“ตู่ ปิยวดี” เปิดตัว Shichi Sathorn นิยามใหม่ของ Modern Japanese Luxury บนย่านสาทร“ริว วชิรวิชญ์” พร้อมด้วย 3 สาววง Blyss “ลิซ่า-แคนดี้-นีญ่า” ร่วมแสดงความยินดี

“ตู่ ปิยวดี” ผู้บริหารคนเก่ง พร้อมด้วย ปพนธีร์ ชาญชนะโยธิน, กีรติ เอี่ยมสิริธนากร และ ธนัท ทองโสมแก้ว กรรมการบริหาร บริษัท ปั้นข้าว ปั้นรัก จำกัด (Shichi สาทร) นำทีมฉลองครบรอบ 9 ปี Shichi Japanese Restaurant ร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมียมที่โดดเด่นด้วยการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมเปิดตัวสาขาใหม่ล่าสุด “Shichi Sathorn” อย่างเป็นทางการ ณ Supalai Icon Sathorn เติมสีสันให้ย่านสาทรด้วยร้านอาหารญี่ปุ่นที่ชวนให้แวะมาลิ้มลอง ตั้งแต่ซาชิมิสดใหม่ ซูชิคำสวย ไปจนถึงเมนูซิกเนเจอร์ที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน ตอบโจทย์ทั้งมื้อพิเศษและมื้อสบาย ๆ ของคนทํางานเมือง บรรยากาศภายในงานเปิดสาขาใหม่เต็มไปด้วยความอบอุ่น โดยมี ริว วชิรวิชญ์ ร่วมด้วย 3 สาววง Blyss ลิซ่า อลิซา, แคนดี้ สุภาภัสสร์ และ นีญ่า มากีลา ร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้

เนื่องในโอกาสครบรอบ 9 ปีของแบรนด์ พร้อมการเปิดตัวสาขาใหม่ “Shichi Sathorn” ทางร้านจัดโปรโมชันพิเศษ ลดทั้งร้าน 40% ระหว่างวันที่24 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Shichi Sathorn (Supalai Icon Sathorn) เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนแบรนด์มาโดยตลอด และเปิดโอกาสให้ลูกค้าใหม่ได้มาสัมผัสคุณภาพอาหารและการบริการของ Shichi อย่าง ใกล้ชิด สํารองที่นั่งโทร. 097-8244665 LINE: @shichi พร้อมติดตามข่าวสารรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Instagram: @shichibkk Facebook: Shichi Japanese Restaurant หรือ website https://www.shichi.co.th/

คิมเบอร์ลี่ แท็กทีม เนย โชติกา สู่บทบาทนักธุรกิจสาว เปิดตัวแบรนด์ PhyberLife ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไฟเบอร์ คนดังร่วมยินดีคับคั่ง

นับเป็นอีกก้าวของความสำเร็จของ คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส และ เนย-โชติกา วงค์วิลาศ สองเพื่อนซี้นักแสดงสาวมากฝีมือ ที่ท้าทายความสามารถในอีกบทบาทสำคัญ ในฐานะนักธุรกิจและผู้ก่อตั้งแบรนด์ PhyberLife ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไฟเบอร์ ที่ทั้งคู่ตั้งใจใช้เวลาในการศึกษาผลิตภัณฑ์มากว่า 2 ปี จนมั่นใจในผลิตภัณฑ์ว่ามีคุณภาพและมีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ ถูกต้องตามมาตรฐานโดยผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมจัดงานฉลองเปิดตัวแบรนด์ PhyberLife อย่างเป็นทางการ งานนี้มีเหล่าคนดังที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง นำโดยสามีของทั้งสองสาว ได้แก่ หมาก-ปริญ สุภารัตน์ และ อาร์ม-จันทร์สิริ มณีฉาย ตามมาด้วย เดียร์น่า ฟลีโป, เบนซ์ ปุณยาพร, ยุ่น ภูษณุ, เหม่เหม่ ธัญญวีร์, ยูโด ธรรม์ธัช, ธันวา สุริยจักร, ปริม กรวรรณ (ปริม The Face) ฯลฯ ณ The Ground Bangkok เลียบด่วนรามอินทรา เมื่อวันก่อน

บรรยากาศในงานเปิดตัวแบรนด์ PhyberLife ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไฟเบอร์ รวม 4 ชนิดจากธรรมชาติในหนึ่งเดียว เป็นไปอย่างคึกคัก งานนี้รวบรวมเอาเหล่าคนดังจากหลากหลายวงการ ทั้งวงการบันเทิง เซเลบริตี้ อินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพ บิวตี้ความงาม มารวมกันอัปเดตเทรนด์ความงามและการดูแลตัวเองอยู่ที่งานนี้ โดยไฮไลท์ของงานคือการเปิดตัวแบรนด์ PhyberLife อย่างเป็นทางการ โดยมีสองสาวผู้ก่อตั้งแบรนด์ คิมเบอร์ลี่ และ เนย โชติกา ขึ้นกล่าวถึงที่มาเบื้องหลังบอกเล่าเส้นทางของแบรนด์ ที่ต้องบอกเลยว่าทำการศึกษาหาข้อมูลมาเป็นอย่างดี และตั้งใจทำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไฟเบอร์ที่มีคุณภาพ ซึ่งทั้งคู่ยืนยันผ่านการพิสูจน์ด้วยการรับประทานด้วยตัวเองจริงๆ เป็นประจำ จนมั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี ปลอดภัย และมีคุณภาพ ซึ่งใช้เวลากว่า 2 ปี ถึงค่อยมั่นใจกล้าเปิดตัวแบรนด์ PhyberLife นอกจากนี้ในงานทั้งสองสาว คิมเบอร์ลี่ และ เนย โชติกา ยังมีเซอร์ไพรส์แขกในงานด้วยขนมเค้กสุดอลังการ ที่มีกิมมิคเก๋ๆ โดยเป็นเค้กที่มีส่วนประกอบของไฟเบอร์ รังสรรค์ขึ้นจากฝีมือของเซเลบริตี้สุดครีเอทีฟ มะเหมี่ยว-ทิพวรรณ ฟูวงศ์เจริญ เรียกว่าสร้างความประทับใจให้กับแขกที่มาร่วมงานกันเลยทีเดียว

PhyberLife ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไฟเบอร์ เกิดจากไลฟ์สไตล์ของทั้งคู่ที่ชอบทำงาน ออกกำลังกาย และเป็นสายกินตัวยง ก็เลยต้องหาตัวช่วยพิเศษในวันที่เราจัดหนัก แล้วอยากรีเซ็ต บาลานซ์ร่างกายและลำไส้ ให้เกิดความสมดุล หรือบางวันกินผักผลไม้น้อย แต่ยังอยากดูแลลำไส้แบบเฮลตี้ เลยตั้งใจพัฒนาเพื่อดูแลสุขภาพ แบบปลอดภัย แถมยังช่วยให้นอนหลับสบาย ตื่นมาขับถ่ายอย่างเบาสบายตัวในตอนเช้า โดยรวมไฟเบอร์ 4 ชนิดจากธรรมชาติในซองเดียว ไม่มีน้ำตาล แค่ 60 kcal ใยอาหารสูงถึง 8 กรัม (เท่ากับกินผักครึ่งกิโล!) มีให้เลือก 3 รสชาติ รส Lemon Yuzu รส Mixed Fruit และรส Chamomile เป็นรสที่ คิมเบอร์ลี่ ชอบที่สุด

คิมเบอร์ลี่ กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ เราทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโปรตีนด้วยกันมาก่อน ภายใต้แบรนด์ Kimberlite (คิมเบอร์ไลท์) ด้วยความที่ทั้งคิมและพี่เนย มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกันมากๆ ออกกำลังกาย ทำงาน ปาร์ตี้บ้าง เลยทำผลิตภัณฑ์โปรตีน ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดี มาถึงผลิตภัณฑ์ตัวที่ 2 ก็ทิ้งระยะนานพอสมควรกว่าได้ตัวนี้ออกมา เพราะต้องใช้เวลาจนเรามั่นใจและกล้าที่จะตะโกนว่าของเราดีนะ ปลอดภัยนะ ทั้งคิมและพี่เนยละเอียดทั้งคู่ ดูเองทุกขั้นตอน

เนย โชติกา กล่าวว่า PhyberLife ใช้เวลาในการพัฒนาสูตรเกือบ 2 ปี ใส่ใจทุกรายละเอียด เลือกสารสกัดเอง รสชาติต่างๆ คือ คิมและเนยคัดเลือกกันเอง ทดลองกันเองด้วย ทดลองแล้วทดลองอีก จนมั่นใจว่าตรงตามคอนเซ็ปท์ที่เราวางไว้ ที่สำคัญคือ การบาลานซ์ ร่างกาย สุขภาพ ความปลอดภัย เมื่อเรามั่นใจแล้วเราถึงกล้าที่พูดได้เต็มปาก ว่าไฟเบอร์ตัวนี้ตอบโจทย์พวกเราทั้งคู่จริงๆ และอยากให้เป็นตัวที่ตอบโจทย์ทุกคนด้วย

รายละเอียด PhyberLife ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไฟเบอร์ รวม 4 ชนิดจากธรรมชาติในหนึ่งเดียว ทาง Facebook https://www.facebook.com/share/1THMBq9NmX/?mibextid=wwXIfr
IG https://www.instagram.com/kimberlite_official?igsh=bm10NmVzbnBuNmN4
TikTok https://www.tiktok.com/@kimberlite_official_?_r=1&_t=ZS-93DjNjnABdM

Phyberlife #GoodnightPhyber #นอนดีถ่ายเบา #บาลานซ์ลำไส้บาลานซ์ชีวิต

CHANGE2561 ถือฤกษ์งามยามดีจัดพิธีบวงสรวง “ I WANNA BE SUP’TAR” วันหนึ่งจะเป็นซุปตาร์ภายใต้โปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL

เตรียมนับถอยหลังสู่ซีรีส์แซฟฟิกจาก CHANGE2561 ORIGINAL การกลับมาประกบคู่กันอีกครั้ง ในบทนำเป็นครั้งแรกของ “ลิลลี่ ลฎาภา ทองคำ” และ “เบลเล่-จิรัชญา กิจถาวรสกุล” ตามคำเรียกร้องของแฟนๆใน “ I WANNA BE SUP’TAR” วันหนึ่งจะเป็นซุปตาร์ จากซีรีส์โรแมนติกกุ๊กกิ๊กน่ารักที่เคยประสบความสำเร็จอย่างสูงถูกนำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง ในรูปแบบ Girl’s Love การันตีคุณภาพโดย CHANGE2561 ที่จะถ่ายทอดความสัมพันธ์ของสองสาวต่างขั้วในโลกของซุปตาร์ระหว่างหนึ่งสาวที่ไม่เคยประสบความสำเร็จ กับหนึ่งสาวที่เคยประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่ผิดหวังจากความใจร้ายของวงการบันเทิงจนอยากจะหนีไปให้ไกล จำเป็นต้องมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมบ้านกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ เมื่อคนหนึ่งเพิ่งย้ายเข้ามายังบ้านหลังนี้ แต่อีกคนกลับไม่ยอมย้ายออก เรื่องราวสุดป่วนชวนอมยิ้มจึงเริ่มขึ้น

ล่าสุด CHANGE2561 ได้ฤกษ์งามยามดี เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยและความเป็นสิริมงคลก่อนลงจอ จัดพิธีบวงสรวง “ I WANNA BE SUP’TAR” วันหนึ่งจะเป็นซุปตาร์ ณ ลานหน้าตึก อาคารจีเอ็มเอ็มแกรมมี่เพลส นำโดยพี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Chief Executive Officer (CEO) และ เอส วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท CHANGE2561 จำกัด และผู้กำกับ โอ๋ กฤษฎา พร้อมด้วยนักแสดงนำ ลิลลี่ ลฎาภา , เบลเล่ จิรัชญา , เฟย์ อภิสรา , จีนี่ อรนลิน , เบนซ์ อัทธ์ธนิน, ดุจดิว ธีรวิวัฒน์ และแบมแบม ฐิตารีย์ มาร่วมอินไปกับทุกตัวละครปักหมุดติดตามรับชม Ep. แรกพร้อมกันในวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ และทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่องวัน 31 และดูเวอร์ชัน UNCUT เวลา 23:30 น. ทางแอป oneD ที่เดียว!

“เต๋า ภูศิลป์” นำทีมสายบุญ ร่วมขบวนแห่พระอุปคุต งานนมัสการพระธาตุพนม 2569 ชวน “หนิงๆ คำพะนาง” โชว์เสียงสด สะกดใจสายศรัทธา

บรรยากาศงาน นมัสการพระธาตุพนม ประจำปี 2569 ปีนี้ยิ่งใหญ่สมศรัทธา 9 วัน 9 คืน โดยหนึ่งในไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือการร่วมขบวนแห่พระอุปคุตขึ้นจากสะดือแม่น้ำโขง ของศิลปินหนุ่มสายวัฒนธรรม “เต๋า ภูศิลป์” ซึ่งนับเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันที่เจ้าตัวมาร่วมงานบุญใหญ่แห่งลุ่มน้ำโขง ท่ามกลางประชาชนและสายศรัทธาที่หลั่งไหลมาร่วมงานอย่างเนืองแน่น

ปีนี้พิเศษยิ่งขึ้น เมื่อเต๋าได้ชวนน้องสาวเสียงหวาน “หนิงๆ คำพะนาง” มาร่วมเดินขบวน พร้อมโชว์เสียงสดในเพลง “ดอกจำปาสัญญาฮัก” เพลงคู่จากอัลบั้ม หมอลำทรงเครื่อง ที่ทั้งสองร้องไว้ด้วยกัน ทำเอาแม่ๆ แฟนๆ ที่มาร่วมบุญ ต่างอิ่มทั้งบุญ อิ่มทั้งใจ กับบรรยากาศศรัทธาที่ผสานเสียงเพลงวัฒนธรรมอย่างลงตัว

นอกจากนี้ ยังมีกัลยาณมิตรของหนุ่มเต๋าที่มาร่วมอนุโมทนาบุญกันอย่างอบอุ่น ไม่ว่าจะเป็น ผอ.แตงโมแซ่บเวอร์ เพื่อนซี้สายบุญตั้งแต่สมัยเรียน, น้อง พุดทะสอน นางเอกสาวลาวคู่บุญของหนุ่มเต๋า รวมถึงเหล่าอินฟลูเอนเซอร์อย่าง โยชิ รินลดา, พรฟ้า ปุนิกา, และอีกหลายคน ที่พร้อมใจกันมาร่วมงานบุญใหญ่ครั้งนี้

ใครที่พลาดบรรยากาศเสียงสดในงาน หรืออยากฟังเวอร์ชันเต็มๆ ของเพลง “ดอกจำปาสัญญาฮัก” สามารถเข้าไปรับฟังได้ที่ช่อง YouTube : Grammy Gold Official งานนี้บอกเลยว่า ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งความม่วน และได้ทั้งพลังศรัทธาแบบเต็มอิ่มแน่นอน

ดอกจำปาสัญญาฮัก (ถอรจำชาสับยารัว) – เต๋า ภูศิลป์
Feat. หนิง ๆ คำพะนาง (OFFICIAL MV)
https://youtu.be/mXBDQoB2V-o?si=wLGzFCyd_-lXffIX

สู่ศักราชใหม่ปี 2569 ทรูวิชั่นส์ นาว พร้อมเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่

ประกาศพลิกโฉมวงการบันเทิงไทยกับสุดยอดคอนเทนต์คุณภาพสูง รวมทั้งคอนเทนต์ไทยและต่างประเทศมากมาย กีฬา และที่สุดของ Home of Entertainment ยกระดับสู่สากล เพื่อสานต่อความบันเทิงอันแข็งแกร่งครบในทุกมิติ ให้เข้าถึงทุกเจนในครอบครัว ภายใต้แนวคิด “สนุกแบบไทย..is NOW : ไทยนี้รักสนุก อยากให้ดูไม่ขาด” ด้วยกองทัพความบันเทิงคุณภาพระดับพรีเมียม! รวมที่สุดของคอนเทนต์ไทย..ครบ จบ ทุกความบันเทิง พบกับกองทัพดารานักแสดงและผู้จัดมากมาย มาร่วมเปิดตัวที่สุดของซีรีส์ รายการ และคอนเทนต์คุณภาพ สุดยอดความภาคภูมิไทย!

บรรยากาศภายในงานเปิดฉากด้วยกองทัพดารานักแสดงชั้นนำเฉิดฉายบนพรมแดง อย่างสง่างามและยิ่งใหญ่! จากนั้น คุณแบม ปีติภัทร คูตระกูล รับหน้าที่พิธีกร นำทุกท่านเข้าสู่งานแถลงข่าว “ออริจินัลคอนเทนต์ไลน์อัพ ปี 2026” สนุกแบบไทย..is NOW : ไทยนี้รักสนุก อยากให้ดูไม่ขาด และกล่าวต้อนรับ นายองอาจ ประภากมล หัวหน้าสายงานทรูวิชั่นส์ และมีเดีย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมด้วยกลุ่มพันธมิตร เหล่านักแสดงและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

การเปิดตัวครั้งนี้ คุณองอาจ กล่าวว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายปี 2568 ที่ผ่านมา “ทรูวิชั่นส์ นาว ได้จัดงาน “The New is Now” ประกาศที่สุดของคอนเทนต์เต็มรูปแบบ ความบันเทิงและกีฬาอย่างครบวงจร รวมถึงแพ็กเกจต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้ชมทุกกลุ่มทุกไลฟ์สไตล์ และความร่วมมือกับฝ่ายพันธมิตร “True CJ Creations” ภายใต้ชื่องาน “9+1 The Originals: TrueCJ Universe” เพื่อเปิดตัวโปรเจกต์ออริจินัลที่จะสตรีมแบบเอ็กซ์คลูซีฟบนแอปพลิเคชันในปี 2569 อีกด้วย ทำให้มีความแข็งแกร่งในทุกๆ คอนเทนต์ ที่เสิร์ฟถึงบ้านคุณ และยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ ทรูวิชั่นส์ นาว พร้อมเผยไลน์อัปคอนเทนต์ไทยปี 2569 ต่อทันที ทั้งหมดนี้ภายใต้แบรนด์ TrueVisions Now Original รวมถึงรายการวาไรตี้/เรียลลิตี้ (เช่น True Academy Fantasia 2026, Race to Space ศึกพิชิตอวกาศ) และผลงานซีรีส์ทั้งหมด ซึ่งครั้งนี้ ทรูวิชั่นส์ นาว ได้ร่วมกับสตูดิโอไทยชั้นนำ 20 แห่ง และโปรดิวเซอร์ผู้มากประสบการณ์และมีความสามารถระดับแถวหน้าของวงการบันเทิงไทย สร้างสรรค์คอนเทนต์
คุณภาพสูงหลากหลายรูปแบบ ทั้งแนวดราม่า, แนวโรแมนติก-คอมเมดี้, แนวสยองขวัญ, แนวระทึกขวัญ, แนวพีเรียด, แนวแฟนตาซี กับแนวโรแมนติกเพื่อตอบโจทย์ผู้ชมชาวไทยทุกกลุ่ม และส่งมอบความบันเทิงให้แก่แฟน ๆ ทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เตรียมการเปิดตัวแอปพลิเคชัน True Visions Now เวอร์ชันใหม่ ซึ่งมาพร้อมกับ UX/UI ยกระดับประสบการณ์ในการใช้งานอย่างไร้รอยต่อ ใช้งานง่าย สะดวกยิ่งขึ้น

ทรูวิชั่นส์ นาว เปิดผังแรก โดยการยกระดับคอนเทนต์กีฬา นำเสนอ กีฬามวยไทย จับมือกับโปรโมเตอร์มวยไทยชั้นนำ 5 ค่าย คือ เพชรยินดี, ส.สมหมาย, เกียรติเพชร, จิตรเมืองนนท์, แม็กมวยไทย ซึ่งในปี 2569 จะมีรายการถ่ายทอดสดรวมทั้งหมด 9 รายการ ออกอากาศตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ คิดเป็นจำนวนกว่า 536 นัด ทรูวิชั่นส์ นาว จะเป็นแอปพลิเคชันสตรีมมิ่ง รวบรวมคอนเทนต์มวยไทยมากที่สุด พร้อมมอบประสบการณ์มวยไทยระดับพรีเมียม แบบออนดีมานด์ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ แม้ในช่วงที่ไม่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันก็ตาม ต่อด้วยความบันเทิงที่ทุกคนตั้งตารอพบกับการเปิดตัวนักแสดงนำจากซีรีส์ TrueVisions NOW Originals ทั้งหมด 33 เรื่อง อาทิ 1) สุภาพบุรุษเลือดสีพลอย : โทนี่ รากแก่น, กระทิง ขุนณรงค์, ต้าห์อู๋ พิทยา, โม มนชนก , โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ , เดนนิส เจลีลชา คัปปุน 2) มุ่ยเฟย : ออฟโรด กันตภณ , แพต ชญานิษฐ์ 3) Missing : นก ฉัตรชัย 4) เจ้าครัว : เต๋อ ฉันทวิชช์ 5) เฉิ่มเชย : ติวเตอร์, ยิม 6) Hell Home บ้านขุมนรก : นก จริยา, แก๊ป ธนเวทย์, นีน ชัชชญา, เบญ เรวิญานันท์ 7) Sky Doctor : กรีน อัษฎาพร, นิว ฐิติภูมิ, ณ ณภัทร, นัตตี้ นันทนัท, เอี๊ยง สิทธา 8) ถึงคุณภรรยา…จากสามีที่รัก (My Wife’s Gunslinger God) : ออม สุชาร์, ข้าว ไทธัญญ์, ไตเติ้ล เตชินท์ 9) รักษ์ : บัว นลินทิพย์, คารีสา สปริงเก็ตต์, บอส ชัยกมล 10) ชื่อซ้ำทำไม (Same Name for What?) : ก้อง ปิยะ , ไอซ์ พาริส , วิคเตอร์ 11) เจ๊ทแหลก 2 (Jet lag 2) : ไบเบิ้ล วิชญ์ภาส 12) วันทองไร้ใจ : กระทิง ขุนณรงค์ , จุง อาเชน , เจน กุลจิราณัฐ, ลูกแพร์ นนทกร 13) Shades : มุก วรนิษฐ์, ซู นันท์นิชา, ฟลุท ชินพรรธน์ 14) สายลับรถแห่ : เบส รัฐธรรมนูญ, เอนิต้า วิภา, เจี้ย ภูมิสะนะ, เตเต้ สมชาย ฯ 15) คอร์ส(ลัด) > สูตรโรแมนซ์ : เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา, วันใหม่ ฉัตรบริรักษ์, ทิกเกอร์, เปา พิชิตชัย 16) Oversouls : ปีเตอร์ นพชัย, นนท์ ศดานนท์, ชาร์เลท วาศิตา แฮเมเนา 17) สามเราเอาตาย : คิง สมจริง, พอร์ช ศรันย์, เปรี้ยว ทัศนียา 18) น้องเอ๋ยพี่เอ๋ยขอข้าวขอแกง : โมสต์ วิศรุต, มิวสิก แพรวา 19) แม่มดแห่งสยาม: แก๊ป จักริน, พิชชา พิชชาธร 20) บุษบาเสี่ยงตรีน: เมฆ จุติ
อีกทั้งยังเปิดตัวไลน์อัพซีรีส์ที่น่าชม อาทิ 21) มเหสีน้อย 22) My Chef in Crime 23) เพชรประกาย 24) อธิษฐานรักข้ามไทม์ไลน์ 25) บ้านซ่อนศพ 26) อยู่กับมาร 27) กอดฉันเบาๆ 28) ร้านซ่อมความทรงจำ 29) ทางเทวดา 30) Call Me If You Can 31) คุณหนูตัวปลอมคุณชายปลอมตัว 32) Murder in The Kitchen และ 33) เพื่อนจ้าง เรียกว่าแฟนๆ คอซีรีส์มีเฮ! เข้าชม ทรูวิชั่นส์ นาว แล้วสามารถรับชมซีรีส์ได้ครบทุกแนว ยาวตลอดทั้งปีแน่นอน

นอกเหนือจากออริจินัลคอนเทนต์ไทยที่มุ่งส่งมอบสู่ผู้ชมอย่างต่อเนื่อง ทรูวิชั่นส์ นาว ยังเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งด้านคอนเทนต์ไทยด้วยรายการเรียลลิตี้หลากหลายรูปแบบ อาทิ Race to Space ศึกพิชิตอวกาศ, Academy Fantasia 2026
ทรูวิชั่นส์นาวยังเสริมแกร่งหมวดคอนเทนต์ยอดนิยมและไลฟ์สไตล์ด้วย 6 พันธมิตร เติมเต็มทุกอรรถรสความบันเทิงด้วย 6 คอนเทนต์พาร์ทเนอร์ล่าสุด ได้แก่
– tvN ช่องเพย์ทีวีอันดับ 1 จากเกาหลี ช่องบันเทิงระดับพรีเมียมที่นำเสนอความบันเทิงเกาหลีที่ดีที่สุดให้กับผู้ชมในเอเชีย ครบทั้งซีรีส์ K-Drama ตอนใหม่ รายการวาไรตี้และไลฟ์สไตล์คุณภาพสูง ไปจนถึงโชว์พิเศษจากศิลปิน K-Pop และโปรดักชันออริจินัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
– iQIYI บ้านของความบันเทิงยอดนิยมแห่งเอเชีย
– Rock xStream ประตูสู่โลกแห่งซีรีส์สตรีมมิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ได้รับคำชมเชิงวิจารณ์ และโดดเด่นด้วยงานภาพอันตระการตา คัดสรรอย่างพิถีพิถัน – เลือกมาอย่างพิเศษ จากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลกที่ใหญ่ที่สุด เช่น Netflix, Apple TV+, Prime Video, Paramount+ และอีกมากมาย พร้อมให้รับชมทางโทรทัศน์แล้ว
– Soul Siam สายหมอลำร่วมสมัย-ลูกทุ่งที่รักความม่วนซื่นและวิถีบ้านเฮา
– True Muay Thai สายมวยผู้หลงรักศิลปะแห่งการต่อสู้แบบไทยแท้
– Foodiez สายกินที่ตามล่าของอร่อยทั่วไทยแบบไม่พลาดสักจาน

ช่วงสุดท้าย!! พบกับการกลับมาของรายการเรียลลิตี้ ระดับตำนาน ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังใหม่ ความสนุกใหม่ และความฝันที่ไปต่อได้จริง สำหรับนักล่าฝัน True Academy Fantasia 2026 กับการแสดงสุดพิเศษจาก “ซานิ AF6” ในเพลง What’s Up? ที่เปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตของเธอ พร้อมมาบอกเล่าความภาคภูมิใจกับเส้นทางตามหาความฝันจากรายการ True Academy Fantasia สู่ความสำเร็จบนเส้นทางบันเทิงในปัจจุบัน พร้อมเปิดตัว กรรมการออดิชั่นสี่ภาค ได้แก่ โดนัท มนัสนันท์, มอส ปฏิภาณ, หวานเจี๊ยบ, เจษ เจษฎ์พิพัฒ, เชา Cocktail และ Executive Producer ทั้ง 3 ท่าน คุณบอย อรรถพล ณ บางช้าง, คุณปอนด์ กฤษดา วิทยาขจรเดช และ คุณโอม Cocktail ปัณฑพล ประสารราชกิจ ร่วมส่งต่อความรู้ความสามารถ และศักยภาพของความเป็นซูเปอร์สตาร์ให้กับน้องๆ แจ้งเกิดในวงการบันเทิงไทย
ผู้ที่สนใจออดิชั่นออนไลน์ สมัครง่ายได้ทุกที่ เพียงอัดคลิปวิดีโอเพลงไทย 1 เพลง เพลงสากล 1 เพลงความยาวไม่เกิน 2 นาทีและอัปโหลดไปตามช่องทางการรับสมัครง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว คุณก็มีโอกาสเป็น 1 ใน 12 นักล่าฝัน โดยรอบออดิชั่นออนไลน์ เริ่มวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ และ รอบออดิชั่นสด 4 ภาค 7 มีนาคม ที่เซ็นทรัลขอนแก่น / 14 มีนาคม ที่เซ็นทรัลหาดใหญ่ / 21 มีนาคม ที่เชียงใหม่ แอร์พอร์ต / 3–4 เมษายน ที่ TK Park เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯโดยกรรมการออดิชั่นทั้ง 4 ท่าน จะสลับกันไปพบเจอผู้เข้าแข่งขันในแต่ภาคด้วยตัวเอง
ในส่วนของช่องทางการติดตามรับชมทางแอป ทรูวิชั่นส์ นาว ช่องทรูวิชั่น หมายเลข 334 รับชมได้ตั้งแต่การออดิชั่น และเปิดบ้านถ่ายทอดสด 24 ชั่วโมง เริ่ม 7 มิถุนายน 2569 นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ TrueAF Thailand
สำหรับสมาชิกทรูวิชั่นส์ระบบจานดาวเทียม และเคเบิล ร่วมสัมผัสความบันเทิงในมิติใหม่ ด้วยสิทธิใช้ TrueVisions NOW โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อให้ได้เต็มอิ่มกับความบันเทิงจากทั่วโลกอย่างแท้จริง
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันทรูวิชั่นส์ นาว (TrueVisions NOW) วันนี้ สามารถรับชมความสนุก ความบันเทิงผ่าน สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต สมาร์ททีวี และกล่องทรูไอดี เพียงค้นหาคำว่า TrueVisions NOW ทาง App Store (IOS), Google Play (Android) และทาง Apple TV, Android TV, Samsung TV, LG TV, HISENSE TV

TrueVisionsNOW #สนุกแบบไทยisNOW #ไทยนี้รักสนุกอยากให้ดูไม่ขาด

PDPC เปิดเวที Data Privacy Day 2026 ชู “Privacy in Action” ยกระดับการคุ้มครองข้อมูลสู่การลงมือทำจริง เสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC จัดงาน “Data Privacy Day 2026” ภายใต้แนวคิด “Privacy in Action” ยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจากความเข้าใจ
ไปสู่ “การลงมือทำจริง” ในระบบงาน การให้บริการ และการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันขององค์กรในประเทศ ผ่านกิจกรรมมากมายในงาน พร้อมยกระดับบทบาท PDPC ทำงานรับกับความท้าทายร่วมสมัย ทั้งการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และการกำกับดูแลการใช้ AI โดยได้รับเกียรติจาก นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีเปิด

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ความไว้วางใจ–ความโปร่งใส–ความรับผิดชอบ โดยเฉพาะในยุคที่บริการดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่ อย่าง AI เข้ามามีบทบาทในหลาย ๆ มิติของชีวิต และทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของคนไทยได้กลายเป็นทั้ง โอกาส และ ความท้าทาย ของประเทศ – “การผลักดันแนวคิด Privacy in Action จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนทิศทางได้อย่างเหมาะสม เพราะการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ควรหยุดอยู่เพียงในระดับนโยบาย แต่ต้องนำไปสู่การปฏิบัติจริงได้ในระบบงาน ในบริการ และในกระบวนการทำงานของทุกองค์กร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม”

ภาพการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบัน คือการพึ่งพาข้อมูลเป็นหลัก ทำให้บริบทของ
“ข้อมูลส่วนบุคคล” ถูกนำมาใช้งานในวงกว้าง ตั้งแต่การยืนยันตัวตน การเงินดิจิทัล ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ Generative AI – ทำให้ประเด็น Data Privacy จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่กฎหมาย
แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแรง เพื่อทำให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าได้อย่างมั่นคง โดยในรายงานจาก IBM ระบุว่าค่าเฉลี่ยความเสียหายจากเหตุข้อมูลรั่วไหลทั่วโลกอยู่ที่ 4.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 10% สะท้อนว่าทั่วโลกกำลังมีต้นทุนจากความไม่พร้อมด้านข้อมูลและความปลอดภัย สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ World Economic Forum เผยผลสำรวจแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ คือ AI ถึง 94% ของผู้ตอบแบบสำรวจ และสัดส่วนองค์กรทั่วโลกที่นำ กระบวนการประเมินความปลอดภัยของเครื่องมือ AI มาใช้ เพิ่มขึ้นจาก 37% เป็น 64% ภายในปีเดียว

ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่เศรษฐกิจดิจิทัลขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และองค์กรทั่วโลกเร่งนำเทคโนโลยีใหม่ รวมถึง AI ไปใช้จริง โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ใช้เป็น แต่ต้อง “ใช้เป็นและไว้วางใจได้”
ซึ่งหมายถึงองค์กรต้องมีกรอบกำกับดูแล (Governance) ที่ชัดเจน ครอบคลุมทั้งการใช้ข้อมูล การจัดการความเสี่ยง ความปลอดภัย และจริยธรรม เพื่อให้การสร้างนวัตกรรมใหม่ ไม่แลกมาด้วยความเสี่ยงต่อสิทธิของประชาชนและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

ด้าน พันตำรวจเอก สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า ปัจจุบันข้อมูลส่วนบุคคลได้กลายเป็นรากฐานสำคัญ ทั้งต่อชีวิตของประชาชน ต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัล และต่อความมั่นคงของประเทศ ทำให้ความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล จะขึ้นอยู่กับความมั่นใจของประชาชนว่าข้อมูลของตนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมมากน้อยแค่ไหน – “ภารกิจของ PDPC จึงเป็นการทำให้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ใช่แค่หลักการในหน้ากระดาษ แต่ต้องเป็นกรอบที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และก่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในการทำงานของหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ รวมถึงต้องไม่หยุดอยู่เพียงในระดับความเข้าใจ แต่ต้องถูกนำไปสู่การปฏิบัติจริงในกระบวนการทำงาน การให้บริการ และการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันของทุกองค์กร”

บทบาทของ PDPC ในปีนี้ จึงเป็นการกำกับดูแล ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาเครื่องมือ เพื่อช่วยให้องค์กรยกระดับมาตรฐานการดูแลข้อมูลและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ที่สอดรับกับความท้าทายร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็น การสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล (Secure Digital Economy) บนฐานความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของข้อมูล และ การกำกับดูแลการใช้ AI (AI Governance) ที่ยึดหลักสิทธิ ความปลอดภัย และความรับผิดชอบ

อีกทั้ง ภายในงาน Data Privacy Day 2026 ในปีนี้ ยังประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญที่ช่วยทำให้ Privacy in Action กลายเป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นจริง ทั้งในเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ อาทิ

  • ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Building a Data-Driven Nation: The Role of Trust & PDPC’s Vision” ที่เชื่อมบทบาทภาครัฐ-ภาคธุรกิจ ผ่านมิติความไว้วางใจ ในการขับเคลื่อนประเทศสู่
    Data-Driven Nation
  • เวทีเสวนา CEO Playbook ที่สะท้อนมุมมองผู้บริหารองค์กรต่อการยกระดับ “Data Governance” ให้เป็นกลยุทธ์องค์กร – เพื่อใช้ข้อมูลและ AI ได้อย่างมั่นใจ พร้อมลดความเสี่ยงเชิงกฎหมายและความเสี่ยงต่อชื่อเสียง
  • เวที AI & Privacy ที่วิเคราะห์ทิศทางการกำกับดูแล Generative AI และจริยธรรมข้อมูลในบริบทสากล เพื่อวางกรอบการใช้งาน AI อย่างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและสิทธิ
  • กิจกรรมเสริมสร้างระบบนิเวศด้านความเชื่อมั่น เช่น พิธีมอบรางวัล PDPA Challenge 2025 เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับอุดมศึกษา และพิธีลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อขยายผลการคุ้มครองข้อมูลสู่ภาคเศรษฐกิจจริง
  • ตลอดจนนิทรรศการและการนำเสนอเครื่องมือสนับสนุนด้าน Data Privacy ที่ช่วยให้องค์กรสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของงานที่ต้องการให้ทุกภาคส่วนได้รับทั้ง ความรู้–มุมมอง–เครื่องมือ เพื่อต่อยอดสู่การปฏิบัติในองค์กร

พันตำรวจเอก สุรพงศ์ เปล่งขำ กล่าวทิ้งท้ายว่า PDPC คาดหวังให้งาน Data Privacy Day 2026 เป็นเวทีที่เชื่อม องค์ความรู้–ความร่วมมือ–แนวทางปฏิบัติ ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และประชาชน เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ เสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบดิจิทัลไทย และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

โฮมโปร–เมกาโฮม ส่งมอบคำขอบคุณลูกค้าทั่วประเทศ ฉลอง 29 ปีโฮมโปร และครบรอบ 12 ปีเมกาโฮม จับรางวัลแคมเปญ “แจกทอง 29 บาท-เครื่องใช้ไฟฟ้า 29 รางวัล” มูลค่ากว่า 2.2 ล้านบาท

โมเมนต์แห่ง “คำขอบคุณลูกค้า” กำลังเกิดขึ้นอีกครั้งทั่วประเทศ – โฮมโปร และ เมกาโฮม จัดกิจกรรมจับรางวัลใหญ่จากแคมเปญ “โฮมโปร ฉลอง 29 ปี และเมกาโฮม ครบรอบ 12 ปี แจกทอง 29 บาท” พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า 29 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 2.2 ล้านบาท ท่ามกลางการตอบรับอย่างคึกคัก มียอดร่วมลุ้นรางวัลสะสมรวมกว่า 13 ล้านสิทธิ์ เพื่อเป็นการส่งมอบของขวัญแทนใจให้ลูกค้าที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตเคียงข้างแบรนด์มาต่อเนื่อง สะท้อนความตั้งใจตอบแทนทุกความไว้วางใจ พร้อมตอกย้ำ “ความสุขที่มากกว่าความคุ้มค่าในทุกการช้อป และเติมเต็มประสบการณ์คุณภาพชีวิตที่ “ดียิ่งขึ้น” ในทุกวัน พร้อมพารอยยิ้มและความสุขทุกครั้งที่ได้เดินในสโตร์กลับบ้านได้จริง

นางอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า ตลอดเส้นทางกว่า 29 ปีของโฮมโปร และการเดินทางครบรอบ 12 ปีของเมกาโฮม ทั้ง 2 แบรนด์เชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า ความไว้วางใจของลูกค้าไม่ได้เกิดจากสินค้าและบริการเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากประสบการณ์ที่ดีในทุกช่วงจังหวะของชีวิต ตั้งแต่การเริ่มต้นแต่งบ้าน ซ่อมบ้าน รีโนเวท ไปจนถึงการดูแลบ้านให้พร้อมสำหรับทุกช่วงเวลา

“แคมเปญในครั้งนี้ จึงถูกออกแบบให้เป็นของขวัญแห่งคำขอบคุณ ที่ต่อยอดทุกการช้อปสินค้าให้กลายเป็นความสุขและความรู้สึกดีๆ ทั้งจากความคุ้มค่า ความสะดวก และสิทธิประโยชน์ที่ช่วยทำให้การอยู่บ้านเป็นเรื่องง่าย และมีความหมายมากขึ้น พร้อมเพิ่มโอกาสให้ทุกการช้อปมีเรื่องให้ลุ้นในทุกปี” นางอุไรวรรณ กล่าว

สำหรับแคมเปญ “โฮมโปร ฉลอง 29 ปี และเมกาโฮม ครบรอบ 12 ปี” ลูกค้าสมาชิกโฮมการ์ดที่ซื้อสินค้าที่โฮมโปร เมกาโฮม โฮมโปรออนไลน์ เมกาโฮมออนไลน์ รวมถึงจากงาน HomePro MegaHome SUPER EXPO เมื่อปีที่ผ่านมา โดยตลอดช่วงของแคมเปญมียอดการสะสมสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลรวมกว่า 13 ล้านสิทธิ์ ซึ่งทุกสิทธิ์จากลูกค้าทุกคนจะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลพร้อมกัน ในการจับรางวัลวันที่ 26 มกราคม 2569 นี้

ของรางวัลสำหรับแคมเปญนี้ คัดสรรอย่างตั้งใจมอบให้เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้า อาทิ ทองคำแท่ง รวมมูลค่ากว่า 1,586,740 บาท (อ้างอิงราคาทอง ณ วันที่ 9 กันยายน 2568) มอบเป็นของขวัญให้ผู้โชคดีทั้ง 29 คน เติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุข

  • รางวัลที่ 1: ทองคำแท่ง 5 บาท จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 273,600 บาท
  • รางวัลที่ 2: ทองคำแท่ง 2 บาท จำนวน 3 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 109,440 บาท
  • รางวัลที่ 3: ทองคำแท่ง 1 บาท จำนวน 11 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 54,720 บาท
  • รางวัลที่ 4: ทองคำแท่ง 2 สลึง จำนวน 14 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 27,350 บาท

นอกจากนี้ ยังมีของรางวัลพิเศษ ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้ารวม 29 รางวัล มูลค่ารวม 665,137 บาท อาทิ ทีวีจอใหญ่สำหรับความบันเทิงในบ้าน, ตู้เย็นสำหรับทุกมื้อของครอบครัว, เครื่องซักผ้าเพื่อความสะดวกในชีวิตประจำวัน, เครื่องปรับอากาศเพื่อบ้านเย็นสบายทั้งปี, เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวสำหรับสายทำอาหาร และอื่น ๆ อีกมากมาย

ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีได้ในวันที่ 30 มกราคม 2569 ที่เคาน์เตอร์บริการลูกค้าโฮมโปรและเมกาโฮมทุกสาขา รวมถึงผ่านช่องทางออนไลน์ของโฮมโปรและเมกาโฮม

นางอุไรวรรณ กล่าวทิ้งท้ายว่า “โฮมโปรและเมกาโฮมเชื่อว่า การให้ที่มีคุณค่าไม่ได้จำกัดแค่เพียงช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ แต่เป็นความตั้งใจที่จะทำให้ทุกประสบการณ์ช้อปดียิ่งขึ้นในทุกปี และในปีนี้ที่โฮมโปรกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 ความพิเศษและสิทธิประโยชน์เพื่อลูกค้าก็จะยิ่งมีคุณค่าและยิ่งใหญ่มากกว่าเดิม โดยทุกคนสามารถติดตามความสุขจากแคมเปญ และกิจกรรมต่อ ๆ ไปของโฮมโปรและเมกาโฮม ได้ตลอดทั้งปี”

#โฮมโปรครบรอบ29ปี #เมกาโฮมครบรอบ12ปี #HomePro #โฮมโปร #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #เมกาโฮม #MegaHome #เมกาโฮมศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่าง #ครบเรื่องบ้านและงานช่าง #homepropr

“ในวันที่สังคมไทยสู้กันด้วยอารมณ์ บทความนี้ขอชวนถอยออกมาหนึ่งก้าว เพราะทางรอดที่แท้จริง ไม่เคยมีอยู่ในสองขั้วที่กำลังปะทะกัน”

ความขัดแย้งในสังคมไทยมักติดหล่มอยู่ใน “กับดักทวิลักษณ์” หรือ Binary Opposition คือการมองทุกอย่างเป็นสองขั้ว ทั้งที่ในความเป็นจริง ปัญหาสาธารณะอย่าง ระบบประกันสังคม เป็นเรื่องของ “สัญญาประชาคม” (Social Contract) ที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก เราต้องยอมรับความจริงที่เจ็บปวดก่อนว่าระบบที่ใช้อยู่กำลังเผชิญกับ “วิกฤตความไว้วางใจ” ผสมกับ “ระเบิดเวลาของประชาชน” ซึ่งหากไม่ขยับขยายวิธีคิด เราจะพบกับจุดจบที่ไม่มีใครชนะ

เมื่อ “รัฐ” ไม่ใช่แค่ผู้คุมกฎแต่คือ “หุ้นส่วน” ประกันสังคมไม่ใช่สวัสดิการที่รัฐหยิบยื่นให้ แต่เป็น Mutualism หรือการพึ่งพาอาศัยกัน Case Study ที่น่าสนใจคือ ประเทศเยอรมนีที่ใช้ระบบ “Self-Governance” โดยให้ตัวแทนลูกจ้างและนายจ้างบริหารจัดการกองทุนเองผ่าน Board ที่มีความเป็นอิสระสูงจากการเมือง ปัญหาของไทยคือ “ความเป็นรัฐ” ที่เข้มข้นเกินไป ทำให้คนรู้สึกว่าเงินของเขาถูกนำไปใช้โดยที่เขาไม่มีอำนาจตัดสินใจ การปฏิรูปที่แท้จริงต้องเริ่มจากการสร้าง Institutional Autonomy หรือการทำให้กองทุนประกันสังคมมีความเป็นอิสระจากการครอบงำทางการเมืองอย่างเด็ดขาด

บทเรียนจากสวีเดนหากวิเคราะห์ในมุมการเงิน ระบบ “Pay-as-you-go” คนรุ่นใหม่จ่ายให้คนรุ่นเก่าของไทยกำลังล้มเหลวเพราะโครงสร้างประชากรเปลี่ยนไปอย่างถาวร ประเทศสวีเดนเคยเผชิญวิกฤตระบบบำนาญมาแล้วเช่นกัน สวีเดนจึงเปลี่ยนมาใช้ระบบ NDC คือการสร้างบัญชีเสมือนจริงที่คำนวณตามเงินที่จ่ายจริงบวกกับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ แต่จุดสำคัญคือมีระบบ “Automatic Balance Mechanism” ที่ปรับเปลี่ยนตามภาวะเศรษฐกิจและอายุขัยเฉลี่ยโดยอัตโนมัติ สังคมไทยต้องกล้าพูดเรื่อง “ความยั่งยืนทางการคลัง” อย่างตรงไปตรงมา การเพิ่มเพดานเงินสมทบหรือการขยายอายุเกษียณไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่คือความจำเป็นจากการคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่ต้องแลกมาด้วยความโปร่งใสในการบริหารกองทุน

เราต้องก้าวข้ามความขัดแย้งด้วย “ความจริงใจ” ความขัดแย้งในไทยเกิดจากการที่แต่ละฝ่ายนิยาม “ความยุติธรรม” ต่างกัน ฝ่ายหนึ่งมองว่า “ฉันจ่ายเงินไป ฉันต้องได้สิทธิที่คุ้มค่า” (Individualism) ส่วนอีกฝ่ายนึงก็มองว่า “ต้องช่วยประคองคนตัวเล็กในสังคม” (Solidarity) ดังนั้นทำให้คนรู้สึกว่าการจ่ายประกันสังคมไม่ใช่การ “ถูกปล้น” แต่คือการ “ซื้อประกันความเสี่ยงร่วมกัน” (Social Insurance) โดยรัฐต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเงินทุกบาทถูกบริหารด้วยมืออาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ความหย่อนยานของระบบราชการ เรื่องนี้ไม่ใช่การเลือกข้างระหว่าง “ขั้วซ้าย” หรือ “ขั้วขวา” แต่คือการยกระดับไปสู่การบริหารจัดการที่ใช้หลักทางรัฐศาสตร์ (ความเป็นธรรม) + การเงิน (ความเป็นจริง) + มนุษยธรรม (ความเข้าอกเข้าใจ)

ไทยควรพิจารณาโมเดล “Flexible Retirement” และการมี “Personalized Dashboard” ที่โปร่งใส เพื่อให้ประชาชนทุกคนเห็น “อนาคต” ของเงินตนเองในแบบ Real-time ซึ่งจะช่วยลดแรงเสียดทานและสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา ความขัดแย้งจึงจะยุติลงได้ ไม่ใช่ด้วยการบังคับให้เห็นตรงกัน แต่ด้วยการสร้างระบบที่ทุกคนเห็นว่า “เป็นธรรมต่อส่วนรวม และคุ้มค่าต่อส่วนตน”

พลิกเกมรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม รพ.พระรามเก้า เปิด “PR9 Robotic Knee Arthroplasty Training Center” หุ่นยนต์ผ่าตัดข้อเข่า เพิ่มความแม่นยำ เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว ทางเลือกใหม่ของผู้ป่วยไทย

โรคข้อเข่าเสื่อม” เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพสำคัญของคนไทย โดยเฉพาะในสังคมผู้สูงอายุ และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของความพิการ ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหว การใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงสุขภาพจิตของผู้ป่วยจำนวนมาก

ปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์มีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-Assisted Knee Replacement Surgery) ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

โรงพยาบาลพระรามเก้า จึงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการรักษาและการเรียนรู้ทางการแพทย์ ด้วยการเปิด “PR9 Robotic Knee Arthroplasty Training Center” ศูนย์ฝึกอบรมการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าด้วยหุ่นยนต์อย่างเป็นทางการ มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพศัลยแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยไทย

รศ.นพ.พฤกษ์ ไชยกิจ หัวหน้าศูนย์รักษ์ข้อ โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่า การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าแบบดั้งเดิมอาศัยประสบการณ์และการประเมินด้วยสายตาของศัลยแพทย์ ซึ่งอาจเกิดความคลาดเคลื่อนได้ ขณะที่การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด จะมีระบบคอมพิวเตอร์และแขนกลช่วยวางแผนและควบคุมการตัดกระดูกอย่างแม่นยำ ส่งผลให้ผู้ป่วยเจ็บน้อย ขยับข้อเข่าได้ดี ฟื้นตัวเร็ว และช่วยยืดอายุการใช้งานของข้อเข่าเทียมในระยะยาว

แม้เทคโนโลยีการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์จะได้รับความนิยมในหลายประเทศ เช่น ในประเทศออสเตรเลียมีการใช้งานประมาณ 30% หรือ ในประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณ 17% ของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทั้งหมด แต่ในประเทศไทยยังมีการใช้งานเพียงไม่เกิน 2% เนื่องจากข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายและงบประมาณ โดยเฉพาะในภาครัฐที่ดูแลผู้ป่วยส่วนมาก การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมแห่งนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและประโยชน์ของเทคโนโลยี พร้อมสร้างโอกาสในการขยายการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพในอนาคต

PR9 Robotic Knee Arthroplasty Training Center มุ่งสร้างวงจรแห่งการเรียนรู้ เปิดพื้นที่ให้ศัลยแพทย์ได้ฝึกปฏิบัติจริง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนาแนวทางการรักษาร่วมกัน โดยมีเป้าหมายรองรับศัลยแพทย์จากนานาชาติ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคอาเซียน เช่น มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย พร้อมแผนจัดการอบรมอย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 10–12 ครั้ง

โดยโครงการ International Visiting Surgeon Program (VSP): Robotics Knee Replacement ครั้งนี้ มีคณะแพทย์จากประเทศมาเลเซีย เข้าร่วมการฝึกอบรมเชิงลึกด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าด้วยหุ่นยนต์ โดยใช้เทคโนโลยี CORI Robotic System ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล หลักสูตรครอบคลุมการผ่าตัดทั้งแบบ Total Knee Arthroplasty (TKA) และ Unicompartmental Knee Arthroplasty (UKA) ผสานการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตั้งแต่การเตรียมห้องผ่าตัด การวางแผนผ่าตัด ไปจนถึงการฝึกปฏิบัติแบบ Hands-on ด้วยอุปกรณ์จำลอง (Sawbones) ภายใต้การดูแลของคณาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของประเทศไทย

โรงพยาบาลพระรามเก้า ยังคงมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาใช้เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการแพทย์ในระดับนานาชาติ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ผู้ที่มีอาการปวดเข่า สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1270 หรือ                      Line: https://lhco.li/3YR7rhZ และ Facebook: Praram9 Hospital นอกจากนี้สามารถศึกษาบทความสาระความรู้ทางการแพทย์เพิ่มเติมได้ที่ https://praram9.com/th/articles/robotic-assisted-surgeryโรงพยาบาลพระรามเก้า – HEALTHCARE YOU CAN TRUST เรื่องสุขภาพ…ไว้ใจเรา


#Praram9Hospital

“ไดกิ้น” วางหมากปี 2026 ยกระดับ HVAC จากตลาดสินค้า สู่ธุรกิจโซลูชันด้านอากาศอัจฉริยะแบบครบวงจร

“ไดกิ้น” ผู้นำระดับโลกด้านระบบปรับอากาศและเทคโนโลยี HVAC ประกาศวิสัยทัศน์เชิงรุกปี 2026 ตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรม ด้วยการยกระดับจากผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ สู่การเป็น Solution Provider ด้านระบบอากาศอัจฉริยะครบวงจร ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ควบคู่เป้าหมายความยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “The Unlimited Air Possibilities”

บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด จัดงาน Daikin Product Convention 2026: The Unlimited Air Possibilities เพื่อประกาศทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กร ถ่ายทอดวิสัยทัศน์การพัฒนาอุตสาหกรรม HVAC ไทยให้สอดรับกับเทรนด์โลก ทั้งด้านพลังงาน เทคโนโลยีดิจิทัล และสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางพันธมิตร ผู้แทนจำหน่าย และดีลเลอร์จากทั่วประเทศกว่า 1,000 ราย

ในงานครั้งนี้ ไดกิ้นสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของตลาดเครื่องปรับอากาศไทยที่กำลังเริ่มก้าวเข้าสู่สภาวะ ‘อิ่มตัว’ ในขณะที่การแข่งขันในตลาดมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น จากการขยายตัวของผู้เล่นที่ใช้ ‘ราคา’ เป็นจุดแข็ง ตลอดจนบทบาทของช่องทางอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และกระทบต่อโมเดลร้านเครื่องปรับอากาศแบบดั้งเดิมในตลาดครัวเรือน ขณะเดียวกัน ไดกิ้นมองว่า “โอกาสใหม่” กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะการเร่งโรดแมปและนโยบาย Carbon Neutrality ของไทยที่มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ซึ่งกำลังผลักดันให้ความต้องการของตลาดขยับจากสินค้า ไปสู่ “โซลูชัน” ที่ตอบโจทย์การใช้พลังงานและความยั่งยืนอย่างจริงจัง

นายทาคาโยชิ มิกิ (Mr. Takayoshi Miki) ประธานบริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า ในโลกที่เทคโนโลยีและความยั่งยืนกลายเป็นหัวใจของทุกอุตสาหกรรม อากาศไม่ควรถูกมองเป็นเพียงทรัพยากรพื้นฐานอีกต่อไป แต่คือองค์ประกอบสำคัญของคุณภาพชีวิต สุขภาพ และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน วิสัยทัศน์ของไดกิ้น คือการพัฒนาโซลูชันที่ทำให้อากาศสามารถปรับตัว เรียนรู้ และตอบสนองต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อมได้อย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“การยกระดับสู่การเป็น Solution Provider ในปี 2026 ของไดกิ้น ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มฟังก์ชันของผลิตภัณฑ์ แต่คือการปรับโมเดลธุรกิจ ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและลูกค้าที่เกิดขึ้นจริง โดยหนึ่งในแกนสำคัญคือการสร้าง Carbon Neutrality Solutions หรือโซลูชันเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน หลังจากที่ผ่านมา ไดกิ้นได้รับความสนใจจากหลายองค์กรที่ขับเคลื่อนตามทิศทางดังกล่าว พร้อมได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับภาคเอกชนและมหาวิทยาลัยหลายแห่ง และอยู่ระหว่างการร่วมทดสอบและยืนยันผลกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง”

ขณะเดียวกัน ไดกิ้นคาดว่าความต้องการของลูกค้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในมิติที่ไกลกว่าเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะโซลูชันด้านการบริหารจัดการพลังงานของระบบปรับอากาศ (Energy management) และการบริหารจัดการสารทำความเย็น (Refrigerant management) เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถมีส่วนร่วมกับเป้าหมาย Carbon Neutrality ได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายทาคาโยชิ ระบุว่า ไดกิ้นมีความพร้อมเฉพาะตัวในการนำเสนอ Total Solutions นี้ให้ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องปรับอากาศที่พักอาศัยและเชิงพาณิชย์ รวมถึงระบบขนาดใหญ่ (Applied Products) ตลอดจนการผลิตและจัดการสารทำความเย็น ซึ่งเป็นการออกแบบโซลูชันได้ทั้งระบบ นอกจากนี้ ไดกิ้นยังมุ่งมั่นขยายเครือข่ายเชื่อมโยงและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer-Connected Solutions) เพื่อพัฒนาความร่วมมือระยะยาวกับลูกค้าที่มีเป้าหมายร่วมกันในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อร่วมเติบโตและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน ตลอดจนยกระดับบทบาทขององค์กรสู่ “Solution Provider” อย่างจริงจัง

หัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ปี 2026 คือการเปลี่ยนบทบาทของไดกิ้นจากการแข่งขันด้านสินค้า ไปสู่การแข่งขันด้าน โซลูชันอัจฉริยะแบบครบวงจร ที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับการออกแบบ การควบคุม และการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศ คุณภาพชีวิต และประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม

เปิดเกมนวัตกรรมปี 2026 บน 2 แกนกลยุทธ์หลัก

นอกจากนี้ ไดกิ้นเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมและไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ประจำปี 2026 ครอบคลุมทุกกลุ่มตลาดหลัก ทั้ง

  • กลุ่มระบบปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัย (Residential)

ไดกิ้นเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ AIR CREATOR ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ มาพร้อมฟีเจอร์ “Air Card” ที่ผู้ใช้งานสามารถปรับการทำงานของทั้งเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศให้สอดคล้องกับหลากหลายไลฟ์สไตล์ด้วยตนเอง อีกทั้งดีไซน์ยังได้รับรางวัล Good Design Award 2025 ด้วยตัวเครื่องบางและโค้งมน ทำให้เข้ากับการตกแต่งภายในของทุกห้องอย่างลงตัว

  • กลุ่มระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ SKYAIR และ VRV

ไฮไลท์ของ VRV ในปีนี้ คือการเปิดตัว VRV 7 Series ที่เป็น VRV รุ่นแรกใน อาเซียน โอเชียเนีย ที่ใช้สารทำความเย็น R32 ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีค่า COP เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 21% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม อีกทั้งยังสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)

  • กลุ่มระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ Applied Products

สำหรับกลุ่มเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ ไดกิ้นนำเสนอ Marutto P Series โซลูชันบริหารอาคารแบบครบวงจร ที่ครอบคลุมทั้งระบบปรับอากาศ การจัดการพลังงาน ระบบส่องสว่าง ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆขณะเดียวกัน ไดกิ้นยังพัฒนาโซลูชันสำหรับ Data Center เพื่อตอบรับการเติบโตของเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะ ประกอบด้วยเครื่องทำน้ำเย็นและระบบส่งลมเย็นสำหรับเซิร์ฟเวอร์ ที่เน้นเสถียรภาพสูงและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ด้าน นายวรพงศ์ กียปัจจ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวเสริมว่า ในปี 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม จากการแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์ ไปสู่การแข่งขันด้านโซลูชัน ไดกิ้นประเทศไทยมุ่งยกระดับบทบาทสู่การเป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยี ที่ช่วยให้ลูกค้าและภาคธุรกิจสามารถบริหารจัดการพลังงาน คุณภาพอากาศ และความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม

โดยไดกิ้นมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดขับเคลื่อนภายใต้ 2 แกนกลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

  1. Superior Efficiency (AI & Energy Consumption) การยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ด้วยการนำ AI เข้ามาวิเคราะห์และควบคุมการทำงานของระบบแบบเรียลไทม์ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพิ่มความแม่นยำในการจัดการอากาศ และช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว
  2. Sustainability for All Needs การพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งาน ทั้งภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ และโครงการขนาดใหญ่ สอดรับกับทิศทาง ESG และมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อม

การจัดงาน Daikin Product Convention 2026:The Unlimited Air Possibilities จึงไม่ใช่เพียงเวทีเปิดตัวสินค้าใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศทิศทางและตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้นำของไดกิ้น ในฐานะ “Solution Provider” ที่พร้อมจะเป็นทุกคำตอบให้กับทุกความต้องการ พร้อมเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Perfecting the Air” การพัฒนาอากาศที่ดีที่สุด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน