“ถิรไทย” วางโรดแมปธุรกิจ 3-5 ปี ลุยตลาดหม้อแปลงไทย-ต่างประเทศ ทำรายได้ 5,000 ล้าน

บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT ผู้นำตลาดหม้อแปลงไฟฟ้า และอุตสาหกรรมด้านพลังงานรายใหญ่ของประเทศ วางโรดแมปธุรกิจ 3-5 ปี ลุยตลาดหม้อแปลงไฟฟ้าในไทยและต่างประเทศ ปูทางสู่รายได้ทะลุ 4,000-5,000 ล้านบาท เตรียมเจาะตลาดรีโนเวททั้งในอเมริกาและยุโรป เพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศ 50% ขณะที่แผนธุรกิจปี 67 เตรียมเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานและการตลาด สร้างรายได้ใกล้เคียงกันทุกไตรมาส พร้อมลุยงานภาครัฐ มั่นใจทำรายได้ 2,590ล้าน เติบโต 20% หลังตุน Backlog กว่า 2,191 ล้านบาท

            นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ กลุ่ม บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT ผู้ผลิต จำหน่าย และซ่อมบำรุง หม้อแปลงไฟฟ้าทุกขนาด ของคนไทยเพียงแห่งเดียว เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจภายในระยะ 3-5 ปีข้างหน้าว่า มีแนวโน้มผลการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าปีละ 10% จากการวางแผนการธุรกิจและการบริหารงานภายในที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,000-5,000 ล้านบาท โดยเฉพาะตลาดส่งออกจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 50% จากปัจจุบันมีสัดส่วนไม่ถึง 10%

โดยบริษัทฯ วางแผนเจาะตลาดในกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกา เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าและหม้อแปลงมาอย่างยาวนานนับ 100 ปี ซึ่งจะต้องมีการบริหารจัดการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ รวมถึงการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทดแทนของเดิมที่ใช้มานาน นอกจากนี้ เทรนด์การใช้ไฟฟ้าทั่วโลกยังมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความต้องการใช้หม้อแปลงไฟฟ้าเพิ่มตามมาด้วย ถือเป็นโอกาสทางการตลาดสำหรับบริษัทฯ ในการทำตลาดในต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรเพื่อขยายตลาดไปในกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในช่วงกลางปีนี้ และเริ่มรับรู้รายได้ในปีหน้าเป็นต้นไปด้วย

“ในปีนี้บริษัทฯ วางเป้าหมายการเติบโตประมาณ 20% ส่วนปีหน้าคาดว่าจะเติบโต 15% หลังจากนั้นตามแผนระยะ 3-5 ปีข้างหน้าคาดว่าจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 10% ซึ่งในอนาคตหากเป็นไปตามแผนที่บริษัทฯ ได้วางเอาไว้ อาจจะมีการลงทุนเพิ่มเพื่อรองรับแผนธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานภายในให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ด้วย”นายสัมพันธ์ กล่าว

ส่วนทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี  2567 บริษัทฯ คาดว่าจะทำรายได้ 2,783 ล้านบาท โดยมีรายได้หลักมาจาก 2 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) มีลูกค้าหลักเป็นหน่วยงานภาครัฐ อาทิ การไฟฟ้านครหลวง (MEA) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) บริษัทเอกชนทั้งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และบริษัททั่วไป ตลาดต่างประเทศทั่วโลก ธุรกิจการให้บริการ รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ด้วย ซึ่งคาดว่าจะทำรายได้ 2,590 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่หม้อแปลง (Non-Transformer) อาทิ รถกระเช้า, รถเครน, ถังหม้อแปลงไฟฟ้า และแบตเตอรีลิเธียม ที่คาดว่าจะทำรายได้ 193 ล้านบาท

            โดยบริษัทฯ มีงานประมูลและเสนอราคาทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่องมูลค่ากว่า 15,271 ล้านบาท ซึ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จสร้างเป็นยอดขายและรายได้ประมาณ 20% ขณะเดียวกันปัจจุบันบริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ในปี 2567 อีก 2,352  ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า 2,191 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่หม้อแปลงอีก 161 ล้านบาทด้วย และในปี 2568 อีก 130 ล้านบาท

            นายสัมพันธ์ กล่าวต่ออีกว่า ในปีนี้บริษัทฯ จะมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการภายใน รวมถึงการบริหารการตลาด เพื่อให้ในแต่ละไตรมาสสามารถรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยไตรมาสละ 600 ล้านบาท ส่วนในปีหน้าจะเพิ่มให้แต่ละไตรมาสรับรู้รายได้ไตรมาสละ 700 ล้านบาท จากเดิมการรับรู้รายได้ของบริษัทฯ กระจุกตัวอยู่เฉพาะในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 เป็นหลัก ซึ่งการบริหารจัดการให้ทุกไตรมาสมีรายได้เข้าอย่างสม่ำเสมอ เป็นการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและลูกค้าด้วย

            “ภาพรวมธุรกิจในปีนี้ไม่ค่อยมีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะบริษัทฯ มีแบ็กลอกตุนไว้ค่อนข้างเยอะ ที่สำคัญลูกค้าในกลุ่มภาครัฐยังคงมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และกลับมาเบิกจ่ายเงินงบประมาณ สำหรับการลงทุนและพัฒนา เพื่อสร้างความมั่นคงในเรื่องของไฟฟ้า หลังจากหลายหน่วยงานดีเลย์การเบิกใช้งบประมาณมาหลายปี ส่วนภาคเอกชนหากภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว การท่องเที่ยวกลับมาเป็นปกติ เชื่อว่าจะส่งผลในภาพรวมให้ภาคเอกชนกลับมาฟื้นตัวด้วยเช่นกัน”นายสัมพันธ์ กล่าวและว่า

            ส่วนผลการดำเนินงานในรอบปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อย ยังคงสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง มีรายได้รวม 2,111 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 391.12 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ที่มีรายได้รวม 1,719.57 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากกลุ่มการขายและบริการ จำนวน 2,084.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 390.41 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 1,693.82  ล้านบาท มีกำไรขั้นต้น 533.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 342.46 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มีกำไรขั้นต้น 190.56 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 126.74 ล้านบาท พลิกกลับมาเป็นกำไร จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าขาดทุน 94.91 ล้านบาท

“โฮมโปร” รณรงค์สร้างสุขภาพ จัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง “HomePro Fun Walk 2024 Walk To Give…Give For Life” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 นับก้าววิ่งเป็นเงินสมทบทุน มอบให้กับศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อโรคมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

โฮมโปร เดินหน้ารณรงค์ชวนพนักงานใส่ใจสุขภาพในโครงการ “HomePro Fun Walk 2024 Walk To Give…Give For Life” ปี 3 พร้อมต่อยอดตอบแทนสังคม โดยการเปิดแอปพลิเคชั่น Wirtual นับก้าวเดิน-วิ่งผ่านโครงการฯ เพื่อแปลงเป็นเงินบริจาค มอบสมทบทุนให้กับศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อโรคมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งเป้า 3,000,000,000 ก้าวต่อโครงการ มุ่งหวังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ลดโอกาสการเจ็บป่วย สร้างพฤติกรรมรักสุขภาพและผลักดันให้ทุกคนในองค์กร รวมถึงพันธมิตร คู่ค้า ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม

นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร (HomePro) เปิดเผยว่า “แนวคิดริเริ่มสำหรับโครงการ “HomePro Fun Walk 2024” ซึ่งปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เกิดจากความตั้งใจส่งเสริมและรณรงค์พนักงานในองค์กรและบุคลากรคู่ค้าให้ตระหนักถึงการใส่ใจดูแลสุขภาพ ด้วยการเดิน-วิ่ง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ลดอาการเจ็บป่วย ช่วยให้เกิดความพร้อมในการทำงาน อันเป็นจุดเริ่มของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อตนเองและครอบครัวต่อยอดไปสู่สังคมที่มีคุณภาพต่อไป

โดยโครงการครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมพนักงานโฮมโปรทั่วประเทศ รวมกว่า 8,700 คน ให้เกิดความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาสุขภาพ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากขาดการออกกำลังกาย พร้อมมีส่วนร่วมในหน่วยงานที่ตนเองที่สังกัดรวมจำนวน 152 ทีม ร่วมเดิน-วิ่ง โดยใช้แอปพลิเคชัน Wirtual เป็นเครื่องมือในการนับก้าว พร้อมแปลงเป็นเงินบริจาคมอบให้ ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อโรคมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เนื่องจากในประเทศไทยโรคมะเร็งเต้านม พบเป็นอันดับ 1 และเป็นสาเหตุต้นๆ ของการเสียชีวิต ในหญิงไทย ซึ่งปัจจุบันอัตราการพบโรคมะเร็งเต้านมมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ประมาณ 1 ใน 10 ของผู้หญิง มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเต้านม

โครงการ HomePro Fun Walk 2024 Walk To Give…Give For Life เราจะก้าวเพื่อสมทบทุน ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อโรคมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2566 และจะสิ้นสุดในวันที่ 20 เมษายน 2567 รวมระยะเวลากว่า 4 เดือน โดยตั้งเป้าหมายรวมพลัง 3,000,000,000 ก้าวตลอดโครงการ ในโอกาสนี้ โฮมโปรจึงจัดกิจกรรมงานวิ่งที่สวนวชิรเบญจทัศ(สวนรถไฟ) ในวันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2567 นำทีมโดยผู้บริหาร คู่ค้า พนักงาน พร้อมด้วยบรรดานักวิ่งรวมกว่า 1,200 คน มาร่วมสร้างพลังบวกในแคมเปญ HomePro Fun Walk 2024 Walk To Give…Give For Lifeในครั้งนี้ด้วย

ด้าน นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “รู้สึกประทับใจในแนวคิดและความตั้งใจส่งเสริมสุขภาพพนักงานของโฮมโปรอย่างมาก  ที่ให้ความสำคัญกับผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านมในประเทศไทยมีแนวโน้มของอุบัติการณ์ที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษามะเร็งเต้านมโดยการผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัดและการฉายแสงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ มุ่งมั่นที่จะให้บริการผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ให้เทียบเท่าหรือสูงกว่ามาตรฐานระดับสากล เพื่อที่จะให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสเข้าถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย  โดยทุกก้าวที่ถูกนับในโครงการครั้งนี้ จะถูกนำไปรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมต่อไป”

#HomeProFunWalk2024 #WalkToGiveGiveForLife #ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อโรคมะเร็งเต้านม #โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์#สภากาชาดไทย #HomePro #homeprothailand #โฮมโปร #เรื่องบ้านโฮมโปรคือคำตอบ #Homepropr

พุ่งทะยานสู่ขีดสุดความมันส์ ‘eFootball Thailand Pro League 2024’ เปิดฤดูกาลนัดแรก 20 เม.ย. 67 นี้ ยิงสดทาง E-League Thailand

เตรียมพุ่งทะยานสู่ฤดูกาลแห่งความมันส์ พบกับการต่อสู้ครั้งใหม่ #RISENFIGHT ขีดสุดทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลอีสปอร์ต ‘eFootball Thailand Pro League 2024’ ใส่จัดเต็มทุกอารมณ์บนสนามออฟไลน์ตลอด 10 สัปดาห์เต็ม! พร้อมกฎปลุกเสียงเชียร์เพิ่มดีกรีความเดือด ไปกับอีเว้นต์ MOBILE CO-OP 3V3 การกลับมาของรูปแบบสุดท้าทายวัดความเป็นทีมเวิร์คตลอด 90 นาที นับคะแนนรวมกับคลาสสิคแมตช์ 1V1 บนแพลตฟอร์ม CONSOLE และพลาดไม่ได้! กับกติกาพิเศษฉีกทุกความจำเจ ในระบบ PLAYERS DRAFT คัดตัวนักเตะจากแต่ละ 16 สโมสรไทยลีกเข้าทีม ให้ทุกนัดอัดแน่นด้วยแผนการเล่น หลากหลายแทคติกความมันส์ #ใส่ได้อีก ร่วมลุ้นพร้อมกันให้สุดตัว! … ใครจะคว้าอีกหนึ่งถ้วยแห่งศักดิ์ศรีของวงการฟุตบอลไทยไปครอง

เขี่ยลูกเริ่มเกมแมตช์แรก เสาร์ที่ 20 เมษายน 2567 นี้ ยิงสดทาง FB : E-League Thailand / YouTube : E-League Thailand / TikTok : E-League Thailand

               นอกจากนี้ ทัวร์นาเม้นต์ eFootball Thailand Pro League 2024 ยังเป็นเวทีโอกาสของมืออาชีพ ด้วยแรงหนุนจากซัพพอร์ตเตอร์กลุ่มสำคัญ โดยเฉพาะกฎการเดบิวต์เปิดทางให้นักกีฬารุ่นใหม่จากรายการ NEXT GEN เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน โดย คุณภาสินี จารุภูมิ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “มาม่าเห็นความสำคัญของการสนับสนุนกีฬาอีสปอร์ต และพร้อมที่จะส่งเสริมเยาวชนไทยและผู้มีใจรักในกีฬา ได้มีเวที ETPL ในการแสดงความสามารถ เพื่อพัฒนาสู่ความสำเร็จระดับอาชีพในอนาคต”

เช่นเดียวกับ คุณประเสริฐ สุรัตนเมธากุล ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลความงามและเด็ก บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัดที่เสริมว่า “เป้าหมายการสนับสนุน ETPL เพราะเราต้องการสื่อสารให้คนรุ่นใหม่ ได้เห็นโอกาสในการสิ่งที่ตัวเองสนใจ และสามารถต่อยอดเป็นกีฬาที่สร้างรายได้ให้อีกด้วย ซึ่งแบรนด์เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่านักกีฬา eFootball ของประเทศไทย จะก้าวไปสู่เวทีโลกได้อย่างแน่นอน”

               ทั้งนี้ ด้านคุณภาพการแข่งขันก็เป็นอีกส่วนที่ถูกยกระดับขึ้นมาจากแรงสนับสนุน โดย คุณอิทธิพงศ์ กนกวลัยวรรณ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจร้านค้า บริษัท ไมตรีจิต 888 จำกัด ผู้นำเข้าแกดเจ็ตอุปกรณ์มือถือชั้นนำ ที่ใช้ในการแข่งแพลตฟอร์ม MOBILE CO-OP กล่าวว่า “แบรนด์สื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่านการสนับสนุนครั้งนี้ ซึ่งเป็นการออกแบบกิจกรรมในตลาดอีสปอร์ตที่จะช่วยผลักดันนักกีฬาและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้มีพื้นที่ในการแสดงศักยภาพ เพื่อให้ประเทศไทยได้เป็นศูนย์กลางในการแข่งขันอีสปอร์ตอื่น ๆ อีกในอนาคต”

               รวมถึงการสนับสนุนจาก ทรู คอร์ปอเรชั่น เจ้าของอีโคซิสเต็มอุตสาหกรรมเกม ที่มีส่วนร่วมในการจัดเวที ETPL มาอย่างต่อเนื่อง คุณพชร แหวนทองคำ หัวหน้าฝ่ายงานนวัตกรรมดิจิทัล (เกม คอนเทนต์ และ ไลฟ์สไตล์) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวว่า “เรามีการสนับสนุนอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเทคโนโลยี True Gigatex Fiber มาใช้ในการแข่งขันทั้ง 120 แมตช์ รวมถึงมีการถ่ายทอดสดการแข่งผ่าน TRUE ID Station ไปสู่ผู้ชมนับล้านทั่วประเทศ เพราะทรูฯ เชื่อมั่นว่าเวทีในครั้งนี้ จะช่วยผลักดัน สร้างประสบการณ์ และช่วยพัฒนาฝีมือให้กับโปรเพลเยอร์ของวงการอีสปอร์ตไทยในอนาคตได้อย่างแน่นอน”

“เช้นค์ โปรเซส” ยกระดับโซลูชันลำเลียงรุกตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงเต็มตัว ตั้งเป้าเป็นผู้เล่นหลัก ดันไทยสู่ศูนย์กลางอาหารสัตว์แห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช้นค์ โปรเซส (ประเทศไทย) เดินหน้ายกระดับสู่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงเต็มตัว นำจุดแข็งการสร้างโซลูชันเครื่องจักรตลอดขั้นตอนมาใช้ เน้นกระบวนการลำเลียงมาตรฐานโลก ลดการแตกหักในผลิตภัณฑ์ ตอบโจทย์วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เปราะบาง-ต้นทุนสูง พร้อมจัดแสดงนวัตกรรมเรือธงในงาน VICTAM Asia 2024 อย่าง ระบบลำเลียง E-finity Dense Phase Conveying System มั่นใจพร้อมต่อยอดการลงทุนเต็มที่ ผลักดันบริษัทฯ เป็นผู้ขับเคลื่อนหลักช่วยดันไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

นายดัสติน โอฟาเรล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เช้นค์ โปรเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการด้านโซลูชัน และบริการครบวงจรในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้สั่งสมความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่หลากหลายและครอบคลุมในทุกกระบวนการตั้งแต่ขั้นตอนการจัดการวัตถุดิบ ไปจนถึงการได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในขั้นตอนสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีการลำเลียงวัสดุ การป้อนวัสดุ กระบวนการบด จำแนกประเภท การชั่งน้ำหนักทางอุตสาหกรรม การผสม อีกทั้งหลังจากการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Hillenbrand Group เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา ทำให้บริษัทฯ ได้ยกระดับประสิทธิภาพจากการใช้งานโซลูชันได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจเกี่ยวกับอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) ที่มีมาตรฐานด้านสุขลักษณะ (Hygienic) ไม่ต่างไปจากอาหารคน

หลัก ๆ แล้ว เช้นค์ โปรเซส จะมุ่งเน้นตอบโจทย์เรื่องการลำเลียงวัตถุดิบของลูกค้า เนื่องจากเราเข้าใจในความสำคัญของระบบสายพานและกลไกต่าง ๆ อย่างลึกซึ่ง ซึ่งการมีโซลูชันที่ได้คุณภาพจะสามารถช่วยหลีกเลี่ยงเรื่องการปนเปื้อน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา จนถึงช่วยลดโอกาสการแตกหัก ฉะนั้นแล้วสำหรับวัตถุดิบอาหารสัตว์เลี้ยงที่เปราะบาง ราคาสูง และมีกระบวนการผลิตหลายขั้นตอน ตั้งแต่การอบแห้ง การเคลือบผิว การทำความเย็น จนถึงเข้าสู่แหล่งจัดเก็บ จึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องได้รับการลำเลียงด้วยระบบส่งด้วยลมแบบ dense phase เพื่อลดการแตกหักให้มากที่สุดก่อนลงบรรจุภัณฑ์ ที่สำคัญวิธีนี้ยังสามารถช่วยเพิ่มปริมาณผลผลิตได้เป็นอย่างดี

“และนอกเหนือจากเครื่องจักรที่ผลิตที่โรงงานที่สมุทรปราการของเราแล้ว เรายังสามารถประสานงานกับซัพพลายเออร์ที่มีอยู่ทั่วโลก เพื่อนำอุปกรณ์อื่น ๆ มาประกอบเสริมให้เกิดโซลูชันที่สมบูรณ์แบบมากที่สุดได้อีกด้วย”

นายดัสติน กล่าวอีกว่า สำหรับการทำตลาดของ เช้นค์ โปรเซส จะเน้นการออกแบบโซลูชันเพื่อซัพพอร์ทลูกค้าในตลาดเอเชียแปซิฟิก และโอเชียเนียเป็นหลัก ในสัดส่วนการส่งออกถึง 90% ส่วนอีก 10% ที่เหลือมีการผลิตและส่งขายในยุโรป ตะวันออกกลาง และในทวีปอเมริกา ซึ่งในประเทศไทยเอง เช้นค์ โปรเซส ได้เดินหน้าทำตลาดอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2564 จากการเข้าควบรวมกับบริษัท SHAPE พร้อมเดินหน้ายกระดับศักยภาพ ทั้งในด้านบุคลากรและศักยภาพของโรงงานเพื่อสร้างความสามารถในการสนับสนุนลูกค้าในภูมิภาคอย่างมั่นคง ก่อนต่อยอดเติมเต็มการพัฒนาให้บริษัทฯ เติบโตจากวันควบรวมกว่า 3 เท่า

และสำหรับในปี 2567 นี้ เช้นค์ โปรเซส ได้มุ่งมั่นต่อการแข่งขันในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการเข้าร่วมในงานอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ VICTAM Asia 2024 (วิกแทม เอเชีย 2024) ไปเมื่อวันที่ 12-14 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ พร้อมจัดแสดงกลุ่มนวัตกรรม 2 เทคโนโลยีไฮไลท์ประจำปีนี้ ที่ประกอบไปด้วย ระบบลำเลียง เป็นเทคโนโลยีลำเลียงผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้ลมในการลำเลียงซึ่งเป็นไฮไลท์หลักอย่าง E-finity Dense Phase Conveying System ระบบขนส่งที่ลดการแตกหักในทั้งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จ สุดท้ายคือ Rotary Pocket Feeder เครื่องมือสำหรับการผสมวัสดุในกรณีที่ไม่ต้องการใช้เครื่องมิกเซอร์ ช่วยลดการเสียเวลาและป้องกันตัวผลิตภัณฑ์แตกหัก

นายดัสติน กล่าวเสริมถึงภาพรวมในธุรกิจผลิตเครื่องจักรต่ออีกว่า ภายหลังจากสถานการณ์โรคระบาดผ่อนคลายลง บริษัทฯ ได้ลงทุนเพื่อรองรับกับอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนของการแปรรูปอาหารที่กำลังขยายตัวเป็นอย่างมาก โดยเรามีการเปิดโรงงานใหม่เมื่อปลายปี 2023 ที่ผ่านมา ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและสามารถตอบโจทย์ความต้องการผู้ซื้อยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องรายละเอียดในด้านคุณภาพการผลิตและการบริการ ซึ่ง เช้นค์ โปรเซส มีความมั่นใจในจุดแข็งขององค์กรเราอย่างมาก เพราะเรามี Know-how ที่เข้าใจในการทำงานตลอดทั้งกระบวนการ รวมทั้งมีซัพพอร์ทจากผู้เชี่ยวชาญทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงบริการหลังการขายที่คอยให้บริการอย่างมืออาชีพอีกด้วย ซึ่งเราได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้ามาโดยตลอด

“เช้นค์ โปรเซส ตั้งเป้าที่จะก้าวสู่ผู้นำตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะสามารถดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง และเราพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของภูมิภาคนี้ไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปีข้างหน้าอีกด้วย” นายดัสติน กล่าวสรุปในตอนท้าย

หากสนใจเข้าเยี่ยมชมโรงงานและการ demo เครื่องจักร สามารถติดต่อลงทะเบียนได้ที่ https://bit.ly/spapactour หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-382-5100

“แพลน บี มีเดีย” แถลงข่าวเปิดสนาม “eFootball Thailand Pro League 2024”

นางนิธินันท์ อัศวทร รองประธาน บริษัท แพลน บี อีเลฟเว่น จำกัด พร้อมด้วย นางนิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวจัดการแข่งขันทัวร์นาเม้นต์ครั้งใหม่ “eFootball Thailand Pro League 2024” สานต่อความสำเร็จกีฬาอีสปอร์ตเกมฟุตบอล กลับมาพร้อมความสนุกครั้งใหม่ RISE N FIGHT #ใส่ได้อีก เพิ่มกฎพิเศษเติมความหลากหลาย, นำรูปแบบ Co-op กลับมาใช้ และเปิดโอกาสนักกีฬาหน้าใหม่จาก ‘Next Gen’ เข้าร่วมพัฒนาฝีมือบนเวทีระดับมืออาชีพ เริ่มเสาร์ที่ 20 เม.ย. 67 นี้ ทาง E-League Thailand โดยมีนาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน กรรมการกลางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, คุณภาสินี จารุภูมิ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน), คุณประเสริฐ สุรัตนเมธากุล ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลความงามและเด็ก บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด, คุณอิทธิพงศ์ กนกวลัยวรรณ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจร้านค้า บริษัท ไมตรีจิต 888 จำกัด และคุณพชร แหวนทองคำ หัวหน้าฝ่ายงานนวัตกรรมดิจิทัล (เกม คอนเทนต์ และ ไลฟ์สไตล์) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวในงานด้วย ณ ลาน M PLAY เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สุขุมวิท วันนี้

กระตุ้นธุรกิจอาหารสัตว์และสุขภาพสัตว์ไตรมาสแรกของปี กับงาน “VICTAM Asia and Health & Nutrition Asia 2024” พร้อมแสดงนวัตกรรมสุดยิ่งใหญ่บนภูมิภาคเอเชียแล้ววันนี้!

12 มีนาคม 2567 – กรุงเทพฯ – วิคแทม คอร์ปอเรชั่น ผสานความร่วมมืออีกครั้งกับ กลุ่มบริษัท วีเอ็นยูฯ
เพื่อจัดงาน VICTAM Asia (วิคแทม เอเชีย), Health & Nutrition Asia (เฮลท์ แอนด์ นิวทริชัน เอเชีย),
และ GRAPAS Asia (กราปาส เอเชีย)
โดยงานแสดงสินค้าชั้นนำดังกล่าวนับเป็นแพลตฟอร์มที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ สุขภาพสัตว์ โภชนาการสัตว์ และการแปรรูปฯ อย่างครบวงจร

โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 มีนาคม 2567 ณ ฮอลล์ 100-102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ
พร้อมต้อนรับผู้เข้าชมงานที่ลงทะเบียนกันมาอย่างคับคั่งเพื่อจับคู่ธุรกิจกับผู้จัดแสดงสินค้ากว่า 250 บริษัทชั้นนำ ที่นำเสนอนวัตกรรมและสินค้าล่าสุดภายในงาน นับเป็นโอกาสสำคัญเนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมปศุสัตว์ สุขภาพสัตว์ โภชนาการสัตว์ และการแปรรูปฯ กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ยังสามารถสร้างเครือข่ายกับผู้เชี่ยวชาญ อัปเดตข้อมูลเชิงลึก แนวโน้มอุตสาหกรรม จากวิทยากรระดับโลก ผ่านกิจกรรมประชุมสัมมนาทางเทคนิคที่จัดขึ้นพร้อมกับนิทรรศการ

Mr. Sebas van den Ende ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วิคแทม คอร์ปอเรชั่น ผู้จัดงาน VICTAM Asia กล่าวว่า “ในการจัดงาน VICTAM Asia ปีนี้ เรามุ่งเน้นไปที่ธีมหลักที่ต้องการนำเสนอความก้าวหน้าในเทคโนโลยีการผลิตอาหารสัตว์ และอาหารสัตว์น้ำที่กำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย รวมไปถึงเทคโนโลยีล่าสุดในการแปรรูปธัญพืช แป้ง และข้าว ควบคู่ไปกับความคิดริเริ่มด้านความยั่งยืนที่สำคัญ โดยเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติจาก บริษัท Amandus Kahl, DSM, CSI Group, และ Van Aarsen มาร่วมเป็นผู้จัดแสดงสินค้าในปีนี้”

Mr. Tom Faulkner ผู้จัดการโครงการอาวุโส บริษัท วีเอ็นยู ยุโรป จำกัด ผู้จัดงาน Health & Nutrition Asia กล่าวว่า “VNU Group มีความเชี่ยวชาญอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมปศุสัตว์และจัดงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่มากมาย ทั้งในเอเชีย และ ต่างทวีป สำหรับงาน Health & Nutrition Asia เป็นงานแสดงสินค้าเดียวที่เราให้ความสำคัญไปที่โปรไฟล์สุขภาพสัตว์ อาหารและโภชนาการของสัตว์ เนื่องจากธุรกิจนี้กำลังมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะอาหารและโภชนการเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อสุขภาพสัตว์และคุณภาพของชิ้นเนื้อ การดูแลสุขภาพสัตว์ที่ดีจึงเป็นส่วนสำคัญ        ที่ธุรกิจปศุสัตว์ไม่อาจมองข้าม ซึ่งเราได้รวมผู้ประกอบการด้านนี้มาให้ท่านได้เลือกสรรมากกว่า 250+ บริษัท 400+    แบรนด์ชั้นนำจากนานาประเทศเพื่อเจรจาธุรกิจกันภายในงาน Heath & Nutrition Asia พร้อมคัดสรรหัวข้องานสัมมนาในประเด็นที่น่าสนใจ นำเสนอโดยวิทยากรจากทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษา สถานบันการเงิน และภาคเอกชน เพื่ออัปเดตข่าวสารความรู้ในแวงวงอุตสาหกรรมและขยายเครือข่ายธุรกิจอย่างไม่สิ้นสุด”

นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) กล่าวว่า “การจัดงานแสดงสินค้าร่วมกันของสองผู้จัดงานชั้นนำในอุตสาหกรรมครั้งนี้ นับเป็นงานที่ตอบโจทย์ในการช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และกระตุ้นความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าและงานประชุมสัมมนา หรือ MICE ในประเทศไทยได้อย่างไม่ต้องสงสัย เพื่อสร้างรายได้ภาคการท่องเที่ยวให้กับประเทศโดยตรง การจัดงานแสดงสินค้าครั้งนี้ นับเป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่สำหรับธุรกิจอาหารสัตว์และสุขภาพสัตว์ที่เป็นส่วนสำคัญสำหรับห่วงโซ่อุปทานปศุสัตว์และความมั่นคงด้านอาหารของโลก เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดแสดงสินค้าครั้งนี้จะสร้างมาตรฐานสูงสุดสำหรับอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้ต่อไป”

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า “ทางกรมปศุสัตว์ขอชื่นชมแนวคิดการจัดงานร่วมกัน ในบริเวณเดียวกันของทั้ง VICTAM Asia และ Health & Nutrition Asia 2024 เพราะการจัดแสดงงานแสดงสินค้าระดับใหญ่ขนาดนี้ร่วมกันทำให้ผู้เข้าร่วมได้รับบริการครบจบในจุดเดียวจากการที่ผู้จัดได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมมาจากทั่วโลกเพื่อมาหารือกันถึงแนวโน้มและบริการล่าสุด รวมถึงพัฒนาการทั้งวงการปศุสัตว์ในภาพรวมได้เป็นอย่างดี สะท้อนถึงบทบาทอันสำคัญยิ่งของภาคเกษตรกรรมและปศุสัตว์ในการช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงทางอาหารและการช่วยสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดี  ประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญของภาคเกษตรกรรมและปศุสัตว์และมีความตั้งใจที่แน่วแน่ที่จะผลักดันให้พัฒนาและมีการเจริญเติบโตอย่างเข้มแข็ง”

คุณนิติพงศ์ เลาหวิศิษฏ์ รักษาการนายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างต่อเนื่องและโดดเด่นเป็นอย่างมาก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากจำนวนของผู้เลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งคำนึงถึงสุขภาพและความเป็นอยู่ของสัตว์เป็นอันดับแรก ส่งผลให้ประชากรดังกล่าวต่างมองหาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง หรือสินค้าพรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น โดยงาน VICTAM Asia and Health & Nutrition Asia ถือเป็นแพลตฟอร์มที่มอบโอกาสพิเศษให้กับนักธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรม ได้มาพบปะ แบ่งปันความรู้ โชว์นวัตกรรม และอัปเดตความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง สุขภาพ โภชนาการ รวมไปถึงการกำหนดอนาคมของอุตสาหกรรมฯ ในฐานะสมาคมฯ มีหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการค้าผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง เพื่อส่งเสริมการเติบโตของตลาดในประเทศและสร้างการเชื่อมต่อระดับโลก และเพื่อส่งเสริมประชาสัมพันธ์และช่วยเหลือสมาชิกในการจัดกิจกรรมหรืองานต่าง ๆ อาทิ งานแสดงสินค้านานาชาติภายในประเทศไทย”

สำหรับไฮไลต์สำคัญภายในงาน VICTAM Asia และ Health & Nutrition Asia 2024 มีดังนี้ การนำเสนองานสัมมนาสำหรับผู้ที่สนใจและทำงานในธุรกิจอาหารสัตว์และสุขภาพสัตว์ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและจากนานาประเทศ อาทิ เรื่อง Modernizing & Exploring the Future of Livestock Feed in 2024 โดย สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย, เรื่อง Global Trend of Shrimp Farming Industry โดย สมาคมการค้าปัจจัยการผลิตสัตว์น้ำไทย, เรื่อง Aquafeed Extrusion Conference โดย Perendale Publishers Ltd, เรื่อง Precision Animal Farming and Future Challenges โดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, หัวข้อที่เกี่ยวกับกลยุทธในการสร้างผลผลิตสำหรับอาหารสัตว์ โดย Watt Global Media, หัวข้อที่เกี่ยวกับแมลงและโภชนาการสัตว์แห่งอนาคต โดย สมาคม AFFIA, หัวข้อที่เกี่ยวกับโปรไบโอติก พรีไบโอติก ที่ใช้แทนยาปฏิชีวนะ โดย AFOB and TSB, และหัวข้อจากสถาบันการเงินอย่าง Climate Journey: ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงร่วมกันเพื่อห่วงโซ่คุณค่าโปรตีนจากสัตว์ โดย UOB นอกจากนี้ยังมีสมาคมและหน่วยงานอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ กรมประมง, สมาคมวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกโลก (WPSA), GMP+ International, IFTC, Korean Animal Health Products Association (KAHPA), FAVA-TVMA และสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่พร้อมแบ่งปันความรู้และพูดคุยอภิปรายกับผู้เข้าชมงานทุกท่านเพื่อผลักดันการพัฒนาของภาคปศุสัตว์อย่างยั่งยืนอีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม ได้ทางเว็บไซต์ www.victamasia.com และ www.vivhealthandnutrition.nl

———————————————–

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ           

คุณไชยเชษฐ์ ภาคย์พูนผล ฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็กซ์โปลิงค์ โกลบอล เน็ทเวอร์ค จำกัด chaiyachet@koelnmesse-thailand.com โทร. 096-931-4578

คุณแสงทิพ เตชะปฏิภาณดี  ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค saengtip@vnuasiapacific.com โทร. 02-1116611 ต่อ 330 

เกี่ยวกับงาน VICTAM Asia:

งานแสดงสินค้าและการประชุมชั้นนำระดับโลกด้านอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์ มุ่งนำเสนอเทคโนโลยีและเครื่องจักรผลิตอาหารสัตว์ รวมถึงเครื่องจักรผลิตและแปรรูปข้าว แป้ง ธัญพืช พร้อมทั้งครอบคลุมถึงอุปกรณ์เสริมและระบบที่สำคัญและจำเป็นมากที่ใช้ในโรงอาหารสัตว์อีกด้วย จัดโดย VICTAM Corporation

เกี่ยวกับงาน Health & Nutrition Asia: 

งานแสดงสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมสุขภาพสัตว์-โภชนาการสัตว์ และอาหารสัตว์แห่งภูมิภาคเอเชียเพื่อการเจรจาธุรกิจ ของผู้จัดงาน VIV worldwide มุ่งเน้นการนำเสนอนวัตกรรมด้านโภชนาการ เภสัชกรรม และแนวทางแก้ปัญหาด้านสุขภาพสัตว์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

HomePro Summer Surprise Sale !! … ให้คุณช้อป รับลมร้อน พร้อมเซอร์ไพรส์ฟินนน ทั้งลดเพิ่มและรับเงินคืน ช้อปคุ้ม ท้าอุณหภูมิร้อน ที่โฮมโปร 15 มี.ค.67-17 มี.ค.67 นี้เท่านั้น

ซัมเมอร์นี้ … มีเซอร์ไพรส์ไม่ทันตั้งตัว!! กับแคมเปญลดคลายร้อน ‘HomePro Summer Surprise Sale’
ช้อปสนุกทุกองศา ฟินนนขั้นสุด ได้ทั้งส่วนลด ได้ทั้งเงินคืน พร้อมได้ของที่ถูกใจ แต่งบ้านเย็นฉ่ำประหยัดไฟคุ้มค่าทุกองศา รับความพิเศษเซอร์ไพรส์สุดคุ้มก่อนใคร เซอร์ไพรส์แบบคุ้มๆ!! ลด+รับเงินคืน รวมสูงสุด 5,500 บาท*เซอร์ไพรส์ให้ลดเพิ่ม…สมาชิกโฮมการ์ด ลดเพิ่มรวมสูงสุด 26%* เมื่อซื้อสินค้าเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า และทีวี (เฉพาะแบรนด์ชั้นนำรุ่นที่ร่วมรายการ) เซอร์ไพรส์ยาว….กับผ่อนชำระทั้งร้าน 0% นานสูงสุด 10 เดือนเต็ม! (เฉพาะบัตรที่ร่วมรายการ) โฮมโปรพร้อมช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพกับ ผ่อนน้อยผ่อนนาน เริ่มต้น 500 บาท/เดือน (เมื่อช้อปสินค้าขั้นต่ำ 5,000.- ขึ้นไปต่อใบเสร็จ) และอีกสารพัดโปรมอบความคุ้มรับซัมเมอร์

เพิ่มอุณหภูมิช้อปมันส์ … ใช้พอยท์คุ้มตลอดร้อนนี้ เพียงแลกคะแนนเท่ายอดซื้อจากโฮมการ์ด และบัตรโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม รับส่วนลดเพิ่มรวมสูงสุดถึง 25% เซอร์ไพรส์สุดพิเศษ ต้อนรับสมาชิกโฮมการ์ด ได้ทั้งคูปองส่วนลด 100 บาท และได้คะแนนโฮมการ์ดจัดเต็ม เพิ่ม 3 เท่า !!

ห้ามพลาด !! เซอร์ไพรส์หนัก รับซัมเมอร์กับสินค้าเรื่องบ้าน HomePro Summer Surprise Sale               15 มีนาคม 2567 – 17 มีนาคม 2567 3 วัน ลด-สุด-เดือด ที่ โฮมโปรทุกสาขาทั่วประเทศและบนช้อปออนไลน์

#SummerSurpriseSale #โปรคุ้มแรงส์ดับร้อน #ลดคลายร้อน #เรื่องบ้านโฮมโปรคือคำตอบ #โฮมโปร #HomePro #homeprothailand #Homepropr

ครั้งแรกของปีกับงาน “ตลาดนัดช่างและคนทำบ้าน” อีเว้นต์ของช่างตัวจริง !! คุ้มแรงสะใจลดสูงสุด 60% เริ่ม 14 มี.ค. 67 นี้ พบกันที่เมกาโฮม

ทีมช่างเตรียมตัว … กลับมาแล้ว !! ครั้งแรกของปี  กับงาน ‘เมกาโฮม ตลาดนัดช่างและคนทำบ้าน’ มาพร้อมกับความคุ้มค่ายิ่งใหญ่กว่าเดิม อีเว้นต์สำหรับมืออาชีพ มัดรวมของถูก ดี ครบ สินค้าวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้และของแต่งบ้าน จบทุกงานช่างและงานบ้าน ไว้ที่เดียว ลดแรงสะใจสูงสุด 60%! จัดเต็มสำหรับ #สมาชิกช่าง ลดทันที 3% ตั้งแต่บาทแรก (เฉพาะสินค้ากลุ่มช่างที่ร่วมรายการ)  และสมาชิกโฮมการ์ด รับส่วนลด 5% (เมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการครบ 10,000 บาทขึ้นไป)  พิเศษใช้คะแนนแทนส่วนลด 15% (ใช้คะแนนเท่ายอดซื้อ)พร้อมอัดแน่นความคุ้มค่า กับคูปองลดสะใจถึง 2 ต่อ! … ได้ง่ายๆ  สำหรับสมาชิกโฮมการ์ด ต่อที่ 1 กดรับคูปองส่วนลด 300 บาท (สำหรับใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อครบ 6,000 บาทขึ้นไป) ผ่าน Line Mega Home (จำกัด 800 สิทธิ์/วัน) รับเพิ่ม ต่อที่ 2 คูปองส่วนลดท้ายใบเสร็จ 500 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 10,000 บาทขึ้นไป (สำหรับใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อครบ 5,000 บาทขึ้นไป) และช้อปครบรับเงินคืน! เข้าโฮมโปร วอลเล็ต (ผ่าน HomeCard Application) รวมสูงสุด 100,000 บาท / รับสิทธิ์พิเศษจากสถาบันการเงินชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 18,500 บาท (เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตกรุงศรี ที่ร่วมรายการ) และสิทธิ์ผ่อน 0% (กับบัตรและสินค้าที่ร่วมรายการ) นานสูงสุดถึง 24 เดือน !! เมกาโฮมยังพร้อมช่วยทุกคนแบ่งเบาภาระค่าครองชีพกับ ผ่อนน้อยผ่อนนาน เริ่มต้น 500 บาท/เดือน (เมื่อช้อปสินค้าขั้นต่ำ 5,000.- ขึ้นไปต่อใบเสร็จ)

            ห้ามพลาด !! พบกันที่งานตลาดนัดช่างและคนทำบ้าน 11 วันเท่านั้น 14 มีนาคม 2567 – 24 มีนาคม 2567 นี้ ที่เมกาโฮมทุกสาขา  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่  FB: MegahomeCenter  /  Line: @megahome หรือ Call Center 1347

#ตลาดนัดช่างและคนทำบ้าน #เมกาโฮมเรื่องบ้านและงานช่าง #เมกาโฮม #megahome #Homepropr

เตรียมเปิดม่านยิ่งใหญ่ “Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2024” งานแสดงสินค้าความงามระดับโลก กลับมาสร้างโอกาสธุรกิจครั้งใหม่ ในอุตสาหกรรมความงามอาเซียน 13-15 มิ.ย. 67 นี้

ตลาดความงามโลกโตไม่หยุด 2023-2027 อุตสาหกรรมเครื่องสำอางทั่วโลกมีมูลค่ารวม 427 พันล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ 6% ต่อปี หรือแตะตัวเลข 580 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 ซึ่งท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันที่สูงเช่นนี้ ทำให้งานแสดงสินค้าความงามแบบ B2B อย่าง Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2024 ที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 13-15 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ได้กลายเป็นเวทีในการนำเสนอนวัตกรรมความงามที่ดีที่สุดจากทุกมุมโลก ที่มาพร้อมกับเวทีฝึกอบรม จากผู้เชี่ยวชาญความงาม และผู้นำทางความคิดชั้นนำ ที่จะสามารถช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ทางธุรกิจและขยายโปรเจคใหม่ ๆ กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน จนทำให้ Cosmoprof CBE ASEAN กลายเป็นงานที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์เชิงกลยุทธ์สำหรับทั้งกลุ่มซัพพลายเออร์ ผู้ผลิต เจ้าของแบรนด์ ผู้ซื้อ ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าปลีก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่สนใจเข้าถึงโซลูชันใหม่ ๆ ในการพัฒนาธุรกิจได้เป็นอย่างดี

“Cosmoprof Worldwide Bologna เป็นแพลตฟอร์มที่ถูกนำมาใช้และแพร่หลายในคอมมูนิตี้ของบริษัทกว่า 10,000 แห่ง และมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 500,000 รายใน 5 ทวีป ซึ่งความสำเร็จนี้เกิดจากองค์ประกอบที่สามารถปรับรูปแบบของงานให้เข้ากับความแตกต่างและความต้องการของแต่ละประเทศได้อย่างมั่นคง” จีอันปีร์โลร์ คาลโซลารี ประธานกลุ่ม BolognaFiere กล่าว “เครือข่ายของเรามีการพัฒนาไปตามความต้องการของแต่ละภาคส่วนที่เติบโตอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งส่วนที่มีการพัฒนาโครงการและบริการดิจิทัลที่เป็นนวัตกรรม เพื่อการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ปฏิบัติงานและเพื่อคาดการณ์แนวโน้มและโซลูชันที่จำเป็นในอุตสาหกรรม โดยปัจจุบัน Cosmoprof ได้ร่วมมือกับพันธมิตรมากมายในต่างประเทศ จนแบรนด์เป็นที่ยอมรับทั่วโลกและช่วยให้เราสามารถนำเสนอโซลูชันทางธุรกิจชั้นสูงต่อไป เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจความงามในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น”

การพัฒนาเครือข่าย Cosmoprof Network Worldwide จะยังคงเดินหน้าต่อตามรูปแบบของ BolognaFiere Group พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้วยชื่อเสียงที่ได้รับจากงานอีเว้นต์หลักในตลาด ที่จัดขึ้นอย่างยาวนานกว่า 50 ปี และยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตตลอดทั้งปีของเครือข่ายบริษัทและผู้เชี่ยวชาญหลายพันรายในภาคส่วนความงาม ผ่านอีเว้นต์ที่จัดขึ้นในเมืองโบโลญญา ฮ่องกง ลาสเวกัส มุมไบ กรุงเทพฯ และล่าสุดในปี 2024 ที่ไมอามี แพลตฟอร์มของ Cosmoprof จึงเป็นเหมือนเวทีในอุดมคติสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สนใจในพัฒนาการระดับโลกของภาคส่วนความงาม เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ประกอบการที่มีความสนใจในตลาดความงามของแต่ละพื้นที่และภูมิภาคโดยเฉพาะ

ในปีนี้ เครือข่ายของ Cosmoprof จะเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย พร้อมกับการเกิดขึ้นของงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2024 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 โดยความร่วมมือระหว่าง BolognaFiere, Informa Markets และ Shanghai Baiwen Exhibition Co Ltd. ซึ่งงานที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 13-15 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) นี้ ได้รับความคาดหวังไปในทางบวกอย่างมาก โดยหลังที่ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในปี 2566 ที่ผ่านมา ที่มีการตอบรับจากผู้แสดงสินค้าและแบรนด์ต่าง ๆ มากกว่า 1,000 ราย โดย 57% มาจากต่างประเทศ และมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 13,255 ราย เพิ่มขึ้นถึง 78% เมื่อเทียบกับการจัดงานครั้งก่อนหน้า ทำให้พิสูจน์ได้ว่า Cosmoprof CBE ASEAN เป็นอีเว้นต์ของโอกาสในการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ที่เติบโตก้าวกระโดดในเวลาไม่กี่ปี และตอบโจทย์กับทั้งบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศ

ในงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2024 ในครั้งนี้ มีพื้นที่จัดงานกว่า 22,000 ตารางเมตร โดยมีผลิตภัณฑ์ความงามร่วมงานกว่า 1,500 แบรนด์ และคาดว่าจะมีผู้ร่วมงานแสดงสินค้ากว่า 14,000 คน จากนานาประเทศเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก อาทิ ออสเตรเลีย, จีน, ฝรั่งเศส, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลี, มาเลเซีย, โปรตุเกส, ไต้หวัน และอีกมากมาย เช่นเดียวกับแบรนด์ความงามชั้นนำของประเทศไทย ที่ยืนยันการเข้าร่วมจัดแสดงในปีนี้อย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น

KARMARTS PCL. (LIP IT, Cathy Doll, Brow it, Reunrom, Skylab, Sweet Café, Jejuvita), BETTER WAY (THAILAND) CO., LTD. (MISTINE), DO DAY DREAM PCL. (SNAILWHITE, OXE’CURE), TAT CORPORATION PCL. (PLANTNERY), MAMAGREEN ORGANIC LIMITED PARTNERSHIP (Mamagreen Organic), NASAEMA INDUSTRY CO., LTD. (AloEx), TROPICANA OIL CO., LTD. (Tropicana), QUINTUS INDUSTRY CO., LTD. (SANNY), SEAGO ELECTRONICS (THAILAND) CO., LTD., SOAP-N-SCENT CO., LTD., A & C COSMETICS CO., LTD. (AR Airy), WANT MEDIA CO., LTD. (MIZUMI, Bomi), C.P. CONSUMER PRODUCTS CO., LTD. (JABS)

IBIO CO., LTD. (Biovitt) ฯลฯ รวมไปถึงแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารความงามชั้นนำ ที่ให้การยืนยันอีกมากมาย อาทิ

GIFFARINE SKYLINE LABORATORY AND HEALTH CARE CO., LTD. – INTERNATIONAL LABORATORIES CORP., LTD. – SEVEN STARS PHARMACEUTICAL CO., LTD. – REVOMED GROUP CO., LTD. – SPECIALTY INNOVATION CO., LTD. – VITA C INTERNATIONAL CO., LTD. – KOVIC KATE INTERNATIONAL (THAILAND) CO., LTD. – DERMA HEALTH CO., LTD.

นอกจากนี้ ในงาน Cosmoprof CBE ASEAN 2024 ยังมีความพิเศษที่จัดแสดงขึ้นพร้อมกับงาน ProPak Asia งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีด้านการผลิต แปรรูป และบรรจุภัณฑ์แห่งภูมิภาคเอเชีย นับเป็นการจัดงานเชิงกลยุทธ์ที่มีจุดหมายเดียวกันเพื่อความร่วมมือและเพิ่มประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนเชิงธุรกิจระหว่างทั้งสองงาน

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ต ประเทศไทย ให้ข้อมูลเสริมทิ้งท้ายว่า “เช่นเดียวกับความสำเร็จของ Cosmoprof CBE ASEAN ครั้งก่อน ๆ ที่เราได้นำเอาสัญลักษณ์เชิงคุณภาพมาต่อยอด สร้างพื้นที่จัดแสดงสินค้าออกเป็นสองความต้องการที่ครอบคลุม ผู้มาเยี่ยมชมงานจะได้พบเจอ แลกเปลี่ยน และทำการค้ากับผู้ประกอบชั้นนำที่เป็นผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าปลีก หรือร้านออนไลน์ ในโซนกลุ่มผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (Branded Finished Products) ที่จะมีผลิตภัณฑ์อย่าง เครื่องสำอาง, ผลิตภัณฑ์ร้านเสริมความงามและสปา, กลุ่มผมและเล็บ, กลุ่มธรรมชาติและออร์แกนิค, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และยังมีโซนที่ตอบโจทย์กลุ่มการผลิตทั้งสายงานอย่าง Supply Chian ที่ประกอบด้วยสินค้ากลุ่ม OEM-ODM, เครื่องจักรและอุปกรณ์, วัตถุดิบและส่วนผสม, บรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ ในงานยังมีโซนจัดแสดงพิเศษ ที่จะมาเติมเต็มความรู้เรื่องเทรนด์ความงามและข้อมูลเชิงลึกในอุตสาหกรรม รวมถึงความก้าวหน้าของนวัตกรรมความงามจากทั่วทุกมุมโลก โดยพื้นที่จัดแสดงของงานในปีนี้ ได้ถูกจองแล้วกว่า 86% นับเป็นความพร้อมที่ตอกย้ำการเติบโตของตลาดความงามอาเซียนได้เป็นอย่างดี

“ซูเลียน” ชูทิศทางเบอร์ 1 ธุรกิจเครือข่าย “ที่เป็นไปได้มากที่สุด” ยกระดับศักยภาพองค์กร เติบโตสู่ปีที่ 27 อย่างยั่งยืน

บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ซูเลียน (Zhulian) ผู้ดำเนินธุรกิจตลาดเครือข่าย (Multi-Level Marketing) ประกาศจุดยืนความตั้งใจเป็นที่หนึ่งธุรกิจตลาดเครือข่าย เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เป็นไปได้มากที่สุด วางทิศทางการทำงานปี 2024 ปรับแผนการดำเนินธุรกิจ ให้ผู้จัดจำหน่ายของซูเลียน บรรลุถึงผลสำเร็จ สามารถขยายเครือข่ายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว มีรากฐานที่มั่นคง พร้อมมุ่งรักษาคุณภาพสินค้า และพัฒนาสินค้าใหม่ตอบโจทย์สุขภาพ เดินหน้าสร้างฐานสมาชิกใหม่เสริมเทคโนโลยี นำช่องทางการขาย “Zhulian Shopping Online”เชื่อมต่อการทำธุรกิจออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อยกระดับชีวิตที่มีคุณภาพ และโอกาสทางธุรกิจให้ก้าวอย่างไม่หยุดยั้ง ก้าวสู่ปีที่ 27 พร้อมการเติบโตอย่างยั่งยืน

            ดร.ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา ประธานกรรมการ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวย้อนถึงจุดเริ่มต้นการทำธุรกิจตลาดเครือข่าย (Multi-Level Marketing) ของ ‘ซูเลียน’ ว่า เกิดจากความตั้งใจในการเสริมสร้างสังคมให้มีสุขภาพแข็งแรง ด้วยสินค้าดี มีคุณภาพ และตอบโจทย์กับชีวิตประจำวันของคนไทยทุกคน ทั้งยังมุ่งมั่นสร้างโอกาสสร้างงาน และกระจายรายได้ผ่านการจัดจำหน่ายสินค้าโดยผู้จัดจำหน่ายซูเลียน ปัจจุบัน ซูเลียนประสบความสำเร็จจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำธุรกิจขายตรง ที่มีสมาชิกรวมกันกว่า 5 ล้านรหัส และตัวแทนจำหน่ายร่วม 100 กว่าแห่งทั่วประเทศ

“ตลอดระยะเวลาการทำงานเข้าสู่ปีที่ 27 นี้ บุคลากรของซูเลียนทุกคนดำเนินงานภายใต้คำขวัญเดียวกัน นั่นคือ ‘ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม’ บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า เราให้ความสำคัญ และจริงใจต่อทุกผลิตภัณฑ์ มีการคัดสรร สรรพคุณอันเป็นประโยชน์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสุขภาพที่ดีที่สุดภายใต้เครื่องหมายการค้าซูเลียน”

            ซึ่ง นายณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวสนับสนุนหลักคิดดังกล่าวว่า ซูเลียนวางทิศทางการทำธุรกิจในปี 2024 ไว้หลายด้าน ประการแรกเรายังมุ่งรักษาคุณภาพสินค้าด้วยมาตรฐานระดับสูง ไปพร้อมกับการพัฒนาสินค้าใหม่ อาทิ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Health Product) จากส่วนประกอบธรรมชาติ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้คนในปัจจุบันควบคู่กับสินค้าที่เป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว ทั้งผลิตภัณฑ์กลุ่มบ้านและที่อยู่อาศัย (Home Care), ผลิตภัณฑ์เพื่อร่างกาย (Personal Care), เข็มขัด M-belt ส่วนในด้านการสนับสนุนผู้จัดจำหน่ายซูเลียน ยังคงรักษาระบบการสร้างคุณค่าด้วยมูลค่าจากผลลัพธ์ของการทำงาน โดยมีการปรับแผนการดำเนินธุรกิจ เพื่อสรรสร้างผู้จัดจำหน่ายที่มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น มีการจัดฝึกอบรมในด้านทักษะการเป็นผู้นำ เพื่อยกระดับชีวิตที่มีคุณภาพ และโอกาสทางธุรกิจให้ก้าวอย่างไม่หยุดยั้ง เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างรายได้ และโอกาสทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปอย่างยุติธรรม การันตีได้ว่าการเป็นผู้จัดจำหน่ายของซูเลียน คือโอกาสทางธุรกิจที่ให้หลักประกันความมั่นคงทางการเงินได้ในระยะยาว

            “ซูเลียนมีการวางรากฐานระบบเครือข่ายที่แข็งแกร่งมาร่วม 2 ทศวรรษ ด้วยการกระจายความมั่นคงผ่านฐานผู้บริโภคที่มีตัวตนจริงในพื้นที่ดูแลของเอเจนซี่ทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน เราได้ให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในปัจจุบันเช่นกัน โดยมีโจทย์เพิ่มฐานนักธุรกิจรุ่นใหม่เข้ามารับช่วงต่อการเติบโตในอนาคต เป้าหมายที่เราวางไว้ มีทั้งสิทธิในการส่งต่อธุรกิจไปยังรุ่นลูก รวมถึงมีการปรับภาพลักษณ์ การลงทุนใหม่ ๆ เพื่อยกระดับศักยภาพขององค์กร เช่น ลงทุนพัฒนาคนผ่านการอบรมทางวิชาชีพ การเสริมประสิทธิภาพระบบจัดส่งสินค้าที่ทันสมัย

“หรือแม้แต่การนำเครื่องมือออนไลน์มาใช้ขับเคลื่อนให้นักธุรกิจทำงานง่ายและเป็นมืออาชีพมากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y เปลี่ยนมุมมองว่างานขายตรงเป็นอีกแขนงอาชีพที่มีคุณค่า และช่วยให้ประสบความสำเร็จได้จริง” นายณัฐชานนท์ กล่าว

ซึ่งด้านของ นางสาวอรวรางค์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ประเทศไทย บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ได้เผยว่า ปัจจุบัน ซูเลียน ได้พัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายทางออนไลน์ หรือ ‘Zhulian shopping Online’ เพื่อรองรับกับการทำธุรกิจในยุคดิจิทัล ทำให้นักธุรกิจของเราสามารถสั่งซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดาย สะดวกสบาย ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ด้วยการจัดส่งที่ได้มาตรฐาน และยังเป็นโครงสร้างสำคัญที่ต่อยอดความมั่นคงของบริษัทฯ ให้พร้อมกับการทำตลาดในปี 2024 นี้ ผ่านเทรนด์การเชื่อมต่อธุรกิจแบบออฟไลน์และออนไลน์

“วิธีคิดของซูเลียนคือมองเป้าหมายว่าจะผลักดันองค์กรอย่างไร ให้การขายตรงสามารถเดินหน้าสอดคล้องไปกับโลกในยุคใหม่ เราจึงมีทั้งการประยุกต์นำเทคโนโลยีมาใช้ รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถให้นักธุรกิจใช้เทคโนโลยีอย่างคล่องแคล่ว เพื่อโอกาส และประโยชน์สูงสุดของการทำงาน ก็คือเทคโนโลยีจะเข้าไปแทรกในหลาย ๆ กระบวนการทำงานของนักธุรกิจ สั่งของได้สะดวกขึ้น เร็วขึ้น วางแผนง่ายขึ้น แต่การขายไปถึงมือของ End-user จะยังเป็นลักษณะของการเผชิญหน้าเพื่อให้คำแนะนำ-บอกข้อดีของสินค้าโดยตรงอยู่เช่นเดิม”

ทั้งนี้ ปัจจุบันภาพรวมของ ซูเลียน (ประเทศไทย) ยังคงมีการเติบโตในตลาดขายตรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแบบชงดื่มเพื่อสุขภาพ ‘คอฟฟี่พลัส กาแฟผสมโสม’ สินค้าอันดับ 1 ของบริษัทฯ ที่มียอดขายมากกว่า 10 ล้านซองต่อปี และมียอดขายผลิตภัณฑ์รวม 2,000 ล้านบาทต่อปี มีการเดินหน้าขยายการเติบโตครอบคลุมในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถรองรับการเติบโตเป็นเครือข่ายที่สร้างโอกาสทางธุรกิจที่เป็นไปได้มากที่สุด   เพื่อสร้างสินค้าและสังคมที่มีคุณภาพ พร้อมสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้ทรงคุณค่าและดำรงอยู่ตลอดไป ตามวิสัยทัศน์ของ
บริษัทฯ