Business » “โฮมโปร-HMPRO” รายงานกำไร Q1/69 กว่า 1.4 พันล้าน เดินเกมมาร์จิ้น-ไฮบริดสโตร์ ดันศักยภาพโตระยะยาว

“โฮมโปร-HMPRO” รายงานกำไร Q1/69 กว่า 1.4 พันล้าน เดินเกมมาร์จิ้น-ไฮบริดสโตร์ ดันศักยภาพโตระยะยาว

28 เมษายน 2026
40   0

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร – HMPRO เปิดผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2569 แม้อยู่ภายใต้แรงกดดันจากกำลังซื้อและปัจจัยเศรษฐกิจ โดยบริษัทมีรายได้รวมที่ 17,149.05 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,403.97 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าปรับกลยุทธ์เชิงรุก เพื่อเสริมศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ ของ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร (HMPRO) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 17,149.05 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,403.97 ล้านบาท ซึ่งมีรายได้หลักของบริษัทฯ มาจากการจำหน่ายสินค้า และการบริการลูกค้า (ช่างโฮมโปร) อยู่ที่ 16,041.90 ล้านบาท ขณะที่รายได้ค่าเช่ายังคงเติบโตต่อเนื่องอยู่ที่ 472.09 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพในการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะในทำเลท่องเที่ยว

แม้ภาพรวมรายได้จะได้รับผลกระทบจากฐานสูงในปีก่อน และการขาดมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย แต่โฮมโปรสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการบริหาร Product Mix และ Margin Optimization อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นมาเป็น 26.60% จาก 26.18% ในปีก่อนหน้า สะท้อนการขยายตัวของอัตรากำไรจากโครงสร้างสินค้าและการควบคุมต้นทุนอย่างมีวินัย

หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่มมาร์จิ้นสูง โดยเฉพาะสินค้า Private Brand ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้โครงสร้างกำไรของบริษัทมีความยืดหยุ่นและแข็งแกร่งมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนพลังงานและภาวะเศรษฐกิจ

นายวีรพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าบริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์ Seasonal Agile Strategy” เพื่อบริหารจังหวะดีมานด์ในแต่ละช่วงเวลา โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าคลายร้อน เช่น เครื่องปรับอากาศและพัดลม ที่มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นในช่วงปลายไตรมาส ช่วยสนับสนุนยอดขายและสร้างโมเมนตัมเชิงบวกเข้าสู่ไตรมาสถัดไป

ในมิติของการเติบโตระยะยาว โฮมโปรเร่งพัฒนาโมเดล Hybrid Store” ที่ผสานจุดแข็งของโฮมโปรและเมกาโฮมเข้าด้วยกัน เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทั้งกลุ่ม B2C และ B2B พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและ

ต้นทุน รวมถึงสร้าง Synergy ทางธุรกิจในระยะยาว ปัจจุบันมีสาขารวมทั้งสิ้น 133 สาขา ประกอบด้วย โฮมโปร 87 สาขา, โฮมโปรเอส 4 สาขา, เมกาโฮม 21 สาขา, ไฮบริดสโตร์ (Hybrid Store) 14 สาขา และโฮมโปรในประเทศมาเลเซีย 7 สาขา

นอกจากนี้ บริษัทฯ เดินหน้าสร้าง Engagement กับลูกค้าต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมการตลาดต่างๆ อาทิ แคมเปญ Double Day, บริการจากทีม “ช่างโฮมโปร” (CHANG HomePro) และโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่ (Trade-In)” ซึ่งไม่เพียงช่วยกระตุ้นยอดขาย แต่ยังตอบโจทย์เทรนด์ Circular Economy และการบริโภคอย่างยั่งยืน

ด้านฐานะทางการเงิน โฮมโปรยังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 20.98% และสามารถลดภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

“ภาพรวมจึงสะท้อนว่า แม้รายได้ในระยะสั้นจะเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก แต่โฮมโปรยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไร พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจ ทั้งการเพิ่มมาร์จิ้น ปรับพอร์ตสินค้า และพัฒนาโมเดลค้าปลีกใหม่ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะถัดไป” นายวีรพันธ์ กล่าวสรุปในตอนท้าย

#ผลประกอบการโฮมโปร #HMPRO #HomePro #โฮมโปร #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #homepropr