โฮมโปร เดินหน้าสู้วิกฤติ โควิด-19 ระลอกใหม่เสริมช่องทางช้อปออนไลน์, CHAT SHOP4U, Call Center ดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง

โฮมโปร เสริมบริการช้อปออนไลน์ ตั้งรับวิกฤติโควิด-19 ระลอก 2  ผ่านช่องทาง www.homepro.co.th, บริการ CHAT SHOP4U และบริการ Call Center หมายเลข 1284 ช่วยช้อปสินค้าเรื่องบ้านได้สะดวก ปลอดภัย ได้ของเร็ว มีคุณภาพ เหมือนไปช้อปเองแม้อยู่ในบ้าน เสริมด้วยบริการ SAMEDAY DELIVERY และ Home Service ติดตั้งฟรี เปลี่ยนคืนสินค้า ซ่อมสินค้า การันตีด้วยทีมช่างมืออาชีพ คอยดูแลทุกช่องทางตลอด 24 ชั่วโมง

นางสาวเสาวณีย์ สิราริยกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร”  เปิดเผย การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ครั้งใหม่ในช่วงปลายปี 2563  ส่งผลกระทบต่อลูกค้าที่ต้องการของใช้ภายในบ้าน โฮมโปรเปิดให้บริการช้อปออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ลูกค้าสามารถช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ 3 ช่องทาง ได้แก่CHAT SHOP4YOU  เพียงทักมาเราช่วยช้อปแทนลูกค้า เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว
ทั้งยังช่วยเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง เพียง สั่ง > จ่าย > ส่ง แค่ 3 ขั้นตอนง่ายๆ  สั่ง ที่ช่องทาง Line @HomePro, Facebook HomePro Thailand, จ่าย หลากหลายช่องทางการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต/เดบิตหรือโอนเงิน  ส่ง รวดเร็วถึงบ้านในวัน พร้อมเปลี่ยนคืนสินค้าภายใน 14 วัน ตามมาตรฐานโฮมโปร,

ช้อปออนไลน์ ช้อปสินค้าด้วยตัวเองง่ายๆ แค่คลิกเว็บไซต์ www.homepro.co.th หรือดาวน์โหลด Mobile Application โดยลูกค้าสามารถเลือกดูข้อมูล ราคา สต็อกของสินค้าได้เอง มีสินค้าเรื่องบ้านมากมาย ครบทุกหมวดหมู่ กว่าพันรายการ ชำระเงินได้สะดวก
โปรโมชั่นสุดคุ้ม พร้อมบริการส่งถึงหน้าบ้าน หรือจะเลือกรับด้วยตนเองที่สาขากับบริการ Click&Collect   

และสามารถช้อปผ่าน Call Center หมายเลข 1284 สั่งซื้อสินค้า และบริการจากโฮมโปร
ได้ตลอด 24 ชั่วโมง บริการโดยทีมคอลเซ็นเตอร์คุณภาพ  ทุกบริการช้อปออนไลน์ของโฮมโปรยังเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้า ด้วยบริการส่งฟรีทั่วไทย และบริการส่งภายในวัน Sameday Delivery รวมถึงบริการด้าน Home Service ติดตั้งฟรี เปลี่ยนคืนสินค้า ซ่อมสินค้า เปิดบริการตามปกติที่การันตีด้วยทีมช่างมืออาชีพอีกด้วย

เครื่องใช้ไฟฟ้า Bosch จัดโปรโมชั่น Festive Deals กลยุทธ์กระตุ้นการขายช่วงปีใหม่ ช้อปง่ายๆ

 

บริษัท บีเอสเอช โฮม แอ็พพลายแอ็นซ์ จำกัด (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำจากประเทศเยอรมนี จัดโปรโมชั่นFestive Deals หนึ่งในกลยุทธ์กระตุ้นการขายช่วงปลายปี และต้อนรับปีใหม่ 2564 ให้ผู้บริโภคช้อปง่ายๆ เมื่อซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า “บ๊อช” อาทิ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า เครื่องล้างจาน เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว เครื่องดูดฝุ่น และอื่น ๆ ในราคาสุดพิเศษ ผ่อน 0% นานสูงสุดถึง 6 เดือน พร้อมรับของสมนาคุณพิเศษมูลค่าสูงสุดถึง 19,900 บาท วันนี้ -31 มกราคม 2564  ที่ โฮมโปร เซ็นทรัล พาวเวอร์บาย พาวเวอร์มอลล์ บุญถาวร และร้านค้าตัวแทนจำหน่าย “บ๊อช” ชั้นนำทั่วประเทศ

เชิญชวนผู้ประกอบการส่งผลงานเข้าประกวดผลิตภัณฑ์พลาสติก Thailand Plastic 4th Awards 2020 ชิงรางวัลชนะเลิศ เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดในเวที “ASEAN Plastics Awards 2022”

กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย และสถาบันพลาสติก ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยส่งผลงานประกวดผลิตภัณฑ์พลาสติกอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด The New Normal Life โดยประเภทกลุ่มผู้ประกอบการ สามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ตามหัวข้อ ดังนี้  
  • บรรจุภัณฑ์ใช้บรรจุอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage Packaging)
  • บรรจุภัณฑ์ไม่ได้ใช้บรรจุอาหารและเครื่องดื่ม (Non-Food and Beverage Packaging)
  • ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และการขนส่ง (E-commerce and Logistic)
  • ผลิตภัณฑ์ใช้ในชีวิตประจำวัน (Lifestyle Product)
  • ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย อุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical and Healthcare)
  • ผลิตภัณฑ์ภาคอุตสาหกรรม (Construction / Industrial)
  • ผลิตภัณฑ์เพื่อการศึกษา เสริมพัฒนาการ (Toy, Stationery & Education)

โดยประเภทกลุ่มผู้ประกอบการ สามารถส่งชิ้นงานได้ 7 หมวดประเภท โล่รางวัล Gold Awards, โล่รางวัล Silver Awards, โล่รางวัล Bronze Awards และรางวัลชมเชย
(ถ้ามี) ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ Gold Awards จะได้สิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยส่งผลงานเข้าประกวด “ASEAN Plastics Awards 2022”

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ https://forms.gle/e9bL1QJAJjjsYyMz9  (มีค่าใช้จ่ายในการสมัคร 1,500 บาทต่อ 1 ชิ้นผลงาน) หรือสอบถามรายละอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประสานงานกลุ่มฯ พลาสติก คุณเกษราภรณ์ โทร. 02-345-1006
โดยสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2564 ประกาศผลการคัดเลือกผู้เข้ารอบ 8-12 กุมภาพันธ์ 2564 และประกาศรางวัล ณ โรงแรม S 31 วันที่ 2 เมษายน 2564

คุ้ม 3 ต่อกับดั๊บเบิ้ล เอ ฟาสต์พรินต์

ดั๊บเบิ้ล เอ ฟาสต์พรินต์ (Double A Fastprint) สั่งพรินต์งานได้ด้วยตัวเอง ผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือ ได้ทุกที่ ทุกเวลา สะดวกรวดเร็ว จัดแคมเปญพิเศษคุ้ม 3 ต่อ โดยต่อที่ 1 เพียงสมัครแอปพลิเคชั่น Double A Fastprint ครั้งแรก รับเครดิตพรินต์ฟรี 20 บาท  ต่อที่ 2 “สะสมแต้ม แลกเครดิต” พรินต์งาน 15 บาท รับ 1 แต้ม ทุกๆ 10 แต้ม แลกได้ 5 บาทเพื่อใช้พรินต์งาน  และต่อที่ 3  แนะนำเพื่อนโหลดแอปฯ Double A Fastprint รับเครดิตพรินท์ฟรี 10 บาทต่อ 1 คน เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2564  สำหรับดั๊บเบิ้ล เอ ฟาสต์พรินต์ เป็นบริการสั่งพรินต์งานบนแอปพลิเคชั่น ทั้งแบบขาวดำหรือแบบสี ด้วยกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ 90 แกรมทุกแผ่น คุณภาพงานจึงมีความคมชัด สีสันสวยงาม มีจุดบริการครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 2,000 จุด ได้แก่ B2S , BeTrend, Family Mart, Co-Working Space และสถาบันการศึกษาต่างๆ เป็นต้น พร้อมทั้งมีระบบการชำระเงินที่ปลอดภัยหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นการหักผ่านบัตรเครดิต, True Money Wallet หรือ Line Pay

รักนะน้องชาย พี่ชายปันยิ้ม เดินหน้าโครงการ CSR นำนักแสดง BROTHERS สร้างรอยยิ้มและ ความสุขแก่น้องๆ มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก

บริษัท จีทีอี เกรท ทู เอสท์. จำกัด ผู้ผลิตซีรี่ย์วายที่ครบรสที่สุดแห่งปี 2564 เรื่อง BROTHERS “รักนะน้องชายรักนายครับผม” ขนทีมนักแสดงนำมากมาย ร่วมโครงการ “รักนะน้องชาย พี่ชายปันยิ้ม” ร่วมกิจกรรมตอบแทนสังคม เพราะรักคือการให้จึงขอส่งต่อความรักไปยังน้องๆ ณ มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก  โดยมอบทุนการศึกษาประจำปี 2564 จำนวน 40 ทุน แก่เยาวชนในมูลนิธิที่ขาดทุนทรัพย์ในการศึกษา พร้อมด้วยสนับสนุนอาหารมื้อเย็นในวันมอบทุนการศึกษา เช่น พิซซ่า บะหมี่ ไก่ทอด เห็ดกรอบ ทาร์ตลำไย และไอศครีม  อุปกรณ์เครื่องเขียน เสื้อกันหนาว ตุ๊กตา และ แอลกอฮอล์เจล

นอกจากทุนการศึกษา อาหาร และอุปกรณ์ต่างๆแล้ว ทีมนักแสดงยังร่วมกิจกรรมสร้างรอยยิ้ม เล่นเกมส์ แจกอาหาร สร้างความประทับใจ แบ่งปันความอบอุ่นและเป็นกันเอง นำทีมโดย แคนดี้ รากแก่น ครูพล(แม็ค กฤตธัช สาทรานนท์), มะปิง(สตางค์ ปิติ ดุสิตศานติ์), ครูหมอก(ทอมมี่ พาสิศร์ ฑีฆาอุตมากร), แม็บ(โอโม่ พรรคพล ธีระรัตน์สกุล), ไตร(บอส บูลเศรษฐ์ ภูสินโชควงศา), ม็อบ(อีคิว พณิชพล ธีระรัตน์สกุล), ข้าว(เหลียง พิทักษ์ พสุธเมฆพัฒน์), ขุน(ต้าร์ ชวัฒคมน์ เสนะวัต), หลง(หลง กฤติกร จารุธรรมาภรณ์), ปราบ(โฟล์ค ธรรศ อินทร์ธิราช), นิก(คอมแบท ภาณุมาศ แข็งแรงดี), ชล(ภู ภูวริทธิ์ ตั้งโนนสูง), เพื่อนปราบ(เบส ธนบดี สุขจิตร์), ขุน(ป่าน นันทวัฒน์ ศรีวิวัฒน์)

BROTHERS “รักนะน้องชาย รักนายครับผม” ได้ผู้กำกับมากฝีมือ พี่ต้อ มารุต สาโรวาท มาใส่ฝีไม้ลายมือและประสบการณ์อันยาวนานทำให้ซีรี่ย์เรื่องนี้ให้ออกมาฟิน จิ้นจิกหมอนไปด้วยกัน กับผลงานกำกับซีรี่วายเรื่องแรก  แถมพี่พุงพุง ภูมิพัฒน์ ธนาชัยบุญญาพัชร์  ยังมาเสริมทับประสบการณ์ความรักแบบถึงพริกถึงขิงอีกด้วย “รักนะน้องชาย รักนายครับผม” SS1 ซีรี่วายน้ำดี โรแมนติก ดราม่า คอมเมดี้ ที่ให้ทั้งฟินจิกหมอน ให้มุมแมงแง่คิดในมุมมองของความรัก พร้อมออนแอร์ให้รับชมกันทางช่องวัน 31 และ LINE TV ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 พร้อมสามารถรับชมได้ทาง Line TV และฉบับไดเรคเตอร์คัท ทางช่อง 9 MCOT

เฮเฟเล่ ชวนเลือกไอเทมเปิดศักราช รับขวัญบ้านต้นปี ในแคมเปญ “New Year Campaign 2021” วันนี้ ถึง 15 ม.ค. นี้!!

เฮเฟเล่ ชวนคนรักบ้านเปิดศักราชใหม่ปีฉลู เติมเต็มสิ่งดีๆ เข้าบ้านในแคมเปญของขวัญต้อนรับปีใหม่ กับ “New Year Campaign 2021” เลือก 50 ไอเทม 50 ไลฟ์สไตล์ที่ใช่ ให้ทุกห้องเต็มไปด้วยสีสันแห่งนวัตกรรมใหม่ อยู่บ้านสนุกสุขสบายตลอดปี ไม่ว่าจะเป็น เครื่องฟอกอากาศพร้อมไส้กรอง, หม้อทอดไร้น้ำมัน, เตาอบไฟฟ้า, เครื่องสกัดน้ำผลไม้, เครื่องผสมอาหาร, เตาแม่เหล็กไฟฟ้า, ถังขยะระบบเซ็นเซอร์, โคมไฟ LED, ก๊อกเดี่ยวอ่างล้างจาน และจัดเต็มความพิเศษ กับโบนัสสุดคุ้มฉบับ SUPER SET โปรโมชั่นชุดมือจับก้านโยกประตู ครบครันทุกองค์ประกอบ (มือจับ+บานพับ+กันชน) ให้คุณเลือกได้ถึง 4 เซต ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,150 บาท!! หรือเสริมสร้างสุขอนามัย จัดการเชื้อโรคสามจุดสำคัญ กับ SPECIAL BUNDLE SET (โถสุขภัณฑ์+อ่างล้างหน้า+ก๊อกน้ำ) ในราคาเริ่มต้นเพียง 3,390 บาท!! เฉลิมฉลองปีใหม่ รับขวัญบ้านกับสารพันไอเทมดีๆ จากเฮเฟเล่ กับ New Year Campaign 2021 ต้นปีนี้ ที่เว็บไซต์ www.hafelehome.co.th หรือคลิก bit.ly/3of2TwO ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 มกราคม 2564 เท่านั้น!

ถอดรหัสโดนัทแบรนด์ระดับโลก “ดังกิ้น” ด้านกลยุทธ์การบริหาร การจัดวางองค์กรในยามวิกฤต และแนวทางการรับมือ ทิศทางในปี 2021

ต้องเรียกว่าปี 2020 นี้แทบจะเป็นตัวชี้วัด ตัวจริงทางธุรกิจในแทบทุกอุตสาหกรรม ทั้งการค้าและบริการ ด้วยวิกฤตที่ถาโถมตั้งแต่ต้นปี กลางปี และก็ยังหวั่นๆ ว่าคลื่นลมจะกลับมาโหมกระหน่ำอีกเมื่อไหร่ ทำให้ธุรกิจต่างๆ ต้องพลิกกระบวนท่าการตลาด ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้ธุรกิจกันยกใหญ่ และโดนัทแสนอร่อยอย่าง “ดังกิ้น” เอง ก็ยอมรับว่ามีช่วงกราฟขาลงที่ชวนใจหวั่นไหวอยู่บ้าง แต่ไม่นานก็กู้วิกฤตทวนกระแสกลับขึ้นมารักษาความเป็นแบรนด์ระดับโลกได้ด้วยกลยุทธ์ที่น่าจับตามอง มีการเติบโตสวนกระแสตลาดในภาวะวิกฤต

นายภาคิน เพ็ญภาคกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลเด้น โดนัท (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในภาพรวมของตลาดโดนัทนั้น ต้องบอกเลยว่า สร้างความท้าทายให้ผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก ด้วยถ้ามองเผินๆ อาจเป็นสิ่งที่สามารถเลือกบริโภคในปริมาณที่ลดลงได้ แต่ตัวเลขที่ปรากฏออกมานั้นกลับสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้นให้วงการอย่างมากเมื่อ ซึ่งผลประกอบการภาพรวมถ้าเทียบกับปีที่แล้ว ถือว่าดีกว่าที่คาดเอาไว้ โดยภาพรวมบริษัทฯ ยังมีกำไรเติบโตอยู่ประมาณ 30-35 %  

กลยุทธ์หลักสำคัญ มี 3 แก่นหลัก เพื่อติดติดสปีด โตสวนวิกฤต แก่นแรกคือ Management: Down to earth ตัวสินค้าแข็งแรงเป็นเรื่องของหน้าบ้านที่กลุ่มเป้าหมายรับรู้ แต่อีกส่วนที่ทำงานกันหนัก และให้ความสำคัญไม่แตกต่างก็คือการบริหารงานภายใน ที่ในมุมของการนั่งแท่นบริหารสูงสุด

นายภาคิน กล่าวว่าการทำงานของผม ไม่เคยนั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง แล้วประเมินภาพ สั่งการ หรือวาดความเป็นไปได้ในอากาศ แต่การเข้าไปพูดคุยกับทีมงานหลังบ้านด้วยตัวเองถึงความเป็นไป สถานการณ์จริงที่ต้องเผชิญต่างหาก ที่ทำให้เรากลับมาวางหมากเส้นทางการการตลาดต่อไปได้ รวมถึงการเข้าใจความต้องการของ stakeholder ในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้เมื่อเกิดภาวะวิกฤตขึ้น เราสามารถเข้าเจรจากันโดยตรง เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ผลประโยชน์สูงสุดร่วมกัน เพราะสุดท้ายการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ใช่แค่กับลูกค้านอกบ้าน แต่ลูกค้าในบ้านเองก็สำคัญไม่แพ้กัน ถ้าเรานั่งในใจลูกค้าในบ้านได้ ผนึกกำลังกัน ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายนอกบ้านก็ไม่เกินมือ

แก่นที่ 2 คือ Overview: Flexibility is the key เข้าใจการบริหารงานอย่างตรงจุดแล้ว อีกสิ่งที่ทำให้ก้มหน้าก้มตาไม่หันมองมาไม่ได้ก็คือ เทรนด์ หรือกระแสของตลาดที่มีขึ้น-ลง, เข้า-ออก อยู่ตลอดเวลา ทำให้คำตอบของแก่นสุดท้ายเป็นการมองภาพกว้างให้ออกและพร้อมจะปรับเปลี่ยน “ให้ทัน” ตามสถานการณ์ตรงหน้า เพราะบางครั้งการเต็มใจปรับเปลี่ยนรูปแบบทางการตลาดอาจไม่ทันต่อการหมุนผ่านของกระแสอันเกรี้ยวกราดในยุคนี้ เห็นได้จากสถานการณ์โควิด-19 ผ่านไป บริษัทได้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และในการขยายสาขาในปีนี้ได้เปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 20 สาขา และมียอดขายด้าน Delivery เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า   3,000 % 

“หู ตาต้องไว อะไรที่ไม่เข้าใจ ต้องเปิดใจรับฟังให้ทันการณ์”

อีก Key ที่ นายภาคิน เพ็ญภาคกุล ได้ฝากไว้

แก่นสุดท้ายคือ Power Question: What’s next ด้วยเชื่อว่าความคำถามที่ดี จะส่งผลต่อการไปต่อที่โตกระโดด เมื่อกำลังจะหมดปี 2020 ที่ผันผวนหนัก ปีหน้าจะใช้ไม้ไหนเข้าโต้คลื่น ซึ่งจากการลงพื้นที่ สำรวจตลาดด้วยตัวเอง ทำให้เห็นช่วงว่างของตลาดใหม่ๆ และจากกลยุทธ์การบริหารภาพรวม ทำให้ตัดสินใจขยายสาขาสวนกระแสแบรนด์อื่นๆ  ถือเป็นการตัดสินใจที่สร้างความแปลกใจให้ตลาดไม่น้อย สำหรับในสภาวะที่ไม่เอาแน่เอานอนไม่ได้ในภาพใหญ่นี้

 “การวางแพลนต่อไปยังปีหน้า 2021 นั้น เรามองว่า จะขยายไปในพื้นใหม่ๆ ที่เรายังไม่เคยไป ในปัจจุบัน “ดังกิ้น” มีอยู่ทั้งหมด 296 สาขา โดยในปีหน้าตั้งเป้าจะเปิดอีกอย่างน้อย 60 สาขา ทั้งรูปแบบที่เป็นร้านเต็มรูปแบบและคีออส พร้อมการขยายเข้าไปช่องทางใหม่ๆ เช่น โรงพยาบาล และไฮเปอร์มาร์เก็ต หรือห้างค้าส่งมากขึ้น จากการสำรวจ customer insight มาแล้วพบว่าโดนัทนั้น เป็นสิ่งที่ “อร่อย ง่าย และเร็ว” หมายถึงสามารถซื้อแล้วไปต่อได้เลย ไม่ต้องเสียเวลารอหน้าร้านมาก อีกทั้งหยิบทานได้ตลอดเวลาหิว และช่วยปรับอารมณ์ให้ดีขึ้นได้หลังจากการบริโภคเข้าไปทันที นี่จึงเป็นอีกจุดแข็งที่ทำให้การขยายตลาดเข้าไปในช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายใช้ Lifestyle ที่รวดเร็ว และไม่ต้องการเสียเวลารออาหารนานๆ ต้องการ

ทางด้าน นางสาวระวีพรรณ์ ประกอบวรรณกิจ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โกลเด้นโดนัท (ประเทศไทย) จำกัด กุนซือหญิงเหล็กแห่ง “ดังกิ้น” เผยกลยุทธ์การตลาดว่า ในปี 63 นี้ ดังกิ้น ได้ถูกพูดถึงกันอย่างต่อเนื่องตลอดปี ซึ่งที่ผ่านมาเราได้Clear ‘brand identity’ ตัวตนของแบรนด์ตัวเองว่า เราต้องการส่งมอบประสบการณ์ และความรู้สึกแบบไหนไปสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเรา เพื่อไม่ให้เข้าถึงระหว่างทางที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของ “ดังกิ้น” ที่ตอกเสาแบรนด์คาแรคเตอร์ชัดเจนในการย้ำภาพขนมโดนัท ที่ผู้บริโภคจะได้ทั้งความอร่อยและสนุกสนาน ดังนั้นไม่ว่าจะกี่แคมเปญ หรือการ Launch Product ในช่วงไหนก็จะต้องตอบสนอง กระตุ้นการรับรู้ด้านอารมณ์ความสนุกและอร่อยให้ได้อย่างชัดเจน

ซึ่งจุดนี้ Customer Centric strategy เป็นสิ่งแรกที่ถูกดึงขึ้นมาเป็นหมากเด็ดเสมอในการคิดเพื่อตอบโจทย์การเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภค รวมทั้งการสร้าง Customer Journey Experience ให้ได้เข้ามาสัมผัสกับความเป็น “ดังกิ้น” ที่ต้องการส่งผ่านความอร่อยพร้อมอารมณ์สนุกเข้าไปในทุก Touch Point ของกลุ่มเป้าหมาย

“อย่างในแคมเปญที่เราได้ดึงตัวสองหนุ่ม “ไบร์ท-วิน” มาร่วมงานในการเปิดตัวคอลเล็กชั่น #Still2getherCollection พร้อมด้วยโดนัท Candy Crack ก็นับเป็นอีกความสำเร็จที่ให้เราได้ Earned Media สูงมากจากการที่ทั้งฐานแฟนคลับของสองหนุ่มเองที่กำลังมาแรง และตัวลูกเล่นของ โดนัท Candy Crack ที่เคาะแล้วมีเสียง ที่บางกลุ่มก็เอาไปครีเอท Content ต่อได้สนุกขึ้น เช่น การเคาะเป็นเพลง หรือ อัดเสียงเคาะลง Social Media ส่วนตัวจำนวนมากในหลากหลาย platform ไม่ว่าจะเป็น facebook, Instagram, twitter และ tiktok เพราะ เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ของโดนัท และสร้างความสนใจให้กับเพื่อนได้แชร์ต่อๆ กัน” นางสาวระวีพรรณ์ กล่าว และกล่าวต่ออีกว่า

ซึ่งพื้นฐานมาจากการที่แบรนด์ที่เข้าใจวิถีกลุ่มเป้าหมายนั้น นอกจากสินค้าต้องกินได้อร่อย ยุคนี้สินค้าต้อง instagramable ทำให้สินค้าที่ทำให้เกิด user generated content เป็นที่มาของการได้ Earned Media นั่นเอง  

เมื่อภาพกว้างมองได้ไกล และกลยุทธ์เสริมความแข็งแรงของแบรนด์สอดคล้อง เป็นผลให้การรักษาตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมนี้เป็นเรื่องที่ไม่เกินมือ แถมยังเปรยหมัดเด็ดว่าให้อดใจรอผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่จะมาเขย่าความสนุกครั้งใหม่อย่างเร้าใจแน่นอน แต่ยังขอไม่เปิดเผยตอนนี้ อดใจรอติดตามกันได้ในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า

นางสาวระวีพรรณ์ กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า มูลค่าตลาดโดนัทปี 2563 นี้ อยู่ประมาณ  3,300  ล้านบาท ซึ่งดังกิ้นมีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 32 % โดยในปีหน้า บริษัทฯ ได้เตรียมงบประมาณการทำตลาดไว้ที่ 70 ล้านบาท ซึ่งรวมไปถึงการลงทุนเปิดร้านใหม่ และงบเพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยวางเป้าหมายเติบโตจากปีนี้ ไม่น้อยกว่า 10-15 % อีกด้วย

ติดตามความเคลื่อนไว้ของ “ดังกิ้น” ได้ที่

Website: www.dunkindonuts.co.th
Facebook: www.facebook.com/Dunkinthai

โฮมโปร ยึดมาตรการป้องกันความปลอดภัยโควิด-19 อย่างเคร่งครัด พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่ใช้บริการ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19  โฮมโปรยังคงรักษามาตรการป้องกันไวรัสอย่างเข้มข้น เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า, พนักงาน, ตัวแทนจำหน่าย และคู่ค้า ที่ร่วมทำงานกับทุกฝ่าย สร้างความมั่นใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการภายในร้าน ด้วยมาตรการเชิงรุก คัดกรองความเสี่ยงการระบาดของไวรัสโควิด-19 จัดให้มีจุดตรวจคัดกรอง วัดอุณภูมิร่างกายของลูกค้าทุกคน ก่อนเข้าร้าน พร้อมทั้งให้ใส่หน้ากากอนามัยทุกคน จัดบริการเจลล้างมือในจุดบริการต่าง ๆ ทั่วสาขา ทำความสะอาดพื้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ทุกครึ่งชั่วโมง  พ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อโรคบริเวณจุดสัมผัส เช่น พื้น, บันไดเลื่อน, ห้องน้ำ, รถเข็น, ตะกร้า ทุกครึ่งชั่วโมง

และสำหรับจังหวัดสมุทรสาคร  ตามประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดฯ และกรมควบคุมโรค ขอให้ประชาชนในจังหวัดสมุทรสาคร งดเดินทางออกนอกจังหวัด และมีการยกระดับมาตรการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19    โฮมโปร สาขามหาชัย  จึงต้องของดให้บริการชั่วคราว ตั้งแต่วันนี้ถึง 3 ม.ค.64  เพื่อให้เป็นไปตามประกาศของจังหวัดสมุทรสาคร   โฮมโปร ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ 

ทั้งนี้ ลูกค้าโฮมโปร สามารถช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ 3 ช่องทาง ได้แก่ SHOP4YOU  เพียงทักมาเราช่วยช้อปแทนลูกค้า เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว ทั้งยังช่วยเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง เพียง สั่ง > จ่าย > ส่ง แค่ 3 ขั้นตอนง่ายๆ  สั่ง ที่ช่องทาง Line @HomePro, Facebook HomePro Thailand, จ่าย หลากหลายช่องทางการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต/เดบิต หรือโอนเงิน  ส่ง รวดเร็วถึงบ้านในวัน พร้อมเปลี่ยนคืนสินค้าภายใน 14 วัน ตามมาตรฐานโฮมโปร,  ช้อปออนไลน์ ช้อปสินค้าด้วยตัวเองง่ายๆ แค่คลิกเว็บไซต์ www.homepro.co.th หรือดาวน์โหลด Mobile Application โดยลูกค้าสามารถเลือกดูข้อมูล ราคา สต็อกของสินค้าได้เอง มีสินค้าเรื่องบ้านมากมาย ครบทุกหมวดหมู่ กว่าพันรายการ ชำระเงินได้สะดวก โปรโมชั่นสุดคุ้ม พร้อมบริการส่งถึงหน้าบ้าน หรือจะเลือกรับด้วยตนเองที่สาขากับบริการ Click&Collect   และสามารถช้อปผ่าน Call Center หมายเลข 1284 สั่งซื้อสินค้า และบริการจากโฮมโปร ได้ตลอด 24 ชั่วโมง บริการโดยทีมคอลเซ็นเตอร์คุณภาพ  ทุกบริการช้อปออนไลน์ของโฮมโปรยังเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้า ด้วยบริการส่งฟรีทั่วไทย และบริการส่งภายในวัน Sameday Delivery รวมถึงบริการด้าน Home Service ติดตั้งฟรี เปลี่ยนคืนสินค้า ซ่อมสินค้า เปิดบริการตามปกติที่การันตีด้วยทีมช่างมืออาชีพ

“ออโรร่า วิสดอม” ทุ่ม 3,000 ล้านบาท ผุดโรงงานผลิตถุงมือยางในไทย ตั้งเป้า 3 ปี ผลิตได้ 80 ล้านกล่องต่อเดือน

บริษัท ออโรร่า วิสดอม จำกัด นำโดย ศ.ดร.นพ. วิปร วิประกษิต ผนึกนักลงทุนต่างชาติ ทุ่มงบกว่า 3,000 ล้านบาท เปิดตัวโรงงานผลิตถุงมือยางเพื่อการส่งออก 2 ประเภท 2 แบรนด์ ได้แก่    แบรนด์ออโรร่า (AURORA©) ถุงมือยางที่ใช้ทั่วไป และแบรนด์ด็อกเตอร์วีไอพี (DOCTOR VIP©) ถุงมือทางการแพทย์ โดยแบ่งการลงทุนเป็น 3 ระยะ ระยะแรก 8 สายการผลิตพร้อมส่งออกไตรมาสแรกปี 64 และอีกระยะ 2-3 ภายใน 3 ปี ด้วยเงินลงทุนรวมกว่า 15,000 ล้านบาท 80 สายการผลิตที่จะสามารถผลิตได้ 80 ล้านกล่องต่อเดือน มีกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ตลาดส่งออกที่อเมริกาและยุโรปเป็นหลัก และเตรียมขยาย Marketing Platform พร้อมชูอุตสาหกรรมยั่งยืนควบกิจการโรงไฟฟ้าสีเขียวไว้ในที่เดียวกัน อนาคตตั้งเป้าขยายการลงทุนเพิ่ม พร้อมที่จะเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ต่อไป

ศ.ดร.นพ. วิปร วิประกษิต ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัทออโรร่า วิสดอม จำกัดเปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ร่วมกับนักลงทุนต่างชาติจากจีน และมาเลเซีย ด้วยสัดส่วนนักลงทุนในประเทศไทย 51% และต่างชาติ 49% ในการเปิดตัวโรงงานผลิตถุงมือยางเพื่อการส่งออกด้วยผลิตภัณฑ์ถุงมือยาง  2 ประเภท  2     แบรนด์ ที่แตกต่างกันตามการใช้งานและประเภทของวัตถุดิบหลัก ได้แก่ แบรนด์ออโรร่า (AURORA©) เป็นผลิตภัณฑ์ถุงมือยางที่ใช้ทั่วไป (Non-medical gloves)  และแบรนด์ด็อกเตอร์วีไอพี (DOCTOR VIP©) เป็นผลิตภัณฑ์ ถุงมือทางการแพทย์ ซึ่งเป็นถุงมือไนไตร (Nitrile gloves) ด้วยมาตรฐานที่ใช้ในโรงพยาบาลและสถานบริการด้านสุขภาพ 

ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้ ในระยะต้นบริษัทจะลงทุนที่ 8 สายการผลิต งบประมาณรวมทั้งค่าที่ดิน และค่าก่อสร้างที่ 3,000 ล้านบาท โดยโรงงานมีพื้นที่รวม 111 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่โรงงานผลิตถุงมือยางในไตร และพื้นที่สนับสนุน 70% เป็นพื้นที่โรงไฟฟ้าชีวมวล 20% และเป็นพื้นที่จัดเก็บน้ำขนาด 16 ไร่คิดเป็น 10% ของพื้นที่ทั้งหมด และจะทยอยขยายสายการผลิตจนครบ 80 สายการผลิตใช้เงินลงทุนรวมไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท ซึ่งในระยะแรกบริษัทฯ มีกำลังการผลิตในประเทศไทย และกำลังการผลิตจากโรงงานในประเทศจีนที่รองรับความต้องการได้ที่ 3 ล้านกล่องต่อเดือน และจะทยอยเติบโตไปสูงสุดที่ 80 ล้านกล่องต่อเดือน ภายในระยะเวลา 3 ปี

ศ.ดร.นพ. วิปร วิประกษิต กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันบริษัทมีสาขาอยู่ที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน คือ บริษัท ออโรร่าวิสดอม ไชน่า และมีสาขาในทวีปยุโรป ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก คือ บริษัท ออโรร่า วิสดอม เดนมาร์ก ปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างพิจารณาจัดตั้งตัวแทนใน ฮ่องกง กัมพูชา และลาวตาม ลำดับ พร้อมทั้งยังพิจารณาที่จะนำสินค้าไปจำหน่ายผ่าน Marketing Platform อื่นๆ ต่อไปอีกด้วย

 ปัจจุบันโรงงานผลิตถุงมือทางการแพทย์ในไทยส่วนใหญ่ผลิตถุงมือยางพารา ซึ่งหากผู้ใช้สวมถุงมือติดต่อกันอาจมีโอกาสเกิดอาการแพ้โปรตีนในยางพาราในอัตรา 1-5 เปอร์เซ็นต์ และอัตราการแพ้จะเพิ่มสูงได้ถึง 10-12 เปอร์เซ็นต์ ในบุคลากรที่ต้องใส่ถุงมือยางติดต่อกันเป็นเวลานานๆ เช่น บุคลากรทางการแพทย์ ดังนั้นการส่งออกไปยังประเทศแถบอเมริกาและยุโรปจึงมีความต้องการใช้ถุงมือไนไตรมากกว่า หลังจากที่พิจารณาถึงข้อจำกัดและรายละเอียดในการผลิตแล้ว ทางเราได้เล็งเห็นโอกาสที่ผู้ประกอบการของไทยจะผลิตถุงมือยางทั้งแบบที่ใช้ทางการแพทย์ และสำหรับการใช้งานทั่วไปได้อย่างมีคุณภาพ และเข้าเกณฑ์มาตรฐานสากล สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของเรา จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งสองแบรนด์นี้โดยมีการใช้เทคโนโลยีทันสมัยที่สามารถผลิตถุงมือยางได้ปริมาณ 1 ล้านชิ้นภายใน 24 ชม. ต่อสายการผลิตซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับความต้องการได้เป็นอย่างดี ศ.ดร.นพ. วิปร วิประกษิต กล่าว

ทั้งนี้โรงงานของบริษัท ออโรร่า วิสดอม ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี  เป็นโรงงานแห่งแรกที่เปิดสายการผลิตถุงมือ ร่วมกับโรงไฟฟ้าแบบชีวมวลขนาด 8 เมกะวัตต์ บนพื้นที่ทั้งหมด 111 ไร่ ควบคู่กันไป  เพื่อเดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มีการใช้ทรัพยากรแบบหมุนเวียน และมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ตามแบบโรงงานสีเขียว มีการหมุนเวียนทรัพยากรน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตและการนำวัตถุดิบที่เหลือจากเกษตรกรในท้องถิ่นมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งผลผลิตทั้งจากโรงงานถุงมือและโรงไฟฟ้าชีวมวล จะสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ รวมทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

ศ.ดร.นพ. วิปร วิประกษิต กล่าวทิ้งท้ายว่า “บริษัทฯ มีแผนที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อระดมทุนในการตั้งเป้าหมายในอนาคตที่จะผลิตถุงมือทางการแพทย์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ เช่นถุงมือทางการแพทย์สำหรับแพทย์เฉพาะทาง เช่นศัลยแพทย์กระดูก สูติแพทย์ ถุงมือสำหรับการผ่าตัดส่องกล้องและการจัดตั้งสายการผลิตถุงมือทางการแพทย์แบบปลอดเชื้อ (sterile gloves) ต่อไปอีกด้วย”

ฉลองความสุข ส่งท้ายปีกับ “โฮมโปร แฟร์ เชียงใหม่” พบโปรสุดคุ้มเอาใจคนรักบ้าน สินค้าลดสูงสุดกว่า 70%!! 18-27 ธ.ค. 63 นี้ 10 วันเท่านั้น ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ เชียงใหม่

โฮมโปร ยกขบวนความสุขขึ้นเหนือส่งท้ายปี จัด “โฮมโปร แฟร์ เชียงใหม่” งานแฟร์เรื่องบ้านที่ทุกคนต้องมา จัดเต็มสินค้าเพื่อบ้านรับลมหนาว ลดสูงสุด 70% พลาดไม่ได้กับโปรสุดคุ้มเอาใจคนรักบ้าน ช้อปครบ…รับฟรี บัตรของขวัญโฮมโปรมูลค่าสูงสุดถึง 22,000 บาท ลดเพิ่มเมื่อใช้คะแนนโฮมการ์ดเท่ายอดช้อป ลดเพิ่มสูงสุด 20% เมื่อช้อป 20,000 บาทขึ้นไป บัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า แพลทินัมลดทันที 3% ตั้งแต่บาทแรก พร้อมรับเครดิตเงินคืนเพิ่มสูงสุด 60,000 บาท เมื่อชำระเต็มจำนวน และบัตรโฮมโปร เฟิร์สช้อยส์ รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20,000 บาท หรือผ่อน 0% ทั้งงาน สูงสุด 12 เดือน คุ้มค่าไปอีกขั้น กับสิทธิพิเศษจากสถาบันการเงินชั้นนำ ผ่อนทั้งงาน 0% นานสูงสุด 20 เดือน พร้อม “ช้อปดีมีคืน” ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 18-27 ธันวาคม 2563 นี้10 วันเต็ม ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ เชียงใหม่ ตั้งเป้ายอดขายกว่า 90 ล้านบาท

นางสาวเสาวณีย์ สิราริยกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร”  เผยว่า “โฮมโปร แฟร์ เชียงใหม่” ในครั้งนี้ถือเป็นอีเว้นท์ใหญ่ส่งท้ายปี เพื่อกระตุ้นการจับจ่าย และสร้างความเชื่อมั่นในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดไตรมาส 4 และนอกจากสินค้าเรื่องบ้านยกขบวนกันมาลดราคาพิเศษแล้ว ภายในงานยังให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรการด้านสุขอนามัย เเละความปลอดภัยเพื่อป้องกันการเเพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเต็มที่

สำหรับ “โฮมโปร แฟร์ เชียงใหม่” ในครั้งนี้ ได้ยกขบวนสินค้ามาให้ฟินไปกับสินค้าเรื่องบ้านรับลมหนาว กับมหกรรมเครื่องทำน้ำอุ่น ลดสูงสุด 30% พร้อมติดตั้งฟรี ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ รับฟรี Gift Voucher สูงสุดมูลค่า 5,000 บาท เมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป สินค้าราคาพิเศษวันธรรมดา จันทร์ – ศุกร์ WEEKDAY STAR ลดเพิ่มอีก 15% เมื่อใช้คะแนนโฮมการ์ดเท่ายอดช้อป เริ่ม 18 ธ.ค. และ 21-25 ธ.ค. 63 ที่งาน โฮมโปร แฟร์ เชียงใหม่เท่านั้น หรือเลือกช้อปสินค้าอื่น ก็คุ้มค่าไม่แพ้กัน กับขบวนสินค้า Super Shock !! ช็อคได้ทุกวันสินค้าราคาพิเศษ ครบครันทุกแผนก เครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องครัว, เครื่องใช้ในบ้าน, ที่นอน และเครื่องนอน, เฟอร์นิเจอร์, โคมไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้า, อุปกรณ์ปรับปรุง-ซ่อมแซมบ้าน, สุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ห้องน้ำ ลดราคาทุกชิ้นสูงสุดอีกกว่า 70% ตลอด 10 วันเท่านั้น

นางสาวเสาวณีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากสินค้าเรื่องบ้านที่เราขนมาให้ช้อปแบบจัดเต็มแล้ว งานโฮมโปร แฟร์ เชียงใหม่ ครั้งนี้ยังเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์แฟร์ ที่เนรมิตบรรยากาศความสุข มาเติมเต็มให้คนเหนือโดยเฉพาะ ร้านอาหาร และสินค้าขึ้นชื่อเมืองเชียงใหม่ เสื้อผ้าแฟชั่น ผ้าไหม ผ้าไทยรวมกว่า 100 ร้านค้า พร้อมด้วยของขวัญพิเศษจากโฮมโปร สามารถนำคะแนนสะสมจากบัตรที่ร่วมรายการ มาแลกเป็นของพรีเมี่ยมได้ฟรี ที่หน้าประตูทางเข้าฮอลล์ ถือเป็นการสร้างความสุขส่งท้ายปี รับกับสิ่งดีๆ ก่อนวันปีใหม่ ที่พี่น้องชาวเหนือจะได้รับตลอด 10 วันเต็ม พร้อมใช้บริการส่งเร็วเหนือระดับกับ “SAMEDAY Delivery” จัดส่งสินค้าซื้อวันนี้ ส่งวันนี้ สะดวก รวดเร็ว ครบถ้วน ไม่มีตกหล่น กับค่าบริการสุดประหยัด แค่ซื้อสินค้าในงาน ลงทะเบียนคิวจัดส่ง ก็พร้อมบรรจุสินค้าในกล่องป้องกันความเสียหายอย่างดี จัดส่งตามรอบ รับสินค้าที่หน้าบ้านภายในวัน

พบกับงานแฟร์เรื่องบ้านส่งท้ายปี ที่ทุกคนต้องมา “โฮมโปร แฟร์ เชียงใหม่” ช้อปคุ้ม ของครบ ตอบโจทย์ทุกเรื่องบ้าน ได้ของขวัญสุดคุ้มค่า เพื่อความสุขทุกงานเทศกาล ตั้งแต่วันที่ 18-27 ธันวาคม 2563 นี้ 10 วันเท่านั้น ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ เชียงใหม่ รายละเอียดเพิ่มเติมที่

www.homeprofair.com มั่นใจ ปลอดภัย ทุกจุด เมื่อมาช้อปที่โฮมโปร ตอบโจทย์ทุกความต้องการเรื่องบ้าน