ช่อง 3 ยืนหนึ่งซีรีส์แซฟฟิก ส่ง “หลิง-ออม” และ “ลีน่า-หมิว”ประกาศความสำเร็จระดับโลก ส่งท้ายปี 68 สมมง!

ยืนหนึ่งแบบไม่มีข้อกังขา สำหรับ BEC World Original Series ของทางช่อง 3  ประกาศความสำเร็จก้าวสำคัญในการยกระดับคอนเทนต์ซีรีส์ Sapphic แซฟฟิกไทยสู่ระดับสากล ตลอดปี 2568 หลังปล่อยผลงานคุณภาพออกมากวาดกระแสความนิยมถล่มทลาย สร้างปรากฏการณ์ทั้งในไทยและระดับโลก ตอกย้ำบทบาทผู้นำคอนเทนต์แซฟฟิกที่ทั่วโลกจับตามอง

เริ่มด้วยความสำเร็จของคู่เคมีฟ้าประทานแห่งปี “หลิงหลิง คอง” และ “ออม กรณ์นภัส” หลังจากประกาศความสำเร็จไปอย่างล้นหลามกับซีรีส์ “ใจซ่อนรัก The Secret Of Us The Series” จนเกิดปรากฏการณ์ฟีเวอร์ ตกแฟนคลับได้ทั่วโลก ก็เดินเครื่องส่งซีรีส์ “เพียงเธอ Only You The Series” เรื่องที่ 2 มาสานต่อกระแสความปังกับเรื่องราวของบอดี้การ์ดสาวกับซุปตาร์ชื่อดังที่มีวลีเด็ดและเป็นไวรัลทั่วโซเชียลโดยเฉพาะบน X ที่พาทะยานติดเทรนด์อันดับ 1 ประเทศไทย ครองอันดับ 1 บน X ติดต่อกันถึง 3 สัปดาห์ และ Worldwide อย่างต่อเนื่อง ติดเทรนด์สูงสุดกว่า 16 พื้นที่ทั่วโลก และยังทำเรตติ้ง NEW HIGH ต่อเนื่องเป็นเรื่องที่ 2 ตอกย้ำความปังอย่างต่อเนื่องกับงานแฟนคอน “HER & HERS LINGORM 1st FANCON” ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี  ครั้งแรกก็สร้างปรากฏการณ์บัตรขายหมดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเสิร์ฟซีรีส์เรื่องที่ 3 “วาดฝันวันวิวาห์” ให้ได้ไปสร้างสถิติความฟินกันต่อในปี 2569

ส่งไม้ต่อความฟินให้กับคู่น้องใหม่ที่เคมีแรงเกินต้าน “ลีน่า ลลินา” และ “หมิว ณัชชา” จากซีรีส์สุดฮอต “รักสุดท้าย My Safe Zone The Series” ที่มาปิดท้ายปีได้อย่างสวยงาม กับเรื่องราวของช่างภาพแฟชั่นสาวที่มีอดีตรักฝังใจ กับเชฟสาวหน้าหวานที่แอบรักเพื่อนสนิท แม้จะเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกแต่เคมีเข้ากันอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้แฟน ๆ ตกหลุมรักตั้งแต่ตอนแรก การันตีความแรงด้วยตัวเลขคุณภาพ ยอดรับชมรวมสูงถึง 16.5M ขึ้นเทรนด์ไทยและเทรนด์โลก อีกทั้งยังสร้างปรากฏการณ์สนั่นวงการแซฟฟิกที่ได้ลงแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่ Netflix ทั้งในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia) ครอบคลุมมากถึง 11 ประเทศทั่วโลก อีกทั้งยังได้กระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากการจัดกิจกรรมรวมถึงแฟนมีตติ้งครั้งแรก “LENAMIU Born to Shine Fan Meeting” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 1 ก.พ. 69 ขึ้นแท่นตัวแม่วงการแซฟฟิกคู่ต่อไปอย่างสวยงาม “ลีน่า-หมิว” จะมีข่าวดีอะไรให้แฟน ๆ ได้ฟินสมใจกันอีกหรือไม่ต้องรอติดตาม

ความสำเร็จทั้งหมดนี้ตอกย้ำความเป็นผู้นำของช่อง 3 อย่างรอบด้าน ทั้งบนหน้าจอและทุกแพลตฟอร์ม ให้วงการซีรีส์แซฟฟิกกลายเป็น Soft Power ในประเทศและในระดับสากล

COCKTAIL – แพร ชนา – GOODMOOD ครองอันดับจากเพลย์ลิสต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 บน Spotify สะท้อนพลังศิลปินไทย ครองชาร์ตหลายแนวเพลง

3 ศิลปิน จากสังกัด GMM MUSIC สามารถคว้ารางวัล “Top Song” ในเพลย์ลิสต์ที่สรุปผลงานยอดเยี่ยมประจำปี 2025 จาก Spotify ในแต่ละประเภท ได้แก่ Top Song in “ROCK CODE” of 2025 , Top Song in “ลูกทุ่งยอดนิยม” of 2025 และ Best of Fresh Finds Thailand ซึ่งล้วนเป็นเพลย์ลิสต์ที่คัดเลือกผลงานโดดเด่นที่สุดจากผู้ฟังทั่วประเทศ

จากการเดินทางไปยัง 77 จังหวัด ใน ‘COCKTAIL 77 EVER TOUR’ ปีนี้ COCKTAIL ยังคงยืนหนึ่งในกลุ่มเพลงร็อก ด้วยเพลง “ความคาดหวัง” ที่เป็นหนึ่งในเพลงร็อกยอดเยี่ยมแห่งปี ในเพลย์ลิสต์ Top Song in “ROCK CODE” of 2025 ที่ได้รวบรวมเพลงร็อกทรงพลังและได้รับความนิยมสูงสุดของปี พร้อมให้แฟนๆ ร่วมเดินทางสู่บทส่งท้ายของบทสรุป กับ ‘COCKTAIL 77 EVER TOUR’ ที่สนามกีฬาเทพหัสดิน กรุงเทพมหานคร ในช่วงสิ้นปีนี้

