Italthai Industrial Partners with Redline by Dynapac to Strengthen Road Machinery PortfolioLaunches 6 New Global-Standard Innovations Covering All Jobsite Needs

Bangkok – Italthai Industrial Co., Ltd. (ITI), Thailand’s leading heavy machinery distributor with more than 70 years of industry expertise, is accelerating its expansion in the road machinery segment through a strategic partnership with Redline by Dynapac, a globally recognized European-standard road equipment brand.

The company unveiled six models—DRS120D, DRA90, DRA30, DRF25-70C, DRT140 and DRS180D, DRS200D —designed to support every phase of road construction, from surface preparation and maintenance to large-scale infrastructure works across both public and private sectors nationwide. This collaboration underscores Italthai Industrial and Redline’s shared commitment to elevating Thailand’s road machinery market to world-class standards.

Mr. Yuthachai Charanachitta, Managing Director of Italthai Industrial Co., Ltd., stated: “The partnership with Redline by Dynapac marks a significant milestone for Italthai Industrial in completing our full road-machinery ecosystem. With infrastructure demand surging nationwide, we aim to offer machinery that is high-quality, durable, cost-efficient, and fully aligned with customer needs. Redline delivers a perfect balance of performance and real-world usability.”

ITI is targeting 200% growth in road-machinery sales compared with the previous year. The strategy focuses on strengthening its long-established customer base while expanding into new segments seeking premium-quality machinery at accessible price points (Premium Economy Segment). This will be supported by ITI’s trusted multi-brand integrated service model, offering strong after-sales confidence and customer reliability built over seven decades.

Mr. Thierry Leder, Regional General Manager of Dynapac road equipment (Thailand) Co., Ltd., added that Redline by Dynapac is engineered under the same rigorous standards as Dynapac’s European lineup, backed by more than 90 years of experience. The brand’s design and functionality have been specifically adapted for Asian operating conditions, providing exceptional durability, ease of use, and efficient maintenance.

This partnership clearly strengthens the portfolios of both Redline and ITI by delivering technology that reduces long-term operating costs and supports contractors of all scales across Thailand.

The six newly distribute models are designed to fully cover all dimensions of road construction work:

  1. DRS120D – Vibratory Soil Compactor Ideal for infrastructure and foundation works requiring powerful compaction performance, soil stabilization, and large-scale earthworks.
  2. DRA90 – Tandem Drum Roller Designed for asphalt surface compaction in medium- to large-scale projects, ensuring smoothness and density that meet European standards.
  3. DRA30 – Compact Steel-Drum RollerHighly maneuverable for diverse applications including road maintenance, community road construction, and sites requiring enhanced mobility.
  4. DRF25-70C – Asphalt PaverProvides consistent mat thickness with smooth and durable asphalt surfaces, meeting strict road construction quality requirements.
  5. DRT140 – Pneumatic Tire RollerUses the machine’s weight and tire pressure to deliver uniform asphalt surface compaction and sealing performance.
  6. DRS180D, DRS200D – 18-ton and 20-ton vibratory compactors engineered for heavy-duty applications, ideal for dams, airports, quarries, and mining sites. Designed to deliver high-impact compaction for thick soil layers, they ensure superior density, stability, and performance required for large-scale infrastructure projects.

Integrating Redline by Dynapac into our portfolio enables ITI to deliver a truly end-to-end offering—from earthmoving and hauling to all categories of road construction. With nationwide service centers, our expert TopQ Service technicians, and fast delivery of genuine international-standard spare parts, we provide dependable support 365 days a year. This is why road-construction customers continue to place their trust in the ITI brand.

“อิตัลไทยอุตสาหกรรม” จับมือ Redline by Dynapac เสริมทัพเครื่องจักรงานถนน เปิดไลน์ใหม่ 6 นวัตกรรมมาตรฐานโลก ครอบคลุมทุกไซต์งาน

กรุงเทพฯ – บริษัท อิตัลไทยอุตสาหกรรม จำกัด (Italthai Industrial: ITI) ผู้นำธุรกิจเครื่องจักรกลหนักของไทยกว่า 70 ปี เดินหน้ารุกตลาดงานถนน (Road Machinery) อย่างเต็มรูปแบบ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ “Redline by Dynapac” (เรดไลน์ บาย ไดนาแพค)  แบรนด์เครื่องจักรงานถนนมาตรฐานยุโรประดับโลก พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ 6 รุ่น ได้แก่ DRS120D, DRA90, DRA30, DRF25-70C, DRT140 และ DRS180D, DRS200D ที่ตอบโจทย์ตั้งแต่งานเตรียมพื้นผิว งานซ่อมบำรุง ไปจนถึงงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันระหว่าง Italthai Industrial และ Redline ในการยกระดับตลาดเครื่องจักรงานถนนของไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล

นายยุทธชัย จรณะจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิตัลไทยอุตสาหกรรม จำกัด หรือ ITI กล่าวว่า “การร่วมมือกับ Redline by Dynapac ถือเป็นก้าวสำคัญของอิตัลไทยอุตสาหกรรม ที่ให้บริการผลิตภัณฑ์ด้านงานถนนอย่างครบวงจร ซึ่งเราเห็นโอกาสจากความต้องการโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่เติบโตทั่วประเทศ และต้องการนำเสนอเครื่องจักรที่มีคุณภาพ ทนทาน คุ้มค่า และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอิตัลไทย ทั้งในด้านประสิทธิภาพและการใช้งานจริง”

การร่วมมือกันครั้งนี้ ITI ตั้งเป้ายอดขายเครื่องจักรงานถนนเพิ่ม 200% โดยกลุ่มเป้าหมายหลักยังคงเป็นลูกค้าเดิมที่ ITI มีฐานมายาวนานมาตลอด 70 ปี และขยายไปตลาดใหม่ในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเครื่องจักรสินค้าแบรนด์พรีเมียม แต่ราคาเอื้อมถึงได้ (Premium Economy Segment) อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านสินค้าและความไว้วางใจในการให้บริการลูกค้าด้วย Multi-brand integrated service

ด้าน นายเทียร์รี ลีเดอร์ ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท ไดนาแพค โรด อีควิปเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (Mr.Thierry Leder, Regional General Manager – APAC, Dynapac Thailand) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า Redline by Dynapac มีการออกแบบภายใต้มาตรฐานเดียวกับ Dynapac แบรนด์ยุโรป ซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 90 ปี ทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์และฟังก์ชันให้เหมาะกับสภาพการใช้งานในภูมิภาคเอเชียเป็นพิเศษ โดดเด่นทั้งเรื่องความทนทาน ใช้งานง่าย และดูแลรักษาสะดวก ความร่วมมือครั้งนี้จึงช่วยเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอของทั้ง Redline และ ITI อย่างชัดเจน ด้วยการส่งต่อเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนในระยะยาว และตอบโจทย์กับผู้รับเหมาทุกขนาดในไทย

สำหรับผลิตภัณฑ์ทั้ง 6 รุ่นที่นำมาจัดจำหน่าย ได้รับการจัดวางให้ครอบคลุมการใช้งานครบทุกมิติของงานถนนอย่างแท้จริง ได้แก่

  1. DRS120D – รถบดสั่นสะเทือนสำหรับงานโครงสร้างพื้นฐาน เหมาะกับการบดอัดดิน การเตรียมฐานราก และโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องการพลังและประสิทธิภาพสูงเป็นพิเศษ
  2. DRA90 – รถบดล้อเหล็กสำหรับงานพื้นผิวถนน รองรับงานผิวทางแอสฟัลต์ และโครงการระดับกลางถึงใหญ่ ให้ความเรียบแน่นของพื้นผิวตามมาตรฐานยุโรป
  3. DRA30 – รถบดล้อเหล็กขนาดเล็กคล่องตัวสูง เหมาะกับงานหลากหลายด้าน ทั้งงานซ่อมบำรุง งานก่อสร้างถนนในชุมชน และไซต์ที่ต้องการความคล่องตัวเป็นพิเศษ
  4. DRF25-70C – รถปูยางมะตอย กระจายและปูยางมะตอยร้อน ให้มีความหนาที่สม่ำเสมอ พื้นผิวเรียบแข็งแรงและได้มาตรฐาน
  5. DRT140 – รถบดล้อยาง บดอัดพื้นผิวถนนแอสฟัลต์ โดยอาศัยแรงกดจากน้ำหนักของตัวรถ
  6. DRS180D, DRS200D – รถบดสั่นสะเทือนขนาด 18 และ 20 ตัน สำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น เขื่อน สนามบิน โรงโม่ และเหมือง ที่มีชั้นผิวหนาและต้องการให้ชั้นผิวแน่นเป็นพิเศษ

การเพิ่ม Redline by Dynapac เข้ามาในพอร์ตทำให้ ITI สามารถให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่งานดิน งานขนส่ง ไปจนถึงงานถนนทุกประเภท พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานทั่วประเทศและทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ TopQ Service ที่พร้อมดูแลทุกขั้นตอน รวมถึงอะไหล่แท้มาตรฐานสากลที่พร้อมจัดส่งอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับงานจริงตลอด 365 วัน ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ลูกค้ากลุ่มงานถนนไว้วางใจแบรนด์ ITI มาโดยตลอด

“คิมเบอร์ลี่” คัมแบ็กจอแก้ว! ช่อง 3 ในรอบหลายปีพร้อมประชันบทบาทเข้มกับ “แพร-โยเกิร์ต” ใน “Translator”

ทำเอาแฟนละครเฮกันถ้วนหน้า เมื่อช่อง 3 ปล่อยภาพฟิตติ้งผลงานเรื่องใหม่ “Translator” ของค่ายสเต็ปเพาเวอร์ทรี ซึ่งถือเป็นการคัมแบ็กจอแก้วในรอบหลายปีของนางเอกมากฝีมือ คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส หลังห่างหายจากงานละครไปพักใหญ่ นับเป็นการกลับมาที่ท้าทายความสามารถทางการแสดงอย่างมาก นอกจากนี้ยังรวมทีมนักแสดงฝีมือเฉียบมาร่วมประชันบทบาทเข้มข้นอย่าง แพร พิชาภา และ โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ ที่มาเติมเต็มเรื่องราวให้ดราม่าเข้มข้นขึ้น

งานนี้คิมเบอร์ลี่เผยความรู้สึกผ่านโซเชียลมีเดียว่า ได้ตัดสินใจรับบทดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย พร้อมบอกเล่าความตื่นเต้นกับตัวละครที่มีมิติ ลึก และซับซ้อน เต็มไปด้วยความลับและเชื่อมโยงกับ “ความจริงที่ยังไม่ถูกแปล” ตามคอนเซ็ปต์ของเรื่อง การกลับมาครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดที่สำคัญในเส้นทางนักแสดงของคิมเบอร์ลี่ ที่แฟนๆ ต่างเฝ้ารอชมพัฒนาการและพลังการแสดงในบทบาทใหม่ ซึ่งคาดว่าจะสร้างกระแสและความน่าสนใจให้กับวงการละครอีกครั้งอย่างแน่นอน

PDPC ชี้แจงทุกขั้นตอน: กรณีข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เน้นสอบทุกประเด็นการกระทำผิด ไม่มีการเลือกปฏิบัติ

(กรุงเทพฯ, 16 ธันวาคม 2568) พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC หรือ สคส.) ได้ออกแถลงการณ์เพื่อชี้แจงความคืบหน้าและหลักการในการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลในสื่อสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับบุคลลใกล้ชิดของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดีอี โดยเลขาธิการ PDPC ยืนยันว่า สำนักงานฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบทุกประเด็นอย่างรวดเร็วและเป็นไปตามหลักนิติธรรม โดยยึดถือบทบัญญัติของกฎหมาย PDPA เป็นสาระสำคัญ

เลขาธิการ พ.ต.อ.สุรพงศ์ ได้สรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้นและแนวทางการบังคับใช้กฎหมายใน 2 ประเด็นหลัก ดังนี้

1. ประเด็นการกระทำของผู้โพสต์ข้อมูล (กรณีมาตรา 4(1))

​สำนักงานฯ ได้พิจารณาการกระทำของผู้โพสต์ข้อมูลดังกล่าวแล้ว พบว่า เนื่องจากเป็นการโพสต์ข้อมูลส่วนบุคคลของคู่กรณีในลักษณะการประชดประชัน และ มิได้มีเจตนาในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอเพื่อกิจการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ การกระทำนี้จึงเข้าข่ายการดำเนินการเพื่อประโยชน์ส่วนตน ซึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมาย PDPA ตามมาตรา 4(1)

“อย่างไรก็ตาม แม้การกระทำนี้จะอยู่นอกเหนือขอบเขตการกำกับดูแลของ PDPA หากการโพสต์ดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ผู้โพสต์อาจมีความรับผิดตามกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไปได้ เช่น ความผิดฐานหมิ่นประมาท” โดยความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดส่วนตัวที่ผู้เสียหายสามารถร้องทุกข์มอบคดีต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีได้

2. ประเด็นการรั่วไหลของข้อมูลจากผู้ควบคุมข้อมูล (Data Controller)

​ในส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลที่ถูกนำมาโพสต์อาจเป็นข้อมูลที่รั่วไหลมาจากการควบคุมดูแลของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งถือเป็น “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ตามกฎหมาย PDPA นั้น เลขาธิการ PDPC ชี้แจงว่า “ประเด็นนี้อยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมาย PDPA อย่างเต็มรูปแบบ โดย สตช. มีหน้าที่ตามกฎหมายในการตรวจสอบและแจ้งเหตุการละเมิดมายัง PDPC ภายใน 72 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้ สตช. ได้ดำเนินการแจ้งเหตุการละเมิดเข้ามาแล้ว แต่ข้อมูลที่แจ้งมานั้น ยังไม่ครบถ้วนเพียงพอต่อการสรุปข้อเท็จจริง ดังนั้น PDPC จึงได้ส่งหนังสือให้ สตช. ชี้แจงและจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมเป็นการเร่งด่วน”

หากผลการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า สตช.มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA อาทิ ไม่ได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสมเพียงพอ หรือหากมีผู้เสียหายใช้สิทธิร้องเรียนมา สำนักงานฯ จะเร่งรายงานต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาโทษทางปกครองต่อไปอย่างไม่มีการละเว้น

เฮเฟเล่ #Comeback บนเวทีสถาปนิก’69 จับมือ “Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research” พลิกโฉมมุมสินค้าเป็นสตูดิโองานดีไซน์ เตรียมสร้างประสบการณ์ที่ทุกคน #ไม่เคยเห็นมาก่อน

เฮเฟเล่ ประเทศไทย เตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ บนเวที ASA Architect Expo 69 หรือ “งานสถาปนิก’69” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ด้วยการถ่ายทอดมุมมอง ผ่านบทบาทของแบรนด์โซลูชันเรื่องบ้านและงานอาคาร ที่อยากชวนคนไทยไปสัมผัสกับประสบการณ์งานดีไซน์รูปแบบใหม่ จากการร่วมมือกับ “Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research” เปลี่ยนจากบูธโชว์สินค้าให้เป็น “สตูดิโอชิ้นงานสถาปัตยกรรม” ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน พร้อมให้สัมผัสในปี 2569

ปีนี้ เฮเฟเล่ได้เลือกทำงานร่วมกับ “Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research” นำโดยคุณเจอร์รี่ หง (Jenchieh Hung) และ คุณกุลธิดา ทรงกิตติภักดี สตูดิโอสถาปนิกชั้นนำระดับนานาชาติที่มีผลงานทั้งด้านสถาปัตยกรรมทั้งในและต่างประเทศ โดยมีลายเซ็นสำคัญคือแนวคิด design + research ที่ไม่ได้มองอาคารแค่ในเชิงโครงสร้าง แต่ใช้การวิจัยและตีความ “ภูมิทัศน์เอเชีย” ผ่านวิธีคิดใหม่ ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีมิติทางวิถีชีวิตที่หลากหลาย การจับมือกันระหว่างเฮเฟเล่และ HAS design and research จึงไม่ใช่เพียงการให้สถาปนิกมาออกแบบบูธหรือสินค้า แต่เป็นการให้ทีมออกแบบระดับโลกมาตีความโซลูชันด้านฮาร์ดแวร์ แสงสว่าง ห้องครัว ไปจนถึงห้องน้ำของเฮเฟเล่ให้กลายเป็นภาษาทางสถาปัตยกรรมที่เล่าเรื่องการอยู่อาศัยในยุคใหม่ได้อย่างมีมิติ

นางสาวเสาวนีย์ เสริมศุภกรวงศ์ Sales Director บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายมุมมองของแบรนด์ต่อการร่วมงานครั้งนี้ ว่างานสถาปนิก’69 เป็นเวทีสำคัญที่เฮเฟเล่ใช้ถ่ายทอดมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับการอยู่อาศัยและการออกแบบ “เฮเฟเล่มีความเชื่อว่า ‘นวัตกรรมที่ดี’ ไม่ได้มีแค่การสร้างสินค้ามากขึ้น แต่รวมไปถึงการพัฒนาโซลูชันที่ช่วยให้การใช้ชีวิตและพื้นที่ใช้งานมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม ปีนี้เฮเฟเล่จึงตั้งใจนำเสนออีกมิติที่แตกต่าง ทั้งในเชิงแนวคิด รูปแบบการดีไซน์ และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหน รวมถึงเรื่ององค์ประกอบ ที่เราออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับวงการสถาปัตยกรรมและดีไซน์ ซึ่งเฮเฟเล่มั่นใจว่าผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างแน่นอน”

จากวิธีคิดของ HAS design and research ที่ออกแบบผ่านบริบทความเป็นเมืองและภูมิทัศน์เอเชีย ทำให้พื้นที่ของเฮเฟเล่ในงานสถาปนิก’69 จึงมีการจัดวางให้เป็นมากกว่าบูธแสดงสินค้า ที่เป็นเหมือนสตูดิโอชิ้นงานสถาปัตยกรรม ที่หยิบเอาองค์ประกอบของบ้านและอาคารมาจัดวางใหม่ให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน แสง พื้นผิว และการเคลื่อนไหวภายในพื้นที่เดียวกัน โดยผู้ชมงานจะไม่ได้แค่เดินผ่านชุดฟิตติ้ง ครัว หรือโคมไฟไปทีละชิ้น แต่จะได้เห็นว่านวัตกรรมของเฮเฟเล่เหล่านี้ เมื่ออยู่ในสายตาและการจัดวางของสถาปนิกระดับโลก จะกลายเป็นพื้นที่ด้านประสบการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับการใช้ชีวิตและอยู่อาศัยได้อย่างไร

อีกเบื้องหลังสำคัญของความร่วมมือนี้ คือดีเอ็นเอแบบ German Engineering ที่เฮเฟเล่ยึดมั่นมาโดยตลอด ในฐานะผู้นำด้าน Home & Building Solutions ที่มอบโซลูชันแบบครบวงจร ตั้งแต่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เฟอร์นิเจอร์ฟิตติ้ง เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำ ไปจนถึงเรื่อง Lighting Solutions ที่ไม่ได้ให้เพียงแสงสว่าง แต่มอบ“คุณภาพแสงที่ยกระดับการใช้ชีวิต” ทำให้ปีหน้า รวมถึงบนเวทีสถาปนิก’69 จะเป็นอีกก้าวสำคัญที่เฮเฟเล่เดินหน้าผลักดันแนวคิด Smart Living อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งในมุมโซลูชันที่ช่วยให้บ้านและอาคารฉลาดขึ้น หรือการออกแบบรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้ทุกการใช้งานมีความสะดวก ปลอดภัย และสวยงาม ผ่านการผสานอย่างลงตัวของงานดีไซน์และเทคโนโลยี

เฮเฟเล่จึงอยากชวนสถาปนิก อินทีเรียดีไซเนอร์ เจ้าของธุรกิจ จนถึงคนรักบ้านทุกคน มาสัมผัสประสบการณ์ครั้งนี้ด้วยตัวเองในงานสถาปนิก’69 ระหว่างวันที่ 28 เมษายน 2569 – 3 พฤษภาคม 2569 ที่บูธ TP05 ฮอลล์ 2 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

“ในปี 2569 ที่วงการสถาปัตยกรรมกำลังมองหาภาษาการดีไซน์รูปแบบใหม่ เฮเฟเล่ x งานสถาปนิก’69 จะเป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้เห็นด้วยตาว่าโซลูชันเรื่องบ้านและอาคารจากเยอรมนี เมื่อถูกเล่าด้วยภาษาของสถาปนิกและงานศิลปะ จะสามารถกลายเป็นประสบการณ์ที่ #ไม่เคยเห็นมาก่อน ได้อย่างไร” คุณเสาวนีย์ ทิ้งท้าย

“กรมการขนส่งทางบก” จับมือ “กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน” ติวเข้มผู้ขับรถขนส่งทั่วไทย! ผนึกกำลังยกระดับมาตรฐานขับขี่ปลอดภัย ป้อนตลาดโลจิสติกส์ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานพร้อมภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน สหพันธ์ การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และผู้ประกอบการขนส่ง จัดพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ขับรถขนส่ง เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนน และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กรมการขนส่งทางบก กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นการผนึกกำลังพัฒนาศักยภาพผู้ขับรถขนส่ง เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน พร้อมผลิตนักขับรถมืออาชีพป้อนระบบโลจิสติกส์ไทยให้เข้มแข็งและแข่งขันได้ ณ กรมการขนส่งทางบก วันก่อน

ช่อง 7 ปลุกพลังรักชาติ ชวนส่งกำลังใจถึงทหารผู้เสียสละ

ช่อง 7HD เปิดไฟสัญลักษณ์ธงไตรรงค์ ปลุกพลังรักชาติ ส่งกำลังใจทหารกล้าแนวหน้า จากสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา และยืนยันจุดยืนของช่อง 7HD ในการอยู่เคียงข้างสังคมไทย พร้อมส่งต่อความห่วงใย ความปรารถนาดี และกำลังใจไปยังผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกนายที่เสียสละเพื่อผืนแผ่นดินไทย

บรรยากาศการแสดงพลังครั้งนี้ มีผู้ประกาศข่าวและพนักงานช่อง 7HD อาทิ เปรมสุดา สันติวัฒนา, สวิตต์ ลีละพงศ์วัฒนา, กฤษดา นวลมี, ศจี วงศ์อําไพ, จีรนันท์ เขตพงศ์, กมลาสน์ เอียดศรีชาย, ปิ่นปินัทธ์ ฐากุลวีรนันท์, นภัสกรณ์ เสรีโรจนสิริ, สุคนธ์เพชร ผลประดิษฐานนท์ และณิชารีย์ พัดทอง ร่วมกิจกรรม รวมถึงประชาชนชาวไทยจากหลากหลายภาคส่วน ที่ต่างแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ธงชาติไทยอย่างพร้อมเพรียง

ช่อง 7HD ขอเชิญชวนคนไทยทุกคน รวมพลังให้กำลังใจพี่น้องทหารไทยผู้เสียสละ พร้อมส่งความห่วงใยไปยังประชาชนในพื้นที่ชายแดน ขอให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ช่อง7hd #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทหารไทย🇹🇭

โตชิบา ยืนหนึ่งตลาดไทย คว้าแชมป์ยอดขายตู้เย็นและไมโครเวฟ

โตชิบา ไทยแลนด์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ด้วยการคว้าตำแหน่งแบรนด์ตู้เย็นและไมโครเวฟที่มียอดขายอันดับ 1 ในประเทศไทย จากผลสำรวจของ GfK บริษัทวิจัยข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจการตลาดและผู้บริโภค สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อคุณภาพ ความทนทาน และนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์โตชิบาตลอดมา

ข้อมูลอ้างอิงจาก GfK Market Intelligence ครอบคลุมช่วงเวลา 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2024 ถึง
31 ตุลาคม 2025 ผลการจัดอันดับนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของโตชิบาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคชาวไทย โดยเน้นเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงาน คงความสดของอาหาร และใช้งานง่าย รวมถึงดีไซน์ที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ของครอบครัวไทย

โตชิบายังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยมาตรฐานญี่ปุ่น พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานที่เชื่อถือได้ในทุกครอบครัวต่อไป ชมข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/ToshibaLifestyleThailand  หรือ www.toshiba-lifestyle.com/th

พาราไดซ์ พาร์ค ชวนฟังเคล็ดลับสมดุลชีวิตยุคดิจิทัล โดย อาจารย์ ดร.ตฤณห์ นักอาชญาวิทยาและนักจิตวิทยาพฤติกรรมชื่อดัง ในงาน PARADISE PARK HEALTH & WELLNESS 18 ธ.ค. นี้

เดินหน้าส่งเสริมสังคมสุขภาพดีอย่างรอบด้าน พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค จัดงานPARADISE PARK HEALTH & WELLNESS #สมดุลชีวิตยุคดิจิทัล เพื่อสร้างความรู้และการดูแลสุขภาพในโลกที่เทคโนโลยีอยู่รอบตัว ทั้งการเสริมสุขภาวะทางกายและการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตท่ามกลางกระแสข้อมูลออนไลน์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ภายในงานพบกับการบรรยายสุดพิเศษ “สมดุลชีวิตยุคดิจิทัล” โดยนักอาชญาวิทยาและนักจิตวิทยาพฤติกรรมชื่อดัง อาจารย์ ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จะมาแบ่งปันองค์ความรู้และแนวคิดสำคัญในการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัยและมีความสุข พร้อมเปิดมุมมองใหม่ในการดูแลตัวเองทั้งกายและใจ อาทิ เทคนิคช่วยให้หลับลึกอย่าง มีคุณภาพ การดูแลใจ และทักษะรู้เท่าทันกลโกงออนไลน์ และพิเศษ! สมาชิก MBK PLUS กดรับสิทธิ์ทาง LINE @mbkplus ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมฟรี (ไม่จำกัดจำนวน)

มาเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น ทั้งในด้านร่างกาย อารมณ์ และการใช้เทคโนโลยีอย่างฉลาดและปลอดภัย ในงาน PARADISE PARK HEALTH & WELLNESS #สมดุลชีวิตยุคดิจิทัล ในวันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 14.00 น. – 15.00 น. ณ ชั้น 3 โซน Beauty & Health ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตาแกรม paradisepark_th และยูทูป paradiseparkchannel

พาราไดซ์พาร์ค #Paradisepark #HEALTHANDWELLNESS #สมดุลชีวิตยุคดิจิทัล #ดร.ตฤณห์

โบว์ เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์ – อ้น นพพันธ์ บุญใหญ่ นำทีมถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตผู้สูงอายุ ในละครสร้างสรรค์ “Return to Reset : เมื่อชีวิตย้อนเวลากลับไป (ไม่) ได้?” ภายใต้โครงการ “Happy Me” สื่อสร้างสรรค์สร้างสังคมสูงวัยเชิงรุก

วงการบันเทิงไทยเตรียมพบกับละครชุดแนว ดรามา – แฟนตาซี ที่ทั้งอบอุ่น ซึ้ง และชวนตั้งคำถามกับชีวิต กับผลงานเรื่อง “Return to Reset : เมื่อชีวิตย้อนเวลากลับไป (ไม่) ได้?” ละคร 5 ตอน ที่ได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง โบว์ เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์ รับบทคุณย่า “เนรัญชรา” และ อ้น นพพันธ์ บุญใหญ่ รับบทคุณปู่ “สาคร” พร้อมด้วยนักแสดงร่วม อาทิ กฤตภัทร ธนชิตบุริมนาถ ณัฐศิษฐ์ ไชยประสิทธิ์ และ พราว ทอแสงระพี มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของการเตรียมพร้อมชีวิตในแต่ละช่วงวัยสู่วัยชราที่ต้องเผชิญคำถามสำคัญของชีวิตและความสุข

ผลงานเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Happy Me สื่อสร้างสรรค์สร้างสังคมสูงวัยเชิงรุก” ที่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ผลักดันขึ้น เพื่อเปลี่ยนภาพจำของผู้สูงอายุในสังคมไทย จากความอ่อนแอและการพึ่งพิง ไปสู่การ “สูงวัยเชิงรุก” ที่ยังมีคุณค่า มีบทบาท และมีความสุขได้ในทุกช่วงชีวิต

เนื้อหาของละครผสานความเป็นดรามาและแฟนตาซี ผ่านเรื่องราวของตัวละครที่ได้รับโอกาสย้อนกลับไปทบทวนอดีต เพื่อค้นหาคำตอบว่า ความสุขที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร โดยสอดแทรกแนวคิดเรื่องการเตรียมพร้อมชีวิตในทุกมิติ ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ความมั่นคง และความสัมพันธ์ในครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Active Aging หรือการสูงวัยอย่างกระฉับกระเฉงและมีเป้าหมาย

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดเผยว่า โครงการ Happy Me มุ่งสร้างการตระหนักรู้แก่ประชากรวัยทำงาน วัยเตรียมเกษียณ และผู้สูงอายุวัยต้น ให้เห็นความสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและมีความสุขในระยะยาว โดยใช้พลังของสื่อสร้างสรรค์เป็นตัวเชื่อม ลดช่องว่างระหว่างวัย และสร้างความเข้าใจร่วมกันในสังคม พร้อมตั้งเป้าหมายให้ผลงานเข้าถึงประชาชนมากกว่า 1,000,000 คน

ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. กล่าวว่า โครงการนี้สะท้อนบทบาทของสถาบันในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม ผ่านสื่อที่เข้าถึงง่ายและมีพลังในการยกระดับคุณภาพชีวิต โดยเริ่มจากการสร้างความสุขทางใจและความอบอุ่นในครอบครัว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมที่เข้มแข็ง

ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร สจล. และอาจารย์ประจำวิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าโครงการ ระบุว่า “Return to Reset” ไม่ใช่เพียงละคร แต่เป็นการถ่ายทอดวิชาชีวิตผ่านตัวละครที่เป็นภาพแทนของผู้คนหลากหลายช่วงวัย ชวนผู้ชมตั้งคำถามกับตัวเองถึงความหมายของความสุข การดูแลกายใจ ความมั่นคง และการมีส่วนร่วมในสังคม ซึ่งล้วนเป็นหัวใจของการสูงวัยเชิงรุก

นอกจากละครแล้ว โครงการ Happy Me ยังมีพ็อกเก็ตบุ๊ก “Grandpa’s Diary บันทึกรักของคุณปู่” ที่เล่าเรื่องชีวิตของปู่สาครในอีกมุมหนึ่ง ที่ชวนอบอุ่นหัวใจ รวมถึงบทเพลงประกอบละคร “จำได้ไหม” ประพันธ์และขับร้องโดยนักศึกษาหลักสูตร Creative Arts วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล. ขับร้องโดย โม – ขวัญฤทัย บูรณบุณย์ ที่ช่วยเติมอารมณ์และความหมายให้เรื่องราวยิ่งลึกซึ้ง

เมื่อความสุขไม่ใช่ปลายทาง แต่คือการเริ่มต้นใหม่ “การย้อนเวลา” เป็นสัญลักษณ์ของการทบทวนชีวิตในแต่ละช่วงวัย ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนอดีต แต่เพื่อเข้าใจและยอมรับเส้นทางชีวิตของตนเอง พร้อมค้นพบว่าความสุขที่แท้จริงอาจอยู่ใกล้ตัว และเริ่มต้นได้จากวันนี้

ความสุขไม่ใช่ปลายทางของชีวิต แต่เริ่มต้นได้จากการยอมรับตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ แและแบ่งปันพลังบวกนั้นสู่คนรอบข้างและสังคม

ละครชุด“Return to Reset : เมื่อชีวิตย้อนเวลากลับไป (ไม่) ได้?” เตรียมออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ NBT ทุกวันเสาร์ เวลา 13.00 น. เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 พร้อมชวนผู้ชมทุกวัยร่วมเดินทางค้นหาคำตอบว่า ชีวิตจะดีได้เสมอ หากเราเริ่มต้นใหม่กับตัวเอง
เตรียมพบกับ ละครชุด Mini Series เรื่อง “Return to Reset : เมื่อชีวิตย้อนเวลากลับไป (ไม่)ได้?
เมื่อชีวิตจริงอาจไม่เป็นไปดังคาดหวัง แม้เวลาจะผ่านเลยไป ไม่มีทางย้อนกลับ เราจะก้าวผ่านความทุกข์
สร้างสุขในหัวใจได้อย่างไร
ผลงานสร้างสรรค์เรื่องนี้ ชวนผู้ชมมาเตรียมพร้อมชีวิตให้มีความสุขอบอุ่นใจในทุกช่วงวัยจวบจนวันสุดท้ายของชีวิต
รับชมพร้อมกันทุกวันเสาร์ เวลา 13.00น. ทางสถานีโทรทัศน์ NBT เริ่ม เสาร์ที่ 20 ธันวาคม นี้ นำแสดงโดย
โบว์ เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์, อ้น นพพันธ์ บุญใหญ่ และทีมนักแสดงคุณภาพ

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ควบคุมการผลิตโดย
ผศ.ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ผลิตโดย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง #สจล. #KMITL
https://youtu.be/wpfl3secFOU