“คิมเบอร์ลี่” คัมแบ็กจอแก้ว! ช่อง 3 ในรอบหลายปีพร้อมประชันบทบาทเข้มกับ “แพร-โยเกิร์ต” ใน “Translator”

ทำเอาแฟนละครเฮกันถ้วนหน้า เมื่อช่อง 3 ปล่อยภาพฟิตติ้งผลงานเรื่องใหม่ “Translator” ของค่ายสเต็ปเพาเวอร์ทรี ซึ่งถือเป็นการคัมแบ็กจอแก้วในรอบหลายปีของนางเอกมากฝีมือ คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส หลังห่างหายจากงานละครไปพักใหญ่ นับเป็นการกลับมาที่ท้าทายความสามารถทางการแสดงอย่างมาก นอกจากนี้ยังรวมทีมนักแสดงฝีมือเฉียบมาร่วมประชันบทบาทเข้มข้นอย่าง แพร พิชาภา และ โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ ที่มาเติมเต็มเรื่องราวให้ดราม่าเข้มข้นขึ้น

งานนี้คิมเบอร์ลี่เผยความรู้สึกผ่านโซเชียลมีเดียว่า ได้ตัดสินใจรับบทดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย พร้อมบอกเล่าความตื่นเต้นกับตัวละครที่มีมิติ ลึก และซับซ้อน เต็มไปด้วยความลับและเชื่อมโยงกับ “ความจริงที่ยังไม่ถูกแปล” ตามคอนเซ็ปต์ของเรื่อง การกลับมาครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดที่สำคัญในเส้นทางนักแสดงของคิมเบอร์ลี่ ที่แฟนๆ ต่างเฝ้ารอชมพัฒนาการและพลังการแสดงในบทบาทใหม่ ซึ่งคาดว่าจะสร้างกระแสและความน่าสนใจให้กับวงการละครอีกครั้งอย่างแน่นอน

PDPC ชี้แจงทุกขั้นตอน: กรณีข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เน้นสอบทุกประเด็นการกระทำผิด ไม่มีการเลือกปฏิบัติ

(กรุงเทพฯ, 16 ธันวาคม 2568) พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC หรือ สคส.) ได้ออกแถลงการณ์เพื่อชี้แจงความคืบหน้าและหลักการในการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลในสื่อสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับบุคลลใกล้ชิดของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดีอี โดยเลขาธิการ PDPC ยืนยันว่า สำนักงานฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบทุกประเด็นอย่างรวดเร็วและเป็นไปตามหลักนิติธรรม โดยยึดถือบทบัญญัติของกฎหมาย PDPA เป็นสาระสำคัญ

เลขาธิการ พ.ต.อ.สุรพงศ์ ได้สรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้นและแนวทางการบังคับใช้กฎหมายใน 2 ประเด็นหลัก ดังนี้

1. ประเด็นการกระทำของผู้โพสต์ข้อมูล (กรณีมาตรา 4(1))

​สำนักงานฯ ได้พิจารณาการกระทำของผู้โพสต์ข้อมูลดังกล่าวแล้ว พบว่า เนื่องจากเป็นการโพสต์ข้อมูลส่วนบุคคลของคู่กรณีในลักษณะการประชดประชัน และ มิได้มีเจตนาในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอเพื่อกิจการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ การกระทำนี้จึงเข้าข่ายการดำเนินการเพื่อประโยชน์ส่วนตน ซึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมาย PDPA ตามมาตรา 4(1)

“อย่างไรก็ตาม แม้การกระทำนี้จะอยู่นอกเหนือขอบเขตการกำกับดูแลของ PDPA หากการโพสต์ดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ผู้โพสต์อาจมีความรับผิดตามกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไปได้ เช่น ความผิดฐานหมิ่นประมาท” โดยความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดส่วนตัวที่ผู้เสียหายสามารถร้องทุกข์มอบคดีต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีได้

2. ประเด็นการรั่วไหลของข้อมูลจากผู้ควบคุมข้อมูล (Data Controller)

​ในส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลที่ถูกนำมาโพสต์อาจเป็นข้อมูลที่รั่วไหลมาจากการควบคุมดูแลของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งถือเป็น “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ตามกฎหมาย PDPA นั้น เลขาธิการ PDPC ชี้แจงว่า “ประเด็นนี้อยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมาย PDPA อย่างเต็มรูปแบบ โดย สตช. มีหน้าที่ตามกฎหมายในการตรวจสอบและแจ้งเหตุการละเมิดมายัง PDPC ภายใน 72 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้ สตช. ได้ดำเนินการแจ้งเหตุการละเมิดเข้ามาแล้ว แต่ข้อมูลที่แจ้งมานั้น ยังไม่ครบถ้วนเพียงพอต่อการสรุปข้อเท็จจริง ดังนั้น PDPC จึงได้ส่งหนังสือให้ สตช. ชี้แจงและจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมเป็นการเร่งด่วน”

หากผลการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า สตช.มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA อาทิ ไม่ได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสมเพียงพอ หรือหากมีผู้เสียหายใช้สิทธิร้องเรียนมา สำนักงานฯ จะเร่งรายงานต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาโทษทางปกครองต่อไปอย่างไม่มีการละเว้น

เฮเฟเล่ #Comeback บนเวทีสถาปนิก’69 จับมือ “Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research” พลิกโฉมมุมสินค้าเป็นสตูดิโองานดีไซน์ เตรียมสร้างประสบการณ์ที่ทุกคน #ไม่เคยเห็นมาก่อน

เฮเฟเล่ ประเทศไทย เตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ บนเวที ASA Architect Expo 69 หรือ “งานสถาปนิก’69” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ด้วยการถ่ายทอดมุมมอง ผ่านบทบาทของแบรนด์โซลูชันเรื่องบ้านและงานอาคาร ที่อยากชวนคนไทยไปสัมผัสกับประสบการณ์งานดีไซน์รูปแบบใหม่ จากการร่วมมือกับ “Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research” เปลี่ยนจากบูธโชว์สินค้าให้เป็น “สตูดิโอชิ้นงานสถาปัตยกรรม” ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน พร้อมให้สัมผัสในปี 2569

ปีนี้ เฮเฟเล่ได้เลือกทำงานร่วมกับ “Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research” นำโดยคุณเจอร์รี่ หง (Jenchieh Hung) และ คุณกุลธิดา ทรงกิตติภักดี สตูดิโอสถาปนิกชั้นนำระดับนานาชาติที่มีผลงานทั้งด้านสถาปัตยกรรมทั้งในและต่างประเทศ โดยมีลายเซ็นสำคัญคือแนวคิด design + research ที่ไม่ได้มองอาคารแค่ในเชิงโครงสร้าง แต่ใช้การวิจัยและตีความ “ภูมิทัศน์เอเชีย” ผ่านวิธีคิดใหม่ ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีมิติทางวิถีชีวิตที่หลากหลาย การจับมือกันระหว่างเฮเฟเล่และ HAS design and research จึงไม่ใช่เพียงการให้สถาปนิกมาออกแบบบูธหรือสินค้า แต่เป็นการให้ทีมออกแบบระดับโลกมาตีความโซลูชันด้านฮาร์ดแวร์ แสงสว่าง ห้องครัว ไปจนถึงห้องน้ำของเฮเฟเล่ให้กลายเป็นภาษาทางสถาปัตยกรรมที่เล่าเรื่องการอยู่อาศัยในยุคใหม่ได้อย่างมีมิติ

นางสาวเสาวนีย์ เสริมศุภกรวงศ์ Sales Director บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายมุมมองของแบรนด์ต่อการร่วมงานครั้งนี้ ว่างานสถาปนิก’69 เป็นเวทีสำคัญที่เฮเฟเล่ใช้ถ่ายทอดมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับการอยู่อาศัยและการออกแบบ “เฮเฟเล่มีความเชื่อว่า ‘นวัตกรรมที่ดี’ ไม่ได้มีแค่การสร้างสินค้ามากขึ้น แต่รวมไปถึงการพัฒนาโซลูชันที่ช่วยให้การใช้ชีวิตและพื้นที่ใช้งานมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม ปีนี้เฮเฟเล่จึงตั้งใจนำเสนออีกมิติที่แตกต่าง ทั้งในเชิงแนวคิด รูปแบบการดีไซน์ และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหน รวมถึงเรื่ององค์ประกอบ ที่เราออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับวงการสถาปัตยกรรมและดีไซน์ ซึ่งเฮเฟเล่มั่นใจว่าผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างแน่นอน”

จากวิธีคิดของ HAS design and research ที่ออกแบบผ่านบริบทความเป็นเมืองและภูมิทัศน์เอเชีย ทำให้พื้นที่ของเฮเฟเล่ในงานสถาปนิก’69 จึงมีการจัดวางให้เป็นมากกว่าบูธแสดงสินค้า ที่เป็นเหมือนสตูดิโอชิ้นงานสถาปัตยกรรม ที่หยิบเอาองค์ประกอบของบ้านและอาคารมาจัดวางใหม่ให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน แสง พื้นผิว และการเคลื่อนไหวภายในพื้นที่เดียวกัน โดยผู้ชมงานจะไม่ได้แค่เดินผ่านชุดฟิตติ้ง ครัว หรือโคมไฟไปทีละชิ้น แต่จะได้เห็นว่านวัตกรรมของเฮเฟเล่เหล่านี้ เมื่ออยู่ในสายตาและการจัดวางของสถาปนิกระดับโลก จะกลายเป็นพื้นที่ด้านประสบการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับการใช้ชีวิตและอยู่อาศัยได้อย่างไร

อีกเบื้องหลังสำคัญของความร่วมมือนี้ คือดีเอ็นเอแบบ German Engineering ที่เฮเฟเล่ยึดมั่นมาโดยตลอด ในฐานะผู้นำด้าน Home & Building Solutions ที่มอบโซลูชันแบบครบวงจร ตั้งแต่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เฟอร์นิเจอร์ฟิตติ้ง เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำ ไปจนถึงเรื่อง Lighting Solutions ที่ไม่ได้ให้เพียงแสงสว่าง แต่มอบ“คุณภาพแสงที่ยกระดับการใช้ชีวิต” ทำให้ปีหน้า รวมถึงบนเวทีสถาปนิก’69 จะเป็นอีกก้าวสำคัญที่เฮเฟเล่เดินหน้าผลักดันแนวคิด Smart Living อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งในมุมโซลูชันที่ช่วยให้บ้านและอาคารฉลาดขึ้น หรือการออกแบบรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้ทุกการใช้งานมีความสะดวก ปลอดภัย และสวยงาม ผ่านการผสานอย่างลงตัวของงานดีไซน์และเทคโนโลยี

เฮเฟเล่จึงอยากชวนสถาปนิก อินทีเรียดีไซเนอร์ เจ้าของธุรกิจ จนถึงคนรักบ้านทุกคน มาสัมผัสประสบการณ์ครั้งนี้ด้วยตัวเองในงานสถาปนิก’69 ระหว่างวันที่ 28 เมษายน 2569 – 3 พฤษภาคม 2569 ที่บูธ TP05 ฮอลล์ 2 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

“ในปี 2569 ที่วงการสถาปัตยกรรมกำลังมองหาภาษาการดีไซน์รูปแบบใหม่ เฮเฟเล่ x งานสถาปนิก’69 จะเป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้เห็นด้วยตาว่าโซลูชันเรื่องบ้านและอาคารจากเยอรมนี เมื่อถูกเล่าด้วยภาษาของสถาปนิกและงานศิลปะ จะสามารถกลายเป็นประสบการณ์ที่ #ไม่เคยเห็นมาก่อน ได้อย่างไร” คุณเสาวนีย์ ทิ้งท้าย

“กรมการขนส่งทางบก” จับมือ “กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน” ติวเข้มผู้ขับรถขนส่งทั่วไทย! ผนึกกำลังยกระดับมาตรฐานขับขี่ปลอดภัย ป้อนตลาดโลจิสติกส์ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานพร้อมภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน สหพันธ์ การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และผู้ประกอบการขนส่ง จัดพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ขับรถขนส่ง เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนน และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กรมการขนส่งทางบก กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นการผนึกกำลังพัฒนาศักยภาพผู้ขับรถขนส่ง เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน พร้อมผลิตนักขับรถมืออาชีพป้อนระบบโลจิสติกส์ไทยให้เข้มแข็งและแข่งขันได้ ณ กรมการขนส่งทางบก วันก่อน

ช่อง 7 ปลุกพลังรักชาติ ชวนส่งกำลังใจถึงทหารผู้เสียสละ

ช่อง 7HD เปิดไฟสัญลักษณ์ธงไตรรงค์ ปลุกพลังรักชาติ ส่งกำลังใจทหารกล้าแนวหน้า จากสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา และยืนยันจุดยืนของช่อง 7HD ในการอยู่เคียงข้างสังคมไทย พร้อมส่งต่อความห่วงใย ความปรารถนาดี และกำลังใจไปยังผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกนายที่เสียสละเพื่อผืนแผ่นดินไทย

บรรยากาศการแสดงพลังครั้งนี้ มีผู้ประกาศข่าวและพนักงานช่อง 7HD อาทิ เปรมสุดา สันติวัฒนา, สวิตต์ ลีละพงศ์วัฒนา, กฤษดา นวลมี, ศจี วงศ์อําไพ, จีรนันท์ เขตพงศ์, กมลาสน์ เอียดศรีชาย, ปิ่นปินัทธ์ ฐากุลวีรนันท์, นภัสกรณ์ เสรีโรจนสิริ, สุคนธ์เพชร ผลประดิษฐานนท์ และณิชารีย์ พัดทอง ร่วมกิจกรรม รวมถึงประชาชนชาวไทยจากหลากหลายภาคส่วน ที่ต่างแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ธงชาติไทยอย่างพร้อมเพรียง

ช่อง 7HD ขอเชิญชวนคนไทยทุกคน รวมพลังให้กำลังใจพี่น้องทหารไทยผู้เสียสละ พร้อมส่งความห่วงใยไปยังประชาชนในพื้นที่ชายแดน ขอให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ช่อง7hd #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทหารไทย🇹🇭

โตชิบา ยืนหนึ่งตลาดไทย คว้าแชมป์ยอดขายตู้เย็นและไมโครเวฟ

โตชิบา ไทยแลนด์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ด้วยการคว้าตำแหน่งแบรนด์ตู้เย็นและไมโครเวฟที่มียอดขายอันดับ 1 ในประเทศไทย จากผลสำรวจของ GfK บริษัทวิจัยข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจการตลาดและผู้บริโภค สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อคุณภาพ ความทนทาน และนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์โตชิบาตลอดมา

ข้อมูลอ้างอิงจาก GfK Market Intelligence ครอบคลุมช่วงเวลา 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2024 ถึง
31 ตุลาคม 2025 ผลการจัดอันดับนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของโตชิบาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคชาวไทย โดยเน้นเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงาน คงความสดของอาหาร และใช้งานง่าย รวมถึงดีไซน์ที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ของครอบครัวไทย

โตชิบายังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยมาตรฐานญี่ปุ่น พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานที่เชื่อถือได้ในทุกครอบครัวต่อไป ชมข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/ToshibaLifestyleThailand  หรือ www.toshiba-lifestyle.com/th

พาราไดซ์ พาร์ค ชวนฟังเคล็ดลับสมดุลชีวิตยุคดิจิทัล โดย อาจารย์ ดร.ตฤณห์ นักอาชญาวิทยาและนักจิตวิทยาพฤติกรรมชื่อดัง ในงาน PARADISE PARK HEALTH & WELLNESS 18 ธ.ค. นี้

เดินหน้าส่งเสริมสังคมสุขภาพดีอย่างรอบด้าน พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค จัดงานPARADISE PARK HEALTH & WELLNESS #สมดุลชีวิตยุคดิจิทัล เพื่อสร้างความรู้และการดูแลสุขภาพในโลกที่เทคโนโลยีอยู่รอบตัว ทั้งการเสริมสุขภาวะทางกายและการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตท่ามกลางกระแสข้อมูลออนไลน์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ภายในงานพบกับการบรรยายสุดพิเศษ “สมดุลชีวิตยุคดิจิทัล” โดยนักอาชญาวิทยาและนักจิตวิทยาพฤติกรรมชื่อดัง อาจารย์ ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จะมาแบ่งปันองค์ความรู้และแนวคิดสำคัญในการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัยและมีความสุข พร้อมเปิดมุมมองใหม่ในการดูแลตัวเองทั้งกายและใจ อาทิ เทคนิคช่วยให้หลับลึกอย่าง มีคุณภาพ การดูแลใจ และทักษะรู้เท่าทันกลโกงออนไลน์ และพิเศษ! สมาชิก MBK PLUS กดรับสิทธิ์ทาง LINE @mbkplus ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมฟรี (ไม่จำกัดจำนวน)

มาเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น ทั้งในด้านร่างกาย อารมณ์ และการใช้เทคโนโลยีอย่างฉลาดและปลอดภัย ในงาน PARADISE PARK HEALTH & WELLNESS #สมดุลชีวิตยุคดิจิทัล ในวันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 14.00 น. – 15.00 น. ณ ชั้น 3 โซน Beauty & Health ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตาแกรม paradisepark_th และยูทูป paradiseparkchannel

พาราไดซ์พาร์ค #Paradisepark #HEALTHANDWELLNESS #สมดุลชีวิตยุคดิจิทัล #ดร.ตฤณห์

โบว์ เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์ – อ้น นพพันธ์ บุญใหญ่ นำทีมถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตผู้สูงอายุ ในละครสร้างสรรค์ “Return to Reset : เมื่อชีวิตย้อนเวลากลับไป (ไม่) ได้?” ภายใต้โครงการ “Happy Me” สื่อสร้างสรรค์สร้างสังคมสูงวัยเชิงรุก

วงการบันเทิงไทยเตรียมพบกับละครชุดแนว ดรามา – แฟนตาซี ที่ทั้งอบอุ่น ซึ้ง และชวนตั้งคำถามกับชีวิต กับผลงานเรื่อง “Return to Reset : เมื่อชีวิตย้อนเวลากลับไป (ไม่) ได้?” ละคร 5 ตอน ที่ได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง โบว์ เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์ รับบทคุณย่า “เนรัญชรา” และ อ้น นพพันธ์ บุญใหญ่ รับบทคุณปู่ “สาคร” พร้อมด้วยนักแสดงร่วม อาทิ กฤตภัทร ธนชิตบุริมนาถ ณัฐศิษฐ์ ไชยประสิทธิ์ และ พราว ทอแสงระพี มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของการเตรียมพร้อมชีวิตในแต่ละช่วงวัยสู่วัยชราที่ต้องเผชิญคำถามสำคัญของชีวิตและความสุข

ผลงานเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Happy Me สื่อสร้างสรรค์สร้างสังคมสูงวัยเชิงรุก” ที่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ผลักดันขึ้น เพื่อเปลี่ยนภาพจำของผู้สูงอายุในสังคมไทย จากความอ่อนแอและการพึ่งพิง ไปสู่การ “สูงวัยเชิงรุก” ที่ยังมีคุณค่า มีบทบาท และมีความสุขได้ในทุกช่วงชีวิต

เนื้อหาของละครผสานความเป็นดรามาและแฟนตาซี ผ่านเรื่องราวของตัวละครที่ได้รับโอกาสย้อนกลับไปทบทวนอดีต เพื่อค้นหาคำตอบว่า ความสุขที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร โดยสอดแทรกแนวคิดเรื่องการเตรียมพร้อมชีวิตในทุกมิติ ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ความมั่นคง และความสัมพันธ์ในครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Active Aging หรือการสูงวัยอย่างกระฉับกระเฉงและมีเป้าหมาย

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดเผยว่า โครงการ Happy Me มุ่งสร้างการตระหนักรู้แก่ประชากรวัยทำงาน วัยเตรียมเกษียณ และผู้สูงอายุวัยต้น ให้เห็นความสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและมีความสุขในระยะยาว โดยใช้พลังของสื่อสร้างสรรค์เป็นตัวเชื่อม ลดช่องว่างระหว่างวัย และสร้างความเข้าใจร่วมกันในสังคม พร้อมตั้งเป้าหมายให้ผลงานเข้าถึงประชาชนมากกว่า 1,000,000 คน

ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. กล่าวว่า โครงการนี้สะท้อนบทบาทของสถาบันในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม ผ่านสื่อที่เข้าถึงง่ายและมีพลังในการยกระดับคุณภาพชีวิต โดยเริ่มจากการสร้างความสุขทางใจและความอบอุ่นในครอบครัว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมที่เข้มแข็ง

ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร สจล. และอาจารย์ประจำวิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าโครงการ ระบุว่า “Return to Reset” ไม่ใช่เพียงละคร แต่เป็นการถ่ายทอดวิชาชีวิตผ่านตัวละครที่เป็นภาพแทนของผู้คนหลากหลายช่วงวัย ชวนผู้ชมตั้งคำถามกับตัวเองถึงความหมายของความสุข การดูแลกายใจ ความมั่นคง และการมีส่วนร่วมในสังคม ซึ่งล้วนเป็นหัวใจของการสูงวัยเชิงรุก

นอกจากละครแล้ว โครงการ Happy Me ยังมีพ็อกเก็ตบุ๊ก “Grandpa’s Diary บันทึกรักของคุณปู่” ที่เล่าเรื่องชีวิตของปู่สาครในอีกมุมหนึ่ง ที่ชวนอบอุ่นหัวใจ รวมถึงบทเพลงประกอบละคร “จำได้ไหม” ประพันธ์และขับร้องโดยนักศึกษาหลักสูตร Creative Arts วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล. ขับร้องโดย โม – ขวัญฤทัย บูรณบุณย์ ที่ช่วยเติมอารมณ์และความหมายให้เรื่องราวยิ่งลึกซึ้ง

เมื่อความสุขไม่ใช่ปลายทาง แต่คือการเริ่มต้นใหม่ “การย้อนเวลา” เป็นสัญลักษณ์ของการทบทวนชีวิตในแต่ละช่วงวัย ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนอดีต แต่เพื่อเข้าใจและยอมรับเส้นทางชีวิตของตนเอง พร้อมค้นพบว่าความสุขที่แท้จริงอาจอยู่ใกล้ตัว และเริ่มต้นได้จากวันนี้

ความสุขไม่ใช่ปลายทางของชีวิต แต่เริ่มต้นได้จากการยอมรับตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ แและแบ่งปันพลังบวกนั้นสู่คนรอบข้างและสังคม

ละครชุด“Return to Reset : เมื่อชีวิตย้อนเวลากลับไป (ไม่) ได้?” เตรียมออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ NBT ทุกวันเสาร์ เวลา 13.00 น. เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 พร้อมชวนผู้ชมทุกวัยร่วมเดินทางค้นหาคำตอบว่า ชีวิตจะดีได้เสมอ หากเราเริ่มต้นใหม่กับตัวเอง
เตรียมพบกับ ละครชุด Mini Series เรื่อง “Return to Reset : เมื่อชีวิตย้อนเวลากลับไป (ไม่)ได้?
เมื่อชีวิตจริงอาจไม่เป็นไปดังคาดหวัง แม้เวลาจะผ่านเลยไป ไม่มีทางย้อนกลับ เราจะก้าวผ่านความทุกข์
สร้างสุขในหัวใจได้อย่างไร
ผลงานสร้างสรรค์เรื่องนี้ ชวนผู้ชมมาเตรียมพร้อมชีวิตให้มีความสุขอบอุ่นใจในทุกช่วงวัยจวบจนวันสุดท้ายของชีวิต
รับชมพร้อมกันทุกวันเสาร์ เวลา 13.00น. ทางสถานีโทรทัศน์ NBT เริ่ม เสาร์ที่ 20 ธันวาคม นี้ นำแสดงโดย
โบว์ เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์, อ้น นพพันธ์ บุญใหญ่ และทีมนักแสดงคุณภาพ

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ควบคุมการผลิตโดย
ผศ.ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ผลิตโดย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง #สจล. #KMITL
https://youtu.be/wpfl3secFOU

MK Restaurants ลุยบริการ M Cateringพร้อมตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภค

MK Restaurants ลุยบริการ “M Catering” แบบครบวงจร ชูคอนเซปต์ “M Catering มากกว่าสุกี้ บริการถึงที่ ทุกโอกาส” เน้นเสิร์ฟประสบการณ์งานเลี้ยงที่ครบกว่า สะดวกกว่า และคุณภาพเต็มรูปแบบ โดดเด่นด้วย รสชาติแบบ MK ที่ทุกคนไว้ใจ, วัตถุดิบสดใหม่ คุณภาพมาตรฐาน และทีมงานมืออาชีพแบบ Full Service ตอบโจทย์ทุกวาระและทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมตัวเลือกบริการได้ตามงบและไลฟสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นงานประเภทใด MK ก็พร้อมเสิร์ฟถึงที่แบบลงตัวที่สุด

5 บริการของ M Catering

  1. ชุดจัดเลี้ยง (Catering)
    บริการ Full Service ครบวงจร พร้อมพนักงานดูแลตลอดงาน เหมือนยกร้าน MK มาเสิร์ฟถึงที่ มีครบทั้ง เป็ดย่างเอ็มเค, บะหมี่หยกเอ็มเค, ชุดออเดิร์ฟติ่มซำ และชุดสุกี้แบบจัดเต็ม มาพร้อมอุปกรณ์ครบชุดโดยไม่ต้องเตรียมเอง ทั้งชุดปรุงอาหาร ภาชนะ ไปจนถึงบริการจัดการ โต๊ะ–เก้าอี้ เพื่อความสะดวกสูงสุด เหมาะสำหรับงานเลี้ยงโอกาสสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น งานฉลอง, งานเลี้ยงปีใหม่, งานทำบุญบ้าน, งานเลี้ยงพระ ให้ทุกงานราบรื่น อร่อย และพร้อมเสิร์ฟแบบมืออาชีพ เริ่มต้นเพียง 2,999 บาทต่อเซ็ต
  2. ซุ้มอาหาร (Food Stall)
    ตั้งซุ้มอาหารภายในงาน พร้อมเสิร์ฟร้อนทุกจาน โดยมีเชฟประจำแต่ละซุ้มและอุปกรณ์ครบชุด เพิ่มความสะดวกและบริการแบบมืออาชีพ เลือกได้ถึง 4 ซุ้ม ได้แก่ ซุ้มย่าง(เป็ดย่าง หมูแดง), ซุ้มสุกี้ (สุกี้รวมมิตร), ซุ้มขนมจีบ (ขนมจีบกุ้ง ขนมจีบหมูโบราณ และฮะเก๋า), และซุ้มซาลาเปา (ซาลาเปาไส้ครีม หมูสับ และหมูแดง) เหมาะกับ งานแต่ง, งานเลี้ยงปีใหม่ (บ้าน/บริษัท), งานทำบุญบ้าน, งานขึ้นออฟฟิศใหม่, งานสัมมนา, งานประชุม, งานวันเกิด และงานเฉลิมฉลองทุกรูปแบบ
  3. Big Order
    ตอบโจทย์ทั้งงานประชุมใหญ่ หรืองานจัดเลี้ยง สั่งง่าย สะดวก เสิร์ฟสดใหม่ จัดส่งตรงถึงที่ ไม่มีทิ้งออเดอร์ ไฮไลท์ด้วยเมนูยอดนิยม ได้แก่ บะหมี่หยกเป็ดย่างแห้ง และ ข้าวหน้าเป็ดย่าง เสิร์ฟความอร่อยแบบมาตรฐาน MK ทุกกล่อง มาพร้อม โปรโมชั่นพิเศษ สั่ง 10 กล่อง ฟรี 1 กล่อง และสั่ง 20 กล่อง ฟรี 3 กล่อง เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความรวดเร็ว คุ้มค่า และคุณภาพที่มั่นใจได้
  4. Meal Box
    อิ่มง่าย เสิร์ฟสะดวก ไม่ว่าจะเป็นงานสัมมนาหรืองานบุญก็มั่นใจในคุณภาพคับกล่อง ตามมาตรฐาน MK ด้วยชุด Happy Combo อาหารจานหลักที่เลือกได้ทั้งข้าวหรือบะหมี่หยก อาทิ ข้าวหน้าเป็ด, บะหมี่หยกหมูแดง เสิร์ฟคู่กับติ่มซำ ทั้งขนมจีบหรือซาลาเปา ครบเซ็ตในกล่องเดียว และยังมี ชุด Happy Box ที่เลือกได้ทั้งข้าวหรือบะหมี่หยกเช่นกัน
  5. Snack Box
    เหมาะกับงานสัมมนา งานบุญ หรืองานขาวดำ ที่ต้องการเมนูรองท้องแบบพอดี อิ่มครบกับ ติ่มซำแสนอร่อย คู่กับ น้ำชาซิกเนเจอร์ของ MK พร้อมเสิร์ฟสะดวกในกล่องเดียว

การให้บริการแบบครบวงจรทั้งหมดนี้ สามารถตอบโจทย์ไลฟสไตล์และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกครบในที่เดียว ส่งผลให้แบรนด์เดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์ เพื่อขยายฐานลูกค้าทั้งกลุ่ม B2C และ B2B แบบต่อเนื่อง
อีกทั้งยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของ MK Restaurants ในการพัฒนาบริการให้หลากหลายขึ้น และมีแผนขยายการให้บริการผ่านแบรนด์อื่น ๆ ในเครือ เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด

ติดต่อบริการ M Catering ได้ที่ เบอร์ 1642

พาราไดซ์ พาร์ค และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 จับมือ SCGP RECYCLEเปิดจุดรับกล่องและลังกระดาษใช้แล้ว เก็บกลับนำมารีไซเคิล 100% ลดขยะประเภทกระดาษ สร้างความยั่งยืน

สองศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค พาราไดซ์ พาร์ค และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 เดินหน้าเสริมสร้างพื้นที่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนการรีไซเคิลตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เปิดจุดรับกล่องและกระดาษลังใช้แล้วภายในศูนย์การค้า เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้า ร้านค้า และชุมชนรอบศูนย์ฯ ได้มีส่วนร่วมกับการแยกขยะและรีไซเคิลอย่างถูกวิธีโดยผู้ผลิตกระดาษและบรรจุภัณฑ์อย่าง SCGP โดยตรง

โดยมี ผู้บริหารศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค และเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 นำโดย นางสาวจรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการ นางสาววรารัตน์ บุณยานนท์ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด นายเอกกร อัมบัส ผู้จัดการทั่วไป และ นางสาวนริศรา ณรงค์พัฒนะ รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ จำกัด รับมอบตู้ลังกระดาษรีไซเคิล จาก SCGP โดยมี นายธเนศ สุวรรณนาวาสิทธิ์ Recycling Materials Management Director และนายสุนทร กิตติกาญจนากร Recycling Business Development Manager เป็นผู้มอบตู้กระดาษลัง

นางสาวจรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด กล่าวว่า “การร่วมมือกับ SCGP ทำให้เราสามารถเพิ่มช่องทางในการแยกและจัดการกระดาษลังได้อย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญการตั้งจุดรับกล่องและลังกระดาษใช้แล้วภายในศูนย์การค้าฯ ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะ แต่ยังส่งเสริมให้ทุกคนใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซึ่งกระดาษลังที่นำมาบริจาคจะถูกรวบรวมและส่งต่อให้ทาง SCGP นำไปจัดการด้วยวิธีที่เหมาะสม ทั้งการรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ ส่งผลให้ลดปริมาณขยะและช่วยประหยัดทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างแท้จริง”
“สำหรับการเปิดจุดรับกระดาษลัง เชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้ลูกค้า ร้านค้าในศูนย์ฯ ได้ตระหนักและร่วมมือกันลดขยะอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวทาง ESG ของ เอ็ม บี เค ภายใต้แนวคิด MBK Care ที่มุ่งสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับทุกคน” นางสาวจรูญรัตน์ กล่าวเพิ่มเติม

นายเอกกร อัมบัส ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวว่า เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเชื่อมั่นว่าการจัดการขยะที่ถูกต้องเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการดูแลโลกของเรา สำหรับความร่วมมือกับ SCGP RECYCLE ในการตั้งจุดรับลังกระดาษหรือกล่องที่ใช้แล้ว ยิ่งช่วยให้ศูนย์การค้าของเราเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับการแยกขยะและ รีไซเคิลได้ง่ายขึ้น ถือเป็นการปลูกฝังพฤติกรรมที่ดีในชีวิตประจำวันของทั้งลูกค้าร้านค้าภายในศูนย์ฯ หรือชุมชนรอบข้าง ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของเราที่ต้องการสร้างสังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง”

นายธเนศ สุวรรณนาวาสิทธิ์ Recycling Materials Management Director กล่าวว่า “SCGP มุ่งพัฒนาระบบรีไซเคิลที่ครอบคลุมและเข้าถึงประชาชนมากขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยให้เราสามารถนำกล่องและลังกระดาษใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน พร้อมผลักดันการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดของเสีย และสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว การตั้งจุดรับลังกระดาษในศูนย์การค้าเครือ MBK เป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างพฤติกรรมแยกขยะที่ง่ายและทำได้จริงในชีวิตประจำวัน เราเชื่อว่าการมีส่วนร่วมของลูกค้า ร้านค้า และชุมชน จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเปลี่ยนขยะให้กลับมาเป็นทรัพยากรหมุนเวียน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของ SCGP ที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม”

สำหรับจุดรับบริจาคกระดาษลังของ SCGP RECYCLE ที่พาราไดซ์ พาร์ค อยู่บริเวณชั้น G หน้าลิฟท์ ใกล้จุดรับส่งสินค้าประตู 5 หลังร้านเลมอน ฟาร์ม ส่วนเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 อยู่บริเวณ ชั้น 1 ลานไนน์ สแควร์

นับเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของ เอ็ม บี เค โดยธุรกิจศูนย์การค้า และ SCGP ในการสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น และยังเป็นก้าวสำคัญในการลดปริมาณขยะกระดาษ พร้อมสนับสนุนการรีไซเคิล 100% เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง