เคล็ดลับผิวสวยหน้าหนาว ปกป้องและฟื้นบำรุงผิวอย่างตรงจุด

เมื่ออากาศเริ่มเย็นลงในช่วงปลายปี ผิวของผู้หญิงไทยจำนวนมากมักเผชิญปัญหาผิวแห้งมากกว่าปกติ แม้อุณหภูมิจะไม่ได้ลดลงรุนแรงเหมือนประเทศในแถบหนาว แต่สภาพอากาศที่แห้งลง รวมถึงการใช้ชีวิตในห้องแอร์เป็นเวลานาน ล้วนส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริเวณที่มักถูกละเลยอย่างข้อศอก เข่า หน้าแข้ง หรือหลังมือ ซึ่งเป็นจุดที่แห้งง่ายกว่าที่คิด

ผู้เชี่ยวชาญจากไบเออร์สด๊อรฟ บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิวระดับโลก และเป็นเจ้าของแบรนด์ NIVEA และ Eucerin อธิบายว่า ต้นเหตุของผิวแห้งในฤดูหนาวไม่ได้เกิดจากสภาพอากาศเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของ “สมดุลผิว” เมื่อความชื้นในอากาศลดลง ผิวจะกักเก็บน้ำได้น้อยลง ขณะเดียวกันยังผลิตน้ำมันตามธรรมชาติลดลง ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ ส่งผลให้เกิดอาการผิวแห้งตึง ลอกเป็นขุย หรือระคายเคืองได้ง่าย โดยเฉพาะหน้าแข้งซึ่งเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันน้อยที่สุด

การดูแลผิวที่เรียบง่ายแต่ได้ผลจริงในชีวิตประจำวัน

เพื่อรับมือกับผิวแห้งในฤดูหนาว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ปัญหาอย่างตรงจุด และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ นีเวียจึงเสนอแนวคิดการดูแลผิวแบบ “Minimal Routine” ที่เรียบง่ายแต่ให้ผลลัพธ์ชัดเจน ด้วยเพียงสองไอเท็มหลัก ได้แก่ NIVEA Body Milk สำหรับบำรุงผิวกายทั่วร่างกาย และ NIVEA Creme สำหรับฟื้นบำรุงบริเวณที่แห้งเป็นพิเศษ

NIVEA Body Milk มีเนื้อโลชั่นแบบน้ำนมที่ซึมเร็ว ให้ความชุ่มชื้นยาวนานถึง 48 ชั่วโมง ผสานคุณค่าจาก Avocado Oil และ Vitamin E ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้กลับมานุ่ม ยืดหยุ่น และสบายผิว เหมาะสำหรับใช้หลังอาบน้ำ โดยเฉพาะในวันที่ผิวรู้สึกแห้งตึงเป็นพิเศษ และยังมีสูตร SPF15 ให้เลือกเพื่อช่วยปกป้องผิวระหว่างวัน
สำหรับผู้ที่รู้สึกว่าผิวแห้งกร้าน ตึง และแตก NIVEA Creme คือไอเท็มที่ตอบโจทย์ ด้วยเนื้อครีมเข้มข้นและเทคโนโลยี Water-in-Oil ที่ช่วยเคลือบผิวบาง ๆ เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นอย่างยาวนาน เหมาะสำหรับผิวที่แห้งมาก หรือใช้บำรุงเฉพาะจุด สามารถพกติดกระเป๋าเพื่อเติมความชุ่มชื้นระหว่างวัน

เมื่อผิวแห้งมาก ต้องการการดูแลเชิงลึกจากศาสตร์แพทย์ผิวหนัง ขณะที่ผิวแห้งระดับปกติสามารถดูแลได้ด้วยการบำรุงทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญจาก ไบเออร์สด๊อรฟ ยังชี้ว่า ผิวแห้งถึงผิวแห้งมาก ต้องการการดูแลที่ลึกกว่านั้น ยูเซอรินจึงพัฒนา Eucerin UreaRepair ในฐานะนวัตกรรมการดูแลผิวแห้งที่อิงศาสตร์ทางการแพทย์ผิวหนัง เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มความชุ่มชื้น

หัวใจของ Eucerin UreaRepair คือแนวคิด “ชุ่มชื้น x3” การดูแลผิวอย่างเป็นระบบ ทั้งการเติมน้ำ กักเก็บน้ำ และฟื้นบำรุงเกราะป้องกันผิว ผ่าน Intelligent Formulation ที่ผสานการทำงานของสารสำคัญ ได้แก่ Urea, Gluco-Glycerol และ NMFs, และ Ceramides ช่วยให้ผิวสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้นและแข็งแรงในระยะยาว

ยูเซอรินยังออกแบบการดูแลผิวในรูปแบบ Routine Care ตั้งแต่การทำความสะอาดด้วย UreaRepair Shower Gel ที่อ่อนโยนและลดการสูญเสียความชุ่มชื้น ไปจนถึงการบำรุงด้วย UreaRepair Lotion ที่ช่วยฟื้นบำรุงเกราะป้องกันผิวอย่างล้ำลึก โดยเฉพาะสูตร Urea 5% ซึ่งเป็นความเข้มข้นที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแห้งและผิวแห้งมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลลัพธ์ชุ่มชื้นยาวนานถึง 48 ชั่วโมง

เนื้อโลชั่นซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ปราศจากพาราเบนและ mineral oil อ่อนโยนต่อผิว สามารถใช้ได้ตั้งแต่อายุ 8 ปีขึ้นไป รวมถึงคุณแม่ตั้งครรภ์ และยังได้รับการยืนยันผลลัพธ์จากการใช้งานจริง โดย 98% ของผู้ใช้ระบุว่าผิวแห้งหยาบกลับมาเรียบเนียนขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ และ 98% รับรู้ว่าผิวชุ่มชื้นยาวนานถึง 48 ชั่วโมง

แม้ฤดูหนาวจะเป็นช่วงเวลาที่ผิวต้องเผชิญความแห้งมากกว่าปกติ แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก ไบเออร์สด๊อรฟ ย้ำว่า การเข้าใจสาเหตุของผิวแห้งและเลือกการดูแลที่เหมาะสม และสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงแบบเรียบง่ายในชีวิตประจำวัน หรือการดูแลเชิงลึกสำหรับผิวแห้งมาก ล้วนช่วยให้ผิวกลับมาแข็งแรง ชุ่มชื้น และดูสุขภาพดีได้ตลอดฤดูกาล

“วัดสระเกศฯ” ร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ด้วยการเปิดให้ชม ‘ภูเขาทอง’ ถึง 4 ทุ่ม!!! ชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และทิวทัศน์อันงดงามยามค่ำคืน

ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๙ วัดสระเกศ เปิดภูเขาทองเพื่อให้นักท่องเที่ยวชมความงามพระอาทิตย์ตกดิน และความงามของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน จนถึงเวลา ๒๒.๐๐ น. ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๘ ถึง ๑๕ มกราคม ๒๕๖๙“

โดยในวันที่ ๒๓ ธ.ค. ทางวัดจะมีการทดลองเปิดให้ขึ้นภูเขาทองถึง ๔ ทุ่ม เพื่อเตรียมความพร้อม อีกทั้งยังให้ประชาชนสามารถขึ้นไปรอชมการแสดงพลุดอกไม้ไฟ งานพลุวิจิตรเจ้าพระยา ๒๕๖๘

ภูเขาทองได้รับการยกย่องจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติว่าเป็นจุดที่ดีที่สุดในการชมความงามของพระอาทิตย์ตกดิน และความงามยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร

โครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” จุดประกายความเป็นไทยให้สืบสานอย่างสร้างสรรค์สะท้อนความสำเร็จผ่านผู้ชนะเลิศ มารยาทไทย และทักษะการอ่าน-พูดในที่สาธารณะ

โครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ครั้งที่ 53 ประจำปี 2568 กิจกรรมสังคมเพื่อมุ่งสืบสานวัฒนธรรม ภายใต้มูลนิธิทีทีบี จุดประกายให้เยาวชนร่วมกันอนุรักษ์ไว้ซึ่งเอกลักษณ์ไทย ประกาศผลการประกวดมารยาทไทย และทักษะการอ่าน-พูดในที่สาธารณะ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทุนการศึกษา ซึ่งมีเยาวชนจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศสนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

ทั้งนี้ โรงเรียนที่ชนะเลิศ ประเภทมารยาทไทย ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลพัทลุง และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ได้แก่ โรงเรียนศรียานุสรณ์ ส่วนประเภทอ่านฟังเสียง ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 ประเภทชาย ได้แก่ ด.ช.กันตพงศ์ สุจินา โรงเรียนศิรินุสรณ์วิทยา ประเภทหญิง ได้แก่ ด.ญ.ณัฐสินี ไพศาลตันติวงศ์ โรงเรียนอนุบาลสุธีธร ในขณะที่รางวัลชนะเลิศ ประเภทพูดต่อหน้าสาธารณชน ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ได้แก่ ด.ช.สิริพงษ์ เลี้ยงบุญเลิศชัย โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ได้แก่ นางสาวศรัณพร เจริญขำ โรงเรียนสตรีวิทยา

นางสาวกาญจนลักษณ์ บำรุงถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านทรัพยากรบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 53 ได้เห็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจในความเป็นไทยที่จุดประกายในจิตใจของเยาวชน ซึ่งในปีนี้มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 6,672 คน สะท้อนว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล “ความเป็นไทย” ไม่ได้ล้าสมัย แต่เป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ยังอยากจะเรียนรู้ ทั้งนี้ มารยาทไทยและทักษะการพูด ถือเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย เพราะหากเยาวชนเติบโตขึ้นพร้อมกับมารยาทที่งดงาม ปฏิบัติตัวให้เหมาะสมกาลเทศะ จะช่วยสร้างสัมพันธ์ที่ดีในสังคม ในขณะที่ทักษะการพูด คือเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการสร้างสรรค์และขับเคลื่อนสังคมผ่านการสื่อสาร

“ความเท่ที่แท้จริงของคนไทย ไม่ได้อยู่ที่การตามกระแสโลกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การยืนหยัดอย่างมีศักดิ์ศรีบนรากฐานทางวัฒนธรรมของเราเอง การสืบสานความเป็นไทยจึงเป็นเสมือนการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ทำให้เยาวชนไทยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เท่อย่างมีอัตลักษณ์ มีมารยาท รู้จักเคารพผู้อื่น และกล้าพูดเพื่อสิ่งที่ดีงาม” นางสาวกาญจนลักษณ์ กล่าว

เกณฑ์การตัดสินและบทบาทสำคัญของการพูดต่อหน้าสาธารณะ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ ฉัตราติชาต อาจารย์ประจำภาควิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า พัฒนาการที่เห็นชัดคือ เยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สามารถสื่อสารและใช้ภาษาได้ดี หลายคนมีแววเป็นนักพูดที่ดี เข้าใจการพูดต่อหน้าสาธารณะ โดยเกณฑ์ตัดสินที่สำคัญคือ การเรียบเรียงเนื้อหาและการถ่ายทอดเรื่องราวของผู้พูด รวมถึงความเข้าใจและมั่นใจในเรื่องเล่าที่สะท้อนผ่านสีหน้า สายตา ท่าทาง และที่สำคัญน้ำเสียงเป็นธรรมชาติมาจากใจ ไม่ปรุงแต่ง จึงขอฝากครูผู้ฝึกสอนเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองสไตล์การพูดเป็นแบบฉบับของตนเอง รวมถึงการจัดระบบความคิดและนำเสนอเนื้อหาที่จะสื่อสารด้วยตนเอง เพื่อให้เข้าใจและนำเสนอได้อย่างมั่นใจ

“การสื่อสารถือเป็นทักษะสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการทำงาน และการอยู่ร่วมกับคนในสังคม ซึ่งการพูดต่อหน้าสาธารณะไม่ใช่แค่การพูด แต่มีบทบาทสำคัญที่ทำให้ผู้พูดรู้จักและเข้าใจตนเอง เพราะต้องเริ่มจากเข้าใจตนเองว่าต้องการสื่อสารอะไร และเข้าใจความสนใจของผู้ฟัง เพื่อนำมาเรียบเรียงและถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นบทพูด ทำให้สามารถสื่อสารความคิดของตนเองไปยังผู้ฟังได้อย่างมั่นใจ” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ กล่าว

สะท้อนความสำเร็จผ่านเสียงของผู้ชนะเลิศ
เด็กชายสิริพงษ์ เลี้ยงบุญเลิศชัย โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน รางวัลชนะเลิศ ประเภทพูดต่อหน้าสาธารณชน ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 กล่าวว่า “ดีใจและภูมิใจมากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ผมชอบพูดและมองหาเวทีแข่งขันมาตลอด เพื่อฝึกทักษะการพูดและเพิ่มความมั่นใจ มองว่าทุกเวทีทำให้ได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย และได้เรียนรู้จากเพื่อนใหม่ ๆ ทั้งนี้ การพูดเป็นศาสตร์ที่ต้องคิดและจัดการเรื่องราวอย่างฉับไว ซึ่งประโยชน์ของการพูด เช่น ทำให้รู้จักตัวเอง ได้เรียนรู้และไม่หยุดพัฒนา อีกทั้งยังนำไปใช้ในชีวิตประจำได้ด้วย ทั้งการสื่อสารกับเพื่อนและสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันการสื่อสารสำคัญมาก”

สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังหาเวที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมารยาทไทย การอ่านออกเสียง หรือการพูดต่อสาธารณะ ขอ แนะนำว่าโครงการเท่อย่างไทยฯ เป็นเวทีสำคัญที่ทำให้ได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ขอขอบคุณมูลนิธิทีทีบีที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพ พัฒนาตัวเอง และกล้าแสดงออก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะความกล้าจะทำให้คนเก่งขึ้นได้ จากการฝึกฝนและได้ขึ้นเวทีแสดงออกบ่อย ๆ

ปิดท้ายที่ทีมเยาวชนจากโรงเรียนศรียานุสรณ์ ทีมชนะเลิศ ประเภทมารยาทไทย ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 กล่าวว่า “ทีมเราเข้าร่วมชมรมมารยาทไทยของโรงเรียน มองว่ามารยาทไทยสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ อีกทั้งยังได้อนุรักษ์วัฒนธรรมของชาติให้ทั่วโลกเห็นความเป็นไทย รู้สึกดีใจที่มีโอกาสได้แสดงศักยภาพบนเวทีเท่อย่างไทยฯ และภูมิใจมากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ เพราะซ้อมอย่างหนัก เพื่อให้ปฏิบัติได้ถูกต้องและมีความพร้อมเพรียง ทั้งนี้ ขอฝากทุกคนว่ามารยาทไทยไม่ใช่เรื่องยาก อยากให้ลองเปิดใจเรียนรู้และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งมารยาทไทยจะทำให้อยู่ร่วมกันอย่างถ้อยที ถ้อยอาศัย เป็นเอกลักษณ์ที่ใคร ๆ ก็ต่างจดจำ หากเราทุกคนร่วมกันรักษาและส่งต่อสิ่งนี้ สังคมไทยก็จะดีขึ้นอย่างแท้จริง”

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ “เท่อย่างไทย” โดย “ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ได้ที่ www.เท่อย่างไทย.com และติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมอื่น ๆ ได้ที่ www.ttbfoundation.org

ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต

เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange

SMEs ไทย 2026 ปรับกลไกธุรกิจรับกระแสโลกเปลี่ยน“นวัตกรรม-ข้อมูล-สร้างแบรนด์” คือทางรอด

ผู้ประกอบการ SMEs ไทย ฝ่าคลื่นธุรกิจแข่งขันสูงยุคโลกเปลี่ยนแปลง แต่สู้ได้ด้วย นวัตกรรม ข้อมูล ตั้งเป้าหมาย และใช้กลยุทธ์ที่ชาญฉลาด หัวใจสำคัญในการพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ก้าวข้ามขีดจำกัดเรื่องเงินทุน กลยุทธ์เชิงรุกสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายวรเสน ลีวัฒนกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วินด์ชิลล์ จำกัด บริษัทผู้ออกแบบ ติดตั้ง และบริการบำรุงรักษาห้องปลอดเชื้อ เปิดเผยหลังรับรางวัล SMEs Excellence Awards 2025 ประเภทธุรกิจบริการ รางวัลพระราชทานในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกี่ยวกับห้องปลอดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมาตั้งแต่ปี 2540 บริษัทใช้งบในการวิจัยและพัฒนาส่งบุคลากรเข้ารับการอบรมอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 10% ของรายได้รวมทุกปี เพราะบริษัทมั่นใจว่า นวัตกรรม จะทำให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจก็ตาม

“กลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทเป็นกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล โดยเราเป็นพันธมิตรกับกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ และ ยังให้บริการในการออกแบบห้องปลอดเชื้อให้กับโรงพยาบาลอื่นๆ ทั่วประเทศ นอกจากนั้น ยังมีธุรกิจอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้ห้องปลอดเชื้อ อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยา รวมไปถึงบ้านพักอาศัย ที่ปัจจุบันผู้คนให้ความสำคัญกับเรื่องสุขอนามัยมากขึ้น ทุกอย่างเป็นโอกาสทางธุรกิจของเรา และเรามีโอกาสธุรกิจแบบนี้ได้ เพราะเรามีนวัตกรรมของเราเอง เราสามารถออกแบบ และปรับปรุงงานของเราให้ตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้าที่มาใช้บริการ” นายวรเสน กล่าว

จากแนวทางการทำธุรกิจดังกล่าว ทำให้บริษัท วินด์ชิลล์ จำกัด มีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 15-20% ต่อปี “เรามีอัตราการเติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมาตลอด 2 ทศวรรษ เพราะเรามีจุดแข็งในเรื่องของนวัตกรรม” นายวรเสน กล่าว

“ข้อมูล” หัวใจขับเคลื่อนธุรกิจ

นางสาวมนสวรรณ ศรัณย์เวชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คุณเก๋ขนมหวาน จำกัด  ผู้นำแบรนด์ขนมไทยและวุ้นอันดับ 1 ใน 7-Eleven ผู้คว้ารางวัล SMEs Excellence Awards 2025 ประเภทธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing) ระดับ Gold กล่าวว่า “ความสำเร็จของ คุณเก๋ขนมหวาน เกิดจากการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย (Customer Insight) และการพัฒนาสินค้าใหม่ (Product Innovation) ภายใต้แนวคิด ‘นวัตกรรมคือหัวใจสำคัญ’ ซึ่งบริษัทเน้นการเพิ่มมูลค่า (Value Creation) ต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิมให้มีมูลค่าเพิ่ม ผ่าน Brand Storytelling, Packaging Design และการทำ Collaboration กับพาร์ทเนอร์ทั้งในและต่างประเทศ ด้วยกลยุทธ์หลักที่ช่วยให้แบรนด์เติบโตแบบก้าวกระโดด”

ผลประกอบการของคุณเก๋ขนมหวาน เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตสูงถึง 120,000 ชิ้นต่อวัน หรือกว่า 100 ล้านชิ้นต่อปี สร้างยอดขายเฉลี่ย 40 ล้านบาทต่อเดือน โดยมียอดจำหน่ายผ่าน 7-Eleven เป็นหลักกว่า 90% และช่องทางการจัดจำหน่ายอื่น ๆ โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่คือ Gen X และ Gen Y มากกว่า 60-70%

นอกจากนี้ มนสวรรณยังเผยถึงการปูทางสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ในปี 2569 พร้อมการนำเสนอขนมไทยในรูปแบบที่เหมาะสมกับตลาดโลก เช่น ขนมไทยพร้อมทานที่ยืดอายุได้นานขึ้น แต่ยังคงรสชาติแบบต้นตำรับ โดยไม่ใช้สารกันบูด รวมถึงการเปิดตลาดจีนโดยใช้กลุ่มขนมประเภทแช่แข็งและผงวุ้นเป็นตัวบุกตลาดภายในปี 2571

เช่นเดียวกับนายอัครวัฒน์ ฉันทแดนสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ริชเชส ซัพพลาย จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายหลอดไฟ LED ภายใต้แบรนด์ “ENRICH” คว้ารางวัล SMEs Excellence Awards 2025 ประเภทธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง (Trading) ระดับ Silver เปิดมุมมองการพัฒนาธุรกิจและการสร้างการเติบโตขององค์กรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาว่า “ข้อมูล” คือหัวใจการขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งองค์กรขนาดใหญ่และขนาดเล็ก

กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้นำเข้าหลอดไฟ LED จากประเทศจีน คือการกำหนดสเปคของสินค้าแต่ละประเภท ทั้งรูปแบบและดีไซน์ ที่มาจากฐานข้อมูลลูกค้า ซึ่งเป็นธุรกิจเริ่มแรกจากการขายสินค้าให้กับแบรนด์อื่นจากแพลตฟอร์มออนไลน์  ทำให้มีข้อมูลความต้องการสินค้าของลูกค้าจำนวนมาก ทั้งด้านพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ รูปแบบ สีสันและ ดีไซน์  โดยนำข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้ามาประมวลผลว่าสินค้าแบบไหนที่คนชอบ ข้อเสียของคู่แข่งในตลาด ทำให้บริษัทสามารถกำหนดสเปคสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ทำให้บริษัทสามารถสร้างยอดขายและกำไรให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

จากกลยุทธ์ดังกล่าวส่งให้ผลการดำเนินงานรวมเกินกว่า 300 ล้านบาทต่อปี และมีผลกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กหลายแห่งประสบปัญหาขาดทุน นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญในการทำธุรกิจของบริษัท คือ “ข้อมูล” การที่บริษัทมีข้อมูลของลูกค้า ทำให้บริษัทสามารถนำมาใช้ในการวางแผนและวางกลยุทธธุรกิจในการนำเข้าสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มกำไร

ในขณะที่ปี 2569 นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทมีแผนที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาด MAI เพื่อมาใช้ในการลงทุนสร้างคลังสินค้า พื้นที่ 4,000 ตารางเมตร ที่ศาลายา เพื่อใช้ในการจัดเก็บสินค้าให้ได้มาตรฐานและลดความเสี่ยงสินค้าเสียหาย

“ผมมองว่า SMEs จะแข็งแรง ต้องรู้ว่าลูกค้าเราคือใคร และใช้ข้อมูลของลูกค้ามาพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ไม่ใช้ความรู้สึกในการทำธุรกิจ” นายอัครวัฒน์ กล่าว 

“Her Hyness” สร้างแบรนด์เลิฟด้วยคุณภาพ

นางกัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมซัน รอเยล จำกัด ผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอางสกินแคร์เพื่อผิวแพ้ง่าย  “Her Hyness” ผู้ประกอบการ SMEs หนึ่งเดียวที่คว้ารางวัลพระราชทาน SMEs Excellence Awards 2025 ประเภทธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง (Trading) กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากที่ได้รับรางวัลพระราชทานครั้งนี้  พร้อมถ่ายทอดสูตรสำเร็จการสร้างแบรนด์ “Her Hyness” ให้เป็นแบรนด์เลิฟในใจผู้บริโภค ด้วยความมุ่งมั่น และแรงผลักดันที่จะสร้างแบรนด์เครื่องสำอางคนไทยสู่ตลาดโลก นับตั้งแต่วันแรกของการดำเนินธุรกิจที่เริ่มขึ้นในปี 2016 โดยตั้งใจจะพัฒนาเครื่องสำอางค์สำหรับผู้มีผิวแพ้ง่าย ให้มีผิวที่แข็งแรงขึ้น 

ช่วงเริ่มต้นการเปิดตัวแบรนด์ “Her Hyness” บริษัทใช้กลยุทธ์การบอกต่อ (word-of-mouth) เพื่อสร้างฐานลูกค้าโดยทำธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไปสร้างการเติบโตแบบออร์แกนิก จากจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เจาะกลุ่มผิวแพ้ง่ายที่ได้รับการตอบรับดีในฐานะแบรนด์ไทย ส่งผลยอดขายเติบโตเป็นลำดับ แต่บริษัทไม่หยุดการพัฒนา ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ และ Product Positioning ให้ตอบโจทย์มากขึ้น

  ในปี 2020 บริษัทดำเนินนโนบายเชิงรุก โดยขยายช่องทางจัดจำหน่ายจากช่องทางร้านค้าปลีก (retailer) สู่อีคอมเมิร์ซ สร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้แบรนด์ Her Hyness เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และลงทุนด้านการตลาด เพื่อสร้างแบรนด์เลิฟในกลุ่มที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์และกลุ่มใหม่ในโลกออนไลน์  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางเป้าหมายสร้างแบรนด์สู่ตลาดโลกด้วยมาตรฐานการผลิตคุณภาพผลิตภัณฑ์ระดับโลก ทั้งในด้านแบรนด์ (branding) และการบริหารจัดการ (management) โดยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนกลยุทธ์ และความเป็นเลิศในการดำเนินการ (execution excellence)

“กลยุทธ์อีคอมเมิร์ซ และการบริหารจัดการเชิงรุก ที่บริษัทนำมาใช้ต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ใส่ใจรายละเอียด และ touchpoint ของลูกค้า”

กัญญฉัชฌ์ กล่าวว่า จากการลงทุนต่อเนื่องและเป้าหมายการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์สู่ระดับดับสากล รวมถึงการสร้างเครือข่ายช่องทางการจำหน่ายขยายฐานลูกค้า ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ส่งผลให้การดำเนินงานในปี 2024 ประสบความสำเร็จดีเยี่ยม ด้วยยอดขายเติบโตก้าวกระโดด รายได้ทะลุ 1,000 ล้านบาทเป็นปีแรก และคาดว่าสิ้นปีนี้ ในปี 2025 บริษัทจะสามารถปิดยอดขายที่ 1,500 ล้านบาท รวมทั้งขยายการสร้างการรับรู้แบรนด์ “Her Hyness” ไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่มากขึ้น  ขณะเดียวกันก็เร่งศึกษาตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะตลาดส่งออก ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตต่อเนื่อง และมีศักยภาพสูง โดยปัจจุบันบริษัทส่งออกแบรนด์ “Her Hyness” ไปยังประเทศฟิลิปปินส์ และกำลังสำรวจคู่ค้าเพิ่มเติมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรองรับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

ศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี อัดกิจกรรมความบันเทิงเพียบศิลปินยอดนิยมร่วมสร้างโมเมนต์สุดพิเศษ พร้อมลุ้นรางวัลข้ามปีกับ Lucky Christmas Tree

ศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ได้แก่ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์, พาราไดซ์ พาร์ค, เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ชวนทุกท่านร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และคริสต์มาส ในบรรยากาศแห่งความสุข ความสนุก และความประทับใจ กับกิจกรรมไฮไลท์หลากหลาย ภายใต้คอนเซ็ปต์ Sparkling Happiness ส่งมอบความสุขข้ามปีตลอดเดือนธันวาคม 2568 ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมกราคม 2569 เอนจอยทุกโมเมนต์เฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปี ช้อปสนุกได้ทุกวัน โดยมีรายละเอียดดังนี้

ช้อปสนุกกับศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค แจกรางวัลจัดเต็มข้ามปีให้ได้ลุ้นของขวัญกับกิจกรรม สอยดาวต้นคริสต์มาส Sparking Lucky Christmas Tree เพียงแสดงใบเสร็จช้อปหรืออิ่มในศูนย์ฯ มูลค่า 500 บาทขึ้นไป รับ 1 สิทธิ์ ลุ้นของขวัญฟรีทันที ตั้งแต่วันนี้ – 4 มกราคม 2569 (จำกัด 2 สิทธิ์/ท่าน/วัน) โดยต้นคริสต์มาส Sparking Lucky Christmas Tree ของ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ตั้งอยู่ที่ Meeting Point ชั้น G โซน A, พาราไดซ์ พาร์ค อยู่ที่ชั้น 1ด้านหน้ารอยัล พาร์ค พลาซ่า, เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 อยู่ที่ชั้น 1 (ข้าง Starbucks) และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ อยู่ที่ชั้น 1 ลาน Center Zone

พร้อมอัดแน่นอีเวนต์ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เติมเต็มประสบการณ์เฉลิมฉลองส่งท้ายปีด้วยกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ MBK Center Sparkling Happiness ตั้งแต่วันนี้ – 4 มกราคม 2569 พบกับความสุขที่เสิร์ฟให้ทุกวัน ทั้งการแสดง ดนตรี และ กิจกรรมลุ้นรางวัล เริ่มต้นความพิเศษด้วยการแสดงดนตรี ORCHESTRA MUSICAL JOYRIDE โดย สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ที่จะมาบรรเลงบทเพลงแห่งความสุขในวันที่ 23-24 ธันวาคม 2568 เวลา 17.30 น. – 19.00 น. บริเวณ Sky Walk ต่อด้วยบรรยากาศคริสต์มาสสุดอบอุ่นกับ Christmas Carol วันที่ 24-25 ธันวาคม 2568 ในเวลา 15.00 น. และ 18.00 น. พร้อมเซอร์ไพรส์พิเศษ วันที่ 25 ธันวาคม 2568 พบกับลุงซานต้าใจดีที่จะมาแจกของขวัญให้กับลูกค้าทุกท่าน

เพิ่มสีสันสร้างบรรยากาศการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยขบวนทรูป ระหว่างวันที่ 27-28 ธันวาคม 2568 และ 30 ธันวาคม 2568 – 1 มกราคม 2569 ในเวลา 13.00 น. 15.00 น. และ 19.00 น. ส่วนบริเวณลานกิจกรรมเอ็ม บี เค อเวนิว โซน A เชิญชมการแสดง “โขน” สุดตระการตาในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 15.00 น. และ 18.00 น. นอกจากนี้สายสปอร์ตไม่ควรพลาดกับ MBK Center Muay Thai Fight Night ชมลีลาแม่ไม้มวยไทยโชว์แบบจัดเต็ม 3 วันติด ตั้งแต่วันที่ 29-31 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 น.

ด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เนรมิตพื้นที่แห่งความสุขกับ ต้นคริสต์มาสกล่องดนตรีม้าหมุนไขลาน ในคอนเซ็ปต์ Musical Joyride ถ่ายทอดความหมายของ “ความสุขที่หมุนอยู่รอบตัวทุกคน” ผ่านการตกแต่งต้นคริสต์มาสกล่องดนตรีม้าหมุนไขลาน สีสันสดใส บริเวณ Sky Walk ซึ่ง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับศิลปินนักวาดภาพประกอบชื่อดัง Jumbo Jan (วิยดา อมรวัฒนคุณชัย) ให้ทุกท่านได้ถ่ายรูปเก็บความทรงจำอันแสนสนุกสุดประทับใจ

ด้านศูนย์การค้า “พาราไดซ์ พาร์ค” จัดกิจกรรม Paradise Park Sparkling Happiness Gift Market – Musical Joyride บริเวณ Royal Park Plaza ชั้น 1 ตั้งแต่วันนี้–4 มกราคม 2569 เทศกาลแห่งความสุข สนุกไปกับเสียงดนตรี ช้อปเพลินกับตลาดของขวัญต้อนรับปีใหม่ที่รวบรวมสินค้าเพื่อคนพิเศษ คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังและกิจกรรมมากมายในบรรยากาศอบอุ่น สนุก และเป็นกันเอง ชมฟรีตลอดงาน ดังนี้

Christmas Carol บรรยากาศคริสต์มาสสุดคลาสสิก แสนอบอุ่น สร้างบรรยากาศแห่งความสุข ความทรงจำ และรอยยิ้ม ให้ทุกท่านได้ดื่มด่ำช่วงเวลาพิเศษร่วมกัน ในวันที่ 24–25 ธันวาคม 2568 เพลิดเพลินกับการแสดง Kids Violin Ensemble ชื่นชมความสามารถของเยาวชนไทยที่จะถ่ายทอดเสียงไวโอลินใส ๆ น่ารัก และเปี่ยมด้วยพลัง สร้างบรรยากาศอบอุ่นและแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมทุกวัยในวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ดื่มด่ำกับคอนเสิร์ตบรรเลงบทเพลงออเคสตร้าแสนไพเราะจากวง “สานฝัน” โดย สำนักงานพระคลังข้างที่ พิเศษกับศิลปินรับเชิญ ผิงผิง สรวีย์ จากรายการประกวดร้องเพลงเวที The Golden Song และ โบ๊ท ปรัชญา จากเพลงเอก ร่วมถ่ายทอดบทเพลงอันไพเราะที่ทั้งซาบซึ้งและเปี่ยมพลัง ในวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 16.00 น. – 17.00 น.
คอนเสิร์ตส่งท้ายปีสุดละมุนกับ อิ้งค์ วรันธร ที่จะมาส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ผ่านเสียงเพลงอบอุ่นเป็นเอกลักษณ์ ชวนทุกคนผ่อนคลายและเก็บเกี่ยวโมเมนต์พิเศษในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปี ในวันที่ 28 ธันวาคม 2568 เวลา 17.00 น. – 18.00 น. นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Magic Comedy มายากลสุดพิเศษผสมผสานเวทมนตร์และความสนุก สร้างเสียงหัวเราะและความประทับใจให้ทั้งครอบครัว ในวันที่ 24 – 25, 30 – 31 ธันวาคม 2568 และ 1 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น. – 14.00 น. และ 16.00 น. – 17.00 น.

ส่วน เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ชวนสมาชิก Fam Plays และทุกครอบครัวมาร่วมเติมเต็มความสุขช่วงเทศกาลส่งท้ายปี กับกิจกรรม Christmas Creative Workshop ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างรอยยิ้ม ความทรงจำ และช่วงเวลาพิเศษร่วมกัน เพียงแสดงใบเสร็จช้อปหรืออิ่มในศูนย์ฯ (ไม่จำกัดมูลค่า) ก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ทันที โดยวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ชวนร่วมกิจกรรม เพ้นท์เทียนคริสต์มาส ออกแบบลวดลายในสไตล์ของตัวเอง เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญเล็กๆ หรือเก็บไว้เป็นของที่ระลึกแทนความทรงจำดี ๆ ในช่วงเทศกาล ส่วนวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ชวนมา DIY กล่องของขวัญมอบความสุข ออกแบบและตกแต่งกล่องของขวัญเพื่อคนพิเศษ นอกจากนี้สนุกกับ Happy Vibe & Troop ดื่มด่ำกับบทเพลง Christmas Carol ในวันที่ 24 – 25 ธันวาคม 2568 สนุกสุดหรรษากับขบวนทรูปส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในวันที่ 24 – 25 ,30 – 31 ธันวาคม 2568 และ 1 มกราคม 2569

ชาวปทุมธานีชวนมาร่วมเก็บโมเมนต์ความประทับใจกับต้นคริสต์มาส กิจกรรมความบันเทิงครบเครื่องได้ที่ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ เนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นโลกแห่งเทพนิยาย Sparkling Snow Wonderland ตั้งแต่วันนี้ – 4 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น. – 20.00 น. ท่องโลกความสนุกในดินแดนมหัศจรรย์ ผจญภัยใน “ปราสาทเจ้าหญิง” ขนาดยักษ์กว่า 15 เมตร บริเวณ Center Zone ชั้น 1 สนุกได้ฟรี!! สำหรับสมาชิก MBK PLUS เพียงแสดงใบเสร็จช้อป – อิ่ม ในศูนย์ฯ (ไม่จำกัดมูลค่า) ถ่ายรูปสุดฟินกับซานตาคลอสยักษ์ หมีโพลาร์ขนาดใหญ่ Snow Globe ยักษ์สุดตระการตา พร้อมสัมผัสหิมะตกกลางป่าสนต้นคริสต์มาส เวลา 17.30 น. และ 18.30 น. ลานด้านหน้าศูนย์ฯ

มาร่วมเก็บโมเมนต์สุดประทับใจ Sparkling Happiness ความสุขที่เปล่งประกายทั่วทุกพื้นที่ส่งท้ายปีอย่างอบอุ่นและสนุกสนานกับศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค สนุกสุด ฟินสุด และยังได้ลุ้นของขวัญกลับบ้าน

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ผ่านทาง Facebook Page : MBK CENTER PARADISE PARK THE NINE CENTER RAMA 9 และ THE NINE CENTER TIWANON

#MBKCenter #พาราไดซ์พาร์ค #เดอะไนน์เซ็นเตอร์พระราม9 #เดอะไนน์เซ็นเตอร์ติวานนท์ #ปีใหม่

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมจัดงาน Amazing Thailand Su-ngaikolok Countdown 2026

เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569 ระหว่างวันที่ 28–31 ธันวาคม 2568 ณ สวนสาธารณะสิรินธร อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ภายใต้แนวคิด “Harmony Beyond Borders” ไฮไลต์กิจกรรม ประกอบด้วยการตกแต่งประดับไฟ โดยใช้เทคนิค Light up และ Mapping และประดับไฟตามจุดต่างๆ

โดยผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสกับกิจกรรมความบันเทิงและการแสดงบนเวทีจากศิลปินชื่อดังตลอด 4 วันการจัดงาน ได้แก่ วันที่ 28 ธันวาคม 2568 พบกับวง Season Five, วันที่ 29 ธันวาคม 2568 พบกับ เจนนิเฟอร์ คิ้ม, วันที่ 30 ธันวาคม 2568 พบกับ พลพล พลกองเส็ง และ ปอ อรรณพ และในคืนส่งท้ายปีเก่า วันที่ 31 ธันวาคม 2568 พบกับศิลปินจากประเทศอินโดนีเซีย วง Repvblik พร้อมด้วยศิลปินไทย วิด ไฮเปอร์ และ ตั้ม วราวุธ ซึ่งจะร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งความสุข พร้อมการแสดงพลุเฉลิมฉลองปีใหม่อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความประทับใจร่วมกันของประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั้งสองฝั่งชายแดน

นอกจากนี้ ยังมีการจัดลานอาหารฮาลาลและตลาดชุมชน OTOP กว่า 50 ร้านค้า เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นและกลุ่มชุมชนได้นำเสนออาหารท้องถิ่น สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดนราธิวาส ควบคู่กับกิจกรรมเวิร์กชอปและกิจกรรมศิลปาชีพจากชุมชน อาทิ การปักผ้า การจักสานย่านลิเภา การทอเสื่อกระจูด การทำเรือกอและจำลอง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในการสร้างอาชีพให้แก่พสกนิกรในพื้นที่

ททท. คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 20,000 คน ตลอดระยะเวลา 4 วันของการจัดงาน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย เพิ่มระยะเวลาพำนัก และสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ เสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกด้านการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของจังหวัดนราธิวาสในระดับภูมิภาค

AmazingThailandSu-ngaikolokCountdown2026

“ช่องวัน31” จัดหนักมาราธอนละครดัง เสิร์ฟความสุขข้ามปีให้แฟน ๆ จุใจ 3 เรื่อง 3 รส

ช่องวัน31  เตรียมส่งมอบของขวัญปีใหม่ชิ้นใหญ่ถึงหน้าจอ  ซึ่งจะมาอยู่เป็นเพื่อนทุกคน ตลอดช่วงเทศกาลแห่งความสุข  ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงกับละครดัง 3 เรื่อง 3 รส  ที่จะมาเสิร์ฟความสุขแบบมาราธอนตั้งแต่เช้าจรดค่ำ  เริ่มต้นกันที่  ละครรักร่วมสมัยที่จะกลับมาให้แฟนๆ ร่วมเดินทางหาคำตอบของนิยามรักไปพร้อมกับ ไบร์ท-นรภัทร, เก้า-สุภัสสรา และ บี-น้ำทิพย์ ในละคร  “บนพระจันทร์มีกระต่าย”  เริ่มวันจันทร์ที่ 29 ธ.ค.68 ตั้งแต่เวลา 6:00 น. เป็นต้นไป และ วันอังคารที่ 30 ธ.ค. 2568 ตั้งแต่เวลา 6.00-14:20 น 

จากนั้นมาสนุกกันต่อ กับละครสะท้อนชีวิตครอบครัว  เรื่องราวของผู้หญิงที่ต้องลุกขึ้นปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง และครอบครัว ผ่านกระบวนการยุติธรรมในศาล  “สงครามสมรส” ในวันอังคารที่ 30 ธ.ค.2568 ตั้งแต่เวลา 14:20-22.30 น. และ วันพุธที่ 31 ธ.ค. 2568 – พฤหัสบดีที่ 1 ม.ค. 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป 

ปิดท้ายด้วยเรื่องราวความรักระหว่างหนึ่งหญิงสองชาย ซึ่งนำไปสู่สงครามครั้งใหญ่  ที่ทำให้ชาวเมืองนับแสนต้องถูกฝั่งอยู่ใต้หนองน้ำ “ผาแดงนางไอ่”  ซึ่งออกอากาศให้ได้รับชมในวันศุกร์ที่ 2 ม.ค.69 เวลา 6:00 น.  และในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 3-4 ม.ค.69 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป  และทั้งหมดนี้เป็นของขวัญจากใจที่ส่งตรงให้แฟนๆ ถึงบ้าน งานนี้ทุกคนมาสนุกสุขข้ามปีไปด้วยกันที่ช่องวัน 31 นะคะ 

“ออฟโรด กันตภณ” ส่งซิงเกิลใหม่ “คับใจ (อยู่ได้) – Only you” มอบความสุขส่งท้ายปี จากโปรเจกต์ Song Diary

แจกความสดใส มอบความสุขเป็นของขวัญส่งท้ายปีให้กับแฟน ๆ กับซิงเกิลล่าสุด “คับใจ (อยู่ได้) – Only you” อีกหนึ่งซิงเกิลใหม่จาก Song Diary ของ “ออฟโรด-กันตภณ”เพลง Pop ฟังง่าย มาพร้อมซาวด์ดนตรีสดใส ที่ดึงเอาสุภาษิตไทย คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก มาเป็นกิมมิกในเนื้อเพลง แต่ถึงแม้จะคับใจแค่ไหนก็อยู่ได้ เพราะมีแต่ Only you ในหัวใจ เพลงที่จะทำให้ทุกคนตกหลุมรักในช่วงสิ้นปีนี้ ที่นำเสนอความน่ารักและตัวตนของออฟโรดได้เป็นอย่างดี โดยได้ “โฟร์ ประทีป สิริอิสสระนันท์” ผู้อยู่เบื้องหลังเพลงฮิตมากมาย มารับหน้าที่เป็น Producer ให้

ซึ่ง “ออฟโรด-กันตภณ”ได้เผยความรู้สึกว่าเพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงจากโปรเจกต์ Song Diary ที่ผมตั้งใจมาก ๆ เป็นเพลงที่อยากมอบให้เป็นของขวัญส่งท้ายปี ซึ่งคอนเซปต์จะมาในธีมงานส่งของขวัญ เลยอยากส่งความสุขให้กับทุกคนผ่านเพลงนี้ครับ การทำงานบอกเลยว่าไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย เพราะเพลงค่อนข้างจะเป็นตัวตนของผมมากพอสมควร มีความสดใสในแบบฉบับของออฟโรด แต่ที่ชาเลนจ์มากขึ้น จะเป็นในส่วนของการร้องครับ เพราะนอกจากการเส้นร้องหลักแล้ว เสียงคอรัส และแอดลิปต่าง ๆ ก็เป็นเสียงของผมทั้งหมดเลยครับ ในส่วนของท่าเต้น ได้มีการพูดคุยกับพี่ ๆ ทีมงานว่า เพลงสุดท้ายของโปรเจกต์นี้อยากได้ประมาณไหน? เลยได้มีส่วนช่วยแชร์ไอเดียกับทาง Choreograph ครับ บอกเลยว่าเป็นการเต้นที่จัดหนักจัดเต็มมากครับ เต้นตลอดทั้งเพลง เป็นความพิเศษที่ผมตั้งใจมอบให้ รวมถึงในเรื่องของเพลง การร้อง และ MV บอกเลยว่าท่าเต้นอาจจะดูเหมือนง่าย ๆ ใส ๆ นะครับ แต่จริง ๆ คือเต้นยับ เต้นทุกคำ เต้นทั้งเพลง แต่เพื่อทุกคน จะเหนื่อยหอบแค่ไหน ก็เต็มที่ครับ แต่ในพาร์ทของชาเลนจ์ ก็จะมีท่าเต้นอีกเวอร์ชันแบบง่าย ๆ  มาให้ทุกคนได้ลองนำไปเต้นตามกันนะครับ และขอสปอยด์ว่า จะมีคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่ทุกคนอยากดู ปล่อยตามมาให้ได้ดูกันแน่นอน ฝากติดตามกันด้วยนะครับ (ยิ้ม)

สามารถติดตามชม Music Video “คับใจ (อยู่ได้) – Only you” อีกหนึ่งซิงเกิลใหม่ล่าสุดจาก Song Diary ของ “ออฟโรด-กันตภณ”ได้ทาง Youtube : One Music และรับฟังได้ทุก Streaming Platforms รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ทาง One Music และ Open Label

TIMETHAI ปล่อยซิงเกิลใหม่ “T2T” ส่งความสนุกท้ายปี ชวน BamBam ร่วมฟีทเจอริ่งในไวบ์สุดเท่!

หลังจากสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการเพลงไทยด้วยการฟีทเจอริ่งในเพลง “Dancing By Myself” ร่วมกับศิลปินระดับโลกอย่าง BamBam ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามตั้งแต่วันเปิดตัว        ล่าสุด TIMETHAI หรือ ธามไท ศิลปินอาร์แอนด์บีตัวท็อปแห่งยุค ก็พร้อมเดินหน้าลุยงานเพลงของตัวเอง พร้อมส่งซิงเกิลใหม่ “T2T” (ทีสองที) ออกมาสร้างความสนุกท้ายปี โดยมีความพิเศษที่ได้ BamBam มาร่วมงานกันอีกครั้ง ในฐานะ Featuring Artist อย่างเป็นทางการ

สำหรับเพลง “T2T” (ทีสองที) ถือเป็นซิงเกิลที่เต็มไปด้วยพลังความสนุกในช่วงเทศกาล Festive ถ่ายทอดกลิ่นอายความคึกคักและความมีชีวิตชีวา ผ่านซาวด์อาร์แอนด์บีผสมป๊อปที่คงความเท่ โมเดิร์น โดย TIMETHAI ได้ยกระดับผลงานทั้งในแง่ของดนตรี และโปรดักชัน ให้มีความสากลและแกรนด์มากยิ่งขึ้้น

ในพาร์ตของมิวสิกวิดีโอสื่อบรรยากาศด้วยภาพที่ให้ความรู้สึกอินเตอร์ พร้อมโชว์เพอร์ฟอร์แมนซ์การเต้นอันเป็นซิกเนเจอร์ของ TIMETHAI ที่แฟนๆ คุ้นเคย ผสานกับเสน่ห์ของ BamBam เกิดเป็นเคมีที่ทั้งเท่ สนุก เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญที่แฟนเพลงทั้งไทยและต่างประเทศจับตามอง การโคจรมาพบกันอีกครั้งของสองศิลปินแถวหน้าจากไทยและเกาหลี ที่ต่างมีตัวตนและเอกลักษณ์ทางดนตรีอย่างชัดเจน

เบื้องหลังการทำงานเพลง “T2T” (ทีสองที) เกิดขึ้นโดยมิตรภาพที่ดีของทั้งคู่ เมื่อ TIMETHAI ได้นำเพลงนี้ให้ BamBam ฟังและได้รับการตอบรับทันทีด้วยความสนใจ ส่งผลให้ “T2T” (ทีสองที)  กลายเป็นผลงานที่ลงตัวทั้งในด้านเสียงร้อง ทำนอง และอารมณ์เพลงที่ถ่ายทอดผ่านศิลปินทั้งสองคนออกมาได้เป็นอย่างดี  รวมไปถึงท่าเต้นที่ถูกออกแบบมาให้แคชชี่ เข้าใจง่าย และสามารถเต้นตามได้เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้สนุกไปกับเพลงนี้พร้อมกัน โดยสามารถเข้าไปรับชม MV เพลงนี้ได้แล้วทาง YouTube : TIMETHAI และรับฟังได้แล้วทุกช่องทางสตรีมมิ่ง

ลัคกี้อินเลิฟ แอนด์ ลัคกี้อินเกม ! “บัว นลินทิพย์” ส่งท้ายปีด้วยสองข่าวดีติดกัน

ช่วงนี้ดวงดาวทั้งเรื่องรักและเรื่องงานโคจรมาชนกันอย่างจัง ก็คงไม่เกินจริง สำหรับนางเอกมากฝีมือ “บัว นลินทิพย์” ที่กำลังอยู่ในโหมด ลัคกี้อินเลิฟ แอนด์ ลัคกี้อินเกม แบบตัวจริงเสียงจริง เพราะเพิ่งถูกแฟนหนุ่มนอกวงการอย่าง วิน วีระพันธ์ ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงานในบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่ดูอบอุ่นสุดๆ ระหว่างที่ทั้งคู่ไปเที่ยวพักผ่อนที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แต่ความปังยังไม่หยุดแค่นั้น…
ทันทีที่กลับถึงเมืองไทย ความสำเร็จในเส้นทางนักแสดงก็วิ่งเข้าชน เมื่อ “บัว” คว้ารางวัล นักแสดงนำหญิงเจ้าบทบาทยอดเยี่ยม จากผลงานซีรีส์ ปริศนาปมไหม ทางช่อง MONO29 จากเวที STAR INTERNATIONAL AWARD 2025 มาครองอย่างสง่างาม

งานประกาศรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ “โครงการมอบรางวัลเกียรติยศแห่งปี 2025” เพื่อเชิดชูศิลปิน ดารา นักแสดง และผู้ทรงอิทธิพลทางสังคม ที่สร้างผลงานโดดเด่น สร้างแรงบันดาลใจ และยกระดับวงการบันเทิงไทยในเวทีนานาชาติ
สำหรับบทบาทใน ปริศนาปมไหม ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ “บัว นลินทิพย์” กับการถ่ายทอดตัวละครที่เต็มไปด้วยมิติ อารมณ์ และพลังการแสดง จนได้รับเสียงชื่นชมจากทั้งผู้ชมและคณะกรรมการ และกลายเป็นรางวัลที่ย้ำชัดว่า เธอไม่ได้มีดีแค่ลุคหวาน แต่ฝีมือก็เฉียบไม่แพ้ใคร เรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตลงล็อกทุกด้าน หัวใจก็มีเจ้าของ ถ้วยรางวัลก็มีชื่อ