ในฝั่งดนตรีลูกทุ่ง แพร ชนา ได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญในปีนี้ เมื่อเพลง “คลื่น” ติดอันดับ 1  บนเพลย์ลิสต์ Top Song in “ลูกทุ่งยอดนิยม” of 2025 ซึ่งคัดเลือกเพลงลูกทุ่งฮิตที่เป็นที่พูดถึงที่สุดตลอดทั้งปี สานต่อรางวัลจากรุ่นพี่ค่ายแกรมมี่โกลด์ เบียร์ พร้อมพงษ์ ในเพลง “เงาะเกี้ยวสาว” ที่คว้ารางวัลอันดับ 1 ในเพลย์ลิสต์นี้ไปเมื่อปีที่แล้ว

ปิดท้ายด้วยพลังสดใหม่ในปีนี้ กับ GOODMOOD วงน้องใหม่จากค่ายgenie records กับเพลง “โตกว่านี้” ที่ได้รับเลือกขึ้นเพลย์ลิสต์ Best of Fresh Finds Thailand 2025 ที่เป็นพื้นที่ในการโชว์ศิลปินหน้าใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ถือเป็นจุดสำคัญที่สะท้อนการเติบโตและความหลากหลายทางดนตรีในวงการเพลงไทย

ตอกย้ำความปัง รายการ “โสดโซไซตี้ (Single Society)” ซีซัน 2 “เอ๊ะ อิศริยา” พาเปิดใจ “ไอซ์ สารวัตร” เผย “พุทธ อภิวรรณ” มีแฟนคือ?

หลังจากปราบความสำเร็จในซีซั่น 1 ล่าสุด “เอ๊ะ – อิศริยา สายสนั่น” ที่ขอปลุกกระแสคนโสดยุคใหม่ ว่าไม่จำเป็นต้องจมอยู่กับคำว่ารอเจอเนื้อคู่แล้วจะมีความสุข ในโปรเจกต์สุดบรรเจิด รายการวิดีโอพอดแคสต์ “โสดโซไซตี้ (Single Society)” ซีซัน 2 ต่อทันที ทางยูทูบช่อง KRP Entertainment ที่ตั้งใจจะเปิดมุมมองความโสดแบบหมดเปลือก ที่จะชักชวนบุคคลหลากวงการ มาร่วมแชร์ประสบการณ์และทัศนคติกับคำว่า “โสด” ที่จะไม่ใช่แค่การตีกรอบอยู่แต่สิ่งเข้าใจเดิมๆ ให้เปิดกว้างสู่ความคิดใหม่ๆ ไม่จำเจ ไม่ล้าหลัง แต่ยังมีความเข้าใจต่อคำว่า “โสด” ไปในมุมมองที่อาจจะไม่เคยได้รู้มาก่อนอีกครั้ง

ในซีซั่น 2 นี้ก็เริ่มเปิดประเดิมด้วยผู้ประกาศข่าวเลือดใหม่ไฟแรงในยุคนี้ “ไอซ์ สารวัตร กิจพานิช” ที่ต่างคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้ว  แต่ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบทำให้การใช้ชีวิตจะมีเวลาให้ตัวเองน้อยมาก จนได้รู้ความจริงว่าโสดมา 11 ปี ทุกอย่างมันวนเวียนอยู่กับงานอย่าง 100% โดยในรายการเจ้าตัวเปิดใจว่า “ชีวิตทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ ส่วนอีก 1 วัน ก็ไม่ใช่ว่าจะว่าง เพราะวงการข่าวมันมีเรื่องฉุกเฉินได้ตลอดเวลา ที่ยังไม่มีความรักไม่เกี่ยวกับงานหนัก เพราะความจริงคนอื่นเขาก็มีกันได้ มันแล้วแต่คน สะดวกแบบไหน ถ้ามีแล้วมีความสุขไหม ยืนยันว่าโสด 100% คือเลือกแล้ว ที่รู้สึกว่ามีความสุขจุดไหนก็อยู่กับจุดนั้น เคยคิดมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าอนาคตไม่ได้อยากมีครอบครัวหรือมีคู่ชีวิต “โสดเท่ากับอิสระ” ที่ผ่านมายอมรับว่าเคยมีแฟน คุยกันคบกันตามวัย แต่แยกกันไปเติบโตเพราะสิ่งที่ไปกันไม่ได้ ไม่รู้สึกการไม่มีมันแปลกนะ”

และหลายคนอยากรู้ “คุณพุทธ อภิวรรณ” มีคู่ไหม ฯลฯ ? “เท่าที่รู้คุณพุทธ ไม่มีนะครับ แฟนเขาคืองาน ความจริงเขาคือคนใจดีแต่ไม่แสดงออก ช่วงนี้อาจจะมีเรื่องเกี่ยวกับข่าวที่เห็นครับ พี่พุทธเขาก็เลยรู้สึกว่า บางครั้งอาจจะไม่อยากเสียใจในช่วงเวลา ตอนที่ยังอยู่ แล้วเรายังไม่ได้บอกเขา พี่พุทธก็เลยจะบอกว่า รักนะ รักนะ”

ที่โสดตั้งแต่ทำงาน มานาน 11 ปี คือช่วงทำงานจริงๆ มีคนเข้ามาคุยบ้าง แต่เวลาที่คิดจะเปิดใจก็ยังมีความคิดว่ายังดีกว่า คือไม่มีแฟนก็ได้ ส่วนแฟนคลับไม่ติดอะไรถ้าเราจะมีหรือไม่มี การพบเจอบุคคลต่างๆ ในวงการไม่มีโอกาสได้กับใครเท่าไหร่ เพราะถูกอย่างจะมีจุดโฟกัสที่งานเป็นหลัก และรูปแบบการทำงานจะมีเวลาว่างในชีวิตน้อยมาก ความสุขของตัวเองคืองาน เพราะการทำงานมันจะมีจุดบางอย่าง หรือองค์ประกอบต่างๆ ทำให้ตัวเองอยากมีความสุขกับสิ่งที่ชอบ งานที่ทำอยู่มันคือความสุขแล้วกับสิ่งที่เราเลือก

ทุกวันนี้มีความสุข 100% มีความสุขกับครอบครัว ชีวิตโดยรอบก็ถือว่าโอเคมากๆ เคยเจอคำถามว่าถ้าย้อนไปแก้ไขในอดีตอยากแก้อะไร คือไม่อยากแก้อะไรเลย อดีตทุกอย่างส่งให้เรามีวันนี้ แค่เลือกในสิ่งที่เราเป็นได้ ข้อดีของความโสดคือความอิสระ ไม่ต้องรายงานชีวิตตลอดเวลา มีอิสระในตัวเรา อย่างบางเรื่องทำกับเพื่อนไม่ผิด แต่ทำกับแฟนผิด มันเลยเป็นสิ่งที่เราไม่สะดวกแบบนี้ เลยเลือกว่าโสดดีกว่า

การเป็นแฟนของเราในสถานะตอนนี้คือ มีทุกอย่างทุกอารมณ์ ก็อาจจะต้องมีเวลาปรับจูนกัน และปัจจุบันคนเริ่มความสัมพันธ์แบบผูกมัดมันยากขึ้น เพราะยุคนี้มันมีทางเลือก มีอะไรให้ทำเยอะมากกว่าการมีคนคุย มันมีโซเชียล เข้ามาเป็นส่วนประกอบด้วย เคยได้ยินคนมีคู่รุ่นเก่าๆ บอกว่าถ้าเขาออกจากบ้านก็ไม่ใช่คนของเราแล้วนะ เลยคิดมาตั้งแต่เด็กว่าไม่มีอยากมีคู่ เป็นคนที่ผูกพันมากและเวลาเสียไปมันจะเจ็บจี๊ดมาก สุดท้ายเลยคิดว่าไม่มีก็ได้ไม่อยากต้องกำหนดว่ามีหรือไม่

ในพาร์ทของการทำงานวางแผนว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะถ้าอนาคตเกิดอะไรขึ้น ตัวเราจะพร้อมรับมือได้ ไม่เคยมีแพลนว่าจะต้องทำอะไรช่วงอายุเท่าไหร่ คือทำหน้าที่ตอนนี้ที่มีให้ดีก็พอ ไม่เคยคิดว่าสายงานที่ทำจะขยับมาไกลขนาดนี้ มันเลยจุดฝันมาแล้ว เพราะเกินความฝันมาเร็วมาก ในจุดสูงสุดของอาชีพคือได้เป็นกระบอกเสียง ช่วยเหลือประชาชนด้วย

ในการระวังตัวเพราะเสียงเรามีอิทธิพลมาก ถ้าเกิดวันนึงเราทำผิดพลาด สิ่งแรกก็คือต้องขอโทษ แต่ก่อนอื่นต้องคิดก่อนว่าชัวร์หรือยังว่าผิดพลาดจริงๆ  ยังไม่เจอกับตัวกับเหตุการณ์แบบนี้ และในชีวิตการทำงานมีอาจจะเกิดแอนตี้แฟน เพราะเราขึ้นสูงจนมีคนมั่นไส้ จะบอกว่าตนอ่านคอมเมนต์โซเชียลตัวเองนะ แต่เลือกอ่านสิ่งดีๆ มากกว่า อะไรที่ไม่ดีก็ไม่รับเข้ามาให้ติดอยู่ในหัว ส่วนการเก็บออมเพราพทำงานหนักขนาดนี้ เริ่มจากการคำนวณค่าใช้จ่าย และมองที่เงินเก็บ ให้มองล่วงหน้าไปหลายๆ ปีว่าถ้าเกิดจุดนั้นจะทำยังไง เลยพยายามเก็บออมสิ่งที่คิดว่ามันจะมีประโยชน์ในอนาคต

เพื่อนคู่คิดในเวลาที่จะฮีลใจเรา คือจะบอกว่าคือคุณแม่ จะทำอะไรด้วยกันทุกอย่าง ถึงเขาไม่กล้าแสดงออก แต่เราจะปรึกษากับเขาทุกอย่างเรื่องราวในชีวิต ถ้าอนาคตต้องมีคนเข้ามาพังกำแพงความโสดคือต้องมีลักษณะ ที่เข้าใจเรา ด้วยอาชีพเราไม่มีเวลาที่เหมือนคนอื่น ไว้ใจคุยรู้เรื่อง รายละเอียดอื่นค่อยมาว่ากัน สุดท้ายอยากฝากคนโสดว่า คุณคือคนโชคดี เพราะได้มีอิสระ ไปเรียนรู้ดูก่อนเพื่อจะชอบ ถ้าไม่ชอบก็กลับไปหาแฟนก็ได้ คือชีวิตเป็นของเราก็เลือกเองในแบบของตัวเอง แฟนๆ และเหล่าคนโสดทั้งหลาย สามารถรับชมรายการ “โสดโซไซตี้ (Single Society)” ซีซัน 2 ทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. ทางยูทูบช่อง KRP Entertainment และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ Official : KRP Entertainment  

#โสดโซไซตี้ #singlesociety #โสดแต่มีความสุข #โสดเป็นสุข #โสดเป็นเพื่อนกัน #โสดที่แปลว่าไม่มีใคร

ของมันต้องมี! “หลิงหลิง คอง” ปล่อยโฟโต้บุ๊ค “Lingling Kwong”เปิดพรีออเดอร์ไปเสพดาเมจพร้อมกัน 24 ธ.ค. นี้ !

ทำเอาแฟนคลับใจสั่นกันทุกคน เมื่อนักแสดงสาวเสน่ห์แรง “หลิงหลิง คอง” ประกาศข่าวดีส่งท้ายปีเปิดตัว The Official Photobook of “Lingling Kwong” โฟโต้บุ๊คเดี่ยวเล่มแรกที่จะพาแฟน ๆ ไปเปิดมุมมองตัวตนอีกด้านผ่านภาพถ่ายที่ถ่ายทอดเสน่ห์ในลุคธรรมชาติ ขี้เล่น สดใส แต่แฝงไปด้วยความเท่ ในคอนเซปต์ “Boyish charm” that’s make everyone around her smile เสน่ห์สบาย ๆที่ใครเห็นก็ต้องยิ้มตามกันอย่างแน่นอน

  เผยตัวตนอีกด้านของเจ้าตัวที่ดูเป็นธรรมชาติ มีเสน่ห์ดูขี้เล่นน่ารักสดใส เพียงแค่ภาพที่ปล่อยมาสปอยล์ก็โชว์ดาเมจแรงจนแฟนคลับใจละลาย ในราคา 1,100 บาท เตรียมเปิดให้พรีออเดอร์ได้ตั้งแต่ 24 ธันวาคม 2025 – 4 มกราคม 2026 ผ่านทางเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com ใครเล็งไว้แล้วห้ามช้าเตรียมตั้งนาฬิกาปลุกลุกมาจับจองกันให้ทัน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Ch3Thailand และ 3Plus

“อัครา” รมว.พม. เปิดโครงการ “รีสตาร์ทคนรุ่นใหม่ ดูแลผู้สูงวัย รวมส่งสุขปีใหม่ ใกล้ใจ ใกล้คุณ” ปั้นเยาวชนสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันที่เริ่มจากครอบครัว

นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดโครงการ “รีสตาร์ทคนรุ่นใหม่ ดูแลผู้สูงวัย รวมส่งสุขปีใหม่ ใกล้ใจ ใกล้คุณ” และพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นเบื้องต้น 18 ชั่วโมง จำนวน 350 คน โดยมี นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ, คณะผู้บริหารกระทรวง พม., คณะผู้บริหารโรงเรียนพะเยาพิทยาคม, ผู้บริหารท้องถิ่น, หน่วยงานทีม พม.ใกล้คุณ จังหวัดพะเยา, อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) จังหวัดพะเยา และผู้แทนภาคีเครือข่ายท้องถิ่น เข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนพะเยาพิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

ในโอกาสนี้ มีการจัดกิจกรรม Kick off เปิดตัวของขวัญปีใหม่ “ก้ม กราบ กอด ฮีลใจ ผู้สูงวัยใกล้คุณ” ให้กับผู้สูงอายุ 100 ปี จำนวน 100 คน, การมอบถุง ฮีล(Heal)ใจ พม.ใกล้คุณ เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ให้กับผู้สูงอายุ จำนวน 100 ชุด และการมอบสิทธิสวัสดิการสังคมของกระทรวง พม. (เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก, เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ, เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน, เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง, เงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน, งบประมาณโครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ และงบประมาณโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุให้เหมาะสมปลอดภัย) นอกจากนี้ ได้เยี่ยมชมกิจกรรมและผลงานของนักเรียนโรงเรียนพะเยาพิทยาคม และเครือข่ายท้องถิ่น

นายอัครา กล่าวว่า  ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตประชากรที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ที่ประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นสวนทางกับประชากรเด็กที่เกิดน้อยลง ส่งผลกระทบต่อประเทศทั้งทางด้านการจัดระบบสวัสดิการสังคม การสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของผู้สูงอายุ และภาระค่าใช้จ่ายงบประมาณของรัฐในการดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้งแนวโน้มที่ผู้สูงอายุจะอยู่เพียงลำพัง ถูกทอดทิ้ง และขาดผู้ดูแลมีเพิ่มขึ้น นับเป็นประเด็นปัญหาท้าทาย ที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อมในการรองรับและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน โดยการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่น ซึ่งกระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย “พม. ใกล้คุณ” โดย รีสตาร์ทคน พัฒนางาน สร้างนวัตกรรม นำสุขสังคมสูงวัย มุ่งการทำงานเชิงรุกที่เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม  โดยยึดหลักการสำคัญในการลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต

นายอัครา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นเบื้องต้น จำนวน 18 ชั่วโมง นั้น มีการอบรมให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับผู้สูงอายุ การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ทักษะพื้นฐานในการดูแลผู้สูงอายุ การปฐมพยาบาลและการส่งต่อ โรคภัยไข้เจ็บของผู้สูงอายุ เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะความรู้ให้กับนักเรียนโรงเรียนพะเยาพิทยาคม จำนวน 300 คน และ อพม. จังหวัดพะเยา จำนวน 50 คนเป็นการลดช่องว่างระหว่างวัยที่ให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ความเข้าใจในวัยสูงอายุ และการปรับตัวอยู่กับผู้สูงอายุในครอบครัวได้อย่างมีความสุข เพื่อร่วมกันสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันที่เริ่มต้นจากครอบครัว

พมใกล้คุณ

ควิกแสบ แจกใหญ่ส่งท้ายปี โชคก้อนโต แคมเปญ “อร่อยเต็มคัพ แจกจริงคัพ” มูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท

นายยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไว, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปควิกแสบ, เส้นหมี่อบแห้งไวไว และผงปรุงสำเร็จตรารสเด็ด มอบรางวัลรถยนต์ไฟฟ้า BYD Dolphin Standard Range มูลค่า 599,000 บาท ให้แก่ นายกิตติ กั๊วะห้วยขวาง ผู้โชคดีจากแคมเปญ “อร่อยเต็มคัพ แจกจริงคัพ” นอกจากนี้ ยังมอบรางวัล iPhone 16 Pro จำนวน 10 เครื่อง และ AirPods 4 จำนวน 10 รางวัล แก่ผู้โชคดีทั้ง 20 ราย โดยมี นายธีรเมธ เลาวานันท์พันธุ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายขาย, นางสาวณิชรัตน์ ชำนาญกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาด (ฝ่ายการตลาด) และนายอิสสระ ณะเสน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริหารผลิตภัณฑ์ เข้าร่วมงานด้วย ณ ศูนย์บริการ BYD สาขาอ้อมใหญ่ เมื่อเร็วๆ นี้

“​ประชาธิปไตยในเงา Deepfake เมื่อนโยบายถูกฉาบด้วย Clickbait เราจะเลือกผู้นำอย่างไรไม่ให้ถูกหลอก?”

การเปลี่ยนผ่านจากยุค “ปราศรัยบนรถกระบะ” สู่ยุคที่ “อัลกอริทึมกำหนดชะตา” จาก “การลงพื้นที่” สู่ “การยึดครองพื้นที่เสมือน” ในอดีต การหาเสียงคือความมานะอุตสาหะทางกายภาพ นักการเมืองต้องอาศัยการสบตา (Eye Contact) และการปราศรัยสดเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ สื่อมวลชนกระแสหลักทำหน้าที่เป็น “ผู้กลั่นกรองสาร” (Gatekeeper) คอยตรวจสอบความสมเหตุสมผลของนโยบายก่อนส่งถึงมือประชาชน แม้จะมีความล่าช้า แต่ก็แลกมาด้วยความน่าเชื่อถือที่ผ่านการตรวจสอบในระดับหนึ่ง ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน พื้นที่การแข่งขันถูกย้ายมาอยู่ใน “สมรภูมิข้อมูล” ที่รวดเร็วและรุนแรงระดับมิลลิวินาที นักนโยบายไม่ได้แข่งกันที่ความยั่งยืนของโครงการเพียงอย่างเดียว แต่แข่งกันที่ “ยอดการมองเห็น” (Reach) และ “การสร้างอารมณ์ร่วม” (Engagement) พฤติกรรมการเสพสื่อเปลี่ยนจากความเข้าใจเชิงลึก (Deep Processing) สู่การตัดสินจากพาดหัวและการไถหน้าจอแบบผิวเผิน (Surface Processing)

ดังนั้นในยุค Information Disorder สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือเทคนิคการสร้าง “กึ่งความจริง” (Half-truth) และการโจมตีฝ่ายตรงข้ามผ่าน Digital Content ที่แนบเนียน เรามักจะพบเห็นการหยิบยกคำพูดเพียงเสี้ยวเดียวมาประกอบภาพกราฟิกที่ดึงดูดสายตา หรือที่เรียกว่า “Out-of-context quotes” เพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงลบให้ศัตรูทางการเมือง

Fake News และ Malinformation จึงไม่ใช่แค่ข้อมูลเท็จ แต่ยังมีการใช้ “ข้อมูลจริงที่มีเจตนาร้าย” เพื่อบิดเบือนทิศทางของนโยบายสาธารณะ และยังมี Echo Chambers ซึ่งใช้อัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียทำหน้าที่เป็นกระจกเงาที่สะท้อนแต่ความเชื่อเดิมของเรา ทำให้คนในสังคมแบ่งขั้ว (Polarization) ได้ง่ายขึ้น การคอมเมนต์ที่ดุเดือดมักเกิดจาก “อคติจากการยืนยัน” (Confirmation Bias) ทำให้เรามองเห็นฝ่ายตรงข้ามเป็นศัตรูมากกว่าเพื่อนร่วมชาติที่มีความเห็นต่าง

ประชาชนควรมีเกราะคุ้มกันทางความคิดในการรับนโยบายผ่านโลกดิจิทัล ดังนี้

เมื่อเห็นภาพกราฟิกหรือคำโปรยเชิงโจมตี อย่าเพิ่งเชื่อในทันที แต่ให้ตั้งคำถามว่า “เขารู้ได้อย่างไร?” “เขามีเจตนาอะไร?” และ “ข้อมูลนี้มีที่มาที่ไปที่อ้างอิงได้จริงหรือไม่?” โดยแยก “นโยบาย” ออกจาก “วาทกรรม” นักนโยบายสาธารณะที่ดีจะพูดถึง “กระบวนการ และ งบประมาณ” แต่นักการตลาดการเมืองมักจะพูดถึง “ความรู้สึก และ ความฝัน” เราต้องมองข้าม Content ที่ฉาบฉวยเพื่อหา Core Message ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ
เราต้องทำการ Cross-Check ข้อมูลโดยไม่รับสารจากแพลตฟอร์มเดียว การเปรียบเทียบข้อมูลจากสื่อกระแสหลักที่มีจรรยาบรรณ สื่อทางเลือก และเอกสารนโยบายฉบับจริง จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมที่ปราศจากการตัดต่อ รวมถึง Digital Decorum ด้วยการการแสดงความเห็นอย่างมีอารยะ (Civil Discourse) ซึ่งเป็นรากฐานของประชาธิปไตย การลดอุณหภูมิความเดือดในช่องคอมเมนต์ควรเริ่มต้นที่ตัวเรา โดยการไม่แชร์ข้อมูลที่สร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) แม้ข้อมูลนั้นจะทำให้ฝ่ายที่เราเชียร์ได้เปรียบก็ตาม

แม้การหาเสียงในโลกดิจิทัลอาจจะเต็มไปด้วย “มายาภาพ” แต่หัวใจของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยยังคงอยู่ที่ “ความฉลาดรู้ของประชาชน” หากเราสามารถบูรณาการความเท่าทันสื่อ เข้ากับหลักการวิเคราะห์นโยบายที่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง เราจะไม่ตกเป็นเหยื่อของกลลวงดิจิทัล และสามารถเลือก “ผู้นำ” ที่เข้ามาบริหารประเทศด้วยสติปัญญามากกว่าวาทศิลป์บนหน้าจอ
ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปเพียงใด ความจริง (Truth) ยังคงเป็นสิ่งที่เราต้องขุดค้นด้วยตนเอง เพราะ “ความรู้ที่แท้จริงคือ การรู้ว่าเราไม่รู้อะไรเลย” และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้เพื่อเลือกอนาคตที่ดีที่สุดให้แก่สังคมไทย

บทความโดย น.ส.วีรินทร์ อรวัฒนพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร 

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)

อ้างอิง https://www.facebook.com/share/p/1AJApRgWyo/

“ทีทีบี | ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2025” ขอบคุณทุกพลังแห่งการให้นักวิ่งและพันธมิตรเข้าร่วมกว่า 5,000 คน เพื่อเปลี่ยนทุกก้าวให้เป็นโอกาสในการส่งต่อชีวิตที่ดีขึ้น

สร้างปรากฏการณ์แห่งการให้อีกครั้งสำหรับงานเดิน-วิ่งมินิมาราธอนการกุศล “ทีทีบี | ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2025” ครั้งที่ 12 ภายใต้แนวคิด “Run for Change เส้นชัยแห่งการให้…ไม่มีสิ้นสุด” ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามมีนักวิ่งและพันธมิตรเข้าร่วมงานอย่างท่วมท้นจำนวนกว่า 5,000 คน โดย “ทีทีบี” พร้อมพันธมิตรหลัก “บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน)” และพันธมิตรร่วม ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ขอขอบคุณทุกพลังที่ร่วมเปลี่ยนทุกก้าวให้เป็นโอกาสในการส่งต่อชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อผู้ป่วยเด็กใน 6 โรงพยาบาลท้องถิ่นและน้อง ๆ ในโครงการไฟ-ฟ้า โดยมูลนิธิทีทีบี ผ่านเงินบริจาคกว่า 7.32 ล้านบาท ซึ่งมาจากการจำหน่ายบัตรวิ่งโดยไม่หักค่าใช้จ่าย รายได้จากสินค้าที่ระลึก เงินสมทบจากทีทีบี และเงินบริจาคตรงสู่โรงพยาบาลท้องถิ่น ขอบคุณทุกพลังที่เปลี่ยนให้ทุกก้าวเป็นโอกาส

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า กิจกรรมเดิน-วิ่งมินิมาราธอนการกุศล “ทีทีบี | ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2025” ปีนี้มีนักวิ่งและพันธมิตรเข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน และมีผู้สมัคร Virtual Parkrun ทั่วประเทศราว 3,000 คน ร่วมส่งผลระยะวิ่งกว่า 450,000 กิโลเมตร (พิชิตเป้าหมาย 3 แสนกิโลเมตร) โดยความสำเร็จดังกล่าว เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตร สปอนเซอร์ ผู้บริหาร พนักงาน สื่อมวลชน และที่สำคัญคือ นักวิ่งที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เป็นเรื่องน่ายินดีที่ปีนี้สามารถระดมเงินบริจาคได้รวมทั้งสิ้น 7,325,000 บาท เพื่อนำไปมอบให้แก่ 7 องค์กรเพื่อสังคม ได้แก่ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา โรงพยาบาลสระบุรี โรงพยาบาลพุทธโสธร โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) โรงพยาบาลราชบุรี โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า และ โครงการไฟ-ฟ้า โดยมูลนิธิทีทีบี

“งานพาร์ครันจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ไม่เพียงส่งเสริมสุขภาพที่ดี แต่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกคนสามารถร่วมกัน Make REAL Change สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับสังคมไปพร้อมกันได้ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการตอบรับที่อบอุ่นอีกในครั้งต่อไป และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำให้งานวิ่งการกุศลครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี” นายปิติกล่าว

จุดประกายคนไทยออกกำลังกายใส่ใจสุขภาพ
ด้านนางวิชินี โอรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนชาตประกันภัยร่วมเป็นพันธมิตรกับทีทีบีจัดงานพาร์ครันมาอย่างต่อเนื่อง โดยมี 2 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ การร่วมทำบุญช่วยเหลือสังคม สอดคล้องกับพันธกิจขององค์กรในการคืนประโยชน์สู่สังคม และจุดประกายให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพ ผ่านการออกกำลังกายและกิจกรรมวิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ ซึ่งทางธนชาตประกันภัยได้ร่วมสนับสนุนงบประมาณ และร่วมออกบูธกิจกรรม พร้อมมอบประกันอุบัติเหตุให้กับนักวิ่งทุกคน เพื่อความอุ่นใจตลอดการเข้าร่วมกิจกรรม

“งานพาร์ครันประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อย ๆ มีเสียงตอบรับอย่างดี จากทั้งลูกค้า คู่ค้า และนักวิ่งจำนวนมาก สะท้อนความนิยมของงานในกลุ่มนักวิ่งอย่างชัดเจน โดยบรรยากาศของงานในปีนี้มีความอบอุ่นและทำให้รู้สึกประทับใจในพลังของผู้เข้าร่วมอย่างมาก ซึ่งธนชาตประกันภัยยืนยันที่จะร่วมเป็นพันธมิตรกับทีทีบีเดินหน้าพัฒนาและจัดกิจกรรมดี ๆ อย่างต่อเนื่อง”

เงินบริจาคสนับสนุนภารกิจโรงพยาบาลในการดูแลผู้ป่วย
ในขณะที่นายแพทย์นิคม มะลิทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี หนึ่งในโรงพยาบาลท้องถิ่นผู้เป็นตัวแทนรับมอบเงินบริจาคในปีนี้ กล่าวว่า “การที่มีผู้เข้าร่วมงานพาร์ครันจำนวนมาก สะท้อนถึงการตระหนักด้านสุขภาพของคนไทย ซึ่งการวิ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs และรู้สึกประทับใจในพลังแห่งการให้ที่ทุกคนร่วมบริจาคเงินให้โรงพยาบาลท้องถิ่นต่าง ๆ เพื่อนำไปเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เด็ก ๆ ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีเพิ่มโอกาสรอดชีวิต และช่วยให้ได้รับโอกาสการดูแลรักษาที่ดีขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์และบุคลากร

“ขอขอบคุณกิจกรรมพาร์ครัน และ โครงการปันบุญ โดยทีทีบีที่ช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนภารกิจของโรงพยาบาลราชบุรีที่ต้องดูแลผู้ป่วยจากหลายจังหวัด จึงอยากเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมกิจกรรมพาร์ครันกันในครั้งต่อไป”

คึกคัก! นักวิ่งประทับใจร่วมส่งต่อโอกาสให้น้อง ๆ
ปิดท้ายที่ความประทับใจของนายณัฐวุฒิ ปัญญาฐิติวงศ์ นักวิ่งระยะ 10.5 กิโลเมตร ที่เข้าเส้นชัยเป็นคนแรก บอกว่า มาวิ่งงานพาร์ครันเป็นปีที่สอง เพราะรายได้จากค่าบัตรวิ่งทั้งหมด ทีทีบีนำไปมอบให้กับองค์กรการกุศล ซึ่งรู้สึกดีที่ได้มีส่วนร่วมในการส่งต่อโอกาสให้คนอื่น โดยเฉพาะการช่วยเหลือน้อง ๆ ผู้ป่วยเด็ก และยังช่วยให้เด็กได้มีโอกาสใช้ทักษะนำไปต่อยอดพัฒนาตัวเอง และในอนาคตอาจเป็นเด็ก ๆ เหล่านี้ ที่อาจจะได้เป็นคนส่งต่อโอกาสให้กับคนอื่น ๆ ในสังคมต่อไปอีกด้วย นอกจากนี้ ค่าบัตรวิ่งยังนำไปลดหย่อนภาษีได้ แถมยังได้ทำให้สุขภาพดีขึ้นด้วย

“ปกติใส่ใจเรื่องสุขภาพอยู่แล้ว พาร์ครันเป็นงานวิ่งที่มีคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน ถือว่าสามารถกระตุ้นให้คนทำตามได้มองว่าเป็นความสำเร็จ ซึ่งปีนี้เห็นคนมาวิ่งเยอะมากก็ดีใจ มองว่าการที่ทีทีบีจัดพาร์ครันมาอย่างต่อเนื่อง เป็นกิจกรรมที่ทำให้คนรักการออกกำลังกายมารวมตัวกัน ถือว่าเป็นองค์กรที่มีส่วนร่วมกับสังคม มีความใส่ใจสุขภาพของลูกค้าและประชาชน”

งานเดิน-วิ่งมินิมาราธอนการกุศล “ทีทีบี | ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2025” ยังยึดมั่นและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยเสื้อวิ่งผลิตจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 100% และหลังจบงานวัสดุไวนิลจากป้ายบอกระยะทางจะถูกคัดแยกนำมาทำกระเป๋า Upcycling เอาไปใช้ต่อยอดการทำกิจกรรม ttb blue planet นอกจากนี้ ยังมีการแยกพลาสติกที่เกิดขึ้นจากงานนำไปบริจาคให้กับวัดจากแดง โดยขวดพลาสติกจะนำมารีไซเคิลเป็นผ้าไตรจีวร-ผ้าบังสุกุล ซึ่งการผลิตเส้นใยสำหรับผลิตผ้าจีวร 1 ไตรจีวรใช้ขวดพลาสติก 60 ใบ สำหรับฝาขวดและฉลากจะนำไปรีไซเคิลเป็นโต๊ะ เก้าอี้พลาสติก โดยพัฒนาร่วมกับวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านวัดจากแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อร่วมสร้างสังคมที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณนักวิ่ง และผู้บริจาคจากทั่วประเทศ ที่ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมเดิน-วิ่งมินิมาราธอนการกุศล “ทีทีบี | ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2025” ด้วยดีเสมอมา และสามารถติดตามกิจกรรม
ดี ๆ ต่อเนื่องตลอดทั้งปีได้ที่ https://parkrun.ttbfoundation.org

ทีทีบีธนชาตประกันภัยพาร์ครัน2025

ttb #ThanachartInsurance #parkrun2025 #เส้นชัยแห่งการให้

ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต

เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ รวมใจทำความดีศิลปินจีเอ็มเอ็ม มิวสิค-นักแสดงจีเอ็มเอ็มทีวีร่วมส่งต่อบุญในงานกาชาด 2568

บรรยากาศงานกาชาดประจำปี 2568 เต็มไปด้วยรอยยิ้มและพลังแห่งการให้ เมื่อศิลปินและนักแสดง รวมใจกันเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการกุศล สนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย พร้อมเปิดโอกาสให้แฟนคลับและประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมทำความดีไปพร้อมกัน

อิ่มบุญออนไลน์ไปกับศิลปินคนโปรด ในโครงการ “Stars of Sharing รวมใจดารางานกาชาด 2568” กิจกรรมพิเศษภายในงานกาชาดประจำปี 2568 ผ่านแพลตฟอร์ม iRedcross ที่พัฒนาโดย Donation HUB สภากาชาดไทย ผนึกกำลังศิลปินจากจีเอ็มเอ็ม มิวสิค ได้แก่ เจ๋ง Big Ass, พลพล, หนุ่ม ณพสิน และ แพท วง Klear พร้อมด้วยนักแสดงขวัญใจแฟนๆ จาก GMMTV ได้แก่ ฟอส จิรัชพงศ์, บุ๊ค กษิดิ์เดช, จุง อาเชน, ดัง ณัฎฐ์ฐชัย, จิมมี่ จิตรพล และ ซี ทวินันท์ แท็กทีมเชิญชวนแฟนคลับและประชาชนทั่วไป ร่วมสมทบทุนเพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย อาทิ การช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้เปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส ผู้ประสบภัย เด็กและเยาวชน ให้ได้รับการดูแล ฟื้นฟู และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ที่สนใจทำบุญ สามารถบริจาคผ่านเว็บไซต์ iRedcross ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพียงเลือกบริจาคผ่านศิลปินหรือดาราคนโปรด กรอกจำนวนเงินและข้อมูลให้ถูกต้อง จากนั้นชำระเงินตามขั้นตอน บริจาคได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2569 สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโอกาสดีๆ ที่ได้ร่วมทำความดีและช่วยเหลือสังคม

ต่อเนื่องความอบอุ่นในงานกาชาด เมื่อศิลปินจาก จีเอ็มเอ็ม มิวสิค ได้แก่ ดอกอ้อ ทุ่งทอง, เอม เอมปวีร์ และ เต๋า ภูศิลป์ ร่วมกิจกรรมภายในบูทมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ขึ้นเวทีถ่ายทอดเสียงเพลง พร้อมเชิญชวนทุกคนร่วมซื้อคูปองกิจกรรม เพื่อนำรายได้สมทบทุนร่วมกับมูลนิธิฯ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก แฟนๆ ร่วมร้องเพลงฮิตไปพร้อมกัน สร้างโมเมนต์อบอุ่นและน่าประทับใจตลอดทั้งกิจกรรม
งานนี้เรียกได้ว่า ทั้งอบอุ่นและประทับใจ เพราะนอกจากจะได้ฟังเพลงและใกล้ชิดศิลปินคนโปรดแล้ว ยังได้ร่วมทำบุญ ส่งต่อกำลังใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทำความดีไปพร้อมกัน

‘ดูมันดิ’ ชวนตามติดมิตรภาพน้องใหม่ของค่าย ส่ง DMD Friendship The Reality : THE THIRD CHAPTER ให้ลุ้นใครจะเป็นพาร์ทเนอร์ที่ใช่

ประสบความสำเร็จในการสร้างนักแสดง – ศิลปิน ที่เก่งรอบด้านและมีผลงานในวงการบันเทิง มาแล้ว 4 GEN มากถึง 30 คน สำหรับ ‘ค่ายดูมันดิ’ โดย ‘อ๊อฟชั่น กิตติพัฒน์ จำปา’ บอสใหญ่ที่ไม่เคยหยุดพัฒนา พร้อมไปต่อกับการปั้นน้องใหม่ GEN 5 ของค่าย ที่เต็มไปด้วยพลังล้นและความสดใส อย่าง ปัง พิรุฬห์วัตน์ พรมรัตน์, นอร์ท ชัชพล ประณตพงศ์, พอร์ช ศิฑา กาญจนอลงกรณ์, ฟีฟ่า ธนัช โอสายไทย, คอปเปอร์ ภูริวัจน์ โชติรัตนศักดิ์, อ๊อตโต้ สรนันท์ สุขสวัสดิ์, ภูผา สิรภพ มูลสาร, เวฟ ธนภัทร ตันสกุล และ พีท ชณันวิชญ์ รุ่งสิริประเสริฐ ที่มี Mission ให้ทดสอบในหลากหลายด้านตั้งแต่เริ่มต้น ผ่านรายการเรียลลิตี้ ‘DMD Friendship The Reality : THE THIRD CHAPTER’ ที่จะเป็นการพัฒนาความสามารถและมิตรภาพ รวมถึงการหาพาร์ทเนอร์เคมีที่ใช่ของกันและกัน

การทำความรู้จักเพื่อนใหม่ที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ทั้งมิตรภาพความเป็นเพื่อนที่ต่างไม่เคยรู้จักกันแต่ได้มาเรียนรู้ไปพร้อมกัน ทำให้ชวนติดตามว่าจะก้าวผ่านจุดเริ่มต้นและทำลายกำแพงกันไปได้ยังไง รวมถึงต้องช่วยกันทำ Mission ให้สำเร็จ ซึ่งแต่ละโจทย์ทำให้เห็นถึงเรื่องการสื่อสาร ความไว้วางใจ และการทำงานร่วมกันในสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น เมื่อต้องแก้ไขกับเหตุการณ์ต่าง ๆ จะจับมือก้าวผ่านไปยังไง โดยทุกภารกิจจะเป็นทางไปสู่การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก ทั้งการเลือกคู่ การทำชาเลนจ์แบบแพ้คัดออก และ Friendship Time ที่ผู้ชนะจะได้เลือกไปใช้เวลากับคู่ที่ต้องการ ทำให้ลุ้นกันในแต่ละ Mission และ ใครที่แอบมองคู่ในใจเอาไว้บ้าง สุดท้ายแล้วจะมาเป็นพาร์ทเนอร์ที่เคมีตรงกันหรือไม่ ติดตามความสนุกกันได้ทั้งหมด 6 EP

โดย DMD GEN 5 เผยถึงรายการเรียลลิตี้นี้ว่า “เป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่พวกเราได้มีโอกาสทำร่วมกันและสนุกมาก ๆ เลยครับ การได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ทำให้กลายเป็นช่วงเวลาที่เราทำความรู้จักกันให้ได้ดี บอกเลยว่าแต่ละ EP จะลุ้นมาก ๆ  นอกจากจะได้มี Mission ที่ฝึกพวกเราแล้ว ก็ยังได้เรียนรู้กับการทำงานในด้านต่าง ๆ ไปพร้อมกันด้วย อยากให้ทุกคนติดตามไปด้วยกัน และเชียร์กันว่าใครจะเป็นพาร์ทเนอร์คู่กับใครบ้างครับ”

ติดตามภารกิจที่ DMD GEN 5 ต้องทำร่วมกัน พร้อมกับตามหาพาร์ทเนอร์ที่เคมีตรงใจ และจะเป็นนักแสดงหลักในซีรีส์เรื่องใหม่ของ ‘ค่ายดูมันดิ’ และ ‘บริษัท มันดีเวิร์ค จำกัด’ ผ่านรายการเรียลลิตี้ ‘DMD Friendship The Reality : THE THIRD CHAPTER’ เริ่มตอนแรก 21 ธันวาคม และสามารถติดตามได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 21.30 น. ทาง Youtube : Mandee Channel และชมเวอร์ชัน UNCUT ได้ในเวลา 22.30 น. บนแอป iQIYI และเว็บ iQ.com ที่เดียวเท่านั้น