้รับความนิยมสูงสุด, หมวดแพลตฟอร์มศูนย์รวมช่างที่ได้รับความนิยมสูงสุด (ซึ่งโฮมโปรได้รับรางวัลฯ หมวดนี้ 2 ปีต่อเนื่อง) และหมวดแพลตฟอร์ม E-Commerce (Home & Living) ที่ได้รับความนิยมสูงสุด

เป็นปีแรกที่ Marketeer No.1 Brand Thailand ทำการสำรวจแบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของผู้บริโภคในหมวดร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น ใส่ใจทั้งด้านการตกแต่งและฟังก์ชันการใช้งาน พร้อมความคาดหวังประสบการณ์เรื่องบ้านแบบครบวงจร ผลสำรวจพบว่า โฮมโปร
คือแบรนด์ร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งอันดับหนึ่งที่ผู้บริโภคไทยนึกถึง

ด้วยความตั้งใจและความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้ง โฮมโปรพร้อมเดินหน้าสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น เพื่อเป็นมากกว่าผู้นำธุรกิจ แต่เป็นภาพของ “เพื่อนที่ดี” ที่พร้อมช่วยจัดการเรื่องบ้านให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ด้วยการบริหารจัดการที่ทันสมัย นวัตกรรมตอบโจทย์ทุกความต้องการ และทีมงานมืออาชีพที่พร้อมเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงเวลาของชีวิต โฮมโปรคือคำตอบของชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ ภายใต้พันธกิจ “We Make a Better Living” ที่ไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือการลงมือทำจริงเพื่อชีวิตที่ดีกว่าในทุกวัน

#MarketeerNo1BrandThailand2025 #No1BrandThailand2025 #FurnitureandHomeDecorStore

#แพลตฟอร์มศูนย์รวมช่าง #CHANGHomePro #ช่างโฮมโปร #มือโปรประจำบ้านคุณ #HomeProOnline #HomeandLiving #โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #homepropr

“ไดกิ้น” คว้ารางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 5 สร้างมาตรฐานโรงงานสีเขียว พร้อมปักหมุดแผน “Fusion30” สู่ Net Zero อย่างยั่งยืน

นายวัลลภ พ่วงไพโรจน์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ารับรางวัล “อุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 5” (Green Industry Level 5) ประจำปี 2568 ระดับสูงสุดของกระทรวงอุตสาหกรรม ตอกย้ำบทบาทองค์กรต้นแบบด้านโรงงานสีเขียว และการผสานความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินธุรกิจทุกมิติ ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เข้มแข็ง และวัฒนธรรมองค์กรที่มี “ความยั่งยืน” เป็น DNA ฝังในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บริหารจนถึงพนักงาน โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล  ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานมอบรางวัล ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ ชั้น 3 สโมสรทหารบก (วิภาวดี) กรุงเทพมหานคร

จากซ้ายไปขวา

1) นางสาวสุรัชมาศ คำภีระมี   วิศวกรอาวุโส บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด

2) นายนัฐพงค์ หันแจ้ด ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด

3) นายพรยศ กลั่นกรอง   อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม  กรมโรงงานอุตสาหกรรม

4) นายณัฐพล รังสิตพล  ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

5) นายวัลลภ พ่วงไพโรจน์  กรรมการบริษัทฯ & ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส  บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด

6) นางสาวกันยกร วรรณศรี ผู้จัดการ บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด