ONE OR EIGHT เปิดตัวสินค้ารุ่นลิมิเต็ด “GATHER” อย่างเป็นทางการ ก่อนปล่อยมินิอัลบั้มชุดแรก

บอยแบนด์ญี่ปุ่นระดับโลก ONE OR EIGHT ภูมิใจนำเสนอสินค้าอย่างเป็นทางการ “GATHER Limited Edition” ที่พร้อมให้จับจองผ่านทางร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการ เพื่อฉลองมินิอัลบั้ม GATHER ที่จะปล่อยตามมาและการทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรก 1st LIVE TOUR – GATHER คอลเลกชั่นนี้มีรายการสินค้าที่ออกแบบมาเพื่อเฉลิมฉลองยุคของ “GATHER” ได้แก่ โปสการ์ด , ชุดเข็มกลัดกระดุม , พวงกุญแจที่ออกแบบโดยสมาชิก , ผ้าเช็ดหน้า , ผ้าพันคอ , เสื้อยืด , เสื้อฮู้ด , ซองใส่โฟโต้การ์ด   และ คาราบิเนอร์ แฟนคลับที่ซื้อสินค้าครบตามยอดใช้จ่ายขั้นต่ำยังจะได้รับโบนัสพิเศษ เช่น โฟโต้การ์ดเดี่ยว , โฟโต้การ์ดคู่ , กล่องสะสมพิเศษ รวมไปถึง โอกาสเข้าร่วมงานแฟนมีตติ้งสุดพิเศษกับ ONE OR EIGHT สิทธิประโยชน์เหล่านี้มีให้ในช่วงเวลาจำกัด ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2025 – 3 กุมภาพันธ์ 2026 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

มินิอัลบั้ม GATHER นับเป็นบทใหม่แห่งการสร้างสรรค์ของ ONE OR EIGHT โดยผสานแนวดนตรีป๊อปเปี่ยมพลังที่ได้รับความนิยมระดับโลกกับงานภาพอันทรงพลังที่สอดแทรกหัวใจหลักของพวกเขาเกี่ยวกับความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและการเพิ่มศักยภาพเอาไว้ด้วย แฟนเพลง (หรือที่รู้จักในชื่อ 1DERZ) ต่างตั้งตารอก้าวต่อไปของวง พร้อมกับการมาของ GATHER ที่จะปล่อยออกมาในวันที่ 28 มกราคม 2026 ทั่วโลก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของพวกเขา ONE OR EIGHT จะเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรก ซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนมีนาคม 2026  

1st LIVE TOUR – GATHER

เสาร์ , 7 มีนาคม 2026  — Kobe Harbor Studio (KOBE)

เสาร์ , 14 มีนาคม 2026 — Nagoya ReNY limited (NAGOYA)

ศุกร์ , 20 มีนาคม 2026 — Yokohama Bay Hall (YOKOHAMA)

จะมีการประกาศวันเพิ่มเติมในภายหลัง

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา วงเพิ่งปล่อยอัลบั้มการแสดงสด “SHŪKAI FINAL in TOKYO – Live Highlights” พร้อมจัดคอนเสิร์ตออนไลน์ระดับโลก ทั้งยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ ADIDAS 3 STRIPES COLLECTION F/W 2025 อีกด้วย

เอเซอร์ ส่งพลังน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง เปิดบริการตรวจเช็ก-ทำความสะอาดเครื่องฟรี พร้อมส่วนลดอะไหล่ 20%

เอเซอร์ ประเทศไทยเดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ภายใต้แนวคิด “Acer Care for Community” ผนึกกำลังทีมศูนย์บริการในพื้นที่ เปิดโครงการช่วยเหลือเร่งด่วนสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง หลังเกิดฝนตกอย่างหนักและส่งผลให้หลายชุมชนได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะอุปกรณ์ไอทีที่เป็นสิ่งสำคัญต่อการทำงาน การเรียน และการสื่อสารในชีวิตประจำวัน

นายเจฟ ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอเซอร์ให้ความสำคัญกับสังคมมาโดยตลอด และพร้อมช่วยเหลือทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติ “พวกเราตระหนักดีว่าอุปกรณ์ไอทีคือหัวใจสำคัญของการทำงานและการเรียนรู้ การช่วยผู้ประสบภัยให้กลับมาใช้งานได้เร็วที่สุดจึงเป็นภารกิจที่เอเซอร์ให้ความสำคัญ เราหวังว่าการสนับสนุนครั้งนี้จะช่วยบรรเทาภาระของพี่น้องชาวหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงได้ไม่มากก็น้อย และเป็นกำลังใจให้ทุกคนสามารถกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง

ภายใต้โครงการนี้ เอเซอร์จัดบริการช่วยเหลือแบบครบวงจร ได้แก่


        ตรวจเช็กสภาพและทำความสะอาดเครื่องฟรี สำหรับเครื่อง Acer และ Predator        ส่วนลดค่าบริการและอะไหล่ 20% เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ประสบภัย        สิทธิพิเศษแลกซื้อเครื่องใหม่ราคาพิเศษ สำหรับเครื่องที่เสียหายจากน้ำท่วม ไม่จำกัดแบรนด์

        ให้คำปรึกษาและประเมินความเสียหายโดยช่างผู้เชี่ยวชาญของเอเซอร์

        มาตรการทำความสะอาดและอบเครื่องด้วยมาตรฐานศูนย์บริการระดับสากล เพื่อเพิ่มโอกาสให้เครื่องกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย     

บริการทั้งหมดเปิดให้รับสิทธิได้ที่ ศูนย์บริการเอเซอร์ สาขาหาดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2568 – 27 กุมภาพันธ์ 2569 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-825-9600 แผนที่สาขาหาดใหญ่: https://maps.app.goo.gl/MpJ9VgS7j68VsAK1A*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด เอเซอร์ ย้ำว่าบริการช่วยเหลือนี้ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่เป็นเจตนารมณ์ขององค์กรในการเป็นแบรนด์ที่เติบโตเคียงข้างสังคมไทย และพร้อมยืนอยู่เคียงข้างสังคมทุกครั้งที่เกิดวิกฤต 

ศิลปิน Change Artist ร่วมใจบริจาคเลือด ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

ส่งต่อพลังน้ำใจ ในช่วงวิกฤตที่เลือดกำลังขาดแคลน จากสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ที่สร้างความสูญเสียเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน สิ่งของจำเป็น ตลอดจนชีวิตผู้คนที่ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งยังมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ตกค้าง ไม่สามารถเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลได้เนื่องจากระดับน้ำที่สูง ทว่าเมื่อสถานการณ์บางจุดเริ่มคลี่คลายและน้ำเริ่มลดลง ประชาชนจำนวนมากได้ทยอยเข้ารับการรักษา ส่งผลให้ปริมาณเลือดในหลายโรงพยาบาลไม่เพียงพอต่อความต้องการอย่างเร่งด่วน

ล่าสุด ศิลปิน Change Artist จากบริษัท CHANGE2561 นำทีมโดย พี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา และ พี่เอส วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย ร่วมใจกันมาบริจาคเลือดและส่งกำลังใจ ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย อาทิ พาเวล นเรศ , ภณ ธนภณ, ปิง โอบนิธิ , เบนซ์ อัทธ์ธนิน , ไมเคิล เกียรติศักดิ์ , ท๊อปเทน ศุภกรณ์ , ลี อัสรี, มิ้ล ณัฐชนน, อ็อตโต้ พชร , ไทเกอร์ ธนวัต, บีเจ ณัฐนนท์ , ไตเติ้ล ธนธร และ ออมสิน ณัฐรัตน์ เพื่อช่วยแก้ปัญหาโลหิตที่กำลังขาดแคลน และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ในครั้งนี้

การรวมพลังของในครั้งนี้เป็นความตั้งใจของศิลปิน Change Artist ที่อยากมีส่วนช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องชาวใต้ ไม่ว่าจะเป็นการส่งต่อกำลังใจ หรือการบริจาคเลือดที่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้จริงในยามวิกฤต ทั้งยังเป็นการปลุกพลังให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคเลือดในช่วงที่ทั่วประเทศต้องการอย่างมาก

 บริษัท CHANGE2561 ขอส่งกำลังใจให้กับพี่น้องชาวใต้ในพื้นที่ประสบภัยทุกคน ขอให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว และหวังว่าพลังเล็ก ๆ จากการบริจาคเลือดในวันนี้จะช่วยให้หลายชีวิตปลอดภัยและกลับมาแข็งแรงได้ในเร็ววัน

CHANGE2561 #ChangeArtist #ร่วมใจเพื่อภาคใต้

โฮมโปร-เมกาโฮม รวมพลังพันธมิตร ส่งต่อพลังน้ำใจไทย มอบ “สินค้าช่วยฟื้นฟูบ้าน-น้ำแร่ซิกตี้ ดีกรี” ช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้

โฮมโปร และเมกาโฮม (บริษัทภายใต้การดูแลของโฮมโปร) เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “โฮมโปร เมกาโฮม ห่วงใย ร่วมใจฟื้นฟูบ้าน” หลังสถานการณ์น้ำลดในหลายพื้นที่ ซึ่งยังคงเผชิญกับความเสียหายทั้งภายในและภายนอกที่อยู่อาศัย โดยโฮมโปร และเมกาโฮม ได้มอบสินค้าฟื้นฟูบ้านเรือนหลังน้ำลด อาทิ อุปกรณ์ทำความสะอาด ชุดฟื้นฟูบ้านเรือน วัสดุเบื้องต้นสำหรับซ่อมแซม และของใช้จำเป็นต่างๆ เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ พร้อมช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาที่ท้าทายหลังภัยพิบัติ

พร้อมกันนี้ โฮมโปร และเมกาโฮม ยังได้จับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ 6ty Degrees, PHILIPS, HITACHI, SAMSUNG, MEX / SMEG, Electrolux, Bwell, ASTINA, STIEBEL ELTRON, TOSHIBA, Acerpure, TEFAL, Xiaomi, GAZU, LUCKY FLAME, STARMARK, 3MITI, TECNOGAS, TECNOPLUS และ TECNOSTAR ร่วมมอบ น้ำแร่ซิกตี้ ดีกรี (6ty Degrees), ผ้าห่ม และเตาแก๊สปิคนิค เพื่อกระจายไปยังชุมชนและศูนย์อพยพในหลายพื้นที่ของภาคใต้ที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนสิ่งของจำเป็น และน้ำดื่มสะอาดอย่างเร่งด่วน การมอบน้ำดื่มในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างโฮมโปร เมกาโฮม และพันธมิตรทางธุรกิจ ที่พร้อมสนับสนุนและยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต โดยมี นายวรพจน์ เตชะธาดากุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานจัดซื้อ Kitchen & Home Living บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร เป็นผู้แทนส่งต่อความช่วยเหลือทั้งหมด เพื่อให้การสนับสนุนต่างๆ เข้าถึงพื้นที่ที่ต้องการอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และทันท่วงที ทั้งนี้ เรายังคงติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงาน ความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อเตรียมส่งมอบความช่วยเหลือเพิ่มเติม ทั้งในด้านน้ำดื่ม สิ่งของจำเป็น อุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน รวมถึงการส่งต่อกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่

การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนถึง ความมุ่งมั่นในการยืนเคียงข้างชุมชนภาคใต้อย่างแท้จริง ไม่เพียงมุ่งเน้นการช่วยเหลือระยะเร่งด่วน แต่ยังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูบ้านเรือนและความเป็นอยู่ของประชาชนให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถกลับมามี “บ้านที่ปลอดภัย และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง”

โฮมโปร และเมกาโฮม ยังคงย้ำจุดยืนในการอยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกสถานการณ์ และพร้อมเดินหน้าส่งมอบความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างแข็งแรงและยั่งยืน

#โฮมโปรเมกาโฮมห่วงใยร่วมใจฟื้นฟูบ้าน #ไทยไม่ทิ้งกัน #น้ำท่วมหาดใหญ่ #น้ำท่วมนครศรีธรรมราช
#HomeProCares #HomeProMegaHomeTogether #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #โฮมโปร #เมกาโฮม #homepropr

LINE ประกาศผลผู้ชนะ LINE HACK 2025 สะท้อนพลังนักพัฒนาไทย สร้างนวัตกรรมแก้ปัญหาจริงให้สังคม

ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีและ AI กำลังเปลี่ยนโลกไปอย่างรวดเร็ว เวที LINE HACK 2025 ได้กลายเป็นอีกหนึ่งสนามสำคัญแสดงถึงศักยภาพของนักพัฒนาไทย ในการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อสังคม ล่าสุด LINE ประเทศไทย ประกาศผลผู้ชนะจากการแข่งขัน Hackathon ครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 6 ภายใต้ธีม “Hacking Tomorrow with LINE Technology” เปิดพื้นที่ให้เหล่านักพัฒนา และนักศึกษาจากทั่วประเทศ นำไอเดียมาต่อยอดสู่ต้นแบบนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับชีวิตคนไทย สร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคมไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม

ปีนี้ LINE HACK ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้สมัคร 137 ทีม แบ่งเป็นกลุ่มนักพัฒนาทั่วไป 72 ทีม และกลุ่มนักศึกษา 65 ทีม ก่อนคัดเลือกเหลือ 16 ทีมสุดท้าย เพื่อนำเสนอผลงานต้นแบบที่พัฒนาขึ้นภายในเวลา 48 ชั่วโมง โดยใช้เทคโนโลยีหลักคือ LINE MINI App ร่วมกับ AI พร้อมคะแนนพิเศษจากการต่อยอดด้วย LINE Messaging API หรือเทคโนโลยีอื่น เช่น Web, Mobile และ IoT สะท้อนความตั้งใจของ LINE ในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาเชิงลึกและครอบคลุมยิ่งขึ้น

ทั้ง 16 ทีมได้นำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ และผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงเทคโนโลยี ทั้งจาก LINE ประเทศไทย KASIKORN LINE และ Google Developer Group Bangkok เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 500,000 บาท โดยแบ่งรางวัลเป็นสองประเภท ได้แก่ รางวัลสำหรับกลุ่มนักศึกษา และรางวัลสำหรับกลุ่มนักพัฒนาทั่วไป

รางวัลกลุ่มนักศึกษา – ยกระดับการเรียนรู้ สร้างความปลอดภัยบนโลกออนไลน์

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ทีม “Find Dee” จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ด้วยผลงาน ‘Find-Dee’ ผู้ช่วยจัดการไฟล์อัจฉริยะในกลุ่ม LINE แก้ปัญหาการค้นหาไฟล์สื่อการเรียนที่จำเป็นไม่เจอใน LINE กลุ่ม ด้วย LINE MINI App ที่ทำหน้าที่เสมือนคลังไฟล์อัจฉริยะ รวมทุกไฟล์ไว้ในที่เดียวให้ พร้อมใช้ AI มาช่วยวิเคราะห์ เพื่อตั้งชื่อไฟล์ใหม่ จัดหมวดหมู่ให้ สะดวกต่อการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดในภายหลัง พร้อมฟังก์ชันแจ้งเตือนสมาชิกเมื่อมีการส่งไฟล์ใหม่ สมาชิกในกลุ่มสามารถตรวจสอบคอลเลกชันไฟล์ที่มีในกลุ่มได้ พร้อมเลือกแชร์ให้เพื่อนได้ทันที

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ทีม “ตี๋ติวให้” จากมหาวิทยาลัยนเรศวรกับผลงาน ‘Sheet Hub’ ติวเตอร์ AI ส่วนตัวบน LINE แก้ปัญหาการเรียนรู้ที่กระจัดกระจาย ไม่เป็นระบบ ด้วยการสร้าง LINE MINI App ให้เป็นแหล่งรวมชีตจากทุกสถาบัน ทุกหลักสูตรเก็บไว้ในที่เดียวได้ จากนั้นใช้ AI ช่วยวิเคราะห์เนื้อหา แผนการเรียนจากชีตมากมาย มาจัดระเบียบ สรุปหลักสูตร สร้างแบบฝึกหัดตามรายวิชาให้จากเนื้อหาจริงที่ผู้เรียนอัปโหลดไป ช่วยตรวจและอธิบายคำตอบให้เข้าใจง่าย เสมือนมีติวเตอร์ส่วนตัวบน LINE ทำให้การเตรียมสอบ TCAS หรือรายวิชาต่าง ๆ เป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้มากขึ้น

รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม “Tech Pro” จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับผลงาน ‘กันโกง’ ระบบตรวจสอบลิงก์ต้องสงสัยแบบเรียลไทม์บน LINE ช่วยให้คนไทยรู้ทันและกันภัยได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว โดยใช้ AI ช่วยประเมินความเสี่ยงของลิงก์ที่ได้รับใน LINE ว่าปลอดภัยหรือไม่ เสริมด้วยคอนเทนต์ความรู้ มินิเกม และระบบเลเวลภายใน LINE MINI App ช่วยเสริมทักษะ Digital Literacy ให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้วิธีป้องกันสแกมได้ง่ายและเข้าถึงได้มากขึ้น สะท้อนศักยภาพนักศึกษายุคใหม่ ที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีตอบโจทย์สังคมได้จริง

รางวัลกลุ่มนักพัฒนาทั่วไป – แก้ปัญหาชีวิตประจำวันคนไทย ไปจนถึงการจัดการชุมชน

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ทีม “วันนี้พวกเราจะกินอะไร” จากผลงาน ‘KINS LINE’ โซลูชันช่วยแก้ปัญหาอมตะของทุกกลุ่มเพื่อนอย่าง “วันนี้จะกินอะไร?” ด้วย LINE MINI App ที่พร้อมให้สมาชิกใส่ความต้องการของแต่ละคนได้ จากนั้น ใช้ AI ช่วยสรุปความคิดเห็น และวิเคราะห์นำเสนอลิสต์ร้านที่ตรงใจด้วยข้อมูลร้านผ่าน Google API แจ้งเตือนกลับในกลุ่มแชต LINE ให้สมาชิกโหวตภายในเวลาที่กำหนดไว้ พร้อมสรุปผลให้ครบจบดีลโดยอัตโนมัติ ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างรวดเร็วและโปร่งใส สมาชิกสามารถรีวิวร้านก่อนตัดสินใจ ทำให้หาข้อสรุปร่วมกันได้ภายในไม่กี่นาที

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ทีม “Examer” จากผลงาน Examer แพลตฟอร์มฝึกทำข้อสอบ TCAS ผ่าน LINE MINI App โดยรวบรวมข้อสอบจริงย้อนหลังไว้ และใช้ AI มาช่วยวิเคราะห์ เพื่อใบ้คำตอบ ตรวจสอบและเฉลยพร้อมคำอธิบาย ไปจนถึงวิเคราะห์จุดอ่อนของผู้ทำแบบทดสอบให้ พร้อมฟังก์ชัน Leaderboard โชว์ผลคะแนนในกลุ่มผู้ใช้ สร้างแรงจูงใจในการฝึกทำข้อสอบประชันฝีมือไปในตัว

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ทีม “ครึ่งวันทำ ครึ่งวันนอน” จากผลงาน รับให้หน่อย ระบบนิติบุคคลครบวงจรบน LINE ช่วยจัดการงานหมู่บ้าน คอนโดฯ ตั้งแต่รับพัสดุ แจ้งซ่อม ไปจนถึงคำนวณค่าน้ำ–ไฟ ด้วยการแจ้งเตือนให้อัตโนมัติ ลูกบ้านสามารถค้นหาตำแหน่งของพัสดุเองได้ โดยผสาน AI มาช่วยวิเคราะห์ เพื่อตอบคำถามและสร้างเคสให้อัตโนมัติ ช่วยให้การจัดการชุมชนง่าย รวดเร็ว และเป็นระบบมากขึ้น พร้อมลดภาระแอดมินและเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้ลูกบ้านไปด้วยในตัว

เวที LINE HACK 2025 จึงไม่ใช่แค่เวทีแข่งขันด้านเทคโนโลยี แต่คือพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับเยาวชนและนักพัฒนาไทย ฝึกแปลงไอเดียให้กลายเป็นบริการต้นแบบที่ต่อยอดเพื่อแก้ปัญหาจริงของสังคมได้ในอนาคต ผ่านการใช้เทคโนโลยีของ LINE ทั้ง LINE MINI App, LINE Messaging API ร่วมกับ AI นำไปสู่นวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยได้ในหลากหลายมิติ LINE ประเทศไทย จะยังคงเดินหน้าสนับสนุนเยาวชนและชุมชนนักพัฒนาไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้เทคโนโลยีไทยเติบโต แข็งแรง สร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคมไทยได้จริง

ทีทีบี ร่วมส่งกำลังใจผ่านถุงยังชีพ “แพ็คส่งยิ้ม” 1,000 ถุง ช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอุทกภัย

จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในวงกว้าง ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี พร้อมส่งต่อความห่วงใยผ่านกิจกรรม “อาสา…ช่วยกันทำ : ปันน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม” โดยมีผู้บริหารพร้อมด้วยอาสาสมัครทีทีบี ร่วมบริจาคสิ่งของและจัดทำถุงยังชีพ “แพ็คส่งยิ้ม” 1,000 ถุง เพื่อเป็นกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อนไปยังครอบครัวที่กำลังประสบความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยทั้งหมดจะถูกดำเนินการจัดส่งผ่านความร่วมมือกับ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก และกองทัพเรือ เพื่อให้มั่นใจว่าความช่วยเหลือจะถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

พร้อมตอกย้ำแนวทางการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ ผ่านมาตรการ “ตั้งหลัก” เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน รวมทั้งเพิ่มสภาพคล่องให้ทั้งลูกค้าบุคคล ผู้ประกอบการธุรกิจและ SME ให้ลูกค้าสามารถฟื้นตัว กลับมาตั้งหลักและก้าวเดินต่อไปสู่การมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น

ลูกค้าบุคคล : สอบถามความช่วยเหลือ ติดต่อคุณ Yindee ผ่าน ttb touch หรือ ทีทีบี คอนแทค เซ็นเตอร์ โทร. 1428 และสาขาของทีทีบี

            ลูกค้าธุรกิจ : ติดต่อเจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจของท่าน หรือศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม โทร. 0 2643 7000 (วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 8:00 – 20:00 น.) ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดธนาคาร

ทีทีบีขอร่วมส่งกำลังใจและและพร้อมเคียงข้างผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

ติดตามกิจกรรมดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.ttbfoundation.org

#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต

#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange

ทีเส็บเตรียมพร้อม Southern MICE Ready ชู 3 กลยุทธ์จับมือพันธมิตรร่วมฟื้นฟูไมซ์ภาคใต้หลังพ้นอุทกภัย

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ พร้อมจับมือพันธมิตรร่วมฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์พื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เตรียมพร้อมแคมเปญ Southern MICE Ready วาง 3 กลยุทธ์ Ease Up – Empower – Enhance จูงใจการจัดงานและเสริมแกร่งระบบนิเวศไมซ์ในพื้นที่ ตั้งเป้าให้งานไมซ์กลับมาจัดได้อย่างมั่นใจ สร้างงาน สร้างรายได้และรักษาความต่อเนื่องของเศรษฐกิจในพื้นที่

ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า  พื้นที่ 10 จังหวัดภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาที่มีความรุนแรงระดับภัยพิบัติ ได้กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงอุตสาหกรรมไมซ์โดยตรง ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ทีเส็บจึงได้เร่งมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉิน โดยเปิดบัญชีภายในองค์กรเพื่อรับบริจาคและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย นอกจากนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานทีเส็บภาคใต้พร้อมคณะทำงานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ ประเมินผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไมซ์ และประสานหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และพันธมิตร อาทิ สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย), สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย), สมาคมโรงแรมไทย, สมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยรวมถึงบุคลากรในอุตสาหกรรมไมซ์ รวมทั้งได้ประสานความช่วยเหลือคณะนักเดินทางไมซ์จากประเทศมาเลเซียจำนวน 15 คน อพยพออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย  

จากการสำรวจของทีเส็บในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ มีงานไมซ์ในประเทศยกเลิกการจัดงาน 1 งาน โดยเป็นงานที่มีจำนวนผู้เข้าร่วมงาน 1,200 คน และมี 3 งานที่เลื่อนการจัดงานออกไป รวมจำนวนผู้เข้าร่วม 11,400 คน  ผลกระทบเบื้องต้นต่ออุตสาหกรรมไมซ์ในพื้นที่คาดว่ามีมูลค่าประมาณ 120–150 ล้านบาท จากการสูญเสียรายได้ของโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และบริการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผลกระทบต่อความต่อเนื่องของปฏิทินไมซ์ และความเชื่อมั่นของผู้จัดงานระดับชาติและนานาชาติ

ภายหลังที่ถนนสายหลักในพื้นที่เมืองหาดใหญ่เริ่มกลับมาใช้งานได้ ทีเส็บได้ประสานกับศูนย์ประชุมโรงแรม และสถานที่จัดงาน เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและฟื้นฟูระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ และความพร้อมทางเทคนิค โดยสถานที่จัดงานหลักในพื้นที่  เช่น ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี (ICC หาดใหญ่) และ The Signature Convention Center – Hatyai Signature Hotel ไม่ได้รับความเสียหายเชิงโครงสร้างอาคาร และสามารถเปิดดำเนินการได้ เมื่อผ่านการตรวจสอบระบบความปลอดภัย ขณะที่โรงแรมไมซ์หลักกว่า 15 แห่งที่มีพื้นที่ประชุมรวมกว่า 10,000 ตร.ม. รวมถึง ลีการ์เดนส์ พลาซ่า หาดใหญ่  พื้นที่โซนกิจกรรมกลางเมืองและย่านถนนนิพัทธ์อุทิศ ยังอยู่ในระหว่างการฟื้นฟู

ในด้านการฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ในช่วงที่ทุกภาคส่วนดำเนินการปรับปรุงจัดระเบียบพื้นที่และผู้ประกอบการตลอดจนสถานที่จัดงานกำลังเร่งปรับปรุงอาคารและระบบสนับสนุนการจัดงานเพื่อให้กลับมารองรับกิจกรรมไมซ์ได้ตามมาตรฐาน ทีเส็บได้นัดหารือผู้ประกอบการไมซ์ในอำเภอหาดใหญ่ เพื่อวางแผนกระตุ้นการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมไมซ์ในภาคใต้ภายใต้แคมเปญ Southern MICE Ready ที่จะได้รับการขับเคลื่อนด้วย 3 กลยุทธ์สำคัญคือ Ease Up – Empower – Enhance โดยจะมีแพ็กเกจสนับสนุนการจัดงานที่ออกแบบมาใช้เฉพาะภาคใต้คือลดขั้นตอนและเงื่อนไขการขอรับการสนับสนุน เพื่อจูงใจงานที่เลื่อนให้กลับมาจัดใหม่ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2568 – กันยายน 2569 รวมทั้งดึงงานอื่นๆ ทั้งงานในประเทศและงานจากต่างประเทศให้มาจัดในพื้นที่ พร้อมๆ กับการเสริมความแข็งแกร่งระบบนิเวศไมซ์

กลยุทธ์ Ease Up มุ่งเร่งฟื้นกิจกรรมไมซ์อย่างต่อเนื่อง ลดเงื่อนไขการสนับสนุนการจัดงานให้ยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยอำนวยความสะดวกด้านปฏิบัติการให้ผู้ประกอบการกลับมาจัดงานได้อย่างต่อเนื่องในช่วงฟื้นฟู สนับสนุนทั้งงานองค์กร งานรัฐ–เอกชน งานประชุมวิชาการ งานเทศกาล และงานแสดงสินค้าขนาดกลาง–ใหญ่ พร้อมส่งเสริมการกระจายงานไมซ์จากส่วนกลางสู่ภูมิภาค สร้างรายได้และความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง

ส่วนกลยุทธ์ Empower มุ่งดึงดูดและสนับสนุนการจัดงานไมซ์ในจังหวัดต่าง ๆ โดยทีเส็บจะเป็นตัวกลางเชื่อมโยงผู้จัดงานกับผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมสนับสนุนงบประมาณและสิทธิประโยชน์ด้านการตลาดให้กับการจัดงาน รวมไปถึงการผลักดันงานใหม่ๆ ลงพื้นที่ จัดทริปให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเยี่ยมชมพื้นที่เพื่อกระตุ้นการจัดประชุม รวมทั้งเร่งการสื่อสารประชาสัมพันธ์ความพร้อมของพื้นที่จัดงาน เพื่อให้ตลาดไมซ์มีความมั่นใจที่จะจัดงานในพื้นที่

สำหรับกลุยทธ์ Enhance มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศไมซ์ภาคใต้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการควบคู่กับการยกระดับคุณภาพบริการและมาตรฐานสถานที่จัดงาน พร้อมสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ภูมิภาคนี้สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

“ในฐานะที่สงขลาเป็นเมืองไมซ์ ทีเส็บจึงมุ่งผลักดันสงขลาให้กลับมาเป็นศูนย์กลางไมซ์ของภาคใต้อีกหนึ่งแห่ง ผ่านการฟื้นฟูอุตสาหกรรม การสร้างโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น และการสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศไมซ์ที่เข้มแข็งให้กับพื้นที่ทั้งในจังหวัดสงขลาและจังหวัดอื่นๆ ที่มีศักยภาพในภาคใต้ เพื่อให้สามารถรองรับงานไมซ์ขนาดใหญ่และสร้างความต่อเนื่องทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคง และเพื่อตอกย้ำให้เห็นพลังของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในการช่วยกันก้าวข้ามวิกฤติและร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่” ดร. ศุภวรรณ กล่าวปิดท้าย

ตลาดไอทีไทยยังแรง “COMMART UNBOX” ปลายปีเผยสินค้ากลุ่ม AI ขายดีที่สุด

บมจ.เออาร์ไอพี ผู้จัดงาน “COMMART UNBOX” เผยความสำเร็จของงานมหกรรมสินค้าไอทีปลายปี ชี้ให้เห็นถึงความต้องการสินค้าไอทีที่ยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าและอุปกรณ์ที่รองรับ AI ที่ได้รับความนิยมสูงในตลาด ดันยอดขายส่งท้ายปีเป็นไปตามคาด ตลอด 4 วัน ระหว่างวันที่ 27 – 30 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อไอซีทีและการจัดงาน บมจ.เออาร์ไอพี กล่าวว่า “งานคอมมาร์ตส่งท้ายปี 2568 มียอดขายเป็นไปตามเป้าหมาย ด้วยไฮไลท์จากนวัตกรรมใหม่ๆ ที่นำมาจัดแสดง พร้อมทั้งสินค้าโปรแรงที่ตอบโจทย์นักช้อป ทำให้บรรยากาศการจับจ่ายในงานคึกคักตลอดทั้ง 4 วัน ความสำเร็จนี้ต้องขอขอบคุณพันธมิตรผู้ร่วมออกบูธ ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่โดดเด่นและตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคในยุค AI”

“สำหรับสัดส่วนสินค้าขายดีภายในงาน ประกอบด้วย Laptop / โน้ตบุ๊ก พุ่งสูงถึง 54%, รองลงมาเป็นสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฟน 19%, GPU / การ์ดจอ 12%, คอมพิวเตอร์ประกอบ (ComSet / DIY) 9%, มอนิเตอร์ 6% โดยโน้ตบุ๊กและอุปกรณ์ที่รองรับการทำงานด้าน AI ยังคงครองความนิยมอันดับหนึ่ง เนื่องจากในงานครั้งนี้มีวางจำหน่ายครบทุกรุ่นและมีจำนวนเพียงพอต่อความต้องการของผู้ซื้อ ขณะที่อุปกรณ์กลุ่มการ์ดจอและแรมมีความต้องการเพิ่มขึ้นเนื่องจากราคามีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในปีหน้า ทำให้ผู้บริโภคจึงตัดสินใจซื้อภายในงานมากขึ้น ด้าน SmartPhone มียอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากครั้งนี้มีบูธจำหน่ายภายในงานมากกว่าทุกครั้ง ชุดคอมพิวเตอร์ DIY ยังคงตอบโจทย์ความคุ้มค่าจากการจัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม

นอกจากนั้นแล้วสินค้ากลุ่ม SmartHome ที่มีมากขึ้นในงานเพื่อตอบโจทย์ Smart Living ของคนยุคใหม่ และผู้บริโภคหลายคนใช้โอกาสนี้เป็นช่วงเวลาในการซื้อสินค้าเป็นของขวัญให้กับตนเองและคนที่รักนั่นเอง”

แบรนด์สินค้าที่ได้รับความนิยมและทำยอดขายได้ดี ได้แก่ Acer, AMD, Apple, Asus, Galax, HP, Intel, Lenovo, MSI และ Samsung ส่วนร้านค้าปลีกที่ได้รับผลตอบรับดีเยี่ยม ได้แก่ Banana, IT CITY, JIB, Speed และ SPVi
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณผู้เข้าชมงานและนักช้อปทุกท่าน ทางผู้จัดงานได้จัดกิจกรรมลุ้นรางวัล “Commart Bonus” แจก Gadget สุดพิเศษ โดยได้จับรางวัลรายวันเป็นที่เรียบร้อยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีได้ที่ช่องทางออนไลน์ของคอมมาร์ต www.commartThailand.com และ www.facebook/commartThailand
พร้อมพบกับงาน “คอมมาร์ต” ครั้งต่อไป ระหว่างวันที่ 6 – 9 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เช่นเดิม

“หนุ่ม–กรรชัย” พร้อมพันธมิตร ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

“หนุ่ม–กรรชัย กำเนิดพลอย” ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรรายการ โหนกระแส ทางช่อง 3 ร่วมกับ บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์ LYO นำโดย นพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัท พร้อมด้วยเครือพันธมิตรภาคธุรกิจชั้นนำ ได้ร่วมกันส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและของใช้จำเป็นเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด

การสนับสนุนในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายแบรนด์ อาทิ M-150, Dutch Mill, NESCAFÉ, SALZ, เบลล์ เครื่องดื่มรังนก, ยาอมกำกิกเผี่ยง, ข้าวเกรียบ PR BigBag, ขนมปังเลอแปง, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไวและควิกแสบ, AJINOMOTO, รองเท้า VING และ เครื่องใช้ไฟฟ้า TOSHIBA ที่ร่วมจัดเตรียมสินค้าและสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ส่งมอบให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งยังคงเผชิญกับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสิ่งของที่สนับสนุนทั้งหมดได้ถูกส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อกระจายเข้าชุมชนอย่างเหมาะสมและทั่วถึง ช่วยเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่ในภาคสนามให้สามารถเข้าถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

โดย “หนุ่ม กรรชัย” กล่าวว่า “สำหรับสิ่งของต่างๆ  เราจะส่งไปให้ผู้ประสบอุทกภัย เราขอเป็นอีกกำลังใจ ให้กับพี่น้องชาวใต้ ขอเป็นส่วนเล็กๆ ที่ไปเติมเต็มให้กับพี่ๆ น้องๆ และขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องชาวใต้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปให้ได้ครับ”

การร่วมไม้ความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชน ภาคเอกชน และภาคธุรกิจในครั้งนี้ สะท้อนถึงพลังน้ำใจของคนไทยที่พร้อมยืนเคียงข้างกันในยามวิกฤต และเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวภาคใต้ในสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้

คริสต์มาสนี้มีมิวสิคัลไทยภาษาอังกฤษเรื่องแรกของประเทศมาเสิร์ฟแล้วนะ ! Dream ! (ดรีม !) หนังเพลงที่กวาดรางวัลระดับโลกก่อนฉาย 18 ธันวาคม นี้

Dream ! ดรีม ! ไม่ได้เป็นแค่หนังเพลงธรรมดา แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผู้สร้างกล้าฉีกกรอบเดิม ๆ ด้วยการเลือกใช้ ภาษาอังกฤษ เป็นสื่อหลักในการเล่าเรื่อง ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการเปิดประตูสู่ตลาดโลก และนำเสนอเรื่องราวที่มีความเป็นสากลแต่ยังคงจิตวิญญาณแบบไทยไว้ได้อย่างลงตัว

     หนังเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ Paul Spurrier (พอล สปาเรีย) ผู้กำกับชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงในแวดวงหนังอิสระของไทย เจ้าของผลงานคุณภาพอย่าง The Forest และ Eullenia การันตีได้เลยว่าลายเซ็นต์ของผู้กำกับคนนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน

สิ่งที่ตอกย้ำความน่าสนใจของ Dream ! คือรางวัลที่กวาดมาได้ ซึ่งไม่ใช่รางวัลธรรมดา แต่เป็นเวทีที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

Thai Panorama จากงาน Bangkok International Film Festival 2025 (BKKIFF 2025) : รางวัลนี้พิสูจน์ถึงคุณภาพในบ้านเรา

FIRST PRIZE จาก Rhode Island Film Festival 2025 (Oscar-qualifying) : รางวัลนี้โคตรสำคัญ ! เพราะเทศกาลนี้เป็นหนึ่งในเทศกาลที่หนังที่ได้รับรางวัลมีสิทธิ์เข้าชิงรางวัลออสการ์ด้วย ! แปลว่าคุณภาพไม่ได้อยู่ในไทยเท่านั้น แต่ทัดเทียมสากลเลยทีเดียว

Best Foreign Feature จาก New York’s NYLIFF : การันตีความเป็นหนังต่างประเทศยอดเยี่ยมบนเวทีที่ New York

      การคว้ารางวัลเหล่านี้มาได้ เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า Dream ! มีศักยภาพในการก้าวข้ามขีดจำกัดทางภาษาและวัฒนธรรม พร้อมที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั่วโลกอย่างแท้จริง

เรื่องย่อ Dream ! ดรีม !
พล็อตเรื่องของ Dream ! นั้นเรียบง่ายแต่กินใจ เล่าเรื่องราวของเด็กหญิงคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ทางตอนเหนือของประเทศไทย แต่ชีวิตพลิกผันเมื่อเธอกลายเป็นเด็กกำพร้าอย่างน่าสลด เธอจึงต้องออกเดินทางตัวคนเดียวเพื่อค้นหาบ้านและครอบครัวใหม่ การเดินทางของเธอจะพาผู้ชมท่องไปทั่วประเทศไทย ผ่านการผจญภัยมากมายที่เต็มไปด้วยความหวัง ความฝัน และเสียงเพลงที่ไพเราะ นี่คือเรื่องราวที่จับใจและอบอุ่นหัวใจ เหมาะกับการดูในช่วงเทศกาลปลายปีแบบนี้เลย

Dream ! มาพร้อมกับทีมนักแสดงที่แน่นมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น อมตา มาศมาลัย, มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล, วิทยา ปานศรีงาม, วิชญาณี เปียกลิ่น, ลุค อิชิคาว่า พลาวเดน, สมเถา สุจริตกุล ศิลปินและนักประพันธ์เพลงคลาสสิกชื่อดังระดับโลก และที่พลาดไม่ได้คือ น้องมะนาว นักแสดงหน้าใหม่ดาวรุ่งที่ถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครได้อย่างลึกซึ้งและเป็นธรรมชาติมาก ๆ การแสดงของเธอเต็มไปด้วยพลังและความจริงใจ คาดว่าหลังจากนี้เธอจะกลายเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่น่าจับตามองของวงการแน่นอน
Dream ! ดรีม ! ไม่ได้เป็นแค่หนังไทยธรรมดา แต่เป็นผลงานที่สร้างประวัติศาสตร์ให้วงการภาพยนตร์ไทย ด้วยการใช้ภาษาอังกฤษตลอดทั้งเรื่อง การบรรเลงดนตรีออร์เคสตร้าสด และทีมงานระดับโลก ทั้งหมดนี้ถูกนำมาผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเล่าเรื่องราวสุดซึ้งของเด็กกำพร้าที่ออกเดินทางหาความฝันและบ้านใหม่

      คริสต์มาสนี้ห้ามพลาด ! มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยกับ Dream ! เข้าฉายพร้อมกันทั่วประเทศ 18 ธันวาคม 2568