“DEE HUP HOUSE” เปิดจักรวาลความละมุน เสิร์ฟความอินส่งซีรีส์แนวตั้ง 3 รสชาติ เป็นของขวัญปีใหม่

ประกาศ ! “DEE HUP HOUSE” พร้อมลุยโปรเจ็กต์ซีรีส์แนวตั้ง ส่งซีรีส์ 3 รสชาติ “SCREEN TOGETHER ดูหนังคนเดียวกับคุณ – LOVE TRUCK รักสองแถว – INFLULOVER ไลฟ์ดีนัก รักดีมั้ย” เสิร์ฟฟินสาววายรับศักราชใหม่ เริ่ม 12 ม.ค.นี้ ที่ YouTube และ TikTok ของทาง DEE HUP HOUSE

อะไรใหม่ ๆ เริดเลยล่ะ บริษัท Dee Hup House (ดี ฮัพ เฮ้าส์ จำกัด) เตรียมมอบของขวัญเซอร์ไพรส์แฟนซีรีส์ ส่งความฟินผ่านโปรเจ็กต์ Vertical Series (ซีรีส์แนวตั้ง) ครั้งแรก ! เป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ ยกให้เป็นอีกหนึ่งค่ายที่ส่งซีรีส์รันวงการอย่างต่อเนื่อง แจ้งเกิดนักแสดงหน้าใหม่รวมถึงคู่จิ้นเคมีปังหลายต่อหลายคู่ ล่าสุดประกาศลุยวงการซีรีส์แนวตั้ง เสิร์ฟฟินจุก ๆ จัดเต็มด้วยซีรีส์ 3 เรื่อง
3 สไตล์ 3 คู่นักแสดง 3 ผู้กำกับ พร้อมเปิดจักรวาลความฟินแบบต่อเนื่อง ออกสตาร์ทด้วย SCREEN TOGETHER ดูหนังคนเดียวกับคุณ ผลงานการกำกับของ นิทรรศ สินวัฒนกุล ที่ว่าด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์ในโรงหนังของ “ซัน กับ มุน” รับบทโดย SUNN (Cong Duong) หนุ่มเวียดนามมากความสามารถที่พูดไทยชัดแจ๋ว จับคู่เคมีจิ้นกับ กรีน-พงศธร ผดุงเกียรติวงศ์ จะเป็นอย่างไรเมื่อความซุ่มซ่ามกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ชวนใจเต้น ลุ้นไปด้วยกัน 12 มกราคมนี้ นอกจากโมเมนต์ชวนฟินแล้ว แฟน ๆ เตรียมฟังเพลงประกอบซีรีส์ที่ร้องโดยหนุ่มเวียดนาม
คนนี้ได้เลย

จากนั้น 19 มกราคม ต่อติดความฟินด้วยเรื่องที่ 2 LOVE TRUCK รักสองแถว เคสนี้รักหล่นทับเต็ม ๆ เพราะแฟนหนุ่มสุดหล่อ จะมาหาคุณแบบไม่ทันตั้งตัว เรื่องนี้ได้ผู้กำกับมากประสบการณ์ ณัฐกร จุลระศร มาร่วมสานต่อความฟินของ 2 ตัวละคร “ไทย และ เล้ง” ที่รับบทโดย ตี๋-บุญยเกียรติ วงค์ษาแจ่ม ผู้รักษาประตูหน้าหล่อที่มาชิมรางงานแสดงครั้งแรก โคจรมาพบกับ เฮง-ทัตพงศ์ โรจน์แสงเรือง กับคาแรกเตอร์ต้าวแว่นขี้นอยผู้พึ่ง AI ตลอดเว

ปิดท้ายด้วยผลงานการกำกับของมือตัดต่อแห่งบ้าน Dee Hup House สหรัฐ คงวัฒนาถาวร ที่ผันตัวมานั่งเก้าอี้ผู้กำกับ ซีรีส์ที่มีชื่อว่า INFLULOVER ไลฟ์ดีนัก รักดีมั้ย เรื่องนี้อินฟลูอินใจ สาวกโซเชียลทั้งหลายห้ามพลาด “ใครจะคิดว่ารูมเมตของผมจะทำ…แบบนี้กับผมกลางไลฟ์” คอนเฟิร์มว่าฟินหนักมากสำหรับความสัมพันธ์ของ “เจตน์ กับ โฟกัส” ที่รับบทโดย ไกด์-กันตพล ชมภูพันธ์ หนุ่มหล่อสายเฟรนลี่ ปะทะ เดช-ณรงค์เดช รุ่งอรุณ หนุ่มรักสงบรีวิวเลิฟเวอร์ เมื่อคนต่างขั้วมาเจอกันความฟินจึงบังเกิด 26 มกราคมนี้ รู้กัน !

​ แต่ก่อนจะไปสนุกกับซีรีส์แนวตั้งทั้ง 3 เรื่อง ขออุ่นเครื่องความฟินเจาะเบื้องหลังการทำงานของทีม Dee Hup House งานนี้ได้ผู้จัด บอส-อนุสรณ์ ลิ้มประเสริฐ และตี๋-บัณฑิต สินธนภารดี ผู้กำกับคนเก่งที่ผันตัวมารับหน้าที่ควบคุมการผลิตโปรเจ็กต์นี้ โดยทั้งคู่ไม่พลาดมาร่วมแชร์ประสบการณ์การทำงานให้ได้ฟังว่า

“เดี๋ยวนี้ทุกคนใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมือถือและชอบคอนเทนต์ที่กระชับ สนุก ดูจบได้ในเวลาสั้น ๆ เราไม่อยากตกเทรนด์เลยลองทำอะไรใหม่ ๆ ดูสักตั้ง แต่ยังคงยึดคุณภาพของชิ้นงานเป็นหลัก โดยทั้ง 3 เรื่องเป็นพล็อตที่เราคิดกันขึ้นมาเองทั้งหมด ซึ่งมาจากไอเดียและการเขียนบทของผู้กำกับทั้ง 3 คน การเล่าเรื่องในซีรีส์แนวตั้งเป็นโจทย์ที่ท้าทายมาก จะทำอย่างไรให้เคมีนักแสดงพุ่งออกมาทัชใจคนดูในพื้นที่จำกัด สุดท้ายอยากฝากให้ไปชมกันเยอะ ๆ เชื่อว่าจะได้แง่คิดสำคัญที่เราใส่ลงไปคือเรื่องจังหวะเวลาของชีวิต เราอยากสะท้อนให้เห็นว่าความรักหรือโอกาสดี ๆ มักจะเข้ามาในจังหวะที่เราไม่คาดคิดเสมอ การมองเห็นความสุขรอบตัวอาจเป็นโอกาสให้เราได้พบเจอกับ ความรัก มิตรภาพ หรือความรู้สึกดี ๆ ได้เสมอ สุดท้ายนี้ขอฝากซีรีส์แนวตั้งทั้ง 3 เรื่องไว้ในอ้อมใจทุกคน เป็นของขวัญเล็ก ๆ เริ่มต้นปีที่ทำให้แฟน ๆ ทุกคน ห้ามพลาดเรื่องแรก SCREEN TOGETHER ดูหนังคนเดียวกับคุณ วันจันทร์ที่ 12 มกราคมนี้ เวลา 19:00 น. ที่ YouTube และ TikTok ของทาง DEE HUP HOUSE”

ลิ้งค์ทีเซอร์
https://youtube.com/shorts/ut-Cki–gvE?si=iEsASVOEChIISMRU

เก่ง ธชย ปล่อยของ ฉลองปีใหม่ควบวันเกิด ส่ง ปีศาจรัตติกาล (Evil Eye) เป็นของขวัญแฟนเพลง

ก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ เก่ง ธชย ปล่อยของ ฉลองปีใหม่ควบวันเกิดครบ 37 ปี พร้อมส่งเพลงใหม่ แนวปรัชญาแฝงเปรียบเทียบ ที่เจ้าตัวแต่งเองเป็นของขวัญปีใหม่ และวันเกิดมอบให้แฟนเพลง โดยเจ้าตัว เผยว่า
ซิงเกิ้ล ปีศาจรัตติกาล (Evil Eye) ผมแต่งเนื้อร้อง/ ทำนองเองครับ และเรียบเรียงโดย อนุชิต ธนัญชัย เพลงนี้เป็น Single แรก จาก อัลบั้ม RAVANA ของ TACHAYA (เก่ง ธชย) และนี่คือบทเพลงที่มีกลิ่นอายความโรแมนติกของปีศาจ ที่ผมใช้ปรัชญาแฝงเปรียบเทียบว่า เราทุกคนต่างมีปีศาจอยู่ในตัว โดยเฉพาะปีศาจรัตติกาล ที่มักตื่นขึ้นมาในยามค่ำคืน เพื่อร่ายรำ กรีดกราย และรอคอยใครสักคนที่มาล้างคำสาป

ในส่วนของดนตรี ก็จะมีกลิ่น Reggae ผสมกับ Fusion Pop แบบที่ไม่ค่อยได้เห็นในเพลงของ เก่ง ธชย และที่สำคัญคือ ต้องมีท่อนที่ขาดไม่ได้สำหรับ เก่ง ธชย คือ ดนตรีไทย ซึ่งถูกเหยาะให้ได้กลิ่นพอสัมผัสปลายจมูก
ผมเชื่อว่า ทุกแผล หรือความผิดปกติในเนื้อเพลง คือความประณีตในการสร้างรอยตำหนิให้เกิดขึ้นอย่างจงใจ มีนัยยะแฝงไว้ทุกบาดแผลที่สร้างทั้งหมด อยากให้ทุกคนได้รับฟังบทเพลงรัก จากมุมมองของทศกัณฐ์ ซึ่งผมเชื่อว่า จะแทนความรู้สึกของปีศาจในตัวเราทุกคนได้ดี อยากให้ทุกคนลองฟังเพลินๆ ถ้าคุณฟังและเข้าใจ โดยไม่ต้องอาศัยเหตุผล หากคุณฟังแล้วรู้สึก แสดงว่าปีศาจในตัวคุณมันกำลังตื่น ตื่นมาฟังเพลงที่แทนความรู้สึกลึกๆ ในก้นบึ้งหัวใจของมัน ขอฝากของขวัญปีใหม่ที่ตั้งใจมอบให้ในวันครบรอบวันเกิดของผมกับ ปีศาจรัตติกาล ไว้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

MV ปีศาจรัตติกาล (Evil Eye)
https://youtu.be/1MYW_X-1Szk?si=AwiaquYvPcjY8PUO

“ลิ้นติดโปรแฟร์” เปิดตลาดนัดแรกปี 2569 ก้อง-ท็อป ชวน ตั้ม เดอะสตาร์ พาชิม ช้อป พร้อมเสิร์ฟ เปิบเมนูติดดาว

เปิดรับความอร่อยปี 2569  ในงาน “ลิ้นติดโปรแฟร์ เมนูติดดาว” ของเจ้าแม่ตลาด ก้อง ปิยะ – ท็อป ดารณีนุช จัดขบวนความอร่อยมาอย่างว๊าวว อัดแน่นเต็มทุกโซน  โดยชวนหนุ่มอารมณ์ดี “ตั้ม เดอะสตาร์” เทพแห่งการชวนชิม ช้อป พร้อมเปิบ เสิร์ฟความสุข กระตุ้นต่อมน้ำลาย ยั่วๆ อร่อยชัวร์ ทุกเมนู

เคลื่อนขบวนของดีของเด็ด มาปักหมุดหยุดกันที่ ชั้น 1 เซ็นเตอร์คอร์ท แฟชั่นไอส์แลนด์ รวมเมนูติดดาว กว่า 1,000 เมนู จากร้านดังทั่วไทยมาไว้ที่นี่  ละลานตาทั้งอาหารคาวหวาน ของกินเล่น จัดมาเต็ม ไปกับขบวนรถไฟ ที่จะขนความอร่อยยกมาเสิร์ฟแบบไม่อั้น พร้อมกับกิจกรรมสนุกๆ และดีลโปรเด็ดทุกร้าน

เริ่มด้วยร้านดาราตัวแม่ Top’s Homemade by ท็อป ดารณีนุช,สมูทตี้ดีใจ by ผัดไท ดีใจ ,ธงธง Shop , Nina by Monster, อ.เบียร์คนตื่นธรรม, หม้อแม่จูน , แม่จวงยกนิ้ว by จุ๊บแจง วิมลพันธ์ , Miw MiU by Boat Tara ร่วมด้วยร้านค้าสามพี่น้องขนมไทยทอดแหลก, ของฝากบ่านคุณย่าปู, เฮียหงีเยาวราช, กุยช่ายมหานคร,สิงโตขนมไทย,หมูยอวชาลิสา,Kunnook Orange Juice ,มาดามซอสเซส, J jan ขนมอร่อยหลังการบินไทย, ตี๋ใหญ่ทอดมันปลากราย,ฉ่ำข้าวแต๋นน้ำแตงโม, จินดา แกงใต้, บัวลอยเศรษฐี  และร้านดังอีกมากมาย

อิ่มฟินไปกับขบวนความอร่อยตลอด 11 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 16 – 26 มกราคมนี้ ณ เซ็นเตอร์คอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์  ในงานลิ้นติดโปรแฟร์ เมนูติดดาวววว !!! เท่านั้นนะคะ

Acer เดินเกมรุกตลาดองค์กร เปิดตัว Veriton AIO, Large Tower และ AI Mini Workstation ตอบโจทย์ธุรกิจยุคดิจิทัล

  • Acer Veriton RA100 AI Mini Workstation เวิร์กสเตชันขนาดกะทัดรัดสำหรับสายโปร ครีเอเตอร์ และเกมเมอร์ ขับเคลื่อนด้วยพลัง AMD Ryzen™ AI Max+ 395 รองรับงานหนักๆ ได้อย่างลื่นไหล
  • Acer Veriton Vero 4000/6000 All-in-One เพื่อธุรกิจยุคใหม่ ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล มาพร้อม Intel® Core™ Ultra ผสานพลัง AI และระบบความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อการทำงานที่มั่นใจและมีประสิทธิภาพ
  • Acer Veriton 2000 Large Tower เดสก์ท็อปพลังแรงสำหรับสายคอนเทนต์และงานธุรกิจ รองรับการทำงานแบบ AI-assisted เพิ่มความเร็วและโปรดักทีฟิตี้ได้อย่างเห็นผล
  • Acer Veriton 2000 All-In-One ตัวเลือกสำหรับธุรกิจ SMB และทีมภาคสนาม มาพร้อม Intel Core Ultra (สูงสุด) และ Intel Graphics ทำงานเร็ว แรง ครบจบในเครื่องเดียว

ลาสเวกัส (5 มกราคม 2026) เอเซอร์ เปิดตัวไลน์อัปเดสก์ท็อป Veriton สำหรับธุรกิจครบทุกฟอร์มแฟกเตอร์ ทั้ง All-in-One, Large Tower และ AI Mini Workstation ยกระดับโปรดักทีฟิตี้และความคิดสร้างสรรค์ ตอบโจทย์ธุรกิจยุคดิจิทัล

Acer Veriton RA100: Mini Workstation ที่แรงด้วยพลัง AI

Acer Veriton RA100 AI Mini Workstation (VRA100) คือ Windows 11 Copilot+ PC ที่ออกแบบมาเพื่อสายโปรซูเมอร์ ครีเอเตอร์ และเกมเมอร์โดยเฉพาะ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง AMD Ryzen™ AI Max+ 395 มอบประสิทธิภาพและประสบการณ์ AI ขั้นสูงในเครื่องขนาดกะทัดรัด มาพร้อมกราฟิก AMD Radeon™ 8060S, พลังประมวลผล AI สูงถึง 50 NPU TOPS และประสิทธิภาพกราฟิกระดับ 60 TFLOPS รองรับงาน AI ขนาดใหญ่ได้สูงสุดถึง 120 พันล้านพารามิเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการรัน Local AI, Generative AI, งานออกแบบ 3D และงานคอนเทนต์ระดับมืออาชีพ

รองรับหน่วยความจำแบบ 4-channel สูงสุด 128GB LPDDR5X และพื้นที่จัดเก็บ M.2 2280 SSD สูงสุด 4TB ช่วยให้ทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้อย่างลื่นไหล และรองรับงานที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักออกแบบผลิตภัณฑ์ วิศวกร นักพัฒนา AI แอนิเมเตอร์ และครีเอเตอร์ที่ต้องทำงานกับโมเดล 3 มิติขนาดใหญ่ และงานเรนเดอร์แบบเรียลไทม์

ตัวเครื่องมาพร้อมฟีเจอร์ Adaptive Performance ให้เลือกใช้งานได้ 3 โหมด ตามลักษณะงานที่ต้องการ

  • Silent Mode เหมาะสำหรับงานออฟฟิศทั่วไป เงียบ ประหยัดพลังงาน
  • Balanced Mode เหมาะสำหรับการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน หรือเล่นเกมเบา ๆ
  • Performance Mode สำหรับงานหนัก เช่น งาน AI หรือเล่นเกมระดับ AAA ที่ต้องการพลังประมวลผลสูงสุด

ด้านการเชื่อมต่อครบครันด้วย RJ45 Ethernet, Wi-Fi 7 และ Bluetooth® 5.4 พร้อม Kensington lock slot เพิ่มความปลอดภัยสำหรับการใช้งานในองค์กร

Acer Veriton Vero AIO: PC รักษ์โลก ผสานพลัง AI และความปลอดภัยขั้นสูง!

Acer Veriton Vero 4000 (VVZ4734G/VVZ4734GT) และVeriton Vero 6000 (VVZ6734G/VVZ6734GT) เดสก์ท็อป All-in-One สำหรับธุรกิจยุคใหม่ ที่รวมพลัง AI ความปลอดภัย และการจัดการไว้ในเครื่องเดียว ดีไซน์บาง เรียบ ทันสมัย พร้อมแนวคิดรักษ์โลกเพื่อการทำงานอย่างยั่งยืน ขับเคลื่อนด้วย Intel® Core™ Ultra 9 Series 2 รองรับแรม DDR5 สูงสุด 64GB และ SSD PCIe Gen 4 สูงสุด 2TB ทำงานหลายแอปพร้อมกันได้ลื่นไหล ตอบโจทย์คนทำงานยุคดิจิทัล

Veriton Vero 4000 AIO มาพร้อม Intel Graphics เหมาะสำหรับงานออฟฟิศทั่วไปและการใช้งานประจำวัน Veriton Vero 6000 AIO เพิ่มความสามารถด้วย Intel vPro รองรับงานด้าน IT, องค์กรขนาดใหญ่, ผู้ใช้ที่ต้องการความเสถียรสูงสุด พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 23.8 นิ้ว Full HD (1920×1080) รีเฟรชเรตสูงถึง 144Hz ให้ภาพลื่นไหล ตอบสนองรวดเร็ว ความสว่าง 250 nits เหมาะกับการทำงานตลอดวัน พร้อมขาตั้งแบบ Ergo Stand และรองรับ VESA Mount การเชื่อมต่อครบครัน รองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth® 5.4 และพอร์ต RJ45 Ethernet เสริมประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันด้วย และยังเสริมให้ทีมทำงานคอลแลบได้สะดวกขึ้นด้วยเว็บแคมอินฟราเรด 5.0MP มาพร้อมฝาปิดกล้อง เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในการใช้งาน , ลำโพงสเตอริโอในตัว และซอฟต์แวร์ Acer PurifiedVoice ให้เสียงคมชัดในการประชุม

AIO สำหรับธุรกิจยุคใหม่นี้ผ่านการทดสอบความทนทานตามมาตรฐาน MIL-STD 810H และได้รับการรับรองด้านความประหยัดพลังงานและความยั่งยืนจาก EPEAT Gold, TCO และ Energy Star 9.0 จึงมั่นใจได้ทั้งความแข็งแรง ทนทาน และความน่าเชื่อถือในระยะยาว ด้านความปลอดภัยมาพร้อม Trusted Platform Module (TPM) 2.0 และ Kensington Lock ดูแลความปลอดภัยครบทุกมิติ ทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ขณะที่ด้านความยั่งยืน ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุรีไซเคิล และใช้แพ็กเกจจิ้งที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% สะท้อนความมุ่งมั่นของ Acer ในการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด Circular Desige

Acer Veriton 2000 Large Tower ตัวท็อปเรื่องพลัง! ขุมพลัง AI และ RTX เพื่อนักสร้างสรรค์ตัวจริง

Acer Veriton 2000 Large Tower (VK2730G) คือเดสก์ท็อปพีซีประสิทธิภาพสูงสำหรับงาน Content Creation และ Productivity ระดับมืออาชีพ ที่ต้องการพลังประมวลผลขั้นสุด ขับเคลื่อนด้วย Intel® Core™ Ultra 9 Series 2 (สูงสุด) และการ์ดจอระดับท็อป NVIDIA® GeForce RTX™ 5080 บนสถาปัตยกรรมใหม่ NVIDIA Blackwell มอบพลัง AI อัจฉริยะผ่านเทคโนโลยี NVIDIA DLSS 4 และ NVIDIA Studio ช่วยยกระดับงานกราฟิก งานวิดีโอ และงาน AI-assisted ให้ลื่นไหล รวดเร็ว และเหนือชั้น ตอบโจทย์ทั้งครีเอเตอร์และมืออาชีพที่ต้องการประสิทธิภาพระดับสูงสุดในทุกการทำงาน

การ์ดจอของ Veriton 2000 มอบพลังประมวลผลสูงถึง 1,801 AI TOPS รองรับงานด้าน AI, โมเดลลิง, การสร้างคอนเทนต์, เรนเดอร์ และตัดต่อได้อย่างลื่นไหล พร้อมรองรับการอัปเกรดหน่วยความจำและสตอเรจด้วยแรม DDR5 dual-channel สูงสุด 64GB และ SSD M.2 2280 PCIe Gen 4 สูงสุด 2TB ช่วยจัดการไฟล์ขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดเวลาเวิร์กโหลดให้ทำงานได้เร็วขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

Veriton 2000 มาพร้อมระบบบริหารจัดการอุปกรณ์อัจฉริยะ ที่ช่วยดูแลงานไอทีได้ครบ ทั้งการมอนิเตอร์ บำรุงรักษา อัปเดต วินิจฉัยระบบ และติดตามสถานะการทำงาน ช่วยลดภาระของงานด้าน IT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านการเชื่อมต่อรองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth® 5.4 และพอร์ต RJ45 Ethernet ให้ความเร็วและความเสถียรสูง รองรับการทำงานข้ามแพลตฟอร์มอย่างไร้รอยต่อ พร้อมผ่านการรับรอง Energy Star และ EPEAT Bronze ตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพ การประหยัดพลังงาน และความยั่งยืนในระยะยาว

Acer Veriton 2000 All-In-One: โซลูชันครบจบในเครื่องเดียว สำหรับ SMBs และออฟฟิศยุคใหม่!

Acer Veriton 2000 All-In-One (VZ2515G) ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจขนาดเล็ก SMB ทีมภาคสนาม และงานออฟฟิศที่ต้องการความเร็ว แรง ขับเคลื่อนด้วย Intel® Core™ Ultra 7 Series 2 (สูงสุด) พร้อม Intel Graphics, แรม DDR5 สูงสุด 64GB และ SSD สูงสุด 1TB ให้การทำงานลื่นไหล รองรับงานหลายแอปพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาพร้อมหน้าจอขนาด 23.8 นิ้ว Full HD (1920×1080) ความสว่าง 250 nits ให้ภาพคมชัดในอัตราส่วน 16:9 รองรับการติดตั้ง VESA Mount และปรับมุมก้ม-เงยได้ ช่วยจัดพื้นที่ประชุมหรือพรีเซนต์ได้อย่างลงตัว

Veriton 2000 AIO ยังรองรับการทำงานแบบไฮบริดด้วย Windows 11 Pro เสริมความปลอดภัยด้วย TPM 2.0 และ Kensington Lock พร้อมการเชื่อมต่อครบครันทั้ง Wi-Fi 6, Bluetooth® 5.2 และพอร์ต RJ45 Ethernet ให้ความเร็วและความเสถียรสูง รองรับการทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นในทุกสภาพแวดล้อมการทำงาน

ราคาและการวางจำหน่าย

รุ่นราคาเริ่มต้นช่วงวางจำหน่าย
Acer Veriton RA100 AI Mini Workstation (VRA100)อเมริกาเหนือ: Q1 2026 / EMEA: Q1 2026
Acer Veriton Vero 4000 All-In-One (VVZ4734G/VVZ4734GT)EMEA: Q1 2026 / ออสเตรเลีย: Q1 2026
Acer Veriton Vero 6000 All-In-One (VVZ6734G/VVZ6734GT)EMEA: Q1 2026
Acer Veriton 2000 Large Tower (VK2730G)EMEA: Q1 2026
Acer Veriton 2000 All-In-One (VZ2515G)EMEA: Q1 2026 / ออสเตรเลีย: Q1 2026

รายละเอียดสเปก ราคา และความพร้อมใช้งานจะแตกต่างตามภูมิภาค ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางจำหน่าย ข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ และราคาในการจัดจำหน่าย โปรดติดต่อสำนักงาน Acer ผ่านทาง www.acer.com

ซูเลียน ประกาศศักดา 29 ปีแห่งความสำเร็จ จัดงาน ZHULIAN 29th Anniversary Celebration อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำพลังศรัทธา เครือข่าย และการเติบโตอย่างยั่งยืน

บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน ZHULIAN 29th Anniversary Celebration อย่างสมเกียรติ เพื่อเฉลิมฉลองการก้าวสู่ปีที่ 29 แห่งความสำเร็จ พร้อมรวมพลังนักธุรกิจซูเลียนจากทั่วประเทศ ร่วมเป็นสักขีพยานในอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้การนำของ ดร.ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ขับเคลื่อนองค์กรด้วยวิสัยทัศน์ ความศรัทธา และความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

เพื่อเปิดศักราชใหม่อย่างเป็นสิริมงคล บริษัทได้จัด พิธีบวงสรวงประจำปี 2569 ณ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด โดยเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ที่สะท้อนถึงการให้ความสำคัญต่อคุณค่าแห่งความเชื่อ วัฒนธรรม และจิตวิญญาณขององค์กร เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บริหาร นักธุรกิจ และองค์กรในทุกมิติ

พิธีบวงสรวงได้รับเกียรติจากพระเกจิและพระมหาเถระผู้ทรงคุณวุฒิร่วมประกอบพิธี อาทิ พระเทพ วชิรวิทยานุสิฐ พิศาลพัฒนกิจโกศล วิมลสีลาจารนิวิฐ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นเทพ (วราห์ ปุญญวโร) เจ้าอาวาสวัดโพธิทอง พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์รวม 9 รูป ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงองค์ท้าวมหาพรหมและองค์พระพิฆเนศ เพื่ออำนวยพรให้การดำเนินธุรกิจในปีที่ 29 เต็มไปด้วยความรุ่งเรือง ความมั่นคง และความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ดร.ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การก้าวสู่ปีที่ 29 ของซูเลียน ไม่ได้สะท้อนเพียงระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจ แต่คือบทพิสูจน์ของพลังศรัทธา ความร่วมแรงร่วมใจ และความมุ่งมั่นของนักธุรกิจซูเลียนทุกคน ซูเลียนจะยังคงยืนหยัดพัฒนาองค์กรอย่างไม่หยุดยั้ง ควบคู่กับการสร้างโอกาส สร้างคุณค่า และเติบโตอย่างมั่นคงไปด้วยกันในระยะยาว”

สำหรับงานเฉลิมฉลองครบรอบ 29 ปี ซูเลียน จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เต็มอิ่มด้วยกิจกรรมพิเศษ การแสดงอันตระการตา และช่วงเวลาแห่งการรวมพลัง ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณขององค์กรซูเลียนในฐานะเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่ง และพร้อมก้าวสู่บทใหม่แห่งความสำเร็จอย่างสง่างาม

เปิดมุมคิดทีมเขียนบทและผู้กำกับ “Return to Reset” เมื่อเรื่องสูงวัยถูกเล่าผ่านภาษาภาพยนตร์ “เมื่อความสุขไม่ใช่ปลายทาง แต่คือการเริ่มต้นใหม่” “Return to Reset เมื่อชีวิตย้อนกลับไป (ไม่) ได้ ?”

ในยุคที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัย” อย่างเต็มรูปแบบ หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า “เราจะใช้ชีวิตในวัยเกษียณอย่างไรให้มีความสุข?” และนี่คือจุดเริ่มต้นของโครงการ “Happy Me” ที่รวมพลังของนักสร้างสรรค์หลากหลายสาขา ทั้งนักวิชาการด้านประชากรศาสตร์ ทีมที่ปรึกษาด้านสุขภาพ ผู้สูงอายุ ทีมนักเขียน และมี “ผู้กำกับละครสั้น” คนสำคัญอยู่เบื้องหลังความประทับใจและความหมายลึกซึ้งในแต่ละตอน

วันนี้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว หัวหน้าโครงการ เพื่อถอดรหัสว่า “ความสุข” ในมุมมองของเขาคืออะไร และอะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ผลงานชุดนี้เข้าถึงหัวใจผู้ชม จุดเริ่มต้นของ Return to Reset เมื่อชีวิตย้อนกลับไป (ไม่) ได้

“เป้าหมายหลักของโครงการนี้ คือการสื่อสารแนวคิด สูงวัยเชิงรุก Active aging Policy Approach ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญในการเตรียมพร้อมประชากรทั่วโลกให้พร้อมใช้ชีวิตในยุคสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายว่าจะทำอย่างไรให้เรื่องวิชาการกลายเป็นเนื้อหาที่สร้างสรรค์ เราจึงตั้งโจทย์กับทีมงานทั้งทีมเขียนบท และผู้กำกับว่า อยากเล่าเรื่องที่เล่นกับเวลา เพราะอายุของคนเราที่เพิ่มขึ้น ก็เหมือนกับนาฬิกาชีวิตที่เดินถอยหลัง เหมือนสายน้ำที่ไหลไปไม่ย้อนกลับ เลยอยากให้ตัวละครเป็นตัวแทนของชีวิตที่ดำเนินไปแล้ว เกิดอยากจะเปลี่ยนตัวเอง อยากกลับไปค้นหาความสุขในชีวิต

โดยกำหนดตัวละครหลักชื่อ “เนรัญชรา” ชื่อเดียวกับชื่อแม่น้ำในประเทศอินเดียครั้งพุทธกาล หมายถึง แม่น้ำที่ใสสะอาด การทำในใจ, ใส่ใจ, พิจารณา แม่น้ำเนรัญชรา คือ สายน้ำที่พระพุทธเจ้าตั้งจิต อธิษฐานว่าจะตรัสรู้ได้อย่างไร และสายน้ำนั้นนำทางพระองค์ไปตรัสรู้ธรรมที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ แม่น้ำเนรัญชราในความจริงเต็มไปด้วยผืนทราย กอหญ้า ขวากหนาม น้ำไม่ได้ใสเย็นไหลรินตลอดปี สะท้อนถึงเป้าหมายและชีวิตจริงว่า เราอาจต้องผ่านชีวิตที่ลำบาก อุปสรรคขวากหนาม และการเตรียมพร้อมชีวิต เพื่อความสุขแท้จริงอันเป็นนิรันดร์ที่รออยู่ข้างหน้าได้

เนรัญชรา จึงเป็นตัวแทนของการสื่อถึงความหมายของตัวละครในการเล่นคำว่า นิรันดร์ ชรา คือ การแก่เฒ่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และเป็นเสมอ ไม่มีผู้ใดหลีกหนีความแก่ชราได้ ส่วนความหมายตามคำ ที่แปลว่าใจที่ใสสะอาดนั้น คือ แนวคิดหลักของเรื่องที่หมายถึงใจที่เป็นสุข จากตัวละคร จะพบว่า ไม่ว่าใช้ชีวิตในหนทางใด ท้ายที่สุดแล้ว ใจที่เป็นสุข สงบเท่านั้น จะทำให้ชีวิตมีความสุขในทุกช่วงวัย แม้กระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิตของชีวิต คือ ตัวเราที่มีความสุข Happy Me ทุกเรื่องราวที่ดำเนินไป จะมุ่งไปสู่คำตอบของการมีชีวิตที่มีความสุขนั้น อยู่ที่ตัวของเราเท่านั้น เพราะในชีวิตของมนุษย์ทุกคนไม่มีใครหลีกหนีการเกิดแก่เจ็บตาย และสามารถชีวิตโดยปราศจากทุกข์ได้ และการมีความสุขที่แท้จริง คือ การมีความสามารถใช้ชีวิตและพึ่งตนเอง และเน้นชีวิตที่มีความสุขในวัยชรา ด้วยแนวคิดสูงวัยเชิงรุก คือ การมีความสุขภาพกายและจิตที่ดี มีความมั่นคงในความสัมพันธ์ การเงิน ที่อยู่อาศัย และการมีส่วนร่วมในสังคม โดยเป้าหมายของภาพยนตร์จะไม่แยกผู้สูงอายุให้อยู่ลำพัง

แต่จะช่วยให้ผู้สูงอายุที่รู้สึกว่าแม้ตัวเองอยู่ลำพัง แต่ยังสามารถมีส่วนร่วม เป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้อย่างไร เพราะตามทฤษฎีและงานวิจัยนั้น การที่ผู้สูงอายุเริ่มแยกตัวเอง อยู่คนเดียว หรือแม้กระทั่งในวัยทำงาน วัยเด็ก ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเจ็บป่วยทางจิตได้ เมื่อทุกคนสามารถมีความสุขได้ ก็จะแบ่งปันความสุขนั้นไปสู่สังคมได้

เมื่อกำหนดพล๊อตของตัวละครหลักได้แล้ว จากนั้น ทีมนักเขียน คือ คุณปราณปริยา กำจัดภัย ศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล. ซึ่งเป็นนักเขียนหลักและคุณศดานันท์ สมอัจฉริยกุล นักเขียนรอง ได้ช่วยกันออกแบบเล่าเรื่องผ่านตัวละครที่เดินทางย้อนอดีตกลับไปเปลี่ยนแปลงบางอย่างในชีวิต เหมือนกับว่า…ถ้าเราได้โอกาสอีกครั้ง เราจะเลือกมีความสุขยังไง?” โดยเลือกให้ดอกลำดวน เป็นสัญลักษณ์ของการย้อนเวลา

ย้อนเวลาเพื่อค้นหาความสุขแท้จริง

ภาพยนตร์ “Return to Reset เมื่อชีวิตย้อนกลับไป (ไม่) ได้” ดำเนินเรื่องผ่าน 3 ช่วงชีวิต โดยมีตัวละครหลักได้โอกาส “ย้อนเวลา” กลับไปเลือกเส้นทางชีวิตใหม่ – ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนอดีต แต่เพื่อเข้าใจและยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างแท้จริง “มันไม่ใช่ละครแฟนตาซีที่พาย้อนอดีตเพื่อแก้ไขความผิดพลาด แต่มันคือการย้อนกลับไปเข้าใจว่า ความสุขที่เราตามหาทั้งชีวิต จริง ๆ แล้ว…อาจอยู่กับเราเสมอ เพียงแต่เรามองข้ามมันไป”
“สูงวัยเชิงรุก” ในแบบของคนทำภาพยนตร์

ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ คุณตฤณริช หนองหิน เล่าว่า “ผมมองว่า สูงวัยเชิงรุก ไม่ได้แปลว่าต้องลุกขึ้นมาเต้นแอโรบิกหรือทำกิจกรรมอะไรทุกวัน มันเริ่มจากการ ‘ไม่ละเลยหัวใจตัวเอง’ เช่น เลือกที่จะกินดี นอนดี เคลื่อนไหวร่างกายบ้าง แต่อย่าลืมดูแล ‘ความคิด’ และ ‘ความสัมพันธ์’ กับคนรอบข้างด้วย”

เขาเสริมว่า ตัวละครในละครสั้นทุกคนคือ “ตัวแทนของพวกเรา” ที่ต้องผ่านทั้งความล้มเหลว ความฝันที่พังทลาย และการกลับมารักตัวเองอีกครั้งในตอนที่หลายคนคิดว่า “สายเกินไป”

เบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา

“ทีมงานต้องทำงานหนักพอสมควรครับ เพราะละครแต่ละตอนไม่ใช่แค่ถ่ายทำให้สวย แต่เราต้องใส่ใจอารมณ์ และความหมายทุกฉาก เราใช้เวลาเกือบ 6 เดือนในการพัฒนาบท จนได้ละครที่เราเชื่อว่าคนดูจะได้ทั้งความบันเทิง น้ำตา และแรงบันดาลใจ” ซึ่งหัวหน้าโครงการย้ำกับทีมถ่ายทำว่า ทุกบททุกตอน เมื่อดูจนจบแล้ว อยากให้คนที่นั่งดูรู้สึกรักตัวเองให้มากขึ้น และหันไปกอดคนที่เรารักได้เร็วขึ้น

ฝากถึงคนดู

ก่อนจบบทสนทนา ทีมโครงการทิ้งท้ายว่า…
“ความสุขไม่ใช่ปลายทาง แต่มันเริ่มได้ตรงที่คุณยอมรับตัวเองและพร้อมใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพตั้งแต่วันนี้ เพราะเมื่อคุณมีความสุข คนรอบตัวก็จะสัมผัสได้เช่นกัน”
“Return to Reset เมื่อชีวิตย้อนกลับไป (ไม่) ได้”

พร้อมแล้วให้คุณร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวของคนที่ไม่ยอมแพ้ต่อเวลา และค้นพบว่า “ชีวิตดีได้เสมอ…ถ้าเราเริ่มต้นใหม่กับตัวเอง”

ติดตามภาพยนตร์และเบื้องหลังได้ที่
https://www.youtube.com/playlist?list=PLhBnFUqXsjnigdLOyGQCF7RrsUangSouG

คอนเสิร์ตเปียโนเฉลิมฉลอง 25 ปีแห่งเส้นทางดนตรี การถ่ายทอด และการให้คืนสู่สังคม

กรุงเทพฯ — วันที่ 20 มกราคม 2569 ขอเชิญร่วมสัมผัสค่ำคืนแห่งดนตรีคลาสสิกในคอนเสิร์ต Hearts in Harmony: A 25 Years Celebration for a Cause ณ Yamaha Music Hall คอนเสิร์ตเปียโนพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 25 ปีของการอุทิศตนในเส้นทางการสอนและการสร้างสรรค์ทางดนตรีของอาจารย์ Artas Balakauskas และ อาจารย์อินทุอร ศรีกรานนท์ ร่วมกับ ลูกศิษย์รุ่นแรก (First Generation of Students) ซึ่งสะท้อนถึงสายสัมพันธ์ระหว่างครูและศิษย์ที่ดำเนินต่อเนื่องยาวนานผ่านเสียงดนตรี

     ภายในคอนเสิร์ตประกอบด้วยการแสดงเปียโนหลากหลายรูปแบบ ได้แก่การแสดงเปียโนเดี่ยว (Solo), เปียโนดูโอ (Duet) และ Piano Ensemble โดยนำเสนอผลงานของคีตกวีเอก อาทิ Ravel, Beethoven, Mendelssohn, Mozart

รวมถึงบทเพลงจากคีตกวีท่านอื่น ๆ ที่ได้รับการคัดสรรอย่างประณีต เพื่อถ่ายทอดทั้งมิติของศิลปะการแสดงเดี่ยวและพลังของการบรรเลงร่วมกัน

  รายชื่อลูกศิษย์รุ่นแรกที่ร่วมแสดงในคอนเสิร์ต ได้แก่ ธารินทร์ สุภประกร, วศิน ประเสิรฐลาภ, ณิชาพัชร วลัยพัชรา, ผลิกา เหลืองเรืองรอง, สุมิดา อังศวานนท์, วัชรพัฐ เมตตานันท, ธนิศา ดุรงคเวโรจน์, Asta Balakauskas และ Indre Balakauskas

      คอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จทางดนตรีตลอด 25 ปี หากยังเป็นการรวมพลังของเสียงดนตรีเพื่อการกุศล โดยรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายบัตรจะนำไปสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยเด็ก

วันอังคารที่ 20 มกราคม 2569 🕖 เวลา 19.00 น
Yamaha Music Hall (https://maps.app.goo.gl/qBQFeDVJPXrDnxV48)

บัตรราคา

  • บัตรทั่วไป 1,000 บาท
  • บัตรนักเรียน / นักศึกษา 500 บาท

รายได้ทั้งหมดมอบให้กองทุนโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

การจำหน่ายบัตร สามารถซื้อบัตรได้ทาง Ticketmelon ที่

เว็บไซต์ https://www.ticketmelon.com/th/25YearsMusicalJourney/HeartsinHarmony

เอ็ม บี เค เชิญร่วมบริจาคปฏิทินตั้งโต๊ะปีเก่า กับแคมเปญ“ปฏิทินเก่ามีค่า…เราขอ ประจำปี 2569” เพื่อส่งต่อ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์ พาร์ค เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ 4 ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ขอเชิญชวนร่วมบริจาค ปฏิทินตั้งโต๊ะปีเก่า ครั้งที่ 7 ในกิจกรรม ปฏิทินเก่ามีค่า…เราขอ ประจำปี 2569 ภายใต้โครงการ MBK Care อาสาทำดีปันน้ำใจสู่สังคม เพื่อส่งต่อปฏิทินเก่าในการสร้างสื่อการเรียนรู้ สำหรับผู้พิการทางสายตา ณ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์

โดยทุกท่านสามารถนำปฏิทิน มาร่วมบริจาค ได้ที่ ชั้น G (ลิฟต์หมายเลข 17-19) ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์
จุดประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ด้านหน้าลิฟท์บริเวณร้าน S&P ชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และ บริเวณลานเซ็นเตอร์โซน ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ได้ตั้งแต่ วันนี้ – วันพุธที่ 31 มกราคม 2569

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ผ่านทาง Facebook Page : MBK CENTER PARADISE PARK THE NINE CENTER RAMA 9 และ THE NINE CENTER TIWANON สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 ในเวลา 08.30 น. – 22.00 น.

#MBKCenter #ปฏิทินเก่ามีค่าเราขอ #พาราไดซ์พาร์ค #เดอะไนน์เซ็นเตอร์พระราม9 #เดอะไนน์เซ็นเตอร์ติวานนท์

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี เปิดนิทรรศการศิลปะวันเด็กแห่งชาติ 2569 ภายใต้แนวคิด “The Ordinary – We CHANGE” ชวนสัมผัสพลังการเปลี่ยนแปลงของเด็กธรรมดาที่หอศิลป์กรุงเทพ 6-11 ม.ค.นี้

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี โครงการแห่งการ “ให้” ที่ยั่งยืน เปิดตัว fai-fah Art Exhibition 2026 นิทรรศการศิลปะระดับประเทศต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ 2569 ภายใต้แนวคิด “The Ordinary – We CHANGE เราอาจจะธรรมดา…แต่เรากำลังเปลี่ยนแปลงโลกในแบบของเรา” สะท้อนพลังความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของเยาวชนจากศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี ตอกย้ำความเชื่อว่าเด็กและเยาวชนคือพลังสำคัญในการสร้างอนาคตที่ดีอย่างยั่งยืน

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยว่า “ทีทีบีดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญา Make REAL Change มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตทุกภาคส่วนบนกรอบ B+ESG ที่หลอมรวมธุรกิจและความยั่งยืนเป็นหนึ่งเดียว หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนนี้คือ การลงทุนในศักยภาพของเยาวชน ผ่านแนวคิด “สอนให้จับปลา แทนการให้ปลา” เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ปัจจุบันศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้าภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิทีทีบีมีทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ ประชาอุทิศ จันทน์ บางกอกน้อย สมุทรปราการ และนนทบุรี เป็นพื้นที่การเรียนรู้ฟรีสำหรับเยาวชนที่ขาดโอกาสอายุ 12 – 17 ปี เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและศิลปะ (Art & Life Skills)”

“ทีทีบีรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และผมเชื่อมั่นว่า ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอีกมากมาย เพราะเราเชื่อในศักยภาพของเด็ก ๆ ทุกคน และผลงานที่ทุกท่านได้เห็นในวันนี้ คือหลักฐานที่ชัดเจนว่าเด็กธรรมดาก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้” นายปิติกล่าว

สำหรับนิทรรศการศิลปะ “fai-fah Art Exhibition : The Ordinary – We CHANGE” ครั้งนี้ เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้นำเสนอผลงานสู่สาธารณชนอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนการเติบโต แรงบันดาลใจ และพลังการเปลี่ยนแปลงจากชีวิตจริงของเด็กไฟ-ฟ้า โดยเชื่อมั่นว่าศิลปะจะช่วยสร้างความภาคภูมิใจในตัวเอง และจุดประกายแรงบันดาลใจให้สังคมร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นต่อไป โดยนิทรรศการแบ่งออกเป็น 5 โซน ถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านผลงานศิลปะจัดวาง (Installation Art) และมัลติมีเดียกว่า 80 ชิ้น เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชมในทุกมิติ ได้แก่

  1. Change from Within การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เริ่มจากเวลาที่ใช่ แต่เริ่มจากการเข้าใจตัวเอง : ก่อนเปลี่ยนแปลงโลกเราต้องหยุดและมองเห็นก่อน พื้นที่เงียบสงบที่ชวนผู้ชม “หยุด” เพื่อสังเกตสิ่งธรรมดารอบตัว เสียงลมหายใจ ความว่าง และความรู้สึกที่เราเคยมองข้าม คือ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงจากภายใน
  2. The Ordinary Life สิ่งของธรรมดากลายเป็นสัญลักษณ์ของพลังเปลี่ยนแปลง : อาทิ ภาพถ่าย ข้อความ โต๊ะ เก้าอี้ ถูกทำใหม่ด้วยการผสมผสานผลงานที่สื่อความหมายของเด็กไฟ-ฟ้าที่ถ่ายทอดความฝัน ความหวัง และการเติบโต คือ ศิลปะที่บอกว่า “ความเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากตัวเรา”
  3. The Spark จุดกำเนิดของพลังการเปลี่ยนแปลง : ความธรรมดาที่มีความหมายและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของเยาวชนรุ่นใหม่ที่แสดงผ่านศิลปะและดิจิทัล เพื่อสื่อสารผลงานที่เต็มไปด้วยพลังของความตั้งใจและความหวัง ที่พร้อมจุดประกายพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงให้กับผู้ชม
  4. Reflection ทบทวน : การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การเปลี่ยนแปลงในใจเราเอง โซนกระจกสะท้อนภาพผู้ชม พร้อมคำถามที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
  5. Together, We CHANGE การส่งต่อพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง : โซนสุดท้ายคือพื้นที่ที่ผู้ชมจะได้ฝากข้อความ ความตั้งใจ หรือคำขอบคุณไว้บนผนัง เพื่อให้ “การเปลี่ยนแปลง” เดินทางต่อจากเราสู่คนอื่น ๆ ต่อไป

นิทรรศการเปิดให้เข้าชมฟรี ระหว่างวันที่ 6 – 11 มกราคม 2569 เวลา 10:00 – 20:00 น. ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ห้อง Studio ชั้น 4 มาร่วมสัมผัสพลังความคิดสร้างสรรค์ของเด็กธรรมดา และเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี มุ่งมั่นและตั้งใจเดินหน้าจุดประกายเยาวชนและชุมชน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ติดตามกิจกรรมดี ๆ ต่อได้ที่ https://www.ttbfoundation.org

#ไฟฟ้าโดยทีทีบี #faifahbyttb

#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต

#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange

MINISO เติมสีสันเทศกาลแห่งความสุขใจกลางสยามสแควร์ ตอกย้ำแบรนด์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ปิดปีทองการเติบโตในตลาดไทย

ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่ผ่านมา MINISO ได้สร้างปรากฏการณ์แห่งความสุขใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยการเนรมิตย่าน สยามสแควร์ ให้กลายเป็นพื้นที่เฉลิมฉลองส่งท้ายปี ผ่านกิจกรรมและอินสตอลเลชันธีมเทศกาลที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของ MINISO ในฐานะแบรนด์รีเทลยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์และการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองปีแห่งความสำเร็จของ MINISO ในประเทศไทย หลังแบรนด์เดินหน้าขยายธุรกิจและยกระดับภาพลักษณ์อย่างต่อเนื่องตลอดปี 2025 ทั้งในมิติของร้านค้า สินค้า และกลยุทธ์การตลาด

Mr. Jun Wang (จุน หวัง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MINISO Thailand กล่าวว่า MINISO ได้นำคาแรคเตอร์ยอดนิยมอย่าง YOYO, Gift Bear และ DUNDUN มาร่วมสร้างสีสันในอีเวนต์เฉลิมฉลองยาว 10 วัน เติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขให้กับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลสู่สยามสแควร์ในช่วงวันหยุดปลายปี โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Christmas Promenade เส้นทางตกแต่งธีมคริสต์มาสความยาวกว่า 60 เมตร พร้อมจุดถ่ายภาพ 5 โซน ซึ่งเชื่อมพื้นที่ถนนคนเดินสยามสแควร์สู่ MINISO LAND พื้นที่ประสบการณ์ของแบรนด์ที่กลายเป็นจุดหมายหลักของกิจกรรมช่วงเทศกาล

MINISO LAND : จากร้านค้า สู่ Brand Experience Hub

ในช่วงเทศกาลปลายปี MINISO LAND ณ สยามสแควร์ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางกิจกรรมและประสบการณ์ของแบรนด์อย่างชัดเจน พื้นที่ร้านถูกออกแบบให้รองรับทั้งการจัดแสดงสินค้า กิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟ และการตกแต่งธีมเทศกาล เพื่อสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่มากกว่าการซื้อสินค้า

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ MINISO ที่มุ่ง ยกระดับคุณค่าแบรนด์ (Brand Value) และสร้างความแตกต่างในตลาด Lifestyle Retail ที่มีการแข่งขันสูง โดยผู้บริหาร MINISO ระบุว่า เป้าหมายหลักของแบรนด์ในประเทศไทย คือการพัฒนาแบรนด์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างแท้จริง สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ท่ามกลางการแข่งขันจากแบรนด์รีเทลไลฟ์สไตล์รายอื่น MINISO เลือกใช้กลยุทธ์ Character-driven Retail โดยเพิ่มสัดส่วนสินค้าลิขสิทธิ์ (IP) อย่างต่อเนื่อง จากเดิมประมาณ 30% เป็นมากกว่า 70% ในปัจจุบัน เพื่อสร้างเอกลักษณ์และความแตกต่างของสินค้า ขณะเดียวกันยังคงรักษาจุดแข็งด้าน Value for Money ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่าย เมื่อเทียบกับร้าน IP ทางการหรือร้านของสะสมระดับพรีเมียม

นายจุน หวัง กล่าวอีกว่า การเลือกสยามสแควร์วันเป็นพื้นที่หลักสำหรับกิจกรรมแบรนด์ในช่วงปลายปี สะท้อนมุมมองเชิงกลยุทธ์ของ MINISO ที่ให้ความสำคัญกับทำเลศักยภาพสูง ใจกลางเมือง และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่น–วัยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้บริหารมองว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยโครงสร้างประชากรวัยหนุ่มสาวที่เปิดรับแฟชั่น คาแรคเตอร์ลิขสิทธิ์ และประสบการณ์ใหม่ ๆ ทำให้ MINISO สามารถต่อยอดแนวคิดร้านเชิงประสบการณ์ อาทิ การออกแบบหน้าร้านด้วยเทคโนโลยี 3D แบบไม่ต้องใช้แว่น โซน IP Experience และบรรยากาศแบบ “สวนสนุกในเมือง” เพื่อสร้างความแตกต่างและการจดจำแบรนด์

ตลอดปี 2025 MINISO เดินหน้าขยายเครือข่ายร้านค้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับรูปแบบร้านและแคมเปญการตลาด เริ่มตั้งแต่แฟลกชิปสโตร์ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ไปจนถึงสาขาในทำเลศักยภาพทั่วกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่

ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังวางแผนการเติบโตในระยะ 3 ปีข้างหน้าอย่างรอบคอบ โดยตั้งเป้าขยายสาขาในประเทศไทยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เน้น คุณภาพ ประสบการณ์ และภาพลักษณ์แบรนด์ มากกว่าปริมาณ พร้อมนำรูปแบบร้านและดีไซน์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลเข้ามาใช้มากขึ้น

สำหรับกลยุทธ์ช่องทางจำหน่าย MINISO ยังคงให้ความสำคัญกับ ประสบการณ์จริงที่หน้าร้าน เป็นหลัก ขณะที่ช่องทางออนไลน์และ O2O ทำหน้าที่เสริมการเข้าถึงผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 15–45 ปี ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของแบรนด์ในไทย

“การจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการส่งท้ายปีแห่งความสำเร็จของ MINISO ในประเทศไทย แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการวางตำแหน่งตัวเองเป็น ผู้นำรีเทลไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ที่ผสานแฟชั่น คาแรคเตอร์ และประสบการณ์เข้าด้วยกัน พร้อมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2026 และระยะยาว” นายจุน หวัง กล่าวสรุปในตอนท้าย