ปีม้าคึกคัก ช่อง 3 พร้อมลุยขนนักแสดงตัวท็อปลงจอเปิดโผละครใหม่พร้อมสร้างปรากฏการณ์ปังสนั่นจอรับปี 2569

เริ่มต้นเปิดประเดิมความสนุกช่วงต้นปีด้วยละครย้อนยุคเข้มข้น “ยิหวาดาตัง” จากค่าย มายน์ แอท เวิร์คส์ จำกัด ความรักและความศรัทธาที่พลิกชีวิต โดยได้หนุ่มหน้าคม “ภณ ณวัสน์” และนางเอกมีมง “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” มาประเดิมเคมีถ่ายทอดเรื่องราวในศึกไสยเวทระหว่างความรักกับความแค้นที่ต้องเลือก พร้อมประชันฝีมือกับรุ่นใหญ่ “ป๋อ ณัฐวุฒิ” และ “ชาย ชาตโยดม” และนักแสดงมากฝีมืออีกมากมาย โดยผู้จัด “แป๊ป-ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์” ที่ได้ “ดุลยสิทธิ์  นิยมกุล” และ “ทวีวัฒน์ วันทา” นั่งแท่นกำกับ

ต่อกันด้วย “ก็รักมันปักใจ” ผลงานจากค่าย ชลลัมพี บราเธอร์ จำกัด  ที่ได้ “กองทัพ พีค” มาดเท่มาพลิกบทบาท ประกบคู่นางเอกป้ายแดง “เก๋ไก๋ ณัฐธิชา” ในละครแนวโรแมนติก ดราม่า คอมเมดี้ จะมาถ่ายทอดเรื่องราวของทายาทหมื่นล้านที่ยอมทิ้งทุกอย่าง มาซ่อนตัวอยู่เป็นลูกจ้างรายวันที่เห็นเงินเป็นพระเจ้า จนเกิดเป็นความรักบนความหวาดระแวงเพราะเงินเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับอดีตคนรักเก่า โดยเป็นผลงานของผู้จัด “ต้อง-จุลวุฒิ ชลลัมพี” และผู้กำกับ “นาย-สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร”

มาพบกับอีกหนึ่งเรื่องราวความแซ่บใน “รักหักหลัง” จากค่าย เมคเกอร์ เค จำกัด ที่ห้ามพลาด! เมื่อเคยเจ็บจากรักแรก และเริ่มชีวิตใหม่แต่โลกอันโหดร้ายเหวี่ยงอดีตคนรักกลับเข้ามาในชีวิตเธอในฐานะน้องชายคนสนิทของสามี บททดสอบชีวิตสุดโหดจึงเกิดขึ้นโดยได้สองพระเอกหุ่นแซ่บ “เกรท วรินทร” และ “กระทิง ขุนณรงค์” มาประกบนางเอกสาว “พาย รินรดา” พร้อมลั่นความแซ่บสะเทือนจอจากผู้จัด “หนุ่ม-กฤษณ์ ศุกระมงคล” จากฝีมือการกำกับ “วิลาวัณย์ สังฆะภิบาล”

ต่อด้วย “โทษฐานที่รักเธอ” จากค่าย เลิฟดราม่า เมื่อคนดีต้องยอมรับบทเป็นคนเลว คนที่รักกลับกลายเป็นคนที่หักหลัง อนาคตที่เคยสดใสกลับต้องตกนรกทั้งเป็น เพียงเพราะคนเลวบางคน จึงจำเป็นต้องทวงถามทุกความอยุติธรรม แม้จะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม นำแสดงโดย “นาย ณภัทร” ประกบคู่กับสาวมากความสามารถ “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ครั้งแรก ของผู้จัดคนเก่ง “ไก่-วรายุฑ มิลินทจินดา” ที่ได้ “ปริยากร ชญานินปรเมศ” มานั่งแท่นกำกับความเข้มข้นในครั้งนี้

อีกหนึ่งเรื่องราวที่จะมาเขย่าหน้าจอให้เดือดเป็นไฟกับโปรเจกต์ “สองหัวใจ” การต่อสู้เพื่อหาทางออกในชีวิตของคนสามคน เป็นการรวมนักแสดงระดับตัวท็อปของวงการบันเทิงนำทีมโดย 2 พระเอก “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “เจมส์ มาร์” โคจรมาประกบสาว “อแมนด้า ออบดัม” พร้อมด้วย “อ๋อง สิทธานต์” ผลงานของผู้จัด “หงษ์-ธัญนิธิ ฉันท์เอกสิทธิ์” จากค่าย หก สี่ เอี่ยว จำกัด ที่ได้ “กฤษณุ อ่ำปลอด” มานั่งแท่นกำกับเรื่องแรก

อีกหนึ่งเรื่องที่สร้างกระแสสนั่นโซเชียล “ตะวันลวง” ละครฟอร์มยักษ์จากค่าย เมคเกอร์ เค จำกัด ที่ได้สามตัวท็อป ญาญ่า อุรัสยา, กลัฟ คณาวุฒิ และ เก้า นพเก้า มาประชันบทบาทเข้มข้นผ่านเรื่องราวของพี่น้องต่างสายเลือด หัวใจสามดวงที่ต้องเลือกระหว่าง ความรัก ความจริง และความถูกต้องในโลกที่บางครั้งตะวันก็อาจลวงตาให้เราเชื่อในสิ่งที่ผิด ความโรแมนติก ดราม่า ที่รังสรรค์โดย “หนุ่ม-กฤษณ์ ศุกระมงคล” เป็นการรวมตัวที่พร้อมเขย่าวงการให้ลุกเป็นไฟ

และเรื่องที่เป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ หลังจากปล่อยภาพฟิตติ้งสุดแซ่บ เรื่อง “Translator” สเต็ปเพาเวอร์ทรี ละครฟอร์มยักษ์ที่เป็นการคัมแบ็กของนักแสดงมากฝีมือ “คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส” มาประกบนักแสดงมากความสามารถ “แพร์ พิชชาภา” และ “โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์” ในละครแนวดราม่าเข้มข้นที่ตัวละครหลักต้องเผชิญหน้ากับ “ความจริงที่ยังไม่ถูกแปล” ที่มีมิติ ลึก ซับซ้อน และเต็มไปด้วยความลับ

ในส่วนพาร์ตซีรีส์แซฟฟิกยังคงเป็นผู้นำคอนเทนต์ที่ขยายตลาดในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความหลากหลาย โดย “คุณดิว-ปิ่นกมล มาลีนนท์” ที่ส่งนักแสดงทั้ง 4 คู่  “หลิงหลิง คอง – ออม กรณ์นภัส”, “ลีน่า ลลินา – หมิว ณัชชา”, “แทน ดวงแก้ว – ญดา นริลญา”, “อุ้ม อิษยา – แบม สราลี” มาเพิ่มฐานคนดูไปทั่วโลกและสร้างกระแสตอบรับในวงกว้างทั้งในไทยและในระดับ Global

พร้อมเปิดประเดิมเรื่องแรกด้วย “Play Park รักไม่คาดฝัน” ที่ได้เปิดตัว “แทน ดวงแก้ว” และ “ญดา นริลญา” มาสร้างปรากฏการณ์ความฟินด้วยเคมีฟ้าโปรด ในเรื่องราวของแม่เลี้ยงเดี่ยวเจ้าแผนการต้องมาเผชิญหน้ากับนักธุรกิจสาวจอมวางแผน การชิงไหวชิงพริบในสวนสนุกจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อม ๆ กับความรักที่ไม่คาดฝัน จากฝีมือการกำกับของ “เดวิด บีแกนเดอร์”

และปิดท้ายด้วย “Fulfill รักเติมเต็ม” อีกหนึ่งเรื่องจาก ซีรีส์แซฟฟิกที่เปิดฉากด้วยชีวิตหลังแต่งงาน แต่การแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด  แต่เป็นจุดเริ่มต้นให้ได้กลับไปเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน และก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปด้วยกัน โดยได้ “อุ้ม อิษยา” และ “แบม สราลี” มาปล่อยความคิ้วท์ดาเมจแรงให้คนดูได้ตกหลุมรักไปพร้อมกัน จากฝีมือการกำกับโดย “นาย-สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร”

มาถึงที่สุดของการรอคอยกับซีรีส์เรื่องที่ 3 ของ “หลิงหลิง คอง” และ “ออม กรณ์นภัส” คือ “วาดฝันวันวิวาห์” สร้างจากนิยายดังจากนามปากกา  reallyb หลังจากประกาศเปิดตัวก็ทำเอาโซเชียลแตก กับเรื่องราวความรักที่ต้องจบลงเพราะความขัดแย้งจากคนที่ขึ้นชื่อว่าแม่ พิธีวิวาห์ที่ถูกโอบล้อมด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และคำอวยพรเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ ในอนาคตยังมีอุปสรรคมากมายรอทั้งสองร่วมกันฝ่าฟันอยู่ โดยได้ “ป้าแจ๋ว-ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์” มารังสรรค์ความสนุก

และสำหรับ “ลีน่า ลลินา” และ “หมิว ณัชชา” ที่ผลงานเพิ่งลาจอไปได้ไม่นานกับ “รักสุดท้าย My Safe Zone The Series” ในปีหน้าทั้งสองสาวยังมีผลงานซีรีส์ออกมาเซอร์ไพรส์คนดูให้ใจเต้นแรงอย่างแน่นอนแต่จะเป็นเรื่องไหนต้องรอติดตาม

และนี่คือสุดยอดคอนเทนต์ที่เตรียมมามอบความสุข ความสนุก ความบันเทิง ให้ได้เตรียมรับแรงกระแทกกันอย่างจุใจรับศักราชใหม่ 2569 พร้อมขี่ม้าชนความยิ่งใหญ่แบบจัดเต็ม รอติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Ch3Thailand และ 3Plus

แฟนคลับฟินส่งท้ายปี! “BNK48 & CGM48” เล่นใหญ่จัดงานคริสต์มาสเฟสติวัล 3 วัน สนุกเต็มอิ่ม

มอบพลังแห่งความสุขให้แฟนคลับส่งท้ายปี โดยศิลปินไอดอล BNK48 & CGM48 จากค่ายiAM ในงาน “BNK48 & CGM48 Christmas Festival 2025: Kangaroo Village” กิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟที่เนรมิตขึ้นมาจากไอเดียสุดครีเอทของเหล่าไอดอลทั้งหมด 62 ชีวิต เป็นการฉลองเทศกาลคริสต์มาสที่มีทั้งความสนุกสนานเรียกเสียงหัวเราะ และความเบียวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน สร้างรอยยิ้มพร้อมส่งพลังบวกให้บรรดาแฟนคลับอย่างเต็มอิ่ม 3 วันจุกๆ ณ MCC Hall, The Mall Lifestore Bangkae

            บรรยากาศในงานมีแฟนคลับมาเติมเอเนอจี้ เติมพลังบวกกับเหล่าไอดอลกันอย่างคึกคักโดยมีBNK48 & CGM48 ทั้งหมด 62 คนที่ผุดไอเดียของตัวเองออกมาเป็นบูธกิจกรรมต่างๆ ซึ่งมีทั้งอาหารเมนูสุดแปลก ขนม เครื่องดื่ม ที่ได้ลงมือทำกันเองส่งถึงมือแฟนๆ  รวมทั้งคิดรูปแบบเกมมาเล่นกับแฟนคลับ เรียกว่าได้พบปะ กระทบไหล่อย่างใกล้ชิด พร้อมแจกของรางวัลสุดพิเศษ เบเนฟิตแบบโดนใจ ไม่ว่าจะเป็นของสะสม ของรัก ของหวงส่วนตัวจากไอดอลที่ไม่สามารถหาได้ในงานไหนอีก งานนี้เล่นใหญ่ 3 วันติด ทำเอาเหล่าบรรดาแฟนคลับต่างฟินกันสุดๆ เติมความสุขแบบเต็มอิ่มไปเลย

ส่วนพาร์ทบนเวทีตกแต่งด้วยต้นคริสต์มาสใหญ่กับกล่องของขวัญพร้อมพาเข้าสู่บรรยากาศของฤดูหนาวเปิดโหมดด้วยความสนุกกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินไอดอล BNK48 & CGM48 ที่มัดใจคนดูทั้งฮอลล์พร้อมโชว์ First Performance เพลง “จิงโจ้น้อยเดือนธันวาคม” แบบใส่สุดพลังร้องเต้นไม่มีอ่อม ปิดท้ายกับเหล่ารุ่นที่3 ของ BNK48 ประกาศจบการศึกษา จำนวน 8 คน ได้แก่ (อีฟ) อิสรีย์ ทวีกุลพาณิชย์, (เอิร์ธ) นภสรณ์ ศิริปาณี, (ยาหยี) ณัฏฐธิดา อาสนานิ,(เกรซ) วิรัลพัชร ธำรงค์พันธวนิช,(พีค) ภูษิตา วัฒนากรแก้ว, (เอิร์น) วชิราพร พัฒนพานิช,(มีน) ณัฐธันยา ดุลยพลและ (ข้าวฟ่าง) ญาณิศา เมืองคำ ที่ขอโบกมือลาเดินตามฝันของตัวเอง สำหรับ (ฮูพ) ปาฏลี ประเสริฐธีระชัย, (แพนเค้ก) พิทยาภรณ์ เกียรติฐิตินันท์, (โยเกิร์ต) นพรดา เลิศวิริยะพร, (โมเน่ต์) ภาริตา ริเริ่มกุล และ(เฟม) นันทภัค กิตติรัตนวิวัฒน์ จะยังใช้นามสกุล BNK48 กันต่อไป และเตรียมปล่อยเพลงพิเศษ “Celebration” ซึ่งจะเป็นเพลงจบการศึกษาเร็วๆ นี้

สามารถติดตามชมคลิปโชว์ First Performance เพลง “จิงโจ้น้อยเดือนธันวาคม” ได้ทาง Youtube BNK48 :  https://www.youtube.com/watch?v=UtbJ77f4g-I&list=PLPW9IgM1jwdu_pdRg3N7UnnfuNZFqdcDD&index=7

คลิป Day 1 : https://www.youtube.com/shorts/gbPLwLHwC6A, คลิป Day 2 : https://www.youtube.com/shorts/XpK9i-5IF6E, คลิป Day 3 : https://www.youtube.com/shorts/U-UdoqMaV4M

ทีทีบี เดินหน้าปลุกพลังอาสาสมัคร มุ่งเปลี่ยนชุมชนดีขึ้นอย่างยั่งยืนสร้างผลลัพธ์จับต้องได้จริง พร้อมจุดประกายสังคมแห่งการแบ่งปัน

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี จัดกิจกรรม ttb Volunteer Recognition Day ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำให้พนักงานตระหนักรู้ว่า องค์กรให้ความสำคัญกับผู้ที่เสียสละมาร่วมทำงานอาสาสมัคร และถือเป็นการขอบคุณอาสาสมัครทีทีบีที่ร่วมกันสร้างความสุข ส่งต่อการให้ โดยนำความรู้และความเชี่ยวชาญที่มีไปช่วยเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้น สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ถือเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจทั้งของตัวเองและองค์กร โดยในปี 2568 มีจำนวนโครงการทั้งสิ้น 20 โครงการ มีอาสาสมัครเข้าร่วมกว่า 1,000 คน และมีโครงการที่โดดเด่นสามารถตอบโจทย์และพัฒนาชุมชนเพื่อให้คนในชุมชนดำเนินการต่อไปได้อย่างยั่งยืน ยกตัวอย่าง 3 โครงการได้แก่

จัดการปัญหาขยะเปียกอย่างยั่งยืน ด้วยองค์ความรู้
นายธนอัครวุฒิ หน่อจำปา อาสาสมัครทีทีบี ทีม Talent C.A.C.3 จากโครงการ “WasteWise” ที่เข้าช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและเสริมสร้างองค์ความรู้ให้กับเยาวชนในชุมชน เล่าว่า โครงการ WasteWise ได้เข้าไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหาขยะในชุมชนตลาดหัวตะเข้ โดยส่งมอบองค์ความรู้เรื่องการจัดการขยะให้กับชุมชน เยาวชน และโรงเรียนเชิดเจิมศิลป์ ด้วยการจัดทำสื่อการเรียนรู้ บอร์ดเกมต่าง ๆ เพื่อให้ชุมชน และเยาวชนได้เรียนรู้และเข้าใจ พร้อมมอบถังหมักปุ๋ยอินทรีย์แบบไร้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ทนทาน ดูแลง่าย เพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับชุมชน

โดยเป็นปีแรกที่ได้เข้ามาเป็นอาสาสมัครทีทีบี สัมผัสได้ถึงความสุขของการเป็นผู้ให้อย่างชัดเจน ตลอดระยะเวลา 3 เดือนทุ่มเทให้กับการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างเต็มที่ และเมื่อถึงวันส่งมอบโครงการได้เจอรอยยิ้มของชุมชนก็หายเหนื่อย โดยเฉพาะพลังงานและความกระตือรือร้นของเด็ก ๆ ช่วยเติมพลังใจให้ทีมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังได้รับแรงบันดาลใจและทักษะการทำงาน ทั้งทักษะความเป็นผู้นำ การทำงานร่วมกันกับหลาย ๆ ฝ่าย ที่ต้องกำหนดเป้าหมายร่วมกัน พาทีมเดินไปทิศทางเดียวกัน มีการกระจายงานอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม

“โครงการนี้เป็นพื้นที่ของการทำงานร่วมกัน ทั้งทีมของเราที่มาจากหลากหลายสายงาน องค์กร NGO และชุมชนในพื้นที่ ทำให้ได้เรียนรู้ทักษะการประสานงาน ซึ่งการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะกับตัวแทนชุมชนและคุณครูที่มีช่วงวัยที่แตกต่าง โดยเราเน้นรับฟังเพื่อเก็บข้อมูลความต้องการและเข้าใจปัญหาที่แท้จริงของคนในชุมชน พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชน แม้จะมีความท้าทายและปัญหาที่ต้องแก้ในหลายเรื่อง แต่ทั้งหมดถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่า ทำให้ทีมเราได้เรียนรู้มากมาย ขอบคุณทีทีบีที่ส่งเสริมให้พนักงานได้มีโอกาสทำสิ่งดี ๆ สร้างประโยชน์ให้กับสังคม เรามีความสุขที่ได้เป็นผู้ให้ และผลลัพธ์ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชนได้อย่างชัดเจน” นายธนอัครวุฒิ กล่าว

ต่อยอดลวดกำมะหยี่แฟนตาซีสานฝัน สร้างอาชีพ อีกเสียงสะท้อนจากนายสรยุทธ รื่นเริง อาสาสมัครทีทีบี ทีมธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ เขตสระบุรี จากโครงการ “ลวดกำมะหยี่แฟนซีสานฝัน” เล่าให้ฟังว่า ทีมเลือกที่จะสนับสนุนโรงเรียนโดยมุ่งเน้นการส่งเสริมวิชาชีพให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ซึ่งส่วนใหญ่มีข้อจำกัดทางด้านการเงิน ต้องการเพิ่มทักษะและสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับน้อง ๆ ผ่านการต่อยอดผลิตภัณฑ์ลวดกำมะหยี่ที่โรงเรียนทำอยู่แล้ว ซึ่งทีมอาสาสมัครได้เข้าไปช่วยยกระดับทักษะ โดยจัดหาผู้เชี่ยวชาญจากวิทยาลัยสารพัดช่างสระบุรี สอนเทคนิคการจัดดอกไม้ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ทันสมัยและตอบโจทย์ เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าและเพิ่มมูลค่าด้วยการสร้างแบรนด์ ออกแบบโลโก้ จัดทำสติกเกอร์และสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ให้ นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงห้องกิจกรรมให้พร้อมใช้งานและทันสมัยขึ้น จัดซื้ออุปกรณ์จำเป็น รวมถึงสอนการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายด้วย

“ผลสำเร็จที่ชัดเจน คือ นักเรียนในกลุ่มกิจกรรมมีความรู้และต่อยอดชิ้นงานได้มากขึ้น และมียอดขายเพิ่มขึ้นจากทั้งช่องทางออนไลน์และการไปออกร้านในสถานที่ต่าง ๆ ขณะเดียวกันจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการลวดกำมะหยี่ก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 50 คน จากเดิม 15-30 คน ซึ่งสิ่งที่อาสาสมัครทีทีบีได้รับกลับมามีค่ามากกว่าความสำเร็จของโครงการ คือ ประสบการณ์ใหม่ ๆ และการได้เห็นรอยยิ้มของน้อง ๆ ถือเป็นแรงใจสำคัญที่สุด นอกจากนี้ การได้เห็นคนที่มีข้อจำกัด แต่ยังคงพยายามต่อสู้ พัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ Mindset ของทีมอาสาสมัครเปลี่ยนไป และเกิดแรงผลักดันในการพัฒนาตัวเอง รวมถึงการทำประโยชน์ต่อสังคม”

ศูนย์การเรียนรู้การเกษตรยั่งยืน แก้ปัญหาปากท้องและสร้างอาชีพ ปิดท้ายที่นายชาติชาย สมุดความ อาสาสมัครทีทีบี ทีมธุรกิจสาขา เขตพิษณุโลก จากโครงการ “ศูนย์การเรียนรู้การเกษตรอย่างยั่งยืน” เล่าว่า ทางทีมได้เข้าไปช่วยเหลือและแก้ปัญหาสำคัญของโรงเรียนบ้านปลักแรด ที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน โดยใช้แนวทางการสอนวิชาชีพและสร้างทักษะติดตัวให้กับเด็ก ๆ ผ่านการเรียนรู้ด้านการเกษตร ซึ่งได้เชิญผู้เชี่ยวชาญมาสอนวิธีการดูแลอย่างถูกต้อง พร้อมสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ โรงเพาะเห็ด และบ่อเลี้ยงกบ รวมถึงแปลงผักสวนครัว เพื่อให้เยาวชนสามารถนำความรู้นี้ไปขยายผลที่บ้านได้ในอนาคต อีกทั้งใช้ความเชี่ยวชาญติดอาวุธความรู้ทางการเงินสอนเรื่องการเงินพื้นฐานให้กับนักเรียน

“ในช่วงเริ่มแรกมีความท้าทายเรื่องความร่วมมือและการสื่อสารอยู่บ้าง เนื่องจากผู้ปกครองและคุณครูเข้าใจว่าเป็นการบริจาคแล้วจบไป แต่เจตนารมณ์ของโครงการ คือ เป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องการความร่วมมืออย่างยั่งยืน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นถือว่าน่าพอใจมาก นักเรียนมีความสุขกับการใช้เวลาว่างมาดูแลแปลงเกษตร และเกิดความผูกพันกับสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ทีมอาสาสมัครก็มีความสุขจากการได้เห็นน้อง ๆ ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองได้เพาะเห็ดนางฟ้าและออกดอกเพื่อเก็บผลผลิตเป็นครั้งแรก สามารถนำมาทำอาหารกลางวันได้จริง ทำให้ทุกคนมีความสุขกับรอยยิ้มของเด็ก ๆ เหล่านี้ นับได้ว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่เราทำ”

โครงการศูนย์การเรียนรู้การเกษตรอย่างยั่งยืน จึงไม่เพียงช่วยเติมเต็มอาหารกลางวันในเบื้องต้น แต่ยังเป็นการจุดประกายให้เด็ก ๆ มีทางเดินไปต่อ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต ซึ่งทีมอาสาสมัครทีทีบียังคงมุ่งมั่นที่จะติดตามผล พร้อมสานต่อโครงการต่อไปเพื่อสร้างความยั่งยืน ทั้งนี้ ในฐานะพนักงานทีทีบีรู้สึกภาคภูมิใจที่ทำงานอยู่ในองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคมและสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้

ทีทีบี มุ่งดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้ปรัชญา Make REAL Change เดินหน้าสานต่อพลังเปลี่ยน…ชุมชนเพื่อความยั่งยืน ด้วยกิจกรรม fai-fah for Communities ผ่านการ “ให้” จากพลังอาสาสมัครทีทีบี นำทักษะและองค์ความรู้ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง สร้างประโยชน์ ตอบโจทย์ปัญหาและพัฒนาให้ดีขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโอกาสทางอาชีพ การพัฒนาทักษะด้านการเงิน หรือการสร้างนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งต่อโอกาสให้คนอื่น ๆ จุดประกายสังคมแห่งการแบ่งปัน

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี มุ่งมั่นและตั้งใจเดินหน้าจุดประกายเยาวชนและชุมชน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ติดตามกิจกรรมดี ๆ ต่อได้ที่ https://www.ttbfoundation.org

“ว้าว” ส่งท้ายปี Waiwai Wow จัดแคมเปญ ‘Waiwai Wow Make a WOW Wish’ชวนทุกคนครีเอทความว้าว พร้อมปักธงเป้าหมายที่อยากให้เกิดขึ้นในปีหน้าและลุ้นของรางวัลสุดพิเศษ รวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แบบสุดว้าวโดย “บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด” ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “ไวไว ว้าว” จัดแคมเปญ “Waiwai Wow Make a WOW Wish” เติมสีสันเทศกาลแห่งความสุขช่วงสิ้นปี ชวนทุกคนร่วมสนุกเขียนการ์ดคำอธิษฐานขอพร และตั้งเป้าหมายชีวิตใหม่ ผ่านกิจกรรม ‘Waiwai Wow Make a WOW Wish’ ให้ทุกคนได้ร่วมกัน Enjoy ทั้งแบบ Online และ On-ground ณ ใจกลางสยามสแควร์ พร้อมลุ้นรับของรางวัลและของพรีเมียมสุดว้าว รวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท

นายยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด
กล่าวว่า “ไวไว ว้าว อยากเป็นพื้นที่ในการส่งมอบความสุขและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ช่วงเวลาท้ายปีของทุกคนพิเศษ  ผ่านแคมเปญ “Make a WOW Wish”  มาตั้งเป้าหมายในชีวิต เขียนการ์ดขอพร ทิ้งท้ายปีเก่า เริ่มต้นปีใหม่ เริ่มต้นสิ่งใหม่ที่ดีไปพร้อมๆ กัน

แคมเปญ “Waiwai Wow Make a WOW Wish” แบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ส่วน ทั้งในรูปแบบ Online และ On-ground เปิดพื้นที่ความว้าว ให้ทุกคนได้มาร่วมสนุกกันอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปี โดยกิจกรรมออนไลน์ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 “ไวไว ว้าว” เติมสีสันท้ายปีให้ว้าวแบบไม่ซ้ำใคร ชวนทุกคนร่วมสนุกด้วยการครีเอท D.I.Y ต้นคริสต์มาสจาก “ไวไว ว้าว” ทั้ง 2 รสชาติ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และกติกาการร่วมสนุกได้ง่ายๆ ได้ที่ Facebook Fanpage : Waiwai งานนี้มีลุ้นรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท

ขณะที่กิจกรรมรูปแบบ On-ground เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 นั้น “ไวไว ว้าว” ยกความว้าวไปเสิร์ฟถึงใจกลาง “สยามสแควร์” บริเวณ Walking street ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของเทศกาลท้ายปีอย่างคริสต์มาส และ Countdown ที่รายล้อมไปด้วยความสนุก แสง สี เสียง เป็นพื้นที่แห่งการ
เฉลิมฉลอง เป็นแลนด์มาร์กแห่งการส่งต่อความสุข ผ่าน 3 กิจกรรมไฮไลต์ที่ทั้งอบอุ่น สนุก และน่าจดจำ

WOW Step :1 ชวนทุกคนมาเขียนการ์ดขอพรหรือตั้งเป้าหมายในชีวิต เพื่อต้อนรับความว้าวใหม่ ในปี 2026 ลงบน “WOW Wish Card” ก่อนนำไปแขวนบนต้นคริสต์มาส “ไวไว ว้าว” พร้อมถ่ายภาพเก็บโมเมนต์ว้าวๆ โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ติดแฮชแท็ก #MakeaWOWwish

WOW Step :2 ส่งต่อคำอวยพรและความปรารถนาดีถึงคนพิเศษ ด้วยการเขียนลงบน WOW Wish Card” ใบที่ 2 ทางไวไวจะทำการส่งต่อความว้าว ไปถึงคนที่คุณอยากส่งต่อถึงประตูบ้าน

WOW Step :3 ลงทะเบียนผ่าน QR Code ร่วมกิจกรรม เพื่อรับสิทธิ์รอลุ้นเป็นผู้โชคดีในการสุ่มจับรางวัลจาก “Waiwai Wow” ภายในงานทันที

ทั้งนี้ นายยศสรัล กล่าวปิดท้ายว่า แคมเปญนี้สะท้อนภาพลักษณ์ของ “ไวไว ว้าว” ในฐานะแบรนด์ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมอยู่ในทุกโมเมนต์ความสุขสำคัญของชีวิต ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่ว้าวของทุกคน

คืนรอยยิ้มให้ชาวใต้ Smile @ South แรก ที่หาดใหญ่ Amazing Hatyai Happy Bus เปิดเมือง เปิดใจ ฟื้นความเชื่อมั่นหาดใหญ่ หลังอุทกภัย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ผนึกกำลังร่วมกับ หอการค้าจังหวัดสงขลา และ YEC Songkhla พร้อมด้วยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา และสำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา เปิดตัวโครงการ “Amazing Hatyai Happy Bus” เดินหน้าฟื้นฟูบรรยากาศการท่องเที่ยวของ หาดใหญ่ หลังสถานการณ์อุทกภัย พร้อมส่งสัญญาณชัด “หาดใหญ่พร้อมแล้ว” ที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยความสะดวก ปลอดภัย และอบอุ่น

โครงการนี้ให้บริการ รถโดยสารสาธารณะฟรี 2 เส้นทางหลัก ครอบคลุมย่านท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสำคัญของเมือง ระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 รวมระยะเวลาดำเนินโครงการกว่า 2 เดือน เพื่ออำนวยความสะดวก เพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการคมนาคม

ททท. คาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้บริการตลอดระยะเวลาโครงการฯ ไม่น้อยกว่า 15,000 คน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งนิยมเดินทางท่องเที่ยวภายในเมืองด้วยระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก ขณะเดียวกัน โครงการยังช่วยบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยที่ทำให้ยานพาหนะของประชาชนและผู้ประกอบการบางส่วนได้รับความเสียหาย

“Amazing Hatyai Happy Bus” เป็นหนึ่งในมาตรการเร่งด่วนของ ททท. ภายใต้แนวคิด Smile@South เพื่อคืนรอยยิ้มให้พี่น้องภาคใต้และชาวหาดใหญ่ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ยกระดับความเชื่อมั่นด้านการเดินทางและความปลอดภัย ควบคู่การกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เพราะทุกการเดินทางที่สะดวก คือจุดเริ่มต้นของความประทับใจ หาดใหญ่…กลับมาคึกคัก พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น

#Amazingthailand #SmaileatSouth #HatyaiHappyBus

‘โฮมโปร-เมกาโฮม’ ส่งต่อพลังน้ำใจไทย เคียงข้างพี่น้องภาคใต้เดินหน้าฟื้นฟูหลังน้ำท่วมต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “โฮมโปร เมกาโฮม ห่วงใย ร่วมใจฟื้นฟูบ้าน”

โฮมโปร–เมกาโฮม เดินหน้าส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยทำหน้าที่เป็น “ตัวกลางแห่งน้ำใจ” ระดมพลังจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมฟื้นฟูบ้านเรือนและชุมชนให้กลับคืนสู่ความปกติอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ “โฮมโปร เมกาโฮม ห่วงใย ร่วมใจฟื้นฟูบ้าน” โฮมโปร–เมกาโฮม ได้ส่งมอบสินค้ากลุ่มอุปกรณ์ทำความสะอาด และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูบ้านเรือนหลังน้ำลด เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย โดยมี นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อกระจายความช่วยเหลือไปยังชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง

พร้อมกันนี้ ยังได้รวมพลังผู้บริหารและพนักงานจิตอาสา ลงพื้นที่ร่วมฟื้นฟูบ้านเรือนและพื้นที่สาธารณะในชุมชน รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรม “รวมพลัง ฟื้นนครหาดใหญ่ : Big Cleaning Day ครั้งที่ 1” ร่วมกับเทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น

โฮมโปร–เมกาโฮม เชื่อมั่นว่า “ทุกน้ำใจ คือพลังแห่งการฟื้นฟู” และ “บ้านที่ปลอดภัย คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง” พร้อมยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องชาวใต้ในทุกขั้นตอนของการฟื้นฟู เพื่อให้ชุมชนกลับมาเข้มแข็งและก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน ภายใต้แนวคิด #ไทยไม่ทิ้งกัน

#โฮมโปรเมกาโฮมห่วงใยร่วมใจฟื้นฟูบ้าน #ไทยไม่ทิ้งกัน #น้ำท่วมหาดใหญ่ #HomeProCares #HomeProMegaHomeTogether #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #โฮมโปร #เมกาโฮม #homepropr

ชวนช้อปของขวัญสุดพิเศษให้คนรู้ใจ ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ที่พาราไดซ์ พาร์ค

เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปี ใครที่กำลังมองหาของขวัญแทนใจให้กับคนพิเศษ พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค  อีกหนึ่งจุดหมายที่ไม่ควรพลาด ด้วยร้านค้าที่มีหลากหลายครอบคลุมทั้งสินค้าแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ของตกแต่งบ้าน ตลอดจนไอเทมช่วยดูสุขภาพ ที่ตอบโจทย์ทุกวัย ทุกความชอบ กับบรรยากาศการช้อปที่อบอวลไปด้วยความสุขของเทศกาลปีใหม่

วันนี้เราขอรวบรวมร้านค้าไฮไลท์ เพื่อเป็นไอเดียของขวัญดี ๆ ที่ช่วยเติมเต็มความหมายให้กับช่วงเวลาพิเศษของคุณกับคนที่คุณรัก สายบิวตี้ เติมความสวยรับศักราชใหม่ เริ่มต้นด้วยโซนบิวตี้ที่รวมไอเทมดูแลผิวและความงามไว้ครบครัน

ที่ EVEANDBOY ชั้น 1 แหล่งรวมเครื่องสำอางและสกินแคร์จากแบรนด์ดังทั้งไทยและต่างประเทศ
พร้อมน้ำหอมและเซ็ตของขวัญพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อเทศกาลปีใหม่โดยเฉพาะ เหมาะเป็นของขวัญสำหรับคนรักความสวยความงามทุกวัย อีกหนึ่งตัวเลือกคือ Oriental Princess ชั้น 1 แบรนด์เครื่องสำอางคุณภาพของคนไทย
ที่โดดเด่นด้วยผลิตภัณฑ์จากสารสกัดธรรมชาติ มีไอเทมให้เลือกตั้งแต่สกินแคร์ เมคอัพ ไปจนถึงน้ำหอม เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาของขวัญที่ทั้งอ่อนโยนและดูแลผิวอย่างล้ำลึก Yves Rocher ชั้น G แบรนด์บิวตี้จากประเทศฝรั่งเศส
ตอบโจทย์สายรักธรรมชาติ ด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ผม และร่างกาย ที่เน้นสารสกัดจากพืชพรรณธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีทั้งสกินแคร์ บอดี้แคร์ แชมพู รวมถึงเซ็ตของขวัญดีไซน์สวย เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนพิเศษ หรือดูแลตัวเองให้สวยใสรับต้นปีอย่างมั่นใจ

ไอเดียของขวัญสำหรับคนรักบ้าน สำหรับใครที่อยากมอบของขวัญที่ใช้งานได้จริง HomePro ชั้น 1 คือแหล่งรวมไอเดียที่ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็นของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ขนาดกะทัดรัด เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก หรืออุปกรณ์ DIY ที่ช่วยเติมสีสันและความสร้างสรรค์ให้กับพื้นที่อยู่อาศัย เหมาะสำหรับเป็นของขวัญให้ครอบครัวหรือเจ้าของบ้านมือใหม่ ของขวัญน่ารัก ราคาสบายกระเป๋า

เอาใจสายคิ้วท์และสายช้อปที่มองหาของขวัญน่ารักในราคาจับต้องได้ที่ MINISO ชั้น 1 รวมของใช้ เครื่องเขียน ของเล่น และไอเทมดีไซน์เก๋ให้เลือกมากมาย เหมาะทั้งเป็นของขวัญเล็ก ๆ แทนใจเพื่อน คนในครอบครัว หรือซื้อเป็นรางวัลให้ตัวเองในช่วงสิ้นปี ส่วนคนรักงานเขียนและอุปกรณ์คุณภาพ ต้องแวะมาที่ร้านสมใจ ที่ชั้น 1 แหล่งรวมเครื่องเขียนและอุปกรณ์ศิลปะครบครัน ที่ตอบโจทย์ทั้งนักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญเสริมแรงบันดาลใจในปีใหม่

รองเท้าคู่ใจ ใส่สบายเพื่อสุขภาพ อีกหนึ่งไอเดียสำหรับของขวัญที่ใส่ใจสุขภาพและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ร้าน Skechers ชั้น 1 แบรนด์รองเท้าสุขภาพจากสหรัฐอเมริกา โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีรองรับแรงกระแทก น้ำหนักเบา และความสบายในการสวมใส่ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องยืนและเดินเป็นเวลานาน อีกหนึ่งแบรนด์คุณภาพของคนไทยคือ D’arte (ดาร์เต้) ชั้น 1 รองเท้าเครื่องหนังแท้เพื่อสุขภาพ ที่ผสานความสบายเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและภาพลักษณ์ พร้อมบริการหลังการขายที่ใส่ใจลูกค้า ขณะเดียวกัน VING OUTLET STORE เปิดสาขาใหม่ตรงโซน Paradise Side Walk ชวนคนรักสุขภาพและสายแอคทีฟมาเลือกช้อปรองเท้าแตะเพื่อสุขภาพและรองเท้าแตะสำหรับการวิ่งมาราธอน ที่มีให้เลือกหลากหลายรุ่นเติมสุขภาพดีรับปีใหม่

นอกจากการช้อปปิ้งของดีแล้ว การดูแลสุขภาพก็เป็นอีกหนึ่งของขวัญที่สำคัญ พาราไดซ์ พาร์ค ชวนทุกคนมาใส่ใจตัวเองและคนที่คุณรัก กับ โปรแกรมตรวจสุขภาพจาก คลินิกพรีเมียม รามาธิบดี เฮลธ์สเปซ @ พาราไดซ์ พาร์ค
ที่ออกแบบโปรแกรมให้เหมาะกับทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงอายุ รวมถึงคู่รักที่กำลังวางแผนครอบครัว ตลอดจนโปรแกรมสำหรับองค์กรหรือข้าราชการ ในราคาเริ่มต้นเพียง 2,970 บาท ให้คุณและครอบครัวเริ่มต้นปีใหม่อย่างแข็งแรง สดใส และมั่นใจ
เลือกช้อปของขวัญสุดพรีเมียม เพลิดเพลินกับสินค้าคุณภาพจากร้านค้าชั้นนำแล้ว อย่าลืมแวะมาร่วมลุ้นของขวัญสุดพิเศษมากมาย กับกิจกรรม Sparkling Lucky Christmas Tree ยิบปุ๊ป ลุ้นปั๊ป ทันที! สำหรับสมาชิก MBK PLUS เพียงแสดงใบเสร็จช้อปภายในศูนย์ครบ 500 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์จับลูก Snow Ball เพื่อลุ้นของขวัญสุดพิเศษ (จำกัด 2 สิทธิ์ต่อวัน และไม่สามารถรวมใบเสร็จได้) ตั้งแต่วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 ถึงวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2569 มาร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งความสุข เลือกช้อปของขวัญสุดพิเศษให้คนรู้ใจ และสร้างโมเมนต์ดี ๆ ในช่วงเวลาส่งท้ายปีได้ที่ พาราไดซ์ พาร์ค ครบทุกความสุขในที่เดียว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชั่นดี ๆ ของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตาแกรม paradisepark_th และยูทูป paradiseparkchannel

#ParadisePark #พาราไดซ์พาร์ค #ปีใหม่ #SparklingLuckyChristmasTree

เคล็ดลับผิวสวยหน้าหนาว ปกป้องและฟื้นบำรุงผิวอย่างตรงจุด

เมื่ออากาศเริ่มเย็นลงในช่วงปลายปี ผิวของผู้หญิงไทยจำนวนมากมักเผชิญปัญหาผิวแห้งมากกว่าปกติ แม้อุณหภูมิจะไม่ได้ลดลงรุนแรงเหมือนประเทศในแถบหนาว แต่สภาพอากาศที่แห้งลง รวมถึงการใช้ชีวิตในห้องแอร์เป็นเวลานาน ล้วนส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริเวณที่มักถูกละเลยอย่างข้อศอก เข่า หน้าแข้ง หรือหลังมือ ซึ่งเป็นจุดที่แห้งง่ายกว่าที่คิด

ผู้เชี่ยวชาญจากไบเออร์สด๊อรฟ บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิวระดับโลก และเป็นเจ้าของแบรนด์ NIVEA และ Eucerin อธิบายว่า ต้นเหตุของผิวแห้งในฤดูหนาวไม่ได้เกิดจากสภาพอากาศเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของ “สมดุลผิว” เมื่อความชื้นในอากาศลดลง ผิวจะกักเก็บน้ำได้น้อยลง ขณะเดียวกันยังผลิตน้ำมันตามธรรมชาติลดลง ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ ส่งผลให้เกิดอาการผิวแห้งตึง ลอกเป็นขุย หรือระคายเคืองได้ง่าย โดยเฉพาะหน้าแข้งซึ่งเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันน้อยที่สุด

การดูแลผิวที่เรียบง่ายแต่ได้ผลจริงในชีวิตประจำวัน

เพื่อรับมือกับผิวแห้งในฤดูหนาว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ปัญหาอย่างตรงจุด และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ นีเวียจึงเสนอแนวคิดการดูแลผิวแบบ “Minimal Routine” ที่เรียบง่ายแต่ให้ผลลัพธ์ชัดเจน ด้วยเพียงสองไอเท็มหลัก ได้แก่ NIVEA Body Milk สำหรับบำรุงผิวกายทั่วร่างกาย และ NIVEA Creme สำหรับฟื้นบำรุงบริเวณที่แห้งเป็นพิเศษ

NIVEA Body Milk มีเนื้อโลชั่นแบบน้ำนมที่ซึมเร็ว ให้ความชุ่มชื้นยาวนานถึง 48 ชั่วโมง ผสานคุณค่าจาก Avocado Oil และ Vitamin E ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้กลับมานุ่ม ยืดหยุ่น และสบายผิว เหมาะสำหรับใช้หลังอาบน้ำ โดยเฉพาะในวันที่ผิวรู้สึกแห้งตึงเป็นพิเศษ และยังมีสูตร SPF15 ให้เลือกเพื่อช่วยปกป้องผิวระหว่างวัน
สำหรับผู้ที่รู้สึกว่าผิวแห้งกร้าน ตึง และแตก NIVEA Creme คือไอเท็มที่ตอบโจทย์ ด้วยเนื้อครีมเข้มข้นและเทคโนโลยี Water-in-Oil ที่ช่วยเคลือบผิวบาง ๆ เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นอย่างยาวนาน เหมาะสำหรับผิวที่แห้งมาก หรือใช้บำรุงเฉพาะจุด สามารถพกติดกระเป๋าเพื่อเติมความชุ่มชื้นระหว่างวัน

เมื่อผิวแห้งมาก ต้องการการดูแลเชิงลึกจากศาสตร์แพทย์ผิวหนัง ขณะที่ผิวแห้งระดับปกติสามารถดูแลได้ด้วยการบำรุงทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญจาก ไบเออร์สด๊อรฟ ยังชี้ว่า ผิวแห้งถึงผิวแห้งมาก ต้องการการดูแลที่ลึกกว่านั้น ยูเซอรินจึงพัฒนา Eucerin UreaRepair ในฐานะนวัตกรรมการดูแลผิวแห้งที่อิงศาสตร์ทางการแพทย์ผิวหนัง เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มความชุ่มชื้น

หัวใจของ Eucerin UreaRepair คือแนวคิด “ชุ่มชื้น x3” การดูแลผิวอย่างเป็นระบบ ทั้งการเติมน้ำ กักเก็บน้ำ และฟื้นบำรุงเกราะป้องกันผิว ผ่าน Intelligent Formulation ที่ผสานการทำงานของสารสำคัญ ได้แก่ Urea, Gluco-Glycerol และ NMFs, และ Ceramides ช่วยให้ผิวสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้นและแข็งแรงในระยะยาว

ยูเซอรินยังออกแบบการดูแลผิวในรูปแบบ Routine Care ตั้งแต่การทำความสะอาดด้วย UreaRepair Shower Gel ที่อ่อนโยนและลดการสูญเสียความชุ่มชื้น ไปจนถึงการบำรุงด้วย UreaRepair Lotion ที่ช่วยฟื้นบำรุงเกราะป้องกันผิวอย่างล้ำลึก โดยเฉพาะสูตร Urea 5% ซึ่งเป็นความเข้มข้นที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแห้งและผิวแห้งมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลลัพธ์ชุ่มชื้นยาวนานถึง 48 ชั่วโมง

เนื้อโลชั่นซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ปราศจากพาราเบนและ mineral oil อ่อนโยนต่อผิว สามารถใช้ได้ตั้งแต่อายุ 8 ปีขึ้นไป รวมถึงคุณแม่ตั้งครรภ์ และยังได้รับการยืนยันผลลัพธ์จากการใช้งานจริง โดย 98% ของผู้ใช้ระบุว่าผิวแห้งหยาบกลับมาเรียบเนียนขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ และ 98% รับรู้ว่าผิวชุ่มชื้นยาวนานถึง 48 ชั่วโมง

แม้ฤดูหนาวจะเป็นช่วงเวลาที่ผิวต้องเผชิญความแห้งมากกว่าปกติ แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก ไบเออร์สด๊อรฟ ย้ำว่า การเข้าใจสาเหตุของผิวแห้งและเลือกการดูแลที่เหมาะสม และสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงแบบเรียบง่ายในชีวิตประจำวัน หรือการดูแลเชิงลึกสำหรับผิวแห้งมาก ล้วนช่วยให้ผิวกลับมาแข็งแรง ชุ่มชื้น และดูสุขภาพดีได้ตลอดฤดูกาล

“วัดสระเกศฯ” ร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ด้วยการเปิดให้ชม ‘ภูเขาทอง’ ถึง 4 ทุ่ม!!! ชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และทิวทัศน์อันงดงามยามค่ำคืน

ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๙ วัดสระเกศ เปิดภูเขาทองเพื่อให้นักท่องเที่ยวชมความงามพระอาทิตย์ตกดิน และความงามของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน จนถึงเวลา ๒๒.๐๐ น. ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๘ ถึง ๑๕ มกราคม ๒๕๖๙“

โดยในวันที่ ๒๓ ธ.ค. ทางวัดจะมีการทดลองเปิดให้ขึ้นภูเขาทองถึง ๔ ทุ่ม เพื่อเตรียมความพร้อม อีกทั้งยังให้ประชาชนสามารถขึ้นไปรอชมการแสดงพลุดอกไม้ไฟ งานพลุวิจิตรเจ้าพระยา ๒๕๖๘

ภูเขาทองได้รับการยกย่องจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติว่าเป็นจุดที่ดีที่สุดในการชมความงามของพระอาทิตย์ตกดิน และความงามยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร

โครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” จุดประกายความเป็นไทยให้สืบสานอย่างสร้างสรรค์สะท้อนความสำเร็จผ่านผู้ชนะเลิศ มารยาทไทย และทักษะการอ่าน-พูดในที่สาธารณะ

โครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ครั้งที่ 53 ประจำปี 2568 กิจกรรมสังคมเพื่อมุ่งสืบสานวัฒนธรรม ภายใต้มูลนิธิทีทีบี จุดประกายให้เยาวชนร่วมกันอนุรักษ์ไว้ซึ่งเอกลักษณ์ไทย ประกาศผลการประกวดมารยาทไทย และทักษะการอ่าน-พูดในที่สาธารณะ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทุนการศึกษา ซึ่งมีเยาวชนจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศสนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

ทั้งนี้ โรงเรียนที่ชนะเลิศ ประเภทมารยาทไทย ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลพัทลุง และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ได้แก่ โรงเรียนศรียานุสรณ์ ส่วนประเภทอ่านฟังเสียง ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 ประเภทชาย ได้แก่ ด.ช.กันตพงศ์ สุจินา โรงเรียนศิรินุสรณ์วิทยา ประเภทหญิง ได้แก่ ด.ญ.ณัฐสินี ไพศาลตันติวงศ์ โรงเรียนอนุบาลสุธีธร ในขณะที่รางวัลชนะเลิศ ประเภทพูดต่อหน้าสาธารณชน ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ได้แก่ ด.ช.สิริพงษ์ เลี้ยงบุญเลิศชัย โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ได้แก่ นางสาวศรัณพร เจริญขำ โรงเรียนสตรีวิทยา

นางสาวกาญจนลักษณ์ บำรุงถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านทรัพยากรบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 53 ได้เห็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจในความเป็นไทยที่จุดประกายในจิตใจของเยาวชน ซึ่งในปีนี้มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 6,672 คน สะท้อนว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล “ความเป็นไทย” ไม่ได้ล้าสมัย แต่เป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ยังอยากจะเรียนรู้ ทั้งนี้ มารยาทไทยและทักษะการพูด ถือเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย เพราะหากเยาวชนเติบโตขึ้นพร้อมกับมารยาทที่งดงาม ปฏิบัติตัวให้เหมาะสมกาลเทศะ จะช่วยสร้างสัมพันธ์ที่ดีในสังคม ในขณะที่ทักษะการพูด คือเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการสร้างสรรค์และขับเคลื่อนสังคมผ่านการสื่อสาร

“ความเท่ที่แท้จริงของคนไทย ไม่ได้อยู่ที่การตามกระแสโลกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การยืนหยัดอย่างมีศักดิ์ศรีบนรากฐานทางวัฒนธรรมของเราเอง การสืบสานความเป็นไทยจึงเป็นเสมือนการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ทำให้เยาวชนไทยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เท่อย่างมีอัตลักษณ์ มีมารยาท รู้จักเคารพผู้อื่น และกล้าพูดเพื่อสิ่งที่ดีงาม” นางสาวกาญจนลักษณ์ กล่าว

เกณฑ์การตัดสินและบทบาทสำคัญของการพูดต่อหน้าสาธารณะ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ ฉัตราติชาต อาจารย์ประจำภาควิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า พัฒนาการที่เห็นชัดคือ เยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สามารถสื่อสารและใช้ภาษาได้ดี หลายคนมีแววเป็นนักพูดที่ดี เข้าใจการพูดต่อหน้าสาธารณะ โดยเกณฑ์ตัดสินที่สำคัญคือ การเรียบเรียงเนื้อหาและการถ่ายทอดเรื่องราวของผู้พูด รวมถึงความเข้าใจและมั่นใจในเรื่องเล่าที่สะท้อนผ่านสีหน้า สายตา ท่าทาง และที่สำคัญน้ำเสียงเป็นธรรมชาติมาจากใจ ไม่ปรุงแต่ง จึงขอฝากครูผู้ฝึกสอนเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองสไตล์การพูดเป็นแบบฉบับของตนเอง รวมถึงการจัดระบบความคิดและนำเสนอเนื้อหาที่จะสื่อสารด้วยตนเอง เพื่อให้เข้าใจและนำเสนอได้อย่างมั่นใจ

“การสื่อสารถือเป็นทักษะสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการทำงาน และการอยู่ร่วมกับคนในสังคม ซึ่งการพูดต่อหน้าสาธารณะไม่ใช่แค่การพูด แต่มีบทบาทสำคัญที่ทำให้ผู้พูดรู้จักและเข้าใจตนเอง เพราะต้องเริ่มจากเข้าใจตนเองว่าต้องการสื่อสารอะไร และเข้าใจความสนใจของผู้ฟัง เพื่อนำมาเรียบเรียงและถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นบทพูด ทำให้สามารถสื่อสารความคิดของตนเองไปยังผู้ฟังได้อย่างมั่นใจ” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ กล่าว

สะท้อนความสำเร็จผ่านเสียงของผู้ชนะเลิศ
เด็กชายสิริพงษ์ เลี้ยงบุญเลิศชัย โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน รางวัลชนะเลิศ ประเภทพูดต่อหน้าสาธารณชน ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 กล่าวว่า “ดีใจและภูมิใจมากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ผมชอบพูดและมองหาเวทีแข่งขันมาตลอด เพื่อฝึกทักษะการพูดและเพิ่มความมั่นใจ มองว่าทุกเวทีทำให้ได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย และได้เรียนรู้จากเพื่อนใหม่ ๆ ทั้งนี้ การพูดเป็นศาสตร์ที่ต้องคิดและจัดการเรื่องราวอย่างฉับไว ซึ่งประโยชน์ของการพูด เช่น ทำให้รู้จักตัวเอง ได้เรียนรู้และไม่หยุดพัฒนา อีกทั้งยังนำไปใช้ในชีวิตประจำได้ด้วย ทั้งการสื่อสารกับเพื่อนและสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันการสื่อสารสำคัญมาก”

สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังหาเวที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมารยาทไทย การอ่านออกเสียง หรือการพูดต่อสาธารณะ ขอ แนะนำว่าโครงการเท่อย่างไทยฯ เป็นเวทีสำคัญที่ทำให้ได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ขอขอบคุณมูลนิธิทีทีบีที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพ พัฒนาตัวเอง และกล้าแสดงออก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะความกล้าจะทำให้คนเก่งขึ้นได้ จากการฝึกฝนและได้ขึ้นเวทีแสดงออกบ่อย ๆ

ปิดท้ายที่ทีมเยาวชนจากโรงเรียนศรียานุสรณ์ ทีมชนะเลิศ ประเภทมารยาทไทย ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 กล่าวว่า “ทีมเราเข้าร่วมชมรมมารยาทไทยของโรงเรียน มองว่ามารยาทไทยสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ อีกทั้งยังได้อนุรักษ์วัฒนธรรมของชาติให้ทั่วโลกเห็นความเป็นไทย รู้สึกดีใจที่มีโอกาสได้แสดงศักยภาพบนเวทีเท่อย่างไทยฯ และภูมิใจมากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ เพราะซ้อมอย่างหนัก เพื่อให้ปฏิบัติได้ถูกต้องและมีความพร้อมเพรียง ทั้งนี้ ขอฝากทุกคนว่ามารยาทไทยไม่ใช่เรื่องยาก อยากให้ลองเปิดใจเรียนรู้และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งมารยาทไทยจะทำให้อยู่ร่วมกันอย่างถ้อยที ถ้อยอาศัย เป็นเอกลักษณ์ที่ใคร ๆ ก็ต่างจดจำ หากเราทุกคนร่วมกันรักษาและส่งต่อสิ่งนี้ สังคมไทยก็จะดีขึ้นอย่างแท้จริง”

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ “เท่อย่างไทย” โดย “ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ได้ที่ www.เท่อย่างไทย.com และติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมอื่น ๆ ได้ที่ www.ttbfoundation.org

ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต

เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange