Marketing » VEGA เร่งเครื่อง Global Branding ดัน OEM ไทยสู่ Strategic Global Partner ปักหมุด “Made in Thailand” บนเวทีโลก

VEGA เร่งเครื่อง Global Branding ดัน OEM ไทยสู่ Strategic Global Partner ปักหมุด “Made in Thailand” บนเวทีโลก

18 มีนาคม 2026
42   0

กรุงเทพฯ – บริษัท VEGA NATURAL COMPANY LIMITED หรือ Vega ผู้ให้บริการรับจ้างผลิต (OEM) ด้านผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบครบวงจร เดินหน้าเร่งกลยุทธ์รุกตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง หลังวางรากฐานการผลิตยาวนานกว่า 20 ปี และพัฒนาองค์กรภายใต้แบรนด์ Vega มากกว่า 10 ปี ด้วยเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับ “Made in Thailand” ให้เป็นมาตรฐานคุณภาพที่ตลาดโลกยอมรับ

คุณมนัชญา เตชะเวชเจริญ กรรมการบริหารฝ่ายปฏิบัติการ เปิดเผยว่า Vega เริ่มต้นจากการเป็นโรงงานผลิตอาหารเสริมและสกินแคร์ ก่อนพัฒนาโมเดลธุรกิจสู่การเป็น One-Stop Service อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับผู้ประกอบการตั้งแต่ระดับสตาร์ทอัพไปจนถึง Corporate Brand “วันนี้ลูกค้าไม่ได้ต้องการเพียงโรงงานผลิต แต่ต้องการพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจการสร้างแบรนด์อย่างรอบด้าน เราจึงวางระบบดูแลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การวิเคราะห์ไอเดีย   วางคอนเซปต์สินค้า ออกแบบบรรจุภัณฑ์ พัฒนาสูตรเฉพาะ ไปจนถึงการเตรียมเอกสารรองรับการเคลมเชิงวิทยาศาสตร์”

ปัจจุบัน  Vega มีทีม Product Specialist ที่ช่วยกำหนด Positioning และภาพลักษณ์สินค้าให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย ขณะเดียวกันทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) พร้อมผู้เชี่ยวชาญระดับปริญญาเอก ทำหน้าที่คิดค้นสูตรเฉพาะ (Customized Formula) โดยคัดเลือกสารสกัดระดับโลกที่มีเครื่องหมายการค้า (Trademark) และงานวิจัยรองรับ พร้อมบรรจุในปริมาณ Effective Dosage ตามข้อมูล Claim Performance ที่ตรวจสอบได้จริง เพื่อให้เจ้าของแบรนด์สามารถสื่อสารคุณสมบัติสินค้าได้อย่างมั่นใจ และแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

คุณมนัชญา ให้ข้อมูลต่อว่า ปัจจุบัน Vega มีสัดส่วนการผลิตแบ่งเป็นกลุ่มเครื่องสำอางและสกินแคร์ 60% ครอบคลุม Skin Care, Color Cosmetic, Hair Care และ Oral Care และกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 40% โดยกำหนดขั้นต่ำการผลิต (MOQ) เครื่องสำอางทั่วไปประมาณ 3,000 ชิ้น และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบซองประมาณ 10,000–12,000 ซอง ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทผลิตสินค้าให้แบรนด์มากกว่า 100,000 ราย แบ่งเป็นลูกค้าในประเทศ 80% และต่างประเทศ 20% ครอบคลุมตลาดกัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ และกลุ่มธุรกิจสปาไทยในตะวันออกกลาง

ในด้านมาตรฐานการผลิต Vega ได้รับการรับรอง GMP, GHPs, HACCP, ISO 22000, ISO 22716, ISO 9001, SMETA, HALAL และ GREEN INDUSTRY รวมถึงดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านการผลิต ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ และระบบบริหารคุณภาพในระดับสากล พร้อมลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท เพื่อขยายศักยภาพองค์กร ทั้งคลังสินค้ามาตรฐานสูง ไลน์ผลิต Color Cosmetic โดยเฉพาะ และห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา (Microbiology Lab) ภายในโรงงาน ที่สามารถตรวจวิเคราะห์และออกใบรับรอง (Certificate) ได้เอง ช่วยลดระยะเวลาและเพิ่มความน่าเชื่อถือในกระบวนการควบคุมคุณภาพ

ด้าน คุณจีรานุช เตชะเวชเจริญ กรรมการบริหารฝ่ายการเงิน เปิดเผยว่า การลงทุนดังกล่าวถือเป็นการยกระดับ Enterprise Value ขององค์กรอย่างมีนัยสำคัญ “เราไม่ได้มองเพียงกำลังการผลิต แต่เรามองถึงความยั่งยืนและความสามารถในการรองรับแบรนด์ระดับ Corporate ที่ต้องการมาตรฐานสูง การมี Micro Lab ภายในโรงงานและไลน์ผลิตเฉพาะทาง ทำให้เราควบคุมคุณภาพได้ตั้งแต่ต้นทาง และสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล”

อีกก้าวสำคัญขององค์กรคือการเข้าร่วมงาน Cosmoprof CBE ASEAN อย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปี ซึ่งเป็นเวทีแสดงสินค้าความงามระดับโลก โดยคุณมนัชญา ระบุว่า การเข้าร่วมงานดังกล่าวไม่ใช่เพียงการออกบูธ แต่เป็นกลยุทธ์ Global Branding ที่ชัดเจน

“การที่ Vega ได้ยืนบนเวทีเดียวกับผู้เล่นระดับโลก ช่วยสร้าง Perceived Value และทำให้ Corporate Brand ต่างชาติเห็นศักยภาพโรงงานไทยในระดับสากลโดยตรง ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เราได้ลูกค้าต่างชาติเพิ่มมากกว่า 100 ราย และหลายรายยังคงทำธุรกิจร่วมกันอย่างต่อเนื่อง สะท้อนคุณภาพของ Lead และ Conversion ที่เกิดขึ้นจริง”

คุณมนัชญา ให้ข้อมูลเสริมว่า ความร่วมมือกับ Cosmoprof ยังส่งผลเชิงกลยุทธ์ต่อองค์กร “ภาพลักษณ์ที่ปรากฏบนเวทีสากลช่วยเพิ่มมูลค่าองค์กร ทำให้เกิด Strategic Alignment ระหว่าง Vega กับแบรนด์ระดับโลก ซึ่งนำไปสู่ Supply Chain Synergy และ Mutual Growth อย่างเป็นรูปธรรม” พร้อมแผนขยายตลาดสหรัฐอเมริกา โดยเตรียมเข้าร่วมงานที่ลาสเวกัสและไมอามี รวมถึงวางเป้าหมายบุกตลาดยุโรปในลำดับถัดไป ควบคู่กับการเจาะตลาดเวียดนาม ฮ่องกง ดูไบ และอินโดนีเซีย เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “Hub ความงามของโลก”

ในปีนี้ องค์กรเตรียมเปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่ภายใต้แนวคิด “New Era of Vega” ผ่านการรีแบรนด์ (Image Transformation) และกลยุทธ์ Innovation-Driven โดยผู้บริหารยืนยันว่า การลงทุนด้าน Branding และ Booth Design เป็นส่วนสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นในสายตาคู่ค้าระดับนานาชาติ

คุณมนัชญาและคุณจีรานุช กล่าวปิดท้ายว่า การสานต่อธุรกิจครอบครัวไม่ใช่เพียงการรักษาสิ่งที่รุ่นก่อนสร้างไว้ แต่คือการต่อยอดให้แข็งแรงและทันโลกมากยิ่งขึ้น “เราภูมิใจในรากฐานที่ผู้ก่อตั้งวางไว้ตลอดกว่า 20 ปี วันนี้หน้าที่ของคนรุ่นสองคือการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมุมมองสากลเข้ามาเสริม เพื่อพา Vega ก้าวสู่เวทีโลกอย่างสง่างาม เราอยากเห็นคำว่า ‘ผลิตในประเทศไทย’ กลายเป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพ มาตรฐาน และความน่าเชื่อถือในระดับสากล พร้อมเติบโตไปกับพาร์ทเนอร์ของเราอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน การลงทุนเชิงโครงสร้าง และกลยุทธ์ Global Branding ที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง Vega จึงกำลังก้าวข้ามบทบาทโรงงาน OEM ไทย สู่การเป็น Strategic Global Partner ที่พร้อมผลักดัน T-Beauty ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งบนเวทีโลกใน

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถพบกับบริษัทได้ที่งาน Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้งาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 งาน B2B ในประเทศไทยเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจความงามในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลและลงทะเบียนเข้าร่วมงานเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.cosmoprofcbeasean.com  และ Facebook: Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok