TRT เคาะปันผลปี 2568 หุ้นละ 0.20 บาท จ่าย 54.55% ของกำไรสุทธิ ตอกย้ำนโยบายคืนผลตอบแทนผู้ถือหุ้น

บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน หลังคณะกรรมการบริษัท มีมติเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลร้อยละ 54.55 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม สอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท

นายกานต์ วงษ์ปาน เลขานุการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามข้อบังคับบริษัท ข้อ 49 กำหนดให้บริษัทต้องจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีส่วนหนึ่งไว้เป็นทุนสำรองไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิประจำปี หักด้วยยอดขาดทุนสะสมยกมา (ถ้ามี) จนกว่าทุนสำรองจะมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียน

ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีเงินสำรองตามกฎหมายจำนวน 35,920,286.50 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียน ซึ่งครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว

สำหรับผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 112.93 ล้านบาท จากจำนวนหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลทั้งสิ้น 308,008,272 หุ้น

ด้านนายสัมพันธ์ วงปาน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารมีมติให้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท  เพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท คิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 61,601,654.40 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 54.55 ของกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 ตามงบการเงินรวม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีและสำรองตามกฎหมาย

ซึ่งบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.06 บาท เป็นเงินประมาณ 18.48 ล้านบาท เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 และจะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตราหุ้นละ 0.14 บาท คิดเป็นเงินประมาณ 43.12 ล้านบาท โดยจ่ายจากกำไรที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 20 โดยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเห็นชอบให้นำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

นายสัมพันธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การประกาศจ่ายเงินปันผลในระดับมากกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของบริษัท ตลอดจนความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมและต่อเนื่องให้แก่ผู้ถือหุ้น

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ! เวทีรางวัลแห่งอนาคตของวงการเทคโนโลยีไทย The 2nd BT Awards ปักหมุด 13 มีนาคมนี้

บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ผู้ผลิตสื่อออนไลน์ BT beartai เตรียมจัดงาน The 2nd BT Awards: The Impact Makers เวทีประกาศรางวัลแห่งอนาคต เพื่อยกย่ององค์กรและบุคคลที่ใช้เทคโนโลยีสร้าง “ผลกระทบเชิงบวก” ต่อผู้คน สังคม และโลกอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบแนวคิดเป้าหมายการพัฒนา ที่ยั่งยืน (SDGs) โดยกำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 ณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 3 ตึกทรู ดิจิทัล พาร์ค ฝั่งเวสต์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของวงการ เทคโนโลยีไทย ที่ประกาศชัดว่า “นวัตกรรมที่ดี” ต้องเติบโตควบคู่ความรับผิดชอบและความยั่งยืนในระยะยาว

หนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด กล่าวว่า “เวที BT Awards เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ BT beartai ที่ต้องการสร้างพื้นที่ซึ่งไม่ได้ยกย่องเพียงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่ต้องเป็นเทคโนโลยีที่ ‘ลงมือทำจริง’ และสร้าง Impact จริงต่อประเทศ ในขวบปีที่ 25 ขององค์กร เวทีนี้จึงถูกออกแบบให้เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ภาครัฐ สตาร์ตอัป และนักพัฒนา เพื่อร่วมกัน ยกระดับมาตรฐานนวัตกรรมไทยสู่ระดับสากล และจุดประกาย Responsible Innovation ให้เกิดขึ้น อย่างเป็นรูปธรรมใน Ecosystem ไทย”

สำหรับการพิจารณารางวัลในปีที่ 2 นี้ ได้ยกระดับเกณฑ์การตัดสินให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยนำกรอบ SDGs ขององค์การสหประชาชาติมาเป็นหัวใจหลักในการประเมิน ทั้งในมิติของผลกระทบเชิงระบบ ความยั่งยืน ระยะยาว การวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม รวมถึงศักยภาพในการขยายผลในวงกว้าง

ภายในงานจะมีการมอบรางวัลรวม 18 รางวัล แบ่งเป็น 15 รางวัล SDGs Awards สำหรับนวัตกรรม ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน 15 เป้าหมาย จาก 17 เป้าหมาย และ 3 รางวัลพิเศษ ได้แก่ รางวัลเกียรติยศสำหรับ องค์กรที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมความยั่งยืน รางวัล BT Popular Vote จากเสียงมหาชน และรางวัลบุคคลแห่งปี สำหรับผู้สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างประจักษ์

The 2nd BT Awards: The Impact Makers จึงไม่ใช่เพียงค่ำคืนแห่งการประกาศรางวัล แต่คือ การประกาศทิศทางใหม่ของวงการเทคโนโลยีไทยในปี 2026 ที่ย้ำว่า เทคโนโลยีที่ดีต้องไม่เพียง “ทำงานเก่ง” แต่ต้องช่วยเยียวยา แก้ปัญหา และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

เตรียมพบกับการรวมตัวครั้งสำคัญของ “The Impact Makers” ในวันที่ 13 มีนาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ฝั่งเวสต์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป พร้อมแขกรับเชิญพิเศษจากแวดวงดิจิทัลและครีเอทีฟ อันดับต้น ๆ ของประเทศมากมาย อาทิ ยุทธนา บุญอ้อม (ป๋าเต็ด), เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา (น้าเน็ก), ดร. วิทย์ สิทธิเวคิน, ซีเค เจิง, มารุต ชื่นชมบูรณ์ (ดีเจอาร์ต) และอลิสา ขุนแขวง (มะปราง) เป็นต้น หรือรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทุกช่องทางของ BT beartai

ดูรายละเอียดและติดข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง

Facebook : https://www.facebook.com/beartai

TikTok : https://www.tiktok.com/@btbeartai

Instagram : https://url.in.th/rOGUK

YouTube : https://www.youtube.com/@beartai

เปิด 6 คำตอบ PDPA สะท้อนทิศทางกำกับข้อมูลไทยสู่สมดุล “สิทธิส่วนบุคคล – ความปลอดภัยสาธารณะ – การพัฒนาประเทศ”

การกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากการวางรากฐานกฎหมาย ไปสู่การสร้างความชัดเจนและแนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริงในภาคส่วนต่าง ๆ ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ได้เผยแพร่สรุปการตอบข้อหารือตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) เพิ่มเติมจำนวน 6 ฉบับ ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการตีความกฎหมายในบริบทที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งด้านการแพทย์ ความปลอดภัยสาธารณะ การให้บริการภาครัฐ และงานวิจัยเพื่อสาธารณะ ตลอดจนการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพระหว่างหน่วยงานของรัฐเพื่อการดำเนินภารกิจตามกฎหมายอันเป็นประโยชน์สาธารณะในระบบบริการสาธารณสุข

การเผยแพร่สรุปการตอบข้อหารือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำอธิบายทางกฎหมายเท่านั้น แต่สะท้อนบทบาทของ PDPC ในฐานะ “Policy Interpreter” ที่ช่วยกำหนดทิศทางการใช้ข้อมูลของประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า แนวทางตอบข้อหารือดังกล่าวสะท้อนหลักการสำคัญของ PDPA ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิของประชาชนกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์สาธารณะและประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้เกี่ยวข้อง

“PDPA ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อจำกัดการใช้ข้อมูล แต่เป็นการกำหนดกรอบให้การใช้ข้อมูลเป็นไปอย่างรับผิดชอบ โปร่งใส และเคารพสิทธิของเจ้าของข้อมูล การตอบข้อหารือจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้องค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถนำกฎหมายไปใช้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละภาคส่วน” พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าว

6 กรณีศึกษา สะท้อนโจทย์ใหม่ของการกำกับข้อมูลไทย

  1. ความโปร่งใสวิชาชีพแพทย์ กับสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อหารือกรณีแพทยสภาเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการลงโทษผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม สะท้อนโจทย์สำคัญของระบบวิชาชีพที่ต้องสร้างความโปร่งใสเพื่อคุ้มครองผู้รับบริการ ขณะเดียวกันต้องไม่ละเมิดสิทธิของบุคลากรทางการแพทย์เกินสมควร ทั้งยังมีหลักการที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกันระหว่าง PDPA กับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ

กรณีนี้สะท้อนแนวโน้มว่า การกำกับข้อมูลในอนาคตจะต้องพิจารณาความสมดุลระหว่าง “ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ” กับ “สิทธิส่วนบุคคล” มากขึ้น โดยเฉพาะในวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชน

  • ภาครัฐกับโจทย์ Data Governance ยุคดิจิทัล

ข้อหารือของกรมการขนส่งทางบก สะท้อนความท้าทายของหน่วยงานของรัฐที่ต้องเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในการให้บริการประชาชน ขณะเดียวกันต้องดำเนินการภายใต้กรอบ PDPA

แนวโน้มนี้ตอกย้ำความสำคัญของการขับเคลื่อนงานด้าน data governance ของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งต้องมีทั้งระบบกำกับดูแลข้อมูล การบริหารความเสี่ยง และการสร้างความโปร่งใสในการใช้ข้อมูลของประชาชน

  • ความปลอดภัยสาธารณะกับการใช้ข้อมูลสุขภาพที่มีความอ่อนไหว

ข้อหารือของกรมสุขภาพจิตเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงต่อการก่อความรุนแรง ถือเป็นหนึ่งในกรณีที่มีความอ่อนไหว เนื่องจากเกี่ยวข้องกับข้อมูลสุขภาพ โดยเฉพาะสุขภาพจิต ซึ่งอาจกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ค่อนข้างมาก

กรณีนี้สะท้อนแนวทางการกำกับดูแลข้อมูลที่ต้องพิจารณาชั่งน้ำหนักสิทธิส่วนบุคคลและประโยชน์สาธารณะ โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัยสาธารณะ (public safety) อย่างรอบคอบ โดยต้องมีฐานกฎหมายที่ชัดเจน และมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เข้มงวด เพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลเกินความจำเป็นหรือผิดวัตถุประสงค์ อันจะเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

  • งานวิจัยและข้อมูลนิรนาม กลไกสำคัญของนโยบายสาธารณะ

ข้อหารือของศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์และศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสาเหตุของอุบัติเหตุจราจรและแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหานี้ สะท้อนความสำคัญของการใช้ข้อมูลเพื่อการศึกษาวิจัยหรือสถิติ ในการพัฒนาองค์ความรู้และนโยบายความปลอดภัยสาธารณะ

นอกจากนี้ สรุปการตอบข้อหารือดังกล่าวยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักการและเทคนิคในการใช้ข้อมูลนิรนาม (anonymization) ที่สอดคล้องกับ PDPA อันเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้สามารถใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ของหน่วยงานและประโยชน์สาธารณะได้ โดยไม่กระทบต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

  • ระบบสุขภาพดิจิทัลกับการแบ่งปันข้อมูลอ่อนไหว

ข้อหารือของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับการจัดทำข้อตกลงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Data Sharing Agreement) กับหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น สะท้อนโจทย์สำคัญของการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพในระบบบริการสาธารณสุขยุคดิจิทัล ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อมูลอ่อนไหวและต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ

กรณีนี้ตอกย้ำว่า “ข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูล” เป็นหนึ่งในมาตรการเชิงองค์กรที่ช่วยกำหนดวัตถุประสงค์ เงื่อนไขการใช้ข้อมูล หน้าที่ความรับผิดชอบ และมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้ชัดเจน เพื่อให้การบูรณาการข้อมูลทำได้อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน

  • การจัดทำข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ

ข้อหารือของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่หารือเรื่องการจัดทำข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Sharing Agreement) ระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สะท้อนความจำเป็นในการทำงานร่วมกันในภารกิจด้านการให้บริการสาธารณสุขและการบริหารจัดการกองทุนประกันสุขภาพที่จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลการให้บริการ

กรณีนี้ชี้ว่า การจัดทำข้อตกลงระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (data controller) ด้วยกัน เป็น “มาตรการทางเลือก” เพื่อให้วัตถุประสงค์ วิธีการ และความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายมีความชัดเจน แต่หากการจัดทำข้อตกลงเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติภารกิจ หน่วยงานยังสามารถกำหนดมาตรการอื่นที่เหมาะสมและให้การคุ้มครองได้เช่นเดียวกัน โดยหัวใจยังคงอยู่ที่การจำกัดวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (purpose limitation) ตามความจำเป็น การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และการคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างรอบคอบ

จาก Compliance สู่ Governance : ทิศทางใหม่ของ PDPA ไทย

การเผยแพร่ข้อหารือทั้ง 6 ฉบับ สะท้อนให้เห็นว่าการบังคับใช้ PDPA ของไทยกำลังพัฒนาเข้าสู่ระยะที่เน้น “Data Governance” มากขึ้น ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่รวมถึงการสร้างระบบบริหารจัดการข้อมูลอย่างยั่งยืนในระดับองค์กรและระดับประเทศ

แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางสากลที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นด้านข้อมูล หรือ Trust-based Digital Economy ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล

พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวว่า สคส. มุ่งผลักดันให้ประเทศไทยมีระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และสามารถรองรับการใช้ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล

“การกำกับดูแลข้อมูลในปัจจุบันไม่ใช่เพียงเรื่องกฎหมาย แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล การสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิและการใช้ข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ จะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นของประเทศในระยะยาว” พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวปิดท้าย

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดสรุปการตอบข้อหารือเพิ่มเติมได้ที่ https://www.pdpc.or.th/consultation

มุ่งมั่น มากความสามารถ ภาษาแน่น“ต้าห์อู๋” แท็กทีม Duo ปลุกไฟใจกลางสยามสแควร์สร้างแพชชันการเรียนภาษา

ซูเปอร์สตาร์ T-POPมาแรง “ต้าห์อู๋ – พิทยา แซ่ฉั่ว” จับมือ Duo มาสคอตชื่อดังระดับโลก ร่วมสร้างสีสันที่สยามสแควร์ พร้อมปลุกพลัง และสร้างแรงบันดาลใจการเรียนภาษาให้กับคนรุ่นใหม่ สมฉายา All-rounder ตัวจริงแห่งวงการ T-POP และเขายังคงสะกดสายตาผู้ชมด้วยความสามารถรอบด้านทั้งร้อง เต้น แสดง และสกิลภาษาที่พูดได้ถึง 3 ภาษา (ไทย-จีน-อังกฤษ) ด้วยภาพลักษณ์ที่โกอินเตอร์ ทำให้ต้าห์อู๋ได้ขึ้นแท่นเป็นพาร์ตเนอร์ในแคมเปญล่าสุด ของ Duolingo

โดยล่าสุด “ต้าห์อู๋” ได้แท็กทีม นกฮูกเขียว Duo ชวน Gen Alpha และ Gen Z มาอัปเกรดสกิลการเรียนภาษาผ่านความสนุก และกิจกรรมอินเทอร์แอ็กทีฟที่ผสมผสานระหว่าง Pop-Culture, Entertainment และ Education แคมเปญนี้มุ่งมั่นในการสร้างความมั่นใจ และทำให้การเรียนภาษากลายเป็นเรื่องสนุก เข้าถึงได้สำหรับทุกคน พร้อมยกเกมจากในแอปพลิเคชันมาให้ได้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์จริงในงาน “Duolingo Family Gathering Party” ณ ลานเซ็นเตอร์พอยต์ สยามสแควร์

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ ต้าห์อู๋เปิดเวทีด้วยการแสดงสด ก่อนจะโชว์สกิลภาษาต่าง ๆ เรียกเสียงเชียร์จากแฟน ๆ และยังปรากฏตัวในบทบาทผู้เรียนระดับท็อปสตาร์ เคียงข้างมากับ “คุณครู” Duo ชวนแฟน ๆ ทดลองเรียนภาษาแบบเรียลไทม์บนเวที และผู้เข้างานยังได้สนุกกันอย่างต่อเนื่องกับกิจกรรมอินเทอร์แอ็กทีฟหลากหลาย ซึ่งใครทำบทเรียนสำเร็จจะได้รับ Duo Bao โดยภายในมี Duo Coin ไว้สำหรับแลกคะแนน เพื่อเข้าร่วมประสบการณ์พิเศษใน Pop-Up Zone ไม่ว่าจะเป็นเกมคีบตุ๊กตา Duo หรือ ถ่ายคลิปที่ตู้ Auto Reel กลายเป็นพื้นที่การเรียนรู้ ที่ทุกคนสามารถเรียน เล่น และสนุกไปพร้อมกัน

“ต้าห์อู๋” เผยความรู้สึกที่ได้ร่วมงานในครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกดีใจมาก ๆ ที่ได้ร่วมงานกับ Duolingo ทำให้การเรียนภาษาสนุกมากขึ้นจริง ๆ เหมือนเราได้เรียนรู้ และเล่นเกมไปด้วย ทำให้ไม่รู้สึกกดดัน หรือเบื่อเลยครับ”

นอกจากนี้ยังแชร์มุมมองเรื่องการอัปสกิลภาษาว่า “ผมเชื่อว่าการเรียนภาษาเป็นเรื่องสำคัญมาก เมื่อเราเข้าใจหลายภาษาก็จะมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะเราไม่มีกำแพงภาษา เวลาไปทำงานต่างประเทศหรือเจอแฟน ๆ ต่างชาติ การพูดภาษาที่สองหรือสามช่วยให้ผมสามารถพูดคุยกับผู้คนจากหลากประเทศ ทำให้แฟน ๆ เข้าใจตัวตนของผมได้มากขึ้น และยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ และทำให้เรากล้าที่จะออกไปเจอประสบการณ์ และความท้าทายใหม่ ๆ ในชีวิตด้วยครับ”

พร้อมกันนี้ยังฝากติดตามรายการ “Running Man Thailand อย่า หยุด วิ่ง” ออกอากาศ ทุกวันอาทิตย์ เวลา 18.00 น. ทางช่อง One31 และ รับชมออนไลน์เวอร์ชัน UNCUT บนแอป iQIYI และเว็บไซต์ iQ.com และ ผลงานอื่น ๆ ในอนาคตอีกด้วย

ติดตามความสนุกของ Duolingo Thailand ได้ที่ TikTok: @DuolingoThailand หรืออัปเดต และการสาธิตผลิตภัณฑ์ได้ที่ https://duolingo.com/

DuolingoFamilyGatheringParty #DAOU #oueiija #ต้าห์อู๋

“ณเดชน์ – เจมส์ มาร์” ลุยซ้อมหนัก ชวนแฟนๆ ร่วมสัมผัสโมเมนต์แห่งความสุข 6 – 8 มีนาคมนี้ ในโชว์สุดพิเศษ “เมืองไทยรัชดาลัย คืนสู่เหย้า SHOW 2026”

เหลือเวลาอีกไม่นานโชว์สุดพิเศษประเดิมต้นปีจากค่ายซีเนริโออย่าง “เมืองไทยรัชดาลัย คืนสู่เหย้า SHOW2026”  ก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว  ล่าสุดมีโอกาสได้แวะเวียนไปดู 2 พระเอกหนุ่มสุดหล่อ  ณเดชน์ คูกิมิยะ และ เจมส์ มาร์ ที่เทคิวลุยซ้อมกันอย่างหนัก เลยเข้าไปถามไถ่ถึงความพิเศษที่จะเกิดขึ้นในโชว์ครั้งนี้มาให้แฟนๆ ฟัง 

เริ่มต้นกันที่ซุปตาร์หน้าหล่อ ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่อัพเดตความคืบหน้าให้ฟังว่า “สำหรับ “เมืองไทยรัชดาลัย คืนสู่เหย้า SHOW 2026”คือโชว์ที่นำเอาบทเพลงจากละครเวทีเรื่องต่างๆ ที่แฟนๆ คิดถึง หรือนำเอาโมเมนต์ ความทรงจำที่เคยเกิดขึ้นในละครเวที มาเรียงร้อยใหม่เป็นโชว์สุดพิเศษ  ซึ่งมีความหมายถึงการนำเหล่านักแสดงที่เคยแสดงละครเวทีกลับมาเยือนเวที “เมืองไทยรัชดาลัย”  อีกครั้ง แต่เป็นการกลับมาในโมเมนต์ใหม่ที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน  เช่นนักแสดงบางคน อาจจะประทับใจบทบาทของตัวละครจากเรื่องหนึ่ง และอยากจะลองแสดงบทนั้นดูบ้าง  อย่างตัวผมเองก็มีซีนและเรื่องที่ผมประทับใจ และนักแสดงที่อยากจะร่วมงานด้วย       ซักครั้ง ก็ต้องมาดูกันว่า ผมจะได้แสดงละครเวทีเรื่องอะไร ฉากไหน กับใครนะครับ  ส่วนตอนนี้พวกเราก็กำลังซ้อมร้อง ซ้อมเต้น เริ่มจับคู่บล็อกกิ้งกับเพื่อนๆ นักแสดงคนอื่นๆ กันแล้วครับ  หลังจากที่ห่างหายไปนาน ก็ต้องกลับมาทบทวนกันนิดหน่อย  ก็รู้สึกตื่นเต้น แต่ก็ยังรู้สึกอบอุ่นเหมือนเดิมครับ เหมือนเราได้กลับมาโรงเรียนเก่าอีกครั้ง ได้มาเจอรุ่นพี่ รุ่นน้องนักแสดง ทั้งที่เคยร่วมงานกัน และที่เพิ่งเคยได้มาร่วมงานกันในโชว์นี้  ถือเป็นโอกาสที่ดีมากครับ  ที่สำคัญคือพวกเราก็หวังว่าแฟนๆ ที่เคยประทับใจในละครเวทีของ “เมืองไทยรัชดาลัย”  ก็จะกลับมาร่วมสัมผัสความทรงจำสุดพิเศษในครั้งนี้ ร่วมกับพวกเราอีกครั้งนะครับ”

ด้านหนุ่ม เจมส์ มาร์ ได้กล่าวเสริมว่า “สำหรับผม ถือเป็นนักเรียนรุ่นล่าสุดเลย  ดีใจที่ได้กลับมาเยือนเวที “เมืองไทยรัชดาลัย” อีกครั้ง  และผมเองก็มีความทรงจำที่ประทับใจกับละครเวทีของที่นี่เยอะมากๆ แต่ก็มีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ผมเลือกหยิบมาโชว์ให้แฟนๆ ได้ชมกันในครั้งนี้  ก็พยายามตั้งใจทำเต็มที่ครับ ก็อยากให้มารอชมว่าผมจะโชว์เพลงอะไร จากละครเวทีเรื่องอะไร  นอกจากคุณจะได้พบกับฉากสำคัญที่เคยประทับใจจากเรื่องต่างๆ แล้ว  ยังได้เห็นการจับคู่ของนักแสดงคู่ใหม่ ได้เห็นโมเมนต์ใหม่ๆ เคมีใหม่ๆ ที่รับรองว่าจะสร้างความประทับใจให้ผู้ชมได้อย่างแน่นอน  เรียกว่าเป็นโชว์ที่จะมอบความพิเศษ ความเซอร์ไพรส์ให้คุณตั้งแต่ต้นจนจบ และความพิเศษอีกอย่าง คือการได้เห็นศิลปินนักแสดงที่นอกจากผม และ พี่ณเดชน์ ยังมี พี่นก สินจัย, พี่กบ ทรงสิทธิ์, ไอซ์ พาริส, หนูนา หนึ่งธิดา, พี่แก้ม กุลกรณ์พัชร์, พี่ลูกหว้า พิจิกา, ตั้ม วราวุธ, แพร์ พิชชาภา,   ไดมอนด์ ณรกร และ พรู ภัทรจารีย์  ซึ่งแต่ละคนคือสุดยอดในด้านการร้อง การแสดง มารวมตัวกันแบบนี้  เป็นความพิเศษที่หาชมได้ยากมากๆ ครับ  ผมเองก็ดีใจมากที่จะได้ร่วมงานกับทุกคนครับ  อยากให้ทุกคนมาร่วมย้อนรำลึก ความหลัง ความทรงจำไปด้วยกันอีกครั้งครับ” 

“เมืองไทยรัชดาลัย  คืนสู่เหย้าโชว์ 2026”  เปิดแสดงวันที่ 6 – 8 มีนาคมนี้  ณ  เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ บัตรเริ่มต้นราคา 1,000 บาท  ซื้อบัตรได้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกช่องทาง

งานนี้ต้องมา! 3 วันเท่านั้น! โฮมโปร–เมกาโฮม จัดใหญ่ “ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า” ซ่อมก่อนเปลี่ยนทั่วประเทศ 6–8 มี.ค. นี้ ที่โฮมโปรและเมกาโฮมทุกสาขา

โฮมโปร -เมกาโฮม ชวนคนรักบ้านทั่วประเทศร่วมกิจกรรม “ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า” ครั้งแรกของปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ซ่อมก่อนเปลี่ยน” ชวนคนรักบ้านทั่วประเทศร่วมดูแลบ้าน ยืดอายุการใช้งานสินค้า ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 6–8 มีนาคม 2569 ที่โฮมโปร–เมกาโฮมทุกสาขา และออนไลน์

ภายในงานพบกับไฮไลต์สุดคุ้ม ซ่อมฟรีค่าแรง 2 ชิ้นแรก ชิ้นที่ 3 รับส่วนลดค่าแรง 50%, ซ่อมฟรี! เครื่องมือช่าง และสาธิตการใช้อุปกรณ์งานช่างที่เมกาโฮมเท่านั้น* พร้อมโปรฯ ล้างแอร์รับหน้าร้อนเพียง 399 บาท (เวลา 09.00–12.00 น.) เสริมด้วยดีล Flash Sale ทุกวัน และกิจกรรม “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” เพียงนำขวดพลาสติก PET ขนาด 330 ml. ขึ้นไป แลกรับคูปองส่วนลดมูลค่า 200 บาท และพัดลมเก่ามาแลกรับส่วนลดเพื่อซื้อเครื่องปรับอากาศใหม่ได้อีกด้วย สายรักษ์โลกและชอบความคุ้มค่า ต้องไม่พลาด

ใครมีเครื่องใช้ไฟฟ้ารอซ่อม หรือกำลังมองหาจังหวะอัปเกรดบ้านให้คุ้มกว่าเดิม รีบปักหมุด 3 วันนี้ไว้เลย ครบทั้งซ่อม ช้อป และรักษ์โลก ภายในงานเดียว! เริ่มวันที่ 6–8 มีนาคม 2569 ณ โฮมโปรและเมกาโฮมทุกสาขาทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ ผู้สนใจสามารถนำเครื่องใช้ไฟฟ้ามาตรวจเช็กและซ่อมแซมได้ภายในงาน หรือเลือกช้อปสินค้าและบริการในราคาสุดคุ้มตลอด 3 วันเท่านั้น

#ซ่อมก่อนเปลี่ยนกับช่างโฮมโปร #ซ่อมฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้ากับช่างโฮมโปร #CHANGHomePro #ช่างโฮมโปร #ช่างโฮมโปรมือโปรประจำบ้านคุณ #โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #เมกาโฮม #MegaHome #ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่าง #ช่างเลือกเมกาโฮม #Homepropr

พังงา-พ่อเมืองฯ นำแถลงข่าวงานอนุรักษ์เต่าทะเล ปีที่ 55 พร้อมร่วมสร้างจิตสำนึกดูแลขยายพันธุ์เต่าทะลให้มากขึ้น

นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายศุภสิทธิ์ เอี่ยมเจริญ นายอำเภอท้ายเหมือง ร่วมกันแถลงการจัด งานประเพณีอนุรักษ์เต่าทะเล จังหวัดพังงาประจำปื 2569 มีนายบัญชา ธนูอินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายสุรัตน์ ลายจันทร์ ปลัดจังหวัดพังงา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ ภาคเอกชน พี่น้องประชาชน ผู้สื่อข่าวเข้าอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้จังหวัดพังงามี แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกทั้งทางบกและทางทะเลหลายแห่ง ในแต่ละพื้นที่มีอัตลักษณ์และมีเสน่ห์ประจำถิ่นที่แตกต่างกันไป การจัดกิจกรรมต่างๆ เป็นการนำเสนอสิ่งที่มีคุณค่าอันโดดเด่นในแต่ละพื้นที่ให้เป็นที่ รู้จักมากยิ่งขึ้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมเยียน และสร้างรายได้ให้กับชุมชน การจัดงานอนุรักษ์ประเพณีเต่าทะเลในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสร้างจิตสำนึกในการร่วมกันอนุรักษ์ ดูแลทรัพยากรธรรมชาติของท้องทะเลและชายหาดที่เป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเล ที่ปัจจุบันพบว่าบางสายพันธุ์เริ่มหายาก ใกล้สูญพันธุ์ และมีแนวโน้มลดลงจากการรบกวนแหล่งวางไข่ของเต่าทะเล รวมทั้งสร้างความตระหนักให้ประชาชนไม่ทิ้งขยะลงทะเล เพราะอาจจะทำให้เต่าทะเลหลงกินเข้าไปซึ่งอาจจะทำให้เสียชีวิตในที่สุด

สำหรับการจัดงานอนุรักษ์เต่าทะลมีกิจกรรมทีาหลายหลายตลอดระยะเวลาของการจัดงานคือตั้งแต่วันที่ 1-10 มีนาคม 2569 ที่หาดชายทะลท้ายเหมือง กิจกรรมภายหลังพิธีเปิดเริ่มจากการร่วมปล่อยพันธุ์เต่าทะเลนำรายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้กับกองทุนอนุรักษ์เต่าทะเลและถิ่นอาศัยพังงา-ภูเก็ต การแข่งขันกีฬา การแสดงศิลปวัฒนธรรม ดนตรี และการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด สินค้าโอทอปของชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้มาตรการดูแลความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่จังหวัดพังงา ร่วมกับอำเภอท้ายเหมือง จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยมชมงานอนุรักษ์เต่าทะลท้ายเหมือง ปี 69 อย่างมีความสุขตลอดการจัดงาน

คอนเสิร์ตชุดซีรีส์พิพิธภัณฑ์ ชมฟรี ลงทะเบียนเลย

เสียงสะท้อนจากโบราณวัตถุ (Museum Series: The Sounds from Cultural Relics) คณะดนตรีเกาเดอมัส ตุนหวง ฮ่องกง (Hong Kong Gaudeamus Dunhuang Ensemble) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ดนตรีที่พา “โบราณวัตถุมีชีวิต” ผ่านเสียงเพลง คณะดนตรีเกาเดอมัส ตุนหวง ฮ่องกง ปลุกเรื่องราวจากแหล่งอารยธรรมที่ยืนยาวนับศตวรรษ แรงบันดาลใจจากเมืองโบราณตุนหวง บนเส้นทางสายไหม สู่ศิลปะพุทธศาสนาและจิตรกรรมฝาผนังอันเลื่องชื่อ ผสานแรงบันดาลใจจากศิลปะราชสำนักจีนแห่ง The Palace Museum และโบราณวัตถุล้ำค่าจาก Sanxingdui Museum
ด้วยการ ถ่ายทอดผ่านดนตรีจีนโบราณ ตีความใหม่ด้วยบทประพันธ์ร่วมสมัย ทำให้ภาพและโบราณวัตถุกลับมามีชีวิตอีกครั้งบนเวทีการแสดง และนี่ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ต แต่คือการเดินทางข้ามกาลเวลา ผ่านศิลปะ เสียงดนตรี และความทรงจำของอารยธรรม
โดยงานจะจัดขึ้น วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 15.00–16.30 น. ณ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ทุกท่านสามารถเข้าชมฟรี เพียงลงทะเบียนล่วงหน้าทาง https://www.ticketmelon.com/…/thesoundfromculturalrelic สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณนัท 064-541-3484
สำรองที่นั่ง แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางข้ามกาลเวลาอีกครั้ง

เปิดรับสิทธิ์ร่วมงาน The Guitar Mag Awards 2026 15th Anniversary Celebrations

The Guitar Mag Awards 2026 15th Anniversary Celebrations ครบรอบ 15 ปี งานประกาศรางวัลทางดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ ไฮไลต์สำคัญคือการมอบ 19 รางวัลอันทรงเกียรติ ให้กับคนดนตรี ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังในวงการ ที่มีผลงานโดดเด่นในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งในแต่ละสาขารางวัล จะตกเป็นของศิลปินใดบ้างมาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ไปพร้อมกัน ในวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569 ณ ONE BANGKOK FORUM เปิดลงทะเบียนรับบัตรได้ตั้งแต่ 11.00น. เป็นต้นไป

เพียงเป็นสมาชิกรายปีของนิตยสาร The Guitar Mag ก็ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน The Guitar Mag Awards ทันที! สนใจ Inbox เข้ามาได้เลย

TheGuitarMagAwards2026 #RealAwardsForRealArtists

งานของคนดนตรี

คลั่งรักให้สุด! “โอบนิธิ” ปล่อยซิงเกิลใหม่ “ไม่อยากรักคนอื่นแล้ว (The Chosen One)” เพลงรักของคนที่เหนื่อยจากการเริ่มต้นใหม่

เตรียมตัวรับดาเมจความโรแมนติกแบบขั้นสุด กับการกลับมาอีกครั้งของ “OABNITHI” (โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) ที่หยิบเรื่องราวของหัวใจซึ่งผ่านความเหนื่อยล้าจากการเริ่มต้นใหม่ จนได้พบใครสักคนที่อยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้น มาถ่ายทอดผ่านซิงเกิล โรแมนติก “ไม่อยากรักคนอื่นแล้ว (The Chosen One)” บทเพลงแทนใจของคนที่เลือกแล้วว่าจะรักเพียงคนเดียว ก่อนปล่อยเพลงเต็ม OABNITHI ได้ปล่อยทีเซอร์ความคลั่งรักออกมาตั้งแต่ช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา สร้างกระแสพูดถึงในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง พร้อมกิมมิกสุดโรแมนติกที่ชวนแฟน ๆ แชร์โมเมนต์อินไปกับบรรยากาศความรักผ่านแผ่นเสียง จนเกิดเทรนด์ของคนคลั่งรักที่หยิบแผ่นเสียงมาเปิดฟัง พร้อมโพสต์โมเมนต์หวานของตัวเองลงโซเชียลกันรัว ๆ

เพลงนี้ถ่ายทอดมุมโรแมนติกและความคลั่งรักของ “OABNITHI” ได้อย่างลงตัว ผ่านซาวด์ดนตรีสไตล์ Urban Pop / R&B ที่อบอวลด้วยกลิ่นอายอิเล็กทรอนิกส์และซาวด์ดีไซน์สมัยใหม่ ขณะเดียวกันก็ยังคงความฟังง่ายและร้องตามได้ไม่ยาก ทำให้บทเพลงเข้าถึงผู้ฟังได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินทำเอาแฟน ๆ ชาวคลั่งรัก ฟินไปอีก คือการได้เห็น OABNITHI (โอบนิธิ) และ LADIIPRANG (เลดี้ปราง) ในมิวสิกวิดีโอ ถ่ายทอดโมเมนต์หวานละมุนของคนที่เลือกแล้ว ว่าจะหยุดหัวใจไว้ที่ใครคนเดียว เคมีของทั้งคู่ยิ่งเติมเต็มอารมณ์ของเพลงให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งความพิเศษของซิงเกิลนี้ คือการได้ “แอ้ม อัจฉริยา ดุลยโพบูลย์” โปรดิวเซอร์ แถวหน้าของวงการเพลงไทย มาร่วมรังสรรค์บทเพลงรักเพลงนี้ให้ออกมาลงตัว ทั้งในด้านอารมณ์และซาวด์ดนตรี พร้อมยังคงเอกลักษณ์และสไตล์เฉพาะตัวของศิลปินไว้อย่างชัดเจน เสริมทัพด้วยฝีมือการกำกับมิวสิกวิดีโอจาก “โช โชติรัตน์ พรหมโชติ” ผู้กำกับมากความสามารถ ที่ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวความรักให้ออกมาอบอุ่นและเข้าถึงอารมณ์ หลังจากนี้แฟน ๆ เตรียมรอรับความพิเศษที่รับรองว่าเซอร์ไพรส์อย่างแน่นอน เพราะดูเหมือนว่าเส้นทางความคลั่งรักของ OABNITHI เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

สำหรับใครที่พร้อมที่จะคลั่งรักไปพร้อมกัน สามารถฟังเพลง “ไม่อยากรักคนอื่นแล้ว (The Chosen One)” ซิงเกิลใหม่ล่าสุดจาก “OABNITHI” ได้แล้ววันนี้ ใน Music Streaming ทุกช่องทาง พร้อมรับชมมิวสิกวิดีโอได้ตั้งแต่วันนี้ทาง YouTube : OabnithiW ติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook : Oabnithi Wiwattanawarang, Instagram oabnithi, oabnithi official TikTok : oabnithi, Facebook : LOVEiS /X/Instagram : @LOVEiS_ent

MV LINK : https://youtu.be/aUk_XvzIcPo?si=vnwMkDru5vd_sKch

ไม่อยากรักคนอื่นแล้ว_OABNITHI

OABNITHI

LOVEiSENTERTAINMENT