“Dream!” ภาพยนตร์เพลงไทยภาษาอังกฤษเรื่องแรก จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวอบอุ่นทัพนักแสดงตบเท้าร่วมงานคับคั่ง สมศักดิ์ศรีหนังน้ำดีคว้ารางวัลมากมาย

จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างคึกคักสำหรับภาพยนตร์เรื่อง “Dream!” (ดรีม!) ภาพยนตร์เพลง (Musical Film) สัญชาติไทยที่สร้างความโดดเด่นด้วยการใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักตลอดทั้งเรื่องเป็นเรื่องแรกของประเทศ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ณ เมเจอร์ สุขุมวิท

บรรยากาศภายในงานคับคั่งไปด้วยบุคลในวงการภาพยนตร์ไทย นำโดย คุณวสันต์ หอมแสงประดิษฐ์ ผู้บริหาร บริษัท ฮอลลีวู้ด (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมด้วย Paul Spurrier (พอล สปาเรีย) และ จิริยา สปาเรีย ผู้กำกับภาพยนตร์ รวมถึงทัพนักแสดงคุณภาพอีกคับคั่ง อาทิ อมตา มาศมาลัย, โดนัท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล,ปู-วิทยา ปานศรีงาม, แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น, ปู-สหจักร บุญธนกิจ และ ลุค อิชิคาว่า พลาวเดน ที่พร้อมใจกันมาร่วมงานและสร้างบรรยากาศอย่างอบอุ่น

“Dream!” (ดรีม!) เป็นภาพยนตร์เพลงไทยภาษาอังกฤษที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความฝัน ความทะเยอทะยาน และการเดินทางเพื่อค้นหาตัวตน โดยแก่นของเรื่องติดตามชีวิตขิงเด็กหญิงผู้มีความฝันอันแรงกล้า ที่ต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรค ความท้าทาย และความโหดร้ายในโลกแห่งความเป็นจริง ขณะเดียวกันก็ต้องพยายามรักษาความฝันของตนเองไว้ ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้ดิ้นรน ความรัก ความผูกพัน และพลังของดนตรีในการขับเคลื่อนชีวิต โดยแม้จะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก แต่ยังคงนำเสนอจิตวิญญาณและมุมมองแบบไทยในการเล่าเรื่องราวที่มีความเป็นสากลได้อย่างชัดเจน

ก่อนหน้านี้ภาพยนตร์เรื่อง “Dream!” (ดรีม!) ได้สร้างความภาคภูมิใจครั้งสำคัญ ด้วยการคว้ารางวัล Thai Panorama จากงาน Bangkok International Film Festival 2025 (BKKIFF 2025) ไปครองได้อย่างสวยงาม พร้อมทั้งคว้ารางวัล FIRST PRIZE จาก Rhode Island Film Festival 2025 (เทศกาลภาพยนตร๋ระดับโลกที่ได้รับการรับรองโดยออสการ์) และรางวัล Best Foreign Feature จาก New York’s NYLIFF มาแล้ว ถือเป็นภาพยนตร์ที่สมารถก้าวข้ามขีดจำกัดทางภาษาและวัฒนธรรม และพร้อมที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั่วโลกอย่างแท้จริง “Dream!” (ดรีม!) กำหนดฉายพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 18 ธันวาคม นี้

“แม่ชม” ควง “น้องแอบิเกล” แท็กทีม “พีพี กฤษฏ์” ฉลอง 20 ปี “EVEANDBOY”พร้อมขนทัพคนดังเปิดแฟล็กชิฟสโตร์ใจกลางสยามสแควร์

สยามแตกไปเลย! เมื่อ “ชมพู่–อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ควงลูกสาวตัวน้อย “น้องแอบิเกล” มาร่วมฉลองครบรอบ 20 ปี “EVEANDBOY” บิวตี้สโตร์อันดับ 1 ของไทย ในงาน “EVEANDBOY 20th Anniversary : The Future of Beauty Legacy” พร้อมเปิดตัว EVEANDBOY Centerpoint Siam Square แฟล็กชิฟสโตร์โฉมใหม่ ภายใต้คอนเซปต์
“The Futuristic space” ที่ยกระดับสโตร์สู่ ‘The Future of Beauty Legacy’ อย่างสมศักดิ์ศรีตำนานบิวตี้รีเทลไทย หนึ่งใน
ไฮไลท์สำคัญคือการคอลแลปสุดพิเศษ EVEANDBOY x Mackcha กับศิลปินดัง “Mackcha–ชรารัตน์ สาระอาภรณ์” ผู้สร้างคาแรกเตอร์สุดฮิต “Chalotte” ที่ถูกนำมาปรับลุคใหม่สไตล์ Futuristic มาพร้อมกับคอลเลกชันของพรีเมียมสุด Exclusive ทั้ง Shopping Bag, Hand Mirror และ Makeup Bag เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข และ Giant Chalotte Balloon กลายเป็นแลนด์มาร์กให้แฟนๆ แชะภาพกันแน่นร้าน

หิรัญ ตันมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟแอนด์บอย จำกัด เผยว่า การฉลองครั้งนี้คือหมุดหมายสำคัญของการเดินทางตลอด 20 ปี จากร้านเล็กๆ สู่ผู้นำบิวตี้รีเทลที่มีสินค้ากว่า 100,000 รายการ จากแบรนด์ดังทั่วโลก พร้อมเดินหน้าพัฒนาออฟไลน์เอ็กซ์พีเรียนซ์ที่ตอบโจทย์คนรักความงามทุกเพศทุกวัย และไฮไลท์ที่น่าจับตามองคือการเปิดตัวโฉมใหม่ของแฟล็กชิฟสโตร์ใหม่บนพื้นที่กว่า 850 ตร.ม. ถูกออกแบบในสไตล์ Futuristic Beauty Space โดยแบ่ง 3 ชั้น ตอบโจทย์สายบิวตี้ครบวงจร ชั้น 1: Trendy Makeup Station อาณาจักรเมคอัพที่รวมเทรนด์ K-Beauty, T-Beauty และ
ไอเท็มกระแสแรงจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว ชั้น 2: Skin & Hair Care Sanctuary โซนผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม
ที่ครบครัน และ ชั้น 3: Fragrance & Global Brands สวรรค์ของคนรักน้ำหอมและแบรนด์ดังระดับโลก

ภายในงานแม่ชมและน้องแอบิเกลที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ความงามในฐานะลูกค้าตัวจริง และเสิร์ฟโมเมนต์น่ารักให้แฟนๆ ให้ค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ครั้งนี้อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและพลังบิวตี้แบบจัดเต็ม พร้อมแฟชั่นโชว์จาก
แบรนด์บิวตี้ชั้นนำกว่า 20 แบรนด์ อย่าง Benutra, ALLIE, Glad2Glow, BioActive, Tiara Beauty, WINK WHITE, MISTINE, MONTBLANC, MAYA LENS, BALMAIN, AL FEEM, Kitty Kawaii, Sewa, Skinsista, Elite Care, odbo,
Beleaf Natural, HAIR IT, Happy Sunday, Get Skin, CHAT Cosmetics, BabyLashes, SASI , Srichand,
Fleen Beauty, KATE และ Eucerin ถ่ายทอดโดยเหล่าคนดัง นำโดย โยเกิร์ต-ณัฐฐชาช์ บุญประชม, จันจิ-จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย, มีน-นิชคุณ ขจรบริรักษ์, ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์, ชิปปี้-ศิรินทร์ ปรีดียานนท์, นัตตี้-นันทนัท ฐกัดกุล, ลิลลี่-ภัณฑิลา วิน ปานสิริธนาโชติ, ไผ่หลิว-กมลวลัย ประจักษ์รัตนกุล, ติวเตอร์-กรภัทร์ ลำน้อย,
ยิม-ปริญญากรณ์ ขันสวะ, หว่าหวา-ไพลิน รัตนแสงเสถียร, เอแคลร์ จือปาก และทัพนักแสดงอีกมากมาย ที่มาร่วมจัดเต็มความสวยหล่อแบบ Non-stop กรี๊ดให้สุดเสียงกับมินิคอนเสิร์ตจาก 3 ศิลปินสุดฮอต ต้าห์อู๋-พิทยา แซ่ฉั่ว, พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร และบอยกรุ๊ป วง PERSES ที่จะมาสร้างความสนุกทำเอาแฟน ๆ กรี๊ดสนั่นลั่นสยาม!

ร่วมสัมผัสความงามแห่งโลกอนาคต และถ่ายรูปกับ “Chalotte” ขนาดยักษ์ได้แล้ววันนี้ที่ EVEANDBOY Centerpoint Siam Square (Flagship Store) ชั้น 3 พร้อมโปรแรงลดสูงสุด 80% และของสมนาคุณเพียบ หรือช้อปออนไลน์ที่ Application พร้อมติดตามกิจกรรมต่างๆ ได้ทาง Facebook, Instagram, TikTok และ X: Eveandboy

ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า ผนึกพันธมิตร สุกี้ตี๋น้อย จัดเอ็กซ์คลูซีฟคอนเสิร์ตส่งท้ายปี“สุกี้ตี๋น้อย x โคคา-โคล่า อร่อยสนุกซ่ากับ ATLAS” เสิร์ฟประสบการณ์สุดฟินเอาใจเหล่า Gen Z

ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า นำโดย คุณสุพัตรา พิทยาโรจนกุล (ที่ 4 จากขวา) ผู้อำนวยการ – Customer Marketing และ คุณรัฐภัทร์ ศรีเลิศ (ที่ 6 จากขวา) บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม “โคคา-โคล่า” ในประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตร สุกี้ตี๋น้อย โดย คุณนัทธมน พิศาลกิจวนิช (ที่ 5 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด เจ้าของแบรนด์ “สุกี้ตี๋น้อย” เสิร์ฟความสุขผ่านคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะสมาชิกของสุกี้ตี๋น้อย ผนึก “ATLAS” 7 หนุ่ม T-POP บอยแบนด์สุดฮอต สร้างปรากฏการณ์ความฟินแบบใกล้ชิดผ่านกิจกรรม “สุกี้ตี๋น้อย x โคคา-โคล่า อร่อยสนุกซ่ากับ ATLAS” แทนคำขอบคุณลูกค้าสมาชิกของสุกี้ตี๋น้อย พร้อมสนุกกับบูทกิจกรรมในงานพร้อมรางวัลพิเศษมากมาย อาทิ โซนเกม โฟโต้บูธ โซนอาหารและเครื่องดื่มจาก “โคคา-โคล่า” มอบทั้งความสนุก ความอิ่มอร่อยและประสบการณ์ความมันส์สุดซ่าให้แฟน ๆ โดยจัดขึ้นที่ ชั้น 6 ศูนย์การค้า JJ Mall เมื่อเร็ว ๆ นี้

กิจกรรม “สุกี้ตี๋น้อย x โคคา-โคล่า อร่อยสนุกซ่ากับ ATLAS” นับเป็นแคมเปญสุดพิเศษครั้งแรกของการร่วมมือกันระหว่าง 2 แบรนด์ดัง ที่ผนึกกำลังความอร่อยไม่อั้นแบบจัดเต็มของชาบูบุฟเฟต์จากสุกี้ตี๋น้อย เข้ากับความสนุกซ่าของ “โค้ก” พันธมิตรทางธุรกิจที่เสิร์ฟความอร่อยคู่ความซ่าให้ลูกค้าของสุกี้ตี๋น้อยตั้งแต่สาขาแรกจนถึงปัจจุบันในทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและขอบคุณสมาชิกสุกี้ตี๋น้อยร่วมกัน ยกระดับประสบการณ์ที่มากกว่ามื้ออาหาร แต่จับเทรนด์เอนเตอร์เทนเม้นท์คอนเสิร์ตที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และขยายเจาะกลุ่มชาว Gen Z ที่ตรงใจ สร้างเอนเกจเมนต์ระหว่างลูกค้าและแบรนด์ที่พิเศษมากยิ่งขึ้น

“เจาะใจ” พาคุยกับสตรีคนสำคัญแห่ง “กระทรวงวัฒนธรรม”ผู้ถือภารกิจแห่งการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยให้กระหึ่มอย่างยั่งยืน

นับเป็นความภูมิใจของรายการ “เจาะใจ” ในสัปดาห์นี้พิธีกรมากฝีมือ “สัญญา คุณากร”  จะพาไปพูดคุยกับ “คุณซาบีดา ไทยเศรษฐ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม  หนึ่งในสตรีผู้ซึ่งกำลังรับหน้าที่สำคัญร่วมกับทีมในการบริหารประเทศ โดยได้รบมอบหมายภารกิจใหญ่ในการนำเสนอวัฒนธรรมไทยเพื่อการสร้างสรรค์ สร้างชื่อเสียง และร่วมสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติ  นับเป็นหนึ่งในสตรีทางการเมืองที่ถูกจับตามากที่สุด หลังเข้ามารับตำแหน่งเพียงไม่กี่เดือน แต่ทุ่มเทขับเคลื่อนทุกความตั้งใจให้เป็นรูปธรรม มาฟังแนวคิดและทัศนคติของผู้หญิงคนนี้กันได้ในรายการ “เจาะใจ” เสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 21.00 น. ทางช่อง 9MCOT HD กด 30

โดย  “คุณซาบีดา  ไทยเศรษฐ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า     “เราทำงานค่อนข้างเข้มข้น เหมือนแข่งกับเวลาค่ะ กระทรวงวัฒนธรรมมีความสำคัญต่อคนไทย พอเข้าไปบริหารจริง ๆ แล้วพบว่าทุก ๆ มิติมีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมหมดเลย ซึ่งมีความสำคัญมาก ๆ ก็เลยมองว่าเราจะต้องขับเคลื่อน ต้องชูความเป็นวัฒนธรรม ชูความเป็นไทยขึ้นมายังไงให้มีลักษณะที่เด่นชัด และชัดเจนมากที่สุด ซึ่งมันเป็นเรื่องของความรู้สึก เป็นเรื่องที่จับต้องไม่ได้ สิ่งสำคัญคือจะทำยังไงให้คนไทยภูมิใจกับสิ่งเหล่านี้ กลายเป็นกำลังหลักถ้าทุกคนภูมิใจเหมือนกัน แข็งแรงเหมือนกัน คนชาติอื่นที่เข้ามาเห็นความภูมิใจของเรา ก็จะเป็นความเข้มแข็งของประเทศ” เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกว่าฉันอยากจะทำงานทางการเมือง ? “คือตอนที่เรารับฟังปัญหามาเยอะ ๆ เรานอนไม่หลับค่ะ กลายเป็นความเครียด รู้สึกว่าหลับไม่สนิท ปัญหาที่เราไปฟังมาเป็นปัญหาของเราไปแล้ว เหมือนเรารับมาแล้ว และก็กลายเป็นปัญหาของเรา คิดต่อไปถึงกระบวนการแก้ไข้ปัญหา                จุดนี้คือจุดหนึ่งที่ทำให้เราคิดว่า ถ้าหากว่าเรามีโอกาสได้ไปทำ ได้ไปแก้ไขปัญหาเหล่านั้น         เราก็จะต้องทำให้ได้ ต้องทำเพื่อเขาให้ได้” 

#เจาะใจ #Johjai #JohjaiNewEra #สร้างแรงบันดาลใจ #ดู๋สัญญาคุณากร #ซาบีดาไทยเศรษฐ์          #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

ทีเอ็มบีธนชาต จัดพิธีมอบโล่รางวัลโครงการ “เยาวชนต้นแบบคนกตัญญู” ประจำปีการศึกษา 2568 ส่งเสริมเยาวชนให้มีความรู้ คู่คุณธรรม เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี จัดพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณและโล่เกียรติคุณ ภายใต้โครงการ “พิพิธภัณฑ์ครุฑ ร่วมส่งเสริม สืบสาน ความซื่อสัตย์ กตัญญู ความดี สู่สถานศึกษา และเยาวชน ประจำปี 2568” เพื่อส่งเสริมคุณธรรม หลัก 3 ประการ “ซื่อสัตย์ กตัญญู และความดี” อันเป็นหัวใจสำคัญในการปลูกฝังรากฐานของเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน พร้อมยกย่องสถานศึกษาที่เป็นหน่วยบ่มเพาะคุณธรรมที่ดีงาม

พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมน้อมสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ผู้ทรงเป็นแบบอย่างของผู้มีน้ำพระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยความเมตตา พระราชกรณียกิจทั้งหลายของพระองค์ ล้วนเป็นประทีปส่องนำให้คนไทยรู้คุณแผ่นดิน รู้คุณพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และมีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ

ภายในงาน ได้รับเกียรติจากนางสาวมาริสา จงคงคาวุฒิ หัวหน้ากิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาต คุณสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ และนางนรินทร์รัชต์ สีแก้วน้ำใส ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมมอบโล่รางวัลเยาวชนต้นแบบคนกตัญญู ประจำปี 2568 โล่เกียรติคุณและใบประกาศเกียรติคุณแก่องค์กรต้นแบบส่งเสริมเยาวชนคนกตัญญู และใบประกาศเกียรติคุณ ให้กับคุณครูต้นแบบส่งเสริมเยาวชนคนกตัญญู ตามลำดับ โดยในปีนี้มีเยาวชนต้นแบบคนกตัญญู 35 คน โรงเรียนที่เข้าเกณฑ์โรงเรียนต้นแบบสร้างคนกตัญญู 43 โรงเรียน และคุณครูต้นแบบส่งเสริมเยาวชนคนกตัญญู 33 คน

โครงการ “พิพิธภัณฑ์ครุฑ ร่วมส่งเสริม สืบสาน ความซื่อสัตย์ กตัญญู ความดี สู่สถานศึกษา และเยาวชน ประจำปี 2568” เป็นกิจกรรมที่ทีทีบีได้ร่วมกับคณะทำงานและสถานศึกษา ดำเนินการคัดเลือกตัวแทนเยาวชนที่มีคุณลักษณะ 5 ประการ ได้แก่ 1) มีความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อตนเองและผู้อื่น 2) กตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ ครูอาจารย์ และผู้มีพระคุณ 3) บำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ช่วยเหลือสังคม เป็นที่รักของหมู่คณะ 4) มีวินัยในตนเอง ปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียน ชุมชน และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้อื่น และ 5) ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อส่งเสริมและสร้างกำลังใจให้เยาวชนที่ดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์ มีจิตกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ และประกอบแต่ความดีทั้งต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ ให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน

#พิพิธภัณฑ์ครุฑโดยทีทีบี #garudaByttb

#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต

#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange

ไทย-จีน ผนึกกำลังผ่านพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว Letter of Intent (LOI) เปิดบทใหม่ส่งเสริมความร่วมมือระดับยุทธศาสตร์ ณ นครไหโข่ว มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำโดย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ผทท.) เข้าร่วมในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว Letter of Intent (LOI) กับ สำนักการท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิทยุ โทรทัศน์ และกีฬา นครไหโข่ว นำโดย คุณหวัง เค่อ ผู้อำนวยการสำนักการท่องเที่ยวฯ ไหโข่ว และบริษัท Tongcheng Travel นำโดย คุณหลี่ หมิงห้าว รองประธานกลุ่มบริษัท Tongcheng Group ณ นครไหโข่ว มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อสร้างกรอบความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว และยกระดับความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย-จีน ภายใต้แนวคิด “จงไท่-อี้เจียชิน” หรือ จีนไทย ครอบครัวเดียวกัน

ความร่วมมือกับสำนักการท่องเที่ยวฯ ไหโข่ว มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบ Two-Way Tourism การแลกเปลี่ยนกิจกรรมทางวัฒนธรรม การดำเนินกิจกรรมทางการตลาดร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการเชื่อมโยงสินค้าและเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ ระหว่างประเทศไทยและนครไหโข่ว

ในขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับ Tongcheng Travel ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวชั้นนำของจีน จะช่วยเสริมศักยภาพการเข้าถึงนักท่องเที่ยวชาวจีนผ่านช่องทางดิจิทัลที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์พฤติกรรมการเดินทางของตลาดจีนยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การลงนาม LOI ในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของทั้งสองฝ่ายในการผลักดันความร่วมมือในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการควบคู่กัน โดยมุ่งบูรณาการทุกภาคส่วน อาทิ ระหว่างรัฐต่อรัฐ และรัฐต่อเอกชน (G2G และ G2B) เพื่อขยายโอกาสทางการท่องเที่ยว พัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วม และสร้างกิจกรรมส่งเสริมการขายที่สามารถต่อยอดสู่ตลาดผู้บริโภคได้จริง อันจะนำไปสู่การกระตุ้นการเดินทางระหว่างกันอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ททท. เชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ Trusted Thailand พร้อมนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่หลากหลาย คุ้มค่า และสร้างความเชื่อมั่น เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาสัมผัสประเทศไทยด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่น และความประทับใจไม่รู้ลืม

เล็ก รัชเมศฐ์ ส่งท้ายปีด้วย “ฟ้ากว้างทางแคบ” เวอร์ชั่นพิเศษ ชวน เล็ก คาราบาว โชว์ลูกกีตาร์ระดับตำนาน

เซอร์ไพรส์แฟนเพลง เล็ก รัชเมศฐ์ ชวน เล็ก คาราบาว มาโซโล่กีตาร์ขั้นเทพในระดับตำนาน ไปกับเพลง “ฟ้ากว้างทางแคบ” [ANOTHER VERSION] ซึ่งได้ โอ๋ วง FULL เพื่อนร่วมค่ายมารับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์และมิกซ์มาสเตอร์ ในขณะที่วง FULL มาเล่นดนตรีและเรียบเรียงให้ ถือเป็นโบนัสส่งท้ายปีให้แฟนเพลงได้ฟังกันอิ่มใจ งานนี้นอกจาก เล็ก คาราบาว จะตอบตกลงมาร่วมงานแบบรวดเร็วแล้ว ยังให้ยืมบ้านเป็นโลเคชั่นถ่ายคลิปสวยๆแบบที่เห็น แถมก่อนกลับยังทำกับข้าวให้ทานอีกด้วย ทำเอา เล็ก รัชเมศฐ์ เอ่ยปากว่า ปลื้มสุดๆ ไม่คิดไม่ฝันว่า ชีวิตนี้จะได้ร่วมงานกับศิลปินระดับตำนานอย่างพ่อเล็ก คาราบาว

เล็ก เล่าว่า “ ถือเป็นเกียรติในชีวิตผมมากครับ ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะได้ร่วมงานกับพ่อเล็ก เคยดูคาราบาวตั้งแต่เด็กๆ แต่ครั้งนี้คือได้ใกล้ชิดสุดๆ แล้วพ่อเล็กเป็นกันเองมาก ทำให้ไม่กดดันเลย ประทับใจมาก อย่างที่บอกว่า เป็นเกียรติในชีวิตสำหรับศิลปินบ้านๆแบบผมครับ ก็ขอฝาก ฟ้ากว้างทางแคบ : เล็ก รัชเมศฐ์ x เล็ก คาราบาว [ANOTHER VERSION]นะครับ เวอร์ชั่นนี้ฟังกันได้ที่ LEKRATCHAMET APP แดงครับ”

รับชม ฟ้ากว้างทางแคบ : เล็ก รัชเมศฐ์ x เล็ก คาราบาว [ANOTHER VERSION]

ติดตาม เล็ก รัชเมศฐ์ ได้ที่ Instagram : LekRatchametOfficial , TikTok : Lek_Ratchamet ,

Facebook : LekRatchamet , genie records

#เล็กรัชเมศฐ์ #lekratchamet #เล็กคาราบาว #ฟ้ากว้างทางแคบ

สคส. Kick Off เสริมพลัง DPO ภาครัฐทั่วแผ่นดิน จัดเวทีไฮบริดเดินหน้าอุดรอยรั่วข้อมูลส่วนบุคคล ตัดวงจรสแกมเมอร์-อาชญากรรมไซเบอร์

ท่ามกลางสถานการณ์ภัยสแกมเมอร์และอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ระบาดอย่างหนัก กระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประชาชน  “การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” จึงเป็นหนึ่งในกลไกที่จำเป็นต่อการลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลซึ่งเป็นต้นทางของการหลอกลวง “สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (สคส.) หรือ PDPC จึงเดินหน้าจัดงาน “Kick Off เสริมพลัง DPO ภาครัฐทั่วแผ่นดิน ตัดไฟสิ้น สแกมเมอร์ร้าย ภัยสังคม” เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) ในหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ ให้ปฏิบัติงานบนมาตรฐานเดียวกันอย่างจริงจัง พร้อมร่วมกันต่อสู้เพื่อสกัดกั้นภัยสแกมเมอร์นี้ให้หมดไปจากสังคมไทย

พลเอก เดชา พลสุวรรณ ประธานกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า ในช่วงที่สังคมไทยเผชิญภัยสแกมเมอร์และอาชญากรรมไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง  การยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในหน่วยงานภาครัฐ จึงเป็นมาตรการเชิงป้องกันที่จำเป็น เพื่อลดต้นทางความเสี่ยงที่อาจกลายเป็นความเสียหายในวงกว้าง “หนึ่งในเป้าหมายของ สคส. คือทำให้การทำงานของ DPO ภาครัฐเดินหน้าได้อย่างเป็นระบบและทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ งาน Kick Off ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มสำคัญในการยกระดับความพร้อม ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจไปจนถึงการปฏิบัติจริงด้วยแนวทางที่ชัดเจน”

ด้าน พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า “งาน Kick Off ครั้งนี้ออกแบบให้ DPO ภาครัฐสามารถทำงานได้ในภาพเดียวกัน โดยเน้นให้ผู้ปฏิบัติเข้าใจแนวทางสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลที่มีขั้นตอนชัดเจน ตั้งแต่การจัดเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง จนถึงการเตรียมพร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุ งานนี้จึงช่วยให้เจ้าหน้าที่ของทุกหน่วยงาน มีชุดความเข้าใจที่ตรงกัน ลดความคลาดเคลื่อนในการทำงาน และสื่อสารกับคนในหน่วยงานได้ในทางเดียวกัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลได้ตั้งแต่ต้นทาง”

งานนี้จัดขึ้น ในรูปแบบไฮบริด (Onsite และ Online) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศสามารถเข้าร่วมและนำแนวทางไปใช้อย่างครอบคลุม โดยในงานประกอบด้วย พิธีมอบรางวัล DPO Communication Star เพื่อยกย่องหน่วยงานที่ส่งเสริมให้บุคลากรหรือประชาชนเรียนรู้ผ่านระบบ e-Learning สะท้อนความสำคัญของการสื่อสารและสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานการทำงานของ DPO ในเชิงปฏิบัติ โดยมีผู้ได้รับรางวัลทั้งสิ้นรวม 5 หน่วยงานได้จังหวัดลพบุรี จังหวัดพิจิตร จังหวัดพังงา จังหวัดน่าน และองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา

นอกจากนี้ ในงานยังจัดช่วง กิจกรรมสาธิตการยื่นขอ Certification Mark ควบคู่กับ กิจกรรมบรรยายแนะนำการใช้งานเครื่องมือ GPPC เพื่อผลักดันให้เจ้าหน้าที่ DPO ภาครัฐ สามารถปรับใช้ความรู้ได้ในการทำงานจริง โดยผู้เข้าร่วมจะได้เห็นภาพรวมการทำงานตลอดเส้นทาง ตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การจัดระบบเอกสารและกระบวนการ ไปจนถึงการตรวจทานแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกันในภาพใหญ่ ขณะเดียวกัน การเรียนรู้เครื่องมือ GPPC ยังมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ DPO ทำงานได้เป็นระบบมากขึ้น ทั้งการวางกรอบการปฏิบัติงาน การติดตามความคืบหน้า รวมถึงการสื่อสารภายในหน่วยงาน เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

อีกช่วงสำคัญในงาน คือเวทีเสวนาในหัวข้อ “บทบาทและความสำคัญของ DPO ต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์” ซึ่งออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เข้ากับพันธกิจปราบภัยออนไลน์ ในมุมที่หน่วยงานรัฐนำไปใช้ได้จริง โดยเนื้อหาจะสะท้อนภาพรวมของวงจรปัญหา ตั้งแต่ความเสี่ยงของข้อมูลที่อาจรั่วไหลจากกระบวนการทำงาน ไปจนถึงการยกระดับมาตรการป้องกันและการตอบสนองเมื่อพบเหตุผิดปกติ เพื่อให้ DPO มองเห็นบทบาทของตนเองอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นในฐานะกลไกสำคัญของหน่วยงาน ทำให้การป้องกันภัยสแกมเมอร์ได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบมากขึ้น

“หัวใจของงานในครั้งนี้ คือทำให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมการทำงาน ของทุกหน่วยงานภาครัฐ ผ่านแนวทางและมาตรฐานที่ชัดเจน รวมถึงผลักดันให้แต่ละหน่วยงานลงมือจัดการได้อย่างเป็นระบบและมีความรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อลดโอกาสการรั่วไหลของข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม” พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ กล่าวสรุป

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดประกวดและมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ MBK Energy Awards 2025เชิดชู “ร้านค้า” มุ่งมั่นลดการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ใส่ใจการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการบริหารพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนร้านค้าภายในศูนย์ฯ ให้ลดการใช้พลังงานก้าวสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดกิจกรรมประกวดลดการใช้พลังงาน MBK Energy Awards 2025

นางสาวสหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ บริษัท เอ็มบีเค เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่า “เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เล็งเห็นว่าพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงขานรับนโยบายภาครัฐในด้านการใช้พลังงานการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ จึงดำเนินการด้านการอนุรักษ์พลังงานอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็สานต่อการส่งเสริมการประหยัดพลังงานอย่างจริงจังและสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความตระหนักและปลูกจิตสำนึกด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในทุกภาคส่วน ทั้งพนักงาน ร้านค้า และผู้เช่า ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการร่วมมือกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานและการบริหารจัดการภายในอาคาร โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการลดการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน”

“จากแนวทางดังกล่าว จึงได้จัดกิจกรรมประกวดลดการใช้พลังงาน MBK Energy Awards 2025 โดย คณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน อาคารเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เพื่อเป็นการเสริมสร้างให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงแนวทางการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนรณรงค์ให้ผู้เช่าลดการใช้พลังงานภายในร้านค้า และเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าภายในร้านค้า ทั้งนี้ ยังช่วยลดการใช้พลังงานภาพรวมของอาคารเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของการลดการใช้พลังงานในภาพรวมของประเทศอีกด้วย โดย เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้จัดพิธีมอบรางวัล MBK Energy Awards 2025 เพื่อร่วมขอบคุณและยกย่องผู้ประกอบการร้านค้าภายในศูนย์การค้าฯ ที่มุ่งมั่นลดการใช้พลังงานภายในร้านอย่างจริงจังและต่อเนื่องด้วยค่ะ” นางสาวสหัพย์ภัคกล่าว

สำหรับการประกวด MBK Energy Awards 2025 แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทร้านค้าทั่วไป ที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 30,000 หน่วยต่อปี และ ประเภทร้านอาหาร ที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 50,000 หน่วยต่อปี โดยมีเกณฑ์การพิจารณาจาก ข้อมูลการใช้พลังงานจริง ระหว่างเดือนมิถุนายน–ตุลาคม 2568 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 รวมถึงค่าเฉลี่ยมาตรฐานในกลุ่มร้านประเภทเดียวกัน

โดยในพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก นางสาวสหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ บริษัท เอ็ม บี เค เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และ Gift Voucher มูลค่า 10,000 บาทให้กับร้านค้าที่ชนะเลิศ โดยประเภท ร้านค้าทั่วไป ได้แก่ ไทยรักสุขภาพ สหคลินิก และประเภท ร้านอาหาร ได้แก่ Dunkin’ Donuts

นอกจากนี้ยังได้ มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และ Gift Voucher ให้กับ ร้านค้าที่ได้รับรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ร้าน BEST BUY ชั้น 3 ในประเภทร้านค้าทั่วไป และ ร้าน HONGMIN ชั้น 2 ในประเภทร้านอาหาร

มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และ Gift Voucher ให้กับ ร้านค้าที่ได้รับรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ร้าน BATA ชั้น 2 ในประเภทร้านค้าทั่วไป และ ร้าน YANA RESTAURANT ชั้น 5 ในประเภทร้านอาหาร

พร้อม มอบประกาศเกียรติคุณ และ Gift Voucher สำหรับ ร้านค้าที่ได้รับรางวัลชมเชย โดย ประเภทร้านค้าทั่วไป ได้แก่ Atfirst ชั้น G FOTO FILE ชั้น 5 ธนาคารออมสิน ชั้น 4 สหกรณ์ออมทรัพย์ พนักงาน ธนชาต จำกัด ชั้น5 และ Dr.Day Dental Clinic ชั้น 5 ส่วน ประเภทร้านอาหาร ได้แก่ Swensen’s ชั้น 3 SUSHIRO ชั้น 3 Shinkanzen Sushi ชั้น 2 Cafe Amazon ชั้น 5 และ ก๋วยเตี๋ยวเรือพระนคร ชั้น 5

นางสาวพรรณสุดา กระโพธิ์ ผู้ช่วยเขตร้าน “ดังกิ้น โดนัท” ร้านที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภท ร้านอาหาร กล่าวว่า “ร้านมีนโยบายประหยัดพลังงาน คือ ใช้เฉพาะที่จำเป็นจริง ๆ อันไหนไม่ใช้ก็ปิด อย่าง ตู้เย็น จะมีตู้เย็นด้านหลังร้าน ซึ่งหลังปิดร้านในแต่ละวันจะนำของจากตู้หน้าร้านไปใส่ตู้หลังร้าน เป็นการประหยัดพลังงาน ซึ่งตู้เย็นใช้พลังงานเยอะที่สุด ในปีหน้าก็คุยกับน้อง ๆ พนักงานว่าจะประหยัดให้ได้มากกว่านี้ค่ะ อยากฝากไปถึงทุกท่านค่ะว่าเราสามารถช่วยกันประหยัดพลังงานได้ อันไหนที่ไม่ได้ใช้แล้วก็ควรจะปิดค่ะ เพื่อช่วยลดโลกร้อน การประกวด MBK Energy Awards 2025 เป็นกิจกรรมที่ดีคะ อยากให้จัดทุก ๆ ปี ทำให้พนักงานร้านค้ามีระเบียบในการประหยัดพลังงาน ช่วยลดโลกร้อนด้วยค่ะ”

ด้าน พท.พัชรินทร์ บุญช่วย เจ้าของ ไทยรักสุขภาพ สหคลินิก ซึ่งเป็น ร้านค้าที่ชนะเลิศ ประเภท ร้านค้าทั่วไป กล่าวว่า “ภายในร้านของเราจะมีไฟทุกห้องเลยค่ะ เราก็จะลดการใช้พลังงานด้วยการปิดไฟห้องที่ไม่ได้ใช้ ถ้ามีลูกค้าเข้าร้านจึงเปิด อีกอย่างก็คือเราเลือกใช้พลังงานทดแทน อย่างเราเป็นคลินิกแพทย์แผนไทย ก็จะใช้ความร้อนในการรักษาลูกค้าเยอะ ปกติจะใช้เครื่องทำน้ำร้อนโดยตรง แต่ว่าตอนนี้ใช้พลังงานทดแทนเป็นพลังงานไอน้ำที่มีความร้อน ก็จะทำให้ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้คะ เดี๋ยวนี้มีเครื่องทำความร้อน ทำให้ลูกประคบกักเก็บความร้อนได้ดี แทนที่จะใช้น้ำร้อนทุกครั้งที่มีลูกค้ามาใช้บริการ นอกจากนี้สมุนไพรไทยก็มีนวัตกรรมมาแต่โบร่ำโบราณให้สามารถเก็บความร้อนได้ดี ทำให้เราไม่ต้องใช้ไฟเพื่อให้เกิดความร้อนบ่อย ๆ แนวทางประหยัดพลังงานจากนี้ก็ยังคงมองหานวัตกรรมช่วยลดพลังงาน ส่วนในคลินิกก็คงเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานไฟที่ไม่ได้ใช้ตลอดเวลาค่ะ อยากฝากถึงร้านค้าต่าง ๆ ค่ะว่าตอนนี้เรามีนวัตกรรมทดแทนเยอะ ถ้าเป็นไปได้และถึงแม้ว่าเราจะอยู่ภายในอาคารก็สามารถใช้พลังงานทดแทนเข้ามาช่วยลดไฟฟ้าโดยตรงได้ ทั้งยังช่วยลดค่าไฟให้ร้านด้วยค่ะ กิจกรรมประกวดลดการใช้พลังงาน MBK Energy Awards 2025 รางวัลนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเรื่องความยั่งยืน เป็นโครงการที่ดีมาก ทำให้เราตระหนักถึงการหาพลังงานทดแทนทั้งที่ทำงาน ที่บ้าน ทำให้เราอยากมีส่วนร่วมรักโลกใบนี้มากขึ้น อยากให้มีกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ต่อไป ทำให้ร้านค้าเกิดการตระหนักรู้และทำอย่างต่อเนื่อง รักษ์โลก ประหยัดพลังงาน แล้วยังประหยัดเงินให้กับร้านค้าด้วยค่ะ ทุกคนสามารถช่วยโลกได้ด้วยการเริ่มต้นที่ตัวเราค่ะ อย่างเปลี่ยนรถยนต์เป็นรถไฟฟ้า ติดโซล่าเซลล์ที่บ้าน เปิดใจนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาช่วยลดพลังงาน ช่วยให้เราประหยัดด้วยค่ะ”

MBK Energy Awards 2025 สะท้อนความมุ่งมั่นของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ในการขับเคลื่อนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกับร้านค้าภายในศูนย์ฯ เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการร้านค้าภายในศูนย์ฯให้ลดการใช้พลังงานต่อเนื่อง และร่วมกันสร้างมาตรฐานด้านการอนุรักษ์พลังงานให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพราะ “พลังงานที่ใช้ด้วยความรับผิดชอบ คือรากฐานของการเติบโตของการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง นำเทคโนโลยี VR บำบัดจิตใจ “NeuroSight” สนับสนุนทีม MCATT รพ.พระศรีมหาโพธิ์ ดูแลสุขภาพจิตผู้อพยพกว่า 1 แสนคน

ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการทหารกับกัมพูชา ส่งผลให้มีผู้อพยพหลบหนีจากพื้นที่การสู้รบเข้ามาในศูนย์อพยพจำนวนมากกว่า 100,000 คน วิกฤตด้านสุขภาพจิตของผู้ประสบภัยสงครามกำลังทวีความรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน บริษัททองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ได้เร่งส่งมอบเครื่องมือเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) สำหรับการบำบัดและฟื้นฟูสุขภาพจิต “NeuroSight” ให้กับทีมเยียวยาจิตใจ MCATT (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team) โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ เพื่อช่วยดูแลผู้ที่ประสบความเครียด บาดแผลทางใจ และวิตกกังวลจากสถานการณ์สงคราม

แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ กรรมการบริษัททองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “สถานการณ์ความขัดแย้งทางทหารระหว่างไทยและกัมพูชาในขณะนี้ไม่เพียงแต่สร้างความสูญเสียทางกายภาพ แต่ยังทิ้งบาดแผลทางจิตใจที่ลึกซึ้งแก่ประชาชนที่ต้องหลบหนีออกจากพื้นที่สงคราม ผู้อพยพกว่า 100,000 คนที่หลั่งไหลเข้ามาในศูนย์อพยพล้วนประสบกับความบอบช้ำทางจิตใจ บางคนเห็นความรุนแรง สูญเสียคนที่รัก หรือถูกคุกคามต่อชีวิต สภาวะเหล่านี้นำไปสู่ความเครียดเฉียบพลัน (Acute Stress Disorder) อาการบาดเจ็บทางใจจากเหตุการณ์รุนแรง (Trauma) และความวิตกกังวลที่รุนแรง
ปัญหาสุขภาพจิตในสถานการณ์สงครามเป็นวิกฤตเงียบที่มีความรุนแรงไม่แพ้การขาดแคลนอาหารหรือยารักษาโรค หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและทันท่วงที อาจนำไปสู่ปัญหาระยะยาว เช่น โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) ภาวะซึมเศร้า และการทำร้ายตนเอง เราจึงได้นำเครื่องมือ NeuroSight (นิวโรไซต์) ซึ่งเป็นเทคโนโลยี VR ที่ได้รับการพัฒนาเฉพาะสำหรับการบำบัด ฟื้นฟู และดูแลผู้ที่ประสบภัยสงครามมาสนับสนุนทีมแพทย์และนักจิตวิทยา เพื่อให้การช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพและทันท่วงทีแก่ผู้อพยพในวิกฤตครั้งนี้”

แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ กล่าวถึง เทคโนโลยี NeuroSight หรือ นวัตกรรมการบำบัดจิตใจด้วย VR ต่อว่า NeuroSight เป็นเครื่องมือที่ผสมผสานเทคโนโลยี Virtual Reality เข้ากับหลักการทางจิตวิทยาและประสาทวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริงที่ช่วยในการผ่อนคลาย ลดความเครียด และฟื้นฟูสภาพจิตใจ โดยมีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่:
1) การบำบัดด้วยสภาพแวดล้อมเสมือนจริง: สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและผ่อนคลาย ช่วยลดอาการวิตกกังวลและความเครียดเฉียบพลัน
2) โปรแกรมการฝึกจิตและสติ: ช่วยให้ผู้ใช้เรียนรู้เทคนิคการจัดการอารมณ์และความเครียดด้วยตนเอง
3) การติดตามและประเมินผล: วัดและบันทึกผลการบำบัด เพื่อปรับแต่งแผนการดูแลให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
4) ใช้งานง่ายและรวดเร็ว: สามารถให้บริการได้หลายคนในเวลาจำกัด เหมาะสมกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ ได้แสดงความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับความจำเป็นเร่งด่วนในวิกฤตสงคราม ว่า การสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชาได้สร้างวิกฤตด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ ด้วยจำนวนผู้อพยพที่มากกว่า 100,000 คนซึ่งหลั่งไหลเข้าสู่ศูนย์อพยพ ความต้องการด้านการดูแลสุขภาพจิตมีสูงเป็นประวัติการณ์ ผู้อพยพส่วนใหญ่ประสบกับ
1) บาดแผลทางจิตใจจากการเห็นความรุนแรง การสูญเสียบ้าน ทรัพย์สิน และคนที่รัก
2) ความกลัวและความไม่มั่นคงต่อชีวิต จากสถานการณ์สงครามที่ยังคงดำเนินอยู่
3) ความเครียดเฉียบพลันและวิตกกังวลรุนแรง จากการต้องอพยพอย่างกะทันหัน
4) ความไม่แน่นอนในอนาคต ไม่ทราบว่าจะสามารถกลับบ้านได้เมื่อไหร่
ขณะที่ทรัพยากรบุคลากรด้านสุขภาพจิตในศูนย์อพยพมีอยู่อย่างจำกัด เทคโนโลยี NeuroSight จึงเข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยเสริมประสิทธิภาพของทีมแพทย์ ช่วยให้สามารถเข้าถึงผู้ต้องการความช่วยเหลือได้มากขึ้นและรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะในสภาวะที่การดูแลทางจิตใจต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน
นายแพทย์โกศล วราอัศวปติ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ จังหวัดอุบลราชธานี ระบุว่า “ในสถานการณ์สงคราม ผู้อพยพที่เข้ามาต่างประสบกับบาดแผลทางใจที่รุนแรง หลายคนมีอาการหวาดกลัว นอนไม่หลับ หรือมีภาพเหตุการณ์รุนแรงย้อนกลับมาในหัว NeuroSight ช่วยให้เราสามารถให้การบรรเทาและดูแลเบื้องต้นแก่ผู้ที่มีอาการเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่มีผู้ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินจำนวนมากพร้อมกัน เครื่องมือนี้ช่วยลดภาระของทีมแพทย์ในสภาวะที่ทรัพยากรมีจำกัด และทำให้ผู้อพยพได้รับการดูแลที่รวดเร็วและมีคุณภาพ แม้ในสถานการณ์วิกฤต”

แม้ว่า NeuroSight จะช่วยบรรเทาปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ เน้นย้ำอย่างจริงจังว่า “สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ในวิกฤตสงครามครั้งนี้มีขนาดใหญ่และซับซ้อนเกินกว่าที่เครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งจะรับมือได้เพียงลำพัง ความต้องการด้านสุขภาพจิตในศูนย์อพยพมีมากกว่าทรัพยากรที่มีอยู่หลายเท่าตัว
ยังคงต้องการการสนับสนุนอย่างเร่งด่วนจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น นักจิตวิทยาและนักจิตแพทย์เพิ่มเติม เจ้าหน้าที่สุขภาพจิตผู้มีความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ประสบภัยสงคราม เทคโนโลยีและเครื่องมือทางการแพทย์ ทรัพยากรทางการเงินเพื่อขยายโครงการ และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ
การดูแลสุขภาพจิตของผู้อพยพสงครามไม่ใช่เรื่องที่สามารถรอได้ เพราะยิ่งปล่อยให้ล่าช้า บาดแผลทางใจจะยิ่งลึกและยากต่อการรักษา เราต้องการความช่วยเหลือตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพจิตของผู้อพยพทุกคนได้อย่างครอบคลุม มีศักดิ์ศรี และยั่งยืน”